โป๊ปเลโอที่ 14 ช่วยชายเป็นลมกลางจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ท่ามกลางคลื่นความร้อนถล่มนครวาติกัน

โป๊ปเลโอที่ 14 ช่วยชายเป็นลมกลางจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ท่ามกลางคลื่นความร้อนถล่มนครวาติกัน

28 พ.ค. 2569 08:26 น.

โป๊ปเลโอที่ 14 ช่วยชายเป็นลมกลางจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ท่ามกลางคลื่นความร้อนถล่มนครวาติกัน

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงเข้าช่วยเหลือชายคนหนึ่งที่เป็นลม ขณะยืนต่อแถวรอจับมือกับพระองค์ หลังเสร็จสิ้นการเข้าเฝ้าทั่วไป ที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ในนครวาติกัน ท่ามกลางคลื่นความร้อนรุนแรง

ภาพเหตุการณ์เผยให้เห็นว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงคุกเข่าลงข้างชายคนดังกล่าว ระหว่างที่เจ้าหน้าที่วาติกันเร่งเข้าปฐมพยาบาลและช่วยให้ผู้แสวงบุญรายนี้ฟื้นตัว

หลังจากนั้น พระองค์เสด็จกลับไปทักทายประชาชนตามปกติ ขณะที่เจ้าหน้าที่วาติกันเข็นชายคนดังกล่าวออกจากพื้นที่ด้วยรถเข็น พร้อมกางร่มบังแดดให้ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่นครวาติกันและกรุงโรมกำลังเผชิญคลื่นความร้อนครั้งรุนแรงในฤดูใบไม้ผลิ โดยทางการกรุงโรมได้ประกาศเตือนภัยระดับสีแดงเป็นครั้งแรกของปี ซึ่งถือเป็นระดับเตือนภัยสูงสุด

สำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของอิตาลีระบุว่า ระดับเตือนภัยดังกล่าวหมายถึงอุณหภูมิที่พุ่งสูง ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชาชนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรงด้วย

ด้านหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของกองทัพอากาศอิตาลีคาดการณ์ว่า อุณหภูมิในกรุงโรมอาจพุ่งสูงถึง 32 องศาเซลเซียส หรือประมาณ 89.6 องศาฟาเรนไฮต์ ขณะที่หลายพื้นที่ของยุโรปต่างเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดเช่นเดียวกัน.

ที่มา : AP

จำคุก 41 เดือน ผู้ช่วยวัย 60 ปี ฉีดเคตามีนทำ แมทธิว เพอร์รี เสียชีวิต

จำคุก 41 เดือน ผู้ช่วยวัย 60 ปี ฉีดเคตามีนทำ แมทธิว เพอร์รี เสียชีวิต

28 พ.ค. 2569 06:16 น.

จำคุก 41 เดือน ผู้ช่วยวัย 60 ปี ฉีดเคตามีนทำ แมทธิว เพอร์รี เสียชีวิต

ผู้ช่วยของแมทธิว เพอร์รี นักแสดงชื่อดังชาวอเมริกา ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 41 เดือน ฐานฉีดเคตามีนให้นักแสดงหนุ่มใหญ่รายนี้จนทำให้เขาเสียชีวิตเมื่อปี 2566

เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ค. 2569 ศาลในสหรัฐฯ มีคำพิพากษาให้จำคุกนาย เคนเนธ อิวามาซะ ผู้ช่วยของ แมทธิว เพอร์รี นักแสดงหนุ่มใหญ่ผู้ล่วงลับ เป็นเวลา 41 เดือน โทษฐานที่อิวามาซะเป็นผู้ฉีดสารเคตามีนให้แก่นักแสดงรายนี้ จนเป็นเหตุให้เขาเสียชีวิตในปี 2566

อัยการเปิดเผยว่า นายอิวามาซะร่วมมือกับแพทย์อีก 2 คนในการจัดสารเคตามีนมาให้แก่ แมทธิว เพอร์รี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต ทั้งนี้ อิวามาซะไม่มีความรู้หรือการฝึกอบรมทางการแพทย์ใดๆ เลย

แมทธิว เพอร์รี ถูกพบว่าเสียชีวิตในอ่างน้ำร้อนหลังบ้านของเขาที่นครลอสแอนเจลิสเมื่อ 28 ต.ค. 2566 โดยผลชันสูตรชี้ว่า เขาเสียชีวิตจากผลกระทบเฉียบพลันของการได้รับสารเคตามีนเกินขนาด โดยมีปัจจัยร่วมคือการจมน้ำ โรคหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงผลของยาบูปรีนอร์ฟีน

ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2024 อิวามาซะรับสารภาพในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการแจกจ่ายสารเคตามีนจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งข้อหานี้มีโทษจำคุกในเรือนจำรัฐบาลกลางสูงสุดถึง 15 ปี เขายอมรับด้วยว่า ฉีดสารเคตามีนให้แก่เพอร์รีอยู่เป็นประจำ รวมถึงการฉีดให้หลายครั้งในวันที่เพอร์รีเสียชีวิต

นอกจากโทษจำคุกแล้ว เขายังถูกตัดสินให้เข้ารับการคุมประพฤติหลังจากพ้นโทษอีก 2 ปี และถูกสั่งปรับเป็นเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกำหนดต้องเข้ารายงานตัวเพื่อรับโทษจำคุกในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้

เคนเนธ อิวามาซะ ผู้ช่วยของ แมทธิว เพอร์รี นักแสดงหนุ่มใหญ่ผู้ล่วงลับ
เคนเนธ อิวามาซะ ผู้ช่วยของ แมทธิว เพอร์รี นักแสดงหนุ่มใหญ่ผู้ล่วงลับ

ในการพิจารณาคดีที่ศาลในลอสแอนเจลิสเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผู้พิพากษา เชอริลิน พีซ การ์เนตต์ ระบุในคำตัดสินโดยชี้ให้เห็นว่า อิวามาซะรับรู้ถึงการต่อสู้กับอาการเสพติดของเพอร์รีเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะปกปิดหลักฐานหลังจากที่ดาราหนุ่มใหญ่เสียชีวิตอีกด้วย

ขณะที่นายอิวามาซะในวัย 60 ปี หันกลับมาเผชิญหน้ากับครอบครัวของนักแสดงผู้ล่วงลับแล้วกล่าวขอโทษ “ผมต้องขอโทษพวกคุณทุกคนจริงๆ ครับ ผมเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ได้กระทำผิดกฎหมายลงไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมจะรู้สึกเสียใจไปตลอดชีวิต และผมจะแบกรับความผิดนี้ไปจนวันตาย”

“ผมหวังว่าเรื่องของผมจะเป็นอุทาหรณ์ให้แก่ใครก็ตามที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับผม ให้สามารถเลือกทางเดินที่ดีกว่านี้ได้” อิวามาซะกล่าว

ก่อนที่ศาลจะมีคำตัดสินลงโทษอิวามาซะ คุณแม่และพี่สาวน้องสาวของเพอร์รีได้ยื่นจดหมายถึงผู้พิพากษาเพื่อแสดงความขอบคุณและระบุถึงจุดยืนของพวกเธอต่อการลงโทษในครั้งนี้

เคตลิน มอร์ริสัน น้องสาวของเพอร์รีระบุในจดหมายว่า “ฉันไม่มีความเห็นใจใดๆ ให้แก่ เคนนี อิวามาซะ” พร้อมเสริมว่า ในคืนที่เพอร์รีเสียชีวิต การที่อิวามาซะเดินจากไปนั้น “แสดงว่าเขากำลังหนีจากบางสิ่งที่เขารู้ดีว่าตัวเองได้ทำลงไป หรือไม่ก็จงใจทอดทิ้งคนที่กำลังเปราะบางให้อยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย”

ขณะที่ เมเดลิน มอร์ริสัน น้องสาวอีกคนของเพอร์รี ระบุในจดหมายของตนเองว่า เธอเชื่อว่าอิวามาซะ “มีความผิดและควรรับผิดชอบมากกว่า” จัสวีน ซังฮา ผู้ค้ายาเคตามีนเสียด้วยซ้ำ

ด้าน ซูซาน มอร์ริสัน มารดาของเพอร์รี ระบุว่า “หน้าที่ที่สำคัญที่สุด” ของอิวามาซะคือการเป็นเพื่อนและผู้ดูแลลูกชายของเธอในการต่อสู้กับอาการเสพติด และคอยดูแลให้เพอร์รีปลอดจากยาเสพติด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

หน่วยข่าวกรอง UK อ้าง ทหารรัสเซียดับเกือบ 500,000 นายในสงครามยูเครน

หน่วยข่าวกรอง UK อ้าง ทหารรัสเซียดับเกือบ 500,000 นายในสงครามยูเครน

28 พ.ค. 2569 05:23 น.

หน่วยข่าวกรอง UK อ้าง ทหารรัสเซียดับเกือบ 500,000 นายในสงครามยูเครน

ผอ.หน่วยข่าวกรองของสหราชอาณาจักรอ้างว่า รัสเซียเสียทหารในการทำสงครามกับยูเครนไปเกือบ 500,000 นาย นับตั้งแต่ปี 2565 พร้อมกล่าวหารัสเซียว่าก่อเหตุจารกรรมในอังกฤษหลายครั้ง

เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ค. 2569 นางแอนน์ คีสต์-บัตเลอร์ ผู้อำนวยการของกองบัญชาการสื่อสารของรัฐบาล (GCHQ) ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองทางเทคโนโลยีของรัฐบาลสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า มีทหารรัสเซียเกือบ 500,000 นายเสียชีวิต นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2565

นางคีสต์-บัตเลอร์ เปิดเผยเรื่องดังกล่าวระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ต่อสาธารณะในพิธีรับตำแหน่งของเธอ โดยเธอพูดถึงภัยคุกคามต่างๆ ที่สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญ รวมถึงมาตรการที่เธอเชื่อว่าจำเป็นต้องนำมาใช้เพื่อรับมือกับภัยเหล่านั้น

ผอ. GCHQ เตือนด้วยว่า สหราชอาณาจักรกำลังอยู่ใน “ช่วงเวลาแห่งผลที่ตามมา” จากการที่รัสเซียมุ่งเป้าเล่นงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั่วยูเครนอย่างไม่ลดละ

กล่าวโทษมอสโกว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังแผนการจารกรรมหลายครั้งบนแผ่นดินอังกฤษ และล่าสุดคือการทำ “สงครามไฮบริด” (Hybrid War) ที่ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการต่อสหราชอาณาจักรและประเทศสมาชิกนาโต (NATO) อื่นๆ

ทั้งนี้ รัฐบาลยูเครนกับรัสเซียเผยแพร่ตัวเลขคาดการณ์ความสูญเสียของอีกฝ่ายอยู่เป็นประจำ แต่ทั้งสองฝ่ายแทบไม่เปิดเผยรายละเอียดความสูญเสียของฝั่งตัวเองออกมา โดยครั้งล่าสุดที่ยูเครนเผยตัวเลขความสูญเสียคือเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า มีทหารยูเครนเสียชีวิตในสงครามแล้ว 55,000 นาย นับตั้งแต่ปี 2565

ส่วนฝ่ายรัสเซียไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการตั้งแต่มกราคม 2566

แต่สำนักข่าวบีบีซีภาคภาษารัสเซีย ร่วมกับ มีเดียโซนา (Mediazona) สำนักข่าวอิสระ และกลุ่มอาสาสมัคร รวบรวมสถิติความสูญเสียของฝั่งรัสเซียมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 โดยจัดทำรายชื่อของผู้เสียชีวิตที่สามารถยืนยันตัวตนได้จากรายงานอย่างเป็นทางการ สื่อสิ่งพิมพ์ โซเชียลมีเดีย ตลอดจนอนุสรณ์สถานและหลุมศพที่สร้างขึ้นใหม่

จนถึงขณะนี้ บีบีซีสามารถยืนยันรายชื่อทหารและเจ้าหน้าที่กองทัพรัสเซียที่เสียชีวิตจากการสู้รบได้แล้วจำนวน 223,539 นาย

อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่ายอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงนั้นสูงกว่านี้มาก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารที่บีบีซีได้ขอคำปรึกษาเชื่อว่า การวิเคราะห์ข้อมูลจากสุสาน อนุสรณ์สถานสงคราม และประกาศไว้อาลัยของพวกเขานั้น อาจบอกตัวเลขความสูญเสียได้เพียง 45% ถึง 65% ของจำนวนทั้งหมดเท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทำเนียบขาวโต้ สื่ออิหร่านรายงานเท็จ กุเรื่องเนื้อหาร่างข้อตกลง

ทำเนียบขาวโต้ สื่ออิหร่านรายงานเท็จ กุเรื่องเนื้อหาร่างข้อตกลง

28 พ.ค. 2569 03:34 น.

ทำเนียบขาวโต้ สื่ออิหร่านรายงานเท็จ กุเรื่องเนื้อหาร่างข้อตกลง

ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ออกมาตอบโต้รายงานของสื่อรัฐบาลอิหร่านเกี่ยวกับร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) โดยตราหน้าว่ารายงานดังกล่าวเป็น “เรื่องที่กุขึ้นมาทั้งเพ”

เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ค. 2569 ทีมตอบโต้เร็ว (Rapid Response) ของทำเนียบขาวโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า รายงานจากสื่อที่ควบคุมโดยรัฐบาลอิหร่านนั้นไม่เป็นความจริง และร่าง MOU ที่พวกเขา “เผยแพร่” ออกมาก็เป็นเรื่องที่กุขึ้นมาเองทั้งหมด ไม่ควรมีใครหลงเชื่อสิ่งที่สื่อของรัฐบาลอิหร่านกำลังนำเสนอ “ความจริงเป็นสิ่งสำคัญ”

ก่อนหน้านี้ สื่อรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ร่าง MOU ดังกล่าวจะกำหนดให้กองทัพสหรัฐฯ ถอนกำลังออกจากพื้นที่ใกล้เคียงกับอิหร่าน และยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือต่างๆ ของอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางประการกลับคล้ายกับสิ่งที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เคยพูดถึงข้อตกลงที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่อเมริกันระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยินดีที่จะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล ตราบใดที่อิหร่านยอมอนุญาตให้เรือพาณิชย์สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้

“ตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวไว้ การเจรจากำลังดำเนินไปด้วยดี และท่านได้แสดงจุดยืนที่เป็นเส้นตายไว้อย่างชัดเจนแล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์จะทำข้อตกลงที่ดีเพื่อผลประโยชน์ของชาวอเมริกันเท่านั้น ซึ่งข้อตกลงนั้นจะต้องรับประกันว่าอิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้” โอลิเวีย เวลส์ โฆษกทำเนียบขาวระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ จะ “ดูแล” ช่องแคบฮอร์มุซ เตือนโอมานอย่าแทรกแซง

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ จะ “ดูแล” ช่องแคบฮอร์มุซ เตือนโอมานอย่าแทรกแซง

28 พ.ค. 2569 02:25 น.

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ จะ “ดูแล” ช่องแคบฮอร์มุซ เตือนโอมานอย่าแทรกแซง

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะเป็นผู้ดูแลช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ใช่อิหร่านกับโอมานตามที่เตหะรานกล่าวอ้าง และบอกด้วยว่า จะไม่มีการผ่อนคลายแรงกดดันทางเศรษฐกิจ จนกว่าอิหร่านจะทำตามข้อตกลง

เมื่อ 27 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะต้อง “เปิดกว้างสำหรับทุกคน” และสหรัฐฯ จะเป็นผู้ “เฝ้าดูแล” โดยระบุเสริมว่าเงื่อนไขเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจากับอิหร่าน ทรัมป์ยังเตือนไม่ให้โอมานเข้ามาแทรกแซง มิเช่นนั้น “เราก็จำเป็นต้องระเบิดพวกเขาซะ”

เมื่อถูกถามว่าเขาจะยอมรับข้อตกลงระยะสั้นที่จะอนุญาตให้อิหร่านและโอมานเป็นผู้ควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญสายนี้หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ไม่ ช่องแคบนี้จะต้องเปิดให้ทุกคนใช้งาน”

“มันเป็นน่านน้ำสากล ไม่มีใครหน้าไหนจะได้ควบคุมมัน เราต่างหากที่จะเป็นคนเฝ้าดูแล เราจะเฝ้าดูแลมันเอง แต่จะไม่มีใครได้ควบคุมทั้งนั้น” ทรัมป์กล่าว “นั่นคือส่วนหนึ่งของการเจรจาที่เรากำลังทำอยู่”

อนึ่ง อิหร่านเคยยืนกรานว่าการบริหารจัดการช่องแคบนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับสหรัฐฯ แต่จะเป็นการประสานงานร่วมกับโอมาน โดยนายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแถลงไว้เมื่อวันจันทร์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่อิหร่านคนอื่นๆ ต่างย้ำเช่นเดียวกัน

นายทรัมป์ยังยื่นคำขาดเรื่องยูเรเนียมและการผ่อนปรนทางการเงินของอิหร่าน โดยระบุว่า เขาจะไม่ยอมเห็นรัสเซียหรือจีนเป็นผู้รับมอบส่วนแบ่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน และยืนกรานว่า จะไม่มีการหารือเกี่ยวกับมาตรการผ่อนปรนทางการเงินใดๆ ให้แก่อิหร่าน จนกว่าอิหร่านจะปฏิบัติตามสัญญาของตนให้ครบถ้วน

ถ้อยแถลงดังกล่าวแสดงถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้นในสองประเด็นสำคัญที่เป็นหัวใจหลักของการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่กับอิหร่าน

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่าเขาเปิดกว้างสำหรับแนวคิดที่จะให้ยูเรเนียมดังกล่าว “ถูกทำลายทิ้งในพื้นที่นั้นเลย หรือในสถานที่อื่นที่เหมาะสม” แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดอื่น

แต่ดูเหมือนทรัมป์จะไม่เต็มใจที่จะผ่อนคลายแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่อิหร่านพยายามเรียกร้องให้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง โดยเขากล่าวในวันพุธว่า “เราไม่ได้กำลังพูดถึงการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร หรือการมอบเงินให้ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการยกเลิกคว่ำบาตร ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรทั้งนั้น”

“เรายังคงควบคุมเงินที่พวกเขาอ้างว่าเป็นของพวกเขาอยู่ เราจะควบคุมเงินนั้นไว้ และเมื่อพวกเขาทำตัวดีและทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราถึงจะยอมให้พวกเขาได้เงินคืน แต่ในตอนนี้เราจะไม่ทำแบบนั้น” ทรัมป์ย้ำ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ลั่น ไม่รีบทำข้อตกลงอิหร่าน ชี้ไม่สนเลือกตั้งกลางเทอม

ทรัมป์ลั่น ไม่รีบทำข้อตกลงอิหร่าน ชี้ไม่สนเลือกตั้งกลางเทอม

28 พ.ค. 2569 01:25 น.

ทรัมป์ลั่น ไม่รีบทำข้อตกลงอิหร่าน ชี้ไม่สนเลือกตั้งกลางเทอม

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะไม่รีบร้อนทำข้อตกลงกับอิหร่าน เพราะเขาไม่สนแรงกดดันเรื่องการเลือกตั้งกลางเทอม และว่าพร้อมกลับไปใช้กำลังอีกครั้ง หากทำข้อตกลงไม่สำเร็จ

เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่าจะผลักดันให้เกิดข้อตกลงที่ได้เปรียบเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน พร้อมเตือนว่าความพยายามของรัฐบาลเตหะรานที่จะยื้อเวลาเพื่อรอดูเขาพ้นตำแหน่งนั้น จะไม่มีวันสำเร็จ เพราะ “ผมไม่สนเรื่องการเลือกตั้งกลางเทอม”

“พวกเขาคิดว่าจะรอให้ผมหมดวาระไปเองใช่ไหม? คิดว่าจะถ่วงเวลาเพราะเขามีการเลือกตั้งกลางเทอมรออยู่” ทรัมป์กล่าวในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งปฏิเสธความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางการเมืองภายในประเทศจากสงครามครั้งนี้

“ผมไม่สนใจเรื่องการเลือกตั้งกลางเทอมหรอก ดูสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้สิ นั่นคือบทโหมโรงของการเลือกตั้งกลางเทอม ประชาชนเข้าใจเรื่องนี้ดี” เขากล่าว โดยอ้างถึงกรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เขาให้การสนับสนุน สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นรอบตัดสิน (Primary Runoff) ของพรรครีพับลิกัน เพื่อชิงเก้าอี้วุฒิสภาในรัฐเท็กซัส

ประธานาธิบดีทรัมป์ยังแสดงความมั่นใจว่าสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งได้ในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่ารัฐบาลของเขายังไม่พอใจกับเงื่อนไขในปัจจุบัน และพร้อมที่จะกลับมาเปิดฉากการสู้รบอีกครั้งหากไม่ได้รับข้อเสนอตามที่ต้องการ

“เรายังไม่พอใจกับข้อตกลงนี้ แต่เดี๋ยวเราก็คงจะพอใจ” ทรัมป์กล่าว “ไม่เช่นนั้น เราก็แค่ต้องกลับไปจัดการงานนี้ให้มันจบๆ ไป”

นอกจากนี้ เขายังยกตัวอย่างการกลับมาใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อีกครั้งในอิหร่านเพื่อเป็นสัญญาณชี้ว่า ท่าทีที่แข็งกร้าวของรัฐบาลอิหร่านเริ่มอ่อนกำลังลง โดยอ้างว่า “ระบบเศรษฐกิจทั้งหมดของพวกเขากำลังพังทลาย” และเสริมว่า “พวกเขาแค่ต้องการจะทำข้อตกลง ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะมีทางเลือกอื่น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลเผย สังหารหัวหน้าฝ่ายติดอาวุธคนใหม่ของกลุ่มฮามาสแล้ว

อิสราเอลเผย สังหารหัวหน้าฝ่ายติดอาวุธคนใหม่ของกลุ่มฮามาสแล้ว

27 พ.ค. 2569 23:34 น.

อิสราเอลเผย สังหารหัวหน้าฝ่ายติดอาวุธคนใหม่ของกลุ่มฮามาสแล้ว

ทางการอิสราเอลเปิดเผยว่า กองทัพสังหารผู้นำคนใหม่ของฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาแล้ว ระหว่างการโจมตีทางอากาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ค. 2569 อิสราเอลเปิดเผยว่า กองทัพของพวกเขาสังหารนาย โมฮัมเหม็ด โอเดห์ หัวหน้าคนใหม่ของฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาแล้ว หลังจากเพิ่งสังหารผู้ดำรงตำแหน่งคนก่อนหน้าไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าในขณะนี้จะยังคงอยู่ในช่วงข้อตกลงหยุดยิงก็ตาม

นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล กล่าวว่า “ผู้บัญชาการฝ่ายติดอาวุธขององค์กรก่อการร้ายฮามาสในฉนวนกาซาถูกกำจัดแล้วเมื่อวานนี้ และถูกส่งไปพบกับพรรคพวกของเขาในขุมนรก”

“เราให้คำมั่นสัญญาว่าจะกำจัดทุกคนที่มีส่วนนำในการสังหารหมู่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม และนั่นคือสิ่งที่เราจะทำ พวกเขาทุกคนถูกตีตราว่าจะต้องตาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม” นายคัตซ์ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X

ขณะที่ในแถลงการณ์ร่วม กองทัพอิสราเอลและ ชินเบต (Shin Bet) ซึ่งเป็นหน่วยงานความมั่นคงภายในประเทศ ยืนยันการสังหารนายโอเดห์เมื่อวันอังคาร โดยระบุว่าเขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองพล “กัสซาม” (Qassam Brigades) หลังจากการสังหาร เอซเซดีน อัล-ฮัดดัด หัวหน้าคนก่อนเมื่อ 15 พ.ค.

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาฮามาสไม่เคยประกาศหรือยืนยันอย่างเป็นทางการว่า นายโอเดห์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากองพลดังกล่าว โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของกลุ่มฮามาสมาเป็นเวลานาน

นายคัตซ์ยังย้ำถึงเป้าหมายของอิสราเอลในการยุติการปกครองของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา และบอกใบ้ถึงแผนการบังคับย้ายถิ่นฐานของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ด้วย “แผนการย้ายถิ่นฐานโดยสมัครใจออกจากฉนวนกาซาจะถูกนำมาปฏิบัติเช่นกัน ทุกอย่างจะดำเนินการในเวลาที่เหมาะสมและในรูปแบบที่ถูกต้อง”

อนึ่ง โครงการย้ายถิ่นฐานชาวกาซา เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากนาย เบซาเลล สมอตริช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายขวาจัด โดยก่อนหน้านี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็เคยแสดงท่าทีสนับสนุนแนวคิดนี้ ก่อนที่จะล้มเลิกไป

ในเดือนกุมภาพันธ์ นายโฟลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกมาประณามแผนการดังกล่าว ซึ่งเขาระบุว่า มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์อย่างถาวรในฉนวนกาซา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

พบรอดชีวิตแล้ว 5 ชาวบ้านติดถ้ำน้ำท่วมที่ลาว เร่งหาอีก 2 คนที่เหลือ

พบรอดชีวิตแล้ว 5 ชาวบ้านติดถ้ำน้ำท่วมที่ลาว เร่งหาอีก 2 คนที่เหลือ

27 พ.ค. 2569 22:40 น.

พบรอดชีวิตแล้ว 5 ชาวบ้านติดถ้ำน้ำท่วมที่ลาว เร่งหาอีก 2 คนที่เหลือ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบผู้รอดชีวิตแล้ว 5 ราย ในเหตุชาวบ้านติดอยู่ในถ้ำน้ำท่วมที่ลาว โดยตอนนี้พวกเขากำลังเร่งค้นหาชาวบ้านอีก 2 คนที่ยังหาไม่พบ

เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยชาวลาวและไทยเปิดเผยว่า พบผู้รอดชีวิตแล้ว 5 รายจากทั้งหมด 7 รายที่ติดอยู่ภายในถ้ำที่ถูกน้ำท่วมขังในประเทศลาวมานานร่วมสัปดาห์ โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตามหาอีก 2 คนที่ยังคงหาไม่พบ

“เราพบผู้รอดชีวิตแล้ว 5 คน และทุกคนปลอดภัยดี ขณะนี้ยังเหลืออีก 2 คนที่เรากำลังค้นหาอยู่” กลุ่มอาสากู้ภัยเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นหน่วยกู้ภัยของลาวระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย

ขณะเดียวกัน นายเก่งกาจ บางกะวงค์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยชาวไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “เวลา 16.30 น. เราพบเป้าหมายแล้ว พบ 5 คน และกำลังตามหาอีก 2 คนที่เหลือ”

ทางด้านหนังสือพิมพ์ “ลาวอีโคโนมิกเดลี” ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลลาว ก็รายงานเช่นกันว่าพบผู้รอดชีวิตแล้ว 5 ราย

ทั้งนี้ ชาวบ้านชาวลาวจำนวน 7 คนได้เข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่งในแขวงไซสมบูรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศ ห่างจากกรุงเวียงจันทน์ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 125 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 20 พ.ค. เพื่อค้นหาทองคำ แต่กลับต้องติดอยู่ภายในถ้ำหลังจากฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้ามาปิดทางออก

นายมิกโก ปาซี นักดำน้ำกู้ภัยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศฟินแลนด์ กล่าวเมื่อช่วงเช้าวันพุธว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยจำเป็นต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายภายในถ้ำ ทั้งช่องทางคับแคบยาวหลายร้อยเมตร, น้ำที่ท่วมขัง, ความเสี่ยงจากดินถล่ม และความเสี่ยงสูงจากอากาศปนเปื้อน

นายปาซีโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียก่อนหน้านี้ว่า ทั้ง 7 คน “น่าจะติดอยู่ในโถงถ้ำส่วนปลายสุด” ซึ่งอยู่ห่างจากทางออกประมาณ 300 เมตร

“พื้นที่นี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของ” แบง (Baeng) เจ้าหน้าที่กู้ภัยชาวลาว บอกกับสำนักข่าว AFP โดยขอให้ระบุเพียงชื่อของเขาเท่านั้น ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย “ปกติชาวบ้านมักจะเข้าไปขุดรูและหาอาหารกันที่นั่นอยู่แล้ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิหร่านอ้าง ได้รับร่างข้อตกลงกับสหรัฐฯ ชี้ช่วยเปิดฮอร์มุซ-ยุติปิดล้อม

อิหร่านอ้าง ได้รับร่างข้อตกลงกับสหรัฐฯ ชี้ช่วยเปิดฮอร์มุซ-ยุติปิดล้อม

27 พ.ค. 2569 21:58 น.

อิหร่านอ้าง ได้รับร่างข้อตกลงกับสหรัฐฯ ชี้ช่วยเปิดฮอร์มุซ-ยุติปิดล้อม

สื่ออิหร่านเผยว่า รัฐบาลได้รับร่างข้อตกลงเบื้องต้นแล้ว โดยจะมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ หากข้อตกลงมีผลบังคับใช้

เมื่อ 27 พค. 2569 สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านเปิดเผยว่า รัฐบาลเตหะรานได้รับร่างกรอบการทำงานเบื้องต้นที่ยังไม่เป็นทางการ สำหรับทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสหรัฐอเมริกา เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างทั้ง 2 ประเทศแล้ว หลังจากเจรจาทางอ้อมมานานหลายเดือน

ภายใต้กรอบการทำงานดังกล่าว อิหร่านจะฟื้นฟูการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับคืนสู่ระดับก่อนเกิดสงครามภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน ในขณะที่สหรัฐฯ จะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ใกล้เคียงกับอิหร่านและยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล

สื่ออิหร่านบอกอีกว่า กรอบการทำงานดังกล่าว ไม่รวมประเด็นเรื่องเรือของกองทัพต่างๆ แต่กำหนดให้อิหร่านเป็นผู้บริหารจัดการการจราจรของเรือผ่านช่องแคบร่วมกับประเทศโอมาน

รายงานเสริมว่า ปัจจุบันกรอบการทำงานดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปขั้นสุดท้าย และเตหะรานจะไม่ดำเนินการใดๆ จนกว่าจะมีการ “ตรวจสอบที่จับต้องได้”

แต่หากมีการตกลงในขั้นสุดท้ายได้ภายใน 60 วัน กรอบการทำงานนี้อาจได้รับการอนุมัติในฐานะมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย

อนึ่ง บันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ เป็นผลมาจากการเจรจาทางอ้อมที่เริ่มขึ้นหลังสงครามปะทุเมื่อ 28 ก.พ. โดยมีปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักในการไกล่เกลี่ยระหว่างเตหะรานและวอชิงตัน

สงครามดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอิสราเอลทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตอบโต้กันด้วยขีปนาวุธและโดรน จนส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย และดึงให้กองทัพสหรัฐฯ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ท่ามกลางความหวั่นเกรงว่าจะกลายเป็นความขัดแย้งในภูมิภาคที่ขยายวงกว้างขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เจแปนแอร์ไลน์ผุดโปรเจกต์ “ส่งสิ่งของไปดวงจันทร์” หวังอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมโลก

เจแปนแอร์ไลน์ผุดโปรเจกต์ "ส่งสิ่งของไปดวงจันทร์" หวังอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมโลก

27 พ.ค. 2569 16:11 น.

เจแปนแอร์ไลน์ผุดโปรเจกต์ “ส่งสิ่งของไปดวงจันทร์” หวังอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมโลก

สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ หรือ JAL เปิดโครงการส่งวัตถุทางวัฒนธรรมและสินค้าสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นไปเก็บรักษาบนดวงจันทร์ ร่วมกับบริษัทพัฒนาทรัพยากรบนดวงจันทร์ ispace หวังปกป้องมรดกของมนุษยชาติจากภัยสงคราม ภัยธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมตั้งเป้าเป็นสายการบินแรกของโลกที่ให้บริการขนส่งสิ่งของสู่ดวงจันทร์

บริษัท เจแปนแอร์ไลน์ จำกัด (JAL) ร่วมกับ JALUX บริษัทการค้าในเครือ JAL Group และ ispace บริษัทพัฒนาทรัพยากรบนดวงจันทร์ระดับโลก ประกาศลงนามข้อตกลงร่วมกันในการเปิดตัวโครงการ “ARGO Trans-Lunar Heritage Project” หรือ ARGO PROJECT

โครงการนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลุ่มดาวเรืออาร์โก (Argo Navis) ซึ่งเปรียบเสมือนเรือใบ ลำใหญ่ โดยมีแนวคิดหลักคือการเป็น “ยานส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น” เนื่องจากโลกในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความเสี่ยงสูงที่ศิลปวัตถุ รวมถึงวิถีชีวิตอันล้ำค่าอาจสูญสลายไปอย่างกะทันหันจากภัยสงคราม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ รัฐบาลท้องถิ่นและบริษัทเอกชนจึงสามารถใช้บริการนี้เพื่อส่งสิ่งของที่เป็นเอกลักษณ์ วัตถุทางวัฒนธรรม หรือสินค้าที่เป็นสัญลักษณ์ขององค์กรไปจัดเก็บไว้ในสภาพแวดล้อมบนดวงจันทร์ เพื่อรอวันที่คนรุ่นหลังหรือประชากรบนดวงจันทร์ในอนาคตมาเปิดออกดู

หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ JAL จะกลายเป็นสายการบินแห่งแรกของโลกที่ให้บริการขนส่งสิ่งของไปยังดวงจันทร์ โดยได้เริ่มเปิดรับสมัครและเปิดขายพื้นที่ขนส่งให้แก่บริษัทเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้วตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. เป็นต้นไป

การขนส่งในครั้งนี้จะใช้ยานลงจอดบนดวงจันทร์ ในภารกิจ “Mission 3” ของบริษัท ispace ซึ่งมีกำหนดการปล่อยตัวในปี 2028 โดยสิ่งของทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ในกล่องขนส่งอวกาศพิเศษที่มีชื่อว่า “Möbius Ark” ที่มีความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร กว้าง 20 เซนติเมตร และสูง 10 เซนติเมตร โดยภายในจะถูกแบ่งเป็นช่องย่อยๆ สำหรับจัดวางสิ่งของ

กล่องดังกล่าวผลิตด้วยวัสดุพิเศษที่สามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรงบนพื้นผิวดวงจันทร์ เพื่อปกป้องสิ่งของภายในได้ในระยะยาว โดยเมื่อยานเดินทางถึงและจัดวางกล่อง Möbius Ark บนพื้นผิวดวงจันทร์เรียบร้อยแล้ว จะมีการถ่ายภาพส่งกลับมายังโลกเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันความสำเร็จด้วย

โปรเจกต์นี้จะถูกแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 เฟสหลัก โดยเฟส 1 ในปัจจุบัน เป็นการพัฒนาตู้คอนเทนเนอร์ และเปิดรับสมัครและคัดเลือกสิ่งของทางวัฒนธรรมที่จะส่งไปดวงจันทร์ ส่วนเฟส 2 จะเป็นการปล่อยจรวดเพื่อขนส่งตู้คอนเทนเนอร์จากวงโคจรโลกมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ ขณะที่เฟส 3 ยานจะลงจอดบนพื้นดวงจันทร์ และทำการติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ในจุดที่กำหนด และเฟส 4 เป็นการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ในระยะยาว เพื่อรอการส่งมอบมรดกวัฒนธรรมสู่มนุษยชาติบนดวงจันทร์ในอนาคต

โครงการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของภาคธุรกิจอวกาศในญี่ปุ่น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนในการปล่อยจรวดที่ลดต่ำลงอย่างมาก

นายโยสึเกะ เอโนโมโตะ ผู้จัดการอาวุโสของบริษัท PwC Consulting ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจอวกาศ ให้ความเห็นว่า “ในปัจจุบัน บริษัทที่ไม่เคยทำธุรกิจเกี่ยวกับอวกาศมาก่อน ต่างพยายามมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยการนำเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญของตนเองมาปรับใช้”

อย่างไรก็ตาม เขาระบุเพิ่มเติมว่าการเดินทางไปอวกาศยังคงมีราคาแพงเกินไปสำหรับผู้บริโภคทั่วไป ซึ่งการที่จะทำให้การขนส่งหรือการเดินทางในลักษณะนี้แพร่หลายได้ในอนาคต จำเป็นต้องมีการรับรองความปลอดภัยขั้นสูง รวมถึงการพัฒนาทางเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนให้ต่ำลงกว่าที่เป็นอยู่

การก้าวเข้าสู่ธุรกิจอวกาศของ JAL Group ในครั้งนี้ ถือเป็นการนำประสบการณ์ด้านการขนส่งทางอากาศที่ยาวนานกว่า 70 ปี มาต่อยอดเพื่อสร้างเครือข่ายการขนส่งใหม่ไปยังดวงจันทร์ และมุ่งหวังที่จะสร้างสังคมที่การขนส่งสู่อวกาศกลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคนในอนาคต.

ที่มา JAPAN AIRLINES / KYODO NEWS