นายกฯ มาเลเซียเผยจะรักษาความสัมพันธ์กับกลุ่มฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739232

นายกฯ มาเลเซียเผยจะรักษาความสัมพันธ์กับกลุ่มฮามาส

9 พ.ย. 2566 07:19 น.

นายกฯ มาเลเซียเผยจะรักษาความสัมพันธ์กับกลุ่มฮามาส

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม เผยมาเลเซียจะรักษาความสัมพันธ์กับกลุ่มฮามาส และจะ “ไม่ลงโทษ” กลุ่มฮามาส

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียกล่าวกับรัฐสภาเมื่อวันอังคารว่า ชาวมาเลเซียควรให้การสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์ต่อชาวปาเลสไตน์ เพื่อตอบสนองต่อข้อเสนอของฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ที่เตรียมคว่ำบาตรผู้สนับสนุนชาวต่างชาติของกลุ่มฮามาส

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านได้ซักถาม นายอันวาร์ เกี่ยวกับจุดยืนของรัฐบาลมาเลเซีย หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติให้คว่ำบาตรผู้สนับสนุนชาวต่างชาติของกลุ่มฮามาส และญิฮาดอิสลามปาเลสไตน์

นายอันวาร์ กล่าวว่า “ผมจะไม่ยอมรับภัยคุกคามใดๆ รวมถึงเรื่องนี้ด้วย การกระทำนี้เป็นการกระทำเพียงฝ่ายเดียว และไม่ถูกต้อง เพราะเราในฐานะสมาชิกของสหประชาชาติ ยอมรับเพียงการตัดสินใจของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเท่านั้น”

มาเลเซีย ซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ได้ให้การสนับสนุนประเด็นปัญหาของชาวปาเลสไตน์มาอย่างยาวนาน และไม่ยอมรับอิสราเอลในเชิงการทูต และยืนกรานว่าอิสราเอลจะไม่ได้รับการยอมรับ จนกว่าจะมีการแก้ปัญหาแบบสองรัฐ ทั้งสำหรับชาวอิสราเอล และชาวปาเลสไตน์ ขณะที่กรุงกัวลาลัมเปอร์มักถูกใช้เป็นสถานที่จัดการประชุมเกี่ยวกับประเด็นปัญหาของชาวปาเลสไตน์อยู่บ่อยครั้ง

การโจมตีตอบโต้ของอิสราเอลต่อฉนวนกาซาได้จุดชนวนให้เกิดการชุมนุมหลายครั้งในมาเลเซีย ที่นำไปสู่การสนับสนุนกลุ่มฮามาสในรูปแบบต่างๆ หลังปรากฏคลิปวิดีโอของกลุ่มครูที่แต่งตัวเป็นนักรบ และถือปืนไรเฟิล ที่กลายเป็นกระแสไวรัลบนติ๊กต่อก ในช่วงสัปดาห์ปาเลสไตน์สมานฉันท์ ที่จัดขึ้นในมาเลเซียเมื่อปลายเดือนตุลาคม ส่งผลให้ นายอันวาร์ ต้องเรียกร้องให้โรงเรียนหลายแห่งติดตามกิจกรรมต่างๆ อย่างใกล้ชิด

ด้านนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ยังได้แสดงความเห็นอย่างหนักแน่นเพื่อสนับสนุนเป้าหมายของชาวปาเลสไตน์ พร้อมเรียกร้องให้ชาติต่างๆ ที่ยังคงแสดงท่าทีนิ่งเฉย ตระหนักถึงการก่ออาชญากรรมสงครามของอิสราเอล

นายอันวาร์ ยังเผชิญกับการสนับสนุนที่ลดลงจากชุมชนชาวมลายู-มุสลิม ผลสำรวจล่าสุดโดย สถาบันวิจัยอิลแฮม เซ็นเตอร์ ของมาเลเซีย พบว่า เขาได้รับคะแนนนิยมในหมู่คนเชื้อสายมาเลย์เพียง 24% ในทางตรงกันข้ามเขาได้รับการสนับสนุนจากคนเชื้อสายจีน 88% และจากคนเชื้อสายอินเดีย 81%

เขายังเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์มาก่อนว่าไม่แสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวต่ออิสราเอล ในการให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2555 เขากล่าวว่ามาเลเซียควร “ปกป้องความมั่นคงของอิสราเอล แต่จงหนักแน่นในการปกป้องผลประโยชน์อันชอบธรรมของชาวปาเลสไตน์” เขากล่าวในภายหลังว่าข้อสังเกตเหล่านี้สอดคล้องกับวิธีแก้ปัญหาแบบสองรัฐ

นายอันวาร์ ยังเรียกร้องให้สื่อมวลชนไม่เรียกนักรบฮามาสว่าเป็นกลุ่มติดอาวุธ โดยเปรียบเทียบกลุ่มดังกล่าวกับ สภาแห่งชาติแอฟริกัน (ANC) ซึ่งพยายามยุติการแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้.

สหรัฐฯ ชี้ องค์การบริหารปาเลสไตน์ เหมาะสมปกครองกาซา หลังสงครามจบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739231

สหรัฐฯ ชี้ องค์การบริหารปาเลสไตน์ เหมาะสมปกครองกาซา หลังสงครามจบ

9 พ.ย. 2566 06:40 น.

สหรัฐฯ ชี้ องค์การบริหารปาเลสไตน์ เหมาะสมปกครองกาซา หลังสงครามจบ

เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้ว่า องค์การบริหารปาเลสไตน์ที่ตอนนี้กำลังปกครองเวสต์แบงก์ เหมาะสมจะเป็นผู้บริหารฉนวนกาซา หลังจากสงครามอิสราเอลกับฮามาสจบลง

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นางบาร์บารา ลีฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการตะวันออกใกล้ ของสหรัฐฯ บอกต่อคณะกรรมการกิจการต่างประเทศแห่งสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธที่ 8 พ.ย. 2566 ว่า องค์การบริหารปาเลสไตน์ (Palestinian Authority : PA) ที่ตอนนี้กำลังปกครองเขตเวสต์แบงก์ เหมาะสมที่จะเป็นผู้บริหารฉนวนกาซา หลังจากสงครามจบลง

“อย่างที่เราทราบกัน องค์การบริหารปาเลสไตน์ คือ รัฐบาลปาเลสไตน์เพียงหนึ่งเดียวที่เป็นผลมาจากข้อตกลงออสโล (Oslo Accords)” นางลีฟ กล่าว “ไม่ว่าพวกเขาจะขาดตกบกพร่องอะไรไปบ้าง พวกเขาก็เป็นรัฐบาลของชาวปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์ เราเชื่อว่าในท้ายที่สุดเสียงและความปรารถนาของชาวปาเลสไตน์ต้องเป็นแกนกลางของรัฐบาลหลังความขัดแย้ง และความมั่นคงในกาซา”

นางลีฟ กล่าวอีกว่า กระทรวงต่างประเทศ กำลังพิจารณาทุกคำถามที่มีอยู่ตอนนี้ และอยากเริ่มกระบวนการหารือเหล่านั้นโดยเร็ว

ทั้งนี้ สหรัฐฯ พยายามเรียกร้องอิสราเอลไม่ให้ยึดครองฉนวนกาซา หากกลุ่มฮามาสได้เป็นผู้ปกครองดินแดนดังกล่าวแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า อิสราเอลจะรับผิดชอบด้านความมั่นคงของกาซาอย่างไม่มีกำหนด หลังจากสงครามจบลง จนทำให้เกิดความกังวลในหมู่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ

คำพูดของ นางลีฟ ยังสะท้อนสิ่งที่ นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวระหว่างงานแถลงข่าวที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันพุธที่ 8 พ.ย. ว่า สันติภาพที่ยั่งยืนต้องรวมรัฐบาลที่นำโดยชาวปาเลสไตน์ และการรวมกาซากับเวสต์แบงก์ภายใต้องค์การบริหารปาเลสไตน์เข้าไปด้วย

นายบลิงเคน เสริมอีกว่า สันติภาพต้องรวมถึงกลไกเพื่อการสร้างฉนวนกาซาขึ้นมาใหม่อย่างยั่งยืน และหนทางเพื่อที่ชาวอิสราเอล และชาวปาเลสไตน์ จะสามารถใช้ชีวิตอยู่เคียงข้างกันได้ในพื้นที่ของตัวเอง ด้วยมาตรการด้านความปลอดภัย, เสรีภาพ, โอกาส และศักดิ์ศรีที่เท่าเทียมกัน

สงครามอิสราเอล-ฮามาส ยังทำให้หุ้นส่วนของสหรัฐฯ ในโลกอาหรับอย่าง จอร์แดน และอียิปต์ กังวลว่าชาวปาเลสไตน์จะถูกบังคับให้ออกจากฉนวนกาซา ซึ่งนายบลิงเคนพยายามสร้างความมั่นใจแก่หุ้นส่วนเหล่านั้น โดยระบุว่า สหรัฐฯ เชื่อว่าองค์ประกอบสำคัญของข้อตกลงสันติภาพควรรวมถึงเรื่องการไม่บังคับอพยพชาวปาเลสไตน์ออกจากกาซา ไม่ว่าจะตอนนี้ หรือหลังจากสงครามด้วย.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

UN ชี้ อิสราเอล-ฮามาส ก่ออาชญากรรมสงครามด้วยกันทั้งคู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739224

UN ชี้ อิสราเอล-ฮามาส ก่ออาชญากรรมสงครามด้วยกันทั้งคู่

9 พ.ย. 2566 04:30 น.

UN ชี้ อิสราเอล-ฮามาส ก่ออาชญากรรมสงครามด้วยกันทั้งคู่

หัวหน้าสำนักงานสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติออกมากล่าวว่า ทั้งอิสราเอล และกลุ่มฮามาส ต่างก่ออาชญากรรมสงครามกันทั้งคู่ นับตั้งแต่สงครามอุบัติขึ้นเมื่อ 7 ต.ค.

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 8 พ.ย. 2566 นายวอลเคอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่แห่งสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เดินทางเยือนประเทศอียิปต์ และเดินทางไปยังด่านราฟาห์ ซึ่งเป็นทางข้ามพรมแดนที่เชื่อมต่อกับฉนวนกาซาเพียงแห่งเดียวที่ยังใช้การได้ในตอนนี้

โดยนายเติร์กกล่าวระหว่างอยู่ที่ด่านราฟาห์ฝั่งประเทศอียิปต์ว่า ทั้งอิสราเอล และกลุ่มฮามาส ล้วนก่ออาชญากรรมสงครามด้วยกันทั้งคู่ นับตั้งแต่ความรุนแรงรอบใหม่ปะทุขึ้นเมื่อ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา

“การโจมตีอย่างโหดร้ายของกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์เมื่อ 7 ต.ค. นั้นเป็นสิ่งที่น่าชิงชัง มันคืออาชญากรรมสงคราม เช่นเดียวกับการจับตัวประกัน” นายเติร์ก กล่าว “แต่การลงโทษอย่างเป็นหมู่คณะของอิสราเอลต่อพลเรือนปาเลสไตน์ ก็เป็นอาชญากรรมสงครามเช่นกัน เนื่องจากการบังคับให้พลเรือนอพยพเป็นสิ่งผิดกฎหมาย”

ขณะเดียวกัน นายสเตฟาน ดูฌาร์ริก โฆษกเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ เปิดเผยในงานแถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า ลูกจ้างที่ทำงานให้ในกาซาให้กับสำนักงานบรรเทาทุกข์เพื่อผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกไกลแห่งสหประชาชาติ (UNRWA) ในฉนวนกาซา เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 99 ศพแล้ว

ข่าวการเสียชีวิตล่าสุดเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก นา ฟิลิปเป ลาซซารินี ผู้อำนวยการของ UNRWA ออกมาแสดงการไว้อาลัยแก่เจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตในกาซา พร้อมเรียกร้องให้มีการหยุดยิงเพื่อมนุษยชาติ.

ที่มา : bbccnn

ชาวไร่ออสเตรเลีย โดนจระเข้ขย้ำแต่กัดสู้ รอดตายหวุดหวิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739223

ชาวไร่ออสเตรเลีย โดนจระเข้ขย้ำแต่กัดสู้ รอดตายหวุดหวิด

9 พ.ย. 2566 03:45 น.

ชาวไร่ออสเตรเลีย โดนจระเข้ขย้ำแต่กัดสู้ รอดตายหวุดหวิด

ชาวไร่ออสเตรเลียรอดชีวิตมาได้หวุดหวิด หลังเขาโดนจระเข้กัด แต่เขาดิ้นรนต่อสู้ และกัดมันเพื่อตอบโต้ จนมันยอมปล่อยในที่สุด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 8 พ.ย. 2566 ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ในขณะที่ นายคอลิน เดเวโร เดินทางไปลำห้วยแห่งหนึ่งของแม่น้ำฟินนิส (Finniss River) ทางตอนใต้ของเมืองดาร์วิน รัฐนอร์เทิร์น เทอร์ริทอรี เพื่อสร้างรั้ว

นายเดเวโร บอกกับสำนักข่าว เอบีซี นิวส์ ว่า เขาสังเกตเห็นปลาว่ายในน้ำอย่างผิดปกติ จึงพยายามถอยออกมา แต่จระเข้น้ำเค็มตัวหนึ่งความยาวประมาณ 3.2 ม. ก็พุ่งขึ้นมากัดขาขวาของเขา และสะบัดเขาเหมือนกับเป็นตุ๊กตา ก่อนจะพยายามลากเขาลงไปในน้ำ

อย่างไรก็ตาม นายเดเวโร พยายามต่อสู้เอาชีวิตรอด โดยตอนแรกเขาพยายามเตะสีข้างของเจ้ากิ้งก่ายักษ์ด้วยขาอีกข้าง ก่อนจะกัดไปที่เปลือกตาของจระเข้โดยบังเอิญ ทำให้มันปล่อยเขา

นายเดเวโร เล่าอีกว่า เขาพยายามหนีไปที่รถโดยเร็วที่สุด ซึ่งเจ้าจระเข้พยายามตามเขามาครู่หนึ่งประมาณ 4 เมตร ก่อนจะหยุด จากนั้นเขาจึงใช้ผ้าขนหนูกับเชือกที่หาได้มาห้ามเลือดที่ขา แล้วขับรถเป็นระยะทางถึง 130 กม. ไปยังโรงพยาบาลรอยัล ดาร์วิน ที่เขาต้องนอนรักษาตัวนานร่วม 1 เดือน

“หากจระเข้กัดผมที่อื่น เหตุการณ์อาจแตกต่างออกไป” นายเดเวโร กล่าว “มันหมายความว่าผมต้องเปลี่ยนในสิ่งที่ผมเคยทำ ผมเดินแถวบึงนั่นนานเกินไปเพื่อซ่อมรั้ว และใช้ชีวิต แต่เรื่องนี้ทำให้ผมตาสว่าง”

ทั้งนี้ เหตุจระเข้ทำร้ายคนจนถึงขั้นเสียชีวิตครั้งล่าสุดในออสเตรเลียเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ที่แม่น้ำเคนเนดี ในคาบสมุทรเคป ยอร์ก รัฐควีนส์แลนด์.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฮิซบอลเลาะห์เตือน อิสราเอลโจมตีกาซาไม่เลิก เสี่ยงทำสงครามขยายวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739220

ฮิซบอลเลาะห์เตือน อิสราเอลโจมตีกาซาไม่เลิก เสี่ยงทำสงครามขยายวง

9 พ.ย. 2566 03:00 น.

ฮิซบอลเลาะห์เตือน อิสราเอลโจมตีกาซาไม่เลิก เสี่ยงทำสงครามขยายวง

รองผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกโรงเตือน สงครามในกาซาอาจขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ในตะวันออกกลาง หากอิสราเอลยังเข่นฆ่าประชาชนไม่เลิก

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ชีคห์ นาอิม คาสเซม รองผู้บัญชาการกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ ของเลบานอน ออกมาเตือนในวันพุธที่ 8 พ.ย. 2566 ว่า การเข่นฆ่าประชาชนในฉนวนกาซาของอิสราเอล เสี่ยงทำให้สงครามขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่นๆ ในตะวันออกกลาง

“เหตุการณ์อันตรายมาก และอันตรายอย่างจริงจัง อาจเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ และไม่มีใครที่จะหยุดผลที่เกิดจากการกระทำนั้นได้” นายคาสเซม ให้สัมภาษณ์กับ บีบีซี ที่กรุงเบรุต ในขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ ระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซาทะลุ 10,000 ศพแล้ว

“อันตรายนั้นเป็นของจริง” นายคาสเซม กล่าว “อิสราเอลเพิ่มความก้าวร้าวต่อประชาชน และเข่มฆ่าผู้หญิง และเด็กๆ มากขึ้น แล้วจะเป็นไปได้หรือที่เรื่องนี้จะดำเนินต่อไป และรุนแรงขึ้นโดยไม่นำอันตรายมาสู่ภูมิภาคนี้? ผมคิดว่าไม่” พร้อมย้ำด้วยว่า การบานปลายของสถานการณ์ใดๆ ล้วนเชื่อมโยงกับการกระทำของอิสราเอล และการตอบสนองทุกอย่างเป็นไปได้

ทั้งนี้ กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งถูกสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร และกลุ่มสันนิบาตอาหรับ จัดเป็นองค์กรก่อการร้าย เป็นกลุ่มการเมือง และกองกำลังทหารขนาดใหญ่ที่สุดในเลบานอน โดยพวกเขาพยายามเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังในการตอบสนองต่อสงครามที่กำลังเกิดขึ้นในฉนวนกาซา

แต่เมื่อวันอาทิตย์ ฮิซบอลเลาะห์ใช้จรวด ‘กราด’ (Grad) โจมตีเข้าใส่อิสราเอลเป็นครั้งแรก หลังจากอิสราเอลโจมตีภาคใต้ของเลบานอน จนทำให้มีผู้หญิงกับเด็กอีก 3 คนเสียชีวิต

นายฮัสซัน นาสรัลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ออกมาขู่ว่า การเสียชีวิตของประชาชนในเลบานอน จะทำให้เกิดการโจมตีตามมา แต่เขาไม่เคยขู่ทำสงครามเต็มรูปแบบกับอิสราเอล และจำกัดตัวเองอยู่ที่การโจมตีข้ามพรมแดนเท่านั้น.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ชายเกาหลีชะตาขาด แขนหุ่นยนต์โรงงานขัดข้อง จับขยี้กับสายพานดับสลด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739217

ชายเกาหลีชะตาขาด แขนหุ่นยนต์โรงงานขัดข้อง จับขยี้กับสายพานดับสลด

9 พ.ย. 2566 00:25 น.

ชายเกาหลีชะตาขาด แขนหุ่นยนต์โรงงานขัดข้อง จับขยี้กับสายพานดับสลด

แขนหุ่นยนต์ทำงานผิดพลาด จับเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ที่มาตรวจสอบอัดกระแทกกับสายพานลำเลียงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุที่โรงงานคัดแยกพริกหยวกแห่งหนึ่ง ในจังหวัดคย็องซังใต้ ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อแขนหุ่นยนต์เกิดขัดข้อง แยกไม่ออกระหว่างคนกับกล่องบรรจุผัก และจับเจ้าหน้าที่วัย 40 ปี อัดกระแทกกับสายพานลำเลียง ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

ตามรายงานของสำนักข่าว ยอนฮัป ของเกาหลีใต้ แขนหุ่นยนต์ที่ก่อเหตุมีหน้าที่ยกกล่องบรรจุพริกหยวกขึ้นสายพานลำเลียง โดยในเวลาเกิดเหตุเมื่อคืนวันอังคารที่ 7 พ.ย. ชายเคราะห์ร้ายซึ่งมาจากบริษัทผู้ผลิตแขนหุ่นยนต์ กำลังตรวจสอบเซนเซอร์ของหุ่นยนต์เครื่องนี้ ก่อนถึงเวลาทดสอบใช้งานจริงในวันที่ 8 พ.ย.

การทดสอบดังกล่าวเดิมทีต้องเกิดขึ้นในวันที่ 6 พ.ย. แต่กำหนดการถูกเลื่อนออกไป 2 วัน เนื่องจากพบปัญหาด้านเซนเซอร์ของแขนหุ่นยนต์เครื่องนี้

อนึ่ง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับการขัดข้องของระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติในเกาหลีใต้ โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ชายวัย 50 ปี ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังจากถูกแขนหุ่นยนต์ยึดจับเอาไว้ ขณะทำงานในโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์.

ที่มา : bbc

วัยรุ่นปั่นจักรยาน ฝ่าไม้กั้นทางรถไฟในเบลเยียม โดนชน รอดหวุดหวิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739164

วัยรุ่นปั่นจักรยาน ฝ่าไม้กั้นทางรถไฟในเบลเยียม โดนชน รอดหวุดหวิด

8 พ.ย. 2566 21:30 น.

วัยรุ่นปั่นจักรยาน ฝ่าไม้กั้นทางรถไฟในเบลเยียม โดนชน รอดหวุดหวิด

(ภาพประกอบ)

วัยรุ่นปั่นจักรยาน ฝ่าไม้กั้นทางรถไฟในเบลเยียม แต่ไม่พ้น โดนรถไฟชน รอดเหลือเชื่อ หัวจักรรถไฟชนเพียงท้ายล้อหลังรถจักรยานเท่านั้น

8 พฤศจิกายน 2566 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานวัยรุ่นชาย อายุ 15 ปี จากเมืองเวอร์วิค เบลเยียม รอดพ้นจากความตายได้อย่างหวุดหวิดเมื่อเช้าวันอังคารที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากปั่นจักรยานผ่านไม้กั้นทางข้ามต่างระดับรางรถไฟ และโชคดีที่เกิดปาฏิหาริย์ ช่วยให้เขารอดพ้นโศกนาฏกรรมได้อย่างเหลือเชื่อ เพราะมีเพียงล้อหลังของรถจักรยานเท่านั้น ที่ถูกหัวรถจักรรถไฟชน ทำให้เด็กหนุ่มล้มลงพร้อมรถจักรยานและได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.15 น. ที่ทางข้ามระดับถนนโมเลนสตราท เมืองเวอร์วิค “ไม้กั้นทางรถไฟปิดลงขวางถนนและรถก็จอดรออยู่” นายโทมัส บาเกน โฆษกของบริษัทจัดการระบบรางรถไฟ Infrabel ชี้แจง “ที่ทางข้ามระดับนั้น มีไม้กั้นเล็กๆ อยู่ที่ความสูงของเส้นทางปั่นจักรยาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัย แต่ก็ไม่สามารถป้องกันเด็กหนุ่มที่เร่งความเร็วจักรยานด้วยการขี่แบบสลาลอมข้ามทางรถไฟ”

หัวรถจักรรถไฟชนล้อหลังของรถจักรยานในวินาทีสุดท้าย เด็กหนุ่มโชคดีมาก แม้จะไม่ได้ถูกรถไฟชนโดยตรง แต่การชนกันระหว่างล้อหลังกับหัวรถจักรทำให้เขาล้มลงอย่างรุนแรงและได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ จากนั้นเขาก็ถูกย้นำตัวส่งไปโรงพยาบาล บริษัทอินฟราเบลเตือนว่า ห้ามมิให้ข้ามทางยกระดับเมื่อไม้กั้นทางได้ลดระดับลงแล้ว

อุบัติเหตุระทึกครั้งนี้ ทำให้การให้บริการรถไฟระหว่างเมืองเปเปอร์ริงก์ และเมเนน ต้องหยุดเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้โดยสารที่ติดค้าง 50 คนที่สามารถลงจากชานชาลาที่สถานีรถไฟเมืองเวอร์มิคได้ “อุบัติเหตุซึ่งเกิดขึ้นในช่วงกลางชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้า ส่งผลกระทบที่สำคัญ” นายโทมัส บาเคนระบุ “การจราจรทางรถไฟต้องหยุดชะงักจนถึงเวลา 10.30 น.”

เครดิตภาพ คลิป infrabel

วุ่นหนัก บ.โทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ในออสเตรเลีย ระบบล่ม กระทบคนหลายล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739114

วุ่นหนัก บ.โทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ในออสเตรเลีย ระบบล่ม กระทบคนหลายล้าน

8 พ.ย. 2566 20:00 น.

วุ่นหนัก บ.โทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ในออสเตรเลีย ระบบล่ม กระทบคนหลายล้าน

ระบบมือถือ และอินเทอร์เน็ตของบริษัท ‘ออพตัส’ (Optus) บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ในออสเตรเลีย เกิดเหตุขัดข้องไม่สามารถใช้งานได้นานกว่า 12 ชั่วโมง กระทบคนในออสเตรเลียมากกว่า 10 ล้านคน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 8 พ.ย. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น ระบบมือถือ และอินเทอร์เน็ตของบริษัท ออพตัส (Optus) บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของออสเตรเลีย เกิดเหตุขัดข้องทั่วประเทศ ส่งผลกระทบต่อผู้คนหลายล้านคน ก่อนที่จะสามารถกู้คืนสัญญาณได้ในอีกประมาณ 12 ชั่วโมงต่อมา 

เหตุขัดข้องนี้ทำให้ชาวออสเตรเลียมากกว่า 10 ล้านคน และธุรกิจอีกหลายพันแห่ง ไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือได้ และยังส่งผลกระทบต่อระบบการชำระเงิน ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ และระบบสุขภาพทั่วประเทศ 

ออพตัส บริษัทให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และอินเทอร์เน็ต ระบุว่า เหตุขัดข้องนี้เกิดจาก “ความผิดพลาดทางเทคนิคของเครือข่าย” และไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าเกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ แต่ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการสืบสวนหาสาเหตุที่ทำให้ระบบล่ม 

รายงานระบุว่า เหตุระบบบริการของบริษัทออพตัสเกิดขัดข้องได้รับรายงานครั้งแรกเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และในช่วงประมาณเกือบ 17.30 น. ออพตัสก็ได้แจ้งว่าสามารถกลับมาให้บริการได้อีกครั้ง

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประสิทธิภาพของโครงข่ายโทรคมนาคมของออสเตรเลีย โดยเฉพาะระบบโครงข่ายของออพตัส ซึ่งมีเจ้าของคือบริษัท Singapore Telecommunications ของสิงคโปร์.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBCReuters

หน่วยงานในยุโรปเผยข้อมูลใหม่ ชี้ปี 2023 โลก ‘ร้อนสุด’ ในรอบ 125,000 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738974

หน่วยงานในยุโรปเผยข้อมูลใหม่ ชี้ปี 2023 โลก ‘ร้อนสุด’ ในรอบ 125,000 ปี

8 พ.ย. 2566 19:25 น.

หน่วยงานในยุโรปเผยข้อมูลใหม่ ชี้ปี 2023 โลก ‘ร้อนสุด’ ในรอบ 125,000 ปี

หน่วยงานดูแลการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศในยุโรป เผยข้อมูลใหม่ ชี้ “ค่อนข้างแน่นอน” ปี 2023 เป็นปีที่โลก ‘ร้อนสุด’ เป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิสูงสุดในรอบ 125,000 ปี

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หน่วยงานดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป คาดการณ์ว่า อุณหภูมิโลกในปี 2566 จะเป็นปีที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยอ้างอิงจากสถิติอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สูงขึ้น 0.4 องศาเซลเซียส สูงกว่าสถิติสูงสุดเดิมที่เคยบันทึกได้เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2562 ส่งผลให้เดือนตุลาคมปีนี้กลายเป็นเดือนที่มีอุณหภูมิสูงสุดเท่าที่เคยมีการเก็บบันทึก

‘Copernicus Climate Change Service’ (C3S) หน่วยงานดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป แจ้งว่า ปัจจัยที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นสูงสุดเประวัติการณ์ มีสาเหตุมาจากการปล่อยก๊าซคาร์บอน หรือก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ในปีนี้ทั่วโลกต้องเผชิญอากาศร้อนสุดขั้วถึง 5 เดือนติดต่อกัน 

นอกจากนี้ หน่วยงานดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ ยังคาดการณ์ว่า สถานการณ์อุณหภูมิโลกในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ก็ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงมากนัก และได้พยากรณ์ว่าทั่วโลกจะต้องเผชิญอุณหภูมิที่อุ่นกว่าปกติในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ปัญหาคลื่นความร้อนจะลากยาวไปจนถึงปี 2567.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBCReuters

พบเด็กแรกเกิดในสหรัฐฯ ติดเชื้อซิฟิลิส เพิ่มกว่า 10 เท่า ช่วง 1 ทศวรรษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739013

พบเด็กแรกเกิดในสหรัฐฯ ติดเชื้อซิฟิลิส เพิ่มกว่า 10 เท่า ช่วง 1 ทศวรรษ

8 พ.ย. 2566 18:29 น.

พบเด็กแรกเกิดในสหรัฐฯ ติดเชื้อซิฟิลิส เพิ่มกว่า 10 เท่า ช่วง 1 ทศวรรษ

ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ (CDC) พบเด็กแรกเกิดในสหรัฐฯ ติดเชื้อซิฟิลิสเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แนะคนที่ต้องการมีบุตรตรวจคัดกรองโรคก่อน เพื่อลดการแพร่เชื้อจากมารดาสู่ลูก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (CDC) เปิดเผยวานนี้ (7 พ.ย.2566) พบการติดเชื้อซิฟิลิสในกลุ่มเด็กแรกเกิดในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่า 10 เท่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยในปี 2565 พบเด็กแรกเกิดในสหรัฐอเมริกา ติดเชื้อซิฟิลิส จำนวน 3,761 รายราย นับเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 30 ปี และเพิ่มขึ้นจาก 334 ราย ในปี 2555 

นอกจากนั้น ในปี 2022 พบเด็กที่ติดเชื้อซิฟิลิสเสียชีวิตตอนคลอด 231 ราย และเสียชีวิตตอนเป็นเด็กทารก 51 ราย ในขณะเดียวกัน CDC สหรัฐฯ ยังแจ้งว่า หากมีการตรวจคัดกรองโรคก่อนการตั้งครรภ์ จะสามารถป้องกันทารก 9 ใน 10 คน ที่เกิดมาพร้อมกับโรคซิฟิลิสไม่ให้รับเชื้อได้ ด้วยเหตุนี้ ทาง CDC จึงแนะนำให้ตรวจคัดกรองซิฟิลิสก่อนจะตั้งครรภ์ เพื่อลดการแพร่เชื้อจากมารดาสู่บุตร

ลอร่า บาคมันน์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ แผนกป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของ CDC ในสหรัฐฯ กล่าวว่า ซิฟิลิสเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากพบการติดเชื้อเร็ว และได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ในส่วนของผู้ติดเชื้อที่กำลังตั้งครรภ์ การพบเชื้อเร็วจะสามารถลดเสี่ยงอาการไม่พึงประสงค์ในบุตรได้ 

ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า ในปัจจุบันการรักษาซิฟิลิสในระหว่างตั้งครรภ์ มีวิธีการรักษาเพียงวิธีเดียว คือ การฉีดยา Benzathine penicillin G โดยต้องฉีดครั้งเดียว หรือ 3 โดส และเว้นระยะห่างกัน 7-9 วัน ขึ้นอยู่กับระยะของการติดเชื้อ

ทั้งนี้ ซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และหากผู้ติดเชื้อกำลังตั้งครรภ์ ก็มีโอกาสที่จะเกิดการแท้งบุตร หรือทารกเสียชีวิตตั้งแต่กำเนิด หรือส่งแพร่เชื้อไปยังบุตรในระหว่างตั้งครรภ์.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters