Thailand’s economy maintains growth momentum, GDP expands 4.5% in Q3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/thailand/economy/40022287

Thailand’s economy maintains growth momentum, GDP expands 4.5% in Q3

Thailand’s economy maintains growth momentum, GDP expands 4.5% in Q3

MONDAY, NOVEMBER 21, 2022

Thailand’s gross domestic product (GDP) expanded by 4.5 per cent in the third quarter, pointing to a continuous economic revival, the Office of the National Economic and Social Development Council (NESDC) said on Monday.

NESDC secretary-general Danucha Pichayanan said several economic indicators improved in the third quarter, pushing GDP growth to be higher than the second quarter when GDP expansion was 2.5%.

“The Thai economy has been expanding since the fourth quarter of 2021 until the third quarter this year,” Danucha said.

“Almost all indicators increased, including consumption and spending by the private sector, exports, and investments as well as tourism that expanded after the country fully reopened.”

The growth of GDP in the third quarter prompted the NESDC to revise up its GDP forecast for the 2022 from 2.7-3.2% to at least 3.2%, Danucha said.

Thailand’s economy maintains growth momentum, GDP expands 4.5% in Q3He said the NESDC forecasts Thailand’s economic growth in 2023 at 3.5%, in the range of 3% to 4%.

อ.ส.ค.ได้รับรางวัล ความมั่นคงไซเบอร์ การใช้งานปลอดภัย ลดเสี่ยงภัยคุกคาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693502

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ได้รับเชิญให้เข้าร่วมพิธีมอบโล่รางวัล และประกาศเกียรติคุณ Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2022 โดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ให้กับหน่วยงานที่มีผลงานดีเด่นด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ประจำปี 2022 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กทม. โดยอ.ส.ค. ได้รับใบประกาศเกียรติคุณสำหรับหน่วยงานที่มีการดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นเลิศ (Certificate of Cyber Safety)

นายสมพร เปิดเผยว่า อ.ส.ค.ให้ความสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับความปลอดภัยทางเทคโนโลยีมาโดยตลอด โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกรูปแบบพร้อมเดินหน้าพัฒนาและขับเคลื่อนในทุกมิติ พร้อมที่จะพัฒนาและต่อยอด เพื่อเป็นการป้องกัน และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ให้สอดคล้องกับแนวทางของพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 2562 และเป็นไปตามมาตรฐานสากล ในการสร้างนโยบายมาตรฐานและความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ทั้งภายในและภายนอกองค์กร

‘อลงกรณ์’ฟื้นฟูพันธุ์ปูทะเลประจวบฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693495

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีปล่อยพันธุ์ปูทะเล “โครงการฟื้นฟูทรัพยากรประมงบริเวณแหล่งก่อเกิดทรัพยากรสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประจำปีงบประมาณ 2566” โดยมีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่คลองเขาแดง (บริเวณวัดเขาแดง) อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พื้นที่ป่าชายเลนในเขตจังหวัดมีฐานทรัพยากรเพื่อการผลิตทั้งในมิติของความหลากหลายของชนิดและปริมาณสัตว์น้ำที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้บริเวณพื้นที่ป่าชายเลนทำหน้าที่นิเวศบริการที่ดีแก่ชุมชน และเพื่อสนับสนุนให้ชุมชนร่วมมือในการบริหารจัดการทรัพยากรประมงของจังหวัดอย่างยั่งยืน

อีกทั้งยังเป็นการขานรับนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มผลผลิตปูทะเลให้ได้ 5,000 ตัน ในปี 2566 โดยจากข้อมูลเดิมปี 2561 มีผลผลิตปูทะเล เพียง 1,600 ตัน ปี 2562 มีผลผลิต 3,000 ตัน ปี 2563 มี 3,000 ตัน และในปี 2564 ผลผลิตปูทะเลในภาพรวมทั้งประเทศมีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่า 6,000 ตัน โดยเป็นผลผลิตปูทะเลจากการเพาะเลี้ยง 3,400 ตันและจากผลผลิตการจับจากธรรมชาติ 2,800 ตัน ซึ่งเกินเป้าหมายที่กรมประมงคาดการณ์ไว้

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศ และมีความสำคัญทางการประมงทะเล พร้อมจะพัฒนาด้านการใช้ประโยชน์ เนื่องจากเหมาะสมสำหรับเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ วางไข่ และเลี้ยงตัวในวัยอ่อนของสัตว์น้ำส่งผลให้ชาวประมงในพื้นที่มีการพัฒนาและสืบสานวิถีชีวิตในการทำประมงจากรุ่นสู่รุ่น สำหรับการจัดกิจกรรมปล่อยปูทะเลครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน โดยกรมประมง กำหนดปล่อยพันธุ์ปูทะเล 1,300,000 ตัว นอกจากนี้ยังได้สร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการเพาะเลี้ยงและอนุบาลปูทะเลการขุนเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ ชีววิทยาและวงจรชีวิตปูทะเล

กรมชลฯสร้างสถานีสูบน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วมที่สงขลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693496

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ในพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ซึ่งเป็นหนึ่งในอำเภอที่อยู่ในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ มักประสบปัญหาอุทกภัยมาโดยตลอด เนื่องจากหากมีฝนตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ก็จะส่งผลให้บริเวณดังกล่าวได้รับผลกระทบตามไปด้วย ประกอบกับการขึ้นลงของน้ำทะเล จึงทำให้เกิดน้ำท่วมขังในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นวงกว้างเป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้ กรมชลประทาน โดยกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง จึงได้ดำเนินการก่อสร้างสถานีสูบน้ำสนามชัย พร้อมอาคารประกอบ ที่มีศักยภาพในการสูบน้ำได้สูงสุด 20 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที 4 เครื่อง ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 4 ปี (2563-2566) ปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้วกว่า 59% หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยเร่งระบายน้ำออกจากคลองระบายน้ำคลองหนังในช่วงน้ำทะเลหนุนได้ดีขึ้น โดยจะช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ อ.สทิงพระ และลดความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย รวมถึงพื้นที่การเกษตรได้เป็นอย่างมาก

‘มนัญญา’ชูทุเรียนส่งออก ขึ้นชั้นผลไม้พรีเมียมระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/693499

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามนโยบายผลิตทุเรียนคุณภาพเพื่อการส่งออก ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน จ.ชุมพร พร้อมด้วย นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และคณะ โดยเยี่ยมชมสวนทุเรียนฉัตรกมลฟาร์มของ นายฉัตรกมล มุ่งพยาบาล ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต GAP จากกรมวิชาการเกษตร พร้อมกับพบปะเกษตรกรเครือข่ายทุเรียนแปลงใหญ่ และมอบใบรับรองมาตรฐานการผลิต GAP ทุเรียน ให้กับตัวแทนเกษตรกรรวม 320 ราย 345 แปลง พื้นที่ 2,877.35 ไร่ ที่สวนทุเรียนฉัตรกมลฟาร์ม ต.พระรักษ์ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร จากนั้นได้เป็นประธานมอบนโยบายการประชุม เรื่อง “แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องให้กับผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน” ก่อนจะติดตามการดำเนินงานโรงคัดบรรจุผลไม้ (ทุเรียน) “หอมหมื่นลี้” ที่ตลาดมรกต ต.วังตะกอ อ.หลังสวน อ.ชุมพร

น.ส.มนัญญา กล่าวว่า มีนโยบายมุ่งเน้นการผลิตทุเรียนคุณภาพเพื่อส่งออกภายใต้มาตรการส่งออกทุเรียนไทยตามข้อตกลงทางพิธีสารไทย-จีน จึงได้ย้ำในที่ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุกว่า 100 ราย ว่าทุเรียนไทยเป็นทุเรียนที่ดีที่สุดในโลก ทั้งด้านรสชาติและคุณภาพ และขอยืนยันว่าประเทศไทย จะดำเนินการอย่างเคร่งครัดเพื่อรักษาชื่อเสียง รักษาตลาดส่งออกและรักษามาตรฐานการผลิตของทุเรียนไทย สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคทั่วโลก

“ในปี 2564 มีปริมาณการส่งออกทุเรียนทั้งประเทศ 925,855 ตัน มูลค่า 119,160 ล้านบาทและมีแนวโน้มการเติบโตของพื้นที่การผลิตและพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นทุกปี จึงขอย้ำต่อผู้ประกอบการส่งออกว่า กรมวิชาการเกษตร พร้อมให้คำแนะนำและบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อรักษาชื่อเสียงและมาตรฐานของทุเรียนไทยที่ส่งออกไปทั่วโลก ดังนั้นทุกมาตรการที่กำหนดออกมา นอกจากมาตรการการส่งเสริมและการกำกับตามระเบียบ ยังเป็นมาตรการที่มาจากการหารือกับประเทศคู่ค้าที่กำหนดร่วมกันอีกด้วย จึงขอฝากว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันยกระดับมาตรฐานโรงคัดบรรจุทุเรียนสดเพื่อการส่งออก โดยเฉพาะด้านสุขอนามัยพืชตามพิธีสารไทย-จีน อย่างเคร่งครัด” น.ส.มนัญญา กล่าว

ด้านนายระพีภัทร์ กล่าวว่า ได้จัดกิจกรรม “GAP Mobile เคลื่อนที่” เพื่อเร่งดำเนินการให้บริการขึ้นทะเบียน หรือต่ออายุสวน GAP ให้แก่เกษตรกร ซึ่งปัจจุบันมีแปลงทุเรียนที่ขึ้นทะเบียน GAP ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมส่งออกไปจีนแล้ว 26,823 แปลง และมีโรงคัดบรรจุทุเรียนสดที่พร้อมรวบรวมและคัดบรรจุแล้ว 490 โรงคัดบรรจุ ทั้งนี้ คาดว่าตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป จะมีผลผลิตทุเรียนในภาคใต้ 120,000 ตัน โดยเป็นทุเรียนในพื้นที่ จ.ชุมพร 80,000 ตัน ซึ่งพร้อมอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบคุณภาพ และออกใบรับรองสุขอนามัยพืช

ไทย-ญี่ปุ่นจับมือเป็นเจ้าภาพจัดประชุม’สภาวิจัยโลกระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก’ครั้งที่ 22

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693569

ไทย-ญี่ปุ่นจับมือเป็นเจ้าภาพจัดประชุม'สภาวิจัยโลกระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก'ครั้งที่ 22

ไทย-ญี่ปุ่นจับมือเป็นเจ้าภาพจัดประชุม’สภาวิจัยโลกระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก’ครั้งที่ 22

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.57 น.

ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในการประชุม“สภาวิจัยโลกระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” ครั้งที่ 22 (2022 Global Research Council – Asia Pacific Regional Meeting)จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) พร้อมด้วยหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยรายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่นScience and Technology Agency (JST) และ Japan Society for the Promotion of Science (JSPS)ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 พ.ย. 65 ที่โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ กรุงเทพมหานคร

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก (รมว.อว.) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม โดยกล่าวว่าการประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่เกิดขึ้นหลังจากการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคที่ไทยเป็นเจ้าภาพประสบความสำเร็จอย่างงดงาม แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดประชุมนานาชาติในประเทศไทย โดยการประชุมเรื่องการวิจัยก็นับเป็นเรื่องสำคัญ เพราะประเทศไทยประกาศจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วให้ได้ภายใน 15 ปีข้างหน้า กระทรวง อว. มุ่งสนับสนุนให้คนไทยทุกคนเป็นนักวิจัย ทั้งที่เป็นนักวิจัยมืออาชีพและนักวิจัยมือสมัครเล่น โดยใช้ประโยชน์จากการวิจัยในเรื่องต่างๆ ทั้งในทางวิชาการขั้นสูงและในวิถีชีวิตประจำวัน เหมือนที่ ตนเองได้ฝึกปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่นการวิจัยเรื่องการทำงานให้ดี ประสบความสำเร็จ

นอกจากนั้น รมว.อว.ยังกล่าวปาฐกถาแสดงความสำคัญของความเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนให้เกิดผลกระทบวงกว้างต่อสังคม โดยเน้นย้ำความสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สามารถโตได้ด้วยเศรษฐกิจสองขา ขาแรกคือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอีกขาคือเศรษฐกิจสร้างสรรค์  ซึ่งทั้งสองขานี้จะนำพาให้ประเทศต่างๆ เจริญก้าวหน้าได้เมื่อเกิดการทำงานร่วมกันที่เป็นสหวิทยาการ  ตัวอย่างเช่น งานวิจัยเรื่องดินแดนสุวรรณภูมิที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากว่า 2,500-3,000 ปี เป็นการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น เทคโนโลยีภาพถ่ายทางอากาศขั้นสูง (LiDAR) เพื่อวิเคราะห์สภาพทางกายภาพของโบราณสถานที่ถูกปกคลุม มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ถือเป็นการพลิกหน้าประวัติศาสตร์ของไทยว่าเราอยู่ในดินแดนที่เก่าแก่มาหลายพันปี มิได้อายุเพียง 700 ปีตามที่เคยรับรู้มาจากหนังสือเรียนทั่วไป

สภาวิจัยโลกเป็นการรวมตัวของหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยจากทั่วโลกที่ริเริ่มมาจากUS National Science Foundation (NSF) เมื่อปี พ.ศ.2555 ปีนี้ถือเป็นปีแรกในหน้าประวัติศาสตร์ที่หน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยของประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม “สภาวิจัยโลกระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก”มีผู้นำจากหน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยชั้นนำระดับโลกจาก17ประเทศ ได้แก่ กาตาร์สาธารณรัฐเกาหลี ซาอุดีอาระเบียญี่ปุ่น ติมอร์-เลสเต ไทย นิวซีแลนด์บราซิล ฟิลิปปินส์สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ สาธารณรัฐประชาชนจีน สิงคโปร์ เวียดนาม ศรีลังกา อินโดนีเซีย อิหร่าน และอิตาลี เข้าร่วมประชุม โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเตรียมความพร้อมของหัวข้อและกรอบการประชุมสำหรับการประชุมประจำปีที่ผู้นำหน่วยงานให้ทุนจากทั่วโลกจะรวมตัวกันที่ประเทศเนเธอร์แลนด์กลางปีหน้า  โดยเน้น 2 หัวข้อหลักได้แก่ 1.เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และ 2.เรื่องรางวัลและกระบวนการในการให้การยอมรับนักวิจัยที่มีบทบาทในการสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ(Reward and Recognition Mechanism for Researchers)

ขณะที่ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่าสำหรับประเทศไทยได้มีการปฏิรูประบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาตั้งแต่ปี 2562 หรือประมาณ 3 ปีที่แล้ว โดยตอนนี้มีหน่วยบริหารและจัดการทุน 9 แห่ง ซึ่ง สกสว.เป็นผู้ประสานงานในระดับประเทศ และจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงาน ประเทศไทยได้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนในด้านเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือBCGการประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วยหน่วยงานให้ทุนหลักด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมจากทั่วโลกที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการทำงานร่วมกัน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดระหว่างหน่วยงานจัดหาเงินทุนทั่วโลก การประชุมระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของสภาวิจัยโลกได้กลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับหน่วยงานที่ให้ทุนสนับสนุนในการทำงานร่วมกันเปิดโอกาสให้ร่วมอภิปรายถึงหัวข้อที่น่าสนใจร่วมกันและประเด็นที่มีความสำคัญในระดับภูมิภาค ด้วยการแบ่งปันประสบการณ์ ข้อมูล และแนวคิด ที่จะชี้ให้เห็นทิศทางในอนาคตของการวิจัยและนวัตกรรมของภูมิภาค และความสามารถในการวิจัยนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาคและระดับโลกที่ต้องก้าวไปในทิศทางเดียวกัน

โดยในที่ประชุมในครั้งนี้ ประเทศไทยได้ยกตัวอย่างการทำงานของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการสนับสนุนที่เน้นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนได้เสียทุกระดับลงไปถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ สร้างผู้ประกอบการในพื้นที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากกว่า 6,000 ราย สร้างรายได้กว่าสองร้อยล้านบาทให้แก่ชุมชนทั่วประเทศ โดยหวังว่าโมเดลการสนับสนุนทุนแบบสหวิทยาการที่ยึดโยงการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับนี้จะเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่หน่วยงานสนับสนุนทุนวิจัยทั่วโลกจะได้หยิบยกไปพิจารณา และขยายผลในที่ประชุมประจำปีสภาวิจัยโลกที่ประเทศเนเธอร์แลนด์กลางปีหน้าได้และเห็นได้ชัดเจนว่าการเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุมครั้งนี้ของสกสว.พร้อมด้วย วช.และบพค.ตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพและบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลกเป็นประโยชน์และโอกาสอันดีต่อระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ที่จะได้เรียนรู้จากประเทศสมาชิกรวมถึงได้แบ่งปันประสบการณ์ให้กับประเทศสมาชิกอื่นๆ วิธีการทำงานร่วมกันเช่นนี้จะทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาที่ประสบร่วมกันในระดับโลกได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการประชุมประจำปี GRC ครั้งที่ 11 ในปี 2023 ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ต่อไป

ธนันชัย กนกวลีวงศ์ เจ้าของร้านเพชรสุดโมเดิร์น ‘ANANTA’ของขวัญสุดพิเศษ แทนความรู้สึกดีๆที่ไม่สิ้นสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693430

ธนันชัย กนกวลีวงศ์ เจ้าของร้านเพชรสุดโมเดิร์น  ‘ANANTA’ของขวัญสุดพิเศษ แทนความรู้สึกดีๆที่ไม่สิ้นสุด

ธนันชัย กนกวลีวงศ์ เจ้าของร้านเพชรสุดโมเดิร์น ‘ANANTA’ของขวัญสุดพิเศษ แทนความรู้สึกดีๆที่ไม่สิ้นสุด

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เติบโตมากับธุรกิจจิวเวลรี่และเครื่องหนังภายใต้แบรนด์ อัมรินทร์บาร์ซาร์ ทำให้เกิดความหลงใหลในจิวเวลรี่โดยเฉพาะ “เพชร” มากเป็นพิเศษ เมื่อถึงเวลาที่ต้องมารับช่วงต่อจึงทำให้ ธนันชัย กนกวลีวงศ์ ตัดสินใจปรับโฉมธุรกิจดั้งเดิมของคุณพ่อคุณแม่ให้กลายเป็นร้านเพชรสุดโมเดิร์น แต่ยังคงความหรูหรา ในราคาที่ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้ กับชื่อใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายอย่าง ANANTA

นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงวัย 34 ปี เผยถึงที่มาของชื่อแบรนด์ ANANTA ว่า เป็นชื่อที่เกิดจากการนำชื่อของคุณพ่อ-คุณแม่มาร่วมกัน อีกทั้ง ANANTA ในภาษาสันสกฤตยังหมายถึง forever ในภาษาอังกฤษอีกด้วย ซึ่งเพชรก็เช่นกันไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนคุณค่าของเพชรก็ไม่เคยลดลงรวมถึงมูลค่าที่เพิ่มขึ้นเมื่อกาลเวลาผ่านไป ANANTA จึงเป็นชื่อสื่อความหมายของแบรนด์ได้ตรงที่สุดแล้ว

“ผมต้องการสร้างแบรนด์อนันทาให้แตกต่างจาก คำว่าร้านเพชรทั่วไป โดยต้องการให้แบรนด์อนันทาเป็น Upscaled Diamond Boutique ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องเพชร เข้าถึงได้จริงๆ สร้างประสบการณ์ร่วมในโอกาสสำคัญในชีวิตร่วมสร้างประสบการณ์ความสุขให้กับคนผ่านสินค้าของอนันทาเพราะการซื้อจิวเวลรี่เพชรแต่ละครั้งส่วนใหญ่จะมักเกิดขึ้นในโอกาสพิเศษๆ เท่านั้น คนส่วนใหญ่ชอบคิดว่าการใส่เพชรนั้นไกลตัว ทำให้ดูแก่แต่จริงๆ แล้วผมคิดว่าจิวเวลรี่เพชรไม่ได้เป็นแบบนั้นถ้าเราปรับดีไซน์ให้เก๋ แต่ดูเรียบง่าย เข้าถึงได้ เพชรสามารถสะท้อนคุณค่าของตนเอง และเป็นสุขทางใจได้

การที่ลูกค้าเดินเข้ามาชมสินค้า สอบถามข้อมูลต่างๆ ยังไม่ต้องซื้อก็ได้ ผมมองว่านั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะในวันที่ลูกค้าจะซื้อจริงๆ เขาจะนึกถึงเราเป็นอันดับแรกๆ ผมจึงเน้นย้ำกับพนักงานอยู่เสมอว่าเราให้บริการเหมือนเราเป็นเพื่อนที่คอยแนะนำสิ่งที่ดีที่สุด มากกว่าจะเร่งรัดให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อและการที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ อย่างเช่น สามีมาซื้อเพชรที่ร้านเราและขอให้ช่วยทำเซอร์ไพรส์วันเกิดภรรยา หรือเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน แม้แต่พี่คนขับวินที่เก็บเงินจากการทำงานมาซื้อแหวนเพชรให้เป็นของขวัญกับภรรยาเขาสิ่งเหล่านี้เป็นการสร้างความทรงจำที่ดีที่จะอยู่ในใจของลูกค้าพอครั้งต่อไปเขาก็นึกถึงเราเป็นอันดับแรก”

นอกจากนี้ ธนันชัย ยัง Upscaled แบรนด์อนันทาไปอีกขั้นด้วยการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาให้บริการแก่ลูกค้าอีกด้วย

“ระบบซอฟต์แวร์ค้นหาเพชร เป็นระบบที่ช่วยเปิดประสบการณ์รูปแบบใหม่ในการเลือกซื้อเพชรให้กับลูกค้า เพราะบางครั้งเพชรที่เรามีอยู่ในสต๊อกอาจจะไม่ตรงใจลูกค้า ระบบนี้ก็จะช่วยค้นหาเพชรที่มีอยู่ในฐานข้อมูลจากทั่วโลก ที่ลูกค้าจะได้เห็นภาพเพชรเสมือนจริงในรูปแบบโฮโลแกรม สามารถเห็นมุมเหลี่ยมต่างๆ รวมถึงตำหนิของเพชร ตลอดจนแหล่งที่มา และมั่นใจด้วยใบรับรอง นอกจากนี้ลูกค้าสามารถนำมือเข้าไปเทียบว่าถ้าเพชรเม็ดนี้อยู่บนนิ้วจะเป็นอย่างไรหากลูกค้าชอบต้องการที่จะซื้อเพชรเม็ดนั้นเราก็มีบริการจัดซื้อมาให้ ในอนาคตผมก็อยากพัฒนาเทคโนโลยีที่จะสามารถเก็บฐานข้อมูลของลูกค้าแต่ละรายเพียงแค่ลูกค้าสัมผัสสินค้า เช่น สินค้าชิ้นไหนที่ลูกค้าเคยเลือกชม หรือซื้อชิ้นไหนไปบ้าง เพื่อที่เราจะได้นำเสนอสินค้าหรือโปรโมชั่นได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เป็นต้น”

สำหรับกลุ่มลูกค้าของ อนันทา ผู้บริหารหนุ่มบอกว่า ลูกค้าของอนันทานั้นแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ตรงที่ กลุ่มเป้าหมายของอนันทา 80% จะเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มาจากลูกค้าแหวนแต่งงาน และอีก 20% จะเป็นกลุ่มลูกค้าเก่าที่ใช้บริการกันมายาวนาน

“ลูกค้าที่มองหาแหวนเพชรแต่งงาน จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เขาจะให้ความสำคัญกับการค้นหาข้อมูลสินค้าก่อนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งอนันทาเองมีตรงนั้นให้เขาในการให้ความรู้กับลูกค้าในการเลือกเพชร ดีไซน์ต่างๆ ดังนั้นประสบการณ์แรกที่ลูกค้ามีกับแบรนด์คือการซื้อเพชรสำหรับแหวนแต่งงาน และขยายไปสู่การซื้อเพชรในโอกาสต่างๆ รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานอยากซื้อให้เป็นของขวัญตัวเอง เราก็มีเพชรหลากหลายรูปแบบในงบประมาณที่ลูกค้าจับต้องได้ ซึ่งลูกค้าอนันทาส่วนใหญ่จะชอบเพชรหรือเครื่องประดับเพชรที่มีดีไซน์เรียบแต่โก้ มีดีเทล เพราะสามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันและเหมาะกับทุกโอกาส”

ANANTA ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โซน กรูฟ, เซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 3, เซ็นทรัลพระราม 9 ชั้น 2 และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น 1 หรือ เว็บไซต์ https://anantajewelry.com/

“อยากให้ทุกท่านได้ให้โอกาสอนันทาเป็นส่วนหนึ่งในประสบการณ์ความสุขของลูกค้า ให้เราได้เป็นเพื่อนที่รู้ใจที่ช่วยคัดสรรเครื่องประดับเพชรในโอกาสพิเศษของคุณเพียงแค่คุณแวะมาเยี่ยมชมร้านอนันทาไม่ว่าจะสาขาใด ผมเชื่อว่าทุกท่านจะได้รับประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับเพชรกลับไปอย่างแน่นอนครับ”

H&M ร่ายมนตร์แห่งเทศกาลแห่งความสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693431

H&M ร่ายมนตร์แห่งเทศกาลแห่งความสุข

H&M ร่ายมนตร์แห่งเทศกาลแห่งความสุข

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

H&M ขอต้อนรับเข้าสู่การเฉลิมฉลองในโลกแห่งความมหัศจรรย์แห่ง Brasserie Hennes ซึ่งแปลงโฉมในธีมดิสโก้ท่ามกลางลานหิมะในช่วงเทศกาล พื้นที่แห่งนี้ทั้งอบอุ่น เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยสีสันอันน่าตื่นเต้นของช่วงเทศกาลปีใหม่ ในฤดูกาลนี้ โดยมีนักแสดงสาว Chloë Sevigny และนักดนตรี Anderson Paak โดดเด่นดั่งดวงดาวในเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่จาก H&M

Ann-Sofie Johansson ที่ปรึกษาด้านครีเอทีฟของ H&M กล่าวว่า “คอลเลคชั่นนี้เต็มไปด้วยประกายแห่งความพิเศษ ต้องแสงสะท้อนโดดเด่นและออกแบบขึ้นเพื่อเชิญชวนทุกคนให้มาปาร์ตี้ไปด้วยกัน เราตื่นเต้นที่ได้กลับมายัง Brasserie Hennes อีกครั้งในช่วงเทศกาลนี้”

คอลเลคชั่น A/W22 Holiday จาก H&M นั้นเปล่งประกายและส่องสว่าง เป็นปาร์ตี้แห่งสไตล์ที่จะเติมความมั่นใจด้วยสีสันและเนื้อผ้าที่สะดุดตาเกินกว่าจะมองข้ามคอลเลคชั่นนี้เหมาะสำหรับใส่ไปปาร์ตี้ โดยมีชิ้นเด่นที่หรูหรา ไม่ว่าจะเป็นสูทสีชมพูอ่อน เดรสแขนยาวสีชมพูประดับกากเพชร เดรสสีดำตกแต่งด้วยพู่และเลื่อม รวมทั้งเดรสคอเต่าสีเงินปักเลื่อม นอกจากนี้ยังมีเดรสสีดำแต่งชายด้วยพู่มินิเดรสปักเลื่อมสีกรมท่า และชุดเซตเสื้อกันหนาวทรงครอปดีไซน์คอตั้ง ใส่คู่กับกระโปรงประดับพู่ ไปจนถึงแอคเซสซอรี่ชิ้นเด่น ได้แก่ เครื่องประดับผมประดับอัญมณี ตุ้มหูอัญมณีสีชมพูสด และบราประดับเพชร ทุกชิ้นล้วนแต่ดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี ส่วนรองเท้ามีทั้งส้นสูงประดับกากเพชร บู๊ทส้นสูงสีดำ และรองเท้าสีชมพูลูกกวาด เหมาะสำหรับสวมใส่บนแดนซ์ฟลอร์

สนใจจำหน่ายแล้วที่ร้าน H&M และทาง th.hm.com

คุณแหน : 22 พฤศจิกายน 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693470

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

●● การเป็นเจ้าภาพ ในการประชุม APEC 2022 สำเร็จลงแล้วอย่างงดงามยิ่ง ขอแสดงความยินดีกับ ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้มีส่วนร่วมในการจัดประชุม APEC 2022 มา ณ โอกาสนี้นอกจากผลสำเร็จในการประชุมเรื่องเศรษฐกิจแล้ว ในงานเลี้ยงอาหารค่ำผู้นำเขตเศรษฐกิจต่างๆ ที่มาร่วมประชุมกัน ไทยได้มีการนำความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทยมาแสดงให้ผู้นำทั้งหลายได้เห็นอีกต่างหาก ทั้งการแสดงต่างๆ และอาหาร รวมทั้งของที่ระลึกเป็นภาพรวมสวยงามแสดงความเป็นไทย ได้อย่างน่าประทับใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝีมือ Soft Power ของไทย ที่สร้างสรรค์ศิลปะไทย ลงบนของหวาน เพื่อให้สุดยอดผู้นำ APEC ได้รับประทานกันนั้น วิจิตรบรรจงมาก อาทิ “ข้าวเหนียวมะม่วง” ของหวานไทย มีการแกะสลักมะม่วง สวยงามอ่อนช้อย และตกแต่งข้าวเหนียวได้น่ารับประทาน เรียกว่า ทั้งสวยและอร่อยไปพร้อมๆ กันเลยทีเดียว…

●● เรื่องความล่าช้าของการถ่ายทอดสด WORLD CUP ในไทยกลายเป็นหนังชีวิต มีคำถามผุดขึ้นมากมายเพราะเหตุใด กกท. โดยผู้ว่าฯ ก้องศักด ยอดมณี จึงไม่ดำเนินการตลอดหลายปีที่ผ่านมา ติดขัดอะไรเอ่ย? ถึงวันนี้นับว่าท่านผู้ว่าฯยังโชคดีที่มีท่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แผ่บารมีช่วยเคาะเรื่องงบการเงินค่าใช้จ่ายนับพันล้านให้ และยังได้คุณหญิง“จิตอาสา”ปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการโอลิมปิกสากลให้ความอนุเคราะห์ปิด DEAL แถมลดราคาเหลือ 1,200 ล้านบาท กับท่านประธาน FIFA อีก โดย FC ชาวไทยจะได้รับชมการถ่ายทอดสดตลอด 64 แมทช์ ผู้คนในแวดวงกีฬาทราบข่าวดีใจถึงกับกล่าวสรรเสริญให้ผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน…

●● มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จัดงานประเพณีรับน้องขึ้นดอย 2565 “ลูกจ๊างขึ้นดอย ปิ๊กฮอยศรัทธา เหมันต์ไหว้สาพระธาตุเจ้าดอยสุเทพ” เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาอย่างยิ่งใหญ่อลังการ…เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ไม่ได้จัดงานเต็มรูปแบบมา 3 ปีแล้ว…ในการจัดปีนี้ บรรดา “ลูกช้าง” (หมายถึงศิษย์ มช.) ทั้งเก่าและใหม่ได้เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ทำให้คึกคักกันทั้งเมืองเชียงใหม่เลยทีเดียว…มหาวิทยาลัยเชิงดอย ยอดเยี่ยมที่สุด…

●● ตำราศึกษาโหราศาสตร์เบื้องต้นของ อ.เทพย์ สาริกบุตร เป็นที่ต้องการของผู้ที่สนใจ อย่าง วัฒน์ ทาบึงกาฬ เลขานุการกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ก็เป็นผู้หนึ่งที่ใฝ่รู้ในเรื่องนี้และได้ซื้อหามาศึกษาเป็นที่เรียบร้อย สร้างความภาคภูมิใจให้ พรทิพย์ บุตรสาวของ อ.เทพย์ เป็นที่ยิ่ง…

●● วิบูลย์-ศิริพร จันทรางศุ เกี่ยวแขนกันไปชมโขน ตอนสะกดทัพ ที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ โดยไม่ลืมพกของว่างไปเบรกด้วย เพราะที่นั่นไม่มีขาย…ส่วน พิมลพรรณ กาญจนกุญชร เป็นผู้หนึ่งที่ไปร่วมชมโขนในครั้งนี้อย่างมีความสุขมากๆ…

●● ช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา ธวัชชัย-สุทัศนีย์ ไวยนิยา มีทริปไปจอร์เจีย…

●● สามสาววัฒนาฯ 93 ดร.ผุสดี ตามไท, อิ่มทิพย์ ปัตตะโชติ และ อารดา โกศลตระกูล พากันไปดูนกยูงไกลถึงบ้านโฮ่ง ลำพูน…

●● ด้วยเหตุผลทางสุขภาพ ม.ร.ว.จิราวดี จุฑาสมิต และ เตือนใจ ศงสภาต ต้องพักสายตาจากการเล่นเฟซ เล่นไลน์ ในระยะนี้…เพื่อนๆโปรดเข้าใจ หากจะหายไปจากโซเชียลสักพักใหญ่ๆ !!…●●

บารอนเนส

‘ธรรมศาสตร์ สืบนามความสามัคคี’ สังสรรค์ 55 ปี ธรรมศาสตร์ 2510

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693442

‘ธรรมศาสตร์ สืบนามความสามัคคี’ สังสรรค์ 55 ปี ธรรมศาสตร์ 2510

‘ธรรมศาสตร์ สืบนามความสามัคคี’ สังสรรค์ 55 ปี ธรรมศาสตร์ 2510

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ชาวธรรมศาสตร์ ร่วมสังสรรค์ “55 ปี ธรรมศาสตร์ 2510” นำโดย กำธร วังอุดม ประธานนิติศาสตร์ 2510 และประธานกรรมการอำนวยการ พร้อมด้วย สุนทร องนิธิวัฒน์ ประธานกรรมการดำเนินการ พร้อมคณะกรรมการจัดงาน ผาณิต พูนศิริวงศ์ สังคมศาสตร์/วารสารศาสตร์, มยุรี พฤทธิประเสริฐ พาณิชยศาสตร์/บัญชี, อารสา เตมิยาจล รัฐศาสตร์, ศิริพรรณ นิ่มสมบุญ เศรษฐศาสตร์, สมศรี กีรติวุฒิกุล ศิลปศาสตร์ และคณะกรรมการดำเนินการ ชวนเพื่อนรวมรุ่นชาวเหลือง-แดงมาร่วมกันร้องเพลงพระราชนิพนธ์ยูงทองและเพลงประจำมหาวิทยาลัย ณ สมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2565

งานนี้ กำธร วังอุดม ประธานนิติศาสตร์ 2510 และประธานกรรมการอำนวยการ กล่าวว่า การจัดงานสังสรรค์ 55 ปี ธรรมศาสตร์ 2510 ในปีนี้ สืบเนื่องมาจากงาน 50 ปีที่จัดเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2560 โดยมีผู้แทนคณะ 6 คณะ และเพื่อนๆ จากทุกคณะร่วมเป็นกรรมการจัดงาน ซึ่งงานประสบความสำเร็จด้วยดี มีเพื่อนทุกคณะมาร่วมงานประมาณ 800 คน หลังจากวันงานมีการตั้งกลุ่มไลน์ติดต่อสื่อสารกันตลอดมา จนถึงปีนี้มีการเสนอให้จัดงาน 55 ปี จึงได้เชิญผู้แทนทุกคณะมาประชุมหารือ ซึ่งมีความเห็นให้จัดงานสังสรรค์ 55 ปี โดยตั้งกรรมการฝ่ายต่างๆ จากเพื่อนทุกคณะมาร่วมกันดำเนินการ และได้รับความร่วมมือด้วยดีจากทุกฝ่ายทำให้การจัดงานสำเร็จอย่างดียิ่ง ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเป็นกรรมการจัดงาน ขอบคุณเพื่อนที่ให้การสนับสนุนของรางวัล ของชำร่วยและอื่นๆ และหวังว่าชาวธรรมศาสตร์ 2510 จะได้ติดต่อสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกันตลอดไป และจะมีโอกาสพบปะสังสรรค์กันต่อๆ ไป