บรรยายพิเศษจากผู้กำกับภาพจากภาพยนตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768014

บรรยายพิเศษจากผู้กำกับภาพจากภาพยนตร์

บรรยายพิเศษจากผู้กำกับภาพจากภาพยนตร์

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สาขาภาพยนตร์เเละสื่อดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับนักศึกษา ในรายวิชาเครื่องมืออุปกรณ์ในงานภาพยนตร์เเละสื่อดิจิทัล โดยจัดให้มีการบรรยายพิเศษหัวข้อ “จากนักศึกษาภาพยนตร์สู่ผู้กำกับภาพ” จาก นายนภนต์ ทิพย์ปัญญา ผู้กำกับภาพจากภาพยนตร์เรื่อง มอนโด รัก/โพสต์/ลบ/ลืม

มาถ่ายทอดความรู้และแชร์ประสบการณ์ตรงแก่นักศึกษา ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน กรุงเทพฯ

กรรมการนานาชาติ ชมไอเดีย Tech Talent รุ่นเยาว์ ใช้ AI เป็น Common Tools ช่วยงานทั่วไปได้เก่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768019

กรรมการนานาชาติ ชมไอเดีย Tech Talent รุ่นเยาว์  ใช้ AI เป็น Common Tools ช่วยงานทั่วไปได้เก่ง

กรรมการนานาชาติ ชมไอเดีย Tech Talent รุ่นเยาว์ ใช้ AI เป็น Common Tools ช่วยงานทั่วไปได้เก่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Tech Talent รุ่นเยาว์ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย อาชีวศึกษา และระดับมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1-2 จากค่าย Creative AI Camp by CP All ครั้งที่ 6 โชว์ไอเดียความสามารถการเปลี่ยนสถานะนำ AI ที่ถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ให้เป็นเครื่องมือทั่วไป หรือ Common Tool แก้ไขปัญหาของคนในสายงาน สายอาชีพต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ และมีแนวโน้มนำไปต่อยอดได้จริง

ในการประกวดผลงานจากค่าย Creative AI Camp by CP All ครั้งที่ 6 มีผลงานที่ชนะใจคณะกรรมการจากไทย จีน สิงคโปร์ และคว้าชัยในครั้งนี้ ได้แก่ รางวัลชนะเลิศคือทีม Conalysis ที่นำเสนอ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และแก้ปัญหางานซ่อมบำรุงด้านการก่อสร้าง ผ่านกรณีตัวอย่างร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น รองชนะเลิศอันดับ 1 คือทีม AI For Preventive Maintenance นำเสนอ AI สำหรับระบบงานบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance หรือ PM) เพื่อใช้ตรวจคุณภาพน้ำของเครื่องทำน้ำแข็ง น้ำร้อน น้ำ Slurpee ในร้านสะดวกซื้อ และรองชนะเลิศอันดับ 2 คือทีม All For U ให้ AI เรียนรู้พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภค แล้วคอยช่วยแนะนำสินค้ายี่ห้อใหม่ๆ ประเภทใหม่ๆ ที่ผู้บริโภคมีแนวโน้มจะสนใจซื้อ

ยิ่งกว่านั้น ผลงานเยาวชนทุกทีมจะได้รับการพิจารณานำไปต่อยอด และตัวเยาวชนทุกทีมจะได้รับสิทธิ์เข้าเป็นสมาชิกของ Creative AI Club ซึ่งจะมีกิจกรรมการเรียนรู้และฝึกทักษะด้าน AI เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ กิจกรรมเวิร์กช็อปด้าน AI, Creative AI Hackathon, Retail Action, Future Innovator Campaign เสนอโอกาสให้เยาวชนได้รับสิทธิเป็นพนักงานของซีพี ออลล์ พร้อมรับสิทธิพิเศษต่างๆ

นายป๋วย ศศิพงศ์ไพโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สำนักปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วันนี้ AI ได้เปลี่ยนสถานะเป็นเสมือนเครื่องมือทั่วไป หรือ Common Tools ที่ไม่ว่าคนในสายอาชีพบัญชี กฎหมาย หรือสายอาชีพใดๆ ก็ตาม สามารถนำมาใช้เป็นผู้ช่วย เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของตัวเองได้ สามารถนำ AI มาเป็นโมเดลประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสบการณ์ลูกค้า วิเคราะห์ลูกค้าให้แม่นยำยิ่งขึ้นได้ ส่งผลให้ภาพรวมผลงานเยาวชนในปีนี้ โดดเด่นกว่าทุกปี มีผลงานที่สามารถนำไปต่อยอดได้จำนวนมาก โดยเฉพาะทีมรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศอันดับ 1 ที่เลือกนำเทคโนโลยีการจดจำด้วยภาพ (Image Recognition) เข้ามาช่วยแก้ Pain Point ได้อย่างน่าสนใจ

Prof.Han Shenglong

Professor Han Shenglong Associate professor at Peking University (รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการจัดการข้อมูล คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง) หนึ่งในคณะกรรมการและพันธมิตรค่าย Creative AI Camp กล่าวว่า การพัฒนา AI ในระดับโลกยังคงก้าวไปอย่างต่อเนื่อง ในจีนเองก็ยังมีการพัฒนาที่น่าสนใจหลากหลายด้าน อาทิ การพัฒนารถยนต์บินได้ไร้คนขับ ระบบการตรวจรักษาผู้ป่วยจากระยะไกล ขณะที่กลุ่มเยาวชนไทยที่เข้าร่วมค่ายในปีนี้ ถือว่าแก้ปัญหาได้อย่างโดดเด่น หาต้นตอปัญหาที่เกิดขึ้นได้เจอ และเลือกวิธีการใช้ AI เข้ามาช่วยผ่านไอเดียที่ตรงจุด สำหรับเยาวชนไทยในภาพรวมที่สนใจเรื่องการพัฒนา AI ต้องให้ความสำคัญกับองค์ความรู้และหลักการพื้นฐานด้าน AI เช่น คณิตศาสตร์ สถิติ วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ รวมถึงคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาเทคโนโลยีหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้ AI นำไปสู่ผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเสียหายด้วย

รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล ที่ปรึกษาด้านการศึกษาและกรรมการจัดค่าย Creative AI Camp กล่าวว่า เยาวชนที่เข้าร่วมค่ายในปีนี้ คิดตอบโจทย์แก้ปัญหาในสภาพความเป็นจริงได้ดีขึ้น มีผลงานที่น่าประทับใจหลายผลงาน และสามารถต่อยอดได้ หลังจากนี้ ยังคงมองเห็นถึงความจำเป็นในการสนับสนุนด้าน AI ให้แก่เยาวชนในภาพรวม เพราะ AI จะมีบทบาทกับชีวิตประจำวันในด้านต่างๆ ทั้งด้านการทำงาน ด้านการดำรงชีวิตต่างๆ ต่อไปในอนาคต ถ้าเยาวชนให้ความสำคัญกับการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ ต่อไป ก็จะสามารถพัฒนาศักยภาพตัวเองให้ดียิ่งขึ้น และได้รับประโยชน์จาก AI

รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล

ค่าย Creative AI Camp จัดขึ้นภายใต้ปณิธานองค์กร “Giving & Sharing” มุ่งให้เหล่าเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาชั้นปีที่ 1-2 ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติ ได้พัฒนาทักษะความสามารถจนเป็น “คนพันธุ์ AI หัวใจโกะ” (CreativeAIness) วิถีความเป็นมนุษย์ AI สร้างสรรค์ สามารถสร้างสรรค์ AI ผสมผสานปรัชญาหมากล้อม เพื่อประโยชน์ของสังคม และกลายเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งการเปลี่ยนโลกในอนาคต

ทั้งนี้ การจัดค่าย Creative AI Camp ปีที่ 6 ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในสายงาน AI มากกว่า 30 ราย แบ่งเป็น 1.กลุ่มสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์, มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง ไต้หวัน, คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) 2.กลุ่ม Mentor และผู้สนับสนุนเครื่องมือ
อาทิ บริษัท โกซอฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไอโนว์พลัส จำกัด, The Sun Plex Engineering And Software Co., Ltd., Ambient19 Co., Ltd., Advantech Corporation (Thailand) Co., Ltd., บริษัท เวลเลียน ซอฟแวร์ จำกัด และ บริษัท เวคิน (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีทีมงาน ตลอดจนผู้บริหารระดับ CEO และผู้ก่อตั้งของแต่ละองค์กรร่วมเป็น Mentor ด้วย 3.กลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เป็นผู้ที่ทำงานอยู่ในองค์กรเทคโนโลยีระดับโลกและมาร่วมเป็นวิทยากรแบ่งปันองค์ความรู้ในนามส่วนตัว และ 4.กลุ่มผู้สนับสนุนโจทย์ปัญหา เป็นผู้คัดเลือกโจทย์น่าสนใจที่เผชิญจริงในภาคธุรกิจ

คุณป๋วย

คุณป๋วย

สจล. มุ่งปั้นทันตแพทย์อินเตอร์รุ่นใหม่ เพิ่มทักษะ AI นวัตกร บริหารธุรกิจ และอื่นๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768016

สจล. มุ่งปั้นทันตแพทย์อินเตอร์รุ่นใหม่  เพิ่มทักษะ AI นวัตกร บริหารธุรกิจ และอื่นๆ

สจล. มุ่งปั้นทันตแพทย์อินเตอร์รุ่นใหม่ เพิ่มทักษะ AI นวัตกร บริหารธุรกิจ และอื่นๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะทันตแพทยศาสตร์ อินเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มุ่งเน้นสร้างทันตแพทย์รุ่นใหม่ ที่มีความรู้ความสามารถและทักษะในหลากหลายด้าน ทั้งในด้านทันตแพทย์ ด้านเทคโนโลยี AI ด้านวิศวกรรม ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านการออกแบบ การสร้างนวัตกรรม และด้านบริหารธุรกิจ

รองศาสตราจารย์ ดร.ทพญ. อารยา พงษ์หาญยุทธ รักษาการคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ กล่าวว่าคณะได้นำเทคโนโลยีทางทันตกรรมสมัยใหม่ “Digital Dentistry” มาใช้ในการเรียนการสอน เพื่อให้เข้าใจ คุ้นเคย และสามารถรับมือกับการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ส่วนอาจารย์ก็มีความพร้อมในการสอนด้วยเทคโนโลยีและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทันตกรรมด้วยพร้อมกัน บัณฑิตที่จบมาจะมีทักษะด้านวิชาชีพทันตแพทย์ตามมาตรฐานสากล สามารถสื่อสารด้านวิชาการและงานวิจัยกับทันตแพทย์นานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีโอกาสในการไปดูงานด้านการเรียนการสอน และการผลิตอุปกรณ์ทางทันตกรรมในต่างประเทศ ส่งเสริมบัณฑิตให้มีความคิดสร้างสรรค์ และมีประสบการณ์การสร้าง Multi-disciplinary Innovation ที่คำนึงถึงผู้ใช้

การเรียนทันตแพทย์ หลักสูตรนานาชาติ ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 6 ปี เปิดรับจำนวนเพียง 30 คน นอกจากจะเรียนวิชาพื้นฐาน ยังจะได้เรียนวิชา ที่จะฝึกทักษะแห่งการเป็นนวัตกรและทันตแพทย์ยุคใหม่ อีก 5 อย่างได้แก่ Thinking Skills ทักษะการคิดและทักษะอื่นๆ เพื่อให้มีคุณสมบัติที่จำเป็นต้องมีในศตวรรษที่ 21, Interdisciplinary Learning and Innovation มีการเรียนรู้หลากหลายสาขาวิชาเพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้าใจในเรื่องที่ทันตแพทย์เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาอื่น, Technology Literacy เทคโนโลยีทางทันตกรรมมาใช้ในการเรียนการสอนตั้งแต่ปีแรก, Digital Dentistry and E-Services ห้องแล็บทันตกรรม และคลินิก ทันตกรรมที่พร้อมด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ และระบบบริหารจัดการที่ทันสมัยและ Teaching with the Latest Technology อาจารย์ผู้สอนมีความพร้อมในการสอนผ่านเทคโนโลยีนำสมัยและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทันตกรรมในสาขาต่างๆ รวมถึงมีอาจารย์จากสถาบันต่างประเทศมาเป็นผู้ร่วมสอน

คณะทันตพทยศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มอบทุนการศึกษา 3-5 ทุนต่อปี ทั้งทุนการศึกษาแบบเต็มจำนวน และทุนการศึกษาแบบบางส่วน รับสมัครรอบแรก 13 พฤศจิกายน-28 ธันวาคม 2566 ติดตามรายละเอียดและ เกณฑ์การรับสมัครได้ที่ https://dent.kmitl.ac.th/

ศ.ดร.ไชยันต์ รัฐศาสตร์ จุฬาฯ รับรางวัล นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768017

ศ.ดร.ไชยันต์ รัฐศาสตร์ จุฬาฯ รับรางวัล  นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567

ศ.ดร.ไชยันต์ รัฐศาสตร์ จุฬาฯ รับรางวัล นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567 สาขารัฐศาสตร์และ รัฐประศาสนศาสตร์ โดยรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ จะพิจารณาจากงานวิจัยในภาพรวมตั้งแต่งานชิ้นแรกจนถึงล่าสุด

แนวทางการทำงานวิจัยสาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ของ ศ.ดร.ไชยันต์ เป็นการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวทางและระเบียบวิธิวิจัยที่เป็นแบบอย่างของการศึกษาตีความตัวบทเชิงวิพากษ์ แนวทางการศึกษาบริบททางความคิด ซึ่งจะสามารถสร้างการรับรู้ทางทฤษฎีจากมุมมองที่เปิดกว้าง หลากหลาย ไม่ยึดติดกับ “กรอบ” หรือ “วิธีวิจัย” แบบใดแบบหนึ่งในการวิเคราะห์และตีความข้อมูล ซึ่งข้อเท็จจริงจากกรอบหรือ “อคติ” ทางวิชาการ จะเป็นประโยชน์ในการค้นคว้าวิจัยเพื่อตอบโจทย์ให้กับปัญหาทางสังคมและการเมืองการปกครองไทยอย่างแท้จริง

ผลงานวิจัยเรื่อง “ผลจากการศึกษาหลักว่าด้วยสัมพันธภาพทางอำนาจสำหรับจัดการปกครองและหลักนิติรัฐ-นิติธรรม โดยเฉพาะต่อกรณีปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง อันเนื่องมาจากประเด็นเรื่องรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและสถาบันพระมหากษัตริย์” เป็นงานวิจัยที่สะท้อนถึงลักษณะเฉพาะของการปกครองแบบ Constitutional Monarchy ที่มีพัฒนาการแตกต่างกันตามเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละสังคม ซึ่งทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อบทบาทและความสำคัญของสถาบันพระกษัตริย์ในฐานะที่เป็นสถาบันหลักของสังคมไทยบนหลักการและเหตุผลอย่างแท้จริง เป็นการลดความขัดแย้งของคนในสังคมที่มีสาเหตุมาจากการขาดความเข้าใจหรือไม่ตระหนักถึงความสำคัญของการมีอยู่ของสถาบันพระมหากษัตริย์

สำหรับประโยชน์ของงานวิจัยในทางสังคม ศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวว่าการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ทางปรัชญาการเมืองจะทำให้คนและสังคมมีเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์และทำความรู้จักตัวตนของตนเอง และยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการทำให้เกิดกระบวนการคิดและเรียนรู้เชิงวิพากษ์และค้นหาประเด็นที่มีความสำคัญในการดำเนินชีวิตอันเกี่ยวข้องกับความรู้ ความดี ความยุติธรรม รูปแบบการเมืองการปกครอง ฯลฯ ซึ่งจะเป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้กับสังคม ให้มีสติไตร่ตรองเรื่องราวต่างๆ อย่างเท่าทันและรอบคอบ

ศ.ดร.ไชยันต์ ได้วางแผนการทำงานวิจัยในอนาคตว่า จะศึกษาวิจัยพัฒนาการของระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญของประเทศต่างๆ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับพัฒนาการระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญของไทย ศึกษาการเมืองไทยในประวัติศาสตร์จากเอกสารหลักฐาน
ชั้นต้น และศึกษาในมิติที่ยังไม่เคยมีใครทำวิจัยมาก่อน

‘ศธ.’จับมือ’ยูนิเซฟ’ประชุมผู้บริหารระดับสูงพัฒนาแผนแม่บทเทคโนโลยี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/768068

'ศธ.'จับมือ'ยูนิเซฟ'ประชุมผู้บริหารระดับสูงพัฒนาแผนแม่บทเทคโนโลยี

‘ศธ.’จับมือ’ยูนิเซฟ’ประชุมผู้บริหารระดับสูงพัฒนาแผนแม่บทเทคโนโลยี

วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 18.29 น.

ศธ.จับมือยูนิเซฟ ประชุมผู้บริหารระดับสูงพัฒนาแผนแม่บทเทคโนโลยี สร้างโอกาสเด็กไทยเข้าถึงการศึกษาอย่างมีคุณภาพ สอดรับเป้าหมายเอสดีจีที่ 4 ของสหประชาชาติ

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2566 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มอบหมายให้นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อการพัฒนาดิจิทัลเพื่อการศึกษา Master ICT in Education Plan และการทบทวนเชิงเทคนิค National Digital Learning Platforms (ภาคการศึกษา) เมื่อเร็วๆนี้ จัดโดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย โดยมี คุณคยอง ซันคิม ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย กล่าวต้อนรับ และ นายกมล รอดคล้าย ประธานคณะทำงาน รมช.ศธ. ตลอดจนผู้บริหารจากสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ผู้บริหารและนักวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ และบุคลากรขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เข้าร่วม ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล เขตพญาไท กรุงเทพฯ

โดยนายสุรศักดิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า จากนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ “เรียนดี มีความสุข” และ “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา” (Anywhere Anytime) เป็นการแสดงให้เห็นว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการพัฒนาดิจิทัลเพื่อการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง โดยได้นำ ICT เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และพร้อมเรียนรู้ได้ตลอดเวลา ผ่านแหล่งเรียนรู้ แพลตฟอร์ม และช่องทางที่หลากหลาย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อศึกษาและทบทวนแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อม ๆ กับการสร้างความเข้าใจร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อพัฒนาเป็นแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา (Master ICT Plan in Education) ที่ผ่านการมีส่วนร่วมวิเคราะห์ข้อมูล องค์ความรู้ ตลอดจนสภาวะแวดล้อมและความเป็นไปได้ของการจัดการเรียนรู้ต่าง ๆของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนจะนำไปใช้พลิกโฉมทางดิจิทัลเพื่อยกระดับการเรียนรู้ของผู้เรียน ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) เป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต 

“ขอเน้นย้ำว่า นอกจากผู้เรียนจะเข้าถึงการศึกษาที่ทั่วถึงและมีคุณภาพแล้ว จะต้องทำให้ผู้เรียนเกิดความสุขในการเรียนรู้ และอยู่ในบริบทที่ปลอดภัย เอื้อต่อการเรียนรู้ รวมไปถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย เพราะถือว่าเป็นผู้มีความสำคัญในการนำภารกิจไปสู่ผู้เรียน และขอแสดงความขอบคุณ องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ที่ได้สนับสนุนเรื่องการพัฒนาการศึกษาของไทย รวมทั้งเอ็ดเทค ฮับ (EdTech Hub) และคุณเวอร์นา ลาบิฮารี ที่มาบรรยายข้อคิดเห็นและจุดประกายการทำงานด้านดิจิทัลการศึกษาจากประสบการณ์ระดับนานาชาติ  ท้ายสุด ขอให้ทุกท่านร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำข้อเสนอแนะจากที่ประชุมไปประกอบการตัดสินใจและส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก ๆทุกคนในประเทศไทยต่อไป” รมช.ศธ. กล่าว  —017

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2739076

"โรจนา สังข์ทอง" รณรงค์ให้ตระหนักถึงภัยเชื้อดื้อยาอุตสาหกรรมสัตว์ฟาร์ม

9 พ.ย. 2566 04:52 น.

“โรจนา สังข์ทอง” รณรงค์ให้ตระหนักถึงภัยเชื้อดื้อยาอุตสาหกรรมสัตว์ฟาร์ม

ระวังดื้อยา โรจนา สังข์ทอง เปิดแคมเปญ “บึ๊ด จ้ำ บึ๊ด ฮึดสู้เพื่อสัตว์ฟาร์ม” เพื่อรณรงค์ให้ตระหนักถึงปัญหาและภัยของเชื้อดื้อยามหันตภัยเงียบในอุตสาหกรรมสัตว์ฟาร์ม โดยมี ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล และ ชนะวิทย์ ฉายแสง มาร่วมงานด้วย ที่สวนมรุพงษ์ จ.ฉะเชิงเทรา วันก่อน.

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน 2566

  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด ศูนย์เลิศพนานุรักษ์ ณ บริเวณ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง โดยมี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. นายวุฒิกร สติฐิต ประธานกรรมการบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด นายรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด พร้อมข้าราชการและคณะผู้บริหารเฝ้ารับเสด็จฯ ศูนย์เลิศพนานุรักษ์ สร้างขึ้นโดย บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี บริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงานและพื้นที่สีเขียวใน จ.ระยองในการนี้ได้พระราชทานชื่อศูนย์การเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ป่าและพันธุ์พืชในนาม ศูนย์เลิศพนานุรักษ์ และพระราชทานชื่ออาคารโดมจัดแสดงพืชเมืองหนาวว่า อาคารนิทรรศน์พรรณพฤกษา ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์อนุรักษ์ไม้เมืองหนาวแห่งนี้ โดยพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญ พระนามาภิไธย ส.ธ.  ประดับที่ป้ายชื่อทั้งสองอาคารไว้ ณ วันที่ 9 พ.ย.
ผมสวย เอกศาสตร์ สรรพช่าง เปิดตัว จักริน กังวานเกียรติชัย พรีเซนเตอร์คนแรกของ “โลแลน พิกเซล” ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ โดยมี ปริญญา ทัศคร,วัชราพรรณ พิทักษ์ปกรณ์ และ มิ่งสุมล สุขสมัคร มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • เศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดวิกฤติ ประเทศไทย อยู่ในช่วงถดถอยทางเศรษฐกิจ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จีดีพี เติบโตเฉลี่ยเพียง 1.8% ต่อปี หนี้ครัวเรือน เพิ่มขึ้นจาก 76% เป็น 91.6% ในปี 2566 ที่ยังไม่ฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-19 ทำให้การส่งออกหดตัวจนติดลบ เงินเฟ้อและดอกเบี้ยที่อยู่ในอัตราที่สูง เส้นทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ในบริบทของการแข่งขันที่สูงมากกว่าปกติ ท่ามกลางความสูญเสียและความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมถึง วิกฤติที่เกิดจากสภาพภูมิอากาศ แผ่นดินไหว น้ำท่วม ทำให้ เศรษฐกิจหดตัว อย่างต่อเนื่อง
ทอดกฐิน พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นประธานทอดกฐินสามัคคีมหากุศล เพื่อจัดตั้งกองทุนพระสมเด็จองค์ปฐม พระพุทธเมตตา โดยมี พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง, พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ และ สมคิด จันทมฤก มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดเทพประทาน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี วันก่อน.

การเดินทางในเวทีโลกของ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน กับ บทบาทเซลส์แมน ดึงดูดการลงทุน หาเม็ดเงินเข้าประเทศ จึงเป็นงานหนัก ในการฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ อย่างยั่งยืน จับตาวันที่ 12-19 พ.ย.นี้ นายกฯเศรษฐา มีกำหนดการเดินทางเข้าร่วมประชุม ระดับสุดยอดผู้นำเอเปก ที่ ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐฯ ท่ามกลาง ประเทศสมาชิก 21 ชาติ และวงล้อมของ องค์การการค้าโลก หรือ WTO จะเป็นก้าวสำคัญที่จะนำ ประเทศไทย ไปสู่เป้าหมายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ร้อยละ 5 ได้หรือไม่ รวมทั้งในวันที่ 10 พ.ย. ก่อนที่จะออกเดินทางไปสหรัฐฯ นายกฯเศรษฐา จะปลดชนวน ดิจิทัล วอลเล็ต ได้แค่ไหน อย่างไร

ครบเครื่อง วราภรณ์ ธรรมจรีย์ เปิด “COSMEX 2023” งานแสดงเทคโนโลยีผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายและเสริมอาหาร จัดถึง 9 พ.ย. โดยมี สิทธิชัย แก้วสุริยันต์, ศุภรัฐ โชติกุลธนชัย และ มนทิรา พรประสิทธิ์ มาร่วมงานด้วย ที่ไบเทค บางนา วันก่อน.
  • ที่ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม รัฐบาล มีนโยบายขึ้นเงินเดือนข้าราชการ และ ค่าแรงขั้นต่ำ จะเพิ่มรายจ่ายงบประจำอีกบานตะไทแค่ไหน ยังไม่มีคำตอบสุดท้าย แต่ที่ กระทรวงแรงงาน โดย พิพัฒน์ รัชกิจประการ เสนอ ครม. ให้นำ งบกลางสำรองฉุกเฉิน มาจ่ายเป็น  เงินเยียวยาให้กับแรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอล รายละ 50,000 บาท จากเดิมที่ต้องจ่าย 15,000 บาท มาตรการพักต้น พักดอก พักหนี้ 3 ปีวงเงินไม่เกิน 150,000 บาท ยังไม่รวมกับ ค่าใช้จ่ายในการอพยพแรงงานไทย ที่ผ่านมา รัฐบาลต้องแบกภาระหนี้ฉุกเฉิน เพิ่มขึ้นอีกซุปเปอร์บานตะไท บวกกับ มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2566/67 3 ล้านตัน วงเงิน 10,120.7 ล้านบาท
คู่รักคู่เหมาะสม สุนทรี วนวิทย์ เป็นประธานในพิธีหมั้นระหว่าง ชัญญา บุตรี วิทยา–ศิริวรรณ พานิชตระกูล กับ ยศกร บุตร นฤนาท–ลักษณา ชัยวัฒนายน ท่ามกลางความปลื้มปีติของผู้มาร่วมในพิธี ในบรรยากาศของความชื่นมื่น ที่ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ วันก่อน.

ด้วยวิธีการเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง 1-5 เดือนราคา ข้าวหอมมะลิ ตันละ 12,000 บาท ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 10,500 บาท ข้าวหอมมะลิปทุมธานี ตันละ 10,000 บาท ข้าวเจ้า ตันละ 9,000 บาท และ ข้าวเหนียว ตันละ 10,000 บาท นเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม อีก 1 ล้านตัน วงเงิน 481.25 ล้านบาท บวกกับมาตรการแก้ไข ปัญหาหนี้สินภาคการเกษตร ที่เป็นหนี้ ธ.ก.ส. ไม่เกิน 300,000 บาท โดยการ พักต้นพักดอก จำนวน 707,213 ราย มูลค่าหนี้ 88,131.33 ล้านบาท ซึ่ง รัฐจะต้องชดเชยดอกเบี้ย แทนเกษตรกรในอัตราร้อยละ 4.5 ต่อปี เป็นเวลา 3 ปี ส่วน ค่าแรงขั้นต่ำ ที่ยังไม่ตกผลึก การปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท สามารถทำได้เป็นบางจังหวัดในต้นปี 2567 จะมีคำตอบชัดเจนใน ปลายเดือน พ.ย.นี้ เป็นมรสุมเศรษฐกิจ ที่กำลังเข้าตำรา หมองูมักตายเพราะงู

เพื่อการศึกษา ทนง ลี้อิสสระนุกูล กก.ผจก.บริษัทสิทธิผล 1919 มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี พรทิพย์ เศรษฐีวรรณ, อภิชาต ลี้อิสสระนุกูล, พรพรรณ พจนพริ้ง และ ไพลิน ศิริพัฒน์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
  • การเมืองอะไรกันนักหนา ล่าสุด อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม เตรียมเรียก วุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี ที่ถูกขับจากพรรคก้าวไกลมาให้ข้อมูลตามที่ออกมาแฉว่า มีผู้ช่วย สส.ก้าวไกล ซึ่งเป็น ผู้บริหารพรรค เรียกรับผลประโยชน์จาก ผู้ประกอบการโรงงานกำจัดขยะหลายแห่งทั่วประเทศ ทำให้ ผู้บริหารหญิงคนหนึ่งของก้าวไกล มีอาการร้อนเนื้อร้อนตัว ฉาวที่สุดก็มี สีกากี นี่แหละ นอกจากจะมีข่าวจาก สำนักข่าวต่างประเทศ ว่า ทางการไทยได้กดดันให้ ผู้ลี้ภัยจากการสู้รบในเมียนมา ที่อพยพมาอยู่ในฝั่งไทยกว่า 9 พันคนกลับเข้าไปในเมียนมาแล้ว ข่าวที่มีการ ปิดด่านชายแดนไทยเมียนมา เพราะประท้วงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทย  ยศนายพล  สั่งการให้  ตำรวจ ยศนายพัน เข้าไปเก็บส่วยในเมียนมา ผลงานโด่งดังข้ามประเทศ หรือ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. จะทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทำหน้าที่นักร้อง เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. ให้ตรวจสอบการถือครองหุ้นผ่านคู่สมรสเข้าข่ายผิด ม.187 จำนวน 2 ราย ไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ กับ สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม จบข่าว
ไว้จัดปาร์ตี้ อรนิดา วิมลวัฒนาภัณฑ์ และ วีระชาติ คำกลัด เปิดงาน “Big C Festa Party!” รวมแบรนด์เครื่องดื่มและอาหารชั้นนำมาจัดแสดงเพื่อเป็นไอเดียให้ลูกค้าในการจัดงานสังสรรค์ โดยมี พงศ์พณิช บุญเกิด และ ชัยกมล เสริมส่งวิทยะ มาร่วมงานด้วย ที่บิ๊กซี สะพานควาย วันก่อน.
  • หนังสือออกใหม่ ต่วย’ตูนสาระ+หรรษา วัธนา บุญยัง เขียน เที่ยวป่าล้านนาในอดีต วารสารการเงินธนาคาร ผู้จัดงานมหกรรมการเงิน MONEY EXPO 2023 โดย สันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร จัดพิธีเปิด มหกรรมการเงินเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด การเงินสีเขียว เพื่อชีวิตสีเขียว ในวันที่ 10 พ.ย.นี้ เวลา 10.19 น. ที่ เวทีเชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต มี กฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง เป็นประธานในพิธี พบกับโปรโมชันสินเชื่อครบจบในที่เดียว สินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 1.99% นาน 9 เดือน เงินฝาก Step Up อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 15.80% ต่อปี สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล ผจก.ไอคอนสยาม จัดฉลองความสำเร็จ ICONSIAM-The 5th Anniversary of The ICON Unrivaled ในวันที่ 9 พ.ย. เวลา 18.00 น. บริเวณ ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม ตอกย้ำความเป็น Global Destination ยืนหนึ่งของประเทศไทย
ระวังดื้อยา โรจนา สังข์ทอง  เปิดแคมเปญ  “บึ๊ด จ้ำ บึ๊ด ฮึดสู้เพื่อสัตว์ฟาร์ม”  เพื่อรณรงค์ให้ตระหนักถึงปัญหาและภัยของเชื้อดื้อยามหันตภัยเงียบในอุตสาหกรรมสัตว์ฟาร์ม โดยมี ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล และ ชนะวิทย์ ฉายแสง มาร่วมงานด้วย ที่สวนมรุพงษ์ จ.ฉะเชิงเทรา วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

อินเดียขยายเวลาปิดโรงเรียน หลังมลพิษทางอากาศยังไม่ทุเลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739306

อินเดียขยายเวลาปิดโรงเรียน หลังมลพิษทางอากาศยังไม่ทุเลา

9 พ.ย. 2566 12:10 น.

อินเดียขยายเวลาปิดโรงเรียน หลังมลพิษทางอากาศยังไม่ทุเลา

กรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย ขยายเวลาปิดโรงเรียนยาวไปจนถึงกลางเดือน หลังสถานการณ์มลพิษทางอากาศยังไม่ทุเลา

โรงเรียนทุกแห่งในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย ยังคงถูกสั่งปิด หลังจากมลพิษทางอากาศยังคงอยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพ โดยล่าสุดมีการประกาศขยายระยะเวลาปิดเรียนยาวไปจนถึงวันที่ 18 พฤศจิกายน ตามมาตรการป้องกันเด็กนักเรียนจากฝุ่นควัน และมลพิษ

โดยล่าสุดดัชนีคุณภาพอากาศทั่วเมืองอยู่ที่กว่า 320 ซึ่งยังจัดอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แม้ว่าจะลดลงมาเล็กน้อยจากระดับ 400 เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ตาม

ก่อนหน้านี้ กรุงนิวเดลี ซึ่งนับเป็นเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดของโลก ได้สั่งหยุดการก่อสร้างต่างๆ รวมทั้งยังใช้มาตรการคุมเข้มการใช้รถยนต์ เพื่อหวังให้สถานการณ์มลพิษทางอากาศดีขึ้นโดยเร็ว แต่ยังคงขาดความร่วมมือจากรัฐที่อยู่ใกล้เคียงที่ยังคงมีการเผาตอซังพืชผลทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเกษตรกรในรัฐปัญจาบ และหรยาณา มักจะเผาตอซังข้าวหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวในช่วงปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อแผ้วถางพื้นที่เตรียมการเพาะปลูกครั้งใหม่ ทำให้เกิดฝุ่นควันจำนวนมากปกคลุมในพื้นที่คิดเป็น 30-40 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณฝุ่นควันทั้งหมด ซึ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ศาลสูงสุดของนิวเดลีเพิ่งมีคำสั่งให้รัฐที่อยู่รอบๆ กรุงนิวเดลีบังคับใช้กฎหมายห้ามการเผาตอซังข้าวแล้ว โดยหวังว่าจะช่วยทำให้สถานการณ์มลพิษทางอากาศดีขึ้นโดยเร็ว.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

กัมพูชาเนรเทศแก๊งสแกมเมอร์ชาวญี่ปุ่น 25 คน หลังขบวนการขยายวงกว้างในประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739285

กัมพูชาเนรเทศแก๊งสแกมเมอร์ชาวญี่ปุ่น 25 คน หลังขบวนการขยายวงกว้างในประเทศ

9 พ.ย. 2566 11:36 น.

กัมพูชาเนรเทศแก๊งสแกมเมอร์ชาวญี่ปุ่น 25 คน หลังขบวนการขยายวงกว้างในประเทศ

ทางการกัมพูชาเนรเทศชาวญี่ปุ่นจำนวน 25 คนออกจากประเทศ หลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการสแกมเมอร์ หรือการหลอกลวงทางโลกออนไลน์ โดยทั้งหมดถูกควบคุมตัวไปยังสนามบินนานาชาติกรุงพนมเปญ และส่งขึ้นเที่ยวบินพิเศษที่จัดหาโดยรัฐบาลญี่ปุ่น

โฆษกของกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา ระบุว่า ชาวญี่ปุ่นทั้ง 25 คนถูกควบคุมตัวไว้ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังจากได้รับการประสานจากทางตำรวจญี่ปุ่นว่าทั้ง 25 คนมีความเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมามีชาวญี่ปุ่นจำนวน 19 คนที่ถูกส่งกลับประเทศไปแล้ว เนื่องจากตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการมิจฉาชีพสแกมเมอร์ ทั้งทางโทรศัพท์ และทางออนไลน์

การหลอกลวงทางโลกไซเบอร์กำลังเป็นปัญหาหลักในภูมิภาคเอเชียในเวลานี้ โดยมีทั้งผู้ที่สมัครใจ และถูกหลอกให้เข้าร่วมขบวนการ เพื่อหวังหลอกลวงดูดเอาเงินจากคนทั่วโลกผ่านโลกออนไลน์ โดยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาหน่วยงานสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติได้เผยแพร่รายงานว่าแก๊งอาชญากรรมได้มีการหลอกลวงคนหลายพันคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เข้ามาอยู่ในขบวนการมิจฉาชีพหลากหลายประเภท ทั้งคอลเซ็นเตอร์ ขบวนการโรแมนซ์สแกม หรือการหลอกสร้างตัวตนปลอมหลอกลวงให้รักเพื่อหวังเอาเงิน และการหลอกลวงให้นำเงินมาลงทุนเพื่อแลกกับผลตอบแทนดีเกินจริง รวมทั้งการพนันผิดกฎหมายด้วย โดยข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระบุว่า น่าจะมีคนที่ถูกบังคับให้เข้าร่วมขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์อย่างน้อย 120,000 คนในเมียนมา และอีกราว 100,000 คนในกัมพูชา.

ที่มา : เอพี

มนตร์เสน่ห์แห่งกว่างซีจ้วง: “หลงถัง” หมู่บ้านผสานวัฒนธรรม-ธรรมชาติกลางหุบเขา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739081

มนตร์เสน่ห์แห่งกว่างซีจ้วง: "หลงถัง" หมู่บ้านผสานวัฒนธรรม-ธรรมชาติกลางหุบเขา

9 พ.ย. 2566 11:02 น.

มนตร์เสน่ห์แห่งกว่างซีจ้วง: “หลงถัง” หมู่บ้านผสานวัฒนธรรม-ธรรมชาติกลางหุบเขา

  • หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเขตหุบเขาที่ห่างไกลในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ได้เปลี่ยนจากหมู่บ้านที่ชาวบ้านพึ่งพารายได้จากการตัดไผ่ในป่า มาเป็นหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยว ที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ
  • เมื่อปี 2563 เมืองหัวเจียงเหยาได้เปิดตัวโครงการ “9 หมู่บ้านแห่งหัวเจียง” เพื่อสร้างหมู่บ้านที่น่าอยู่และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวจำนวน 9 แห่ง โดยมีธีมและลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป โดยหมู่บ้านหลงถังเป็น 1 ใน 9 หมู่บ้านของหัวเจียง และเมื่อปี 2564 หมู่บ้านหลงถังได้รับรางวัลหมู่บ้านสำคัญแห่งชาติเพื่อการท่องเที่ยวในชนบท
  • โครงการพัฒนาการท่องเที่ยว ทำให้ชาวบ้านมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับแนวคิดการพึ่งพาภูเขา การปกป้องสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยาที่ดี และการรักษาทิวทัศน์ที่สวยงามให้คงอยู่ได้นานที่สุด ได้กลายเป็นความเห็นพ้องต้องกันของชาวบ้าน

ในระหว่างการเดินทางไปร่วมกิจกรรม Guangxi in the Eyes of International Media ประจำปี 2023 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง แห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน และสำนักข่าวไชน่า นิวส์ เซอร์วิส สาขากว่างซี ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปยังหมู่บ้านหลงถัง เมืองหัวเจียงเหยา เขตซิงอัน หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเขตหุบเขาที่ห่างไกล ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเขตต้นน้ำของแม่น้ำหลีเจียง แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านเมืองกุ้ยหลิน 

ตลอดการเดินทางจากถนนสายหลักเข้าสู่หมู่บ้าน เป็นระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ สองข้างทางเต็มไปด้วยภูเขาสูง เนินเขาสูงชัน ป่าไม้หนาทึบ ดงไผ่ ตลอดจนลำธารและแก่งน้ำที่ไหลเชี่ยว ขณะที่รถแล่นไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยว

เมื่อเดินทางมาถึงที่หมู่บ้าน คณะสื่อฯ ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากชาวบ้านและผู้นำหมู่บ้าน ที่นำเครื่องดื่มรสหวานซึ่งทำจากข้าว มาเสิร์ฟให้กับทุกคนเพื่อเป็นการต้อนรับ และเมื่อเดินเข้าไปในหมู่บ้านหลงถัง เราจึงได้สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ อากาศที่เย็นสบายกำลังดี ขณะที่หนทางดูเป็นระเบียบเรียบร้อยและกว้างขวาง แม้จะตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่ห่างไกล

เมื่อไปถึงลานกว้างหน้าหมู่บ้าน ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเย้า หนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ที่สำคัญของกว่างซี ได้เชื้อเชิญให้คณะสื่อฯ เข้าร่วมในกิจกรรมการเต้นกระทบไม้ ที่คล้ายกับการรำกระทบไม้ของชาวเขาในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปอย่างสนุกสนาม ตามมาด้วยการเล่นโยนลูกบอลผ้า เรายังได้ร่วมในการทำขนมพื้นเมืองที่ทำมาจากข้าวเหนียว และได้ลองชิมแบบสดๆ

นอกเหนือจากนั้น ช่างปักชาวเย้ายังได้สาธิตการผลิตงานฝีมือเย็บปักถักร้อย ที่มีทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ที่รวมถึงหมวกเจ้าสาวชาวเย้า ที่เป็นสินค้ายอดนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยว ซึ่งมีการปักด้วยลวดลายแบบชาวเย้าแบบดั้งเดิม เช่น ดอกโป๊ยกั้ก และแมวน้ำพันวัง ผู้สื่อข่าวได้ลองทำแบบเดียว หลังจากนั้นวิดีโออื่นๆ หรือแม้แต่ถ่ายวิดีโอบล็อกสำหรับวิดีโอนี้โดยเฉพาะ เพื่อแนะนำมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของกวางสีให้ผู้คนจำนวนมากขึ้น

หมู่บ้านหลงถัง ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของภูเขาเหมาเออร์ซาน ยอดเขาที่สูงที่สุดในกว่างซี ต้นกำเนิดของแม่น้ำหลีเจียง ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามของทั้งภูเขาและแม่น้ำสีฟ้าใส นอกจากนี้ หมู่บ้านแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่กองทัพแดงเดินทางผ่านในช่วงการเดินทัพทางไกล หรือที่เรียกว่า “ฉางเจิง” ซึ่งหมายถึงการถอยทัพครั้งใหญ่ของกองทัพแดงแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน (ปัจจุบันคือกองทัพปลดปล่อยประชาชน) เพื่อหลบหนีการโอบล้อมของกองทัพก๊กมินตั๋ง

ในอดีตผู้คนในท้องถิ่นอาศัยอยู่บนภูเขาและหาเลี้ยงชีพด้วยการตัดไม้ไผ่และตัดไม้ แม้ทุกวันนี้ผู้คนยังหาเลี้ยงชีพด้วยการพึ่งพาภูเขา แต่พวกเขาก็มีรายได้เสริมจากการท่องเที่ยวและการเปิดที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ที่มีชื่อว่า “หลงถัง เมาน์เทน วิลลา” 

หลง เจียหยู เปิดให้บริการโรงแรมแห่งนี้ครั้งแรกเมื่อปี 2012 หลังจากกลับมาจากมณฑลกวางตุ้ง โดยได้ได้ปรับปรุงอาคารไม้ที่ชำรุดทรุดโทรม และเปลี่ยนให้กลายเป็นโรมแรมแห่งแรกในหมู่บ้าน ทำให้เขากลายเป็นบุคคลแรกของหมู่บ้านที่มีรายได้การท่องเที่ยว

“ผมมีห้องพักแขก 12 ห้อง ฤดูกาลท่องเที่ยว ห้องพักจะเต็มเร็วเสมอ ที่พักของผมสามารถรองรับแขกได้มากถึง 40 คนต่อวันในช่วงฤดูท่องเที่ยว และรายได้ต่อวันอาจสูงถึง 20,000 หยวน หรือราว 100,000 บาท 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางการได้ปรับปรุงเส้นทางให้เป็ฯถนนยางมะตอยที่กว้างขวางมากขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะได้รับพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนในปัจจุบัน 11 ใน 12 ครัวเรือนในหมู่บ้านหลงถัง ได้ดำเนินธุรกิจการเกษตรหรือโฮมสเตย์ และโดยพื้นฐานแล้วทุกครัวเรือนสามารถหาเลี้ยงชีพจากการท่องเที่ยวได้

ขณะที่ ฟาน ยู่เฉิง และสามีของเธอ ได้เปิดกิจการเปิดบ้านไร่และโฮมสเตย์ โดยมีรายได้ต่อปีประมาณ 200,000 หยวน และชีวิตของพวกเขาก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงวันหยุด ฟ่านหยู่เฉิงยังนำชาวบ้านไปเต้นรำแบบชาติพันธุ์ ร่วมทำเค้กข้าวเหนียวกับนักท่องเที่ยว และเต้นรำเสาไม้ไผ่

โดยในช่วงฤดูท่องเที่ยว อุปทานห้องพักของโรงแรมไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ และผู้เข้าพักจะต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งเดือน ส่วน ผาน หรูไก่ ชาวบ้านในหมู่บ้านหลงถัง เคยหาเลี้ยงชีพด้วยการตัดไม้ไผ่ ปัจจุบันเขาเปิดโฮมสเตย์และร้านอาหารที่บ้าน โดยมีรายได้ต่อปีมากกว่า 100,000 หยวน

ผิงหลี่ หัวหน้าเมืองหัวเจียงเหยากล่าวว่า ชาวบ้านที่นี่พึ่งพาระบบนิเวศธรรมชาติของแหล่งกำเนิดแม่น้ำหลีเจียง ความได้เปรียบด้านทรัพยากร และวัฒนธรรมประเพณีกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้สามารถพัฒนาโครงการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการพักผ่อนได้  ทางการยังแนะนำชาวบ้านให้เปิดโฮมสเตย์และร้านอาหาร ทำให้วิถีชีวิต เปลี่ยนจากการพึ่งพาภูเขาเพียงอย่างเดียว มาเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อประโยชน์ของประชาชน 

ทั้งนี้ เมื่อช่วงปลายปี 2563 เมืองหัวเจียงเหยาได้เปิดตัวโครงการ “9 หมู่บ้านแห่งหัวเจียง” เพื่อสร้างหมู่บ้านที่น่าอยู่และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวจำนวน 9 แห่ง โดยมีธีมและลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป โดยหมู่บ้านหลงถังเป็น 1 ใน 9 หมู่บ้านของหัวเจียง และเมื่อปี 2564 หมู่บ้านหลงถังได้รับรางวัลหมู่บ้านสำคัญแห่งชาติเพื่อการท่องเที่ยวในชนบท

ปัจจุบัน เมืองหัวเจียงเหยารับนักท่องเที่ยวเฉลี่ยปีละ 500,000 คน โดยประชากรมีรายได้สุทธิต่อหัว 28,000 หยวน หรือราว 140,000 บาท และรายได้จากการท่องเที่ยวและภาคอุดมศึกษาเกิน 100 ล้านหยวน กลายเป็นต้นแบบในการส่งเสริมการฟื้นฟูชนบทในเขตซิงอานและแม้แต่มณฑลกว่างซี

ปัจจุบัน เมืองหัวเจียงเหยาได้พัฒนาโฮมสเตย์ การเกษตร ปลาสลิด ไก่ไผ่ ชาหลิวตง และภาคส่วนอื่นๆ ซึ่งลดการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ และบรรลุเป้าหมายในการปกป้องระบบนิเวศและรายได้ทางเศรษฐกิจ ขณะที่ชาวบ้านเองก็มีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับแนวคิดการพึ่งพาภูเขา การปกป้องสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยาที่ดี และการรักษาทิวทัศน์ที่สวยงามให้คงอยู่ได้นานที่สุด ได้กลายเป็นความเห็นพ้องต้องกันของชาวบ้าน 

หลงเจียหยูกล่าวว่า กฎและข้อบังคับของหมู่บ้านมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม มีเพียงการรักษาภูเขาและป่าไม้เท่านั้นที่เราจะสามารถรักษาเส้นชีวิตของการพัฒนาหมู่บ้านทั้งหมดได้.

การพิจารณาคดีฉ้อโกง ชี้ ลูกสาว “โดนัลด์ ทรัมป์” กังวลว่าพ่อจะไม่รวยพอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2739236

การพิจารณาคดีฉ้อโกง ชี้ ลูกสาว "โดนัลด์ ทรัมป์" กังวลว่าพ่อจะไม่รวยพอ

9 พ.ย. 2566 07:34 น.

การพิจารณาคดีฉ้อโกง ชี้ ลูกสาว “โดนัลด์ ทรัมป์” กังวลว่าพ่อจะไม่รวยพอ

ในการพิจารณาคดีฉ้อโกงของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พบว่า อิวานกา ทรัมป์ ลูกสาวของเขา แสดงความกังวลว่าบิดาอาจไม่ “มั่งคั่ง” มากพอที่จะปิดข้อตกลงซื้อสนามกอล์ฟในรัฐฟลอริดาเมื่อปี 2554

ตามหลักฐานที่นำเสนอในการพิจารณาคดีฉ้อโกงเมื่อวานนี้ (8 พ.ย.) ระบุว่า ในขณะที่ นายทรัมป์ พยายามซื้อสนามกอล์ฟในรัฐฟลอริดาเมื่อปี 2554 อิวานกา ทรัมป์ ลูกสาวของเขาแสดงความกังวลว่าเขาอาจไม่ “มั่งคั่ง” มากพอที่จะปิดข้อตกลงดังกล่าว 

ทนายความของรัฐนิวยอร์กได้นำเสนออีเมล และเอกสารอื่นๆ ในระหว่างการสรุปคดี ซึ่งระบุว่าทรัมป์ และบริษัทของเขา พยายามเพิ่มมูลค่าสุทธิของเขาสูงถึง 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อหวังให้ได้เงื่อนไขทางการเงินที่ดีขึ้น โดยที่ อิวานกา ทรัมป์ ซึ่งให้การเป็นพยานคนสุดท้าย ยอมรับว่าเธอทำงานเกี่ยวกับข้อตกลงด้านอสังหาริมทรัพย์ให้กับบริษัท แต่บอกว่าเธอไม่ได้มีส่วนร่วมในการคำนวณมูลค่าสุทธิของทรัมป์

คดีของอัยการสูงสุดแห่งนิวยอร์ก เลติเทีย เจมส์ จากพรรคเดโมแครต กล่าวหาทรัมป์ และธุรกิจครอบครัวของเขาว่า บิดเบือนมูลค่าทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์เพื่อหลอกลวงผู้ให้กู้และบริษัทประกัน และเสริมสร้างชื่อเสียงของทรัมป์ในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

ทรัมป์ยอมรับว่าการประมาณการมูลค่าสนามกอล์ฟ อาคารสำนักงาน และทรัพย์สินอื่นๆ ของบริษัทบางส่วนนั้นไม่ถูกต้อง แม้ว่าเขาจะกล่าวว่าหลายรายการจะถูกประเมินต่ำเกินไปก็ตาม ขณะที่ อิวานกา ทรัมป์ ไม่ใช่จำเลยในคดีนี้ เธอร่วมงานกับพ่อของเธอในช่วงดำรงตำแหน่งปี 2560-2564 ในทำเนียบขาว โดยปล่อยให้พี่ชาย และน้องชายของเธอดูแลบริษัทในช่วงเวลานั้น แต่เจมส์กล่าวว่าเธอยังคงได้รับประโยชน์จากงบการเงินที่ฉ้อโกงของบริษัท

ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของ “ทรัมป์ ออแกไนเซชัน” ระหว่างปี 2554-2560 อิวานกา กล่าวว่า เธอมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาสนามกอล์ฟดอรัลในฟลอริดา และทรัพย์สินของที่ทำการไปรษณีย์เก่าในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

ในการพิจารณาคดีได้แสดงหลักฐานอีเมลฉบับปี 2554 ที่เธอรับทราบว่าข้อกำหนดของผู้ให้กู้ยืมธนาคารดอยซ์แบงก์ที่กำหนดให้พ่อของเธอมีทรัพย์สินสุทธิอย่างน้อย 3 พันล้านดอลลาร์นั้นเป็นปัญหา แต่ก็สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทอนุมัติ เธอเขียนถึงทนายความของทรัมป์ ออแกไนเซชัน “เราต้องการได้รับเรตที่ดี และวิธีเดียวที่จะได้รับรายได้ ผลกำไร และเงินต้นตามที่เราต้องการคือการรับประกันข้อตกลง”

ในที่สุดทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะกำหนดข้อกำหนดมูลค่าสุทธิไว้ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์ แม้ว่าพ่อของเธอจะอ้างว่ามีมูลค่าสุทธิ 4.3 พันล้านดอลลาร์ในปีนั้นก็ตาม

นอกจากนี้ หลักฐานอีเมลปี 2554 ที่เธอได้รับจากรัฐบาลกลาง แสดงความกังวลเกี่ยวกับความผิดปกติในงบการเงินของทรัมป์ เนื่องจากบริษัทกำลังเสนอที่จะพัฒนาที่ทำการไปรษณีย์เก่า ซึ่งเป็นทรัพย์สินของรัฐบาลกลางขึ้นมาใหม่ ส่วนหลักฐานอื่นๆ แสดงให้เห็นว่าเธอได้กำไรเป็นการส่วนตัวจากข้อตกลงดังกล่าว เธอกล่าวว่าเธอจำรายละเอียดไม่ได้ เนื่องจากมีอีเมล และการสนทนามากมาย

ทรัมป์ ซึ่งเป็นตัวเก็งในการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของพรรครีพับลิกันในปี 2024 แม้จะเผชิญปัญหาทางกฎหมายมากมาย แต่ได้ปฏิเสธการกระทำผิดกฎหมาย และกล่าวหาผู้พิพากษาว่ามีอคติทางการเมือง

ทรัมป์ รับทราบว่าการประเมินมูลค่าทรัพย์สินของเขาไม่ได้แม่นยำเสมอไป แต่ข้อผิดพลาดดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินที่ใช้ทรัพย์สินเหล่านี้ในการเจรจาราคา

นายโดนัลด์ จูเนียร์ และเอริก ทรัมป์ บุตรชายของเขา ให้การเป็นพยานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าเอกสารทางการเงินที่เป็นหัวใจหลักของคดีนี้ไม่ใช่ความรับผิดชอบของพวกเขา แม้ว่าอีเมล และเอกสารอื่นๆ จะแสดงให้เห็นว่าพวกเขาอาจเกี่ยวข้องมากกว่าที่คำให้การของพวกเขาระบุก็ตาม

นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังเป็นจำเลยในคดีอาญาอีก 4 คดี ซึ่งรวมถึง 2 คดีที่เกิดจากความพยายามของเขาที่จะล้มล้างชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของนายโจ ไบเดน ในปี 2563.