จีนประเมินยอดป่วยโควิดรายวันจะทะลุ 37 ล้านราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2585950

จีนประเมินยอดป่วยโควิดรายวันจะทะลุ 37 ล้านราย

24 ธ.ค. 2565 09:58 น.

จีนประเมินยอดป่วยโควิดรายวันจะทะลุ 37 ล้านราย

หน่วยงานสาธารณสุขจีนประเมินสัปดาห์นี้ยอดป่วยโควิด-19 รายวันในประเทศจะพุ่งสูงถึงวันละ 37 ล้านราย หลังรัฐบาลประกาศผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2565 เว็บไซต์ข่าวบลูมเบิร์ก รายงานอ้างรายละเอียดการประชุมของคณะกรรมาธิการสุขภาพแห่งชาติจีน (National Health Commission) ที่ได้เปิดเผยระหว่างการประชุมว่า ในช่วง 20 วันแรกของเดือนธันวาคม ชาวจีน 248 ล้านคน หรือราว 18% ของประชากรทั้งประเทศ มีแนวโน้มที่จะติดเชื้อโควิด-19 หลังจากที่จีนมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด ซึ่งนำไปสู่การแพร่ระบาดของโควิดกลายพันธุ์โอมิครอน ในกลุ่มประชากรที่มีระดับภูมิคุ้มกันธรรมชาติที่ต่ำ และทางรัฐบาลสั่งยุติการรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการไปแล้วเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพบว่าขณะนี้ประชาชนในมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน และกรุงปักกิ่งเมืองหลวง พบผู้ติดเชื้อเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากร

นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญของจีนยังมีการประเมินว่า ในช่วงสัปดาห์นี้จะมีชาวจีนเกือบ 37 ล้านคน ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ภายในวันเดียว นับเป็นสถิติการติดเชื้อมากที่สุดในโลก นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาด

โดยนายเฉิน ชิน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ จากบริษัทที่ปรึกษาด้านข้อมูลเมโทร ดาตาเทค วิเคราะห์ข้อมูลการค้นหาข้อมูลออนไลน์ คาดว่าคลื่นการระบาดระลอกล่าสุดของจีน จะพุ่งสูงช่วงกลางเดือนธันวาคมปีนี้ไปจนถึงปลายเดือนมกราคมปีหน้าในหลายเมืองทั่วประเทศ และว่าการเปิดประเทศและผ่อนคลายมาตรการคุมโควิดเป็นสาเหตุให้มีผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นหลายสิบล้านคนในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่เซินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ และฉงชิ่ง.

หมู่บ้านซานตาคลอสที่ฟินแลนด์ จัดงานเลี้ยงส่งลุงซานต้าเดินทางส่งความสุขรอบโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2585921

หมู่บ้านซานตาคลอสที่ฟินแลนด์ จัดงานเลี้ยงส่งลุงซานต้าเดินทางส่งความสุขรอบโลก

24 ธ.ค. 2565 09:36 น.

หมู่บ้านซานตาคลอสที่ฟินแลนด์ จัดงานเลี้ยงส่งลุงซานต้าเดินทางส่งความสุขรอบโลก

หมู่บ้านซานตาคลอส ในเขตแล็บแลนด์ ที่ประเทศฟินแลนด์ จัดงานเลี้ยงส่งลุงซานต้า ขึ้นรถเลื่อนกวางเรนเดียร์ออกเดินทางส่งความสุขแก่ผู้คนทั่วโลกในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2565 ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่หมู่บ้านซานตาคลอส ในเมืองโรวาเนมี ในเขตแล็บแลนด์ ของฟินแลนด์ เข้าร่วมงานเลี้ยงส่งอำลาซานตาคลอส ขึ้นรถเลื่อนกวางเรนเดียร์ ออกเดินทางรอบโลก เพื่อส่งความสุขให้กับผู้คนทั่วโลกในช่วงเทศกาลคริสต์มาส และส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 โดยงานนี้มีทั้งบรรดาเด็กๆและผู้ใหญ่มาร่วมอวยพรให้ซานตาคลอสเดินทางปลอดภัยในปีนี้

ก่อนที่จะออกเดินทาง ชายสูงวัยสวมชุดซานตาคลอสสีแดงพร้อมเครายาวสีขาว ซึ่งเป็นตัวแทนซานตาคลอสของหมู่บ้านแห่งนี้ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ปีนี้เขาได้รับจดหมายจำนวนหลายฉบับจากเด็กๆ ทั่วโลก หลายคนต่างขอพรให้ปีนี้โลกสงบสุข หลังจากเกิดสงครามการสู้รบรัสเซียบุกยูเครน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยซานตาคลอส กล่าวว่า เขาหวังว่าปีที่ยากลำบากจะผ่านพ้นไปและกลายเป็นปีที่ดี และโลกสงบสุขขึ้นในปีหน้า.

สรุปผลสอบสวนทรัมป์ล้มล้างประชาธิปไตย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2585925

สรุปผลสอบสวนทรัมป์ล้มล้างประชาธิปไตย

24 ธ.ค. 2565 09:00 น.

สรุปผลสอบสวนทรัมป์ล้มล้างประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมาธิการสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุการณ์ผู้ชุมนุมบุกอาคารรัฐสภา กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ วันที่ 6 ม.ค.2564 ได้เผยแพร่รายงานการสอบสวนฉบับสมบูรณ์ ความยาว 845 หน้า ซึ่งรวมถึงคำให้การ เอกสารที่เกี่ยวข้อง ผลการตรวจสอบ ไปจนถึงข้อเสนอแนะทางกฎหมาย อันบ่งชี้ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีส่วนสมรู้ร่วมคิดในการขัดขวางเจตจำนงของประชาชนและพยายามล้มล้างความเป็นประชาธิปไตยของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ รายงานการสอบสวนถูกเปิดเผยก่อนที่คณะกรรมาธิการดังกล่าวจะถูกยุบในวันที่ 3 ม.ค.นี้ หลังพรรคฝ่ายรีพับลิกันชนะการเลือกตั้ง ส.ส.กลางเทอมและครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ โดยรายงานที่ระบุถึงความพยายามของนายทรัมป์ในการพลิกผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เจ้าตัวพ่ายแพ้แก่นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต ด้วยการพยายามติดต่อกดดันเจ้าหน้าที่ดูแลการเลือกตั้งทั้งในระดับรัฐและระดับท้องถิ่นผ่านทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะขอนัดพบ โทรศัพท์หา และส่งข้อความ

ขณะที่เหตุการณ์ในวันที่ 6 ม.ค. นายทรัมป์ยังทำการปลุกระดมผู้สนับสนุน แม้จะทราบดีว่าผู้สนับสนุนบางส่วนมีอาวุธ พร้อมกระตุ้นให้ผู้สนับสนุนต่อสู้อย่างสุดความสามารถ เพื่อที่ตัวเองจะได้เป็นประธานาธิบดีและพยายามที่จะเข้าร่วมการชุมนุมดังกล่าวและนายทรัมป์ไม่มีความพยายามแม้แต่น้อย ที่จะยับยั้งผู้สนับสนุนของตัวเอง แม้ว่าจะเห็นว่าเหตุการณ์ลุกลามบานปลายผ่านทางการถ่ายทอดของสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆหรือมีที่ปรึกษาจำนวนมากขอร้องให้นายทรัมป์คลี่คลายสถานการณ์

รายงานการสอบสวนยังสนับสนุนอย่างเอกฉันท์ ให้มีการเสนอ 4 ข้อหาทางอาญาแก่นายทรัมป์ ฐานมีบทบาทในการปลุกระดมให้เกิดการจลาจล พร้อมสนับสนุนให้คณะกรรมาธิการด้านจริยธรรมของสภาคองเกรสเปิดการสอบสวนแกนนำพรรครีพับลิกัน และสมาชิกสภาพรรครีพับลิกันบางส่วนที่ก่อนหน้านี้ ไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์บุกรัฐสภา 6 ม.ค.

ผลการสอบสวนครั้งนี้เป็นเพียงสัญลักษณ์ และเป็นหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ว่าจะดำเนินการทางกฎหมายเช่นไรต่อไป แต่ถือเป็นครั้งแรกที่สภาคองเกรสดำเนินการในลักษณะนี้กับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่า ย่อมส่งผลต่อแผนการลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2567 ของนายทรัมป์.

สภาสกอตแลนด์ผ่านกฎหมาย ให้คนข้ามเพศเปลี่ยนเพศตัวเองง่ายขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2585890

สภาสกอตแลนด์ผ่านกฎหมาย ให้คนข้ามเพศเปลี่ยนเพศตัวเองง่ายขึ้น

24 ธ.ค. 2565 05:52 น.

สภาสกอตแลนด์ผ่านกฎหมาย ให้คนข้ามเพศเปลี่ยนเพศตัวเองง่ายขึ้น

รัฐสภาของสกอตแลนด์ผ่านกฎหมายที่จะทำให้ผู้คนสามารถเปลี่ยนเพศตัวเองได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น ท่ามกลางเสียงต่อต้านจากฝ่ายค้านที่กังวลว่า กฎหมายนี้อาจทำให้ผู้ชายหลอกผู้หญิงได้ง่ายขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ธ.ค. 2565 รัฐสภาของสกอตแลนด์ผ่านกฎหมาย ‘ปฏิรูปการจำแนกเพศ’ (gender recognition reform) ซึ่งจะทำให้ผู้คนสามารถเปลี่ยนเพศตัวเองได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น ไปด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 86 เสียงและคัดค้าน 39 เสียง

ตามกฎหมายใหม่ ผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป จะสามารถขอใบรับรองการยอมรับทางเพศ (Gender Recognition Certificate) ได้ โดยไม่ต้องมีใบรับรองการวินิจฉัยว่ามีอาการ gender dysphoria หรือ ภาวะความไม่พึงพอใจในเพศสภาพของตนเองอีกต่อไป หากเขาหรือเธอใช้ชีวิตในเพศที่ประกาศเป็นเวลา 3 เดือน หรือ 6 เดือนในกรณีที่เป็นผู้มีอายุ 16-17 ปี

ก่อนหน้านี้ ผู้ที่จะขอใบรับรองเปลี่ยนเพศได้จะต้องใช้ชีวิตภายใต้เพศที่ประกาศเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี นอกจากนั้น กฎหมายใหม่ยังให้ ‘เวลาคิดทบทวน’ แก่ผู้ยื่นคำร้องเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้พวกเขาได้พิจารณาการตัดสินใจใหม่อีกครั้งด้วย

สกอตแลนด์กลายเป็นชาติสมาชิกสหราชอาณาจักรชาติแรกที่อนุมัติกฎหมายลักษณะนี้ ซึ่งมีใช้กันในประเทศอย่าง เดนมาร์ก, อาร์เจนตินา และไอร์แลนด์ ขณะที่สเปนก็เพิ่งผ่านกฎหมายคล้ายกันในวันเดียวกันนี้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสกอตแลนด์ยังไม่ได้กำหนดว่าจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายวันใดในปี 2566 แต่กฎหมายนี้อาจถูกขัดขวางโดยรัฐบาลกลางของสหราชอาณาจักร ซึ่งพรรคอนุรักษนิยมออกมาแสดงความกฎหมายในบางบทบัญญัติของกฎหมายและจะดำเนินการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

พรรคอนุรักษนิยมอังกฤษกังวลว่า กฎหมายใหม่ของสกอตแลนด์จะเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของผู้หญิงกับเด็กๆ และอาจออกคำสั่งระงับไม่ให้กฎหมายนี้เข้าสู่ขั้นตอนการลงพระปรมาภิไธย หากมีความจำเป็น

ขณะที่สมาชิกกลุ่มสิทธิสตรีและสมาชิกสภาฝ่ายอนุรักษนิยมในสกอตแลนด์บางคนคัดค้านกฎหมายนี้ ด้วยเหตุผลว่ามันทำให้ผู้ชายบ้าตัณหาสามารถใช้ประโยชน์เพื่อเข้าไปในพื้นที่เฉพาะของผู้หญิงได้

“ในขณะที่พวกเราส่วนใหญ่ในสกอตแลนด์เป็นคนดี, มีเกียรติและมีเหตุผล พวกข่มขืนกับพวกกระทำผิดทางเพศไม่ใช่แบบนั้น” เรเชล แฮมิลตัน สมาชิกสภาจากพรรคอนุรักษนิยมสกอตแลนด์กล่าว “มันคงเป็นเรื่องโง่เขลาอย่างที่สุดที่จะเชื่อว่า คนพวกนี้จะไม่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่พร้อมให้ฉกฉวยประโยชน์”

ที่มา : DW

สหรัฐฯ อ่วม พายุฤดูหนาวถล่ม ไฟดับกระทบคน 1.5 ล้าน ตายแล้ว 6 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2585885

สหรัฐฯ อ่วม พายุฤดูหนาวถล่ม ไฟดับกระทบคน 1.5 ล้าน ตายแล้ว 6 ศพ

24 ธ.ค. 2565 04:36 น.

สหรัฐฯ อ่วม พายุฤดูหนาวถล่ม ไฟดับกระทบคน 1.5 ล้าน ตายแล้ว 6 ศพ

ตอนนี้ชาวอเมริกันมากกว่า 200 ล้านคน อยู่ภายในประกาศเตือนภัยพายุฤดูหนาวแล้ว ขณะที่เกิดไฟดับกระทบผู้คนกว่า 1.5 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตเพราะอิทธิพลของพายุแล้วอย่างน้อย 6 ศพ

ในวันศุกร์ที่ 23 ธ.ค. 2565 จำนวนชาวอเมริกันที่เผชิญปัญหาไฟฟ้าดับเพราะอิทธิพลจากพายุฤดูหนาวซึ่งกำลังเล่นงานหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 1.5 ล้านคนแล้ว ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ poweroutage.us. โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย มีการแจ้งเหตุมากกว่า 175,000 กรณี

นอกจากนั้น ที่รัฐเวอร์จิเนีย, เมน, เทนเนสซี, นิวยอร์ก และเพนซิลเวเนีย ต่างมีรายงานพบผู้ประสบปัญหาไฟดับมากกว่า 100,000 ราย และมากกว่า 50,000 รายที่รัฐเทกซัส, นิวแฮมป์เชียร์, เวอร์มอนต์, คอนเนตทิคัต, แมรีแลนด์ และโอไฮโอ โดยที่รัฐทางตะวันตกได้รับผลกระทบเช่นกัน

สหรัฐฯ อ่วม พายุฤดูหนาวถล่ม ไฟดับกระทบคน 1.5 ล้าน ตายแล้ว 6 ศพ
โจ ไบเดน ฟังรายงานสภาพอากาศที่ห้องทำงานรูปไข่ เมื่อ 22 ธ.ค. 2565

สำนักงานบริการสภาพอากาศของสหรัฐฯ (NWS) ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศเกือบทุกพื้นที่ทั่วสหรัฐฯ กระทบประชาชนร่วม 200 ล้านคน โดยเฉพาะในภาคตะวันออก, ตะวันออกเฉียงเหนือ, ตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันตกเฉียงเหนือ ขณะที่มีประกาศเตือนภัยพายุบริเวณชายฝั่งตะวันออกเกือบทั้งหมด

นอกจากนั้น NWS ยังเตือนภัยลมแรงกับสภาพอากาศหนาวยะเยือกยาวนาน (hard freeze) บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ฟลอริดาไปจนถึงเทกซัส ส่วนทางเหนือ โดยเฉพาะบางพื้นที่ในรัฐมินนิโซตากับ นอร์ทและเซาท์ ดาโกตา มีการเตือนภัยพายุหิมะ ขณะที่เตือนภัยพายุฤดูหนาวในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ บริเวณรัฐวอชิงตันกับโอเรกอน

การคมนาคมทั่วประเทศได้รับผลกระทบอย่างหนักก่อนถึงวันหยุดคริสต์มาส ในวันศุกร์เพียงวันเดียวมีการยกเลิกเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกทั่วสหรัฐฯ มากกว่า 4,600 เที่ยว และมีเที่ยวบินล่าช้ากว่ากำหนดอีกไม่น้อยกว่า 6,000 เที่ยวบิน

สหรัฐฯ อ่วม พายุฤดูหนาวถล่ม ไฟดับกระทบคน 1.5 ล้าน ตายแล้ว 6 ศพ
หิมะตกที่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เมื่อ 22 ธ.ค. 2565

นอกจากหิมะและอากาศหนาวเย็นแล้ว ชาวอเมริกันในภาคตะวันออกยังได้รับแจ้งเตือนให้เตรียมรับมือน้ำท่วม โดยมีการเตือนภัยบริเวณชายฝั่งบางจุดในรัฐนิวยอร์กและแมสซาชูเซตส์ ขณะที่มีรายงานว่าเกิดเหตุน้ำท่วมแล้วที่เมืองโรดไอส์แลนด์ และเมืองแอตแลนติก ซิตี ในรัฐนิวเจอร์ซีย์

อิทธิพลของพายุฤดูหนาวยังทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายรายตลอดช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รวมถึงชายคนหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นคนไร้บ้าน ถูกพบเป็นศพท่ามกลางอากาศหนาวในรัฐเทกซัส และมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอีก 5 รายเป็นอย่างน้อย

ที่มา : bbc

ยูเครนโวย รัสเซียรื้อโรงละครมาริอูโปล ปกปิดการฆาตกรรมนับร้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2585883

ยูเครนโวย รัสเซียรื้อโรงละครมาริอูโปล ปกปิดการฆาตกรรมนับร้อย

24 ธ.ค. 2565 03:38 น.

ยูเครนโวย รัสเซียรื้อโรงละครมาริอูโปล ปกปิดการฆาตกรรมนับร้อย

เจ้าหน้าที่ยูเครนกล่าวหารัสเซีย รือโรงละครเมืองมาริอูโปลเพื่อปกปิดการฆาตกรรม หลังรัสเซียโจมตีโรงละครแห่งนี้ซึ่งถูกใช้เป็นที่หลบภัย จนทำให้มีผู้เสียชีวิตนับร้อยรายเมื่อเดือนมีนาคม

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 23 ธ.ค. 2565 นายเปโตร อันดรียุชเชนโก ผู้ช่วยของอดีตนายกเทศมนตรีเมืองมาริอูโปล ออกมากล่าวโจมตีรัสเซียซึ่งเริ่มดำเนินการรื้อโรงละครเมืองมาริอูโปล ว่าเป็นความพยายามปกปิดการฆาตกรรมพลเรือหลายร้อยคน ตอนที่อาคารแห่งนี้ถูกเครื่องบินรบรัสเซียโจมตีในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

รัสเซียเริ่มตั้งฉากกั้นรอบอาคารโรงละครมาริอูโปลเมื่อเดือนพฤศจิกายน ก่อนที่ล่าสุดจะมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นรถตักดินกำลังรื้อส่วนหลังของอาคารอยู่

นายอันดรียุชเชนโกกล่าวว่า รัสเซียวางแผนที่จะเหลือด้านหน้าของโรงละครเอาไว้ แล้วทำลายส่วนที่เหลือทั้งหมด จากนั้นจึงสร้างโรงละครแห่งใหม่บนกองกระดูกของชาวมาริอูโปล

ยูเครนโวย รัสเซียรื้อโรงละครมาริอูโปล ปกปิดการฆาตกรรมนับร้อย
โรงละครมาริอูโปลถูกใช้เป็นที่หลบภัยก่อนถูกโจมตี

ทั้งนี้ โรงละครมาริอูโปลเคยเป็นจุดศูนย์กลางของชาวเมืองจนกระทั้งสงครามอุบัติขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ กองทัพรัสเซียปิดล้อมและโจมตีเมืองแห่งนี้อย่างหนักนานหลายเดือน จนทหารยูเครนกลุ่มสุดท้ายจำนวนไม่กี่ร้อยซึ่งปักหลักอยู่ที่โรงงานเหล็ก ‘อะซอฟสตาล’ (Azovstal) ตัดสินใจยอมแพ้ในเดือนพฤษภาคม

ราว 2 เดือนก่อนหน้านั้นในวันที่ 16 มี.ค. เครื่องบินรบรัสเซียทิ้งระเบิดหนัก 500 กก. 2 ลูกต่อเนื่องใส่โรงละครมาริอูโปล ซึ่งชาวเมืองกว่า 1,200 คนใช้เป็นสถานที่หลบภัยรวมทั้งเขียนข้อความบนสนามด้านหน้าอาคารว่ามีเด็กอยู่ด้านใน ทางการยูเครนคาดว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 300 ศพ ขณะที่การสืบสวนของสำนักข่าวเอพีชี้ว่า จำนวนอาจถึง 600 ศพ

บีบีซี รายงานในเดือนพฤศจิกายนว่า มีผู้พยานหลายคนเห็นเจ้าหน้าที่รัสเซียนำศพหลายศพออกจากซากปรักหักพังของอาคาร และนำไปฝั่ง ต่อมาในช่วงต้นเดือนธันวาคมนักข่าวของ เอพี ใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมประเมินว่า มีการขุดหลุมฝังศพใหม่ที่สุสานประจำเมืองเพิ่มถึง 10,300 หลุม ท่ามกลางรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตในการต่อสู้ที่เมืองแห่งนี้กว่า 25,000 ราย

มือปืนกราดยิงในกรุงปารีส ตาย 3 เจ็บอื้อ-คนร้ายเพิ่งออกจากคุก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2585863

มือปืนกราดยิงในกรุงปารีส ตาย 3 เจ็บอื้อ-คนร้ายเพิ่งออกจากคุก

24 ธ.ค. 2565 02:10 น.

มือปืนกราดยิงในกรุงปารีส ตาย 3 เจ็บอื้อ-คนร้ายเพิ่งออกจากคุก

เกิดเหตุมือปืนกราดยิงผู้คนในกรุงปารีส ฝรั่งเศส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย คนร้ายถูกจับกุมตัวแล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากการเหยียดเชื้อชาติ

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า มือปืนก่อเหตุกราดยิงที่ศาลาประชาคมชาวเคิร์ดในกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส เมื่อวันศุกร์ที่ 23 ธ.ค. 2565 ทำให้สมาชิกชุมชนชาวเคิร์ดเสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บอีก 3 ราย อาการวิกฤติ 1 ราย สาหัส 2 ราย ก่อนที่ผู้ต้องสงสัยวัย 69 ปี จะถูกจับกุมตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการขัดขืน

นางอเล็กซองดรา กอร์เดอบาร์ นายกเทศมนตรีเขต 10 ของกรุงปารีส เผยว่า ผู้ต้องสงสัยก็ได้รับบาดเจ็บในเหตุยิงกันครั้งนี้ด้วย และมีสถานที่ 3 แห่งถูกไฟไหม้ ได้แก่ ศาลาประชาคมชาวเคิร์ด, ร้านอาหารแห่งหนึ่ง กับที่ร้านทำผมซึ่งมีผู้ถูกยิง 2 ราย

มือปืนกราดยิงในกรุงปารีส ตาย 3 เจ็บอื้อ-คนร้ายเพิ่งออกจากคุก
ลอร์ เบคคิว อัยการกรุงปารีส

ข่าวระบุอีกว่า ผู้ก่อเหตุเพิ่งได้รับการปล่อยตัวออกจากคุกเมื่อไม่นานมานี้ โดยมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุอาจเกี่ยวข้องกับแนวคิดเหยียดเชื้อชาติ ขณะที่สภาประชาธิปไตยชาวเคิร์ดในฝรั่งเศส (CDF-K) ผู้ดูแลศาลาประชาคมที่ถูกโจมตี ออกมาประณามเหตุโจมตีครั้งนี้

ด้านนาง ลอร์ เบคคิว อัยการกรุงปารีสกล่าวว่า ตอนนี้ยังยืนยันไม่ได้ว่าแรงจูงใจในการก่อเหตุคืออะไร แต่ผู้ต้องสงสัยรายนี้เคยถูกจับกุมข้อหาก่อความรุนแรงจากการเหยียดเชื้อชาติ โดยเหตุเกิดเมื่อ 8 ธ.ค. 2564 เขาใช้ดาบโจมตีเต็นท์ผู้อพยพในกรุงปารีส แต่ไม่แน่ชัดว่าเหตุใดเขาถึงได้รับการปล่อยตัว

มือปืนกราดยิงในกรุงปารีส ตาย 3 เจ็บอื้อ-คนร้ายเพิ่งออกจากคุก
ตำรวจปะทะกับผู้ประท้วงในกรุงปารีส

หลังเกิดเหตุ ทางการกรุงปารีสพยายามร้องขอไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน สตราสบูร์ก-แซงต์ เดนิส ซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาเกิดเหตุกระทบกระทั่งกันระหว่างตำรวจกับฝูงชนที่มาชุมนุมประท้วงใกล้ที่เกิดเหตุ มีการจุดไฟกลางถนน และขว้างปาสิ่งของเข้าใส่เจ้าหน้าที่

‘นักฆ่าบิกินี’ ฆาตกรต่อเนื่องผู้ฆ่านักท่องเที่ยวทั่วเอเชีย เป็นอิสระแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2585843

‘นักฆ่าบิกินี’ ฆาตกรต่อเนื่องผู้ฆ่านักท่องเที่ยวทั่วเอเชีย เป็นอิสระแล้ว

24 ธ.ค. 2565 00:18 น.

‘นักฆ่าบิกินี’ ฆาตกรต่อเนื่องผู้ฆ่านักท่องเที่ยวทั่วเอเชีย เป็นอิสระแล้ว

อดีตฆาตกรต่อเนื่องเจ้าของฉายา นักฆ่าบิกินี ผู้ก่อเหตุทั่วเอเชียในช่วงยุคปี 70 ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในเนปาลแล้ว และกำลังเดินทางกลับฝรั่งเศส

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาร์ลส์ โสภราช (Charles Sobhraj) ฆาตกรต่อเนื่องชาวฝรั่งเศส ผู้ก่อเหตุฆาตกรรมนักท่องเที่ยวหลายรายทั่วเอเชียในช่วงทศวรรษที่ 1970 จนถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์ในชื่อ ‘The Serpent’ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในประเทศเนปาลแล้วในวันศุกร์ที่ 23 ธ.ค. 2565 หลังจากถูกคุมขังมานานเกือบ 20 ปี

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก ศาลสูงสุดของเนปาลมีคำตัดสินในวันพุธที่ 21 ธ.ค. ว่านายโสภราชในวัย 78 ปีควรได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ และจะถูกส่งตัวกลับฝรั่งเศสภายใน 15 วัน โดยในวันศุกร์เขาก็ถูกปล่อยตัวและนั่งเครื่องบินโดยสารจากกรุงกาฐมาณฑุไปยังกรุงปารีส

นายโสภราชบอกกับผู้สื่อข่าวจากเอเอฟพี ขณะโดยสารเครื่องบินว่า เขารู้สึกดีที่ได้รับการปล่อยตัว “ผมรู้สึกดีเยี่ยม…ผมมีเรื่องให้ทำมากมาย ผมต้องฟ้องคนเยอะแยะ รวมทั้งประเทศเนปาล” เมื่อถูกถามว่าเขาถูกกล่าวหาอย่างไม่ถูกต้องว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่องหรือไม่ นายโสภราชก็ตอบว่า “ใช่ ใช่แล้ว”

ทั้งนี้ นายโสภราชเกิดที่เมืองไซ่ง่อน ซึ่งปัจจุบันคือนครโฮจิมินห์ ของเวียดนาม มีพ่อเป็นชาวอินเดียส่วนแม่เป็นชาวเวียดนามซึ่งต่อมาได้แต่งงานใหม่กับชายชาวฝรั่งเศส นายโสภราชใช้ชีวิตเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมระหว่างประเทศมากมาย จนกระทั่งได้เดินทางมายังประเทศไทยในปี 2518

เขาอุปโลกน์ตัวเองเป็นพ่อค้าอัญมณี ตีสนิทกับเหยื่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวตะวันตก ก่อนจะวางยา, ปล้นชิง และฆาตกรรมพวกเขา โสภราชเข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมหญิงสาวชาวอเมริกันผู้ถูกพบศพบนชายหาดในสภาพสวมแต่ชุดบิกินีเมื่อปี 2518 ทำให้เขาได้รับฉายาว่า ‘นักฆ่าบิกินี’ ก่อนจะถูกโยงเข้ากับคดีฆาตกรรมอีกมากกว่า 20 คดี

นายโสภราชถูกจับกุมตัวที่ประเทศอินเดียในปี 2519 และถูกจำคุกที่นั่นเป็นเวลา 21 ปี โดยเขาเคยแหกคุกออกมาได้ปี 2529 หลังวางยาผู้คุมคุก ก่อนจะถูกจับกุมตัวได้อย่างรวดเร็วที่รัฐโกอา จากนั้นในปี 2540 เขาก็ได้รับอิสรภาพและไปใช้ชีวิตในฝรั่งเศส หาเงินด้วยการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ก่อนจะเดินทางกลับไปเนปาลในปี 2546

นายโสภราชถูกจับกุมตัวอีกครั้งที่กาสิโนแห่งหนึ่ง หลังถูกพบตัวโดยนักข่าว โจเซฟ นาธาน หนึ่งในผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์หิมาลายัน ไทม์ส และถูกศาลเนปาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตข้อหาฆาตกรรม น.ส.คอนนี โจ บรอนซิช นักท่องเที่ยวหญิงชาวอเมริกันเมื่อปี 2518 และ 10 ปีต่อมา เขาก็ถูกพบว่ามีความผิดฐานฆ่าเพื่อนร่วมทางชาวแคนาดาของบรอนซิชด้วย

อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลาที่ติดคุกในเนปาล นายโสภราชยืนยันว่าไม่ได้ฆ่านักท่องเที่ยวทั้ง 2 คน อ้างว่าเขาไม่เคยมาเนปาลเลยจนกระทั่งครั้งที่เขาถูกจับกุม

พล.ต.ต.สมพล สุทธิมัย อดีตผู้บังคับการกองการต่างประเทศของไทย ซึ่งทำงานร่วมกับตำรวจสากลจนนำไปสู่การออกหมายจับแดง จับกุมนายโสภราชในปี 2519 เคยพยายามผลักดันให้เนปาลส่งตัวฆาตกรรายนี้มายังประเทศไทยเพื่อรับการไต่สวนคดีฆาตกรรมอื่นๆ ซึ่งเกิดขึ้นที่นี่

แต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พล.ต.ต.สมพล ในวัย 90 ปี บอกกับเอเอฟพีว่า เขาไม่คัดค้านเรื่องการปล่อยตัวนายโสภราช เพราะตอนนี้ทั้งเขาและอาชญากรที่เขาเคยตามล่าตัวต่างมีอายุมากเกินไปแล้ว “ผมไม่มีความรู้สึกอะไรเกี่ยวกับเขาแล้วตอนนี้ เพราะมันผ่านมานานเหลือเกิน” “ผมคิดว่าเขาชดใช้ในการกระทำของเขาไปแล้ว”

ที่มา : yahoo

พลังตู่ “เฮ้ง สุชาติ” จัดทัพบ้านใหญ่ บวกหิมาลัย-แรมโบ้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539492

ขุนน้ำหมึก

24 ธ.ค. 2565

พลังตู่ “เฮ้ง สุชาติ” จัดทัพบ้านใหญ่ บวกหิมาลัย-แรมโบ้

เติมเต็มปักษ์ใต้ “เฮ้ง สุชาติ” นำทัพบ้านใหญ่ภาคกลาง จับตา ส.ส.เกรดเอ ตามสมทบ ผนึกหิมาลัยดูแลภาคเหนือ แรมโบ้นำร่องภาคอีสาน รอแม่ทัพตัวจริง

รวมไทยสร้างตู่เดินหน้า “เฮ้ง สุชาติ” นำทัพภาคกลาง รอ ส.ส.ซุ้มบ้านใหญ่ตามมาสมทบ เติมเต็มโซนปักษ์ใต้ พื้นที่ถนัดของอดีต ส.ส.ปชป.

ไม่ได้มีแค่ “เฮ้ง สุชาติ” ยังมี หิมาลัย ผิวพรรณ มาดูแลภาคเหนือ และแรมโบ้-เสกสกล นำร่องภาคอีสาน รวมใจสานฝันลุงตู่

สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รอคอยความชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มานานนับเดือน ท่ามกลางกระแสข่าวลือมากมาย เมื่อลุงตู่ ผู้นำทางจิตวิญญาณชัดเจน เสี่ยเฮ้งก็เดินหน้าจัดทัพทันที

การเข้ามาเสริมทัพของทีมเสี่ยเฮ้ง และ ส.ส.บ้านใหญ่อีกกลุ่มหนึ่ง จะเติมเต็มพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ถูกมองว่า เป็นพรรค ปชป.สาขา 2 เพราะกลุ่มก่อการชุดใหญ่เป็นอดีต ส.ส. ที่ลาออกมาจากพรรคเก่าแก่

แนวคิดการสร้างพรรคเพื่อสู้รบเลือกตั้ง ในกติกาบัตร 2 ใบ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ได้บอกว่า จะเน้น ส.ส.เขต โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้

ดังนั้น กลุ่มบ้านใหญ่ปักษ์ใต้ นำโดย ลูกหมี-ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร ,สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรครวมพลัง และนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร ตามมาด้วย กำนันศักดิ์-พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี และวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง จึงเป็นหน่วยทะลวงฟันชุดแรก

สำหรับภาคอื่น ๆ วิทยา แก้วภราดัย กรรมการบริหารพรรค รทสช. ได้เดินสายไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน ปรากฏว่า ไม่ปัง เพราะคนเหล่านั้น เป็นผู้สมัคร ส.ส.ที่สอบตกซ้ำซาก 

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบรับเข้ามาร่วมงานกับพรรค รทสช. คงต้องปรับขบวนกันครั้งใหญ่ เพราะหากต้องการ ส.ส.ให้ได้เกินกว่า 25 ที่นั่ง ก็ต้องพึ่งมืออาชีพ ผู้ชำนาญการในพื้นที่มากขึ้น

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. คงดูแลสนาม กทม. และธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ น่าจะดูแลภาคใต้ ร่วมกับกลุ่มบ้านใหญ่ปักษ์ใต้

สุชาติ ชมกลิ่น ถนัดโซนภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ส่วนภาคอีสาน-ภาคเหนือ ยังขาดแม่ทัพใหญ่ ก็คงต้องใช้บริการ “เสธ.หิ” หิมาลัย ผิวพรรณ และแรมโบ้อีสาน-เสกสกล อัตถาวงษ์ เดินเกมนำร่องไปก่อน

‘แม่ทัพพลังเฮ้ง’

“เฮ้ง สุชาติ” มีความช่ำชองในสมรภูมิรบภาคกลาง, ตะวันออก และตะวันตก ซึ่งในโซนเหล่านี้ ยังมีกระแสนิยมลุงตู่ และเป็นฐานเดิมคนเสื้อเหลืองในบางจังหวัด

สังเวียนชลบุรี 10 ที่นั่ง เสี่ยเฮ้งก็ต้องเจอศึกใหญ่ เมื่อบ้านใหญ่กำนันเป๊าะ จะไปสวมเสื้อเพื่อไทย ซึ่งเสี่ยเฮ้งได้วางตัวผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ไว้ครบแล้ว 

ฉะเชิงเทรา เสี่ยเฮ้งได้พันธมิตรที่แข็งแกร่งคือ กลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่ ของนายกไก่-กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา 4 สมัย 

เสี่ยเฮ้งจับมือนายกไก่ วางตัวผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา ครบทั้ง 4 เขต เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง จึงมีความมั่นใจว่า จะโค่นตระกูลฉายแสง และตันเจริญ ในสีเสื้อเพื่อไทยได้ 

เพชรบุรี เสี่ยเฮ้ง ผูกมิตรกับลูกชายเสี่ยแป๋ง คือ นายกปราย-ชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี มาแต่สมัยที่แล้ว โดยนายกปราย สร้างผลงาน พปชร.ชนะยกจังหวัด 

ตอนนี้ ส.ส.เพชรบุรี ในสังกัดนายกปราย 2 คน ย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย สมัยหน้าบ้านใหญ่อังกินันทน์ จะส่ง ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีแรงงาน และภรรยานายกปราย ลงสมัคร ส.ส.เพชรบุรี เขต 1 

   ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ภรรยานายกปราย-ชัยยะ อังกินันทน์ ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ภรรยานายกปราย-ชัยยะ อังกินันทน์

เสี่ยเฮ้งยังมีพันธมิตรในพื้นที่สมุทรปราการ,สระบุรี,นครปฐม,ระยอง ,จันทบุรี และตราด ซึ่งพร้อมสวมเสื้อ รทสช.

‘หิมาลัย-แรมโบ้’

มิเพียง “เฮ้ง สุชาติ” ที่จะเข้ามาลุยสังเวียนเลือกตั้งในสีเสื้อ รทสช. และที่เห็นไปไหนมาไหนกับคณะนายกฯประยุทธ์ในภาคเหนือก็คือ หิมาลัย ผิวพรรณ

เสธ.หิ-หิมาลัย ผิวพรรณ เป็นเพื่อนรักของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แต่ในทางการเมือง หิมาลัยเลือกลุงตู่ เพราะตัวเขาเป็นคนยึดหลักกตัญญู และมีสัจจะ

ดังที่รู้กัน หิมาลัย มี ส.ส.พลังประชารัฐโซนเหนือตอนล่าง อยู่ในซุ้ม 3 คน และมีเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นอยู่ในโซนเหนือตอนบน 

ในภาคอีสาน หิมาลัย ก็เคยร่วมทีม ป.แป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ไปปูทางสร้างฐานมวลชน ตามคำบัญชาของ พล.อ.ประวิตร เมื่อต้องมาช่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์ หิมาลัยก็ดึงเอาเครือข่ายแดงอีสานมาอยู่ รทสช.ด้วย

การตัดสินใจลาออกจากพรรคเทิดไท ของแรมโบ้อีสาน-เสกสกล อัตถาวงษ์ ก็เพื่อภารกิจช่วยลุงตู่ ลุยสมรภูมิอีสาน ร่วมกับหิมาลัยในนำร่อง รอแม่ทัพตัวจริงมาเสริมแกร่ง

ต้นปี 2566 น่าจะมี ส.ส.บ้านใหญ่ จาก พปชร.อีก 2-3 ซุ้ม ลาออกมาช่วยเสี่ยเฮ้งที่พรรคใหม่ สานฝันลุงตู่ไปต่อตามแผนที่วางไว้
    

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ                โดย … ขุนน้ำหมึก

‘ก้าวไกล’ ปักธง ภาคเหนือตอนล่าง เลือกตั้งครั้งหน้า หวังเก้าอี้เพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539540

24 ธ.ค. 2565

'ก้าวไกล' ปักธง ภาคเหนือตอนล่าง เลือกตั้งครั้งหน้า หวังเก้าอี้เพิ่ม

จัดสัมมนา ผู้สมัคร ส.ส. ‘ภาคเหนือ’ ตอนล่าง พรรคก้าวไกลหวัง ได้เก้าอี้ส.ส.เพิ่มมากขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งหน้า

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และ ปดิพัทธ์ สันติภาดา กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล  วางยุทธศาสตร์ คณะกรรมการจังหวัด และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.8 จังหวัดภาคเหนือล่าง เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง ส.ส. พร้อมต่อสู้ทุกรูปแบบทุกกติกา

เชื่อประชาชนยอมรับการเมืองแบบอุดมการณ์มากขึ้น แม้ภาคเหนือต้องสู้กับบ้านใหญ่ ปักธง ส.ส.ก้าวไกล สมัยหน้า 4 จังหวัดเหนือล่าง   ที่ศูนย์เรียนรู้กิ่งก้านใบ บ้านชำป่าหวาย หมู่ 6 ต.ชัยจุมพล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

ชัยธวัช กล่าวว่า การติวเข้มว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบเขตของพรรคก้าวไกล เป็นการตอกย้ำยุทธศาสตร์เลือกตั้งของก้าวไกลเพื่อเตรียมการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างชัดเจนว่า จุดมุ่งเน้นของพรรคอยู่ที่ ส.ส.เขต ยิ่งทำงานยิ่งเชื่อมั่นว่า พรรคก้าวไกลจะมี ส.ส.เขตครบทุกภาคของประเทศไทย

เฉพาะในภาคเหนือตอนล่างจากการประเมินสถานการณ์ และเสียงตอบรับในพื้นที่รวมทั้งผลงานการทำงานของบรรดาว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกลจาก 8 จังหวัด จะต้องได้มาอย่างน้อย 4 จังหวัดแน่นอน โดยเฉพาะ จ.พิษณุโลก ที่มีเพียงเขตเดียว โอกาสจะขยายไปสู่เขตอื่น ๆ

ปดิพัทธ์ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลมี ส.ส.ใน จ.พิษณุโลก เป็น ส.ส.ที่ทำงานอย่างจริงจัง และจะส่งผลให้ผู้สมัครหน้าใหม่ ทั้งผู้สมัครครั้งที่ผ่านมาที่มีอุดมการณ์มั่นคงทำงานเก่งขึ้น และมีความเป็นตัวแทนมากขึ้น รวมทั้งผู้สมัครรุ่นใหม่ก็มีความพร้อมมากขึ้นกว่าครั้งที่ผ่านมา

ผลโพลที่พรรคก้าวไกลทำขึ้น และจากการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ มีโอกาสที่พรรคก้าวไกลจะได้ ส.ส.เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าทุกเขตมีโอกาส  มีความเป็นไปได้