‘อเล็กซานดร้า’ ฮอตข้ามปีแรงสุดฉุดไม่อยู่ คว้าแบรนด์แอมบาสเดอร์ ‘Mekong Lottery Online’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/777781

'อเล็กซานดร้า' ฮอตข้ามปีแรงสุดฉุดไม่อยู่ คว้าแบรนด์แอมบาสเดอร์ 'Mekong Lottery Online'

‘อเล็กซานดร้า’ ฮอตข้ามปีแรงสุดฉุดไม่อยู่ คว้าแบรนด์แอมบาสเดอร์ ‘Mekong Lottery Online’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.08 น.

มาแรงไม่หยุดจริงๆ สำหรับ “อาเล็กซานดร้า-ธิดาวัลย์ บุญช่วย” นักร้อง นักแสดงชาวลาวที่เคยมาสร้างชื่อเสียงที่ประเทศไทย ด้วยการเล่นละครจนชื่อเสียงโด่งดังข้ามประเทศล่าสุด “อาเล็กซานดร้า” ยังคงกระแสแรงต่อเนื่อง รับทรัพย์ส่งท้ายปี ด้วยการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับ “แม่โขง ลอตเตอรี่ ออนไลน์” ที่ได้รับอนุมัติอย่างถูกต้องจากรัฐบาล สปป.ลาว รับรองโดย กระทรวงการคลัง และ รัฐวิสากิจหวยลาวพัฒนาเป็นการเปิดตัว ที่มีความสวยงามอ่อนช้อย ชวนน่าหลงใหล แถมสาวอาเล็กซานดร้ายังบอกอีกว่า ที่รับงานนี้ เพราะรายได้จากการจำหน่ายสลากของ “แม่โขง ลอตเตอรี่ ออนไลน์” จะนำไปช่วยเหลือพี่น้องชาวลาว และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศลาวให้ดียิ่งขึ้นสวย ใจดี แบบนี้ มิน่าล่ะ งานถึงเข้ารัวๆ เรียกว่ารวยรับทรัพย์ส่งท้ายปี 2566 ไปเลยจ้าาา

‘บอส-ดรีม’พาไปกินร้านเด็ดย่านรังสิต’อาย-บิว’ชวนชิลหมู่บ้านมอแกน ใน’กินไหน ไปด้วยกัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/777780

'บอส-ดรีม'พาไปกินร้านเด็ดย่านรังสิต'อาย-บิว'ชวนชิลหมู่บ้านมอแกน ใน'กินไหน ไปด้วยกัน'

‘บอส-ดรีม’พาไปกินร้านเด็ดย่านรังสิต’อาย-บิว’ชวนชิลหมู่บ้านมอแกน ใน’กินไหน ไปด้วยกัน’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.07 น.

“กินไหน ไปด้วยกัน” 2 หนุ่ม “บอส-ดรีม” ยังทำหน้าที่พาไปร้านอร่อย สัปดาห์นี้ ถึงคิวร้านเด็ดย่านรังสิตส่วน“อาย-บิว”พาเที่ยวหมู่บ้านมอแกน ดำน้ำดูปลานีโม เที่ยงวันอาทิตย์นี้เจอกันหน้าจอช่อง 7HD

สัปดาห์นี้ กินไหน ไปด้วยกัน2 พิธีกรอารมณ์ดีประจำรายการบอส-ชนกันต์ และ ดรีม-ปุณณฤกษ์พาลุยร้านดังย่านรังสิต เริ่มกันที่ร้านยำยูป้า ร้านยำขวัญใจนักศึกษาย่านรังสิต  เปิดบริการมานาน35 ปีแล้วเด็ดจนลืมไม่ลงเลยทีเดียว ไปต่อกันที่เมนูแบบเส้น ก๋วยเตี๋ยวรุ่งรัตน์ ก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณ ร้านนี้ขายมานาน โดยมีโต๊ะ ตู้ หม้อ เป็นหลักฐาน เพราะมีร่องรอยผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ส่วนรสชาติของก๋วยเตี๋ยวนั้น  ต้องลองไปพิสูจน์ ว่าจะอร่อย แซบแค่ไหน ปิดท้ายกันที่ร้านโหงวโภชนา ข้าวต้มโต้รุ่งที่รสชาติไม่ธรรมดา บอกเลยว่าเสิร์ฟเร็ว และราคาย่อมเยา

ด้านคู่ซี้ต่างวัย“อาย ศรสวรรค์” และ “บิว ณัฐพล”ยังอยู่กันที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์สัปดาห์นี้ทั้งคู่พาเที่ยวหมู่บ้านมอแกนเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนชาวเล จากนั้นเอาใจคนรักน้ำ รักปลา พาไปดำน้ำกันที่ อ่าวสุเทพ จุดดำน้ำที่เป็นไฮไลต์ของหมู่เกาะสุรินทร์ที่สวยงามมากๆ ยามเมื่อมีแสงอาทิตย์ส่อง และพาไปตามหาน้องปลานีโมกันที่จุดดำน้ำนีโมพาราไดซ์ที่ใครมาแล้วไม่เจอน้องนีโมเหมือนมาไม่ถึง ปิดท้ายด้วยจุดกางเต็นท์เป็นการเอาใจสายแคมป์ปิ้ง พาไปชมลานกางเต็นท์ที่เงียบสงบ ท่ามกลางธรรมชาติกันที่อ่าวไม้งามปักหมุดรอชมครบรส เรื่องกิน เรื่องเที่ยว ในรายการกินไหนไปด้วยกันวันอาทิตย์ที่ 31ธันวาคมนี้เวลา 12.05 น.ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35และดูย้อนหลังได้ทางBUGABOO.TVYouTube: Ch7HD และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘คนไทยหัวใจไม่ท้อ’ตอน ‘โคก หนอง นา ศาสตร์จากพระราชาสู่ความยั่งยืน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/777779

'คนไทยหัวใจไม่ท้อ'ตอน 'โคก หนอง นา ศาสตร์จากพระราชาสู่ความยั่งยืน'

‘คนไทยหัวใจไม่ท้อ’ตอน ‘โคก หนอง นา ศาสตร์จากพระราชาสู่ความยั่งยืน’

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.06 น.

ทริปนี้ “แห้ว-โสภณ” พามาดู “โคก หนอง นา โมเดล” ทฤษฎีของความสมดุลที่ยั่งยืนที่ ต.ถาวรวัฒนา จ.กำแพงเพชรซึ่งเป็นมรดกชิ้นสำคัญที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทิ้งไว้ให้กับคนไทย งานนี้แห้วไม่รอช้า… ขอตามติดผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน คุณศรินทร โสวงษ์” และกลุ่มชาวบ้านที่ได้ร่วมกันน้อมนำแนวทางนี้มาปรับใช้ เปลี่ยนชีวิตจนค้นพบความสุขอย่างยั่งยืน สามารถผ่านพ้นทุกวิกฤตไปได้ด้วยความสามัคคีร่วมใจกันของคนในชุมชน ภาครัฐ และองค์กรเอกชนติดตามเรื่องราวดีๆ ทั้งหมดนี้ได้ในวันเสาร์ที่ 30 ธันวาคม  09.30 น. ทางช่อง 5HD5 ดูช่อง 5 กดหมายเลข 5

ททท. กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงอาหารจัดงาน ‘Chef Fest Thailand’เฟ้นหาสุดยอดเชฟไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/777777

ททท. กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงอาหารจัดงาน 'Chef Fest Thailand'เฟ้นหาสุดยอดเชฟไทย

ททท. กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงอาหารจัดงาน ‘Chef Fest Thailand’เฟ้นหาสุดยอดเชฟไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.02 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน“Chef Fest Thailand”กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร(GastronomyTourism) ผ่านเทศกาลอาหารและรายการการแข่งขันทำอาหารเพื่อเฟ้นหาสุดยอดเชฟจากทั่วประเทศที่จะมารังสรรค์เมนูอาหารด้วยการยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่นจากครัวไทยสู่ครัวโลก พร้อมส่งเสริมการพัฒนาทักษะของเชฟไทยรุ่นใหม่ตามมาตรฐานสากล ชิงเงินรางวัลกว่า 200,000 บาท ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 23– 24ธันวาคม 2566ณ หาดจอมทอง จังหวัดนครราชสีมา

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกล่าวว่าโครงการ Chef Fest Thailandจัดขึ้นเพื่อผลักดันและส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวเชิงอาหาร(Gastronomy Tourism) สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับวัฒนธรรมด้านอาหารซึ่งเป็น Soft Power ที่แข็งแกร่งของประเทศ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และตอบโจทย์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวเพื่อลิ้มรสอาหารท้องถิ่น ในแหล่งต้นกำเนิดวัตถุดิบที่สำคัญของไทยรวมถึงยังเป็นการตอกย้ำความหลากหลายทางวัฒนธรรมด้านอาหารของประเทศไทย (Gastronomy) นำเสนอผ่านรูปแบบการแข่งขันการทำอาหาร เฟ้นหาสุดยอดเชฟจากทั่วประเทศที่จะมารังสรรค์เมนูอาหารไทยจากวัตถุดิบท้องถิ่นในรูป Fine Dining เพื่อผลักดันวัตถุดิบและอาหารไทยสู่สายตาชาวโลก และเป็นอีกหนึ่งแนวทางส่งเสริมเชฟไทยรุ่นใหม่ให้ก้าวเข้าสู่เชฟระดับโลกด้วยซึ่งมีการแข่งขันรอบคัดเลือกเพื่อค้นหาตัวแทนทั้ง 5 ภูมิภาค โดยกำหนดถ่ายทำรายการในจังหวัดที่มีความโดดเด่นในวัตถุดิบและมีแหล่งท่องเที่ยวในUnseen New Series ได้แก่ ภาคใต้-จ.กระบี่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-จ.นครพนม ภาคกลาง-จ.ราชบุรี ภาคตะวันออก-จ.ระยอง ภาคเหนือ-จ.อุทัยธานี และเชียงราย ก่อนจะแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศในเทศกาลอาหาร “Chef Fest Thailand” ระหว่างวันที่ 23-24 ธันวาคม 2566 ณ หาดจอมทองจ.นครราชสีมา

กิจกรรมภายในเทศกาลอาหารChef Fest Thailand” ประกอบด้วย1) Chef x Fest / Challengeการถ่ายทอดสดกิจกรรมแข่งขันการทำอาหารรอบชิงชนะเลิศของผู้เข้าแข่งขันทั้ง 5 ท่าน ซึ่งเป็นตัวแทนจากแต่ละภูมิภาค เพื่อหาแชมป์ “Chef Fest Thailand” ที่จะมาคว้าถ้วยและเงินรางวัลมูลค่า 200,000 บาท2) Chef x Fest / Food Paradise ที่เต็มไปด้วยความอร่อยมากมาย ประกอบด้วย การออกร้านจากผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียง อาหารท้องถิ่นจาก 5 ภูมิภาค อาหารชุมชน และอาหารระดับมิชลิน จำนวน 30 ร้าน และการออกบูธของชุมชนท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นด้านอาหาร รวมถึงการสาธิตอาหารชุมชน 3) Chef x Fest / Workshop พบกับกิจกรรมเวิร์กชอปเปิดประสบการณ์ในการทำอาหารและรับประทานอาหารโดยเชฟจากชุมชนท้องถิ่น และกิจกรรมความสนุก 4) Chef x Fest / Live Performance พบกับความสนุกกับ 2 พิธีกรชื่อดัง บุ๊คโกะ-ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล และคุณป๊อก-กิตติพันธุ์ ปั้นตะกั่ว ที่จะมาช่วยสร้างสีสันและสร้างความสนุกบนเวที ก่อนจะเพลิดเพลินกับฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ตั้งแต่เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป วันที่ 23 ธันวาคม 2566 พบกับ ดิด คิตตี้ และ หลิว อาจารียา และวันที่ 24 ธันวาคม 2566 พบกับ เป๊ก ผลิตโชคทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมได้ที่งาน “Chef Fest Thailand” ระหว่างวันที่ 23 – 24ธันวาคม 2566 เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ หาดจอมทอง จังหวัดนครราชสีมา  และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Facebook Fanpage : CHEF X FEST Thailand และ Thailand Festival

‘พวงเพ็ชร’ร่อนหนังสือสั่ง’พศ.’สอบด่วน’หลวงพี่โจ’โพสต์คลิปเที่ยวญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777909

'พวงเพ็ชร'ร่อนหนังสือสั่ง'พศ.'สอบด่วน'หลวงพี่โจ'โพสต์คลิปเที่ยวญี่ปุ่น

‘พวงเพ็ชร’ร่อนหนังสือสั่ง’พศ.’สอบด่วน’หลวงพี่โจ’โพสต์คลิปเที่ยวญี่ปุ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 22.29 น.

จีวรร้อนแล้ว!! “พวงเพ็ชร”ร่อนหนังสือด่วนที่สุดสั่ง พศ.ตรวจสอบ”หลวงพี่โจ”โพสต์คลิปเที่ยวญี่ปุ่นว่อนโซเชียล เตรียมประชุมพิจารณาบทลงโทษ

จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ และมีการนำเสนอเนื้อหาพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งอัดคลิปในขณะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ และสื่อโซเชียล Tiktok ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น ( อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : จ่อโดนปลด! ‘หลวงพี่โจ’เที่ยวญี่ปุ่น7วัน7 คืน เล่นหิมะพิชิตความหนาว สั่งลบคลิป-ตั้งกรรมการสอบ)

28 ธ.ค.66นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงต่อภาพลักษณ์ของคณะสงฆ์ หลังปรากฏเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ และมีการนำเสนอเนื้อหาพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งอัดคลิปในขณะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ผ่านรายการดัง และสื่อโซเชียล Tiktok ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่เหมาะสม จึงได้สั่งการด่วนให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รีบดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และลงพื้นที่หาข้อเท็จจริงจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้น

จากการตรวจสอบพบว่า พระที่ปรากฏในภาพข่าวชื่อ พระมหาศรนริน หรือ หลวงพี่โจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไร่พรุ ตำบลน้ำผุด อำเภอเมือง จังหวัดตรัง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ประสานนายสุขพิชัย เชาวกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง ลงพื้นที่พร้อมด้วยพระมหาสุวรรณ วิชฺชาธโร เจ้าคณะอำเภอเมืองตรัง เดินทางไปยังวัดดังกล่าว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงทันทีที่ปรากฏเป็นข่าว โดยได้ประสานไปยังพระครูเมธากร เจ้าอาวาสวัดไร่พรุ ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลและติดต่อพระมหาศรนริน หรือ หลวงพี่โจ เพื่อตักเตือนและให้ดำเนินการลบคลิปทั้งหมดออกจากสื่อโซเชียล ซึ่งหลวงพี่โจดำเนินการทันทีหลังจากได้รับการติดต่อ และได้ให้ข้อมูลว่า คณะจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 นี้

นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า ในส่วนของสำนักพุทธฯ ซึ่งมีหน้าที่ในการสนองงานคณะสงฆ์ อีกทั้งเป็นหน่วยงานหลักที่ส่งเสริมการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา หากมีสิ่งใดทำให้คณะสงฆ์และพระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย จะต้องรีบเข้าดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขอย่างทันท่วงที ซึ่งในกรณีที่คณะสงฆ์เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นและตกเป็นข่าวเช่นนี้ ทางสำนักพุทธฯ ได้ประสานเจ้าคณะอำเภอเมืองตรัง และทราบว่าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมพระสังฆาธิการจังหวัดตรัง เพื่อให้พิจารณา ในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ด้วย ซึ่งบทลงโทษจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับทางคณะสงฆ์จะพิจารณา กรณีดังกล่าวถือเป็น “โลกวัชชะ” โลกตำหนิติเตียนว่าไม่เหมาะสมในสมณสารูป แต่ไม่ถึงกับเป็นอาบัติหนักแต่อย่างใด

‘เสมา1’สั่งลงดาบ อ.ก.ค.ศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 เรียกรับผลประโยชน์จัดสอบครูผู้ช่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/777807

'เสมา1'สั่งลงดาบ อ.ก.ค.ศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 เรียกรับผลประโยชน์จัดสอบครูผู้ช่วย

‘เสมา1’สั่งลงดาบ อ.ก.ค.ศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 เรียกรับผลประโยชน์จัดสอบครูผู้ช่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.19 น.

“เสมา1”สั่งลงดาบ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ฯเรียกรับผลประโยชน์จัดสอบครูผู้ช่วย

28 ธันวาคม 2566 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)ครั้งที่ 13/2566 ว่า สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ได้ดำเนินการสอบครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ (ว 16/2557)ที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อร้องเรียนว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์จากกรณีการสอบคัดเลือกดังกล่าว ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาก็ได้เน้นย้ำให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนดนั้น วันนี้ที่ประชุมมีมติให้ยับยั้งการปฏิบัติหน้าที่ของประธานคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 (อ.ก.ค.ศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2) และผู้แทนครูใน อ.ก.ค.ศ.สพป.ขอนแก่น เขต 2 อีก 1 คน  เพราะถือว่าท้าทายนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากสืบข้อเท็จจริงแล้วเชื่อว่ามีมูลเรื่องการรับผลประโยชน์ในการสอบคัดเลือกครั้งดังกล่าวจริง

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้ปรับวิธีการสอบคัดเลือกมาไว้ที่ส่วนกลาง เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ให้เกิดช่องว่างในการทุจริต

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า เนื่องจากประธาน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯได้เกษียณอายุราชการเป็นเวลา 3 ปีแล้ว จึงไม่สามารถดำเนินการทางวินัยได้ ดังนั้นผู้เสียหายต้องฟ้องดำเนินคดีทางอาญาเอง ส่วนข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีก 1 คน ซึ่งเป็นผู้แทนครูใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ก็จะดำเนินการสอบสวนทางวินัย 
ขณะที่ผู้อำนวยการ สพป.ขอนแก่น เขต 2 ไม่ได้เป็นกรรมการออกข้อสอบ แต่ต้องตรวจสอบว่ามีการปล่อยปะละเลยหรือไม่ ทำไมปล่อยให้คนภายนอกทำเรื่องที่มีแนวโน้มส่อไปในทางไม่สุจริตเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ต้องสืบสวนกันต่อไป โดยตนจะสั่งการให้ ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต2 ออกจากพื้นที่ไว้ก่อน

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2751278

"พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง" ร่วมสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐในช่วยเหลือ

29 ธ.ค. 2566 05:01 น.

“พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง” ร่วมสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐในช่วยเหลือ

สมทบทุน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. มอบเงินจำนวน 20,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์, พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์, ไพลิน ศิริพัฒน์ และ ฑีฆาวุฒิ กุลลประภา มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.

เข้าสู่บรรยากาศส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่…หนังสือพิมพ์  ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 29 ธันวาคม 2566

จากมาดามแป้ง พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ มอบเงินจำนวน 200,000 บาท จากนวลพรรณ ล่ำซำ กก.ผจก.เมืองไทยประกันภัย ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี วิเชน โพชนุกูล และ ดำฤทธิ์ วิริยะกุล มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…ตามที่ คณะรัฐมนตรี ภายใต้การนำของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง มีมติ ครม.เห็นชอบให้วันที่ 29 ธ.ค.2566 ถึงวันที่ 1 ม.ค.2567 เป็นวันหยุดราชการ ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ รวม 4 วันติดต่อกัน บรรยากาศในช่วงนี้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ใน กรุงเทพมหานคร ต่างทยอยเดินทางออกต่างจังหวัด กลับภูมิลำเนา กันอย่างคึกคัก เพื่อไปร่วมทำบุญ และ เฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พร้อมหน้ากับครอบครัว ญาติสนิท มิตรสหาย ตามประเพณีปฏิบัติ ขณะเดียวกันก็มีพี่น้องประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่ถือโอกาสช่วงวันหยุดยาวครั้งนี้ พาครอบครัวเดินทางไป ท่องเที่ยวพักผ่อน ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆทั่วประเทศ ฉลองเทศกาลแห่งความสุขในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
เอสแอนด์พีจัดให้ มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธาน จนท.สื่อสารองค์กร บริษัทเอส แอนด์ พี ซินดิเคท มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี ภิญญาพัชร์ จินตโกศลวิทย์ และ พรพรรณ พจนพริ้ง มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
  • แต่สำหรับปีนี้ มีสิ่งที่แตกต่างไปจากหลายปีที่ผ่านมา นั่นก็คือ รัฐบาล โดย มติคณะรัฐมนตรี ได้กำหนดให้วันศุกร์ที่ 29 ธ.ค.2566 เป็นวันหยุดพิเศษ และให้วันอังคารที่ 2 ม.ค.2567 เป็น วันราชการ เริ่มทำงาน เปิดทำการวันแรกของปี 2567…แน่นอน ถ้ามองในแง่ของ การทำงาน เพื่อเปิดบริการ อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ที่ต้องมีธุระติดต่อ หน่วยงานราชการ ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะการที่มี วันหยุดราชการ ติดต่อกัน 4 วัน ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ก็ถือว่า เพียงพอแล้ว ต่อการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข แต่ถ้ามองในมุมของ วิถีชีวิตความเป็นจริง ของ คนไทย การฉลองในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มักจัดงานเลี้ยงสังสรรค์กันข้ามวันข้ามปี โดยเฉพาะในวันที่ 1 ม.ค. ที่เป็น วันขึ้นปีใหม่ ผู้คนส่วนใหญ่ยังมีการจัดงานฉลองเลี้ยงสังสรรค์กันอย่างคึกคัก…ตรงจุดนี้จึงขัดแย้งกับการที่คณะรัฐมนตรี มีมติให้วันที่ 2 ม.ค. เป็น วันเปิดทำการทางราชการ ทำให้ ประชาชนจำนวนมาก ต้องรีบเดินทางกลับมาทำงาน บางคนอาจฉลองต้อนรับปีใหม่กันจน ดึกดื่น อดหลับอดนอน แต่ก็ต้องรีบขับรถเดินทางกลับมาทำงานให้ทันในวันรุ่งขึ้น ตรงนี้แหละ เป็นดาบสองคม ที่อาจก่อให้เกิด อุบัติเหตุทางถนน ขณะที่รัฐบาลเองก็พยายามรณรงค์เพื่อ ลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ในช่วงเทศกาลปีใหม่…งานนี้คงต้องรอดูผลลัพธ์กันว่า สถิติการเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในคืนวันที่ 1 ม.ค. ต่อเนื่องวันที่ 2 ม.ค.2567 จะพุ่งพรวดมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ ถ้ายอดการเกิดอุบัติเหตุ เสียชีวิต บาดเจ็บ พุ่งสูงกว่าปกติ ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การกำหนดวันหยุด ของ คณะรัฐมนตรี เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุในเทศกาลปีใหม่.
มอบเงิน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต รมว.แรงงาน มอบเงินจำนวน 50,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก, พล.ต.ต.อาทิชา เปาอินทร์, ดำฤทธิ์ วิริยะกุล และ สราลัญ วัชรพล มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
  • อืม…ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ที่อาศัยจังหวะช่วงสิ้นปี ตั้งฉายารัฐบาล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของสื่อต่อการทำงานของ รัฐบาล…สำหรับปี 2566 ที่กำลังผ่านพ้นไป สื่อสายทำเนียบฯตั้งฉายา รัฐบาล ภายใต้การนำของ พรรคเพื่อไทย และ นายกฯเศรษฐา ว่า “แกงส้มผลักรวม” สะท้อนพฤติกรรมในการจัดตั้งรัฐบาล ที่ พรรคก้าวไกล ถูก พรรคเพื่อไทย ผลักออกจากการ ร่วมรัฐบาล กลายเป็นปมด้อยทำให้ รัฐบาล ถูกมองว่าหักหลังเพื่อน …ส่วน “นายกฯเศรษฐา” ได้รับฉายา “เซลส์แมนสแตนด์ชิน” สะท้อนการทำหน้าที่เป็น เซลส์แมนประเทศไทย ดึง นักลงทุนทั่วโลก เข้ามาลงทุนในประเทศไทย หวังฟื้นวิกฤติเศรษฐกิจ แต่ขณะเดียวกันก็ถูกมองว่าเป็นตัวแสดงแทน หรือสแตนด์อิน ของคนใน “ตระกูลชินวัตร” หลายนโยบายก็ถูกวิจารณ์ว่า ต่อยอดมาจากนโยบายเดิมของ รัฐบาล “ทักษิณ ชินวัตร” และ รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”…ขณะที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้ฉายา “รองกอง” โดนให้รับผิดชอบงานหนักจนกองสุมอยู่รอบตัว …สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ได้ฉายา “พลิกทินสู่ดาว” เป็นพลเมืองเต็มขั้นแต่ได้มาเป็น รมว.กลาโหม แต่ก็สามารถทำงานเข้ากับ ผบ.เหล่าทัพได้แบบเนียนๆ…
กิฟฟารีน พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธาน กก.บริษัทกิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ มอบเงินจำนวน 200,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี พงศ์พสุ อุณาพรหม, เอกกมล บุญญาภิสันท์, ไพลิน ศิริพัฒน์ และ สราลัญ วัชรพล มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.

ส่วน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ได้ฉายา “ทวี สอดไส้” เพราะเป็นเต็งหนึ่งในตำแหน่ง รมว.ยุติธรรม แบบม้วนเดียวจบ สะท้อนว่าได้รับความไว้วางใจจาก “นายใหญ่” และโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักประเด็น เอื้อประโยชน์ให้ ทักษิณ ชินวัตร หลังเดินทางกลับมารับโทษ แต่ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตำรวจ ทำให้ไม่ต้องนอนคุกแม้แต่คืนเดียว…ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ได้ฉายา “มาเฟียละเหี่ยใจ” เพราะประวัติโลดโผน จนถูกมองเป็น ผู้ทรงอิทธิพล แถมพอมาเป็น รมช.มหาดไทย ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญ ปราบปรามผู้มีอิทธิพล แต่ขณะเดียวกัน ลูกเขย ดันถูกเจ้าหน้าที่ ปปป. จับกุมในข้อหาเรียกรับสินบนจากผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปา จนต้องสั่งให้ลูกเขยยื่นใบลาออก…ส่วน วาทะแห่งปี เป็นคำพูด ของ นายกฯเศรษฐา ที่ประกาศหลังทำพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำว่า “ขอทำหน้าที่นายกฯ ที่ไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย เป็นรัฐบาลที่จะทุ่มเท ทำงานหนักฯ”…สรุปภาพรวมการตั้งฉายาของสื่อครั้งนี้ ถือว่าสะท้อนภาพได้ตรงแง่มุม หยิกนิดสะกิดหน่อย ตามเทศกาล แต่ก็มีสาระที่ ผู้ได้รับฉายา จะได้ประโยชน์ ถ้ารู้จักรับฟัง นำไปทบทวน ปรับปรุง ถือว่า เป็นการติเพื่อก่อ ก็แล้วกันนะจ๊ะ

ใจบุญ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. มอบเงินจำนวน 20,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง, พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ, พ.ต.อ.ฉันฉาย รัตนพานิช และ ฑีฆาวุฒิ กุลลประภา มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป …วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ จัดงาน สมโภชพระอาราม 338 ปี ถึง 2 ม.ค.2567 ตั้งแต่ 08.30-22.00 น. ภายในงานมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภช สักการะ 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชมนิทรรศการ 338 ปี
เพื่อการศึกษา กานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อสารองค์กร วิริยะประกันภัย มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี พงศ์พันธ์ ประภา ศิริลักษณ์, ดำฤทธิ์ วิริยะกุล และ ไพลิน ศิริพัฒน์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
  • ชูวิทย์ ปงกาวงศ์ (ทนายแอ๊ด) ขอเชิญศิษย์เก่า โรงเรียนพงษ์สวัสดิ์วิทยานุเคราะห์ ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในธีมคาวบอย ที่ลานร่มรื่น ลำปางรีสอร์ต 30 ธ.ค. ตั้งแต่ 18.00 น.
สมทบทุน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. มอบเงินจำนวน 20,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์, พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์, ไพลิน ศิริพัฒน์ และ ฑีฆาวุฒิ กุลลประภา มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
  • ศพ สุพจน์ เหล่าสุอาภา อดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สกญ. ศาลา 5 วัดชัยฉิมพลี คลองบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม.18.30 น. 29 ธ.ค. คืนสุดท้าย ฌาปนกิจ 30 ธ.ค. 16.00 น.

“ธนูเทพ”

วัยรุ่นออสเตรเลียโต้คลื่น ถูกฉลามขาวกัดตาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751425

วัยรุ่นออสเตรเลียโต้คลื่น ถูกฉลามขาวกัดตาย

29 ธ.ค. 2566 12:46 น.

วัยรุ่นออสเตรเลียโต้คลื่น ถูกฉลามขาวกัดตาย

วัยรุ่นชายชาวออสเตรเลียวัยเพียง 15 ปี ถูกฉลามกัดดับสลดขณะเล่นกระดานโต้คลื่นกับพ่อ นอกชายฝั่งทางใต้ของออสเตรเลีย นับเป็นเหยื่อฉลามรายที่ 3 ในรัฐเซาท์ออสเตรเลียนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ร่างของไค คาวลีย์ วัยรุ่นชายเคราะห์ร้ายวัยเพียง 15 ปี ถูกนำตัวขึ้นจากน้ำ หลังจากถูกฉลามโจมตีขณะกำลังเล่นเซิร์ฟกับพ่อของเขา ใกล้กับหาดอีเทล บีช ในอุทยานแห่งชาติอินเนส บนคาบสมุทรยอร์ก บริเวณจุดเล่นกระดานโต้คลื่นและสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนบริเวณนอกชายฝั่งทางใต้ของออสเตรเลีย แต่ในท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเขาไว้ได้  

โดยเหตุฉลามทำร้ายคนครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 5 ของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในจำนวนนี้ 3 ครั้งมีผู้เสียชีวิต โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม มีผู้เสียชีวิตจากฉลามที่บริเวณหาดวอล์กเกอร์ส ร็อกส์ บีช บนคาบสมุทรแอร์ ขณะที่ นายปีเตอร์ มาลินัวส์กาส ผู้ว่าการรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2000 มีเหตุฉลามโจมตีมนุษย์จนเสียชีวิตแล้วถึง 11 ครั้ง ซึ่งถึงแม้ทางการจะพยายามลาดตระเวนและทำทุกทางเพื่อป้องกันเหตุสลดจากฉลาม แต่เนื่องจากรัฐเซาท์ออสเตรเลีย มีชายฝั่งทะเลเป็นระยะทางยาวมากกว่ารัฐอื่นๆ ทำให้ยากต่อการตีกรอบพื้นที่เพื่อป้องกันฉลาม อีกทั้งฉลามยังถือเป็นสัตว์คุ้มครองเนื่องจากพวกมันใกล้สูญพันธุ์ ทำให้เป็นไปได้ยากที่จะกำจัดฉลาม.

ที่มา : BBC

หมอกลงหนาจัด รถชนต่อเนื่อง 7 คันในตุรกี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751406

หมอกลงหนาจัด รถชนต่อเนื่อง 7 คันในตุรกี

29 ธ.ค. 2566 11:38 น.

หมอกลงหนาจัด รถชนต่อเนื่อง 7 คันในตุรกี

เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนต่อๆ กันถึง 7 คันบนถนนมอเตอร์เวย์ ในจังหวัดซาการ์ยา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 10 ศพ บาดเจ็บอีก 57 ราย

อุบัติเหตุรถยนต์ชนต่อๆ กันถึง 7 คัน บนถนนมอเตอร์เวย์ เกิดขึ้นที่จังหวัดซาการ์ยา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกี ห่างจากนครอิสตันบูลราว 150 กิโลเมตร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ และบาดเจ็บอีก 57 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 7 คน โดยสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากมีหมอกลงหนาจัดในขณะเกิดเหตุ ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดต่ำลง

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดซาการ์ยา นายยาซาร์ คาราเดนนิซ ระบุว่า ทางการกำลังอยู่ระหว่างเร่งสอบสวนอุบัติเหตุครั้งนี้แล้ว แต่เบื้องต้นคาดว่า เหตุการณ์เริ่มต้นจากรถยนต์คันหนึ่งไปพุ่งชนรถบรรทุกขณะที่ทัศนวิสัยย่ำแย่ ทำให้รถที่แล่นต่อกันมาเบรกไม่ทันและเสียหลักชนต่อๆ กัน โดยในจำนวนนี้เป็นรถโดยสารที่วิ่งระหว่างเมือง 3 คัน และคาดว่าผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการลงมาจากรถหลังการชน ทำให้ถูกรถที่ตามมาชนซ้ำจนเสียชีวิต โดยล่าสุดตำรวจและหน่วยกู้ภัยได้เร่งเข้าตรวจสอบพื้นที่ และเคลียร์ซากรถออกจากเส้นทางเพื่อให้สามารถเปิดทางให้สัญจรได้ตามปกติต่อไป.

ที่มา : เอพี

7 บุคคลโดดเด่น-ทรงอิทธิพลที่สุดประจำปี 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2751167

7 บุคคลโดดเด่น-ทรงอิทธิพลที่สุดประจำปี 2023

29 ธ.ค. 2566 09:00 น.

7 บุคคลโดดเด่น-ทรงอิทธิพลที่สุดประจำปี 2023

ปี 2023 กำลังจะผ่านพ้นไปเข้าสู่ปีใหม่ 2024 โดยตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เกิดปรากฏการณ์และความเปลี่ยนแปลงขึ้นในโลกของเรามากมาย ซึ่งภายในศูนย์กลางนั้นจะมีบุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่โดดเด่นขึ้นมาหรือมีอิทธิพลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก ไม่ว่าจะในด้านการเมือง ศิลปะ หรือเทคโนโลยี

ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้คัดเลือกบุคคล 7 คน ที่มีความโดดเด่นที่สุดในสายอาชีพของพวกเขา หรือมีอิทธิพลต่อความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกที่สุดในปี 2023 เอาไว้ ณ ที่นี้แล้ว

เทย์เลอร์ สวิฟต์ – บุคคลแห่งปี 2023

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปี 2023 นับเป็นปีของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ อย่างแท้จริง นักร้องสาววัย 34 ปีผู้นี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในการทำสิ่งที่เธอเชี่ยวชาญที่สุด นั่นคือการสร้างความบันเทิงและเขียนเพลงที่เชื่อมโยงเหล่าแฟนๆ เข้าด้วยกัน จนทำให้เธอกลายเป็นคนแรกที่ได้รับตำแหน่ง ‘บุคคคลแห่งปี’ ของนิตยสาร Time ด้วยผลงานด้านศิลปะ

ตลอด 17 ปีนับตั้งแต่เปิดตัวเพลงแรก สวิฟต์มีอัลบั้มเพลงที่ติดชาร์ตอันดับ 1 มากกว่าผู้หญิงคนใดในประวัติศาสตร์ แค่ปีนี้ปีเดียวก็มีถึง 3 อัลบั้มแล้ว เธอยังไปปรากฏตัวอยู่ทุกที่ในปี 2023 คอนเสิร์ต ‘ดิ เอราส์ ทัวร์’ (The Eras Tour) ของเธอมีคนดูเต็มทุกรอบ และสร้างปรากฏการณ์ ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนเทียบเท่าแผ่นดินไหวระดับ 2.3 แมกนิจูด

เอราส์ ทัวร์ ยังส่งให้สาวเทย์เลอร์ไปเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีพันล้าน, กระตุ้นจีดีพีของหลายประเทศ ถึงขั้นที่มหาวิทยาลัยต่างๆ เปิดชั้นเรียนเพื่อศึกษาบทเรียนจากเธอ ทั้งในด้านวรรณกรรม, ธุรกิจ และกฎหมาย ขณะที่หลายเมืองเปลี่ยนชื่อถนนตามชื่อของเธอ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเธอมีอิทธิพลขนาดไหน

แต่ไม่ใช่แค่เรื่องศิลปวัฒนธรรมเท่านั้น บรรดาผู้นำและนักการเมืองโลก ยังแข่งกันใช้ความสำเร็จของ เอราส์ ทัวร์ มาช่วยสร้างความนิยมให้ตัวเอง ด้วยการขอให้ เทย์เลอร์ สวิฟต์ มาจัดคอนเสิร์ตในประเทศของพวกเขา เธอยังทำให้แฟนหลายหมื่นคนยอมลงทะเบียนใช้สิทธิ์เลือกตั้งสหรัฐฯ หลังจากเธอออกมากระตุ้นผ่านอินสตาแกรมด้วย

แซม อัลต์แมน – ซีอีโอดาวรุ่งแห่งวงการ AI

แซม อัลต์แมน ซีอีโอวัย 38 ปี ของบริษัท ‘โอเพนเอไอ’ (OpenAI) ผู้ปล่อย ‘แชตจีพีที’ (ChatGPT) หนึ่งในระบบแชตเอไอที่ทรงพลังที่สุดในโลกออกสู่สาธารณะเมื่อปลายปีที่แล้ว ด้วยความเชื่อมั่นว่ามนุษย์มีความฉลาดและความสามารถในการปรับตัวมากพอที่จะรับมือกับเอไอที่พัฒนาขึ้นทุกวันได้

“สังคมมีความสามารถในการปรับตัว เพราะผู้คนฉลาดและมีความสามารถมากกว่าคนที่เรียกว่าผู้เชี่ยวชาญคิดเอาไว้มาก”

อัลต์แมนเป็นหนึ่งในชื่อที่ร้อนแรงที่สุดในวงการไอที และการปล่อยแชตจีพีทีก็กำลังพิสูจน์ว่า สิ่งที่เขาคิดนั้นถูกต้อง อย่างน้อยก็จนถึงตอนนี้ เพราะมนุษย์ปรับตัวเข้ากับการมาของเครื่องมือเอไออย่างรวดเร็ว ผู้พัฒนารายอื่นๆ ก็ทยอยปล่อยระบบปัญญาประดิษฐ์ของตัวเองออกมา และมันก็ค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คน

แต่ระบบที่ทรงพลังมากขึ้นก็มาพร้อมกับอันตรายที่สูงขึ้น ฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศต่างๆ กำลังระดมสมองอย่างจริงจังเพื่อหามาตรการควบคุมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ไม่ให้เกิดผลเสียหรือเป็นอันตราย ทว่าตอนนี้ แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ที่ฉลาดล้ำที่สุดในด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ก็ไม่รู้วิธีที่เหมาะสมในการควบคุมเอไอ

ในฐานะแนวหน้าในการผลักดันปัญญาประดิษฐ์ โอเพนเอไอ ภายใต้การบริหารของอัลต์แมนวางปัญหาเรื่องการควบคุมเอไอ เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของบริษัท และประกาศตั้งทีม Superalignment ทีมงานวิจัยที่เตรียมการรับมือปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาดเหนือมนุษย์ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบเอไอทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของมนุษยชาติ

เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน – ตัวกลางเจรจาความขัดแย้ง

เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ประธานาธิบดีแห่งตุรกี ผู้ปกครองประเทศมานานกว่า 2 ทศวรรษ เขาพยายามวางตัวเป็นตัวละครสำคัญในภูมิภาคมานานแล้ว และตอนนี้เอร์โดอันก็กำลังใช้ประโยชน์จากวิกฤติเชิงภูมิรัฐศาสตร์ครั้งใหญ่อย่างสงครามยูเครน และสงครามอิสราเอล-ฮามาสอย่างเต็มที่

เอร์โดอันเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มีสายต่อตรงเข้าสู่ทั้งเครมลินและทำเนียบประธานาธิบดียูเครน และเป็นสื่อกลางระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 รวมถึงช่วยเรื่องการทำข้อตกลงเปิดทางส่งธัญพืชผ่านทะเลดำที่ถูกมอสโกปิดกั้น และถึงแม้ว่าข้อตกลงจะพังทลายลงในเวลาต่อมา เอร์โดอันก็ยังพยายามรื้อฟื้นมันกลับมา

ตอนที่ฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา สังหารคนไปกว่า 1,200 ศพ และลักพาตัวประกันอีก 240 ราย เอร์โดอันก็เลือกบทบาทเป็นผู้ไกล่เกลี่ยอีกครั้ง โดยหาทางลดความรุนแรงร่วมกับประธานาธิบดีอิสราเอล และผู้นำปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์ รวมถึงผู้นำอียิปต์ เลบานอน และกาตาร์ด้วย แต่หลังจากอิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนักเพื่อตอบโต้กลุ่มฮามาส เอร์โดอันก็เลือกข้างปาเลสไตน์ ประณามอิสราเอลเป็นผู้ยึดครองและเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

ในขณะเดียวกัน เอร์โดอันยังดันตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งของยุโรป ใช้เรื่องการขอเข้าเป็นสมาชิกนาโตของสวีเดน ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากตุรกีด้วย เป็นเครื่องต่อรองในการขอเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของพวกเขาที่คาราคาซังมานาน ทำให้ EU ต้องหันมาพิจารณาว่าจะเพิ่มความร่วมมือกับตุรกีอย่างไร นับเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของเอร์โดอัน

เออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน – เดอะ ควีน

สตรีผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นประธานคณะมนตรียุโรป (European Commission – EC) เข้มแข็งที่สุด และเป็นชาวเยอรมันคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้นับตั้งแต่ วอลเตอร์ ฮอลล์ชไตน์ ออกจากตำแหน่งไปเมื่อปี 1967 เออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน รวบรวมอำนาจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นำพาสหภาพยุโรปฟันฝ่าวิกฤติมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

วอน แดร์ เลเยน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมนี เป็นผู้ประทับตราอนุมัติมาตรการรับมือทุกความท้าทายต่างๆ ตั้งแต่ไฟเขียวใช้วัคซีนโควิด-19 ไปจนถึงรวบรวมชาติยุโรปคว่ำบาตรรัสเซีย ตามหลังการบุกโจมตียูเครนเต็มรูปแบบ

แต่ในช่วงหลังมานี้ วิธีการบริหารแบบแข็งกร้าวของเธอเริ่มสร้างความไม่พอใจในหมู่เพื่อนร่วมงานของเธอในหน่วยงานการเมืองสูงสุดของสหภาพยุโรปแห่งนี้ วอน แดร์ เลเยน กลายเป็นที่เลื่องลือเรื่องการตัดสินใจสำคัญๆ โดยไม่ปรึกษารัฐบาลชาติ EU หรือกระทั่งสมาชิกคณะมนตรีของเธอเอง จนได้ฉายาเชิงประชดประชันว่า ‘ควีนเออร์ซูลา’

เออร์ซูลาเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลังเล่นนอกบทด้วยการเดินทางเยือนอิสราเอลโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เมื่อเดือนตุลาคม หลังจากกลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ เธอยังเป็นผู้ลงนามข้อตกลงมอบเงินพันล้านให้ตูนิเซียช่วยสกัดผู้อพยพจากแอฟริกาใต้ ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังประกาศการสืบสวนนโยบายอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าของจีนเมื่อเดือนกันยายน ทำให้ชาติสมาชิก EU หลายประเทศไม่ทันตั้งตัวด้วย

ในปี 2024 จะเกิดการสับเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป ซึ่ง วอน แดร์ เลเยน ยังคงมีอิทธิพลมากพอให้เธอมีตัวเลือก 2 ทางคือ ดำรงตำแหน่งประธาน EC ต่อไปอีก 5 ปี หรือสละตำแหน่งให้คนอื่นๆ แล้วเดินหน้าไปเป็นเลขาธิการใหญ่นาโตแทน

อีลอน มัสก์ – นักธุรกิจสติเฟื่อง

อีลอน มัสก์ จบปี 2022 ด้วยการเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก แต่คราวนี้เขาจบปีด้วยการเป็นคนที่โด่งดังที่สุด

หลังจากใช้เงินไป 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2022 เพื่อเทกโอเวอร์บริษัท ทวิตเตอร์ มัสก์ผู้นำเสนอตัวเองเป็นผู้ต่อต้านการแบ่งชนชั้น, สนับสนุนเสรีภาพในการพูดของทุกคน ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงทวิตเตอร์ด้วยการปลดพนักงานและทีมรักษาความปลอดภัย, เก็บเงินค่ายืนยันตัวตน และสุดท้าย ทวิตเตอร์ ก็หายไปเมื่อมัสก์ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเป็น เอ็กซ์ (X) และเลิกใช้โลโก้นกฟ้าที่เป็นเครื่องหมายของทวิตเตอร์มานานกว่า 10 ปี

X ทำให้อีลอน มัสก์ กลายเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลอย่างมากบนโลกออนไลน์ เขาแสดงความเห็นอย่างดุเดือด ตั้งแต่เรื่องสงครามยูเครน, สงครามอิสราเอล-ฮามาส, การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไป, การดีเบตเรื่องการต่อต้านชาวยิวที่ฮาร์วาร์ด และอื่นๆ ซึ่งมักดึงความสนใจจากผู้นำโลกได้สำเร็จ

มัสก์ยังเดินทางไปพบผู้นำประเทศต่างๆ มากมาย รวมทั้งเกาหลีใต้, อินเดีย, ตุรกี และฝรั่งเศส ได้ทัวร์ประเทศจีนและพบรัฐมนตรีหลายกระทรวง ก่อนที่ในเดือนพฤศจิกายน มัสก์จะได้ร่วมเวทีประชุมว่าด้วยเอไอกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ และเดินทางไปพบผู้นำอิสราเอล หลังเขาไปพูดว่า ข้อความต่อต้านชาวยิวบน X คือความจริง

มหาเศรษฐีรายนี้ยังไปพัวพันกับความขัดแย้งอยู่เป็นนิจ ทั้งโจมตีผู้ก่อตั้งวิกิพีเดีย ที่ประกาศขอรับบริจาค, ปะทะกับ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เหตุ เมตา เปิดตัว Threads มาเป็นคู่แข่งของ X ซึ่งเรื่องลามไปถึงขั้นมัสก์ท้าซัคเคอร์เบิร์กต่อสู้บนสังเวียน MMA ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเกิดขึ้นจริง, มัสก์ยังเรียกร้องให้ดิสนีย์ ไล่ซีอีโอ บ๊อบ อีเกอร์ ออก เพราะถอนโฆษณาออกจาก X ด้วย

มิสเตอร์บีสต์ – ยูทูบเบอร์พันล้าน

จิมมี โดนัลด์สัน หรือที่ในโลกออนไลน์รู้จักกันในชื่อ ‘มิสเตอร์บีสต์’ (MrBeast) หนึ่งในยูทูบเบอร์ที่ร้อนแรงที่สุดในยุคนี้ และความโด่งดังของเขาก็มาพร้อมกับเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ซึ่งทำให้หนุ่มวัย 25 ปีผู้นี้มีทรัพย์สินมากถึง 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว ในปี 2023 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่าเท่าตัว

โดนัลด์สันอัปโหลดวิดีโอลงบนยูทูบครั้งแรกตั้งแต่ตอนอายุแค่ 13 ปี ในช่องที่ชื่อว่า MrBeast6000 จนถึงตอนนี้เขามีผู้ติดตามมากกว่า 200 ล้านซับสไครบ์แล้ว เขายังแตกแขนงสายงานไปทำเชนอาหารฟาสต์ฟู้ดของตัวเอง และธุรกิจอื่นๆ แต่คนก็ยังรู้จักเขาดีที่สุดในฐานะยูทูบเบอร์อยู่ดี

มิสเตอร์บีสต์ ทำคลิปวิดีโอรับคำท้าทาย เริ่มจากคำท้าเล็กๆ น้อยๆ อย่างพูดชื่อ “โลแกน พอล” 100,000 ครั้ง หรือให้ทิปพนักงานส่งพิซซ่าหลายร้อยดอลลาร์ ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลาม และโดนัลด์สันก็ไม่หยุดแค่นั้น เขาเพิ่มการลงทุนในการผลิตคลิปมากขึ้นเรื่อยๆ บางคลิปใช้เงินหลักล้านดอลลาร์ เนื่องจากเขาต้องการนำรายได้ที่ได้มา ลงทุนกลับไปในคลิปของเขาทุกบาททุกสตางค์

โดนัลด์สันยังมีชื่อด้านการกุศล เขาร่วมระดมทุนทำโครงการปลูกต้นไม้ 20 ล้านต้น และเก็บขยะพลาสติก 30 ล้านปอนด์จากชายหาดผ่านแคมเปญ “ทีมทรีส์” (Team Trees) และ “ทีมซีส์” (Team Seas) จนถูกคนบางกลุ่มครหาว่าสร้างภาพ แต่ถ้าเขาลงทุนมหาศาลกับการสร้างภาพ แล้วมันช่วยเพิ่มต้นไม้และลดขยะจากธรรมชาติลงได้ ก็นับเป็นเรื่องดีมิใช่หรือ?

โดนัลด์ ทัสก์ – ความหวังฝ่ายสายกลาง

ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ชาย 2 คนต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้นำของประเทศโปแลนด์ ฝ่ายหนึ่งคือ โดนัลด์ ทัสก์ อดีตนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ผู้เคยดำรงตำแหน่งประธานคณะมนตรียุโรป ก่อนจะกลับไปเป็นหัวหน้าพรรค ‘ซิวิค แพลตฟอร์ม’ (PO) ส่วนอีกฝ่ายคือ ยาโรสลาฟ คัชชินสกี หัวหน้าพรรคกฎหมายและความยุติธรรม (PiS) นักชาตินิยมฝ่ายขวา

หลังจากโปแลนด์อยู่ภายใต้การปกครองของคัชชินสกีมานาน 8 ปี สายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงก็มาถึง เมื่อนายทัสก์แสดงให้เห็นในการเลือกตั้งเดือนตุลาคมว่า เขายังมีเสน่ห์ดึงดูด สามารถรวบรวมพรรคการเมืองต่างๆ ตั้งแต่ฝ่ายกลางขวาจนถึงฝ่ายซ้ายให้มาเป็นรัฐบาลร่วมได้สำเร็จ แม้ฝ่าย PiS จะพยายามพลิกเกมโดยใช้สื่อที่ถูกรัฐควบคุมอย่างหนักก็ตาม

ชัยชนะในการเลือกตั้งของทัสก์ฉายแสงแห่งความหวังไปทั่วยุโรป ซึ่งกำลังเผชิญคลื่นฝ่ายขวาถาโถม ตั้งแต่การขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอิตาลีของนางจอร์เจีย เมโลนี, โรเบิร์ต ฟีโก สหายปูตินได้กลับเป็นผู้นำสโลวาเกีย ขณะที่พรรค Alternative for Germany ฝ่ายขวาจัดในเยอรมนีก็กำลังมีคะแนนนิยมเพิ่มสูง เช่นเดียวกับพรรค Fidesz ของนายวิกตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีอิตาลี มหามิตรของปูตินในยุโรป

ผู้ที่ดีใจที่สุดในชัยชนะของทัสก์คงหนีไม่พ้นกลุ่มสหภาพยุโรป เพราะพวกเขาอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับรัฐบาลโปแลนด์ภายใต้การบริหารของ PiS มาตลอด โปแลนด์ของคัชชินสกีออกนโยบายปฏิรูปมากมายที่ศาลยุติธรรมยุโรปตัดสินว่าลดทอนเสรีภาพของฝ่ายตุลาการ ทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์สถาบันของ EU อย่างหนัก และโหวตค้านร่างกฎหมายสำคัญของ EU ด้วย

การกลับมาของทัสก์ ซึ่งให้คำมั่นว่าจะย้อนคืนการปฏิรูปศาลของรัฐบาลก่อน น่าจะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างโปแลนด์กับ EU กลับมาราบรื่น และทำให้ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของสหภาพยุโรปแห่งนี้ กลับมาเป็นหัวใจสำคัญในการออกนโยบายต่างๆ ของ EU อีกครั้ง

ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : politicobbctime