เจ้าหน้าที่หวั่นมือกราดยิงรัฐเมนหายเข้าป่า ยังไม่พบเบาะแส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736200

เจ้าหน้าที่หวั่นมือกราดยิงรัฐเมนหายเข้าป่า ยังไม่พบเบาะแส

28 ต.ค. 2566 09:09 น.

เจ้าหน้าที่หวั่นมือกราดยิงรัฐเมนหายเข้าป่า ยังไม่พบเบาะแส

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค. หรือ 1 วันหลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรมนายโรเบิร์ต คาร์ค ชาวอเมริกัน วัย 40 ปี ใช้อาวุธปืนกราดยิงชาวบ้านไม่เลือกหน้าภายในร้านลานโบว์ลิ่ง “สแปร์ไทม์ รีครีเอชัน” และร้านอาหารกึ่งบาร์ “ชเมกกีส์” ภายในเมืองลูอิสตัน รัฐเมนของสหรัฐฯ ก่อนหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุนั้น ทางทีมสืบสวนทั้งท้องถิ่นและสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางเอฟบีไอยังไม่ประสบความสำเร็จในการตามล่าตัวผู้ต้องสงสัย ก่อเหตุแต่อย่างใด ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตได้ถูกปรับเพิ่มเป็น 18 ศพ

ทั้งนี้ การค้นหาตลอดวันที่ 27 ต.ค. ชุดสืบสวนได้ตรวจพบโทรศัพท์มือถือ ของผู้ต้องสงสัยถูกทิ้งไว้ พร้อมด้วยกระดาษโน้ตเขียนข้อความ แต่จากการตรวจสอบหลักฐานดังกล่าวก็ไม่พบเบาะแสของผู้ต้องสงสัยหรือแรงจูงใจการก่อเหตุครั้งนี้แต่อย่างใด ซึ่งสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานด้วยว่า ปกติแล้วเจ้าหน้าที่จะใช้วิธีตามรอยโทรศัพท์เพื่อหาตัวคนร้าย แต่กรณีนี้ย่อมทำให้การตามล่ายากลำบากขึ้น อีกทั้งนายคาร์ดยังเป็นคนรัฐเมนซึ่งคุ้นชินการเดินป่า การใช้ชีวิตอยู่ในธรรมชาติ ประกอบกับได้รับการฝึกฝนทักษะการเอาตัวรอดจากกองทัพ นอกจากนี้ จุดที่นายคาร์ดทิ้งรถไว้ในเมืองลิสบอนยังอยู่ใกล้กับท่าเทียบเรือ เพิ่มความเป็นไปได้ว่าเจ้าตัวว่ายน้ำหลบหนีไป.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ยืนยันกฎหมาย ห้ามทหารเพศเดียวกันมีความสัมพันธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736017

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ยืนยันกฎหมาย ห้ามทหารเพศเดียวกันมีความสัมพันธ์

27 ต.ค. 2566 22:00 น.

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ยืนยันกฎหมาย ห้ามทหารเพศเดียวกันมีความสัมพันธ์

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ยืนยันกฎหมาย “ห้ามมีความสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกัน” ในกองทัพ หวั่นกระทบระเบียบวินัย และเป็นอันตรายต่อความพร้อมรบของทหาร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้ลงมติ ด้วยคะแนน 5 ต่อ 4 เมื่อวานนี้ (26 ต.ค.) ยืนยันกฎหมายห้ามไม่ให้คนเพศเดียวกันในกองทัพมีความสัมพันธ์กัน หวั่นกระทบระเบียบวินัย และเป็นอันตรายต่อความพร้อมรบของทหาร

ตามกฎหมายอาญาทหารของเกาหลีใต้ สมาชิกกองทัพที่มีความสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกันภายในกองทัพ จะได้รับโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เคยถูกส่งให้ศาลพิจารณาก่อนหน้านี้ถึง 4 ครั้งตั้งแต่ปี 2545 และศาลก็มีคำพิพากษายืนยันตามกฎหมายมาทุกครั้ง

ด้านกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนต่างพยายามเรียกร้องให้ศาลเกาหลีใต้ยกเลิกกฎหมายนี้ เนื่องจากมองว่า “ล้าสมัย และไม่ยุติธรรม ต่อกลุ่ม LGBTQ+” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่ศาลฎีกาเมื่อปีก่อน ได้กลับคำตัดสินของศาลทหาร ที่ตัดสินรอลงอาญาโทษจำคุกของทหาร 2 นาย ฐานมีความสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกันด้วยความยินยอม

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters

สื่ออิสราเอลเผยผลโพลชี้ 49% อยากให้กองทัพชะลอการบุกฉนวนกาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736100

สื่ออิสราเอลเผยผลโพลชี้ 49% อยากให้กองทัพชะลอการบุกฉนวนกาซา

27 ต.ค. 2566 20:30 น.

สื่ออิสราเอลเผยผลโพลชี้ 49% อยากให้กองทัพชะลอการบุกฉนวนกาซา

สื่ออิสราเอลเผยผลโพลชี้ ชาวอิสราเอลเกือบครึ่งต้องการให้กองทัพชะลอการบุกฉนวนกาซาออกไปก่อน สะท้อนว่าชาวอิสราเอลอาจสนับสนุนแผนการโจมตีตอบโต้กลุ่มฮามาสลดลง 

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน หนังสือพิมพ์มารีฟ (Maariv) ของอิสราเอล เปิดเผยผลโพล สำรวจในประเด็น “กองทัพอิสราเอลควรยกระดับการบุกฉนวนกาซาทางภาคพื้นดินหรือไม่” หลังจากกองทัพอิสราเอลระดมโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนักมาตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2566 พบว่า มีชาวอิสราเอล 29% จากผู้ร่วมตอบคำถามทั้งหมด 522 คน เห็นควรว่ากองทัพควรยกระดับการสู้รบ ขณะที่ 49% มองว่ากองทัพควรชะลอการบุกออกไปก่อน และอีก 22% ตอบว่ายังไม่แน่ใจ

ผลโพลสำรวจดังกล่าวถือว่าออกมาตรงข้ามกับการสำรวจเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่พบว่ามีชาวอิสราเอลถึง 65% ที่สนับสนุนให้กองทัพปฏิบัติการรุกฉนวนกาซาทางภาคพื้นดินครั้งใหญ่

หนังสือพิมพ์มารีฟ ระบุว่า เมื่อพิจารณาผลสำรวจแล้วพบว่า ความคิดเห็นของประชาชนไม่ได้มีการแบ่งแยกตามอุดมการณ์ทางการเมือง หรือกลุ่มประชากร และมีความเป็นไปได้ว่า สถานการณ์ของตัวประกันเป็นประเด็นที่ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาและมีอิทธิพลอย่างมากต่อความคิดเห็นของชาวอิสราเอล ทำให้ผลสำรวจเปลี่ยนแปลง

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 21 ตัวประกันยิวตาย 50 ศพ บุกภาคพื้นดินหน 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736137

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 21 ตัวประกันยิวตาย 50 ศพ บุกภาคพื้นดินหน 2

27 ต.ค. 2566 19:24 น.

สงครามอิสราเอล-ฮามาส วันที่ 21 ตัวประกันยิวตาย 50 ศพ บุกภาคพื้นดินหน 2

สงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสดำเนินมาถึงวันที่ 21 นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลและจับตัวประกันไปกว่า 200 คน เมื่อ 7 ตุลาคม 2566

  • กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) หรือกองทัพอิสราเอลแถลงกำลังทหารอิสราเอลปฏิบัติการบุกภาคพื้นดินเข้าไปในฉนวนกาซาแบบจำกัดเป็นครั้งที่ 2 เพื่อโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮามาส  บริเวณชานเมืองกาซาซิตี้  ทางตอนเหนือของฉนวนกาซาเมื่อ 27 ตุลาคม โดยภารกิจบุกภาคพื้นดินเข้าไปในฉนวนกาซาครั้งที่ 2 นี้กองทัพอิสราเอลมีการส่งเครื่องบินขับไล่ และโดรนติดอาวุธคอยปฏิบัติการสนับสนุน
  • ‘กองพันอัล-คัสซัม’ ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ออกแถลงการณ์แจ้งผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมว่า มีตัวประกันชาวอิสราเอลอย่างน้อย 50 รายที่ถูกจับกุมไว้ในฉนวนกาซา เสียชีวิตจากการถูกอิสราเอลโจมตีทางอากาศเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา
  • ตัวประกันในอิสราเอลที่ถูกฮามาสจับกุมไปยังฉนวนกาซา มีการปรับเพิ่มจำนวนล่าสุดเป็น 229 คน
  • กองทัพอิสราเอลแถลง ‘ชาดี บารุด’ รองหัวหน้าฝ่ายข่าวกรองของกลุ่มฮามาสถูกสังหารจากปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลแล้ว
  • มีรายงานอิสราเอลได้โจมตีทางอากาศหลายระลอกในช่วงรุ่งเช้าวันที่ 27 ต.ค. รวมทั้งมัสยิดขาว ใกล้ค่ายผู้ลี้ภัยอัล ชาตี
  • สหรัฐฯ ส่งกำลังทหารอเมริกันมายังภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มอีก 900 นาย ขณะที่นายรอน เดอซานติส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาบอกว่าเขาจะส่งอาวุธและโดรนไปช่วยอิสราเอล
  • ตัวแทนของกลุ่มฮามาสเดินทางไปยังกรุงมอสโกเพื่อหารือเกี่ยวกับตัวประกันชาวต่างชาติที่กลุ่มฮามาสจับกุมไว้ในฉนวนกาซา นับเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของตัวแทนกลุ่มฮามาสที่มีการประกาศต่อสื่อมวลชนจนได้รับการติดตามอย่างมาก นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคม
  • หนังสือพิมพ์ในรัสเซียฉบับหนึ่งอ้างเจ้าหน้าที่กลุ่มฮามาสเผยว่า จำเป็นต้องมีการ ‘หยุดยิง’ ก่อนที่ตัวประกันชาวอิสราเอลจะได้รับการปล่อยตัว
  • ชาติอาหรับ 9 ชาติออกแถลงการณ์ร่วมประณามอิสราเอลโจมตีพลเรือน ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศด้านกาซา
  • กระทรวงสาธารณสุขของปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาแจ้งยอดชาวปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลผ่านหลัก 7,000 ศพแล้ว 

ที่มา: Aljazeera,BBC

ปมขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ จนมาถึงสงครามนองเลือดครั้งใหม่กับฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735158

ปมขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ จนมาถึงสงครามนองเลือดครั้งใหม่กับฮามาส

27 ต.ค. 2566 17:52 น.

ปมขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ จนมาถึงสงครามนองเลือดครั้งใหม่กับฮามาส

  • สงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส กองกำลังติดอาวุธในปาเลสไตน์ ทวีความตึงเครียดมากขึ้นอย่างน่าวิตก หลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลแบบไม่ทันตั้งตัวและจับตัวประกันไปกว่า 200 คน
  • อะไรคือปมขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ที่นำไปสู่การสู้รบนองเลือดกันมายาวนานจนถึงปัจจุบัน โดยชาติอาหรับในภูมิภาคตะวันออกกลางและชาติตะวันตกต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
  • ความพ่ายแพ้ของชาติอาหรับในสงครามกับอิสราเอล ทำให้ต้องสูญเสียดินแดน เป็นเหตุให้ชาวปาเลสไตน์นับล้านคนต้องอพยพระเหเร่ร่อนออกจากดินแดนที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่เคยอยู่กันมาเป็นร้อยปี จนนำมาสู่การก่อกำเนิดขององค์กรปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ภายใต้การนำของยัสเซอร์ อาราฟัต และมาถึงกลุ่มฮามาสในปัจจุบัน

สงครามระหว่างอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์ ‘กลุ่มฮามาส’ ทวีความรุนแรงมากขึ้น อิสราเอลยังเดินหน้าถล่มฉนวนกาซาอย่างหนัก หลังถูกกลุ่มฮามาสบุกโจมตีแบบสายฟ้าแลบ และจับตัวประกันไปกว่า 200 คน ตั้งแต่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา  

การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับฮามาส ทำให้ยอดผู้เสียชีวิต (จนถึง 27 ต.ค. 2023) พุ่งทะยานขึ้นไปกว่า 8,400 ศพ ส่วนใหญ่เป็นชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาที่ถูกสังหาร จากการโจมตีทางอากาศของกองทัพอิสราเอล เพิ่มขึ้นเป็น 7,000 ศพ บาดเจ็บกว่า 18,000 ราย ส่วนในอิสราเอล มีผู้เสียชีวิตอยู่ที่ราว 1,400 ศพ 

อะไรคือชนวนสาเหตุของความขัดแย้งระหว่างชาวอิสราเอลกับปาเลสไตน์? ที่ ‘ร้าวลึก’ ยากจะประนีประนอม และพร้อมจะห้ำหั่น สู้รบ จนนองเลือดมานับครั้งไม่ถ้วน

ประวัติศาสตร์ยุคใหม่: ขัดแย้งกันมานานกว่า 100 ปีแล้ว

ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวอิสราเอล หรือชาวยิวกับชาวปาเลสไตน์ในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ ดำเนินมาเนิ่นนานกว่า 100 ปีแล้ว นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 

เนื่องจากทั้งชาวอิสราเอล หรือชาวยิวกับชาวปาเลสไตน์ต่างอ้างกรรมสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของครอบครองดินแดนปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่เป็น ‘ภูมิรัฐศาสตร์’ เชื่อมระหว่างทวีปเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา

ในหน้าประวัติศาสตร์ของชนชาติยิว จากการตั้งอยู่ในดินแดนที่เป็นภูมิรัฐศาสตร์เช่นนี้ ทำให้ชาวยิว ได้รับผลกระทบจากการยึดอำนาจของจักรวรรดิต่างๆ เรื่อยมา และต้องระเหเร่ร่อนกระจัดกระจายไปอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก

ชาวอิสราเอลหรือชาวยิวชี้ว่า แหล่งกำเนิดของชนชาติยิวคือ ดินแดนอิสราเอล ซึ่งมีชื่อเรียกว่า เอเรตซ์อิสราเอล อันเป็นที่เกิดของประวัติศาสตร์ยาวนานของชาติ โดยในช่วงหนึ่งพันปีแรกได้มีจารึกไว้ในคัมภีร์ไบเบิล ที่นั่น เป็นจุดเริ่มของเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ศาสนา และเชื้อชาติ และมีการตั้งถิ่นฐานของชาวยิวดำเนินติดต่อกันมานานนับศตวรรษ ถึงแม้ในภายหลังชาวยิวส่วนใหญ่จะถูกเนรเทศออกจากดินแดนแห่งนี้ก็ตาม 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาดำเนินต่อมาเรื่อยๆ จนมาถึงช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ตอนนั้น นครเยรูซาเล็ม ซึ่งกลายเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของ 3 ศาสนา ทั้งยูดาห์, คริสต์ และ อิสลาม และพื้นที่โดยรอบได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของ จักรวรรดิออตโตมัน หรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน โดยจักรวรรดิออตโตมัน ได้ตั้งชื่อดินแดนที่ตั้งของนครเยรูซาเล็มและพื้นที่โดยรอบว่า “ปาเลสไตน์”

แต่แล้ว ‘ดินแดนปาเลสไตน์’ และชะตากรรมของชาวอาหรับที่อาศัยอยู่ในดินแดนปาเลสไตน์ต้องมาถึงจุดพลิกผันครั้งใหญ่ เมื่อจักรวรรดิออตโตมัน เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 (ยุติลงในปี 1918)

กองท้พอิสราเอลส่งกำลังทหารพร้อมรถถังประชิดชายแดนติดฉนวนกาซา ทำสงครามบุกภาคพื้นดิน

ชี้ ‘คำประกาศบัลโฟร์’ คือรากเหง้าปมขัดแย้ง

รากเหง้าความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์อย่างเป็นรูปธรรมเกิดขึ้น ภายหลังจักรวรรดิออตโตมันพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1  จึงทำให้อังกฤษซึ่งเป็นฝ่ายชนะสงคราม ได้เข้ายึดครองดินแดนที่เรียกว่า ‘ปาเลสไตน์’ 

บีบีซีรายงานว่า จากการที่รัฐบาลอังกฤษสนับสนุนให้ก่อตั้ง ‘รัฐของชาวยิวในดินแดนปาเลสไตน์’ ในเอกสารที่รู้จักกันในชื่อ ‘คำประกาศบัลโฟร์’ เมื่อปี 1917 ถือเป็นรากเหง้าของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ที่ยากจะแก้ไขมากที่สุดในยุคใหม่

คำประกาศบัลโฟร์ ซึ่งเป็นการตั้งชื่อตามนายอาร์เธอร์ บัลโฟร์ รมว.ต่างประเทศอังกฤษในขณะนั้น เป็นจดหมายความยาวเพียง 67 คำ ซึ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อ 100 ปีก่อน ระหว่างเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยมีใจความว่า ‘รัฐบาลอังกฤษสนับสนุนให้ตั้งรัฐของชาวยิวในดินแดนปาเลสไตน์’

แต่เรื่องนี้ได้เป็นชนวนของปัญหาที่ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ยืดเยื้อยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน เพราะ การตั้งรัฐของชาวยิวในดินแดนปาเลสไตน์ เกิดขึ้นขณะที่ผลการสำรวจสำมะโนประชากรออตโตมันเมื่อปี 1914 มีชาวยิวอาศัยอยู่ในดินแดนปาเลสไตน์เพียงแค่ 1% เท่านั้น ขณะที่ประชากรกว่า 90% เป็นชาวมุสลิม หรือชาวอาหรับที่นับถือคริสต์

อีกทั้ง ต่อมา ขบวนการเคลื่อนไหวใหม่ของชาวยิวในยุโรป ‘ไซออนิสต์’ เริ่มประสบความสำเร็จ จากการที่กลุ่มนี้อ้างว่า ดินแดนปาเลสไตน์คือบ้านเกิดของชาวยิวตามคัมภีร์ไบเบิล

สภาพความเสียหายในฉนวนกาซา จากการถูกอิสราเอลโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วง ตั้งแต่ 7 ตุลาคม 2566

ชาวปาเลสไตน์-ยิวเริ่มใช้ความรุนแรงตอบโต้กัน

หลังจากอังกฤษปกครองดินแดนปาเลสไตน์ ก็ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับชาวยิวในตอนนั้น ว่าถ้ามาช่วยรบจนชนะจะมอบดินแดนปาเลสไตน์ให้ โดยเมื่อฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งมีอังกฤษร่วมด้วยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้อังกฤษอนุญาตให้ชาวยิวย้ายถิ่นฐานเข้าไปอาศัยอยู่ในดินแดนปาเลสไตน์ตามที่สัญญา

ในขณะที่ชาวยิวอ้างว่า นี่คือแผ่นดินที่บรรพบุรุษของพวกเขาเคยอาศัยอยู่มาตั้งแต่พันปีก่อน จึงพากันกลับมายังดินแดนปาเลสไตน์ และแน่นอนว่าทำให้ชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่รู้สึกไม่ปลอดภัย จึงมีการใช้ความรุนแรง เพื่อขับไล่ชาวยิว 

UN รับมติ ‘แบ่งดินแดนปาเลสไตน์เป็นสองส่วน’

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงด้วยชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตรอีกครั้ง จนมีการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติเพื่อเป็นองค์กรกลางในการระงับข้อพิพาทต่างๆ ด้วยสันติวิธี

ทำให้ในปี 1947 สมาชิกสหประชาชาติได้รับรองมติแบ่งดินแดนปาเลสไตน์ออกเป็นสองส่วนเพื่อตั้งรัฐเอกราชทั้งคู่ โดยส่วนหนึ่ง คือรัฐของชาวยิว และอีกส่วนเป็นรัฐของชาวอาหรับขณะที่ สหประชาชาติยังได้กำหนดให้นครศักดิ์สิทธิ์เยรูซาเล็ม มีสถานะ เป็นเมืองกลาง ไม่ตกอยู่ในความครอบครองของทั้งยิวและอาหรับ

จากการที่สหประชาชาติรับรองมตินี้ ทำให้ต่อมาชาวยิวได้มีการประกาศเอกราชของรัฐตัวเองขึ้น และตั้งชื่อประเทศว่าอิสราเอล ในวันที่ 14 พฤษภาคม 1948 ท่ามกลางการคัดค้านอย่างหนักของ ชาวปาเลสไตน์และบรรดาชาติอาหรับ เพราะเห็นว่าชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ในดินแดนนี้เป็นร้อยปีแล้ว

ประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐฯและนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล แถลงข่าวขณะไบเดนมาเยือนกรุงเทลอาวีฟ เมื่อ 18 ตุลาคม 2566 หารือสงครามครั้งใหม่อิสราเอล-ฮามาส

สงครามอิสราเอล-อาหรับ จนมาถึงกลุ่มฮามาส

การที่สหประชาชาติรับรองมติแบ่งดินแดนปาเลสไตน์เป็นสองส่วน ได้จุดชนวนให้เกิดสงครามครั้งแรกระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอล และสงครามจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายอิสราเอลในปี 1949 ทำให้ชาวปาเลสไตน์นับ 750,000 ต้องอพยพ ไร้ที่อยู่ และดินแดนปาเลสไตน์ได้ถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนคือ อิสราเอล เขตเวสต์แบงก์ (ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน) และฉนวนกาซา

จากนั้นอิสราเอลได้ทำสงครามกับชาติอาหรับครั้งแรก กระทั่งมาถึงสงครามกับชาติอาหรับครั้งที่ 3 ที่เรียกว่า ‘สงคราม 6 วัน’ ระหว่างวันที่ 5-10 มิถุนายน ในปี 1967 ซึ่งอิสราเอลเป็นฝ่ายกำชัยชนะเหนือชาติอาหรับ นำโดยอียิปต์ ซีเรียและจอร์แดน ทำให้อิสราเอลสามารถยึดครองฉนวนกาซา และคาบสมุทรไซนายจากอียิปต์ รวมทั้งเยรูซาเล็มตะวันออกจากจอร์แดน และที่ราบสูงโกลันจากซีเรีย

ในขณะที่ชาวปาเลสไตน์ได้มีการจัดตั้ง องค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) นำโดยยัสเซอร์ อาราฟัต ในปี 1964 เพื่อพยายามจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ให้เป็นเอกราช จนมาถึงการกำเนิดขึ้นของกลุ่มฮามาส ในปี 1987 ซึ่งกลุ่มฮามาส เป็นกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์ที่เคร่งศาสนาอิสลาม และสาบานว่าจะทำลายล้างอิสราเอล 

กระทั่งกลุ่มฮามาสเปิดฉากบุกโจมตีอิสราเอลช็อกโลก เมื่อ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนสร้างประวัติศาสตร์ทำให้มีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลถึง 1,300 ศพ ซึ่งถือเป็นการโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในอิสราเอลภายในวันเดียวในรอบ 75 ปี จนทำให้อิสราเอลตอบโต้อย่างหนักหน่วง เกิดสงครามครั้งใหม่ระหว่างอิสราเอล ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีสายเหยี่ยว เบนจามิน เนทันยาอู กับกองกำลังติดอาวุธในปาเลสไตน์ กลุ่มฮามาส ที่ส่อเค้าบานปลายอย่างน่ากลัว

ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์

ที่มา : global-conflict-tracker ,BBC

หวั่นสงครามบานปลาย สหรัฐฯ ส่ง F-16 โจมตี ฐานกองกำลังที่อิหร่านหนุนหลัง ในซีเรีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736074

หวั่นสงครามบานปลาย สหรัฐฯ ส่ง F-16 โจมตี ฐานกองกำลังที่อิหร่านหนุนหลัง ในซีเรีย

27 ต.ค. 2566 17:13 น.

หวั่นสงครามบานปลาย สหรัฐฯ ส่ง F-16 โจมตี ฐานกองกำลังที่อิหร่านหนุนหลัง ในซีเรีย

เครื่องบินขับไล่ F-16 ของสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีฐาน 2 แห่งของกองกำลังที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ในประเทศซีเรีย ขณะที่ไบเดนเตือนสหรัฐฯ จะใช้มาตรการเพิ่มขึ้นหากอิหร่านยังไม่หยุดทำ ‘สงครามตัวแทน’

เมื่อ 27 ต.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพสหรัฐฯส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 สองลำ โจมตีฐานสองแห่ง เป็นที่เก็บอาวุธและเครื่องกระสุนของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านและกลุ่มติดอาวุธในประเทศซีเรีย ที่บริเวณใกล้กับเมืองอาบู คามาล เมืองชายแดนของซีเรีย ติดกับประเทศอิรัก เมื่อเวลา 04.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาสจะขยายวงกว้างออกไปมากขึ้นขณะที่อิสราเอลระดมโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนักหน่วง

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีฐานสองแห่งของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านและฐานของกลุ่มติดอาวุธในประเทศซีเรีย พร้อมทั้งยังเตือนว่าสหรัฐฯ จะใช้มาตรการเพิ่มเติมหากอิหร่านยังคงทำสงครามตัวแทนต่อไป

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯระบุว่ากองกำลังทหารสหรัฐฯและชาติพันธมิตรถูกโจมตีในช่วางสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงอย่างน้อย 19 ครั้งในอิรักและซีเรียซึ่งรัฐบาลอิหร่านให้การสนับสนุน ในขณะที่กลุ่มฮามาส  อิสลามิกจีฮัด และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนต่างได้รับการหนุนหลังจากอิหร่าน

ที่มา : Reuters

หาม 2 พนง.โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะส่ง รพ.หลังสัมผัสละอองน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736035

หาม 2 พนง.โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะส่ง รพ.หลังสัมผัสละอองน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสี

27 ต.ค. 2566 14:39 น.

หาม 2 พนง.โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะส่ง รพ.หลังสัมผัสละอองน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสี

พนักงานทำความสะอาดของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ ถูกหามส่งโรงพยาบาล 2 คน หลังไปสัมผัสละอองของน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีโดยไม่ตั้งใจ

คนงานสองคนที่ถูกหามส่งโรงพยาบาล มีอายุ 20 ปี และ 40 ปี โดยทั้งคู่เป็นพนักงานของบริษัทหุ้นส่วนของบริษัท โตเกียว อิเล็คทริค พาวเวอร์ โฮลดิ้งส์ อิงค์ ที่เข้าไปทำความสะอาดโรงไฟฟ้าพร้อมกับพนักงานอีก 3 คน โดยการสัมผัสดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อพวกเขากำลังทำความสะอาดท่อที่โรงบำบัดน้ำของเทปโก ที่ซึ่งออกแบบมาเพื่อบำบัดน้ำที่ใช้ในการหล่อเย็นเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ยังคงอยู่ในโรงไฟฟ้า โดยสารละลายปนเปื้อนในช่องท่อหลุดออกมา และฉีดของเหลวกระจายใส่คนงาน 4 คนที่ทำงานอยู่ในบริเวณดังกล่าว ขณะที่คนงานอีกคนไม่ได้อยู่ในบริเวณนั้นขณะเกิดเหตุ

โดยในจำนวน 4 คนนี้ คนงาน 2 คนสามารถชะล้างรังสีออกได้ภายใต้ปริมาณที่กำหนด ขณะที่อีก 2 คน ละอองของเหลวที่มีรังสีได้ซึมผ่านชุดป้องกัน 2 ชั้น และกางเกงชั้นใน ทำให้ปริมาณรังสีไม่ลดลงเพียงพอ โดยคนงานวัย 20 ปี ปนเปื้อนสารทั่วทั้งตัวยกเว้นใบหน้า ขณะที่ชายวัย 40 ปี ปนเปื้อนสารบริเวณหน้าท้อง จนต้องส่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยการแพทย์ฟุกุชิมะเพื่อชะล้างรังสีและอยู่ภายใต้การดูแล แม้ว่ายังไม่พบอาการบาดเจ็บหรือความเสี่ยงว่าผิวหนังจะไหม้บริเวณที่ถูกสารดังกล่าวก็ตาม.

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวต่างประเทศไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ครูสาวอเมริกันเจอโทษหนัก หลังส่งภาพนู้ดเชิญชวนให้ นร.ชายมามีเพศสัมพันธ์ด้วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735993

ครูสาวอเมริกันเจอโทษหนัก หลังส่งภาพนู้ดเชิญชวนให้ นร.ชายมามีเพศสัมพันธ์ด้วย

27 ต.ค. 2566 12:44 น.

ครูสาวอเมริกันเจอโทษหนัก หลังส่งภาพนู้ดเชิญชวนให้ นร.ชายมามีเพศสัมพันธ์ด้วย

ครูสาวชาวอเมริกันวัย 24 ปี ในรัฐมิสซูรีของสหรัฐฯ อาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี หลังส่งภาพนู้ดไปให้เด็กนักเรียนชายวัย 16 ปี เพื่อเชิญชวนให้นักเรียนมามีเพศสัมพันธ์ด้วย ในขณะที่สามีของเธอไม่อยู่บ้าน

อื้อฉาววงการการศึกษาของสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังเกิดกรณีที่ริคกี้ ลินน์ ลาฟลิน วัย 24 ปี ครูสาวชาวอเมริกันในรัฐมิสซูรี ส่งภาพนู้ดของตัวเองไปให้นักเรียนชายวัย 16 ปี ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนในโรงเรียนที่เธอสอน เพื่อเชิญชวนให้มีเพศสัมพันธ์กับเธอในช่วงที่สามีของเธอไม่อยู่บ้าน ก่อนที่เรื่องนี้จะแดงขึ้นมา เนื่องจากนักเรียนชายไปแจ้งความเพราะรู้สึกอึดอัดใจกับเรื่องนี้

โดยเด็กชายเล่าว่าทั้งคู่เคยมีการพูดคุยกันผ่าน Snapchat อยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งครูสาวเคยส่งทั้งภาพนิ่งและคลิปวิดีโอวาบหวิวมาให้เขา โดยทั้งคู่เคยจูบกัน และเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์ไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ครูสาวจะเชิญชวนให้เขาไปที่บ้านของเธอเพื่อไปมีเพศสัมพันธ์ด้วย ในช่วงที่สามีของเธอไม่อยู่ แต่เด็กชายปฏิเสธที่จะไปหา ซึ่งหลังจากตรวจค้นบ้านของเด็กชายก็พบรูปถ่ายนู้ดหลายใบ และยังมีข้อความที่พูดคุยกันระหว่างทั้งสองฝ่ายด้วย

ด้านสื่อท้องถิ่นรายงานว่า ครูสาวรายนี้แต่งงานกับแกรนท์ ลาฟลิน สามีวัย 23 ปี ของเธอเมื่อปี 2022 และมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน โดยเธอมักจะมีการโพสต์รูปถ่ายของครอบครัวที่ไปทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เหมือนเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบครอบครัวหนึ่ง

ทั้งนี้ หลังจากการสอบสวนเบื้องต้นครูสาวไม่ได้ปฏิเสธเรื่องของการแลกเปลี่ยนภาพนู้ดกับเด็กชาย แต่อ้างว่าเด็กชายเป็นฝ่ายเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมก่อน โดยเธอไม่ทราบว่าเด็กชายยังเป็นเยาวชนอยู่ ซึ่งหลังจากที่ตำรวจตรวจสอบโทรศัพท์ของเธอก็พบคลิปวิดีโอวาบหวิวตามที่เด็กชายเล่าให้ฟัง ทำให้ตำรวจตั้งข้อหาทางอาญา 6 ข้อหาแก่ครูสาว โดยเฉพาะข้อหาเกี่ยวกับผู้เยาว์ ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริงครูสาวอาจจะต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 20 ปี.

ที่มา : เดลีเมลล์

คลิกอ่านข่าวต่างประเทศไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/news/foreign

“หลี่ เค่อเฉียง” อดีตนายกฯ จีน ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735977

"หลี่ เค่อเฉียง" อดีตนายกฯ จีน ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว

27 ต.ค. 2566 11:53 น.

“หลี่ เค่อเฉียง” อดีตนายกฯ จีน ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว

หลี่ เค่อเฉียง อดีตนายกรัฐมนตรีจีน ถึงแก่อสัญกรรม จากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ด้วยวัย 68 ปี หลังเพิ่งหมดวาระจากตำแหน่งนายกฯ ที่ดำรงมานาน 1 ทศวรรษ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อดีตนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีน ถึงแก่อสัญกรรมอย่างกะทันหันด้วยวัย 68 ปี จากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น 

ด้านสำนักข่าวซีซีทีวี (CCTV) ของจีน รายงาน “สหายหลี่ เค่อเฉียง ประสบภาวะหัวใจวายกะทันหันเมื่อวันที่ 26 ต.ค. ขณะพักอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ แม้จะพยายามยื้อชีวิตของเขาสุดความสามารถแล้ว เขาถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเวลา 00.10 น. ของวันที่ 27 ต.ค. ที่เซี่ยงไฮ้”

หลี่ เค่อเฉียง ถือเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลอันดับสองในพรรคคอมมิวนิสต์ และการเมืองจีน และเคยได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในผู้มีโอกาสดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์จีน ก่อนจะถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆ เนื่องจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของประเทศพยายามกระชับอำนาจของตนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

นายหลี่ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของจีนในปี 2556 ควบคู่ไปกับการเป็นหัวหน้าคณะรัฐมนตรีของจีนภายใต้การนำของสี จิ้นผิง และดำรงตำแหน่งมายาวนานถึง 10 ปี ก่อนที่จะประกาศวางมือ ลงจากตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ตลอดการดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายหลี่มีแนวคิดสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบตลาดที่เปิดกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะการปฏิรูปด้านผลิต หรือที่เรียกว่า “Likonomics” แต่ทั้งนี้ แนวคิดเศรษฐกิจดังกล่าวไม่เคยถูกนำมาใช้จริง

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters

ด่วน กลุ่มฮามาส เผย อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซา ทำตัวประกันตายกว่า 50 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2735976

ด่วน กลุ่มฮามาส เผย อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซา ทำตัวประกันตายกว่า 50 ศพ

27 ต.ค. 2566 11:14 น.

ด่วน กลุ่มฮามาส เผย อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซา ทำตัวประกันตายกว่า 50 ศพ

กลุ่มฮามาสแจ้ง มีตัวประกันชาวยิวเสียชีวิตอย่างน้อย 50 ศพ จากการโจมตีของอิสราเอล เบื้องต้น จนท.อิสราเอลยังไม่ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ ในขณะที่กลุ่มฮามาสจับตัวประกันไว้ราว 224 คน

เมื่อ 27 ต.ค.2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ‘กองพันอัล-คัสซัม’ ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ออกแถลงการณ์แจ้งผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมว่า มีตัวประกันอย่างน้อย 50 รายที่ถูกจับกุมไว้ในฉนวนกาซา เสียชีวิตจากการถูกอิสราเอลโจมตีทางอากาศเมื่อวันพฤหัสฯที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา และตัวประกันที่เสียชีวิตเหล่านี้เป็นชาวอิสราเอล

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อิสราเอลยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ในขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีแจ้งว่า ยังไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นจริงหรือไม่ 

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า กลุ่มฮามาสได้จับตัวประกันไว้อย่างน้อย 224 ราย ขณะบุกโจมตีอิสราเอลช็อกโลกเมื่อ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา อีกทั้งสื่ออิสราเอลยังแจ้งวานนี้ว่าในจำนวนตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับกุมไว้ในฉนวนกาซานั้น เป็นคนไทยถึง 54 คน แต่รัฐบาลไทยยังคงยืนยันมีคนไทยถูกกลุ่มฮามาสจับเป็นตัวประกัน 18 คน

การออกมาแจ้งจำนวนตัวประกันชาวอิสราเอลเสียชีวิตอย่างน้อย 50 ศพ มีขึ้นหลังจากกองทัพอิสราเอลได้เริ่มส่งกำลังทหาร และรถถัง บุกภาคพื้นดินครั้งใหญ่เข้าไปทางตอนเหนือของฉนวนกาซาเมื่อวันที่ 26 ต.ค. โดยกองกำลังป้องกันอิสราเอล(IDF) แถลงถึงภารกิจบุกภาคพื้นดินในครั้งนี้ว่า มีการโจมตีเป้าหมายที่หลากหลาย รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน และฐานยิงจรวดต่อต้านรถถังของกลุ่มฮามาส 

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขของฉนวนกาซา ซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮามาสแจ้งว่าการโจมตีถล่มฉนวนกาซาของอิสราเอล ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วกว่า 7,000 ศพ

ที่มา  :ndtv9news