รักษ์เกษตร : ทางเลือกการปฏิบัติการเกษตรหน้าแล้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/463483

news_default

รักษ์เกษตร : ทางเลือกการปฏิบัติการเกษตรหน้าแล้ง

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คำถาม ผมจะแก้ปัญหาการเกษตรในหน้าแล้งได้อย่างไรบ้างครับ

แสงทอง ทองอุทัยวรรณ

อ.เมือง จ.ชัยภูมิ

คำตอบ

ในช่วงหน้าแล้ง และต้องใช้น้ำที่มีอย่างจำกัด เป็นเรื่องที่เกษตรกรต้องพบและวนกันไปอย่างนี้อยู่ทุกปี แม้ว่าจะวางแผนกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะผ่านหน้าแล้งนี้ ไปได้รัฐบาลได้ประกาศให้เกษตรกรชะลอการปลูกข้าวออกไปก่อน เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนมีน้ำน้อย มีเพียงพอสำหรับอุปโภคและบริโภคเท่านั้น ทางจังหวัดและเกษตรกร ที่มีการปลูกข้าวมาก จึงต้องมีการวางแผนการใช้น้ำอย่างรัดกุม เพื่อให้ผ่านพ้นหน้าแล้งนี้ไปได้ ในขณะที่ยังสามารถทำการเกษตรปลูกพืชผัก มีอาหารและสร้างรายได้ระหว่างที่ปลูกข้าวที่ต้องใช้น้ำมากไม่ได้

เกษตรกร ต้องมีการวางแผนเตรียมตัวปลูกพืชหลังทำนา หากภาครัฐต้องการรณรงค์ให้เกษตรกรปลูกพืชทดแทนในฤดูน้ำน้อยว่างนา อาจจะต้องมีการวางแผนให้กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ร่วมกันในการเลือกชนิดพืช ระยะเวลาการให้ผลผลิต การใช้น้ำ การตลาด และราคาผลผลิต หากผลผลิตชนิดใดมีจำนวนมาก ก็สามารถนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้ หากทำได้อย่างนี้แล้ว การปลูกพืชทดแทนช่วงพักนา (น้ำน้อย) จะเป็นแนวทางการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรได้อย่างยั่งยืนต่อไป

แนวทางเลือกการปฏิบัติด้านการเกษตรที่ดีคือ

1. ปลูกผักอินทรีย์ สร้างรายได้ช่วงพักนาน้ำน้อยงดปลูกข้าว หันมาปลูกผักอินทรีย์แม้ว่าช่วงว่างจากการทำนาจะมีเพียงไม่กี่เดือน การแก้ปัญหาน้ำไม่เพียงพอต่อการปลูกข้าว ให้หันมาปลูกผักอินทรีย์ โดยแบ่งเนื้อที่หลังบ้านมาปลูกผัก มีอาหาร สร้างรายได้ระหว่างฤดูฝนที่จะมาถึงแต่ผลผลิตจากแปลงผักหลังบ้านนี้ ก็มีผลผลิตออกให้เก็บเกี่ยวหมุนเวียนจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี เมื่อผักใบเริ่มหมดรุ่น พืชที่ให้ผลผลิตเป็นผล เช่น พริก มะเขือพวง มะเขือเปราะ มะเขือเทศ และถั่วพู ก็จะเริ่มออกผลผลิตให้เก็บรุ่นต่อไปได้เลย เมื่อจำหน่ายผลสดไม่หมด มะเขือเทศก็นำมาแปรรูปเป็นมะเขือเทศเชื่อม สร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่าการขายผลสด

2.ปลูกพืชหลากหลายชนิดเป็นวนเกษตร โดยใช้ประโยชน์จากพื้นที่หลังบ้าน ทำเป็นแปลงปลูกผักหลายชนิด อย่างละน้อย แต่ให้มีผักขายได้ทุกวัน เช่น ปลูกพริกพันธุ์ต่างๆ ปลูกพริกหนุ่ม พริกพื้นบ้านสายพันธุ์โบราณ พริกจินดา ซึ่งเป็นพริกที่มีภูมิต้านทานโรคได้ดี และสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกครั้งต่อไปได้ ไม่ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ทุกครั้งที่ปลูก และยังมีรายได้จากการนำพริกมาแปรรูปเป็นน้ำพริกขายได้อีก

3. เลือกปลูกผักตามที่ตลาดต้องการโดยเน้นการขายได้ และนำมาแปรรูปได้ การปลูกให้ทำการยกร่องทำแปลงลักษณะเป็นหลังเต่า แต่ละแปลงมีขนาดสั้นยาวไม่เท่ากันตามพื้นที่ที่มีอยู่ ออกแบบให้ง่ายต่อการทำงานในแปลง ให้ปลูกพริกพันธุ์ต่างๆ ปลูกผักกาดเขียว ผักกาดขาว ผักกาดหอม ผักสลัด กวางตุ้ง คะน้า ซึ่งเป็นผักที่สามารถขายได้ทั้งปี เป็นที่ต้องการของตลาด ปลูกต้นหอม หอมแดง หอมแบ่งไว้ทำพันธุ์ ปลูกผักสวนครัว เช่น มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว มะเขือพวงชมจันทร์ กะเพรา โหระพา และมะเขือเทศ ที่สามารถนำมาแปรรูปขายได้อีก จากนั้นให้เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้ได้เองอีกต่อไป

4. ให้เพาะเมล็ดในถาด ลดการใช้น้ำเกินความจำเป็นปกติการปลูกพืชผักสวนครัวจะใช้น้ำมาก ให้มีการคำนวณการใช้น้ำอย่างคร่าวๆ ตลอดฤดูกาล ในช่วงวิกฤติน้ำน้อยต้องใช้น้ำอย่างประหยัด โดยวิธีการเพาะเมล็ดพันธุ์ในถาด จะช่วยประหยัดน้ำได้มาก เนื่องจากระยะแรกของการเจริญเติบโตของกล้าผักจะต้องการน้ำสูง และต้องมีอย่างเพียงพอแก่ความต้องการ หากปลูกโดยหว่านเมล็ดลงดินเลยและรดน้ำลงดินโดยตรงจะไม่สามารถควบคุมการใช้น้ำได้ และสิ้นเปลืองน้ำเกินความจำเป็น

5. ใส่ปุ๋ยตามระยะการโตของพืชการยกร่องแปลงปลูก จะสะดวกต่อการทำงานใส่ปุ๋ย การใช้ปุ๋ยควรเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหน เช่น แกลบดิบ แกลบดำ ใช้มูลสัตว์ที่มีอยู่มากในพื้นที่ เช่น มูลแพะมูลวัว และมูลหมู เพื่อเพิ่มแร่ธาตุในดินและช่วยในการปรับปรุงบำรุงดินอีกด้วย

6. การนำกล้าลงดิน เมื่อเตรียมดินเรียบร้อยแล้ว ให้เอากล้าลงดิน โดยต้องรดน้ำในแปลงให้ชื้นก่อน กล้าที่ใช้อายุประมาณ 10 วัน จากนั้นใช้ฟางข้าวคลุมหน้าดิน และรดน้ำแค่พอชื้น

7. การให้น้ำ ควรให้น้ำแบบระบบสปริงเกอร์เพื่อความสะดวกและประหยัดน้ำที่สุด โดยเดินระบบทุกแปลงผ่านหัวจ่ายน้ำหลักผ่านท่อส่งน้ำไปตามร่องผัก โดยจะให้น้ำร่วมกับการให้น้ำหมักชีวภาพในระบบเดียวกันเลย รดน้ำผักวันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 9 โมง และอีกครั้ง ประมาณ 4 โมงเย็น

8. การดูแลปราบวัชพืชให้ใช้วิธีการถอนหญ้าออกจากแปลง แล้วทำเป็นปุ๋ยพืชสดในร่องเลย เมื่อรดน้ำหมักในแปลงหญ้าที่ถูกถอนทิ้งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 15 วัน ก็จะถูกย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยในแปลงได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งก็ประหยัดทั้งน้ำในการหมักปุ๋ยและรดผักได้พร้อมๆ กัน นะครับ

นาย รัตวิ

กรมชลฯเดินหน้าจัดกิจกรรมCSR สร้างระบบกรองน้ำดื่มสะอาด-วัดสายตาแจกแว่นฟรี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/463480

news_default

กรมชลฯเดินหน้าจัดกิจกรรมCSR สร้างระบบกรองน้ำดื่มสะอาด-วัดสายตาแจกแว่นฟรี

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นางณภัทร เวียงคำมา ผู้อำนวยการส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานเป็นหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบเรื่องน้ำของประเทศ มีภารกิจพัฒนาแหล่งน้ำบริหารจัดการน้ำ ป้องกันภัยอันเกิดจากน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งเพื่อให้ประชาชนมีน้ำเพียงพอสำหรับกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการดูแลรักษาคุณภาพน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคที่ได้มาตรฐานโดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังขาดแคลนน้ำดื่มสะอาด ก็เป็นสิ่งที่กรมชลประทานให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน ดังนั้น กรมจึงจัดทำ “โครงการน้ำดื่มชลประทานเพื่อประชาชนในพื้นที่ชนบท” ภายใต้ “โครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)” เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้ประชาชนทุกพื้นที่โดยเฉพาะนักเรียน อนาคตของประเทศชาติได้บริโภคน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน และสอดคล้องกับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ในด้านการจัดการน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคที่มีเป้าหมายขยายเขตน้ำประปาและน้ำดื่มได้มาตรฐาน 75,032 หมู่บ้านทั่วประเทศ และยังสอดรับกับกิจกรรมที่องค์การสหประชาชาติ (UN) กำหนดเป็นประเด็นจัดงานวันน้ำโลก ในปี 2562 คือ “ Leaving no one behind” หรือ“เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” อีกด้วย สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าวครั้งนี้กรมติดตั้งระบบกรองน้ำดื่ม ที่โรงเรียนเทศบาลพนา (สามัคคีวิทยา) ตำบลพระเหลา อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ เนื่องจากโรงเรียนร้องขอและจากการลงพื้นที่สำรวจยังพบว่า นักเรียน ครูอาจารย์ขาดแคลนน้ำดื่มต้องซื้อน้ำรับประทานดังนั้น การติดตั้งระบบน้ำดื่มที่ได้มาตรฐาน จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังเล็งเห็นว่า ประชาชนในพื้นที่ชนบทยังขาดโอกาสทางด้านสุขภาพ โดยเฉพาะการดูแลรักษาดวงตาซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญยิ่งในการใช้ชีวิตประจำวันและประกอบอาชีพ ซึ่งจากการสำรวจของหน่วยงานด้านสาธารณสุขพบว่าประชาชนในชนบทมากกว่าครึ่งมีปัญหาเรื่องสายตา ดังนั้นเมื่อกรมชลประทานได้เข้าไปดำเนินโครงการน้ำดื่มชลประทานดังกล่าวแล้วจึงได้ร่วมมือกับสมาคมยี่สิบสองนอซึ่งเป็นสมาคมผู้ใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในพื้นที่ชนบท ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในการให้บริการตรวจวัดสายตาพร้อมประกอบแว่นด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมแจกแว่นสายตาฟรีให้กับนักเรียน และชาวบ้านในพื้นที่ควบคู่ไปด้วย ซึ่งสมาคมยี่สิบสองนอเป็นสมาคมที่มีประสบการณ์ดำเนินโครงการตรวจวัดสายตามาเป็นเวลากว่า 10 ปี

ประมงกำหนดสัตว์สงวนเพิ่มอีก4ชนิด เปิดรับแจ้งครอบครองถึง24ก.พ.63 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/463477

news_default

ประมงกำหนดสัตว์สงวนเพิ่มอีก4ชนิด เปิดรับแจ้งครอบครองถึง24ก.พ.63

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่าเพื่อให้การสงวน อนุรักษ์ คุ้มครองและบำรุงรักษาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า และการบริหารจัดการสัตว์ป่า ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน จึงตราพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งได้มีผลบังคับใช้แล้วนั้น และกำหนดชนิดของสัตว์ป่าสงวน (สัตว์น้ำ) เพิ่มขึ้นอีก 4 ชนิดคือ วาฬบรูด้า (Balaenoptera edeni) วาฬโอมูระ (Balaenoptera omurai) เต่ามะเฟือง (Dermochelys coriacea) และฉลามวาฬ (Rhincodon typus) โดยที่กรมประมงเป็นหน่วยงานมีหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบ ออกใบอนุญาต ใบรับรองต่างๆตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขภายใต้กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งรวมถึงสัตว์ป่าสงวนหรือซากสัตว์ป่าสงวน (สัตว์น้ำ) ทั้ง 4 ชนิดดังกล่าวด้วย โดยผู้ใดมีสัตว์ป่าสงวนซากสัตว์ป่าสงวนดังกล่าวไว้ในครอบครอง และประสงค์จะครอบครองสัตว์ป่าสงวน ซากสัตว์ป่าสงวนให้มาแจ้งการครอบครองฯ ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 เท่านั้น แต่ถ้าไม่ประสงค์จะครอบครองสัตว์ป่าสงวนดังกล่าวต่อไป ให้ผู้ครอบครองจำหน่าย จ่าย หรือโอนให้แก่ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งและประกอบกิจการสวนสัตว์หรือสวนสัตว์ของรัฐได้ภายใน 180 วันนับแต่วันที่ได้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ถ้ายังมีสัตว์ป่าสงวนเหลืออยู่ในความครอบครองอีกเท่าใดให้ถือว่าผู้ครอบครองสัตว์ป่าสงวนนั้นยินยอมให้ตกเป็นของแผ่นดิน และให้ผู้นั้นส่งมอบสัตว์ป่าสงวนให้กรมประมง เพื่อนำไปดำเนินการตามระเบียบของกรมประมง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการต่อไปผู้รับใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าสงวนชั่วคราวจะจำหน่าย จ่าย หรือโอนสัตว์ป่าสงวนต่อไปไม่ได้เว้นแต่โดยการตกทอดทางมรดก สำหรับผู้รับใบรับรองการครอบครองซากสัตว์ป่าสงวนจะจำหน่าย จ่าย หรือโอนซากสัตว์ป่าสงวนได้ต้องได้รับหนังสืออนุญาตจากอธิบดีกรมประมงหรือตกทอดทางมรดกเท่านั้น

เร่งชี้แจงผู้ประกอบการขนส่งผลไม้ไปจีน ลดความเสี่ยงทำผิดเงื่อนไขใช้เส้นทาง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/463478

news_default

เร่งชี้แจงผู้ประกอบการขนส่งผลไม้ไปจีน ลดความเสี่ยงทำผิดเงื่อนไขใช้เส้นทาง

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  ชี้แจงกรณีกรมวิชาการเกษตรมีคำสั่งด่วนที่สุดให้ระงับออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (PC) สำหรับส่งออกผลไม้ทางบกไปจีนของด่านตรวจพืชนครพนมเป็นการชั่วคราวและให้ด่านตรวจพืชมุกดาหารเป็นหน่วยงานออกใบ PC เพียงแห่งเดียว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นนั้น   เพื่อต้องการลดความเสี่ยงการทำผิดข้อตกลงเรื่องเส้นทางการขนส่งของผู้ประกอบการ เนื่องจากที่ผ่านมาจีนแจ้งเตือนถึงปัญหาคุณภาพสินค้า การไม่ทำตามเงื่อนไขการนำเข้า  และการเปิดตู้สินค้าระหว่างการขนส่งผ่านประเทศที่สาม

ทั้งนี้ ฝ่ายจีนเริ่มตั้งข้อสังเกตว่ามีการขนส่งผลไม้ผ่านเส้นทาง R12 ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งแห่งใหม่จากจ.นครพนมเข้าสู่ด่านโหย่วอี้กวนของจีน ถือว่าฝ่ายไทยไม่ทำตามข้อตกลงในพิธีสาร เนื่องจากเส้นทาง R12 ยังไม่ได้รับการยอมรับจากฝ่ายจีน เพราะยังไม่มีพิธีสารมารองรับ  จึงแจ้งเตือนขอให้ไทยดำเนินการแก้ปัญหา ก่อนที่จีนจะมีคำสั่งระงับการนำเข้าสินค้าจากบริษัทที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในพิธีสาร  ซึ่งหากสถานการณ์ร้ายแรงกว่านั้น เป็นไปได้ว่าฝ่ายจีนอาจระงับนำเข้าผลไม้จากไทยที่ส่งออกทางบกผ่านประเทศที่สามทั้งหมด  ซึ่งความเสียหายจะเกิดขึ้นกับผลไม้ไทยอย่างประเมินค่าไม่ได้

ภายใต้การผลักดันของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำให้ไทยได้รับอนุญาตจากกระทรวงศุลกากรของจีน (GACC) ให้นำเข้าผลไม้ได้เป็นจำนวนถึง 22 ชนิด โดยทั้งสองฝ่ายได้มีข้อตกลงที่เรียกว่า “พิธีสารการส่งออกผลไม้ไปจีนทางบกตามเส้นทาง R9” ที่กำหนดให้รถบรรทุกสินค้าของไทยต้องวิ่งตามเส้นทาง R9 จากจังหวัดมุกดาหารเข้าสู่ด่านโหย่วอี้กวนของจีน แต่ปัจจุบันได้มีเส้นทางใหม่คือเส้นทาง R12 จากจังหวัดนครพนมเข้าสู่ด่านโหย่วอี้กวนของจีนเช่นกัน ระยะเวลาขนส่งต่างกันไม่ถึง 5 ชั่วโมง  จึงไม่ส่งผลต่อคุณภาพของผลไม้แต่อย่างใด กรมวิชาการเกษตรเล็งเห็นที่ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในภายหน้า จึงจำเป็นต้องออกคำสั่งดังกล่าวโดยด่วนแต่ก็เป็นคำสั่งเพียงชั่วคราวเท่านั้น  เนื่องจากขณะนี้กรมและสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เร่งเจรจากับ GACC ขอให้ยอมรับการส่งออกผลไม้ไปจีนผ่านเส้นทาง R12  และจะติดตามผลการพิจารณาของจีนอย่างใกล้ชิด

“ขอให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้าใจและให้ความร่วมมือกันเพื่อรักษาการส่งออกผลไม้ไปจีนอย่างยั่งยืนต่อไป โดยมอบให้ดร.ภัสชญภณ หมื่นแจ้ง ผู้อำนวยการสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร เชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมที่ด่านตรวจพืชนครพนมหาแนวทางที่เหมาะสมร่วมกันปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อตกลงในพิธีสารโดยขอยกเลิกการออกใบรับรองสุขอนามัยพืชชั่วคราวที่ด่านตรวจพืชนครพนมไปก่อนจนกว่าการเจรจาของไทยและจีนสำเร็จและได้รับอนุญาตจากจีน” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  กล่าว

กษ.กางแผนจัดงานField Day ส่งความสุขปีใหม่ให้เกษตรกรตลอดปี’63 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/463481

news_default

กษ.กางแผนจัดงานField Day ส่งความสุขปีใหม่ให้เกษตรกรตลอดปี’63

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการโครงการส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกรตลอดปี 2563 โดยมอบให้หน่วยงานในสังกัดจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการสร้างความสุขให้คนในชาติด้วยการดำเนินกิจกรรมสร้างรายได้เพิ่มแก่เกษตรกร และเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตรจึงกำหนดจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day)ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) 882 แห่งและเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรเริ่มต้นการผลิตในปีการเพาะปลูกใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง ได้วิเคราะห์ปัญหาและมีฐานเรียนรู้ ซึ่งจะมีหน่วยงานเข้ามาให้บริการด้านการเกษตรตามภารกิจทั้งการเข้าถึงเทคโนโลยี ช่องทางการตลาดแหล่งข้อมูลความรู้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรโดยเฉพาะที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ ข้าว พืชไร่ ไม้ยืนต้น ผัก/สมุนไพร ไม้ผล ปศุสัตว์ และประมงเป็นต้น

สำหรับแผนการเปิดงาน Field Day 19 จุดหลัก โดยผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ โดยครั้งที่ 1 เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2562สินค้าหลัก : มะพร้าว ณ ศพก.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี รมว.เกษตรและสหกรณ์ (ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน) เป็นประธาน ครั้งที่ 2 เริ่มวันที่ 10 มกราคม 2563 สินค้าหลัก : ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ศพก.ปง จ.พะเยา โดยมี รมช.เกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า) เป็นประธาน ครั้งที่ 3 วันที่ 16 ม.ค. 2563 สินค้าหลัก : ข้าว ณ ศพก.ละงู จ.สตูล โดยอธิบดีกรมการข้าวครั้งที่ 4 วันที่ 20 ม.ค. 2563 สินค้าหลัก : จิ้งหรีด ณ ศพก.น้ำพอง จ.ขอนแก่น โดยอธิบดีกรมชลประทาน ครั้งที่ 5 วันที่ 23 ม.ค. 2563 สินค้าหลัก : พริกไทย ณ ศูนย์เครือข่ายแปลงใหญ่พริกไทย อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี และการจัดงานจะดำเนินต่อเนื่องไปจนครบ 19 จุดในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 กรมจึงขอเชิญชวนเกษตรกรร่วมเรียนรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีนวัตกรรมการผลิตใหม่ๆ ในการจัดงาน Field Day แต่ละพื้นที่โดยกิจกรรมหลักจะมีสถานีเรียนรู้ที่บูรณาการองค์ความรู้จากหลายหน่วยงานซึ่งเน้นเนื้อหาและเทคโนโลยีที่จำเป็นในกระบวนการผลิตสินค้าเพื่อถ่ายทอดให้เกษตรกรได้รับทราบ การให้บริการจากหน่วยงานภาครัฐ นิทรรศการของหน่วยงานราชการ/รัฐวิสาหกิจ กลุ่ม/สถาบันเกษตรกร รวมทั้งภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุน และกิจกรรมเสริม เช่น การแสดงและจำหน่ายสินค้าของกลุ่ม/สถาบันเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชนถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่กรมจะส่งต่อความสุขให้เกษตรกรในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดปี 2563 นี้

10กระทรวงทำMOUประวัติศาสตร์ คิกออฟฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/463479

news_default

10กระทรวงทำMOUประวัติศาสตร์ คิกออฟฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติว่า นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทั้ง 10 กระทรวง ร่วมกันสร้างมิติใหม่ของวงการเกษตรสู่  Digital Thailand 4.0 โดยร่วมกันพัฒนาระบบฐานข้อมูล เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยมาตรฐานเดียวกันสู่รัฐบาลดิจิทัล ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี  และนโยบายของรมว.เกษตรฯ ที่มุ่งขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตร ด้วยฐานข้อมูลด้านการเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯมีนโยบายการจัดทำ Big Data มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 2559 โดยจัดทำฐานข้อมูลเกษตรกรกลาง (Farmer ONE) ซึ่งมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ดำเนินการหลักในการจัดทำ Big Data ของกระทรวงเกษตรฯและพัฒนาต่อยอดสู่โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติในปีนี้ เพื่อบูรณาการฐานข้อมูลด้านการเกษตรจากหน่วยงานต่างๆ  ในกระทรวงเกษตรฯ และอีก 9 กระทรวง (8 กระทรวง และ 1 หน่วยงานในการกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี) ประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายอนันต์ สุวรรณรัตน์) เป็นผู้ลงนามร่วมกับผู้บริหารอีก 9 กระทรวง

ด้าน นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์  เลขาธิการ สศก.กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือดังกล่าวทั้ง 10 กระทรวงพร้อมเต็มที่ในการสนับสนุนระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ ตลอดจนข้อมูลในโซเชียลมีเดีย(Social Media) เพื่อนำมาวิเคราะห์ในส่วนที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่ภาคเกษตร ทั้งด้านเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ด้านสินค้าและทรัพยากรเกษตร นำมาจัดเก็บเข้าสู่ฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติต่อไป โดยการขับเคลื่อนระยะแรก จะผลักดันฐานข้อมูลสินค้าเกษตรสำคัญ  5 ชนิด คือ ข้าว  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และยางพารา รวมทั้งฐานข้อมูลเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตร และจะขยายเพิ่มอีก 8 สินค้าให้ครบ 13 สินค้า ภายในมกราคมปี 2563 รวมทั้งขยายฐานข้อมูลด้านปศุสัตว์และประมงระยะต่อไป  ปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าสืบค้นข้อมูลได้ผ่าน  http://agri-bigdata.org ระยะถัดไป จะเร่งเชื่อมโยงข้อมูล 10 กระทรวงเพื่อนำไปใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะนี้สศก.อยู่ระหว่างเร่งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ  Big Data ด้านการเกษตร โดยมีแนวทางจัดตั้งเป็นหน่วยงานในสังกัด สศก. เทียบเท่าศูนย์/สำนัก และเตรียมความพร้อมบุคลากร มั่นใจว่า โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ นับเป็นก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ที่ทุกหน่วยงานร่วมกันยกระดับการพัฒนาและปฏิรูปภาคการเกษตรให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน รวดเร็ว แม่นยำ โดยใช้ระบบ AI  ให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายขับเคลื่อนการเกษตรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 4.0 ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านนโยบาย การพยากรณ์ และเตือนภัยด้านการเกษตร อีกทั้ง ทุกภาคส่วนยังสามารถใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูล ช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) สู่บริการข้อมูลข่าวสารทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร

วัฒนาวิทยาลัย รุ่น 92 พร้อมคู่สมรส ฉลองวันเกิดส่งท้ายปี’62 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463488

วัฒนาวิทยาลัย รุ่น 92 พร้อมคู่สมรส ฉลองวันเกิดส่งท้ายปี’62

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ฉลองส่งท้ายปลายปี 2562 ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานอบอุ่นของกลุ่มเพื่อนๆ วัฒนาวิทยาลัย รุ่น 92พร้อมคู่สมรส นำโดย ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ, ผาณิต พูนศิริวงศ์,อ.ดวงใจ ตั้งสง่า, ภาวิไล บุราวาศ, ฉวีวรรณ ช่างต่อ, ปานจิต จันทรสาขา,ชุติมา พงษ์เลื่องธรรม, ดวงเนตรพงษ์ไพโรจน์, แววตา อัมพรายน์,ศ.ดร.มาลียา เครือตราชู, รศ.ทรรศนียาศักดิ์ดี, ยศวดี บุณยเกียรติ, จิราพรเชมนะสิริ, อ้อยทิพย์ เรมองต์, ดรุณี สุมิตร, ยุพยง นิ่มสมบุญ มีตติ้งจัดเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดให้กับเพื่อนที่เกิดในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ในธีมคริสต์มาสงานนี้ยังมีรุ่นพี่ที่เคารพนับถือ ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช มาร่วมรับทานอาหารด้วย ณ ร้านอาหารอิตาเลียน Zanotti ILRistorante Italiano (ซานนอตตี้อิล) ร้านดั้งเดิมย่านศาลาแดง เมื่อวันอังคารที่ 10 ธันวาคม 2562

ชูชัยจัดกาลาดินเนอร์หรูส่งท้ายปี ประมูลเพชรรายได้ส่วนหนึ่งมอบองค์กรการกุศล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463469

ชูชัยจัดกาลาดินเนอร์หรูส่งท้ายปี ประมูลเพชรรายได้ส่วนหนึ่งมอบองค์กรการกุศล

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ส่งท้ายศักราชด้วยความประทับใจกับงานดินเนอร์สุดหรูแห่งปี “50 Stars Gala Night by Chuchai” ซึ่ง ชูชัยชัยฤทธิเลิศ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเจมพีช กรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับเพชรและอัญมณีจัดขึ้น พร้อมเผยโฉม 50เครื่องประดับเพชรชิ้นพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขโดยเฉพาะโดยมีเหล่าเซเลบริตี้คนดังเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง พร้อมจัดประมูลเครื่องประดับเพชรรุ่นลิมิเต็ดรวมมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท เพื่อมอบรายได้ส่วนหนึ่งให้แก่องค์กรกุศลที่ โรงแรมโฮเทลมิวส์ แบงค็อก เมื่อเร็วๆ นี้

งานนี้ ชูชัย ยังคงคอนเซ็ปต์ความอลังการสมชื่อ ด้วยการเนรมิตโรงแรมหรูใจกลางเมืองให้ระยิบระยับไปด้วยชุดเครื่องประดับเพชรน้ำงามนับสิบชุดที่เรียงรายอวดโฉมตลอดทางเข้างานไปจนถึงห้องจัดแสดงเครื่องประดับที่อัดแน่นไปด้วยบรรดาเครื่องเพชรชิ้นลิมิเต็ดมากกว่า 50 ชิ้นที่ได้ออกแบบและรังสรรค์ด้วยตัวเองผ่านแรงบันดาลใจและประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจนได้เป็นคอลเลคชั่นพิเศษที่คงเอกลักษณ์ในด้านของดีไซน์อันประณีต และคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมมูลค่ากว่าหลายร้อยล้านบาทอีกทั้งยังยกทัพของสะสมหายากมาให้ผู้มาร่วมงาน ได้ยลโฉมอย่างจุใจ อาทิ หนึ่งในชุดภาพพิมพ์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศภาพพิมพ์ระดับโลกอย่าง “My Love, 2011” โดยฝีมือ ไกรศักดิ์ จิรชัยสกุล ศิลปินไทยที่ไปสร้างชื่อในเวทีประกวดศิลปะระดับนานาชาติมาอย่างยิ่งใหญ่

ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ กล่าวว่า ดินเนอร์ในคืนนี้ถือเป็นการแสดงความขอบคุณลูกค้าและผู้มาร่วมงานทุกท่านที่ได้ให้การสนับสนุนมาด้วยความรักโดยตลอด จึงอยากให้ทุกคนที่มาในวันนี้ได้ร่วมกันแบ่งปันความรักต่อไปยังองค์กรการกุศลต่างๆ ด้วยการประมูลเครื่องเพชรที่เตรียมมาอย่างตั้งใจ นอกจากจะประมูลได้เครื่องเพชรไปเป็นของขวัญให้กันในช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว ยังได้ทำบุญกับมูลนิธิต่างๆ อีกด้วย”

ไฮไลท์ของงานอยู่ที่การประมูลเครื่องประดับเพชรรุ่นลิมิเต็ดกว่า 50 ชุด มีผู้ประมูลกันดุเดือดอย่างไม่มีใครยอมใครเรียกได้ว่าพร้อมใจกันดันราคาเพชรขึ้นไปจนเคาะราคาสุดท้ายสูงลิบ อีกทั้งยังได้มีการมอบรายได้ส่วนหนึ่งให้แก่องค์กรเพื่อการกุศลทั้งหมด 3 องค์กร องค์กรละ200,000 บาท ได้แก่ มูลนิธิเด็กโสสะแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์, มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และกองทุนโรคมะเร็งในเด็ก ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า โสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ งานนี้นอกจากจะได้เครื่องเพชรแล้ว ยังได้บุญกลับไปอีกด้วย

ปิดท้ายงานด้วยแฟชั่นโชว์เหล่าเครื่องเพชรสุดหรู นำโดยสาวหน้าหวานเจ้าของตำแหน่งนางสาวไทยอย่าง สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ ที่เดินเปิดตัวด้วยต่างหูเพชรสุดวิจิตรมูลค่าสูงถึง 19 ล้านบาท ปิดท้ายด้วยดาราสาวมาดสวยแพงอย่าง ศรีริต้าเจนเซ่น มาเดินแบบฟินนาเล่พร้อมสวมใส่ชุดต่างหูคู่จากเพชรรวม 30 กะรัต และสร้อยคอจากเพชรเหลี่ยม 88 กะรัตที่นอกจากจะเป็นอัญมณีชิ้นที่หายากแล้วยังรวมมูลค่าสูงถึง 200 ล้านบาท ส่องประกายและเฉิดฉายจนยากจะละสายตา

จิตอาสา‘ชมรมรัฐวิสาหกิจฯ’ มอบ‘คุณช้างจับมือ’ส่งสุขผ่านผ้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463467

จิตอาสา‘ชมรมรัฐวิสาหกิจฯ’ มอบ‘คุณช้างจับมือ’ส่งสุขผ่านผ้า

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จิตอาสา พลังไทยใจอาสา กลุ่ม ปตท. ร่วมกับชมรมรัฐวิสาหกิจเพื่อชุมชน (ชรช.) มอบ “คุณช้างจับมือ”ส่งสุขผ่านผ้า จำนวน 4,500 ตัวเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย อัมพฤกษ์อัมพาต ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่มีความต้องการใช้อุปกรณ์บริหารกล้ามเนื้อมือ เพื่อใช้บรรเทาอาการมือจิกเกร็งเบื้องต้น

โดยจุดเริ่มต้นมาจากคุณจอย I See You ซึ่งเป็นผู้ป่วยพักรักษาตัวในแผนกผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) โรงพยาบาลบำราศนราดูร จึงมีแนวคิดในการออกแบบตุ๊กตาผ้ารูปช้างที่สามารถสอดนิ้วมือให้พอดีสามารถช่วยผู้ป่วยให้มีอาการทุเลาลงได้และสำนักพิมพ์ 1168 ได้จัดทำแพตเทิร์นพร้อมวิธีทำเผยแพร่ผ่านทางเฟซบุ๊คของสำนักพิมพ์ จนมีอาสาสมัครสนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ชมรมพลังไทยใจอาสา กลุ่ม ปตท. ได้เข้าร่วมโครงการคุณช้างจับมือ โดยเริ่มกิจกรรมและขยายผลการทำคุณช้างจับมือไปยังหน่วยงานต่างๆภายใน ปตท. และหน่วยงานภายนอก

โดยชมรมพลังไทยใจอาสา กลุ่ม ปตท. ร่วมกับ ชมรมรัฐวิสาหกิจเพื่อชุมชน (ชรช.)ได้ดำเนินการส่งมอบคุณช้างจับมือให้กับโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้

สำหรับใครที่อยากส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้ผู้ป่วย ส่งสุขผ่านผ้า ได้แล้ว สามารถลงมือทำคุณช้างจับมือได้ง่ายๆ ด้วยการเตรียมเศษผ้านิ่มๆ, นุ่น หรือใยสังเคราะห์สำหรับยัดไส้ และเข็ม ด้าย โดยดาวน์โหลดแพตเทิร์นคุณช้างจับมือได้ที่ https://1168group.com/pattern-คุณช้างจับมือ

LIFE & HEALTH : รู้จักตัวเลข..บอกสุขภาพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/463460

LIFE&HEALTH : รู้จักตัวเลข..บอกสุขภาพ

วันอังคาร ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้หลายๆคนคงจะได้ไปท่องเที่ยวพักผ่อน ร่วมงานปาร์ตี้สังสรรค์ฉลองปีใหม่กับเพื่อนฝูง ญาติมิตรหรือครอบครัวกันมาแล้ว ซึ่งหลังเทศกาลวันหยุดปีใหม่นี้ ทุกคนคงกลับมาทำงานพร้อมกับน้ำหนักตัวที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งต้องมาจัดการกับงานที่คั่งค้าง เข้าสู่วงจรทำงานแข่งกับเวลา เร่งรีบ และเต็มไปด้วยความเครียด เวลาส่วนใหญ่ของเราต่างหมดไปกับการทำงาน ในโลกยุคดิจิทัลที่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องรวดเร็ว ฉับไวทันตามกระแส ต้องตื่นเช้า-กลับดึก ผจญกับปัญหารถติด เจอะเจอกับฝุ่นควันมลพิษที่มีอยู่รอบๆ ตัว แถมอายุที่มากขึ้น ฯลฯ ล้วนส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ ขาดสมดุล และส่งผลให้อวัยวะต่างๆ เสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็ว

ขอเชิญชวนทุกท่านได้การหันมาดูแลตัวเองด้วยการหมั่นตรวจสอบตัวเลขสุขภาพซึ่งบางตัวสามารถทำได้ด้วยตัวเอง หรือบางตัวอาจต้องไปพบแพทย์ จะช่วยให้คุณเฝ้าระวังและใส่ใจกับรายละเอียดในการใช้ชีวิตให้มีสุขภาพดีขึ้นได้ไม่ยาก ข้อมูลจาก ผศ.นพ.เอกวีร์ ศรีปริวุฒิ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลขทางสุขภาพที่พวกเราควรรู้จักและใส่ใจ ดังนี้

120/80

120/80 มิลลิเมตรปรอท คือระดับความดันเลือดในร่างกาย เป็นสิ่งที่บอกถึงการทำงานของหัวใจในยามที่บีบตัว (ตัวเลขด้านบน) และเมื่อมันคลายตัว (ตัวเลขด้านล่าง)ตัวเลขยิ่งต่ำเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น แสดงว่าหัวใจของคุณไม่ได้ทำงานหนักจนเกินไป แต่หากตัวเลขที่ขยับสูงขึ้นกว่านี้ เช่น 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าความดันโลหิตสูงผิดปกติ ซึ่งคนส่วนมากก็จะไม่ได้สนใจหาทางรักษาส่วนหนึ่งเกิดจากโรคนี้ไม่ได้มีอาการที่น่ากลัว กระทั่งเกิดภาวะแทรกซ้อนและเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เกิดโรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคอัมพาต ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตเฉียบพลันได้

99

การวัดระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อดูว่าอินซูลินที่มีอยู่ในร่างกายซึ่งทำหน้าที่ในการเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นพลังงานนั้นยังทำหน้าที่ดีอยู่หรือไม่ ในคนปกติที่อดอาหารอย่างน้อย8 ชั่วโมง จะต้องมีค่าไม่เกิน 99 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หากมีค่าสูงอยู่ระหว่าง 100-125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ถือเป็นสัญญาณเตือนให้ระวังการเสี่ยงเป็นเบาหวานในอนาคตและก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา ไม่ว่าจะเป็นโรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคไตปลายประสาทเสื่อม รวมถึงเกิดปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ

18.5-24.9

ดัชนีมวลรวมของร่างกาย (BMI) เป็นวิธีการคำนวณมวลร่างกายโดยนำน้ำหนัก ส่วนสูง มาคำนวณตามสูตร คือ น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง (เมตร)ยกกำลังสอง ผลลัพธ์คือค่าดัชนีมวลกาย เช่น น้ำหนัก 59 กิโลกรัม สูง 160 เซนติเมตร BMI = 59/1.6 x 1.6 = 23.04 กก/เมตร2 หากคำนวณแล้วได้ค่าน้อยกว่า 18.5 แสดงว่ามีรูปร่างที่ผอม หากได้ค่า 18.5-22.9 แสดงว่ามีรูปร่างสมส่วน หากได้ค่า 23-24.9 แสดงว่าเริ่มอ้วน และหากได้ค่าตั้งแต่ 25 ขึ้นไปแสดงว่าอ้วน และเสี่ยงต่อโรคของความอ้วนที่จะตามมา เช่น โรคความดันโลหิตสูงโรคเบาหวาน โรคหัวใจขาดเลือด และโรคนิ่วในถุงน้ำดี แต่ในขณะเดียวกัน ผู้ที่ผอมเกินไป ก็จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายลดลง ดังนั้นควรรักษาระดับน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

200/150

ปริมาณไขมันในเส้นเลือด การตรวจจะต้องสังเกต 4 ค่าหลักๆ คือ คอเลสเตอรอล ไขมันตัวหนึ่งที่ช่วยสร้างกรดน้ำดีซึ่งช่วยในการย่อยอาหาร สร้างฮอร์โมนบางชนิด และวิตามินดี รวมทั้งเป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ แต่เมื่อใดที่มีมากเกินความต้องการของร่างกาย คือมากกว่า 200 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ก็มีโอกาสไปสะสมใต้ผนังหลอดเลือดด้านในมากขึ้นทำให้หลอดเลือดตีบและอุดตันได้ และยังมีไขมันในเลือดอีกตัวหนึ่งคือ ไตรกลีเซอไรด์ ที่มีผลเสียต่อสุขภาพของหลอดเลือดแดงเช่นกัน ซึ่งไม่ควรมีเกิน 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร นอกจากนี้ยังต้องตรวจสัดส่วนของไขมันชนิดดี HDL (high density lipoprotein) ซึ่งมีหน้าที่นำคอเลสเตอรอลจากกระแสเลือดไปทำลายที่ตับ ดังนั้นยิ่งมีมากยิ่งดีต่อร่างกาย และ LDL (low density lipoprotein) เป็นคอเลสเตอรอลชนิดเลว จะฝังตัวอยู่ตามผนังหลอดเลือด ดังนั้นจึงควรจะมีไม่เกิน 80-100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ทั้งนี้การควบคุมระดับไขมันในเลือดไม่ให้สูงจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง และหลอดเลือดแข็งตัวได้

โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนที่เรารัก ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหันมาตรวจสอบตัวเลขที่มีผลต่อสุขภาพ จะได้รู้ทันโรคภัยไข้เจ็บก่อนที่อะไรจะสายเกินแก้ มาเริ่มดูแลสุขภาพกันตั้งแต่ต้นปีเพื่อเป็นของขวัญรับปีใหม่ที่ดีที่สุดให้แก่ตัวเอง

สำหรับเทศกาลปีใหม่นี้ หากใครต้องการทำบุญช่วยเหลือเด็กยากไร้ผู้ป่วยมะเร็ง ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เลขาธิการกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ขอชวนร่วมบริจาคได้ที่ บช.ออมทรัพย์ SCB สาขาอ่อนนุช 133-2-08742-3 แนบหลักฐานการโอนเงินทางโทรสาร 02-7203323 เพื่อจะได้จัดส่งใบเสร็จรับเงินซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

ผศ. (พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ