เปิด 5 เมนูเด็ด!โพลชี้ปชช.มองเป็น‘เอกลักษณ์ไทย’ ห่วงการรักษาสูตร หนุนดันเป็น Soft power

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/694623

เปิด 5 เมนูเด็ด!โพลชี้ปชช.มองเป็น‘เอกลักษณ์ไทย’ ห่วงการรักษาสูตร หนุนดันเป็น Soft power

เปิด 5 เมนูเด็ด!โพลชี้ปชช.มองเป็น‘เอกลักษณ์ไทย’ ห่วงการรักษาสูตร หนุนดันเป็น Soft power

วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 08.12 น.

‘สวนดุสิตโพล’ เปิด 5 เมนูเด็ด ประชาชนมองเป็น ‘อาหารไทยเอกลักษณ์ไทย’ ห่วงการรักษาสูตรต้นตำรับ หนุนรัฐดันเป็น Soft power

27 พฤศจิกายน 2565 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,044 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 19-24 พฤศจิกายน 2565 หัวข้อ “อาหารไทย…เอกลักษณ์ไทย” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นจากการที่อาหารไทยเป็นอาหารที่มีเสน่ห์ ครบรส สวยงาม เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทยที่ได้รับความนิยมทั้งใน และต่างประเทศ และจากการประชุม APEC 2022 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป กระแสของอาหารไทยก็ยังคงได้รับการชื่นชมพูดถึงอย่างแพร่หลาย โดยหวังว่าอาหารไทยจะเป็น Soft Power ที่จะมาช่วยผลักดันเศรษฐกิจได้ สรุปผลได้ ดังนี้

1. ประชาชนคิดว่าเอกลักษณ์ของอาหารไทยคืออะไร

อันดับ 1 ความพิถีพิถัน ประณีตสวยงาม 83.96%

อันดับ 2 อาหารไทยมีประโยชน์ เป็นยา มีคุณค่าตามหลักโภชนาการ 81.17%

อันดับ 3 มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็น Soft Power มีต้นทุนทางวัฒนธรรม 75.98%

2. “5 อันดับ” เมนูอาหารไทยที่เป็นเอกลักษณ์ไทย

อันดับ 1 ต้มยำกุ้ง 57.65%

อันดับ 2 ผัดไทย 33.17%

อันดับ 3 ส้มตำ 23.89%

อันดับ 4 แกงเขียวหวาน 22.11%

อันดับ 5 แกงมัสมั่น 13.23%

3. สิ่งที่เป็นห่วงหรือกังวลเกี่ยวกับอาหารไทย

อันดับ 1 การรักษาสูตรต้นตำรับ รสชาติดั้งเดิม 90.75%

อันดับ 2 การรักษาคุณภาพของอาหารไทย วัตถุดิบของไทย 74.95%

อันดับ 3 คนสนใจเรียนอาหารไทยลดลง ไม่มีผู้สืบทอด สานต่อ 68.02%

4. ประชาชนคิดว่าควรทำอย่างไรจึงจะรักษาเอกลักษณ์ของอาหารไทยไว้ได้

อันดับ 1 ภาครัฐส่งเสริมอย่างจริงจัง ผลักดันเป็น Soft power 88.85%

อันดับ 2 ปลูกฝังให้กับคนรุ่นหลังได้เห็นถึงคุณค่า ความสำคัญและสานต่อ 82.50%

อันดับ 3 ประชาสัมพันธ์ให้คนไทยช่วยกันรักษารากเหง้า เอกลักษณ์ของอาหารไทย 77.31%

5. ใคร/หน่วยงานใด ที่จะช่วยส่งเสริมอาหารไทยให้เป็นเอกลักษณ์ของไทยต่อไป

อันดับ 1 ประชาชนคนไทยทุกคน 70.00%

อันดับ 2 กระทรวงวัฒนธรรม 65.38%

อันดับ 3 คนเก่าแก่ ปราชญ์ชาวบ้าน 63.37%

6. ประชาชนคิดว่าการประชุม APEC 2022 จะช่วยส่งเสริม “อาหารไทย…เอกลักษณ์ไทย” ไปสู่สายตาชาวต่างชาติได้มากน้อยเพียงใด

ค่อนข้างมาก 51.44% มากที่สุด 29.79% ค่อนข้างน้อย 17.43% น้อยที่สุด 1.34%

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า คนไทยมองว่าเอกลักษณ์ของอาหารไทยคือ “ความพิถีพิถัน ความประณีต สวยงาม” ซึ่งเป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรมไทย ได้เป็นอย่างดีผ่านเมนูอาหารไทยต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนูที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกอย่าง “ต้มยำกุ้ง” “ผัดไทย” หรือแม้กระทั่ง “ส้มตำ” ก็เป็นที่นิยมมากขึ้น แต่ด้วยการไหลของวัฒนธรรมการกิน ทำให้รสชาติและสูตรมีการดัดแปลงจนทำให้เกิดความผิดเพี้ยน ดังนั้นการรักษาสูตรและรสชาติดั้งเดิมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ภาครัฐจึงควรส่งเสริม รักษา และส่งต่ออีกหนึ่ง Soft Power ไทยสู่สายตาชาวโลก

ด้าน ผศ.อัครพล ไวเชียงค้า อาจารย์ประจำหลักสูตรคหกรรมศาสตร์ โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า จากการจัดสนทนากลุ่มเรื่องอาหารไทย…เอกลักษณ์ไทย พบว่า อาหารไทยเป็นอาหารที่มีเรื่องราวและความเก่าแก่มายาวนาน มีจุดเชื่อมโยงมาจาก “ข้าว” ซึ่งเป็นอาหารหลักในภูมิภาคนี้ อาหารไทยปัจจุบันผ่านการรับรู้และนำไปประกอบอาชีพ ทั้งในและต่างประเทศ การส่งเสริมเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอาหารไทยมองว่าหลายภาคส่วนต้องทำงานร่วมกัน การส่งเสริมอาหารไทยจึงควรสร้างการดึงดูดและการมีส่วนร่วมให้กับผู้รับประทาน ผ่านการนำเสนอด้วยการเล่าเรื่องราว (Story Telling) ผ่านช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะสื่อดิจิทัลเพื่อให้เกิดการรับรู้และสานต่ออาหารไทยในมุมมองอันหลากหลาย

ส่วน ผศ.กาญจนา เฟื่องศรี อาจารย์ประจำหลักสูตรคหกรรมศาสตร์ โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า อาหารไทยเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในหลายมิติด้วยกัน อาทิ อาหารไทยที่มีเอกลักษณ์ตามภูมิศาสตร์ ภูมิปัญญา ฤดูกาล รสชาติ วัตถุดิบ ความประณีต ความพิถีพิถัน เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นจุดเชื่อมโยงผ่านการรับประทานอาหารแบบสำรับซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยที่มีมาอย่างช้านาน นอกจากนี้การทราบเรื่องราวความเป็นมาและคุณสมบัติของอาหารผ่านการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เอกลักษณ์ของอาหารไทยสามารถคงอยู่และต่อยอดได้ในอนาคต ดังนั้น สถาบันการศึกษาจึงมีบทบาทสำคัญ และทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันเพื่อผลักดันอาหารไทย…เอกลักษณ์ไทยต่อไป

‘ปลัด ศธ.’กระทุ้งทุกภาคส่วน หากไม่ร่วมกันเร่งพัฒนาคนตั้งแต่วันนี้ ไทยจะเผชิญวิกฤติหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/694507

'ปลัด ศธ.'กระทุ้งทุกภาคส่วน หากไม่ร่วมกันเร่งพัฒนาคนตั้งแต่วันนี้ ไทยจะเผชิญวิกฤติหนัก

‘ปลัด ศธ.’กระทุ้งทุกภาคส่วน หากไม่ร่วมกันเร่งพัฒนาคนตั้งแต่วันนี้ ไทยจะเผชิญวิกฤติหนัก

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.38 น.

“ปลัด ศธ.” กระทุ้งทุกภาคส่วน หากไม่ร่วมกันเร่งพัฒนาคนตั้งแต่วันนี้ ไทยจะเผชิญวิกฤติหนัก

26 พฤศจิกายน 2465 จากที่ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไทยกำลังจะเผชิญความท้าทายใหญ่หลวงในทศวรรษหน้า หากไม่เร่งเตรียมพร้อมพัฒนากำลังคนตั้งแต่วันนี้ เพราะการพัฒนากำลังคนต้องใช้เวลานั้น ดร.อรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัดศธ.) กล่าวว่า ตามที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประกอบกับเด็กที่เกิดมีจำนวนลดลงมากเป็นประวัติการณ์ หลายฝ่ายฟังก็คิดว่าเป็นปัญหาที่ทราบกันแล้ว แต่มีข้อมูลมากมายที่ชี้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเล็กน้อย และกำลังจะกลายเป็นวิกฤติหนักของประเทศในทศวรรษหน้า ดังนี้

1. ในอีก 11 ปีข้างหน้าผู้สูงอายุของไทยจะสูงขึ้นเป็น 28% (มากกว่าปัจจุบันราว 10%)  ซึ่งในทางวิชาการจะใช้ศัพท์ที่เรียกว่าสังคมสูงอายุระดับสุดยอด และปัจจุบันมีผู้สูงอายุ 19.2% อาศัยรายได้จากเบี้ยยังชีพจากราชการที่อัตราเพียงเดือนละ 600 -1,000 บาทต่อคนเท่านั้น

2.ผลิตภาพแรงงาน (Labour Productivity) เป็นการวัดสัดส่วนผลผลิตต่อหน่วยของแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจระยะยาว และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จากข้อมูลจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) พบว่า ผลิตภาพแรงงานต่อชั่วโมงของไทยมีทิศทางลดลงและปรับเป็นระดับหดตัวในปี 2563 ในอัตราร้อยละ -1.89 และจากการจัดอันดับของ Institute for Management Development (IMD) ปี2564 ผลิตภาพแรงงานของไทยอยู่ในอันดับที่ 40 จาก 64 ประเทศ

3. ปี 2562 ไทยมีกลุ่มเยาวชนว่างงานและนอกระบบการศึกษา (NEET) เยาวชนอายุ 15-24 ปี ที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษา การจ้างงาน และการฝึกอบรม มากถึง 1.3 ล้านคน (14% ของเยาวชนไทย) และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 1%   4. ปี 2564 ไทยมีแรงงานฝีมือเพียง 14.4% และมีแรงงานนอกระบบมากถึง 52% ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้ไม่มีสวัสดิการ เมื่อเกษียณอายุแล้วย่อมส่งผลกับการดำรงชีวิต ในระยะยาวจะกระทบต่อรัฐในการจัดสรรงบประมาณโดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณด้านสุขภาพ   5. ดัชนีทุนมนุษย์ (Human Capital Index) ที่คำนวณโดยธนาคารโลก (World Bank) ในปี 2563 อยู่ที่ 0.61 หมายความว่าเด็กที่เกิดในประเทศไทยเมื่อเติบโตขึ้นจะมีศักยภาพในระดับร้อยละ 61 ของผลิตภาพที่เป็นไปได้ของตัวเอง (Potential Productivity)

ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า ข้อมูลทั้งหมดนี้ชี้ว่า หากปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามภาวะปกติ ในทศวรรษหน้าเราจะเผชิญปัญหาหนัก และปัญหานี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงภาคการศึกษา (Education Sector) เท่านั้น แต่จะส่งผลกระทบกับภาคอื่น ๆทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ 

“อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่า มีช่องว่างที่เราสามารถเข้าไปพัฒนา คือการเตรียมพัฒนากำลังคนให้ทำงานได้เต็มตามศักยภาพ ซึ่งการพัฒนากำลังคนเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและเตรียมการตั้งแต่วัยเยาว์ จึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญและร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการเตรียมพัฒนากำลังคนอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ประเทศก้าวผ่านวิกฤตินี้” ปลัดศธ. กล่าว

-009
 

ศธ.ปรับหลักสูตรเพิ่ม‘วิชาประวัติศาสตร์’ มุ่งปลูกฝังเด็กรักชาติ ศาสนา กษัตริย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/694503

ศธ.ปรับหลักสูตรเพิ่ม‘วิชาประวัติศาสตร์’ มุ่งปลูกฝังเด็กรักชาติ ศาสนา กษัตริย์

ศธ.ปรับหลักสูตรเพิ่ม‘วิชาประวัติศาสตร์’ มุ่งปลูกฝังเด็กรักชาติ ศาสนา กษัตริย์

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.22 น.

โฆษกรัฐบาลเผย ศธ. ขานรับนโยบายนายกรัฐมนตรี ปรับโครงสร้างหลักสูตรโรงเรียน ปลูกฝังให้เด็กเป็นคนดี มีคุณธรรม รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

26 พฤศจิกายน 2565 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ให้มีความน่าสนใจ ซึ่งที่ผ่านมา ศธ. ได้มีนโยบาย 8+1 โดยการกำหนดโครงสร้างเวลาเรียน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ แยกออกมา 1 รายวิชาอย่างชัดเจน เพื่อบ่มเพาะให้นักเรียนภาคภูมิใจรักความเป็นไทย หวงแหนในสิ่งที่บรรพชนให้ไว้เป็นมรดกทางปัญญา รักษา สืบสาน ต่อยอดและนำมาปรับประยุกต์ในปัจจุบัน ไปแล้วนั้น

ทั้งนี้ เพื่อให้มีการแยกรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ออกมาเป็น 1 รายวิชาอย่างเป็นทางการ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 28 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ (ร่าง) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง “การบริหารจัดการโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และ 1 รายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน” และพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ปีงบประมาณ 2566 เพื่อเป็นแนวทางให้ต้นสังกัดของสถานศึกษา และสถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ในร่างประกาศ ศธ.ฉบับดังกล่าว กำหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตร์ 1 รายวิชา โดยจัดเวลาเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ ระดับประถมศึกษา 40 ชั่วโมงต่อปี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 40 ชั่วโมงต่อปี (1 หน่วยกิตต่อปี) และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวม 3 ปี 80 ชั่วโมง (2 หน่วยกิต) สถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น การใช้พิพิธภัณฑ์เป็นสื่อ การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและต่อยอดประวัติศาสตร์สู่งานอาชีพ การบูรณาการประวัติศาสตร์กับรายวิชาอื่น และการศึกษานอกสถานที่และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เป็นต้น” นายอนุชา กล่าว

ทั้งนี้ หากบอร์ด กพฐ.พิจารณาให้ความเห็นชอบ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ลงนามในประกาศ ศธ.ฉบับดังกล่าวแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน คือ จะมีการแยกรายการประเมินผลการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ใหม่ โดยในแบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3) จะมีการแสดงผลการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์แยกออกมา จากเดิมที่รวมอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

นายอนุชาฯ กล่าวต่อไปว่า การขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ในปีงบประมาณ 2566 นี้ นอกจากจะเน้นเรื่องการเรียนการสอนแนวใหม่ สร้างการรับรู้ เน้นย้ำความสำคัญ โดยจะออกเป็นประกาศ ศธ.ในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีการวางระบบสนับสนุนอย่างเหมาะสมให้ครอบคลุมทุกมิติ เช่น การจัดกลุ่มตัวชี้วัดสาระประวัติศาสตร์และสาระหน้าที่พลเมือง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของตัวชี้วัด การส่งเสริมประสิทธิภาพจัดการเรียนรู้ โดยส่งเสริมให้ใช้แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นห้องเรียน อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ชุมชน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนําองค์ความรู้ที่ได้จากแหล่งเรียนรู้ ไปต่อยอด ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และเกิดเป็นจริยธรรมของนักเรียน มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยบูรณาการการทำงานข้ามกระทรวง เช่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา วัฒนธรรมจังหวัด การท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์จังหวัด เป็นต้น มีการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง การใช้สื่อดิจิทัลและวิธีการเรียนรู้สมัยใหม่และมีการติดตาม ให้คำปรึกษา และประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องด้วย

นายอนุชาฯ กล่าวอีกว่า ศธ. ได้ขานรับนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้ ศธ. พัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ให้มีความน่าสนใจ เพื่อให้เด็กและนักเรียนได้เรียนรู้ถึงสถาบันหลักของชาติ การต่อสู้ของบรรพบุรุษ ความสามัคคีของคนไทยในเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น โดยก่อนหน้านี้ รมว.ศธ.ได้เน้นย้ำกับผู้บริหารการศึกษา ทั้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนทั่วประเทศสังกัด สพฐ. รวมถึง กศน. และโรงเรียนเอกชน ต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ควบคู่ไปกับการเรียนรู้และพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชนให้สามารถรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันและอนาคตได้ โดยขอให้เพิ่มการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง เพื่อสร้างสำนึกของความเป็นไทย รักในการเป็นชาติไทย โดยจัดการเรียนรู้ตามความพร้อมและเหมาะสมในแต่ละบริบทพื้นที่

“นายกรัฐมนตรีเน้นให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างวิถีชีวิตความเป็นพลเมือง ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่มีความเป็นผู้นำที่ดีและสามารถเป็นแบบอย่างในการทำความดีเพื่อสังคม นอกจากสอนให้เด็กเก่งแล้วยังต้องปลูกฝังให้เด็กเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความรักและหวงเเหนเเผ่นดินเกิด และเป็นพลเมืองที่เข้มแข็งของชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคต” นายอนุชา กล่าว

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2562498

ยินดี ทีเอ็มบีธนชาต ได้ SMEs Excellence Awards 2022 "วราภรณ์" เป็นตัวแทนรับ

26 พ.ย. 2565 05:02 น.

  • ธนูเทพ

ยินดี ทีเอ็มบีธนชาต ได้ SMEs Excellence Awards 2022 “วราภรณ์” เป็นตัวแทนรับ

รับรางวัล วราภรณ์ มนัสรังษี กรรมการบริษัท เค-เฟรช และ พาจนา รุจิเรข รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต รับรางวัลพระราชทาน SMEs Excellence Awards 2022 ประเภทธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต จากสมาคมการจัดการธุรกิจ ที่โรงแรมดิ แอทธินี วันก่อน.

ที่ใดมีผลประโยชน์ที่นั่นมักมีคนสอพลอ

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2565

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…ท่ามกลางร่องรอยความเคลื่อนไหวกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เตรียมจะแยกตัวออกจาก พรรคพลังประชารัฐ ไปอยู่ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่สะท้อนผ่านท่าทีแกนนำกลุ่มก๊วนในพรรคพลังประชารัฐ อย่าง สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่สื่อผ่านเฟซบุ๊กว่าจะไม่ปล่อยให้ พล.อ. ประยุทธ์ ออกไปคนเดียว เหมือนประกาศว่าพร้อมที่จะตามไปอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์…ในขณะเดียวกัน นายกฯประยุทธ์ ก็ยังไม่ได้ออกมาให้ความชัดเจนเรื่องอนาคตทางการเมือง รวมถึงกระแสการย้ายค่ายไปอยู่กับ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เป็นพรรคสำรองเตรียมไว้สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ หากต้องแยกทางกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ…ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา นายกฯประยุทธ์ ก็ยังรักษาทรง ไม่ยอมปริปากถึงเรื่องการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองว่าด้วยการเลือกตั้งครั้งหน้าจะยังปักหลักอยู่กับ พรรคพลังประชารัฐ หรือย้ายค่ายไป พรรครวมไทยสร้างชาติ เพียงแต่ออกตัวกับนักข่าวถึงเรื่องที่เคยบอกหลัง การประชุมเอเปก จะมีความชัดเจนทางการเมืองว่า “หลังเอเปกก็ปีหน้าไง”
ยินดี ทีเอ็มบีธนชาต ได้ SMEs Excellence Awards 2022 "วราภรณ์" เป็นตัวแทนรับ
อย่าพลาด ภัทรา ศิลาอ่อน จัดงาน “S&P ฉลองครบรอบ 49 ปี CAKE & COOKIE WONDERLAND” ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเค้กและเบเกอรี จัดถึง 27 พ.ย. โดยมี ประเวศวุฒิ ไรวา, เกษสุดา ไรวา, วิทูร ศิลาอ่อน และ นวลพรรณ ล่ำซำ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล พระราม 9 วันก่อน.
  • เมื่อมาแนวนี้ก็คงเป็นอย่างที่ “ธนูเทพ” เคยชี้ไว้ตรงนี้ว่า นายกฯประยุทธ์ ไม่จำเป็นต้องรีบเฉลยคำตอบ รอไปต้นปีหน้าก็ยังทันถมเถ โดยใช้เวลาในห้วงนี้ แยกมิตร แยกศัตรู ไล่เช็กชื่อ เช็กจำนวน ระดมนักการเมือง ที่สนับสนุนตัวเอง พร้อมล่มหัวจมท้ายย้ายไปอยู่ค่ายใหม่ ให้พร้อมซะก่อน และที่สำคัญ ต้องไม่ลืมว่าขณะนี้ นายกฯประยุทธ์ ยังถือดุลความได้เปรียบ เพราะมีอำนาจ ปรับคณะรัฐมนตรีครั้งสุดท้าย ก่อนครบเทอมรัฐบาล เพื่อจัดกระบวนทัพให้คนของตัวเองเข้ามามีบทบาทก่อนการเลือกตั้งได้ รวมทั้งสามารถ ปลดคนที่เป็นเสี้ยนหนาม ออกจากตำแหน่ง หลังจากนั้นค่อยใช้ดาบ ยุบสภา โดย เลือกห้วงเวลาในการจัดเลือกตั้งให้ได้เปรียบที่สุด
ยินดี ทีเอ็มบีธนชาต ได้ SMEs Excellence Awards 2022 "วราภรณ์" เป็นตัวแทนรับ
คู่สวีท สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ และ ดร.พรเทพ พรประภา เป็นประธานในพิธีหมั้นและมงคลสมรสระหว่าง พิมพิศา บุตรี ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์–ชนัดดา พิทยศิริ กับ ประภู บุตร สุภาภรณ์ พรประภา โดยมี มยุรี พรประภา มาร่วมในพิธีด้วย ที่บ้านจิราธิวัฒน์ ศาลาแดง วันก่อน.
  • แถมยังเป็นจังหวะเหมาะเมื่อ ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยกรณีการร้องตีความร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ หาร 100 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในวันที่ 30 พ.ย. นี้ เมื่อมีคำวินิจฉัย เรื่องกติกาเลือกตั้ง ออกมาชัดเจนแล้ว ก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อ นายกฯประยุทธ์ ในการ ปรับแผนและวางกลยุทธ์ในการเลือกตั้ง…ท่าที นายกฯประยุทธ์ ช่วงนี้จึงออกในแนว พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง
ยินดี ทีเอ็มบีธนชาต ได้ SMEs Excellence Awards 2022 "วราภรณ์" เป็นตัวแทนรับ
ตามไปกิน วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ เปิดงาน “THE MALL BANGKOK FOOD EXPO 2022” มหกรรมอาหารรวบรวมร้านสตรีทฟู้ดชื่อดังจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 150 ร้าน จัดถึง 30 พ.ย. โดยมี รวีพรรณ ช้างเย็นฉ่ำ, ธีรวี อังกุวรกุล และ ธีรเดช เมธาวรายุทธ มาร่วมงานด้วย ที่เดอะมอลล์ บางแค วันก่อน.
  • อืม…ในห้วงที่การเมืองไทยยังปั่นป่วน หันไปทางประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ประเทศมาเลเซีย ที่เพิ่งเลือกตั้งมาหมาดๆ มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรี วัย 97 ปี สอบตกพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างหมดรูป ขณะที่ อันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำกลุ่มแนวร่วมปากาตัน ฮาราปัน กวาดที่นั่งได้มากที่สุด และได้เสียงจากกลุ่มแนวร่วมพรรครัฐบาลบาริซาน นาซิอองนาล สนับสนุนจนได้เสียงข้างมากสำเร็จ ภายใต้การไกล่เกลี่ยของ สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่าน อับดุลลาห์ สุลต่าน อาห์หมัด ชาห์ กษัตริย์มาเลเซีย โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา อันวาร์ อิบราฮิม ได้เข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อจัดตั้งรัฐบาลต่อไป …ถือเป็นแมวเก้าชีวิต เคยติดคุกติดตะราง แล้วพลิกกลับขึ้นแท่นผู้นำ
ยินดี ทีเอ็มบีธนชาต ได้ SMEs Excellence Awards 2022 "วราภรณ์" เป็นตัวแทนรับ
3 ขวบ พาสินี ลิ่มอติบูลย์, เกตุวลี นภาศัพท์, ชฎาทิพ จูตระกูล, สุเวทย์ ธีรวชิรกุล, ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ และเชฟชื่อดัง อลัง ดูคาส มาร่วมงานเลี้ยงฉลองในโอกาสครบรอบ 3 ปี “บลู บาย อลัง ดูคาส” ร้านอาหารฝรั่งเศสสไตล์ร่วมสมัยมาตรฐานระดับโลก ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
  • ผ่างๆ…ศึกฟุตบอลโลก ปีนี้ตื่นเต้นเร้าใจตั้งแต่รอบแรก เมื่อทีมเต็ง อดีตแชมป์ฟุตบอลโลก อย่าง ทีมชาติอาร์เจนตินา พลิกล็อกแพ้
    ทีมชาติซาอุดีอาระเบีย 1 ต่อ 2 ประตู ขณะที่ ทีมชาติเยอรมนี พ่ายให้ ทีมชาติญี่ปุ่น 1 ต่อ 2 ประตู พลิกล็อกถล่มทลาย…ถือเป็นเสน่ห์ สีสันของเกมลูกหนังเวิลด์คัพที่ระทึกใจ ทำให้แฟนบอลทั่วโลกต้องคอยลุ้นเกมในสนามแบบเกาะติดหน้าจอ…ส่วนที่ได้ลุ้นไม่แพ้กัน สำหรับ แฟนบอลชาวไทย ก็คือการลุ้นโชคใหญ่จากการ ทายผลแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 “เชียร์บอลให้มัน เฮลั่นรับโชค” ที่ ไทยรัฐกรุ๊ป ร่วมกับ 12 อภิมหาสปอนเซอร์ จัดขึ้นเพื่อเพิ่มความเร้าใจในการชมฟุตบอลโลก โดยมี รางวัลที่ 1 เงินสด 5,000,000 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 เงินสดรางวัลละ 500,000 บาท จำนวน 5 รางวัล รางวัลที่ 3 เงินสดรางวัลละ 100,000 บาท จำนวน 15 รางวัล รางวัลที่ 4 เงินสดรางวัลละ 50,000 บาท จำนวน 15 รางวัล…พร้อมด้วย รางวัลพิเศษ ได้แก่ รถยนต์ Honda City Turbo RS มูลค่ารางวัลละ 739,000 บาท จำนวน 2 รางวัล, ทองคำรางวัลละ 90,000 บาท จำนวน 20 รางวัล เป็นต้น…โดยผู้ร่วมสนุกสามารถทยอยส่งคำทายกันเข้ามาได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ ทายผลผ่านไปรษณียบัตร เขียนคำทาย ทีมใดจะเป็นทีมชนะเลิศ ลงบนไปรษณียบัตรของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด 1 ฉบับต่อ 1 คำทาย โดย เขียนชื่อ นามสกุล ที่อยู่ให้ชัดเจน ส่งผ่านระบบไปรษณีย์มายัง นสพ.ไทยรัฐ เลขที่ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. 10900 หมดเขตส่งทายผลวันที่ 17 ธ.ค.2565 เวลา 18.00 น. โดยถือตราประทับไปรษณียบัตรเป็นสำคัญ…และ อีกช่องทาง ทายผลผ่าน “โปสต์การ์ดออนไลน์” โดยโหลด แอปพลิเคชัน Prompt Post ยืนยันตัวตน เลือกทีมที่ชอบและจ่ายเงิน หมดเขตการส่งทายผลในวันที่ 17 ธ.ค.2565 เวลา 23.59 น. สามารถส่งคำทายผลร่วมสนุกได้โดยไม่จำกัดจำนวน…ได้ลุ้นทั้งเกมในสนาม และลุ้นรับโชคใหญ่ไปพร้อมๆกันนะจ๊ะ
ยินดี ทีเอ็มบีธนชาต ได้ SMEs Excellence Awards 2022 "วราภรณ์" เป็นตัวแทนรับ
ฝึกเด็ก พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ และ สตีเฟ่น เจมส์ แฮลวิก ลงนามบันทึกความเข้าใจการพัฒนาทักษะดิจิทัล สำหรับเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในระหว่างการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว โดยมี นลินนาถ ไกรนรา มาร่วมในพิธีด้วย ที่ดีแทค เฮ้าส์ วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…ฉลองสมรสพระราชทาน ซอง คิม ลูกสาว ชี ฮยอน ฮัน คิม กับ ธนิศร์ เจียรวนนท์ ลูกชาย สุภกิต–มาริษา เจียรวนนท์ ที่ห้องแอทธินี คริสตัล ฮอลล์ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก 26 พ.ย. 18.00 น.
ยินดี ทีเอ็มบีธนชาต ได้ SMEs Excellence Awards 2022 "วราภรณ์" เป็นตัวแทนรับ
รับรางวัล วราภรณ์ มนัสรังษี กรรมการบริษัท เค-เฟรช และ พาจนา รุจิเรข รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต รับรางวัลพระราชทาน SMEs Excellence Awards 2022 ประเภทธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต จากสมาคมการจัดการธุรกิจ ที่โรงแรมดิ แอทธินี วันก่อน.
  • สวดพระอภิธรรม พล.อ.ชัยณรงค์ หนุนภักดี ศาลาทักษิณาประดิษฐ์ วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 26 พ.ย. 18.00 น. และพระราชทานเพลิงศพ 27 พ.ย. 16.00 น.
ยินดี ทีเอ็มบีธนชาต ได้ SMEs Excellence Awards 2022 "วราภรณ์" เป็นตัวแทนรับ
น่าซื้อ มนู เลียวไพโรจน์ และ แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ เปิดงาน “COMMART GAME ON” มหกรรมสินค้าไอทีสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี จัดถึง 27 พ.ย. โดยมี ดร.นรัตถ์ สาระมาน, คณิน ธรรมภิบาลอุดม, กฤษฏ์ จงรักษ์ และ อรภัทร รังษีวงศ์ มาร่วมงานด้วย ที่ไบเทค บางนา วันก่อน.
  • สวดพระอภิธรรม วิมลพรรณ ณ ระนอง ศาลา 5 วัดมกุฏกษัตริยารามฯ 26 พ.ย. 18.00 น. และพระราชทานเพลิงศพ 27 พ.ย.17.00 น. 

“ธนูเทพ”

บรรยากาศชาวอเมริกันช็อปปิ้ง “แบล็ก ฟรายเดย์” ปีนี้สุดแผ่ว ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2562975

บรรยากาศชาวอเมริกันช็อปปิ้ง "แบล็ก ฟรายเดย์" ปีนี้สุดแผ่ว ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ

26 พ.ย. 2565 09:56 น.

บรรยากาศชาวอเมริกันช็อปปิ้ง “แบล็ก ฟรายเดย์” ปีนี้สุดแผ่ว ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ

ส่องบรรยากาศชาวอเมริกันช็อปปิ้ง “แบล็ก ฟรายเดย์” ในหลายเมืองใหญ่ปีนี้พบว่าไม่คึกคักตามคาดการณ์ เนื่องมาจากผู้บริโภคยังไม่มั่นใจภาวะเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงในสหรัฐฯ

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2565 ตรงกับวันศุกร์ “แบล็กฟรายเดย์” (Black Friday) เทศกาลช็อปปิ้งส่งท้ายปี ที่เริ่มต้นหลังวันขอบคุณพระเจ้า บรรดาผู้บริโภคชาวอเมริกันต่างออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าทั้งของใช้จำเป็นและของฝากของขวัญสำหรับช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ปีนี้ ท่ามกลางภาวะรัดเข็มขัด และความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับไม่คงที่ เนื่องมาจากภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงในสหรัฐฯ

บรรยากาศชาวอเมริกันช็อปปิ้ง "แบล็ก ฟรายเดย์" ปีนี้สุดแผ่ว ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ

รายงานข่าวระบุว่า จำนวนคนออกมาช็อปปิ้งจับจ่ายสินค้าค่อนข้างบางตา ทั้งตามร้านค้าและห้างสรรพสินค้าในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส และชิคาโก โดยหลายคนยอมรับว่า ปีนี้พวกเขาออกมาซื้อของที่จำเป็น ไม่ได้จับจ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยแต่อย่างใด 

ขณะที่บรรดาห้างค้าปลีก และร้านค้าต่างๆ พากันเตรียมรับมือการเปิดฤดูกาลช็อปปิ้งช่วงเทศกาล ด้วยการจัดโปรโมชั่นลดราคา หลังจากบรรดาธุรกิจค้าปลีกต้องเผชิญกับวิกฤติสินค้าขาดแคลน จากปัญหาห่วงโซ่อุปทานและการขนส่งที่ติดขัดในช่วง 2 ปีของการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้โรงงานต่างๆ ต้องปิดตัว

บรรยากาศชาวอเมริกันช็อปปิ้ง "แบล็ก ฟรายเดย์" ปีนี้สุดแผ่ว ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์จัดให้การช็อปปิ้ง 5 วันในช่วง “แบล็กฟรายเดย์” ซึ่งรวมไปถึง “ไซเบอร์ มันเดย์” เป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นในการจับจ่ายสินค้าของผู้บริโภคของสหรัฐฯในแต่ละปี โดยตัวเลขการช็อปปิ้งในช่วง 2 เดือนระหว่างวันขอบคุณพระเจ้าและเทศกาลคริสต์มาส คิดเป็นตัวเลขถึง 20% ของยอดค้าปลีกรวมทั้งตลอดปี.