สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 36 โจมตี รพ. ชาวปาเลสไตน์นับแสนถูกบีบอพยพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739900

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 36 โจมตี รพ. ชาวปาเลสไตน์นับแสนถูกบีบอพยพ

11 พ.ย. 2566 20:08 น.

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 36 โจมตี รพ. ชาวปาเลสไตน์นับแสนถูกบีบอพยพ

สงครามอิสราเอลกับฮามาสดำเนินมาถึงวันที่  36 หลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 พร้อมกับจับตัวประกันไปกว่า 200 คน

  • กระทรวงสาธารณสุขของฉนวนกาซาที่บริหารงานโดยกลุ่มฮามาสแจ้งว่าจนถึงวันที่ 11 พ.ย. มีชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาถูกสังหาร เนื่องจากการโจมตีของอิสราเอลเพิ่มเป็นอย่างน้อย 11,078 ศพแล้ว ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในอิสราเอลจากการโจมตีของฮามาสปรับลดลงมาอยู่ที่กว่า 1,200 ศพ (จากเดิม 1,400 ศพ)
  • หัวหน้าสภาเสี้ยววงเดือนแดงปาเลสไตน์ แจ้งต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่าโรงพยาบาลต่างๆ ในฉนวนกาซากำลังตกเป็น ‘เป้าหมายอย่างจงใจ’ เพื่อบีบบังคับให้ชาวปาเลสไตน์รีบอพยพหนีภัยออกจากเมืองกาซาซิตี้
  • ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอัลชีฟาในเมืองกาซาซิตี้ ฉนวนกาซาเผยว่า โรงพยาบาลอัลชีฟาได้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกสิ้นเชิง โดยใครก็ตามที่เคลื่อนไหวจะตกเป็นเป้าหมายของทหารอิสราเอล ในขณะที่ กองทัพอิสราเอลส่งทีมสไนเปอร์ หรือนักแม่นปืน รวมทั้งรถถังมาล้อมโรงพยาบาล โดยกล่าวหากลุ่มฮามาสมาตั้งฐานบัญชาการในโรงพยาบาลเพื่อป้องกันการถูกโจมตี
  • อิสราเอลแจ้งว่ามีชาวปาเลสไตน์นับ 100,000 คนอพยพจากทางตอนเหนือของฉนวนกาซาลงสู่ทางใต้ในช่วงสองวันที่ผ่านมา ในขณะที่ยังมีชาวปาเลสไตน์อีกจำนวนมากบอกว่าพวกเขาอพยพหนีภัยสงครามไม่ได้ เพราะติดอยู่ท่ามกลางการสู้รบระหว่างทหารอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส
  • เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส หัวหน้าองค์การอนามัยโลก(WHO) กล่าวต่อที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า มีเด็กชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาถูกฆ่าตาย เฉลี่ยแล้ว 1 คนในทุก 10 นาที พร้อมกับเตือนว่า ไม่มีที่ไหนและไม่มีใครในฉนวนกาซามีความปลอดภัย
  • ฟิลิปเป ลาซซานี กรรมาธิการใหญ่หรือหัวหน้าสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดงานสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้(UNRWA)เรียกร้องให้สันนิบาตรัฐอาหรับดำเนินมาตรการที่เข้มแข็งกว่านี้เพื่อคุ้มครองปกป้องพลเรือนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา

ที่มา :  Aljazeera

สุดเครียด อิสราเอลส่งสไนเปอร์ รถถังล้อม รพ. โดนประณามใช้ระเบิดฟอสฟอรัสขาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739888

สุดเครียด อิสราเอลส่งสไนเปอร์ รถถังล้อม รพ. โดนประณามใช้ระเบิดฟอสฟอรัสขาว

11 พ.ย. 2566 18:23 น.

สุดเครียด อิสราเอลส่งสไนเปอร์ รถถังล้อม รพ. โดนประณามใช้ระเบิดฟอสฟอรัสขาว

(ภาพประกอบ)

อิสราเอลส่งสไนเปอร์ รถถังล้อมโรงพยาบาลอัลชีฟา ในเมืองกาซาซิตี้ หลังโจมตีด้วยจรวด ขณะที่ รมว.สาธารณสุขปาเลสไตน์ประณามอิสราเอลใช้ระเบิดฟอสฟอรัสขาวโจมตีโรงพยาบาลอัลชีฟา

เมื่อ 11 พ.ย.2566 สำนักข่าวอัลจาซีรารายงาน สถานการณ์ที่โรงพยาบาลอัลชีฟา ในเมืองกาซาซิตี้ ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา กำลังตึงเครียดอย่างหนัก เนื่องจาก กองทัพอิสราเอลได้ส่งทีมสไนเปอร์ หรือนักแม่นปืน และรถถังล้อมโรงพยาบาลอัลชีฟา ตัดขาดผู้คนในโรงพยาบาลที่มีทั้งคนป่วย คนเจ็บ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และชาวปาเลสไตน์ที่มาหลบภัย 

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอัลชีฟาในเมืองกาซาซิตี้ ฉนวนกาซาเผยว่า โรงพยาบาลอัลชีฟาได้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกสิ้นเชิง และใครก็ตามที่เคลื่อนไหวจะตกเป็นเป้าหมายของทหารอิสราเอล

ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลได้ยิงจรวดมาโจมตีโรงพยาบาลอัลชีฟา รวมทั้งโรงพยาบาลอีกหลายแห่งในฉนวนกาซา เนื่องจากอ้างว่ากลุ่มฮามาสได้ใช้โรงพยาบาลต่างๆ เป็นฐานบัญชาการ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกอิสราเอลโจมตี

ด้าน Mai al-Kaila  รมว.สาธารณสุขของปาเลสไตน์แถลงข่าวที่เมืองรามัลเลาะห์ เมืองหลวงโดยพฤตินัยของรัฐปาเลสไตน์ ว่ากองทัพอิสราเอลได้ใช้กระสุนปืนใหญ่บรรจุฟอสฟอรัสขาว โจมตีโรงพยาบาลอัลชีฟา พร้อมกับชี้ว่า อิสราเอลกำลังฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา

โรงพยาบาลอัลชีฟา ในเมืองกาซาซิตี้ ฉนวนกาซา ต้องตกอยู่ในความตึงเครียดอย่างหนัก เมื่อกองทัพอิสราเอลส่งสไนเปอร์ รถถังล้อมโรงพยาบาล หลังโจมตีด้วยจรวดเมื่อ 10 พ.ย. 2566

เมื่อเดือนตุลาคม 2566 กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มได้กล่าวหาอิสราเอลใช้ฟอสฟอรัสขาวในการโจมตีฉนวนกาซา เมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่อิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหานี้

ทั้งนี้ ฟอสฟอรัสขาว เป็นสารพิษเคมีอันตรายที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง ถึงแม้ยังไม่ได้ถูกสั่งห้ามใช้ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศก็ตาม แต่ก็ถูกควบคุมการใช้อย่างเข้มงวด โดยฟอสฟอรัสขาวเผาไหม้ที่อุณหภูมิมากกว่า 800 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถทำให้โลหะหลอมละลายได้ และด้วยคุณสมบัติของฟอสฟอรัสขาวที่สามารถติดไฟได้อย่างรวดเร็ว และสร้างควันทึบหนา ซึ่งควันจะอยู่ในอากาศราว 7 นาที จึงทำให้กองทัพเลือกใช้ฟอสฟอรัสขาวในการสร้างม่านควัน และกองทัพอิสราเอลเคยใช้โจมตีฉนวนกาซาในปี 2551-2552

ที่มา : Aljazeera

ฝรั่งเศสอ่วม ประสบภัยน้ำท่วม อพยพประชาชน เตือนภัยสูงสุดกว่า 100 เมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739794

ฝรั่งเศสอ่วม ประสบภัยน้ำท่วม อพยพประชาชน เตือนภัยสูงสุดกว่า 100 เมือง

11 พ.ย. 2566 17:11 น.

ฝรั่งเศสอ่วม ประสบภัยน้ำท่วม อพยพประชาชน เตือนภัยสูงสุดกว่า 100 เมือง

ฝรั่งเศสอ่วม ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ สั่งอพยพประชาชน เตือนภัยขั้นสูงสุดกว่า 100 เมือง ทางภาคเหนือของประเทศ 

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศฝรั่งเศส ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเอ่อล้นไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ทำให้ต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ และโรงเรียนประมาณ 200 แห่งถูกปิด

คริสตอฟ เบชู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังพิจารณาประกาศให้หลายเมืองทางภาคเหนือของประเทศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้บ้านเรือนและธุรกิจในพื้นที่ภัยพิบัติได้รับความช่วยเหลือ และเงินชดเชยจากทางการและประกันภัย

รายงานระบุ เมืองมากกว่า 100 เมืองทางภาคเหนือของฝรั่งเศส ตกอยู่ในภาวะเตือนภัยระดับสีแดง หลังเกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน จนเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ สั่งปิดโรงเรียนประมาณ 200 แห่ง และเจ้าหน้าที่ต้องอพยพประชาชนบางส่วนในพื้นที่ทางอากาศเพื่อความปลอดภัย

เกตัน กูเช เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกในพื้นที่กล่าวว่า ผลกระทบจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ระดับน้ำในพื้นที่สูงขึ้น 60 เซนติเมตร ส่งผลให้ไก่ในโรงเรือนของเขาตายจำนวนมาก ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเชื้อโรคจะแพร่ระบาด ขณะที่มีประชาชนในพื้นที่บอกว่าไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์น้ำท่วมหนักเช่นนี้มาก่อนเลย

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters

ปธน.ฝรั่งเศสวอนอิสราเอล หยุดโจมตีฉนวนกาซา ยอดตายพุ่งเกิน 11,000 ศพแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739831

ปธน.ฝรั่งเศสวอนอิสราเอล หยุดโจมตีฉนวนกาซา ยอดตายพุ่งเกิน 11,000 ศพแล้ว

11 พ.ย. 2566 14:30 น.

ปธน.ฝรั่งเศสวอนอิสราเอล หยุดโจมตีฉนวนกาซา ยอดตายพุ่งเกิน 11,000 ศพแล้ว

ปธน.มาครงแห่งฝรั่งเศส เรียกร้องอิสราเอลหยุดโจมตีฉนวนกาซา เพราะทำให้พลเรือนและเด็กๆ ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่ยอดตายพุ่งกว่า 11,000 ศพแล้ว

เมื่อ 11 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น โดยประธานาธิบดีมาครงได้กล่าวเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตีฉนวนกาซา ซึ่งเป็นเหตุให้พลเรือนชาวปาเลสไตน์ โดยเฉพาะเด็กเสียชีวิตจำนวนมาก 

ประธานาธิบดีมาครงกล่าวว่า เป็นความไม่ยุติธรรมที่มีการบอมบ์เด็กๆ พร้อมกับแสดงความเห็นว่า ‘การหยุดยิง’ (ยุติโจมตี) ฉนวนกาซาจะเป็นประโยชน์ต่ออิสราเอล

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงแห่งฝรั่งเศส เรียกร้องให้อิสราเอลหยุดโจมตีฉนวนกาซา หลังรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเรื่องความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ที่กรุงปารีส เมื่อ 9 พ.ย. 2566

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีมาครงยังกล่าวว่า รัฐบาลฝรั่งเศสประณามอย่างชัดเจนต่อการกระทำของกลุ่มฮามาส แต่ขณะเดียวกัน การตระหนักถึงสิทธิของอิสราเอลในการป้องกันตนเอง พวกเราขอเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตีฉนวนกาซา

และเมื่อผู้สื่อข่าวบีบีซีถามประธานาธิบดีมาครงว่า เขาต้องการให้ผู้นำชาติอื่นๆ รวมทั้งสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร (UK) มาร่วมเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตีฉนวนกาซาหรือไม่ นายมาครงได้ตอบว่า เขาหวังว่าชาติอื่นๆ จะออกมาเรียกร้องด้วย

กองทัพอิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนัก

การให้สัมภาษณ์พิเศษของประธานาธิบดีมาครงกับสำนักข่าวบีบีซีมีขึ้น หลังจากเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ในเรื่อง ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ที่กรุงปารีส เมื่อ 9 พ.ย.โดยประธานาธิบดีมาครงได้กล่าวว่าข้อสรุปที่ชัดเจนในการประชุมของรัฐบาลประเทศต่างๆ และหน่วยงานต่างๆ ทั้งหมดต่อที่ประชุมคือ ไม่มีเงื่อนไขอื่น นอกเหนือจากประการแรกคือ อิสราเอลต้องหยุดยิง เพื่อเปิดทางให้มีการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปให้แก่พลเรือนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา เพราะพลเรือนเหล่านี้ไม่ได้พวกก่อการร้าย

ขณะที่สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า นับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาส หลังจากกลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนทำให้อิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนักและส่งทหารบุกภาคพื้นดินเข้าไปในฉนวนกาซานั้น กระทรวงสาธารณสุขของฉนวนกาซา แจ้งเมื่อ 11 พ.ย. ว่าเป็นเหตุให้มีพลเรือนในปาเลสไตน์เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 11,078 ศพแล้ว

ที่มา : BBCDailymail,Aljazeera

ไม่ละเว้น อิสราเอลโจมตี รพ.ในกาซาอย่างน้อย 6 แห่งในรอบ 24 ชม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739785

ไม่ละเว้น อิสราเอลโจมตี รพ.ในกาซาอย่างน้อย 6 แห่งในรอบ 24 ชม.

11 พ.ย. 2566 11:07 น.

ไม่ละเว้น อิสราเอลโจมตี รพ.ในกาซาอย่างน้อย 6 แห่งในรอบ 24 ชม.

ทางการปาเลสไตน์เผย อิสราเอลโจมตีโรงพยาบาลทางตอนเหนือของกาซาถึง 6 แห่งในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในจำนวนนี้เป็นโรงพยาบาลเด็กถึง 2 แห่ง

มุสตาฟา อัล คาห์ลุต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอัล นาสรา และโรงพยาบาลอัล รานติซี พีเดียทริค ทางตอนเหนือของกาซา เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวของซีเอ็นเอ็นว่า รถถังของอิสราเอลได้ล้อมโรงพยาบาลหลายแห่งเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถอพยพคนออกไปได้ โดยสถานการณ์ในโรงพยาบาลในขณะนี้ ยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีออกซิเจนเหลือพอสำหรับคนไข้ รวมทั้งยังขาดแคลนทั้งยาและน้ำ จนแม้แต่เจ้าหน้าที่ทีมแพทย์ก็ยังไม่รู้ชะตากรรมหลังจากนี้

ด้านหน่วยงานสาธารณสุขของปาเลสไตน์ระบุว่าตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อิสราเอลได้ยิงจรวดโจมตีโรงพยาบาลถึง 6 แห่งทางตอนเหนือของกาซา ซึ่งมีโรงพยาบาลเด็กรวมอยู่ด้วย 2 แห่ง และมีรายงานผู้เสียชีวิตจากการโจมตีจำนวนมาก เนื่องจากมีผู้อพยพจำนวนมากที่มาพักอาศัยตามโรงพยาบาลต่างๆ ด้วย ขณะที่มีรายงานรถพยาบาลอย่างน้อย 2 คัน ได้รับความเสียหาย

ขณะที่โฆษกขององค์การอนามัยโลกระบุเมื่อวันศุกร์ว่าเมืองอัล ชิฟา กำลังถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง และขณะนี้โรงพยาบาลราว 20 แห่งในฉนวนกาซาไม่สามารถให้บริการได้แล้ว แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าโรงพยาบาลอัล ชิฟา ถูกโจมตีหรือไม่

โดยก่อนหน้านี้กองกำลังของอิสราเอลหรือ IDF ระบุว่า มีการยิงจรวดจากภายในกาซาไปตกที่โรงพยาบาลอัล ชิฟา ในกาซา ซึ่งเป็นฝีมือของกลุ่มก่อการร้าย ไม่ใช่การยิงจากฝ่ายของอิสราเอล ขณะที่กลุ่มฮามาส ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของกองทัพอิสราเอล โดยทางกองทัพอิสราเอลเชื่อว่า กองกำลังฮามาสมีการใช้โรงพยาบาลต่างๆ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหาร แต่ทางกลุ่มฮามาสออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว.

ที่มา : CNN

‘ประชาธิปัตย์’ อัดรัฐบาลกลืนน้ำลายตัวเอง เรื่อง ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563167

12 พ.ย. 2566

'ประชาธิปัตย์' อัดรัฐบาลกลืนน้ำลายตัวเอง เรื่อง 'เงินดิจิทัล'

รัฐบาลกลืนน้ำลาย นโยบาย ‘เงินดิจิทัล’ ‘ประชาธิปัตย์’ ชี้ เป็นจุดเริ่มต้น ของการล้มละลายทางความเชื่อ สร้างภาระหนี้

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่าการเตรียมออก พรบ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เพื่อนำไปแจกตามโครงการ เงินดิจิทัล  ว่าจุดเริ่มต้นของการเดินไปสู่การล้มละลายทางความน่าเชื่อถือของรัฐบล เพราะนายกฯยืนยันมาโดยตลอดว่าจะไม่กู้ สุดท้ายก็กลับลำ

นอกจากกลืนน้ำลายตัวเอง และยังจะเป็นภาระหนี้ให้กับประเทศและประชาชนต่อไปในอนาคตอีกถึง 5 แสนล้านบาท เพียงเพื่อสนองนโยบายหาเสียง ซึ่งก็เหมือนกันกับเรื่องที่ออกมาตอกย้ำหลายรอบว่าจะฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง

รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุอีกว่า เงินดิจิทัล
กลายเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับพรรคการเมืองที่มุ่งแต่จะหาเสียงแบบประชานิยม และหากมีการเสนอร่าง พรบ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท เข้าสภา จะผิดกฎหมายหรือไม่

รัฐบาลจะอ้างเป็นเหตุโทษคนอื่นไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่รัฐบาลที่จะต้องหาช่องทางอื่นที่ถูกต้องและถูกกฎหมาย   

‘อดิศร’ ร่ายกลอนถึง ‘ก้าวไกล’ หลังออกตัวค้านดิจิทัลวอลเล็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563128

11 พ.ย. 2566

‘อดิศร’ ร่ายกลอนถึง ‘ก้าวไกล’  หลังออกตัวค้านดิจิทัลวอลเล็ต

’อดิศร‘ ร่ายกลอนถึง ’ก้าวไกล‘ “ก้าวไม่ถึงความจริงเสมอมา” หลังค้านดิจิทัลวอลเล็ต ส่อขัดรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง

วันที่ 11 พ.ย. นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้แต่งกลอนถึงกรณี พรรคก้าวไกล นำโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค ออกมาประกาศค้านโครงการดิจิทัลวอลเล็ต โดยที่มาของเงินมาจาก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท มองว่า รัฐบาลเลือกเส้นทางนี้ถือว่า สุ่มเสี่ยงขัดมาตรา 140 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังนั้น

โดยนายอดิศร ระบุว่า

ก้าวไกล ไม่เอา เงินดิจิตัล 
จน “ไหม” ลั่น “ศาลรัฐธรรมนูญ” จะคว่ำทิ้ง
ก็ค้านไป เคืองไป ให้ประวิง
ก้าวไม่ถึง ความจริง เสมอมา…. 

‘บิ๊กป้อม’ เป็นประธานกฐินทอดถวายวัดเกาะแก้ว-วัดโพธิ์เผือก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563126

11 พ.ย. 2566

‘บิ๊กป้อม’ เป็นประธานกฐินทอดถวายวัดเกาะแก้ว-วัดโพธิ์เผือก

‘บิ๊กป้อม ประธานกฐิน ทอดถวาย วัดเกาะแก้ว-วัดโพธิ์เผือก จ.อยุธยา ศรัทธามุ่งมั่น สืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไป

วันที่ 11 พ.ย. เวลา 09.00น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปเป็นประธานพิธีทอดกฐินสามัคคี ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ณ วัดเกาะแก้วและวัดโพธิ์เผือก เพื่อสืบทอดพุทธประเพณี และสืบต่อพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน สืบไป พร้อมทั้งได้ถวายจตุปัจจัยสมทบทุน บูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะ สถานของทั้ง2วัด สำหรับ ณ วัดโพธิ์เผือก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังได้ประกอบพิธี ทักษิณานุประทานอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล แด่ คุณแม่สายสนี วงษ์สุวรรณ ด้วยในโอกาสเดียวกัน

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณได้เดินทางมาทอดกฐินสามัคคี ณ วัดเกาะแก้วและวัดโพธิ์เผือก  อ.พระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา ทั้ง2แห่งนี้ เป็นประจำทุกปี พร้อมทักทายประชาชน สาธุชน ด้วยความกระฉับกระเฉง ที่มาร่วมทำบุญในโอกาสอันเป็นมงคลนี้  ท่ามกลางบรรยากาศให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง และอบอุ่น

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 11 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768417

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 11 พฤศจิกายน 2566

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 11 พฤศจิกายน 2566

วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 07.30 น.

แมคโดนัลด์ ชวนชิม “Next Gen Burger” 3 เมนูเบอร์เกอร์ ได้แก่ ดับเบิ้ล ชีสเบอร์เกอร์, บิกแมค และควอเตอร์ พาวน์เดอร์วิท ชีส ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 99 บาท ถึง 9 ม.ค. 2567 ที่ ร้านแมคโดนัลด์ ที่ร่วมรายการ

บัตรเครดิตยูโอบี ชวนชิมในแคมเปญ “UOB มื้อนี้ใช่เลย x Central Pattana” มอบส่วนลด 2 ต่อ จากร้านอาหารชื่อดังกว่า 55 ร้านอาหาร ถึง 31 ธ.ค. ใน ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 35 สาขาทั่วไทย

Cinnabon ชวนชิม พร้อมรับโปรโมชั่น “Cinnabon Student & Staff” ส่วนลดพิเศษเมื่อแสดงบัตรนักเรียน-นักศึกษาหรือบัตรพนักงาน ถึง 31 ธ.ค.ที่ ร้านซินนาบอน สาขาสามย่านมิตรทาวน์ และสีลมคอมเพล็กซ์

ชวนชิม

คริสปี้ ครีม ชวนชิมเมนูใหม่ เครื่องดื่มช็อกโกแลตปั่นสูตรพรีเมียม 3 รส 3 สไตล์ ราคาแก้วละ 125 บาท ซื้อเมนูใด 1 แก้ว รับโดนัทคริสปี้ ครีม ออริจินัลเกลซ 2 ชิ้น ถึง 30 พ.ย. ที่ ร้านคริสปี้ ครีม

ชวนชิม “มารุเซ็น มัทฉะ พรีเมียม” กับ 4 เมนูล่าสุดที่คัดสรรสุดยอดชา 3 ใบแรกจากสองมือของเกษตรกรไทย ไร่สิงห์ปาร์ค จ.เชียงราย ถึง 11 ม.ค.ที่ ร้านกาแฟพันธุ์ไทยทุกสาขาทั่วประเทศ

ชวนชิมอาหารไทยเพื่อสุขภาพที่ดี กินสร้างสุขกินลดโรค กินยังไงไม่ให้ป่วยในงาน “อาหารไทยถิ่นกินเป็นยา” เสวนาวิชาการและนิทรรศการอาหารเป็นยา ถึง 12 พ.ย. ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ชวนช็อป

ชวนช็อปสินค้าพิเศษต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ อาทิ ตุ๊กตา พวงกุญแจ ฯลฯ จากแบรนด์ MIFFY ในงาน “MIFFY NEW YEAR POP UP” ที่ ร้าน AT FIRST ใน ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ชวนช็อปในแคมเปญ “BANGKOK SHOPPING FESTIVAL 2023” ถึง 26 พ.ย.ที่ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์, ดิ เอ็มโพเรียม, ดิ เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

ชวนช็อปสินค้าสำหรับน้องหมาขาสั้นแสนป่วนในงาน “Corgis Naughty in The Garden” ในวันเสาร์ที่ 11 พ.ย. เวลา 10.00-18.00 น. ที่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์เซ็นเตอร์ ติวานนท์

ชวนใช้

ชวนผู้สูงวัยหัวใจวัยรุ่นร่วมกิจกรรม “ยังก์ ไหว คลับ” (Young Wai Club) สนุกและผ่อนคลายกับ “โชว์ลีลาศ วาดลีลา”ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ตลอดเดือน พ.ย.ที่ ลานกิจกรรม ศูนย์การค้าพาราไดซ์ เพลส

ชวนดื่มด่ำน้ำชายามบ่าย “Autumn Forest” และ 6 ขนมอร่อย ท่ามกลางมนต์เสน่ห์สไตล์อังกฤษ บริการทุกวัน ที่“Clotted Cream Tea Room” เทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ โทร.044-009-999

ชวนใช้ “Giffarine Berry Bliss Perfume Body Lotion” โลชั่นน้ำหอม บูสต์ผิวใส อัปผิวหอมตลอดทั้งวัน ขนาดบรรจุ 180 กรัม ราคา 299 บาท โดย บจก.กิฟฟารีนสกายไลน์ ยูนิตี้ โทร.02-6196070

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “เทพไท้ไร้พรมแดน” ในวันพุธที่ 15 พ.ย. เวลา 12.45-13.00 น.และสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน “ป่าเล็กในเมืองใหญ่” ในวันอาทิตย์ที่ 19 พ.ย. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

กรมศิลปากร โดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ ชวนชมนิทรรศการเรื่อง “วิฬาร์ วิลาส : การเดินทางของแมวในวิถีไทย” ถึง 30 พ.ย. ที่ห้องวชิรญาณ 2-3 สำนักหอสมุดแห่งชาติ เขตดุสิต

ชวนชมนิทรรศการศิลปะ “The Art of Better Living” สัมผัสความสวยงามของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ถึง 28 พ.ย. ที่ พาเลท อาร์ทสเปซ ทองหล่อ ชั้น 4 IKEA.co.th

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

สบายอารมณ์ ณ บ้านมหาสอน บ้านหมี่ ลพบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768406

สบายอารมณ์ ณ บ้านมหาสอน บ้านหมี่ ลพบุรี

สบายอารมณ์ ณ บ้านมหาสอน บ้านหมี่ ลพบุรี

วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.59 น.

ที่บ้านมหาสอนเน้นการอยู่กับธรรมชาติ นั่งมองสายน้ำ สัมผัสลมเย็นจากแม่น้ำ กินอาหารที่ร่วมปรุงด้วยกันกับชาวบ้าน แล้วออกไปท่องเที่ยวชุมชนแบบช้าๆ เนิบๆ ไม่เร่งรีบ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ชวนคุณไปเที่ยวแบบวิถีชุมชนที่บ้านมหาสอน และพูดคุยกับ คุณขวัญ-อิงณภัสร์ วงษ์สิทธิชัย ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยววิถีชุมชนเกษตร บ้านมหาสอน บ้านหมี่ ลพบุรี

● เรียนถามว่าก่อนที่จะมาทำธุรกิจเชิงท่องเที่ยวชุมชน ทำงานอะไรมาก่อน แล้วร่ำเรียนด้านไหนมาก่อนครับ

คุณขวัญ : งานแรกๆ หลังจบการศึกษาด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ก็คือทำงานเป็นพนักงานในกรุงเทพ จนวันหนึ่งเห็นว่าเราน่าจะกลับไปทำงานที่บ้านของเราน่าจะดีกว่า เพราะเรามีที่ดิน มีญาติอยู่ลพบุรี ส่วนเรื่องท่องเที่ยวชุมชนนั้น ไม่เคยมีความรู้มาก่อน แต่ก็ค่อยๆ เรียนรู้ ที่ไหนมีอบรม เราก็ไปเข้ารับการอบรม แล้วก็ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ แรกๆ ก็ขาดทุนย่อยยับ แต่ก็คิดว่าเป็นบทเรียน ก็ค่อยๆ แก้ไข ค่อยๆ ปรับตัวไปเรื่อยๆ แล้วโชคดีที่บรรดาแม่ๆ ในชุมชนเข้าใจเรา ก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันไป จนเดินมาได้ทุกวันนี้ ก็นับว่าดีขึ้น อยู่ตัวมากขึ้น แต่ก็ยังต้องเรียนรู้เพิ่มเติมไปเรื่อยๆ ค่ะ

● คุณขวัญยังโชคดีนะครับที่มีที่ดินของบรรพบุรุษ จึงสามารถกลับมาฟื้นฟู และทำที่ดินมรดกให้ออกดอกออกผลได้ คิดว่าตัวเองโชคดีกว่าคนอื่นๆ มากไหมครับ โดยเฉพาะคนที่ไม่มีพื้นฐานเดิมรองรับเลย

คุณขวัญ : ก็คิดว่าโชคดีนะคะ เพราะเรายังมีที่ดินของปู่ย่าตายาย แล้วเราก็มีรกมีรากอยู่ที่บ้านมหาสอนบ้านหมี่ ลพบุรี ที่ดินตรงนี้เป็นของบรรพบุรุษท่านสร้างสมไว้ให้เรา เราก็ต้องกลับมาพัฒนาค่ะ ที่ดินตรงนี้มีประมาณ 4 ไร่เศษ อยู่ติดลำน้ำขาม มีความอุดมสมบูรณ์ดี แต่ก่อนที่ตรงนี้เคยเป็นโรงสีไฟของปู่ย่า แล้วเลิกกิจการไปหลายปีแล้ว หลังเลิกทำโรงสี ก็ทำสวนเกษตร ปลูกมะม่วงค่ะ แล้วก็เคยทำนาข้าวด้วย ปลูกต้นกล้าข้าวขายให้ชาวนา แล้วสุดท้ายเปลี่ยนมาทำการท่องเที่ยวชุมชนค่ะ ทำท่องเที่ยวชุมชนมาประมาณ 10 ปีเศษๆ แรกๆ ก็ใช้ชื่อบ้านสวนขวัญก่อน ในยุคนั้นไม่ได้เน้นการท่องเที่ยวชุมชนอย่างเดียว ทำกิจการเกษตรอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย แต่มาเน้นท่องเที่ยวชุมชนจริงๆ ราวๆ 6 ปีค่ะ และมีช่วงหนึ่งที่เราทำนาข้าวปลอดสารพิษด้วย แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ก็ปรับเปลี่ยนมาเรื่อยๆ จนมาถึงการท่องเที่ยวชุมชน

● ทำนาข้าวไม่ประสบความสำเร็จเพราะติดขัดปัญหาอะไรหรือครับ

คุณขวัญ : ปัญหาความแห้งแล้งอย่างหนักเมื่อปี 2558 เราไม่เคยคิดว่าบ้านเราจะแล้ง เพราะมีลำน้ำอยู่ติดกับบ้าน แต่เมื่อเกิดปัญหาความแห้งแล้ง เราก็งงจนหาทางออกไม่เจอ เกิดมาก็เห็นว่าแม่น้ำขามมีน้ำตลอดเวลา อาจจะมากบ้างน้อยบ้างตามฤดู แต่เมื่อเจอปัญหาแห้งแล้งหนักๆ ก็ไปไม่เป็นเลย ไม่ได้คิดหาทางแก้ปัญหาไว้ก่อน เมื่อเจอปัญหาความแห้งแล้งก็ทำการเกษตรไม่ได้อีกต่อไป ต้องหยุดโดยทันที ที่นี้ก็มาคิดหาทางว่าทำอะไรต่อดี เพราะอยู่เฉยๆ ก็ไม่ได้ ต้องหาทางออกให้ชีวิต เนื่องจากขวัญขายกล้าข้าวให้ชาวนา เมื่อเขาทำนาไม่ได้ เขาก็ไม่ซื้อกล้า แล้วเราก็มีปัญหาเรื่องน้ำสำหรับเพาะปลูกต้นกล้าข้าวด้วย เมื่อเจอปัญหาต่างๆ ขวัญก็กลับไปคิดถึงหลักปรัชญาพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9ที่เราเคยได้ยินมานาน แต่เราไม่เคยลองลงไปศึกษาแบบจริงๆ จังๆ แรกๆ ก็ไม่ได้ให้ความสนใจในหลักการที่พระองค์ท่านพระราชทานแนวคิดไว้ให้ แต่เมื่อชีวิตมาถึงทางที่ค่อนข้างตัน ก็จึงเข้าไปศึกษามากขึ้น เราใช้เวลาไปเรียน ไปอบรม ไปศึกษาอยู่ประมาณ 1 ปี โดยไปอบรมกับอาจารย์ยักษ์ (ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง) เมื่อเรียนรู้จริงๆ ก็พบว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือหนทางแก้ปัญหาให้เราและคนในชุมชนละแวกบ้านเราได้ เรียนไป อบรมไปแล้วนำมาปรับใช้กับท้องถิ่นของเรา แรกๆ ก็รู้ว่าดี แต่ปัญหาคือปรับใช้กับชุมชนของเราไม่ลงตัว ก็ปรับตัวไปเรื่อยๆ จนเมื่อมีความรู้มากขึ้น ได้ทดลองมากขึ้น ได้เห็นจุดอ่อนจุดแข็งของชุมชน ก็ทำให้ทุกอย่างค่อยๆ ดำเนินไปด้วยดี กว่าจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ชัดเจนก็ต้องใช้เวลาทั้งไปเรียนซ้ำ ทำซ้ำๆ คลุกคลีกับการทำงานอย่างจริงจัง

● เริ่มต้นด้วยวิธีการใดก่อนครับ

คุณขวัญ : อันดับแรกคือเริ่มทำจากพื้นที่เล็กๆ ที่เราดูแลได้ทั่วถึง แล้วก็เน้นหลักปลูกกินเอง ไม่ต้องซื้อกิน เริ่มด้วยการปลูกต้นไม้ที่เรากินได้ กินทุกวัน ไม่ต้องปลูกใหม่เรื่อยๆ คือ ปลูกทีเดียวแล้วกินได้ตลอด เช่น ตำลึง ขิง ข่า กระชาย ขมิ้น คือตัวเองเป็นคนไม่ค่อยขยันปลูกต้นไม้ใหม่ทุกๆ วัน ก็เลยเลือกแบบปลูกครั้งเดียวแต่กินได้นานๆ ปล่อยให้เขาแตกยอด แตกหน่อได้ทุกวัน เมื่อเราเห็นผลดี เราก็เชิญชวนให้คนในละแวกบ้านมาร่วมกันทำด้วย แล้วเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้โครงการเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชน แรกๆ ก็ปลูกสมุนไพร พริก มะเขือกะเพรา โหระพา ตะไคร้ ควบคู่ไปด้วย เมื่อเรามีของกินโดยไม่ต้องซื้อแล้วเรามีวัตถุดิบมากพอ เราก็เริ่มแปรรูปสินค้าที่มีโดยให้ชุมชนส่งวัตถุดิบให้เรา เราทำเป็นเครือข่ายช่วยๆ กันทำเน้นการพึ่งตัวเองให้ได้ก่อน แล้วเราก็มารวมตัวกันเป็นกลุ่ม เราบอกว่าเราต้องรอดไปด้วยกัน แล้วเราก็จะทะเบียนวิสาหกิจชุมชน แล้วค่อยๆ ขยายเป็นการท่องเที่ยววิถีชุมชนเชิงเกษตรบ้านมหาสอน บ้านหมี่ ลพบุรี

● ช่วงแรกเริ่มทำท่องเที่ยวชุมชนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานอะไรบ้างครับ

คุณขวัญ : แรกๆ ก็ไม่มีใครเข้ามาแนะนำ แต่เราก็ขวนขวายหาความรู้เอง เราคุยกับชาวบ้านในละแวกนี้ แรกๆ ก็คิดจะทำสารพัดเรื่อง คิดไปตามความฝัน ความเพ้อของตนเอง คิดว่าต้องมีรายได้เพิ่มขึ้น ขวัญเคยคิดว่าคนมีรายได้ทางเดียวเขาอยู่กันได้อย่างไรหนอ เขาเอาอะไรกินอะไรใช้ทั้งปี เราก็เลยคิดร่วมกันถึงเรื่องหารายได้เพิ่มเสริมให้ครอบครัว คือหาเงินจากกระเป๋าสอง กระเป๋าสาม โดยคุยและหาทางทำให้เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อเปิดศูนย์เรียนรู้แล้ว เริ่มการผลิตแล้ว ก็มีปัญหาว่าจะเอาสินค้าไปขายที่ไหน ขายใคร ทุกคนทำกันทุกบ้าน แล้วใครจะซื้อของเรา เรามี
สินค้าขาย แต่ไม่รู้จะขายให้ใคร เราก็เลยต้องขายสินค้าของเราให้คนนอกชุมชน คิดหาทางว่าทำอย่างไรให้สินค้าของเราเป็นที่รับรู้ของคนนอกชุมชน ทำอย่างไรให้คนภายนอกชุมชนมาซื้อสินค้าเรา ก็พบทางออกว่า ถ้าเช่นนั้นต้องดึงคนนอกชุมชนมาเที่ยวบ้านเราให้ได้ เราต้องให้เขามาเห็นวิถีชีวิตของคนในชุมชนของเรา ดึงเขามาลองทำมาลองใช้ชีวิตแบบเรา มาร่วมกันผลิตกับเรา เมื่อเขาเห็น เขาเข้าใจแล้ว เขาก็น่าจะช่วยซื้อสินค้าของเรา เพราะเขามั่นใจการผลิตของเรา คือ มาเรียนรู้ร่วมกัน ผลิตร่วมกันและเห็นกระบวนการร่วมกัน คือสร้างการมีส่วนร่วมนั่นเอง แล้วเราก็แบ่งปันกัน นี่คือหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ทำให้เราทุกคนมีความสุขตามแบบฉบับของเรา เป็นความสุขเรียบๆ ง่ายๆ แต่ยั่งยืน ขวัญเลยตั้งแนวคิดเรื่องความสุขที่เรียบง่าย ไม่ต้องวุ่นวายมากนักเป็นความสุขบางเวลา ณ บางขามค่ะ คือเน้นว่าเรารู้จักกันคิดถึงกันบางเวลา คิดถึงเมื่อไรก็มาพบมาเจอกันที่บางขามแวะมาหากัน มาคุยกัน เป็นมิตรภาพที่น่ารักและยาวนานเหมือนเพื่อนจริงๆ คบกัน เหมือนญาติที่มีความหวังดีต่อกันเรามาเจอกันบางเวลาที่เราสะดวก แล้วเราก็เติบโตไปพร้อมๆ กัน แบ่งปันทุกข์สุขกันละกัน

● จัดการท่องเที่ยวชุมชนแบบไหนบ้าง มีจุดขายอะไรบ้างครับ

คุณขวัญ : บ้านเรามีสายน้ำขาม เราก็ต้องมีล่องเรือแพไปตามลำน้ำขาม และนั่งรถอีแต๋นเที่ยวชุมชนการเกษตร แล้วที่น่ารักคือ duck academy หรือการไปดูเป็ดไล่ทุ่ง อยู่กับฝูงเป็ด ตามดูว่าเป็ดทำอะไร กินอะไร มีพฤติกรรมอะไร แล้วเราก็เก็บไข่เป็ดไปกินกัน คนที่เคยดูฝูงเป็ดไล่ทุ่งต่างสนุกสนานกับพฤติกรรมของเป็ดที่เลี้ยงในทุ่งโล่ง ได้เห็นการสื่อสารระหว่างคนเลี้ยงเป็ดกับฝูงเป็ด ได้ออกกำลังกายในท้องทุ่งโล่ง อากาศดี ได้บรรยากาศแบบลูกทุ่ง และได้ซื้อไข่เป็ดกลับไปรับประทาน เป็นการกระจายรายได้ที่ตรงตัวถึงคนเลี้ยงเป็ดโดยตรง

● การท่องเที่ยวชุมชนวิถีเกษตรเป็นการท่องเที่ยวแบบที่ไม่ต้องประดิษฐ์อะไรเพิ่มเติมให้มากมาย เน้นวิถีชุมชน เน้นธรรมชาติในท้องถิ่น ใช่ไหมครับ

คุณขวัญ : ใช่ค่ะ เน้นการใช้สิ่งของที่มีอยู่จริงๆในชุมชน เน้นการกระจายรายได้ เน้นการส่งเสริมให้คนนอกชุมชนเข้าใจความเป็นอยู่ของชุมชนของเรา โดยหลักการแล้วเราใช้สิ่งที่ท้องถิ่นมีอยู่จริงๆ แล้วเราช่วยเพิ่มมูลค่าให้ เราไม่เน้นการปลูกสร้างอะไรใหม่ๆ เพิ่มเติมโดยผิดไปจากวิถีของชุมชน 

● ผลิตผลของชุมชนที่นำเสนอขาย นอกจากแหล่งท่องเที่ยวแล้วมีอะไรอีกบ้างครับ

คุณขวัญ ผลไม้ต่างๆ เช่น แตงโมจากท้องนาในช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ไข่เค็มสมุนไพร มะนาวบ้านพุทราบ้าน ขนมพื้นบ้าน มะม่วงกวน ไก่ฝอยอบกรอบ เป็นต้น ผลผลิตทั้งหมดทำจากคนในชุมชนมหาสอนทั้งหมดค่ะ

● กว่าจะรวมตัวกันได้เป็นกลุ่มเป็นก้อนแบบทุกวันนี้ มีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้างครับ

คุณขวัญ : เริ่มจากการรวมตัวของคนกลุ่มเล็กๆ ก่อน เน้นคนที่คิดและเชื่อเหมือนกันก่อน แต่แรกๆ ก็มีคำถามมากมายว่าใครเขาจะมาเที่ยวบ้านเรา บ้านเราไม่มีแหล่งท่องเที่ยวอะไรพิเศษ ไม่มีใครเชื่อว่าจะมีคนนอกชุมชนมาเที่ยวมหาสอน แต่เราก็บอกกันว่าถ้าเช่นนั้น ลองดู
กันสักตั้งแล้วกัน ถ้าไปได้เราก็ไปกันต่อ ถ้าไม่สำเร็จเราก็ใช้ชีวิตแบบเดิมของเรา ไม่ลองไม่รู้ แล้วเราก็ลงมือทำ ทำไปปรับไป จนสุดท้ายเป็นที่รู้จักของคนภายนอกมากขึ้นก็ต้องขอบคุณพี่เลี้ยงจากหน่วยงานต่างๆ ที่ให้คะแนะนำ เช่น หน่วยงานจากการท่องเที่ยวและกีฬา และสถาบันการศึกษาอีกหลายแห่งที่ให้ความรู้กับเรา เราบอกกับคนในชุมชนว่าเราขายความเป็นชุมชนมหาสอนแบบจริงๆ ไม่มีอะไรประดิษฐ์เพิ่มเติม เราขายความเป็นธรรมชาติของมหาสอน แรกๆ ก็ลงขันกันเป็นเงิน 3,600 บาท ปรากฏว่าขาดทุนยับตั้งแต่เริ่ม เพราะเราไม่มีความรู้เรื่องการบริหารจัดการ เนื่องจากบรรดาแม่ๆ โหมทำอาหารให้ลูกค้าจนเกินกำไรที่จะได้ เพราะเราคิดว่าต้องให้เขามากๆ ให้เยอะๆ เขามาเที่ยวบ้านเรา เราต้องให้เขาประทับใจ ปรากฏว่าเจ๊ง แต่ก็มาเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ผิดเป็นครู แล้วเราก็มาหาทางปิดจุดอ่อนที่ทำให้เราขาดทุน นี่คือกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของชาวบ้าน ทำให้เกิดบทเรียน แล้วปรับตัวได้ในที่สุด เมื่อแก้ปัญหาได้ ทุกคนก็เริ่มมีรายได้ และมีความสุขเพราะอยู่บ้านตัวเองแล้วมีอาชีพเสริมมีรายได้เพิ่มชาวมหาสอนภูมิใจที่คนภายนอกรู้จักหมู่บ้านของเรามากขึ้นมาเที่ยวมากขึ้น นี่คือความสุขแบบหนึ่งของบรรดาแม่ๆ ในมหาสอน หลายคนบอกตรงกันว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น และมีเพื่อนจากนอกชุมชนมาเยี่ยมมาเที่ยว ทำให้ไม่เหงาแม้จะไม่ได้ไปไหนก็ตาม หลายคนรู้ว่าตัวเองมีคุณค่า แม้ไม่มีลูกหลานกลับมาบ้านบ่อยๆ แต่ก็มีคนต่างถิ่นมาเที่ยวมาเยี่ยมเป็นประจำ หลายคนมีรายได้เพิ่มปีๆ หนึ่งพอๆ กับการทำนาข้าว 10 ไร่ และมีเงินใช้หนี้ใช้สินจนหมดแล้ว แต่ช่วงโควิด-19 ระบาด ก็ไม่มีการเดินทางท่องเที่ยว ก็ซบเซาไปพอประมาณ แต่ตอนนี้ก็กลับมาฟื้นตัวดีขึ้นแล้ว

● ถามทิ้งท้าย คนที่มาเที่ยวบ้านมหาสอนจะได้ความประทับใจอะไรบ้างครับ

คุณขวัญ : เราเน้นให้ผู้มาเยือนมหาสอนได้พบกับธรรมชาติแบบมหาสอน ความเป็นตัวตนของมหาสอนที่นี่อาจไม่สะดวกสบายเหมือนที่บ้านของผู้มาเยือน แต่เรามีธรรมชาติแท้ๆ ไว้ต้อนรับ เราได้อยู่กับธรรมชาติ อยู่กับลมหายใจของตัวเอง นั่งมองสายน้ำ นั่งเล่นริมน้ำ เอาเท้าแช่น้ำ รับลมเย็นๆ จากแม่น้ำ เหมือนได้มาเพิ่มพลังใช้ชีวิตได้มา charge battery ให้ชีวิต เหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อนสนิทหรือบ้านญาติที่ต่างจังหวัด มีมิตรภาพให้กันและกัน ได้คุยกันได้นอนริมแม่น้ำ ที่นี่ไม่สะดวกสบายเท่าโรงแรมห้าดาว ไม่มีแอร์คอนดิชั่นเนอร์ ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่นให้อาบ ไม่มีอ่างน้ำให้นอนแช่ แต่เรามีธรรมชาติจริงๆ ให้ แค่คุณๆ ได้มาสัมผัสลมแม่น้ำที่โชยมาเบาๆ ได้หายใจลึกๆ รับอากาศบริสุทธิ์ ได้กินอาหารชุมชนที่คุณมีส่วนร่วมปรุงด้วยมือของคุณเอง ได้กินอาหารรสชาติของชุมชน ได้เรียนรู้ภูมิปัญญาชุมชน ได้พูดคุยกับแม่ๆ และคนเฒ่าในชุมชน และได้เห็นเด็กๆ ในชุมชนเล่นสนุกตามแบบของเขา แค่นี้ก็ทำให้ยิ้มออกด้วยความสบายใจแล้ว เราเน้นการให้ความสบายใจกับผู้มาเยือน สนใจอยากมาสัมผัสความเป็นบ้านมหาสอน โปรดเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ เพจบ้านมหาสอน หรือพิมพ์คำว่าบ้านสวนขวัญ ชุมชนมหาสอน บ้านหมี่ ลพบุรี นะคะ หรือโทรศัพท์สอบถามที่เบอร์ 084-7751435 หากตัดสินใจไปเที่ยวชุมชนมหาสอน ขอให้โทรศัพท์แจ้งก่อนค่ะ เพราะจะได้จัดเตรียมการต้อนรับ เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม หากไม่ติดต่อไปก่อนชาวบ้านก็จะไปไร่ไปนา ทำให้ไม่ได้เตรียมการต้อนรับผู้มาเยือน

คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น. ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี