รองปลัดเกษตรฯรับนโยบาย เลือกตั้ง‘สภาเกษตรจังหวัด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696740

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายธิติ โลหะปิยะพรรณ ผู้ช่วยปลัด

กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมกับรับฟังนโยบายการเลือกตั้งสมาชิกสภา เกษตรกรจังหวัด และการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ “ร่วมสืบสาน…อุดมการณ์ที่ผ่านมา…ด้วยศรัทธา…สู่การเลือกตั้ง” โดยเปิดโครงการดังกล่าว ที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ สภาของเกษตรกร โดยนายกฯ เป็นประธานในพิธี

ทั้งนี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติ จัดโครงการขับเคลื่อนภารกิจด้านการบริหารจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด และการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติขึ้นเพื่อเป็นการขับเคลื่อนภารกิจด้านการบริหารจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด และการเลือกสมาชิกสภาเกษตรกร
แห่งชาติ รับมอบนโยบายการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ประเภทผู้แทนเกษตรกรจากนายกฯ ในการนี้นายกฯ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ ร่วมถ่ายภาพและพบปะกับตัวแทนเกษตรกรภายในงานด้วย

‘เฉลิมชัย’ขับเคลื่อนก.เกษตรฯ ชูธงนโยบายหลัก15ด้าน ตอกย้ำ‘ตลาดนำการผลิต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696785

‘เฉลิมชัย’ขับเคลื่อนก.เกษตรฯ  ชูธงนโยบายหลัก15ด้าน  ตอกย้ำ‘ตลาดนำการผลิต’

‘เฉลิมชัย’ขับเคลื่อนก.เกษตรฯ ชูธงนโยบายหลัก15ด้าน ตอกย้ำ‘ตลาดนำการผลิต’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

‘เฉลิมชัย’ขับเคลื่อนก.เกษตรฯ ชูธงนโยบายหลัก15ด้าน ตอกย้ำ‘ตลาดนำการผลิต’ สร้างความเข้มแข็งเกษตรกร

“เฉลิมชัย” รมว.เกษตรฯ มอบนโยบายผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานปี 2566 ย้ำ 15 นโยบายหลัก เน้นทำงานเชิงรุก สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร ไม่ขอวิจารณ์นโยบายการหาเสียง‘เพื่อไทย’ด้านเกษตร ฯ วอนสังคมใช้วิจารณญาณกันเองว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน พร้อมแบ่งงานให้รมช.คนใหม่ มอบปลัดดูแล ยืนยันมอบเพียงให้กำกับแทน ย้ำไม่เคยมีปัญหา นักการเมืองทุกคนในกระทรวงเกษตร มีความสุข

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2565 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในการประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปี 2566 ว่าได้มีการ เน้นย้ำนโยบายหลัก 15 ด้านได้แก่1) นโยบาย “ตลาดนำการผลิต” 2) การสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก 3) การส่งเสริมสถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการและ Start Up 4) การส่งเสริมเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) 5) การพัฒนาศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม(AIC) 6) การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร 7) การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ 8) การบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม 9) การส่งเสริมศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.) 10) การประกันภัยพืชผล 11) การส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน 12) การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน 13) การวิจัยและพัฒนา 14)การพัฒนาฐานข้อมูล Big Data ข้อมูลพื้นที่ระบาดโรคใบด่างมันสำปะหลัง 15) การประกันรายได้

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานยึดหลักยุทธศาสตร์ ทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ 15 นโยบาย โดยให้ทำงานในเชิงรุกมากขึ้น ทั้งในเรื่องขอยุทธศาสตร์เกษตร 4.0 ซึ่งในยุคต่อไป 4.0 คงจะไม่พอจึงต้องนำเอาเทคโนโลยี นวัตกรรม การวิจัย เพื่อนำมาลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกร และบูรณาการการทำงานทั้งภายในกระทรวง หน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วน ที่สำคัญตั้งใจที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตร โดยจะต้องสร้างเครื่องมือและสร้างโอกาสให้พี่น้องเกษตรกร สร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรด้านการเกษตรและบุคลากรด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ยังเน้นย้ำในเรื่องการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก คาร์บอนเครดิต ซึ่งทุกหน่วยงานต้องร่วมกันวางแผนว่าจะให้เกษตรกรเดินหน้าอย่างไร เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงและเงื่อนไขระดับโลก ซึ่งจะต้องปรับตัวตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะส่งออกสินค้าเกษตรได้ อีกทั้งขอให้ทุกหน่วยงานมีการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆอาทิการนำนโยบายรัฐบาล BCG Model ไปสู่การปฏิบัติด้านเกษตรปลอดภัย จะทำอย่างไรให้เกษตรกรปลอดภัย ผู้บริโภคปลอดภัย ซึ่งถือเป็นหัวใจของการผลิต และเป็นนโยบายแรกที่มุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างเข้มข้นการผลักดันค่าตอบแทนให้อาสาสมัครเกษตร การบริหารจัดการน้ำที่ดี การใช้น้ำอย่างมีคุณค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด การแนะนำพืชเศรษฐกิจใหม่ ๆ เกษตรกร

การคาดการณ์ตลาดโลก ตลาดผู้บริโภคในอนาคต การตั้งเป้าหมาย “เป็นครัวของโลก” ต้องมีแหล่งผลิตอาหารที่เพียงพอสำหรับคนและสัตว์ ส่งเสริมการปลูกสำหรับอาหารในประเทศ เพื่อลดการนำเข้าโดยตนอยากเห็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปลี่ยนเป็นกระทรวงด้านเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ให้ภาคการเกษตรเป็นภาคเศรษฐกิจหลักของประเทศด้วย และได้ฝากให้ผู้บริหารทุกหน่วยงานปรับตัวตามสถานการณ์เพื่อนำนโยบายดังกล่าวไปเป็นแนวทางไปปฏิบัติ โดยขอให้ดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้

ขณะเดียวกัน นายเฉลิมชัย กล่าวถึงกรณีหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เปิดแคมเปญรณรงค์เลือกตั้ง16 นโยบาย พลิกฟื้นประเทศในปี2570ว่าเรื่องดังกล่าว ประชาชนต้องใช้วิจารณญาณกันเองว่ามีความเป็นไปได้มาหน่อยแค่ไหน ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนของพรรคก็มีนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรโดยรวมและทำงานมาอย่างต่อเนื่องตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา ยืนยันว่าทางพรรค ไม่มีนโยบายเอาข้าวกล่องให้ประชาน แต่จะเน้นสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร เป็นหลัก ส่วนเรื่องการนำระบบAI ทางพรรคเองก็ทำมาแล้วกว่า 3 ปี ที่ใช้นวรรตกรรมทางการเกษตรเข้ามาใช้และไม่ใช่เรื่องแปลก

“ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเรื่องนี้ เราทำมากว่า 3 ปีแล้วและทำมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องม๊อบที่ว่าไม่พอใจเรื่องราคาข้าว ที่ผมเห็นทั่วไป ตอนนี้เห็นว่าชาวนามีความสุขในเรื่องราคาข้าวที่ได้รับเงินที่ช่วยเหลือชาวนาไร่ละ1000 บาท ตอนนี้ชาวนาก็รับไปเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ผมได้มีการแกนนำตัวแทนชาวนาทุกกลุ่ม หากมีปัญหา ก็พร้อมรับฟัง” รมว.เกษตรฯ กล่าว

นอกจากนั้น นายเฉลิมชัย ยังกล่าวถึงเรื่องการแบ่งงานให้รมช. เกษตรและสหกรณ์ คนใหม่ว่า ได้มอบหมายให้ ปลัดกระทรวงคนใหม่ไปดูในส่วนของรายละเอียด ทั้งหมดและจะมอบหมายตามความเหมาะสมต่อไป โดยการมอบงานเป็นการมอบงานไปปฎิบัติราชการแทนเท่านั้น ส่วนการบริหารราชการเป็นเรื่องของรัฐมนตรีโดยตรง ทุกกระทรวง ก็บริหารในลักษณะเดียวกันทั้งหมด ความรับผิดชอบเป็นเรื่องการอำนาจจึงรัฐมนตรีตามกฎหมาย ซึ่งเวลามีปัญหา กระทรวงโดนฟ้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงก็โดนฟ้องเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนการมอบหมาย คือ การมอบให้ไปทำหน้าที่แทนของกรมนั้นๆเท่านั้น อย่าไปให้มุมมองเป็นเรื่องการเมือง นักการเมืองมาทำงานในส่วนกระทรวงเกษตรฯทุกคนมีความสุข ไปเช็คดูได้เลยเป็นกระทรวงเดียว ที่มีความสุขมากที่สุดกระทรวงเดียวในรัฐบาลนี้

สกู๊ปพิเศษ : ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ชี้ถึงเวลายกเครื่องเกษตรไทย สู่การทำเกษตรแม่นยำเต็มรูปแบบ-แนะรัฐอัดงบช่วยลดต้นทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696738

สกู๊ปพิเศษ : ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ชี้ถึงเวลายกเครื่องเกษตรไทย สู่การทำเกษตรแม่นยำเต็มรูปแบบ-แนะรัฐอัดงบช่วยลดต้นทุน

สกู๊ปพิเศษ : ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ชี้ถึงเวลายกเครื่องเกษตรไทย สู่การทำเกษตรแม่นยำเต็มรูปแบบ-แนะรัฐอัดงบช่วยลดต้นทุน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“อภิสิทธิ์” ลั่นเกษตรไทยถึงเวลายกเครื่องชี้โลกร้อน ปัญหาขาดแคลนปุ๋ย เทรนด์สุขภาพบีบให้ต้องปรับตัว รัฐต้องอัดงบช่วยเปลี่ยนเทคโนโลยีลดต้นทุน รื้อมาตรการประกันราคา เลิกให้แบบหว่าน “ณัฐพงศ์” จี้รัฐหนุนเอสเอ็มอีลุยตลาดโลกแข่งรายใหญ่  

จากงานสัมมนาทางวิชาการ ในหัวข้อ“พลิกแผนปฏิรูปเกษตรไทยยุค 5 G” ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ที่จัดขึ้น (วันนี้) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี  ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถา ในหัวข้อเรื่อง “ได้เวลายกเครื่องเกษตรไทย” โดยมีใจความสำคัญและให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเกษตรไทยในปัจจุบันต้องได้รับการ“ยกเครื่อง”อย่างเร่งด่วนที่สุดเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

“เรามักจะภาคภูมิใจว่าภาคเกษตรไทยมีความได้เปรียบจากความอุดมสมบูรณ์ที่มีมาแต่ช้านาน ในน้ํามีปลา ในนามีข้าวเราจึงทําการเกษตรตามธรรมชาติ มีเหลือจากบริโภคภายในประเทศก็ส่งออก ไม่เคยต้องถูกกดดัน ให้เปลี่ยนแปลง แต่ปัจจุบัน เรามีครัวเรือนที่อยู่ในภาคเกษตรถึงร้อยละ 40 แต่ทํารายได้ไม่ถึงร้อยละ 10 ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ จึงทําให้เกิดความเหลื่อมล้ําสูง เกษตรกรกลายเป็นกลุ่ม
ผู้ยากจนที่รัฐต้องใช้งบประมาณจํานวนมากในการให้ความช่วยเหลือ ที่สําคัญผลิตภาพของผลผลิตทางการเกษตรของเราต่ําแม้ในพืชผลที่เราส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ของโลก”

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จากนี้ไป จะมีหลายปัจจัยกดดันจากภายนอกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบ ต่อความอุดมสมบูรณ์ ปัญหาภัยพิบัติ ผนวกกับการกีดกันทางการค้าในลักษณะเดียวกับที่การประมงของไทยเผชิญมาแล้ว ภาวะสงครามยูเครน-รัสเซียที่ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนปุ๋ยซึ่งไทยต้องพึ่งพาการนําเข้าปุ๋ย เกือบทั้งหมด จําเป็นต้องมีมาตรการเตรียมการรับมือโดยด่วน

“แนวโน้มโลกให้ความสําคัญกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น เน้นสินค้าออร์แกนิค การผลิตที่มุ่งความเป็นธรรมชาติไม่ใช้สารเคมี ส่งผลต่อความต้องการสินค้าเกษตรโดยตรง ขณะเดียวกันไทยมีคู่แข่งมากขึ้น โดยเฉพาะ เวียดนาม ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในหลายๆ สินค้า เช่น ข้าว ทุเรียน”

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า หัวใจของการยกเครื่อง คือ การนําเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดต้นทุนการจัดการเรื่องดิน น้ํา อากาศ ปรับตัวเข้าสู่การทําเกษตรแม่นยําเต็มรูปแบบ แต่การจะดําเนินการดังกล่าวได้ต้องเริ่มต้นด้วยการมี โครงการเพิ่มพูนทักษะ (Upskill) ให้เกษตรกรไทยเรียนรู้การใช้เครื่องมือสมัยใหม่เหล่านี้พร้อมไปกับการได้รับ โอกาสจากการเพิ่มมูลค่าของสินค้าและการทําการตลาด โดยรัฐให้การสนับสนุนทั้งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน และเงินทุนที่จะต้องใช้ในการปรับเปลี่ยน

นายอภิสิทธิ์ยังได้กล่าวต่อไปว่า รัฐควรใช้โอกาสในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ปรับปรุงนโยบายของรัฐต่อภาคการเกษตร โดยนําเครื่องมือที่ใช้ในการสนับสนุนเกษตรกรในปัจจุบัน เช่น โครงการประกันรายได้ในการกําหนดเงื่อนไขและ สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรปรับตัวและใช้โอกาสนี้ดําเนินนโยบายเกี่ยวกับการเพิ่มอํานาจการต่อรองของเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรเพื่อมิให้การเปลี่ยนแปลงเอื้อประโยชน์เฉพาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ รวมทั้งสร้างแพลตฟอร์มต่างๆ ให้เกษตรกรเข้าถึงตลาดโลกโดยตรงได้ง่ายขึ้น

“การเร่งปรับปรุงพัฒนาเกษตรกรไทยเป็นเรื่องเร่งด่วน ไทยหมดเวลาแล้ว ถ้าเรายังย่ําอยู่กับที่ จะแข่งขันในตลาดโลกไม่ได้แล้ว แต่หากการยกเครื่องประสบความสําเร็จ จะเป็นการยกระดับทั้งภาคการเกษตร ความเป็นอยู่ของเกษตรกร แก้ปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ํา ตลอดจนเสริมสถานะของประเทศไทยในภาวะที่โลกกําลังเผชิญกับปัญหาความมั่นคงด้านอาหาร” นายอภิสิทธิ์กล่าวในที่สุด

ด้านนายณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาลที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา บรรยายหัวข้อ “เกษตรกรไทยกับเทรนด์ความยั่งยืน” ว่า สินค้าเกษตรไทยยังมีอนาคตมากในเวทีโลก โดยเฉพาะเกษตรแปรรูปด้านอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ด้านสุขภาพ แต่ปัญหาคือ ต้องมีการจัดสมดุลระหว่างผู้ส่งออก หรือผู้ประกอบการรายใหญ่ รายเล็ก ให้มีความสามารถด้านการแปรรูปและส่งออกใกล้เคียงกัน เพราะผู้ประกอบการขนาดเล็กจะสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าได้มากกว่า และกระจายซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรได้กว้างขวางกว่า ในราคาที่เป็นธรรมกว่า โดยการลงทุนด้านเครื่องจักรในการแปรรูป เทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ด้านอาหารที่พัฒนาขึ้นอย่างมากและต้นทุนลดลง หากรัฐบาลมองความสัมพันธ์เหล่านี้ออก และมีนโยบายส่งเสริมที่ถูกจุด บูรณาการร่วมกับภาคการศึกษาวิจัย เอกชนขนาดกลางและขนาดเล็ก

“อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปจะเป็นอนาคตของประเทศ และส่งผลดีต่อประชาชนในประเทศมากกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั้งหมดในอนาคต” นายณัฐพงศ์กล่าว

‘จุรินทร์’จ่ายประกันรายได้ ช่วยยกระดับราคาผลผลิตชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696741

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ แถลงข่าวการจ่ายเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว และสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 4 โดยมีนายกฤษ อุตตมะเวทิน รองอธิบดีกรมการข้าว สมาคมชาวนา และเกษตรกรสมาคมชาวนาข้าวไทย รวมทั้งสมาคมส่งเสริมเกษตรกรชาวนาอีสาน เข้าร่วม ที่สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

นายจุรินทร์กล่าวว่า นโยบายประกันรายได้เกษตรกรในพืช 5 ชนิด คือ ข้าว มัน ยาง ปาล์ม และข้าวโพด เดินหน้ามาถึงปีที่ 4 ซึ่งจะ Kickoff การจ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว รวมทั้งเริ่มต้นโครงการคู่ขนาน หรือมาตรการคู่ขนานที่จะช่วยยกระดับราคาข้าวในตลาดและเริ่มจ่ายเงินไร่ละ 1,000 ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หลังจากกระทรวงพาณิชย์ นำเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใช้เวลาพิจารณาร่วม 2 เดือน โดยผ่านกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนครบถ้วนแล้ว จึงแจ้งให้ชาวนาทั่วประเทศรับทราบ ว่าได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตลอด 3 ปี ก่อนเข้าสู่ปีสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญเป็นปีพิเศษสุดท้ายของโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว

รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวต่อว่า สำหรับเกษตรผู้ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-31 ตุลาคม 2565 และภาคใต้ที่ขึ้นทะเบียนตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน-28 กุมภาพันธ์ 2566งบประมาณทั้ง 3 โครงการทั้งเงินส่วนต่าง จากโครงการประกันรายได้ ไร่ละ 1,000 และมาตรการคู่ขนานรวมทั้งสิ้น 81,265 ล้านบาท จะจ่ายเงินส่วนต่างจากโครงการประกันรายได้ งวด 1-6 ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 75% ของทั้งหมด การช่วยค่าเพาะปลูกและค่าบริหารจัดการ จะโอนให้กับเกษตรกรทั้งหมด 4.68 ล้านครัวเรือน ใช้งบประมาณ 55,083 ล้านบาท โอนเงินรวม 5 งวด ทั้งหมด 4,295,294 ครัวเรือน และการจ่ายเงินส่วนต่างข้าว 5 ชนิด รวม 4 ปี เงินส่วนต่างที่บางครอบครัวได้รับสูงสุด ข้าวหอมมะลิ 58,988 บาท/ครัวเรือน ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ 60,086 บาท/ครัวเรือน ข้าวหอมปทุมธานี 41,527 บาท/ครัวเรือน ข้าวเปลือกเจ้า เงินส่วนต่าง 76,601 บาท/ครัวเรือน และข้าวเปลือกเหนียว เงินชดเชย 71,465 บาท/ครัวเรือน

“ส่วนการประกันรายได้มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด และยางพารา อยู่ในขั้นตอนการรอนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ ได้ทำต้นเรื่องเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้ รอกระบวนการ สำหรับปาล์มน้ำมัน และข้าวโพด โดยการประกันรายได้และเงินส่วนต่างยังไม่จำเป็น เนื่องจากข้าวโพดในตลาด ราคา 11-12 บาท/กิโลกรัม ปาล์มน้ำมัน ประกันที่ 4 บาท/กิโลกรัม แต่ราคาในตลาด 5-6 บาท เกือบ 7 บาท/กิโลกรัม มันสำปะหลัง ประกันที่กิโลกรัมละ 2.50 บาท ขณะนี้กิโลกรัมละ 3 บาทกว่า ยังรอได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินส่วนต่างชดเชยส่วนยางพารา ก็รอกระบวนการพิจารณาของ ครม.” นายจุรินทร์ กล่าว

UOB-Roger Vivier จับมือจัดเวิร์กชอปค้นหาสีที่เหมาะกับโทนผิว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696904

UOB-Roger Vivier จับมือจัดเวิร์กชอปค้นหาสีที่เหมาะกับโทนผิว

UOB-Roger Vivier จับมือจัดเวิร์กชอปค้นหาสีที่เหมาะกับโทนผิว

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.56 น.

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทยจับมือ Roger Vivier จัดกิจกรรมเวิร์กชอป การค้นหาสีที่เหมาะกับโทนผิว ซึ่งออกแบบมาเพื่อลูกค้ายูโอบีโดยเฉพาะ

เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และโรเฌร์ วิวีเยร์ (Roger Vivier) แบรนด์รองเท้า และเครื่องหนังประดับบัคเคิลสุดคลาสสิกระดับตํานานจากฝรั่งเศส จัดกิจกรรมเวิร์กชอป การค้นหาสีที่เหมาะกับโทนผิวของแต่ละคน สำหรับลูกค้า Privilege Banking Reserve ลูกค้าบัตรเครดิต UOB Infinite และลูกค้าCitiGold งานนี้จัดขึ้น ณ Roger Vivier สาขา ดิเอ็มโพเรียม ชั้น G ซึ่งถือเป็นบูทีคแฟล็กชิพขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีโค้ชวี “แสงระวี มิตรประเสริฐพร” นักพัฒนาและออกแบบภาพลักษณ์ มาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับ “การค้นหาสี” ที่เหมาะกับโทนสีผิวและบุคลิกของตน

ภายในงานลูกค้าผู้ทรงเกียรติของยูโอบี ยังได้ร่วมค้นหาสีที่ใช่สำหรับโทนผิวของตน พร้อมรับสิทธิพิเศษลด 15% สำหรับคอลเลคชันใหม่ของ “โรเฌร์ วิวีเยร์” อีกด้วย

-(016)

กระแสตอบรับดีเกินคาด ‘มาดามแป้ง’ จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล มูลนิธิมาดามแป้ง ส่งท้ายปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696903

กระแสตอบรับดีเกินคาด ‘มาดามแป้ง’ จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล มูลนิธิมาดามแป้ง ส่งท้ายปี

กระแสตอบรับดีเกินคาด ‘มาดามแป้ง’ จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล มูลนิธิมาดามแป้ง ส่งท้ายปี

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.50 น.

8 ธันวาคม 2565  “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ CEO บมจ. เมืองไทยประกันภัย และในฐานะประธานกรรมการ มูลนิธิมาดามแป้ง จัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล มูลนิธิมาดามแป้ง ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565 ระดมทุนเพื่อสนับสนุนภารกิจเพื่อสร้างประโยชน์และสาธารณกุศลต่อสังคม ในวันที่ 19 ธันวาคม 2565 ณ สนามกอล์ฟปัญญาอินทรา กรุงเทพฯ เรียกได้ว่า เป็นกิจกรรมดีๆ ส่งท้ายปีแถมยังได้บุญอีกด้วย หากท่านใดสนใจร่วมสนับสนุนภารกิจเพื่อสังคมของมูลนิธิฯได้ที่บัญชี ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 092-2-64095-5 มูลนิธิมาดามแป้ง #ส่งต่อน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน

DBS เปิดอาคารเรียนและออดิทอเรียมใหม่ หนุนสร้างทักษะรอบต่อยอดความสำเร็จอย่างไร้ขอบเขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696902

DBS เปิดอาคารเรียนและออดิทอเรียมใหม่ หนุนสร้างทักษะรอบต่อยอดความสำเร็จอย่างไร้ขอบเขต

DBS เปิดอาคารเรียนและออดิทอเรียมใหม่ หนุนสร้างทักษะรอบต่อยอดความสำเร็จอย่างไร้ขอบเขต

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.44 น.

DBS Denla British School ประกาศเปิดตัวอาคารใหม่ถึง 2 อาคาร รองรับการขยายฐานนักเรียนระดับซีเนียร์สคูล และอารยะฮอลล์ ซึ่งเป็นออดิทอเรียมหรือโรงละครขนาดกว่า 600 ที่นั่ง พร้อมด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยมาตรฐานระดับโลกอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อรองรับการเติบโตและสนับสนุนทักษะของนักเรียนให้พัฒนาครอบคลุมรอบด้าน และต่อยอดความสำเร็จในอนาคต ตามหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในประเทศอังกฤษที่เน้นให้เด็กค้นพบตัวตน ความถนัด พรสวรรค์ตั้งแต่ยังเล็กและการสร้างทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง

นายอารย์ ปาลเดชพงศ์ ประธานบริหาร DBS Denla British School กล่าวว่า การเปิดอาคารเรียนระดับซีเนียร์สคูลและอารยะฮอลล์ (Araya Hall) ที่ได้การรับรองมาตรฐานระดับสากลนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนโดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ เสริมสร้างทักษะ และฝึกฝน เพิ่มความชำนาญผ่านอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนระดับมืออาชีพ นำไปสู่การพัฒนาที่ครอบคลุมรอบด้าน และต่อยอดความสำเร็จในอนาคตอย่างไร้ขอบเขต

“วันนี้ผมในฐานะผู้ก่อตั้งโรงเรียนมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะเปิดอาคารซีเนียร์สคูลและอารยะฮอลล์  ซึ่งเป็นออดิทอเรียมระดับโลกแห่งนี้ของเรา  โดยเรามีความตั้งใจสร้าง facilities ที่ดีที่สุดเพื่อนักเรียน สำหรับผมและครอบครัวเราสร้างโรงเรียนที่ดี ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่ผมอยากเห็นเด็กนักเรียนทุกคนซึ่งเป็นผลผลิตของโรงเรียน DBS ประสบความสำเร็จและเติบโตไปเป็นผู้นำในระดับแนวหน้าของโลก”  นายอารย์ กล่าว

มิสเตอร์จอนนี่ ลิดเดิ้ล ครูใหญ่ DBS Denla British School กล่าวเสริมว่า โรงเรียน DBS ได้ทำตามสัญญาแรกในการสร้างสิ่งที่ดีที่สุดสำเร็จแล้ว ผ่านการสร้างอาคารเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณภาพที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามคติประจำของโรงเรียน “always to greater things” จากนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะเริ่มสัญญาครั้งใหม่โดยการนำสิ่งที่เราสร้างมาต่อยอด ส่งเสริมและพัฒนานักเรียนให้ค้นพบตัวเองและเติบโตไปเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จในอนาคต การที่นักเรียนโรงเรียน DBS ได้ใช้งานอาคารสถานที่ที่ออกแบบมาด้วยความใส่ใจในรายละเอียดเพื่อสิ่งที่ดีสุดสำหรับนักเรียนนี้ จะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รู้จักตนเอง พัฒนาตนเอง ตลอดจนสานต่อเป็นความถนัดของตน เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งในโรงเรียน และนอกโรงเรียน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงความสามารถของนักเรียน DBS ได้แก่ การร้องเพลงประสานเสียง “Zadok the Priest” การเล่นดนตรีคลาสสิค การแสดงละครเวที การแสดงผลงานศิลปะและงานออกแบบของนักเรียน เป็นต้น  สำหรับการแสดงทุกชุดของนักเรียน ได้ทำให้ผู้ร่วมงานทุกคนได้เห็นถึงศักยภาพของนักเรียนและการส่งเสริมทักษะด้านต่างๆ ของนักเรียน DBS ทั้งความรู้และกิจกรรมได้อย่างรอบด้านตามที่ได้กล่าวไว้ตลอดมาตั้งแต่ต้น พร้อมพาแขกผู้มีเกียรติ ผู้ปกครองและสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมอาคารเรียนใหม่และออดิทอเรียม ได้ร่วมสัมผัสและชมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทางโรงเรียนได้สร้างและคัดสรรค์อย่างพิถีพิถันให้เด็กนักเรียน DBS ทุกคน

 “แม้อาคารสถานที่ใหม่นี้จะสร้างเสร็จแล้ว แต่การ Building for the best นั้นยังไม่จบ วันนี้นับว่าเป็นเพียงตอนจบของการเริ่มต้นเท่านั้น การสร้างที่แท้จริงจะเริ่มต้นต่อจากนี้ผ่านความทุ่มเทแรงกายแรงที่เรามอบให้กับนักเรียนเพื่อบ่มเพาะนักเรียน DBS เราสร้างสิ่งที่ดีที่สุดนี้เพื่อนักเรียน DBS เพราะนักเรียนของเราดีที่สุด” นายจอนนี่ กล่าวปิดท้าย

ทั้งนี้ ภายในงานเปิดตัว “อารยะฮอลล์ แกรนด์โอเพนนิ่ง” ครั้งนี้ มีมิสเตอร์ ฮิว โค้ค   มิสเตอร์แอนดรู กริฟฟิท คุณการุณย์ ฤชุโยธิน และคุณนพมาศ มโนลีหกุล กรรมการที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร และยังมี นายผกายเนติ์ เล่งอี้ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงพาณิชย์ ,นายแพทย์พงศ์เกษม ไข่มุกต์  รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ,นายแพทย์สุรพล โล่ห์สิริวัฒน์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพญาไท 3  และนายแพทย์อดิศร ภัทราดูลย์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวิร์ลเมดิคอล  ร่วม เปิดตัวอาคารเรียนใหม่ และ อารยะฮอลล์ อย่างเป็นทางการ  ณ DBS Denla British School นนทบุรี   และยังมีคุณพ่อ คุณแม่ ศิลปินและดารา อาทิ ครอบครัว เบนซ์ พรชิตา  มิค บรมวุฒิ, เนย โชติกา, นิวเคลียร์ หรรษา, และหนึ่ง จักรวาล เสาธงยุติธรรม เข้าร่วมงาน

-(016)

จุฬาฯ จัด ‘Thailand Halal Assembly 2022’ ดัน วิทยาศาสตร์ฮาลาลไทยสู่ Soft Power สรรค์สร้างเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696897

จุฬาฯ จัด ‘Thailand Halal Assembly 2022’ ดัน วิทยาศาสตร์ฮาลาลไทยสู่ Soft Power สรรค์สร้างเศรษฐกิจ

จุฬาฯ จัด ‘Thailand Halal Assembly 2022’ ดัน วิทยาศาสตร์ฮาลาลไทยสู่ Soft Power สรรค์สร้างเศรษฐกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.38 น.

เตรียมพร้อม !! เปิดเวทีผลักดัน Soft power ด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก ผ่านการจัดสุดยอดงานฮาลาลที่ดีที่สุดในไทย การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “Thailand Halal Assembly 2022” ภายใต้แนวคิด Soft Powering of Halal Science, Technology and Innovation ระหว่างวันที่ 15 – 16 ธันวาคม 2565 ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (อาคารจามจุรี 10) ชั้น 8 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทางออนไลน์ มุ่งหวังขับเคลื่อนกิจการฮาลาลของไทย สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อสรรค์สร้างเศรษฐกิจไทยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและนำรายได้เข้าประเทศ

 รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน Thailand Halal Assembly 2022  กล่าวว่า ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ร่วมกับคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดงานฮาลาลที่นับได้ว่าเป็นงานวิชาการฮาลาลที่ดีที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “Thailand Halal Assembly 2022” ภายใต้แนวคิด Soft Powering of Halal Science, Technology and Innovation ระหว่างวันที่ 15 – 16 ธันวาคม 2565 ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (อาคารจามจุรี 10) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทางออนไลน์

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย งานประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาล ครั้งที่ 15 (The International Halal Science and Technology Conference 2022 (IHSATEC) : The 15th Halal Science Industry and Business (HASIB)) ร่วมฟังการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 50 ท่าน และการนำเสนอผลงานวิชาการและวิจัยเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ใน วารสารวิชาการระดับนานาชาติ (Proceedings) การประชุมนานาชาติว่าด้วยมาตรฐานและการตรวจรับรองฮาลาล ครั้งที่ 8 (The 8th International Halal Standards and Certification Convention, IHSACC) รวมถึงการจัดแสดงนิทรรศการวิชาการ ภายใต้หัวข้อ “Soft Powering of Halal Science, Technology, and Innovation” ทั้งนี้เพื่อผลักดัน Soft power ด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก หวังขับเคลื่อนการพัฒนารากฐานงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านฮาลาล เพื่อผู้ใช้งานในภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาควิชาการ การศึกษา ธุรกิจ อุตสาหกรรม สังคม ชุมชน ในปัจจุบันเพื่อก้าวสู่อนาคตยุคเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศไทย รับรู้กันมาก่อนแล้วว่าวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม คือวิทยาการอันนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมที่เด่นด้วยบุคลิกทางกายภาพอันสัมผัสได้ บ่งชี้ความเป็น “พลังกร้าน” (Hard Power) อย่างเด่นชัด เมื่อหลอมรวมความเป็นฮาลาลเข้าไว้ภายใน ความกร้านเหล่านั้นกลับถูกแต่งแต้มด้วยคุณค่าเชิงจิตวิญญาณ แปรเปลี่ยนพลังกร้านเป็น “พลังละมุน” (Soft Power) ที่แสดงความสูงส่งทางคุณค่าเชิงสัญญะได้อย่างน่าอัศจรรย์ ยิ่งผสานความเป็นไทยเพิ่มเติมเข้าด้วยแล้ว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมฮาลาลแห่งแผ่นดินเหล่านี้ต่างเปล่งประกายแสดงความเป็น “ฮาลาลเพชรประเทศไทย” (Thailand Diamond Halal) ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

และสำหรับผู้สนใจเข้าร่วมงานสามารถลงทะเบียนออนไลน์ หรือสอบถามข้อมูล หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ 02-218-1053 ต่อ 224 และ http://www.Thailandhalalassembly.com , Facebook : Thailand Halal Assembly รศ.ดร.วินัย กล่าวปิดท้าย

-(016)

มหิดล จับมือ สธ.-จุฬาฯ จัดประชุมวิชาการนานาชาติด้านโรคเขตร้อน ในรูปแบบ Hybrid Meeting

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696896

มหิดล จับมือ สธ.-จุฬาฯ จัดประชุมวิชาการนานาชาติด้านโรคเขตร้อน ในรูปแบบ Hybrid Meeting

มหิดล จับมือ สธ.-จุฬาฯ จัดประชุมวิชาการนานาชาติด้านโรคเขตร้อน ในรูปแบบ Hybrid Meeting

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.34 น.

คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล  ร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข  คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยองค์กรหลายแห่ง ได้แก่ หน่วยวิจัยโรคเขตร้อนมหิดล-อ๊อกซฟอร์ด (Mahidol Oxford Tropical Medicine Research Unit)  ศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยเวชศาสตร์เขตร้อน (SEAMEO TROPMED Network)  และมหาวิทยาลัยไห่หนาน (Hainan Medicine University)  จัดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านโรคเขตร้อน ประจำปี 2565 (Joint International Tropical Medicine Meeting 2022) โดยเป็นการจัดประชุมแบบ Hybrid Meeting ในรูปแบบ On-Site และ Online เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน  การประชุมวิชาการนานาชาติด้านโรคเขตร้อน ประจำปี 2565  จะเป็นโอกาสให้นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ได้เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ก่อให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการในระดับนานาชาติ  โดยมีนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ให้ความสนใจลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมกว่า 800 คน จาก 42 ประเทศทั่วโลก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 9 ธันวาคม 2565  ณ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพมหานคร

รศ.นพ.วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ  คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดประชุมฯ กล่าวว่า “การจัดประชุมวิชาการนานาชาติด้านโรคเขตร้อน เป็นการประชุมทางด้านโรคเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 26  โดยจะเป็นเวทีที่ผู้เข้าร่วมประชุมจะได้มีโอกาสสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการแสวงหาองค์ความรู้ และวิธีการในการพัฒนา ควบคุม ป้องกันรักษาโรคเขตร้อน และโรคที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ความคิดเห็นกับนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากทุกภูมิภาค เพื่อสร้างผลงานวิจัยที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยและประชาคมโลก ปี 2565 นี้ จัดประชุมในหัวข้อ “Leveraging the Pandemic Experience: Our Tropical Medicine Community Rejuvenated” ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจคือการศึกษาวิจัยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโรคเขตร้อน (Tropical Disease)  อีกทั้งมีหัวข้อการประชุมที่น่าสนใจหลายเรื่อง ได้แก่ โรคติดเชื้อ ไวรัส แบคทีเรีย หนอนพยาธิและโรคปรสิต ระบาดวิทยา และอื่น ๆ อีกมากมาย”

ในการประชุมยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีชื่อเสียงด้านการวิจัยสุขภาพ การพัฒนาระดับโลก ไวรัสและชีววิทยา มาร่วมปาฐกถาในงานประชุมครั้งนี้ ได้แก่ Dr.Dennis Carroll ประธานและผู้นำโครงการ Global Virome จากประเทศสหรัฐอเมริกา  Prof. Drew Weissman  ผู้อำนวยการการวิจัยวัคซีน มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา  และ Prof. Sir Peter Horby ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ด้านการแพร่ระบาด มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

-(016)

อว. ตอกย้ำความสำเร็จ โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696894

อว. ตอกย้ำความสำเร็จ โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ

อว. ตอกย้ำความสำเร็จ โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.29 น.

กระแสตอบรับดีแบบขั้นสุด สำหรับซีรีส์ “เจนนี่ กลางวันครับ กลางคืนค่ะ”ที่ออกอากาศในแอปพลิเคชัน AIS PLAYแถมกวาดความปังถล่มทลายด้วยการยึดพื้นที่ เป็นซีรีส์ยอดนิยมอันดับ 1 ได้สำเร็จ นานหลายสัปดาห์ ล่าสุด สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ขอตอกย้ำกระแสความแรงนี้ ด้วยการส่งซีรีส์ อารมณ์ดี“เจนนี่ กลางวันครับ กลางคืนค่ะ”ให้แฟนช่อง 8 ได้อิ่มความสุข แบบจุใจอีกครั้งบนหน้าจอโทรทัศน์ช่อง 8 โดยจะเริ่มออกอากาศ อีพีแรก ในวันจันทร์ที่ 12 ธันวาคมนี้ เวลา 20.30 น.งานนี้ “สิงโต-ปราชญา”นักแสดงนำของเรื่อง เลยออกมาเล่าถึงความประทับใจที่มีกับกระแสของซีรีส์ พร้อมชวนแฟนๆเอาใจช่วยในเรื่องราวบทสรุปของซีรีส์อารมณ์ดีเรื่องนี้ว่า จะลงเอยอย่างไร

 “ก่อนอื่นเลย สิงโต อยากขอบคุณแฟนๆที่ให้การตอบรับกับซีรีส์เรื่องนี้กันดีมากๆ ผมและทุกคนตั้งใจทำออกมาอย่างเต็มที่และดีที่สุด เห็นทุกคนติดหนึบขนาดนี้ การที่ ซีรีส์ เจนนี่ กลางวันครับ กลางคืนค่ะได้มาออกอากาศผ่านหน้าจอช่อง8 ต้องดึงใจผู้ชมไม่น้อยแน่นอน เพราะสามารถดูได้ทุกเพศทุกวัย ดีใจมากครับที่ได้มาออกอากาศบนจอช่อง 8 เพราะถือว่าก็จะทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ถูกขยายไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต่างออกไปอีกด้วย จุดเด่นมีทั้งความฮา ความสนุก ครบรส ที่มาพร้อมกับเรื่องราวที่ เข้าถึงง่าย นักแสดงถ่ายทอดถึงบทบาท เพราะถึงจะเป็นนักแสดงวัยรุ่น อย่าง นนนี่,ภูมิ,ซาร่า,เปรม ฯลฯ ทุกคนตั้งใจมาก ๆ บอกเลยว่าห้ามพลาดแม้แต่ตอนเดียวเนื้อเรื่องเดินเร็วมาก  ผมว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อยากให้ทุกคนได้ดู แม้ว่าเรื่องนี้จะมีความท้าทายหนักมากสำหรับตัวผมนั้นก็คือการแต่งเป็นผู้หญิง เพราะคาแรคเตอร์ของตัวละคร เจนนี่ผมตั้งใจ อินดีเทลของตัวละครนี้ให้มันเนียนที่สุด และ เจนขวัญ กับหนุ่มขี้เล่นสุดทะเล้น ที่แตกต่างกันคนละขั้ว เป็นอะไรที่ชาเลนจ์ผมมากๆครับ อย่างที่ผมเคยบอกว่า ผมเป็นคนที่ชอบบทที่ท้าทาย เพราะมันเป็นการทำให้เราได้ทดสอบและพัฒนาขึ้นนั่นเอง สำหรับใครที่ยังไม่เคยดูจะได้กลับมาดูพร้อมกันทางช่อง8 ครับ ส่วนสำหรับคนที่เคยชมไปแล้วก็มาเป็นกำลังใจให้ผมและร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวว่าจะลงเอยอย่างไร ด้วยนะครับ ผมขอการันตีความสนุกแน่นอน”

 สามารถรับชมซีรีส์ “เจนนี่ กลางวันครับ กลางคืนค่ะ” ได้ทุกวันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางหน้าจอช่อง 8 กดเลข 27 เริ่ม 12 ธันวาคมนี้ ลูกค้าเอไอเอสดูย้อนหลังฟรีที่ AIS PLAY