Samut Sakhon Covid matches GH strain from India, Myanmar: Lab results #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Samut Sakhon Covid matches GH strain from India, Myanmar: Lab results (nationthailand.com)

Samut Sakhon Covid matches GH strain from India, Myanmar: Lab results

NationalDec 23. 2020

By The Nation

The Covid-19 strain responsible for the outbreak in Samut Sakhon matches the variant of the virus that is common in Myanmar and India, the Department of Medical Sciences said on Wednesday.

The department decoded the genetic sequence of Covid-19 from both Thai and Myanmar patients, and found a match between the two, said the department’s director-general Dr Supakit Sirilak.

Laboratory tests showed that the GH strain is responsible for the Samut Sakhon outbreak. This is the same strain behind the outbreak in Myanmar’s Shan state that recently spread to the Thai border districts of Mae Sai in Chiang Rai province and Mae Sot in Tak. The GH strain of Covid-19 has spread widely in India, from where it likely entered Myanmar’s Rakhine state before spreading to Thailand. It does not match the strain responsible for Covid-19 in Indonesia, Thailand’s trade and seafood partner to the south.

The GH strain was likely spread to Thailand by Myanmar migrant workers who crossed the border illegally at Mae Sot, said Supakit.

He added that most common variants of the Covid-19 virus seen in Thailand were the S strains from Europe, followed by the G, GH, and GR strains which have spread throughout the world, from the Middle East to Europe and the Americas.

The N501Y mutant Covid-19 spreading across Britain had so far not been detected in Thailand, but health authorities were keeping an eye out for this highly infectious strain, he said.

“We will continue to decode virus samples from time to time so that we can detect any unusual variants quickly,” said Dr Supakit.

ตลาด อ.ต.ก.คุมเข้มเพิ่มมาตรการป้องกันโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ตลาด อ.ต.ก.คุมเข้มเพิ่มมาตรการป้องกันโควิด-19 (naewna.com)

ตลาด อ.ต.ก.คุมเข้มเพิ่มมาตรการป้องกันโควิด-19

ตลาด อ.ต.ก.คุมเข้มเพิ่มมาตรการป้องกันโควิด-19

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 12.00 น.

นายศุภฤกษ์ เอี่ยมละออ กรรมการ อ.ต.ก.รักษาการแทนในตำแหน่งผู้อำนวยการ อ.ต.ก.กล่าวว่าจากกรณีศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้เผยแพร่ข้อมูลการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตรายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นจำนวนมากกว่า 600 ราย ในกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร และอาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพอนามัยของประชาชน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคที่มาใช้บริการตลาดสด อ.ต.ก. , ตลาดเกษตรอินทรีย์ , ตลาดริมน้ำ และตลาดต้นไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งเป็นตลาดที่อยู่ในพื้นที่การดูแลรับผิดชอบของ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยระงับวิกฤตการแพร่ระบาดของโรค โดยออกมาตรการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กำหนดทางเข้า – ออก ตลาดสด อ.ต.ก.ตั้งจุดตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของผู้ประกอบการค้าและผู้มาใช้บริการตลาด อ.ต.ก.ซึ่งเป็นการตรวจคัดกรองขั้นพื้นฐาน พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการค้าสวมหน้ากากอนามัย ปิดปากปิดจมูก คลุมคาง สวมผ้ากันเปื้อน สวมหมวกปกคลุมเส้นผม สวมถุงมือขณะสัมผัสอาหารหรือสินค้าที่จำหน่าย ใช้ภาชนะปิดอาหารเพื่อป้องกันการปนเปื้อน หมั่นล้างมือเพื่อรักษาความสะอาด เพิ่มจุดบริการพร้อมคำแนะนำในการล้างมือทั่วตลาด อ.ต.ก.เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคพื้นที่ตลาด บริเวณที่มีการสัมผัส และดำเนินการตรวจคัดกรองผู้ประกอบการค้าชาวไทย และกลุ่มแรงงานต่างด้าว

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ภายในตลาด อ.ต.ก.พร้อมจัดเจ้าหน้าที่จากศูนย์บริการสาธารณสุข 17 สำนักงานเขตจตุจักร ตั้งจุดคัดกรองแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในพื้นที่ตลาด อ.ต.ก.ทั้งหมดกว่า 120 ราย ซึ่งผลตรวจไม่พบผู้ติดเชื้อ

ทั้งนี้ อ.ต.ก.ยังคงควบคุมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ได้มาตรฐานทางสุขาภิบาลและถูกสุขลักษณะ และให้เป็นไปตามมาตรการต่างๆ ของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร อย่างเคร่งครัด ดังนั้นขอให้ผู้ประกอบการค้า และลูกค้าที่มาใช้บริการตลาด อ.ต.ก.มั่นใจในมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของตลาดสด อ.ต.ก.โดย ตลาดสด อ.ต.ก. ตลาดเกษตรอินทรีย์ ตลาดริมน้ำ และตลาดต้นไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ไม่เว้นวันหยุด และขอความร่วมมือผู้มาใช้บริการสวมหน้ากากอนามัย ปิดปากและจมูก เพื่อความปลอดภัย

ก.เกษตรฯจับมือ 18 ปท. ถกวิชาการพืชสวนเอเชีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ก.เกษตรฯจับมือ18ปท.ถกวิชาการพืชสวนเอเชีย (naewna.com)

ก.เกษตรฯจับมือ18ปท.ถกวิชาการพืชสวนเอเชีย

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมวิชาการพืชสวนแห่งเอเชีย ครั้งที่ 3 หรือ The 3rd Asian Horticultural Congress (AHC 2020) ว่า ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตพืชสวนเศรษฐกิจที่สำคัญของเอเชียและของโลก ทั้งไม้ผล พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ และสมุนไพร มีมูลค่าส่งออกของผลผลิตพืชทั้ง 4 กลุ่มนั้นรวมกันไม่ต่ำกว่าปีละ 7 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีผลงานวิจัยและพัฒนาด้านพืชสวนในสาขาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งพันธุ์ เทคโนโลยีการผลิต เทคโนโลยีภายหลังเก็บเกี่ยว การเก็บรักษา แปรรูป และการใช้ประโยชน์ รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพของผลผลิตให้ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ทั้งในประเทศและมาตรฐานสากล

“การที่ประเทศไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วมกับอีก 3 ประเทศ ซึ่งเป็นประเทศผู้ริเริ่มประชุมวิชาการพืชสวนแห่งเอเชียคือ สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี จะมีส่วนเพิ่มศักยภาพทางวิชาการ และนวัตกรรมด้านพืชสวนในภูมิภาคเอเชียให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป ซึ่งการประชุมครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่นักวิชาการจากประเทศต่างๆ จะได้แสดงศักยภาพทางวิชาการและนวัตกรรมด้านพืชสวน ตลอดจนเกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนำเสนอนวัตกรรม เพื่อใช้เป็นแนวทางพัฒนางานวิจัยด้านพืชสวนของแต่ละประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น รวมทั้งการสร้างเครือข่ายทางวิชาการด้านพืชสวนของภูมิภาคเอเชีย อันจะส่งผลให้เกิดความร่วมมืออย่างยั่งยืนต่อไปด้วย” รองปลัดกระทรวงเกษตรฯกล่าว

นายอนันต์ ดาโลดม นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการประชุมวิชาการพืชสวนแห่งเอเชีย ครั้งที่ 3 (AHC 2020)
เปิดเผยว่า สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมวิชาการพืชสวนแห่งเอเชีย ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2559 โดยครั้งนั้นมีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นที่เมืองเฉิงตู ซึ่งการประชุมดังกล่าว ที่ประชุมเห็นชอบให้สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการพืชสวนแห่งเอเชีย ครั้งที่ 3 ในปี 2563 ทั้งนี้ การประชุมวิชาการพืชสวนแห่งเอเชีย เป็นความริเริ่มของสมาคมพืชสวนของ 3 ประเทศคือ ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยประชุมครั้งแรกเมื่อปี 2551 ที่ เกาะเซจู สาธารณรัฐเกาหลี

สำหรับการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “พืชสวนอาเซียน เพื่อโลกที่ยั่งยืน” เป็นการนำเสนอผลงานวิจัยด้านพืชสวนใน 4 กลุ่มคือ พืชผัก ไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับและสมุนไพร หัวข้อนำเสนอแบ่งออกเป็น 7 กลุ่มคือ การปรับปรุงพันธุ์และเทคโนโลยีชีวภาพ สรีรวิทยาและการผลิต ธาตุอาหารพืชและการผลิต เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว การส่งเสริมการเกษตรและธุรกิจเกษตร การแปรรูปผลผลิต และเครื่องจักรกลการเกษตร โดยมีผู้บรรยายพิเศษ นักวิจัยผู้นำเสนอผลงาน
และผู้ร่วมประชุมรวมประมาณ 400 คน เป็นชาวต่างประเทศร่วมประชุมออนไลน์รวม 105 คน จาก 18 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บังกลาเทศ จีน อิตาลี ญี่ปุ่น รัสเซียนิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ โปแลนด์ สิงคโปร์ แอฟริกาใต้ ไต้หวัน เวียดนาม สหรัฐเมริกา อิสราเอล และอินโดนีเซีย ทั้งนี้ มีผลงานวิจัยที่นำเสนอของต่างประเทศรวม 39 เรื่อง

รายงานพิเศษ : ‘มนัญญา’ ดูงานสหกรณ์ฯโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ส่งเสริมทำเกษตรอินทรีย์-อาหารปลอดภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – รายงานพิเศษ : ‘มนัญญา’ดูงานสหกรณ์ฯโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ส่งเสริมทำเกษตรอินทรีย์-อาหารปลอดภัย (naewna.com)

รายงานพิเศษ : ‘มนัญญา’ดูงานสหกรณ์ฯโครงการหลวงดอยอินทนนท์  ส่งเสริมทำเกษตรอินทรีย์-อาหารปลอดภัย

รายงานพิเศษ : ‘มนัญญา’ดูงานสหกรณ์ฯโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ส่งเสริมทำเกษตรอินทรีย์-อาหารปลอดภัย

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สหกรณ์การเกษตรโครงการหลวงดอยอินทนนท์ จำกัด ตั้งอยู่ในเขตอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดตั้งและจดทะเบียนเป็นสหกรณ์ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2536 เป็นสหกรณ์ที่อยู่ในพื้นที่โครงการหลวง ก่อตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและส่งเสริมชาวไทยภูเขาให้มีการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี สามารถพึ่งพาตนเองได้ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ต่อมาได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มกันเพื่อดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม และยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้มีความกินดีอยู่ดี ทั้งภายในชุมชนและนอกชุมชน รวมทั้งสมาชิกสหกรณ์มีการบริหารจัดการองค์กรร่วมกัน เช่น รวบรวมผลผลิตทางการเกษตร การซื้อขายผลผลิตเพื่อจำหน่ายในตลาดท้องถิ่น ตลาดเกษตรกร และมีช่องทางการจำหน่ายอื่นด้วย อาทิ โครงการหลวงอีกทั้ง ยังจัดตั้งตลาดสินค้าชุมชน เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มสตรีสหกรณ์และกลุ่มเยาวชนของบ้านขุนกลางให้มีอาชีพและรายได้เพิ่มขึ้นโดยนำสินค้าที่ระลึกและผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาลมาจำหน่าย เช่น กะหล่ำปลีสลัด มะเขือเทศ ผักกาดขาวปลี หัวไชเท้าซูกินี หอมญี่ปุ่น เซเลอรี่ เบบี้ฮ่องเต้ เป็นต้น ซึ่งผลผลิตทางการเกษตรของสหกรณ์ฯ เป็นสินค้าที่ผ่านมาตรฐานและรับรองให้เป็นสินค้าเกษตรปลอดภัย จึงทำให้ได้รับการเชื่อมั่นจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

ปัจจุบันสหกรณ์ฯ มีสมาชิก 495 คนสมาชิกประกอบด้วยชนเผ่าม้งและกะเหรี่ยงมีทุนการดำเนินงานมากกว่า 38 ล้านบาทสหกรณ์ฯ ดำเนินธุรกิจ 5 ด้าน ประกอบด้วย ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจรับฝากเงิน ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจรวบรวมผลผลิต และธุรกิจบริการและส่งเสริมการเกษตร ทั้งนี้ สหกรณ์ฯดำเนินการรวบรวมผลผลิตของสมาชิกสหกรณ์ผ่าน บริษัท natural & premium food จำกัด วันละ 1-3 ตัน โดยใช้รถและห้องเย็นของบริษัท มีสมาชิกจำนวน 30 รายที่ได้ทำการเกษตรในรูปแบบเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) Good Agricultural Practice หรือการผลิตเกษตรปลอดภัย โดยส่วนผลผลิตให้โครงการหลวงดอยอินทนนท์ทั้งหมด แบ่งเป็น ไม้ดอก ได้แก่ เบญจมาศ และกุหลาบ ประมาณ 10,000 ดอก/วัน และพืชผักและไม้ผล 1-3 ตัน/วัน ได้แก่ กะหล่ำปลีผักสลัด มะเขือเทศ ผักกาดขาวปลี หัวไชเท้า ซูกินี หรือแตงกวาญี่ปุ่น หอมญี่ปุ่น เซเลอรี่อะโวคาโด และพลับ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์เฉลี่ย 40,000-100,000 บาท/ปี

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่ากระทรวงเกษตรฯให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการทำอาชีพการเกษตร พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยมีการดำเนินนโยบายส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ส่งเสริมให้เกษตรกรลดละเลิกการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชศัตรูพืช ส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าเกษตรในรูปแบบการทำเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) เพื่อให้สินค้าเกษตรมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค มีการยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์ให้เป็นองค์กรในระดับชุมชนในการรวบรวมจัดเก็บแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในระดับพื้นที่ รวมทั้งจัดหาตลาดโดยการจัดทำโครงการซูเปอร์มาเก็ตสหกรณ์ เพื่อให้เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้า ของสมาชิกที่มีคุณภาพ และเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดระหว่างขบวนการสหกรณ์กับภาคเอกชนเพื่อกระจายผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยไปสู่ผู้บริโภค นอกจากนี้ยังได้ริเริ่มโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร เพื่อให้ลูกหลานเกษตรกรได้กลับมาอยู่กับครอบครัว ใช้ความรู้และประสบการณ์จากภาคอุตสาหกรรมและบริการ รวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ มาพัฒนาการเกษตรของครอบครัว เป็นการสร้างงานการเกษตรให้เกิดความยั่งยืนต่อไป

กรมชลฯสั่งปิดอาคารที่ทำงาน ‘วิศวกรติดโควิด’ พ่นยาฆ่าเชื้อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – กรมชลฯสั่งปิดอาคารที่ทำงาน’วิศวกรติดโควิด’ พ่นยาฆ่าเชื้อ (naewna.com)

กรมชลฯสั่งปิดอาคารที่ทำงาน'วิศวกรติดโควิด' พ่นยาฆ่าเชื้อ

กรมชลฯสั่งปิดอาคารที่ทำงาน’วิศวกรติดโควิด’ พ่นยาฆ่าเชื้อ

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.41 น.

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 นายสัญญา แสงพุ่มพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ลงนามในประกาศคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารจัดการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กรมชลประทาน

จากกรณีที่มีวิศวกรสังกัดส่วนวิศวกรรม กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลางติดเชื้อโควิด-19 โดยพบว่า เดินทางไปยัง จ.สมุทรสาคร แล้วเดินทางมาทำงานที่กรมชลประทาน สามเสน ดังนั้น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค จึงสั่งการให้ปิดอาคารที่ทำการฝ่ายวิชาการ ซึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติงานของผู้ป่วยดังกล่าว เป็นเวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อให้ส่วนอาคารสถานที่ สำนักงานเลขานุการกรม พ่นยาฆ่าเชื้อภายในอาคารและจุดสัมผัสต่างๆ ที่มีการใช้ร่วมกันในบริเวณใกล้เคียงทันที

พร้อมทั้งแจ้งกรมควบคุมโรค หรือสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่โดยด่วน ให้บุคลากรที่เป็นผู้สัมผัสที่มีความเสียงสูง ได้แก่ ผู้สัมผัสใกล้ชิดที่พูดคุยกับผู้ป่วยในระยะ 1 เมตร นานกว่า 5 นาที หรือถูกไอ จาม รดจากผู้ป่วยโดยไม่มีการป้องกัน เช่น ไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือผู้ที่อยู่ในบริเวณที่ปิด ไม่มีการถ่ายเทอากาศ เช่น ในห้องปรับอากาศ รถปรับอากาศ รวมกับผู้ป่วย รวมทั้งบุคลากรอื่นที่ได้มีการติดต่อสื่อสาร ใกล้ชิดกับผู้ป่วpเข้ารับการตรวจคัดกองที่สถานพยาบาลโดยทันที และให้สำนัก/กองต้นสังกัดมอบหมายให้ปฏิบัติงานจากบ้าน (work from home) เพื่อกักกันตัว และเฝ้าสังเกตอาการจนครบ 14 วัน

นอกจากนี้ ให้สำนัก/กอง ตันสังกัดมอบหมายให้บุคลากรที่ไม่ได้เป็นผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติงานในอาคารที่ทำการฝ่ายวิชาการ ปฏิบัติงานจากบ้าน (work from home) เป็นเวลา 48 ชั่วโมง นับจากวันที่มีการฆ่าเชื้อภายในอาคาร โดยให้กลับมาปฏิบัติงานตามปกติ ในวันที่ 24 ธันวาคม อีกทั้งให้ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่สร้างการรับรู้ให้เจ้าหน้าที่ทราบถึงการปิดพื้นที่เสียงการติดเชื้อ และให้ปฏิบัติตนตามมาตรการการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด รวมทั้งเว้นระยะห่างจากพื้นที่ดังกล่าว อย่างน้อยเป็นเวลา 48 ชั่วโมง

เปิดไทม์ไลน์วิศวกร กรมชลฯวุ่น ส่อพบติดโควิด อีก 2 ราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เปิดไทม์ไลน์วิศวกร กรมชลฯวุ่น ส่อพบติดโควิด อีก 2 ราย (naewna.com)

เปิดไทม์ไลน์วิศวกร กรมชลฯวุ่น ส่อพบติดโควิด อีก 2 ราย

เปิดไทม์ไลน์วิศวกร กรมชลฯวุ่น ส่อพบติดโควิด อีก 2 ราย

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.56 น.

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมชลประทาน มีบุคลากรพบว่าติดเชื้อโควิด-19 โดยไม่มีการแสดงอาการ ตรวจพบเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา ตำแหน่งวิศวกรชลประทาน (พนักงานราชการ) สังกัด กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง เนื่องจากมีการเดินทางไปรับประทานอาหารยัง จ.สมุทรสาคร พื้นที่เสี่ยง ตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา

สำหรับไทม์ไลน์ เบื้องต้นของผู้ติดเชื้อพบว่าวันที่ 13 ธ.ค.เดินทางไป จ.สมุทรสาคร เพื่อรับประทานอาหารร้ายครัวเจ้าพระยา และร้านไอศกรีมไข่แข็งตลาดมหาชัย

วันที่ 14 – 17 ธ.ค.เดินทางมาปฏิบัติงานที่กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทานสามเสน

วันที่ 18 – 20 ธ.ค.เดินทางกลับภูมิลำเนาจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรอเลือกตั้งท้องตั้งท้องถิ่น

วันที่ 21 ธ.ค.เดินทางมาทำงานช่วงเช้าก่อน 10.00 น.และผู้บังคับบัญชาเห็นว่ามีความเสี่ยง จึงได้ให้ไปตรวจ และแจ้งผลการพบเชื้อเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.

ทั้งนี้ กลุ่มเพื่อนที่ไปด้วยกันรวม 4 คน ตรวจพบเชื้อ 2 คน ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาได้ให้ไปตรวจซ้ำอีกครั้งสำหรับผู้ไม่พบเชื้อ

รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าการดำเนินการของกรมชลประทาน ได้แจ้งกระทรวงสาธารณสุข ทั้งสายด่วน 1422 และผ่านทางโรงพยาบาลวชิร ของ กทม.พร้อมกันนี้สั่งกักตัวและสอบสวนโรคผู้ติดเชื้อ ให้จัดทำไทม์ไลน์อย่างละเอียด และให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง สังกัดส่วนวิศวกรรม ไปตรวจหาเชื้ออย่างเร่งด่วน บุคลากรของกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง ทยอยไปตรวจหาเชื้อตามลำดับ

ส่วนบุคลากรที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ผู้ที่ปฏิบัติงานในอาคารเดียวกันแต่คนละชั้น ให้กักตัวปฏิบัติงานที่บ้าน อย่างน้อย 14 วัน รวมทั้งปิดอาคารฝ่ายวิชาการ 14 ชั้น เพื่อทำการฉีดพ่นฆ่าเชื้อเป็นระยะเวลา 2 วัน (22 – 23 ธ.ค.) ประสานรถตรวจสอบโรคเคลื่อนที่ของกรุงเทพมหานคร เพื่อมาตรวจเชื้อ สำหรับบุคลากรที่มีความเสี่ยงสูงและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ จัดทำประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยผู้บังคับบัญชาเหตุการณ์ (อธิบดีกรมชลประทาน) สำหรับการปฏิบัติในส่วนของการทำงาน บุคลากร และสถานที่ จัดสถานที่ปฏิบัติงานสำรองสำหรับหน่วยงานในอาคารวิชาการ 14 ชั้น ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 24 ธ.ค.เป็นต้นไป

ถก ‘ล็อกดาวน์’ กรมชลฯสามเสน หลังวิศวกรติดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ถก‘ล็อกดาวน์’กรมชลฯสามเสน หลังวิศวกรติดโควิด (naewna.com)

ถก‘ล็อกดาวน์’กรมชลฯสามเสน หลังวิศวกรติดโควิด

ถก‘ล็อกดาวน์’กรมชลฯสามเสน หลังวิศวกรติดโควิด

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.32 น.

ถก‘ล็อกดาวน์’กรมชลฯสามเสน หลังวิศวกรติดโควิด

22 ธันวาคม 2563 นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีข้าราชการกรมชลประทาน ซึ่งเป็นวิศวกรกรมชลประทาน ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 หลังเดินทางลงพื้นที่และแวะรับประทานอาหารที่ตลาดกุ้งสมุทรสาคร หลังกลับมาจมูกไม่ได้กลิ่น จึงเดินทางไปตรวจ แพทย์ยืนยันว่าติดเชื้อ ดังนั้นขณะนี้กรมชลประทานได้รายงานสาธารณสุข และรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้ว ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ

“การเดินทางลงพื้นที่ในวันนี้ ลงไปหลายคน จึงสั่งให้ไปตรวจกันทั้งกลุ่ม และกำลังพิจารณาจะต้องล็อกดาวน์ กรมชลประทาน สามเสน หรือไม่ อย่างไร” นายทวีศักดิ์ กล่าว

‘ONITSUKA TIGER’ เปิดตัว ‘THE HOLIDAY QUILTING SERIES’ เพื่อเฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งเทศกาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘ONITSUKA TIGER’ เปิดตัว ‘THE HOLIDAY QUILTING SERIES’ เพื่อเฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งเทศกาล (naewna.com)

'ONITSUKA TIGER' เปิดตัว 'THE HOLIDAY QUILTING SERIES' เพื่อเฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งเทศกาล

‘ONITSUKA TIGER’ เปิดตัว ‘THE HOLIDAY QUILTING SERIES’ เพื่อเฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งเทศกาล

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.43 น.

Onitsuka Tiger(โอนิซึกะ ไทเกอร์) มีความยินดีที่จะแนะนำ“Holiday Quilting Series”ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดในคอลเล็ก-ชัน Autumn-Winter 2020 ของเราโดยซีรี่ย์รองเท้าสนีกเกอร์นี้แฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งการเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลที่ผสมผสานเข้ากับรองเท้ารุ่นไอคอนิกของแบรนด์ทั้ง 3 รุ่น อย่างรุ่น MEXICO 66 รุ่นSERRANO และรุ่นLAWNSHIP 3.0เกิดเป็นรองเท้าสนีกเกอร์ที่ได้รับการอัพเดทให้โดดเด่นด้วยตัวรองเท้าที่ทำจากผ้ากำมะหยี่และผ่านการเย็บแบบควิลท์เพื่อเพิ่มความแวววาวและหรูหรา ในส่วนของพื้นรองเท้าด้านในที่นอกจากจะมีการพิมพ์โลโก้ดั้งเดิ้มของแบรนด์แล้ว ยังมีการพิมพ์ข้อความ “Happy Holidays” อีกด้วย เพื่อให้เข้ากับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลที่กำลังจะมาถึงนี้ นอกจากนี้ยังมีการใช้พื้นรองเท้าด้านในแบบ ORTHOLITE™ เพื่อเพิ่มเลเยอร์ของความนุ่มสบายเมื่อสวมใส่

SERRANO

สนีกเกอร์รุ่น SERRANO นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากรองเท้าวิ่งบนลู่แบบคลาสสิคในปี 1970s

นอกจากดีไซน์ที่ทำให้ตัวรองเท้ามีน้ำหนักเบาแล้วรองเท้ารุ่นนี้ยังมีพื้นรองด้านนอกที่โค้งรับไปจนถึงปลายรองเท้าด้านหน้า และโอบรอบด้านข้างของรองเท้าอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้ลุคที่โดดเด่น

MEXICO 66

สนีกเกอร์รุ่น MEXICO 66 นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากรองเท้าเทรนนิ่งคลาสสิคหลากหลายรุ่น รวมไปถึงรุ่น LIMBER ซึ่งเป็นหนึ่งในรองเท้ารุ่นแรกที่นำเสนอ Onitsuka Tiger Stripes และต่อมาได้รับมอบหมายให้เป็นรองเท้าสำหรับนักกีฬาทีมชาติญี่ปุ่นในการแข่งขันกีฬา MEXICO Games ในปี 1968

รูปลักษณ์ที่นำมาจากยุค 60 โดยตรง แต่ได้รับการออกแบบมาให้มีความทันสมัยสำหรับปัจจุบัน ทำให้รองเท้า MEXICO 66 มีรูปทรงคลาสสิกสไตล์เพรียวบางและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับทั้งการใช้ชีวิตในเมือง การทำงาน และการออกไปเล่นสนุก

LAWNSHIP 3.0

สนีกเกอร์รุ่นLAWNSHIP 3.0 ถือเป็นเวอร์ชั่นอัพเดทของรองเท้กีฬาประเภทคอร์ทในขณะที่ยังคงรายละเอียดการออกแบบจากรุ่นก่อน แต่ก็ได้เพิ่มพื้นรองเท้าน้ำหนักเบาและยืดหยุ่นเพื่อความสบายในการใช้ชีวิต

สนีกเกอร์ซีรี่ย์ Holiday Quilting ถือเป็นอีกหนึ่งสนีกเกอร์ที่ทุกคนควรมีเพื่อเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลที่จะมาถึงนี้ โดยจะมีวางจำหน่ายทั้งบนเว็บไซต์ https://www.onitsukatiger.com/th และที่ร้าน Onitsuka Tiger Global Flagship Store Siam Square One

สนีกเกอร์รุ่น MEXICO 66 ราคา 4,500 บาท รุ่น LAWNSHIP 3.0 ราคา 3,900 บาท และรุ่น SERRANO ราคา 3,500 บาท

#OnitsukaTigerTH@onitsukatigerth@onitsukatigerofficialhttps://www.onitsukatiger.com/th

Google จัดทำ Doodle ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีโรงละครแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – Google จัดทำ Doodle ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีโรงละครแห่งชาติ (naewna.com)

Google จัดทำ Doodle ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีโรงละครแห่งชาติ

Google จัดทำ Doodle ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีโรงละครแห่งชาติ

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 12.22 น.

Google ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปีโรงละครแห่งชาติด้วยการจัดทำ Doodle พิเศษที่คนไทยทั้งประเทศจะได้เห็นกันเมื่อเข้าไปใน Google Search ในวันที่ 23 ธันวาคม ศกนี้  เพื่อเป็นการยกย่องและระลึกถึงโรงละครแห่งแรกของประเทศไทย เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อจิตใจและเป็นที่แสดงถึงศิลปวัฒนธรรมระดับชาติ และนานาชาติ ทั้งยังเป็นสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมของชาติไทยอีกด้วย

โรงละครแห่งชาติได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ธันวาคมพ.ศ. 2508  นับเป็นส่วนราชการอยู่ในบังคับบัญชาของกรมศิลปากรกระทรวงวัฒนธรรม มีฐานะเป็นกลุ่มงาน มีการบริหารงานแบบไม่หวังผลกำไร ดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักการสังคีต ปัจจุบัน โรงละครแห่งชาติ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด  3 แห่ง อยู่ในส่วนกลาง 1 แห่ง ที่กรุงเทพมหานคร และอยู่ในส่วนภูมิภาค 2 แห่ง ได้แก่ โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก จ.สุพรรณบุรี และโรงละครแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน โรงละครแห่งชาตินอกจากจะเป็นสถานที่จัดงานแสดงนาฏศิลปไทยต่างๆ แล้วยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้ส่งเสริมในการเชิดชูงานด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยที่สำคัญ ณ โรงละครแห่งชาติแห่งนี้  ซึ่งปกติจะทำการแสดงในวันเสาร์และอาทิตย์ ที่มีทั้งการบรรเลง ละคร และโขน  และสิ่งที่คอยจรรโลงให้โรงละครแห่งชาตินี้ได้ดำรงอยู่ได้ถึงวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการให้ความสำคัญ ความเทิดทูนในความเป็นเอกลักษณ์ของศิลปวัฒนธรรมไทย และการอนุรักษ์จากกลุ่มคนเหล่านี้  อาทิ ศิลปิน นักประพันธ์ นักแสดง ผู้กำกับ นักดนตรี ฯลฯ  ซึ่งแต่ละท่านได้มาร่วมแสดงความยินดีพร้อมกับความประทับใจต่อโรงละครแห่งชาติในวาระครบรอบ 55 ปี ดังนี้

นายลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยาผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กล่าวว่า “ผมรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย  โรงละครแห่งชาติเปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและสวยงามมาตั้งแต่แรกเริ่ม เป็นโรงละครต้นแบบทั้งจากไทยและต่างชาติ  เป็นเวทีสำหรับการแสดงนาฏศิลป์ที่โดดเด่นจากกรมศิลปากร  และยังแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวัฒนธรรมของชาติที่ไม่ด้อยไปกว่านานาอารยประเทศ ซึ่งจะเห็นได้จากที่โรงละครแห่งชาติมักจะถูกเนรมิตให้เป็นที่รับรองแขกบ้านแขกเมืองเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและเพื่อกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศได้เป็นอย่างดี

ในวาระครบรอบ 55 ปีนี้ ผมยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมให้โรงละครแห่งชาติของเราเป็นสถานที่เชิดชูชาติ เป็นศูนย์รวมของศาสตร์ศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างมีศักยภาพ และผมหวังว่าโรงละครแห่งชาติจะได้มีโอกาสต้อนรับผู้ที่มีความสนใจ รวมทั้งเยาวชนรุ่นใหม่ที่ต้องการเรียนรู้ด้านศิลปศึกษา ที่ผมเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของการเข้ามาเรียนรู้ของพวกเขาจะต้องได้เรียนรู้ถึงศาสตร์แห่งศิลป์ การแสดง รวมทั้งเทคนิคต่างๆ อย่างลึกซึ้ง  ซึ่งผมมั่นใจว่าพวกเขาจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

และเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ในปีนี้ ทำให้การแสดงได้ถูกยกเลิกไปชั่วคราว  แต่ในส่วนของปีหน้านั้นจะยังคงมีกิจกรรมการแสดงอย่างแน่นอนแต่อาจจะเป็นช่วงๆ ไป เพื่อให้แฟน ๆ ของโรงละครแห่งชาติคลายความคิดถึงและมีความสุขในการรับชมเช่นเดิมครับ”

นายกัญจนปกรณ์ แสดงหาญหรือ “ครูแป๊ะ” คีตศิลปินอาวุโส ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มดุริยางค์ไทยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กล่าวว่า “ผมมีความรักและสนใจด้านศิลปะการแสดงแบบไทยทุกแขนงมาตั้งแต่ครั้งที่เรียนระดับประถมศึกษา มีความสุขที่มีโอกาสได้ทำงานในสิ่งที่รักจากศาสตร์การแสดงที่ได้ร่ำเรียนมาตลอดจนกระทั่งปัจจุบัน ได้ถวายงานสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างใกล้ชิดเกือบทุกพระองค์ และมีความภูมิใจทุกครั้งที่ได้มีโอกาสขึ้นเวทีโรงละครแห่งชาติที่ถือว่าเป็นเวทีอันทรงเกียรติของประเทศชาติ  ไม่ว่าจะเป็นงานแสดง โขน ละคร ร้องเพลงไทย ขับเสภา ลูกทุ่ง ลูกกรุง ลิเก รวมทั้งเป็นวิทยากรเกี่ยวกับงานงานศิลปะวัฒนธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ  ซึ่งผมมีอาจารย์ เสรี หวังในธรรม เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจมาโดยตลอด ในวาระครบรอบ 55 ปีของโรงละครแห่งชาติปีนี้

ผมอยากฝากถึงเยาวชนที่กำลังก้าวสู่วงการบันเทิงไทยแบบนี้ให้ศึกษาหาความรู้ให้ถ่องแท้  รู้จักคำว่าการอนุรักษ์ การพัฒนา การสร้างสรรค์ ที่สามารถทำควบคู่กันไป เพราะนั่นคืออัตลักษณ์แห่งชาติของเราที่ไม่มีที่ไหนในโลกนี้จะทำได้เหมือนเราแล้ว”

ศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร  เจ้าของรางวัลศิลปินศิลปาธร สาขาคีตศิลป์ ในปี พ.ศ. 2551 อาจารย์ประจำวิชาความรู้ด้านการประพันธ์ดนตรีตะวันตกตั้งแต่ระดับอุดมศึกษา และนักประพันธ์ กล่าวว่า “ผมมีความผูกพันกับโรงละครแห่งชาติตั้งแต่สมัยยังเด็กและช่วงเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  สมัยตอนเด็กผมได้มีโอกาสไปดูการแสดงที่โรงเรียนพาไปดูทั้งคอนเสิร์ต ดนตรีคลาสสิค ดนตรีไทย โขน วงออร์เคสตราของกรมศิลปากร และวงต่างประเทศ ที่สมัยนั้นโรงละครแห่งชาติที่เป็นสถานที่เดียวที่แสดงดนตรีสดได้จริง  และหลังจากกลับมาจากเรียนต่างประเทศก็เห็นว่าเรามีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยแล้ว ซึ่งเพลงส่วนมากมักจะถูกแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  แต่ก็ยังมีเพลงบางส่วนที่มีการแสดงที่โรงละครแห่งชาติเช่นกัน ผมภาคภูมิใจที่ประเทศเรามีโรงละครแห่งชาติที่ได้มาตรฐานโลกแห่งแรก  เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความขลัง สถาปัตยกรรมสวยงาม นอกจากจะเป็นที่บ่มเพาะศิลปินแล้วยังเป็นสถานที่สร้างศิลปินแห่งชาติอีกหลายแขนงเช่นกัน

ผมอยากฝากไว้ว่าโรงละครแห่งชาติเป็นเอกลักษณ์ของประเทศที่ไม่ใช่เป็นเพียงโรงละครแต่เปรียบเสมือนกับ โอเปร่าเฮ้าส์ เมืองซิดนีย์, Esplanade สิงคโปร์, หรือรอยัลอัลเบิร์ตฮอลล์ ลอนดอน ที่คนทั่วโลกรู้จักไม่ใช่แค่เพียงเป็นสถาปัตยกรรม แต่เป็นสถานที่วงระดับโลกเข้าไปแสดง ผมอยากให้โรงละครของเราเป็น   สัญลักษณ์ของกรุงเทพฯ  ที่เปิดกว้างให้มีการแสดงทั้งจากไทยและต่างชาติ  รวมถึง หลังโควิด-19 หากเราเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว ผมอยากให้พวกเขาเข้าเยี่ยมชม ดูการแสดง หรือไปถ่ายรูป ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นการช่วยอนุรักษ์มรดกและศิลปะวัฒนธรรมแห่งชาติของเราไว้ได้อย่างยั่งยืน”

กิ่ง เหมือนแพร พานะบุตรหรือ กิ่ง The Star 5 แชมป์ The Mask จักรราศี นักร้อง นักแสดง และครูสอนร้องเพลง กล่าวว่า “กิ่งเลือกเรียนคณะดุริยางคศาสตร์ สาขาวิชาดนตรีแจ๊ส เอก Voice Jazz มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งถือว่าเป็นยุคแรกๆ ของคณะดนตรี  แรงบันดาลใจของกิ่งคือเพื่อนๆ ในวง    (วงดนตรีตอนมัธยม) ที่ผลักดันให้กิ่งกล้าที่จะเริ่มต้นเส้นทางดนตรี  และพวกเราก็สอบติดคณะดุยางคศาสตร์กันทั้งวงด้วยค่ะ  โดยอาชีพในปัจจุบัน  กิ่งได้นำทักษะและความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาใช้ได้ทั้งหมดและตรงจุดที่สุด  และสามารถนำมาต่อยอดในสายอาชีพด้วย ทั้งงานร้องเพลง จัดรายการวิทยุ รวมทั้งบทบาทของครูสอนร้องเพลง

และถึงแม้ว่ากิ่งยังไม่มีโอกาสได้ไปแสดงที่โรงละครแห่งชาติ  แต่กิ่งก็มองเห็นความสำคัญและเห็นว่าโรงละครแห่งชาติถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่ากับคนดนตรีทุกคน รวมถึงการแสดงทุกแขนง กิ่งอยากให้ทั้งคนรุ่นใหม่หรือผู้ที่สนใจได้สร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาและได้มีโอกาสแสดงผลงานในสถานที่อันทรงคุณค่านี้ต่อไป  อยากเห็นโรงละครแห่งชาติอยู่คู่กับทุกการแสดงศิลปะทุกแขนงต่อไปค่ะ”

นาว ทิสานาฏ ศรศึก นักแสดง และนางแบบ กล่าวว่า “สมัยเด็กๆ นาวเรียนไม่เก่งและไม่ชอบอะไรที่เป็นวิชาการแต่พอเป็นวิชาที่มีการปฏิบัติ เช่น วิทยาศาสตร์ พละ หรือนาฏศิลป์  ก็จะรู้สึกสนุกกับสิ่งเหล่านี้มากกว่า และยังได้เรียนพิเศษนาฏศิลป์ในช่วงปิดเทอม  ในที่สุดจึงตัดสินใจเลือกเรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และหลังจบการศึกษานาวได้เริ่มเข้าสู่วงการนักแสดง และนางแบบ และได้นำสายวิชาที่เรียนมาช่วยสนับสนุนการทำงานได้เป็นอย่างดี  โดยมองว่าในตอนเรียนนาฏศิลป์จะมีการตีบทออกมาเป็นท่ารำต่างๆ บวกกับทำนองเพลง และพอมาเล่นละครก็ดึงเอาสิ่งเหล่านั้นมาผสมผสานทำให้การแสดงมันมีชีวิตเพิ่มขึ้น 

โดยส่วนตัวนั้นนาวเคยได้เข้าร่วมพิธีไหว้ครู และใช้โรงละครแห่งชาติเป็นที่แสดงช่วงจบการศึกษา ทำให้เกิดความประทับใจและเป็นสถานที่ที่มีความขลังและศักดิ์สิทธิ์  นาวเห็นว่าการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยนั้นมีความสำคัญ  และในวาระครบรอบ 55 ปี ของโรงละครแห่งชาติในปีนี้ นาวขอให้โรงละครแห่งชาติเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และอยู่เคียง และเชิดชูความเจริญแห่งอารยธรรมด้านศิลปะการแสดงสืบต่อไป”

LIFE & HEALTH : วิตามินและเกลือแร่…สารอาหารจำเป็นต่อสุขภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – LIFE&HEALTH : วิตามินและเกลือแร่…สารอาหารจำเป็นต่อสุขภาพ (naewna.com)

LIFE&HEALTH : วิตามินและเกลือแร่...สารอาหารจำเป็นต่อสุขภาพ

LIFE&HEALTH : วิตามินและเกลือแร่…สารอาหารจำเป็นต่อสุขภาพ

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 07.30 น.

วิถีชีวิตในปัจจุบันหลายคนมักมองข้ามเรื่องการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้หลากหลายครบหมวดหมู่ โดยเฉพาะสารอาหารในกลุ่มของวิตามินและเกลือแร่ ซึ่งร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่สามารถขาดได้เพราะมีความสำคัญต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ และยังเป็นตัวช่วยให้ปฏิกิริยาทางเคมีในร่างกายทำงานได้ตามปกติ

ข้อมูลจาก อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพ (สหรัฐอเมริกา) กรรมการบริหาร มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ เปิดเผยว่า วิตามิน สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ วิตามินที่ละลายในน้ำ เช่น วิตามินซีและวิตามินบีทุกชนิด ส่วนอีกชนิด คือ วิตามินที่ไม่ละลายในน้ำแต่ละลายในไขมัน เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอีและวิตามินเค เรามารู้จักกับวิตามินหลักๆ ที่สำคัญต่อร่างกายกันเลย

วิตามินเอ มีบทบาทสำคัญต่อระบบการมองเห็นโดยเฉพาะในที่มืด การเจริญเติบโต การกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ช่วยให้ผิวพรรณมีสุขภาพดี หากขาดร่างกายจะมีภูมิต้านทานโรคต่ำ ความสามารถในการมองเห็นในตอนกลางคืนลดลง ผิวหยาบกร้าน และเยื่อบุตาแห้ง เป็นต้น อาหารที่ช่วยเพิ่มวิตามินเอ ได้แก่ตับ ไข่แดง นม เนื้อสัตว์ต่างๆ ผักใบเขียวเข้ม ผักและผลไม้สีเหลือง ส้ม เช่น แครอท แอปเปิ้ล ควินซ์ มะละกอ ฟักทอง เป็นต้น

วิตามินบี มีหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 ช่วยในการเผาผลาญพลังงาน บำรุงระบบประสาท กล้ามเนื้อ เสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ป้องกันโรคเหน็บชา วิตามินบี 2 เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงเส้นผม เล็บ และผิวหนัง ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก วิตามินบี 3(ไนอะซิน) เสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบย่อยอาหาร ช่วยรักษาอาการร้อนในบำรุงผิวพรรณ ช่วยรักษาสุขภาพของผิวหนัง ลิ้น และลดการอักเสบ วิตามินบี 5 (กรดแพนโทเทนิก) ช่วยผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง กรดไขมันจำเป็น คอเลสเตอรอล และฮอร์โมนสเตียรอยด์ วิตามินบี 6 (Pyridoxine) ช่วยในการผลิตฮอร์โมนเซโรโทนินซึ่งช่วยควบคุมอารมณ์ และช่วยสร้างนอร์อีพิเนฟรีนซึ่งช่วยควบคุมความเครียด นอกจากนี้ยังช่วยสร้างฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยควบคุมนาฬิกาชีวิตและการนอน วิตามินบี 7 (ไบโอติน) ช่วยการทำงานของระบบประสาท บำรุงเส้นผม เล็บและผิวหนัง และช่วยการเจริญของเซลล์ จำเป็นต่อการทำงานของตับ วิตามินบี 9 (โฟเลท หรือกรดโฟลิก) ช่วยสร้างเม็ดเลือด บำรุงผิวพรรณ กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และลดภาวะเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ วิตามินบี 12 มีความสำคัญต่อระบบประสาทและระบบเลือดภายในร่างกาย โดยวิตามิน บี6 และ บี12 ทำงานร่วมกันในการสร้างเม็ดเลือดแดง และช่วยการทำงานของธาตุเหล็ก นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับสารอาหารอื่นๆ ในการควบคุณระดับกรดอะมิโนโฮโมชีสเตอีน ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ สำหรับวิตามินบีทุกตัวจะช่วยร่างกายเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตให้เป็นกลูโคสและพลังงาน กลุ่มวิตามินบีรู้จักกันในรูปบีคอมเพล็กซ์ ซึ่งช่วยการทำงานของไขมันและโปรตีนร่วมกับสารอาหารตัวอื่นๆ อาหารเพิ่มวิตามินบี ได้แก่ข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ต ถั่ว เนื้อไก่ เนื้อหมู ปลา นม นมเปรี้ยว และผักใบเขียว เป็นต้น

วิตามินซี มีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจน เพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย เช่น กระดูก ฟัน และผิวหนัง ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก เสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ช่วยให้หวัดหายเร็วขึ้น และเลือดออกตามไรฟัน แผลหายยาก และลดอ่อนเพลียง่าย นอกจากนี้ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ภายในร่างกาย ถ้าขาดวิตามินซีนอกจากการทำงานของระบบภูมิคุ้นกันจะลดลงยังทำให้เกิดเลือดออกตามไรฟัน ผิวซีดอีกด้วย อาหารเพิ่มวิตามินซี ได้แก่ ส้ม ฝรั่ง มะขาม มะนาว ผลไม้ตระกูลเบอร์รีแอปเปิ้ล บร็อคโคลี่ มันฝรั่งพริกหวาน ผักโขม เป็นต้น

วิตามินดี ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสที่สร้างความแข็งแรงให้กระดูกและฟัน หากขาดจะทำให้กระดูกเปราะและแตกหักง่าย รวมถึงเป็นโรคกระดูกพรุน โดยปกติแล้วร่างกายจะสร้างวิตามินดีได้จากแสงแดดอ่อนๆ ในตอนเช้าและตอนเย็น หากใครไม่ค่อยได้รับแสงแดด ร่างกายอาจขาดวิตามินดีได้ จึงควรเลือกรับประทานอาหารประเภทธัญพืช เห็ด น้ำมันตับปลา ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง ส้ม ชีส ปลาแซลมอน ไข่ และนม ควบคู่กันไป

วิตามินอี เป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งช่วยป้องกันการแตกของเม็ดเลือดแดงป้องกันการเกิดลิ่มเลือดและการอุดตันของเส้นเลือด ลดการเกิดกระบวนการอักเสบในร่างกายที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคต่างๆ และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย ตามปกติร่างกายจะไม่ขาดวิตามินอีจากการรับประทานอาหาร อาหารเพิ่มวิตามินอี ได้แก่ น้ำมันพืช ถั่วต่างๆ เมล็ดทานตะวัน เนยถั่ว งา ผักใบเขียว อะโวคาโด เนื้อสัตว์ ไข่ เป็นต้น

วิตามินเค ช่วยในการสร้างโปรตีนถึง 13 ชนิดที่จำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือดและเสริมสร้างสุขภาพกระดูก

นอกจากร่างกายคนเราต้องการวิตามินชนิดต่างๆ แล้ว เกลือแร่ ก็เป็นสารอาหารอีกชนิดที่มีบทบาทและหน้าที่สำคัญในร่างกายเช่นกัน ซึ่งประกอบด้วย

ธาตุเหล็ก เป็นสารอาหารที่สมองและร่างกายต้องการอย่างมาก เพราะมีหน้าที่สำคัญในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดใหม่ หากขาดจะทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ เป็นโรคโลหิตจาง โดยอาหารที่ช่วยเพิ่มธาตุเหล็ก ได้แก่ อาหารจำพวกเนื้อแดง ปลา ธัญพืช ผักขมพืชกระกูลถั่ว และผักต่างๆ เป็นต้น

แคลเซียม มีบทบาทสำคัญต่อกลไกการทำงานของร่างกายในหลายๆ ด้าน ที่สำคัญเป็นองค์ประกอบที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง หากได้รับประทานไม่เพียงพอร่างกายจะดึงแคลเซียมที่สะสมอยู่ในกระดูกออกมาใช้ ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลทำให้กระดูกบางลงและเปราะ เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน อาหารที่ช่วยเพิ่มแคลเซียม ได้แก่ นม โยเกิร์ต กุ้งแห้ง กะปิ ปลาเล็ก-ปลาน้อย ผักคะน้า กวางตุ้ง งาดำ ฯลฯ

ไอโอดีน มีส่วนสำคัญในการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒนาการของสมองของทารกในครรภ์และมีบทบาทในการควบคุมการเผาผลาญอาหารในร่างกาย อาหารที่ช่วยเพิ่มไอโอดีน ได้แก่ อาหารทะเล ปลา กุ้ง หอย ปู และสาหร่ายทะเล

สังกะสี มีบทบาทในกระบวนการต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการสังเคราะห์ DNA หรือโปรตีน การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การซ่อมแซมบาดแผลให้หายเร็วขึ้น การเผาผลาญ การพัฒนาและการเจริญเติบโตของเซลล์ หากขาดจะทำให้ผมร่วง ผิวหนังฟกช้ำได้ง่าย ผิวหนังอักเสบ อาหารที่ช่วยเพิ่มสังกะสี ได้แก่ อาหารทะเล เช่น หอยนางรม หอยแมลงภู่ ปู กุ้ง ตับ ไข่ เห็ด ผักคะน้า หน่อไม้ฝรั่ง เป็นต้น

แมกนีเซียม เป็นองค์ประกอบของโครงสร้างกระดูกและจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน รวมถึงการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ช่วยลดความดันโลหิต ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด หากขาดจะทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อผิดปกติ ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำลง เกิดความผิดปกติที่ระบบประสาท กระดูกพรุน เปราะ หรือแตกหักง่าย อาหารเพิ่มแมกนีเซียม ได้แก่ เมล็ดธัญพืช ถั่ว ผักใบเขียว นม และเนื้อสัตว์ต่างๆ เป็นต้น

รู้อย่างนี้แล้วหากคุณจะรับประทานอะไรให้คิดว่าไม่ใช่แค่ให้อิ่มท้อง แต่ต้องรู้จักเลือกอาหารที่มีประโยชน์ ครบหมู่ครบมื้อในปริมาณที่เพียงพอที่จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน ก็จะช่วยให้คุณมีสุขภาพดีได้ทุกๆ วันไม่ว่าจะอยู่ในวัยใดก็ตาม

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ