‘เพิ่มพูน’นั่งหัวโต๊ะหาแนวทางขับเคลื่อนกม.-ทิศทางพัฒนาการศึกษาไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765601

'เพิ่มพูน'นั่งหัวโต๊ะหาแนวทางขับเคลื่อนกม.-ทิศทางพัฒนาการศึกษาไทย

‘เพิ่มพูน’นั่งหัวโต๊ะหาแนวทางขับเคลื่อนกม.-ทิศทางพัฒนาการศึกษาไทย

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 21.13 น.

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมสภาการศึกษา ครั้งที่ 3/2566 โดยมี ดร.อรรถพล สังขวาสี เลขาธิการสภาการศึกษา กรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยคณะกรรมการสภาการศึกษาเข้าร่วมประชุม ณ ห้องกำแหง พลางกูร สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาควบคู่กับการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

รมว.ศธ.เปิดเผยผลการประชุมสภาการศึกษาในครั้งนี้ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญ ดังนี้ แนวทางการขับเคลื่อน (ร่าง) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. กระทรวงศึกษาธิการยืนยันตาม (ร่าง) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ที่มีสาระมุ่งดำเนินการแก้ไข ได้แก่ คุณภาพการศึกษา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรเพื่อความคล่องตัวในการรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษา และสร้างธรรมาภิบาล ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ต่อคณะรัฐมนตรีตามความเห็นของอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านกฎหมาย เพื่อขับเคลื่อน (ร่าง) พระราชบัญญัติดังกล่าวสู่กระบวนการตรากฎหมายต่อไป โดยให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองความสอดคล้องของ กฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายลำดับรองให้มีความสอดคล้องกับสาระของ (ร่าง) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. และขับเคลื่อนกฎหมายลำดับดังกล่าวเข้าสู่กระบวนตรากฎหมายให้สอดรับกับระยะเวลาการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่

ฉากทัศน์แนวโน้มและทิศทางการพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2570 คณะกรรมการสภาการศึกษาเสนอแนะฉากทัศน์แนวโน้มและทิศทางการพัฒนาการศึกษา พ.ศ.2570 โดยใช้วิธีการคาดการณ์อนาคตในรูปแบบฉากทัศน์ (Scenario) เพื่อคาดการณ์แนวโน้มและทิศทางการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยในอนาคต พ.ศ.2570 และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายการศึกษา จากเข็มทิศฉากทัศน์การศึกษาในอนาคตสามารถคาดการณ์ฉากทัศน์ 4 รูปแบบ ได้แก่ ฉากทัศน์ที่ 1 เรียนดี มีความสุข แข่งขันได้ เป็นฉากทัศน์ที่พึงประสงค์ คือ ครูและผู้บริหารได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ มีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น และเน้นสมรรถนะเป็นหลัก นโยบายและแผนทางการศึกษามีความต่อเนื่องจะได้รับการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเต็มที่ ตลอดจนมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษา

ฉากทัศน์ที่ 2 ลดเหลื่อมล้ำ ลดคุณภาพ ลดทักษะ เป็นไปได้กรณีที่ 1 คือ ครูและผู้บริหารไม่ได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ หลักสูตรการศึกษามีความแข็งตัว และเน้นความรู้เป็นหลัก ขณะที่นโยบายและแผนทางการศึกษามีความต่อเนื่องจะได้รับการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเต็มที่ ตลอดจนมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษา ฉากทัศน์ที่ 3 เชิงพื้นที่ เชิงนวัตกรรม เชิงโอกาส เป็นไปได้กรณีที่ 2 คือ ครูและผู้บริหารได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ และมีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น และเน้นสมรรถนะเป็นหลัก ขณะที่นโยบายและแผนทางการศึกษาไม่มีความต่อเนื่องและไม่ได้รับการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเต็มที่ ตลอดจนไม่มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษา

ฉากทัศน์ที่ 4 ไม่ยืดหยุ่น ไม่ปลอดภัย ไม่มีงานทำ เป็นฉากทัศน์ที่ไม่พึงประสงค์ คือ ครูและผู้บริหารไม่ได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ และหลักสูตรการศึกษามีความแข็งตัว และเน้นความรู้เป็นหลัก นโยบายและแผนทางการศึกษาไม่มีความต่อเนื่องและไม่ได้รับการขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติอย่างเต็มที่ ตลอดจนไม่มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษา

– 006
 
 
 

รมว.ศธ.เผยผลประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เห็นชอบ 3 เรื่องหลัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765626

รมว.ศธ.เผยผลประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เห็นชอบ 3 เรื่องหลัก

รมว.ศธ.เผยผลประชุมคณะกรรมการคุรุสภา เห็นชอบ 3 เรื่องหลัก

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 20.17 น.

ที่กระทรวงศึกษาธิการ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 10/2566 เมื่อเร็วๆ นี้ โดย ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เป็นกรรมการและเลขานุการการประชุม

รมว.ศธ.ได้เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาและมีมติเห็นชอบ 3 เรื่องหลัก ได้แก่ เรื่องให้การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา จำนวน 2 สถาบัน รวมจำนวน 10 หลักสูตร ที่คุรุสภาให้การรับรองของสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นไปตามมาตรฐานที่คุรุสภากำหนด รวมทั้งเห็นชอบการรับรองผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู จำนวน 1,273 ราย และ เห็นชอบหลักการในการดำเนินการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กับสภาสถาบันพัฒนาครูเฮย์หลงเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาและมีมติในเรื่องต่างๆ รายละเอียด ดังนี้ 1.ให้การรับรองปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) ของสถาบันอุดมศึกษา จำนวน 2 แห่ง รวมจำนวน 10 หลักสูตร ที่คุรุสภาให้การรับรองของสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นไปตามมาตรฐานที่คุรุสภากำหนด ซึ่งผ่านการประเมินจากคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว

1.1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 9 หลักสูตร ประกอบด้วย ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2565) และปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรม เทคโนโลยีและวิทยาการเรียนรู้ (หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2565) จำนวน 8 กลุ่มวิชาเฉพาะ 1.2 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น จำนวน 1 หลักสูตร ได้แก่ ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย (หลักสูตรใหม่ พุทธศักราช 2565)

2.เห็นชอบการรับรองผลการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 8/2566 ตามมติคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ในการประชุมครั้งที่ 10/2566 เมื่อวันอังคารที่ 3 ตุลาคม 2566 และเห็นชอบ ร่าง ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง รายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูฯ ด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตน ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 8/2566 จำนวน 1,273 คน โดยเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างศึกษาในหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา ประกอบด้วย 1) หลักสูตรปริญญาตรีทางการศึกษา จำนวน 404 คน 2) หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู จำนวน 647 คน และ 3) หลักสูตรปริญญาโททางการศึกษา (วิชาชีพครู) จำนวน 222 คน และมอบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

3.เห็นชอบหลักการในการดำเนินการทำบันทึกความเข้าใจ (Memorandum Of Understanding – MOU) ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กับสภาสถาบันพัฒนาครูเฮย์หลงเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมอบหลักการให้เลขาธิการคุรุสภาเป็นผู้พิจารณารายละเอียด ลงนามความร่วมมือ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

4.เห็นชอบการอุทธรณ์คำวินิจฉัยการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ให้สิทธิแก่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพวินิจฉัยชี้ขาดกำหนดระดับโทษของการประพฤติผิดจรรยาบรรณฯ ตามมาตรา 54 (2) (3) (4) หรือ (5) ได้แก่ ตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินห้าปี หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาต มีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำวินิจฉัยฯ ต่อคณะกรรมการคุรุสภา ได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยฯ ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติสภาครูฯ จำนวน 1 ราย ในกรณีผู้ถูกร้องเรียนด้านจรรยาบรรณผู้ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู (ลับ)

5. รับทราบการให้ศูนย์การศึกษาพิเศษเป็นสถานศึกษาสำหรับฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียนและการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ตามหลักสูตรที่คุรุสภาให้การรับรองของสถาบันอุดมศึกษา จำนวน 2 สถาบัน รวมจำนวน 9 คน ดังนี้ 5.1 มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้แก่ ศูนย์การศึกษาพิเศษ จำนวน 3 แห่ง จำนวน 7 คน ประกอบด้วย ศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดสงขลา จำนวน 3 คน จังหวัดปัตตานี จำนวน 3 คน และจังหวัดสตูล จำนวน 1 คน 5.2 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครสวรรค์ ได้แก่ ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 2 คน

6.รับทราบรายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการจัดทำสารานุกรมการศึกษาร่วมสมัย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้เฉพาะทางด้านวิชาชีพทางการศึกษา จัดทำเป็นหนังสือสารานุกรมวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ถึงปีงบประมาณ พ.ศ.2567

7.รับทราบรายงานการดำเนินงานโครงการแลกเปลี่ยนครูในภูมิภาคอาเซียน โดยความร่วมมือกับสมาคมครูรัฐบรูไนดารุสซาลาม (Brunei Malay Teachers’ Association: BMTA) ประจำปี พ.ศ. 2566 ระหว่างครูไทยและครูบรูไนดารุสซาลาม สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้ดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนครูในภูมิภาคอาเซียน ณ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ประจำปี พ.ศ. 2566 กำหนดระยะเวลาแลกเปลี่ยนในแต่ละประเทศ จำนวน 2 สัปดาห์ และได้ดำเนินการคัดเลือกครูแลกเปลี่ยนจากประเทศไทยเข้าร่วมโครงการ ซึ่งได้คัดเลือกครูและสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 2 คน

พร้อมทั้งต้อนรับและจัดกิจกรรมสำหรับครูแลกเปลี่ยนจากประเทศบรูไนฯ จำนวน 2 คน ซึ่งเดินทางมาแลกเปลี่ยนระหว่างวันที่ 25 กันยายน – 9 ตุลาคม 2566 มีการจัดปฐมนิเทศก่อนการเข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนวัดเชิงเลน (นครใจราษฎร์) และ โรงเรียนบ้านดงเกตุ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 2 เยี่ยมชมสถานที่สำคัญระหว่างการเข้าร่วมโครงการ รับฟังรายงานผลการเข้าร่วมโครงการ ปัจฉิมนิเทศและเดินทางกลับประเทศบรูไนฯ

8.รับทราบรายงานผลการเข้าร่วมประชุมสภาครูอาเซียน+1 ครั้งที่ 37 (The 37th ASEAN Council of Teachers Convention) หัวข้อ “Leading the Future of Education” ระหว่างวันที่ 15 – 17 กันยายน 2566 ณ โรงแรมดิ เอเวอร์ลี่ ปูตราจายา (The Everly Putrajaya) กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย โดยประกอบด้วยประเทศสมาชิก 8 ประเทศ ได้แก่ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ประเทศไทย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สหพันธรัฐมาเลเซีย (เจ้าภาพจัดประชุมฯ) และสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) 
ในการประชุมสภาครูอาเซียน+1 ครั้งที่ 38 ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพ โดยเลขาธิการคุรุสภา เป็นผู้แทนรับมอบธงสภาครูอาเซียนในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมฯ ในปี 2567

9.รับทราบการดำเนินงานจัดทำข้อตกลงความร่วมมือ ระหว่างสำนักงานเลขาธิการคุรุสภากับหน่วยงานอื่น ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 จำนวนทั้งสิ้น 4 ฉบับ ดังนี้ 1) บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนางานเข้าสู่ระบบดิจิทัล ระหว่างสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กับบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) 2) บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ Strengthening Teachers Education Program (STEP) 4 ฝ่าย ระหว่างสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยสะเต็มศึกษาขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมหาวิทยาลัย จำนวน 12 แห่ง 3) บันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อดำเนินการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู บุคลากรทางการศึกษา และร่วมขับเคลื่อนสถาบันต้นแบบในการผลิตและพัฒนาครูระหว่างสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 4) บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ระหว่าง มหาวิทยาลัยบูรพา และ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา

10.รับทราบข้อมูลผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาในรูปแบบรายงานสรุปผลในภาพรวม (Dash Board) ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพื่อสามารถดูข้อมูลของผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่เข้าใจง่าย และช่วยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปบริหารจัดการกระบวนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มท.ร่วมผู้ว่าฯทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรวมพลังพสกนิกรชาวไทย ‘ปฏิบัติบูชา’ เฉลิมพระเกียรติ ‘ในหลวง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765597

มท.ร่วมผู้ว่าฯทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรวมพลังพสกนิกรชาวไทย'ปฏิบัติบูชา'เฉลิมพระเกียรติ'ในหลวง'

มท.ร่วมผู้ว่าฯทั่วประเทศ เตรียมพร้อมรวมพลังพสกนิกรชาวไทย’ปฏิบัติบูชา’เฉลิมพระเกียรติ’ในหลวง’

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.01 น.

“ปลัดมหาดไทย”เผย กระทรวงมหาดไทยร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เตรียมความพร้อมรวมพลังพสกนิกรชาวไทย”ร่วมคิด ร่วมพูดคุย ร่วมทำ” เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

วันนี้ (27 ต.ค.66) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามการขับเคลื่อนงานตามภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยร่วมกับอธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บริหารกรม หน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยที่ประชุมได้มีการหารือถึงการขับเคลื่อนกิจกรรมเนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ 72 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 อันเป็นโอกาสสำคัญที่ข้าราชการตลอดจนกลไกกระทรวงมหาดไทยผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นขุนนางต่างพระเนตรพระกรรณในทุกอณูพื้นที่ของประเทศไทยทั้ง 76 จังหวัด 878 อำเภอ จะได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็น “ราชสีห์ผู้จงรักภักดี” หลอมรวมพลังความรู้รักสามัคคี หลอมรวมดวงใจแห่งความจงรักภักดี หัวใจแห่งการเป็นพสกนิกรใต้ร่มพระบารมีของพี่น้องประชาชนคนไทยกว่า 66 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันน้อมนำพระบรมราโชวาท พระราชปณิธาน พระราชดำริ และพระราชดำรัส มาเป็นแนวทางในการก่อเกิดโครงการเฉลิมพระเกียรติเพื่อให้เกิดคุณประโยชน์กับพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ภาคี อันประกอบด้วย ภาคราชการ ภาคผู้นำศาสนา ภาควิชาการ  ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และภาคสื่อสารมวลชน น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฎรตลอดไป” มาเป็นแสงนำใจในการมุ่งมั่นขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งพระปฐมบรมราชโองการที่พระองค์ได้พระราชทานเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 องค์ดังกล่าว เป็นเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์นำทางให้ข้าราชการตลอดจนพี่น้องประชาชนได้ทำสิ่งที่ดีให้กับผืนแผ่นดินไทย เพื่อเป็นแผ่นดินทอง เป็นสุวรรณภูมิที่ประชาชนมีความอยู่ดี กินดี มีชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า สำหรับแนวทางการจัดโครงการ/กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทยนั้น ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการดำเนินโครงการ/กิจกรรม โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน และได้มีการประชุมหารือการขับเคลื่อนกิจกรรมในเบื้องต้นของกรม รัฐวิสาหกิจส่วนกลาง โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ เช่น การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 การฟื้นฟูและพัฒนาลำน้ำ คู คลอง เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 การจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้มีการส่งเสริมการต่อยอดขับเคลื่อน “หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village)” ในอีกว่า 75,000 หมู่บ้านให้ครบทุกหมู่บ้านของประเทศไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ จะเป็นผู้นำในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ภาคีในพื้นที่แบบบูรณาการ ทั้งทีมจังหวัด ทีมอำเภอ ทีมตำบล และทีมหมู่บ้าน เพื่อทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่ออีกว่า ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างโครงการ/กิจกรรมที่เกิดจากการระดมความคิดเห็นในชั้นต้นของส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทยในส่วนกลางเท่านั้น แต่ชาวมหาดไทยที่ทำหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในทุกภูมิภาค ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจที่กระจายอยู่ในพื้นที่จังหวัด พื้นที่อำเภอ รวมถึงพี่น้องผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องคาพยพต่าง ๆ ทั่วประเทศ ต่างล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และมีความปรารถนาที่จะนำสิ่งที่เกิดเป็นมรรคผล เกิดความสุข ความร่มเย็น ในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด อันเป็นความสุขใต้ร่มพระบารมี มาเป็นแสงนำใจ หลอมรวมพลังแห่งความสุขใต้ร่มพระบารมี คิด ริเริ่ม สร้างสรรค์ โครงการ/กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ของจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน เพื่อถวายความจงรักภักดีร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน อาทิ สถานศึกษา ศูนย์การค้า ห้าง ร้าน หรือสถานที่ต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของภูมิสังคมในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจ สถานที่อันเนื่องด้วยพระนาม เช่น โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ ต้นไม้ทรงปลูก รวมถึงพื้นที่ที่ได้น้อมนำแนวพระราชดำริมาขับเคลื่อนพัฒนาจนเกิดมรรคเกิดผล ด้วยการน้อมนำแนวทางตามหลักการทรงงาน “ร่วมคิด ร่วมพูดคุย ร่วมทำ ร่วมรับประโยชน์” มาจัดทำโครงการ/กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ ตลอดทั้งปี 2567 เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและความปรารถนาที่อยากจะปฏิบัติบูชาเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลดังกล่าว

“การรวมพลังความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของพี่น้องประชาชนชาวไทยและภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ในครั้งนี้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ จะได้ระดมความคิดเห็นในการก่อกำเนิดเกิดกิจกรรมจากพี่น้องประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “พลังของคนรุ่นใหม่” ที่ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและน้อมนำพระราชจริยวัตร พระราชกรณียกิจ ที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญนานัปการ มาเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์กิจกรรม โดยน้อมนำพระราชปณิธานที่สะท้อนผ่านพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป” และพระราชปณิธาน “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นหลักชัยในการคิดริเริ่มกิจกรรม ซึ่งทุกจังหวัด ทุกอำเภอ จะได้เริ่มต้นในการระดมพลังความคิด พลังสติปัญญา พลังแห่งความมุ่งมั่นทำสิ่งที่ดีให้กับพื้นที่ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในช่วงท้ายว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ปวงชนชาวไทยจะได้ร่วมกันปฏิบัติบูชาเพื่อน้อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระผู้ทรงเสียสละ ทุ่มเท อุทิศพระองค์เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดโดยมิทรงเหน็ดเหนื่อย เพราะลมหายใจของพระองค์ท่านคือ “พสกนิกรของพระองค์” ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่พวกเราคนไทยผู้เป็น “พสกนิกรใต้ร่มพระบารมี” จะได้ลุกขึ้นมาแสดงออกซึ่งพลังแห่งการ “รู้ รัก สามัคคี” พลังแห่งการเป็นจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ด้วยการช่วยกันคิด ช่วยกันกำหนดรูปแบบ กำหนดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ในตลอดทั้งปี 2567 เพิ่มเติม โดยให้ทุกกรม ทุกรัฐวิสาหกิจ รวมทั้งทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ช่วยกันพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่มีการกำหนดไว้ ซึ่งในแต่ละจังหวัด/อำเภอ จะได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนภาคีเครือข่ายร่วมการดำเนินการดังกล่าว ณ สถานที่ และเวลาที่กำหนดตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ เพื่อหลอมรวมดวงใจแห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรไทยทั่วประเทศต่อไป

– 006

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/politic/2736008

พาสมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรีร่วมประสบการณ์อาหารแบบเอกซ์คลูซีฟ

28 ต.ค. 2566 04:52 น.

พาสมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรีร่วมประสบการณ์อาหารแบบเอกซ์คลูซีฟ

อาหารอร่อย อรธิรา ภาคสุวรรณ, สุธาวดี ศิริธนชัย, ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ และ ปราณี มีจันทร์ จัดงาน “EM Culinary Experiences” มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดเอกซ์คลูซีฟให้สมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรี โดยมี กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.

ยุทธศาสตร์ที่ดีต้องปรับได้ตามสถานการณ์ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม 2566

โลจิสติกส์ ดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย เปิด “LogiMAT Intelligent Warehouse 2023” งานแสดงสินค้าสุดเทคโนโลยีระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ เทคโนโลยีอินทราโลจิสติกส์และซอฟต์แวร์ฮาร์ดแวร์ โดยมี ภูมินทร์ หะรินสุต และ สราวุธ เล้าประเสริฐ มาร่วมงานด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.
  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน… หลังโดนทักท้วงจาก บรรดานักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ สส.ฝ่ายค้าน รวมทั้ง องค์กรอิสระ อย่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการเดินหน้า นโยบายเรือธง ของ รัฐบาล พรรคเพื่อไทย โครงการดิจิทัลวอลเล็ต แจกเงิน 1 หมื่นบาท ให้แก่ประชาชนทุกคนที่มีอายุ 16 ปี ขึ้นไป รวมทั้งหมด 56 ล้านคน ใช้งบประมาณ 5.6 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่าเสี่ยงต่อการทำผิด กฎหมายการเงินการคลัง สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศ เหมือนโครงการรับจำนำข้าวในอดีต…

ล่าสุด จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ที่รับหน้าเสื่อในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ออกมาระบุถึงความคืบหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า ในการประชุม คณะอนุกรรมการฯ มีความเห็นแตกต่างในหลายประเด็นที่จะต้องนำเสนอให้ คณะกรรมการขับเคลื่อนเติมเงินดิจิทัล ที่มี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน พิจารณาอนุมัติต่อไป…โดย คณะอนุกรรมการฯ ยังมีความเห็นแตกต่างในเรื่องเงื่อนไข การตัดคนรวยออก หรือหาคำจำกัดความ  คนรวย  เพื่อให้ ยอดการแจกเงินลดลง และ ใช้เงินงบประมาณลดลง จากเดิมที่จะแจกคนจำนวน 54–56 ล้านคน ใช้เงิน 5.6 แสนล้านบาท จึงจำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขใหม่ในการแจกเงินไว้ 3 แนวทาง คือ 1.คนเงินเดือน 25,000 บาท หรือมีเงินในบัญชีธนาคาร 1 แสนบาท มีจำนวน 43 ล้านคน 2.เงินเดือน 50,000 บาท หรือมีเงินในบัญชีธนาคาร 5 แสนบาท มีจำนวน 49 ล้านคน และ 3.ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) มีอยู่ 15–16 ล้านคน …

ใช้หุ่นยนต์ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ และ ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ แถลงข่าวความร่วมมือเปิดปฏิบัติการ  “หุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน”  โดยมี  รศ.พญ.คนึงนิจ กิ่งเพชร และ เอกราช ปัญจวีณิน มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ วันก่อน.

โดยอายุผู้ที่ได้รับสิทธิยังคงเดิม 16 ปีขึ้นไป และกำหนดรัศมีการใช้จ่ายเป็นระดับ อำเภอ จากเดิมไม่เกิน 4 กิโลเมตร ตามที่อยู่ในทะเบียนบ้าน และให้ ธนาคารกรุงไทย เป็นผู้จัดทำระบบแพลตฟอร์มแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท …สำหรับ แหล่งที่มาของเงิน ก็ยังมีความเห็นหลากหลายจึงต้องเสนอให้คณะกรรมการชุดใหญ่ พิจารณาเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เบื้องต้นที่ประชุม คณะ อนุกรรมการฯ มีความเห็น อาทิ ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินเป็นหลัก ตั้งงบฯผูกพัน 4 ปี ผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่จะต้องเริ่มจัดสรรงบฯตั้งแต่ ปี 2567 โดยการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินนั้น อาจต้องทำให้โครงการล่าช้าออกไป หรือสามารถใช้จ่ายได้ในราวเดือน เม.ย.–พ.ค.ปีหน้า ส่วน การออก พ.ร.ก. กู้เงิน ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ขณะที่การใช้เงินของ ธนาคารออมสิน จากเดิมมีแนวคิดที่จะนำมาใช้ แต่เนื่องจาก ติดข้อกฎหมาย เรื่องวัตถุประสงค์ของธนาคารออมสิน ไม่สามารถดำเนินการได้…

ขยับปรับแนวทางเป็นการ แจกเงินเฉพาะกลุ่ม เน้นเฉพาะ ผู้มีรายได้น้อย รายได้ปานกลาง เลี่ยงการโปรยหว่านงบฯ แจกเงินให้แบบไม่เลือกหน้ารวมทั้ง บรรดาเศรษฐี งานนี้ถือว่าเดินมาถูกทาง เริ่มตั้งการ์ดสูง ไม่เสี่ยงทำผิดกฎหมาย เสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง

มีแล้วยัง ชานนท์ จิรายุกุล เปิดตัว “OPPO Find N3” และ “OPPO Find N3 Flip” สมาร์ทโฟนจอพับนวัตกรรมขั้นสุดทั้งดีไซน์ การถ่ายภาพและประสิทธิภาพเหนือกว่าทุกด้าน โดยมี หวัง เจี้ยน, จาง เหยียน, นที อิสระถาวรสกุล และ อุรัสยา เสปอร์บันด์ มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
  • แม้ นายกฯเศรษฐา ในฐานะต้นตำรับแนวคิด นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต แจกเงิน 1 หมื่นบาท หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังออกท่าทีกั๊กๆ กับการที่ คณะอนุกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต เสนอหลักเกณฑ์ตัดสิทธิผู้ได้รับเงิน 1 หมื่นบาท เป็น 3 แนวทาง ให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณา โดยระบุว่า ตอนนี้รับฟังข้อคิดเห็น ยังไม่อยากพูดให้เกิดเป็นประเด็นแตกย่อย เพราะอาจทำให้ประชาชนสับสน ต้องพูดในองค์รวมจะได้ทราบถึงความต้องการจริงๆ ทั้ง ผลกระทบทางด้านงบประมาณ และ ตัวเลขการกระตุ้นเศรษฐกิจ…เมื่อสื่อมวลชนถามว่า หากการ ลดเป้าหมายการแจกเงิน จะอธิบายสังคมอย่างไร นายกฯเศรษฐา ตอบสวนทันทีว่า ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะลด ยังไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้ จะเอาอย่างไรยังไม่ได้บอก ไม่อยากให้เกิดความสับสน…เรื่องแบบนี้คงต้องขอเวลาตั้งหลัก แต่สุดท้ายเชื่อได้ว่าไม่แจกแบบเทกระจาดโปรยหว่านแน่นอน
ฝีมือดี สิตมน รัตนาวะดี, ธีรตีพิศา เตวิชพศุตม์ และ จินา โอสถศิลป์ มอบรางวัล FRIEND ENERGY by GULF ให้ผู้ชนะการประกวดแคมเปญ “ถ่ายเพื่อนประกอบเพลงเพื่อน(ไม่)สนิท Music Video Contest” โดยมี วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์ มาร่วมงานด้วย ที่เอสเอฟ เวิลด์ ซีเนม่า วันก่อน.
  • ฮัดชิ้ว…จากการที่มี สว.บางคน ตั้งข้อสังเกตการทำหน้าที่ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเลือกตั้ง สส. วันที่ 14 พ.ค.2566 เป็นไปด้วยความล่าช้า…ล่าสุด ทางด้านคนใน กกต. ออกมาให้ข้อมูลว่า ตามกฎหมาย กกต. ยังมีอำนาจสืบสวนไต่สวน กรณีมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า สส. ได้รับเลือกตั้งโดยไม่สุจริต กกต. จะยื่นคำร้องต่อ ศาลฎีกา เพื่อ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และ สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยต้องดำเนินการภายใน 1 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง เมื่อพยานหลักฐานครบถ้วนแล้วก็จะเสนอให้ ที่ประชุม กกต. พิจารณา โดยต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย…ขณะที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กกต. ได้เผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนในการเลือกตั้ง สส.ปี 2566 โดยระบุว่า มีคำร้อง 357 เรื่อง ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ 267 เรื่อง และอยู่ระหว่างการดำเนินการ 90 เรื่อง …ออกตัวทำงานสไตล์ช้าแต่ชัวร์ สรุปยังต้องรอลุ้นกันต่อไปใครจะโดนสอย
ปลื้มใจด้วย กีรติ พานิชชีวะ มอบดอกไม้แสดงความยินดีให้ สุชาวดี แสงอนงค์ ในโอกาสได้เป็น กก.ผจก.ใหญ่ บริษัทกรุงไทยพานิชประกันภัย โดยมี ธนชนม์ โอภาเฉลิมพันธุ์, ทัศนีย์ หรือตระกูล, วีร์ชลิตา จิรสันติพงศ์ และ จิราพร จุลนิพิฐวงษ์ มาร่วมปลื้มด้วย ที่อาคารเคพีไอ ทาวเวอร์ วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…ศิษย์เก่าคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ รุ่นเดียวกับ วีระยุทธ ปทุมเจริญวัฒนา และ สุพรทิพย์ พัชรอัมพร จัดงานพบปะสังสรรค์ BUCA 16 ที่ห้องบุษบา โรงแรมแมนดาริน 28 ต.ค. 11.30 น.
  • ฉลองมงคลสมรส ดร.ภญ.ศีลจิต อินทรพงษ์ ลูกสาว พล.อ.ต.เสฐียร–ศิวาพร อินทรพงษ์ กับ น.อ.พุทธพร ศรีทองพิมพ์ ลูกชาย น.ต.สำรวย–สุมาลี ศรีทองพิมพ์ ที่ห้องแมจิก 3 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น 28 ต.ค. 11.30 น.
อาหารอร่อย อรธิรา ภาคสุวรรณ, สุธาวดี ศิริธนชัย, ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ และ ปราณี มีจันทร์ จัดงาน “EM Culinary Experiences” มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดเอกซ์คลูซีฟให้สมาชิกบัตรเครดิตกรุงศรี โดยมี กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.
  • ชวน–สุมาลี ศิรินันท์พร เป็นเจ้าภาพจัดฉลองสมรสลูกสาว ชวลี ศิรินันท์พร กับ จิรเมธ ทีฆวีรกิจ ลูกชาย ชาญชัย ทีฆวีรกิจ–อรทัย จันทร์รัตนคีรี ที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ ถ.รัตนาธิเบศร์ อ.เมืองนนทบุรี 28 ต.ค. 12.00 น.
ตามไปกิน ภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ จัดเทศกาลอาหาร “Gourmet Foodie Fest 2023 Alumni Market ซีซัน 2” รวบรวม 40 ร้านท็อปลิสต์จากศิษย์เก่าเลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต จัดถึง 29 ต.ค. โดยมี ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และ สุชาดา สถาปิตานนท์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • ศพ ไพจิตร แสงไกร บิดา พิไลพรรณ จิตร์แจ้ง ตั้งสวดศาลา 11 วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 18.00 น. ถึง 30 ต.ค. ฌาปนกิจ 31 ต.ค. 17.00 น. 

“ธนูเทพ”

สุดเศร้า จนท.อังกฤษเผยผลชันสูตร สรุปสาเหตุ ‘น้องดอม’ ทีมหมูป่า เสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736249

สุดเศร้า จนท.อังกฤษเผยผลชันสูตร สรุปสาเหตุ 'น้องดอม' ทีมหมูป่า เสียชีวิต

28 ต.ค. 2566 13:52 น.

สุดเศร้า จนท.อังกฤษเผยผลชันสูตร สรุปสาเหตุ ‘น้องดอม’ ทีมหมูป่า เสียชีวิต

จนท.ชันสูตรศพอาวุโสในอังกฤษ เผยผลชันสูตร สรุปสาเหตุ ‘น้องดอม’ หนึ่งในสมาชิกทีมหมูป่า เสียชีวิตเมื่อกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จากการจบชีวิตตัวเอง

เมื่อ 28 ตุลาคม 2566 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพออาวุโสในอังกฤษ ระบุ ‘น้องดอม’ นายดวงเพชร พรหมเทพ วัย 17 ปี หนึ่งในสมาชิกทีมฟุตบอลหมูป่าอคาเดมี่ เสียชีวิตด้วยการจบชีวิตตัวเอง หลังจากพบหมดสติในวิทยาลัย Brooke House College Football Academy ในเมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ก่อนจะเสียชีวิต ที่โรงพยาบาล Kettering General ในอีก 2 วันต่อมา

⁣⁣⁣เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพอาวุโส สรุปสาเหตุการเสียชีวิตของน้องดอม ว่าเกิดจากการอัตวินิบาตกรรม โดยในบันทึกการไต่สวน ศาสตราจารย์แคเธอรีน เมสัน ระบุว่า น้องดอมไม่มีประวัติเข้ารับการปรึกษาด้านสุขภาพจิต และไม่ทราบแรงจูงใจว่าทำไมจึงตัดสินใจเช่นนั้น

ด้วยเหตุนี้ เหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้น⁣จึงไม่สามารถคาดการณ์ หรือป้องกันได้ และจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบหลักฐานว่ามีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือมีบุคคลต้องสงสัยต่อการเสียชีวิตของน้องดอมแต่อย่างใด

ทั้งนี้ “⁣น้องดอม⁣” นายดวงเพชร พรหมเทพ เป็นหนึ่งในสมาชิกทีมฟุตบอลหมูป่าอคาเดมี่ ที่ติดถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เมื่อปี 2561 ก่อนต่อมาจะได้มาศึกษาต่อที่ Brooke House College Football Academy ที่เมืองเลสเตอร์ ในประเทศอังกฤษ ในฐานะนักเรียนทุนมูลนิธิซิโก้ ก่อนจะเสียชีวิตกะทันหันเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ⁣

ที่มา :BBC

นักเคลื่อนไหวต้านโลกร้อน ปีนพีระมิดพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ทาสีส้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736215

นักเคลื่อนไหวต้านโลกร้อน ปีนพีระมิดพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ทาสีส้ม

28 ต.ค. 2566 11:45 น.

นักเคลื่อนไหวต้านโลกร้อน ปีนพีระมิดพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ทาสีส้ม

เกิดเหตุป่วนในกรุงปารีสของฝรั่งเศส เมื่อมีกลุ่มนักเคลื่อนไหวต่อต้านโลกร้อน ปีนขึ้นไปบนยอดพีระมิดพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ก่อนจะสาดสีส้มเข้าใส่กระจก ขณะที่นักเคลื่อนไหวคนอื่นปาสีใส่กระจกและโครงสร้างด้านล่างด้วย

โลกโซเชียลเผยคลิปภาพความชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้นบริเวณพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กลางกรุงปารีสของฝรั่งเศส เมื่อมีกลุ่มนักเคลื่อนไหวต่อต้านโลกร้อนปีนขึ้นไปบนยอดพีระมิดของพิพิธภัณฑ์ก่อนจะสาดสีส้มเข้าใส่บริเวณกระจกด้านบน ขณะที่นักเคลื่อนไหวคนอื่นๆ นำลูกโป่งที่มีสีอยู่ภายใน ปาเข้าใส่กระจกและโครงสร้างที่อยู่ด้านล่าง เพื่อแสดงจุดยืนให้รัฐบาลฝรั่งเศสวางแผนในการติดตั้งฉนวนกันความร้อนในการบูรณะปรับปรุงอาคารทั่วประเทศ

โดยหลังจากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมทั้งตำรวจหลายนายก็รีบเข้าไปควบคุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดไปดำเนินคดี ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของประชาชนในบริเวณดังกล่าวที่มีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่มนักเคลื่อนไหว โดยหลังจากสถานการณ์สงบ ทางพิพิธภัณฑ์ก็ต้องส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปทำความสะอาดกระจกที่เปื้อนไปด้วยสี จนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ.

ที่มา : รอยเตอร์

ทูตอิสราเอลประจำ UN โชว์คลิปสลด อ้างกลุ่มฮามาสพยายามตัดศีรษะแรงงานไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736226

ทูตอิสราเอลประจำ UN โชว์คลิปสลด อ้างกลุ่มฮามาสพยายามตัดศีรษะแรงงานไทย

28 ต.ค. 2566 11:42 น.

ทูตอิสราเอลประจำ UN โชว์คลิปสลด อ้างกลุ่มฮามาสพยายามตัดศีรษะแรงงานไทย

ทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ โชว์คลิปสะเทือนใจต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่ อ้างกลุ่มฮามาสพยายามตัดศีรษะแรงงานไทย ขณะบุกโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาส ที่ดำเนินมาอย่างดุเดือด หลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลช็อกโลก และจับกุมตัวประกันไปกว่า 200 คนเมื่อ 7 ตุลาคม 2566 นั้น

กิลาด เออร์ดาน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติ ได้แสดงหลักฐานคลิปวิดีโอที่สร้างความสะเทือนใจต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เมื่อ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยอ้างว่า คลิปดังกล่าวได้บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะสมาชิกกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮามาส พยายามตัดศีรษะชายคนหนึ่งด้วยอุปกรณ์ทำสวน ที่ฟาร์มเกษตรแห่งหนึ่งในอิสราเอล และชายเคราะห์ร้ายคนดังกล่าวเป็นแรงงานชาวไทย

กิลาด เออร์ดาน เอกอัครราชทูตอิสราเอลกล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ถึงสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสต่อประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่ได้ร่วมประชุมวาระพิเศษ เรื่องสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ เป็นเวลา 2 วันในนครนิวยอร์ก ว่า เหยื่อเคราะห์ร้ายที่เห็นในคลิป 2-3 วินาทีที่เขานำเปิดทางแท็บเล็ตนี้ ไม่ใช่ชาวอิสราเอลหรือชาวยิว แต่เป็นคนงานด้านการเกษตรจากประเทศไทย

นอกจากนี้ยังพบว่าที่นั่งของบรรดานักการทูตอิสราเอล ในห้องประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติได้มีการติดกระดาษที่พิมพ์ภาพ QR Code พร้อมข้อความว่า ‘ปลดปล่อยกาซาจากฮามาส’ และ ‘สแกนเพื่อดูความโหดร้ายของกลุ่มฮามาส’  ซึ่งเมื่อสแกน QR Code แล้ว จะพบกับรูปภาพและคลิปวิดีโอการโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566

ต่อมา ในวันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ของสหประชาชาติ ซึ่งประกอบด้วยชาติสมาชิก 193 ชาติ ได้ลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 120 ต่อ 14 และงดออกเสียง 45 ชาติ รับร่างมติซึ่งเสนอโดยชาติอาหรับ 22 ชาติ ที่เรียกร้องให้มีการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์โดยทันที

โดยในจำนวนชาติที่คัดค้านร่างมติฉบับนี้ คือ สหรัฐฯ และอิสราเอล 

ที่มา : CNA

ด่วน พบศพแล้ว หลัง ตร.สหรัฐฯพลิกแผ่นดิน มุดใต้น้ำล่าตัวมือกราดยิงในรัฐเมน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736199

ด่วน พบศพแล้ว หลัง ตร.สหรัฐฯพลิกแผ่นดิน มุดใต้น้ำล่าตัวมือกราดยิงในรัฐเมน

28 ต.ค. 2566 10:30 น.

ด่วน พบศพแล้ว หลัง ตร.สหรัฐฯพลิกแผ่นดิน มุดใต้น้ำล่าตัวมือกราดยิงในรัฐเมน

พบศพคนร้ายกราดยิงในรัฐเมน นอนเสียชีวิตอยู่ในป่า คาดยิงตัวตายหนีความผิด หลัง ตร.เร่งกระจายกำลังตามหา รวมทั้งส่งนักดำน้ำลงค้นหาในแม่น้ำเกือบ 3 วัน

มีรายงานด่วนว่า ตำรวจสหรัฐฯ พบร่างไร้วิญญาณของคนร้ายก่อเหตุกราดยิงในรัฐเมนแล้ว โดยมีร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืน นอนเสียชีวิตอยู่ในป่าไม่ไกลจากจุดที่ทิ้งรถเอาไว้ คาดคนร้ายยิงตัวเองตายเพื่อหนีความผิด นับเป็นการสิ้นสุดปฏิบัติการไล่ล่าของตำรวจที่กินเวลานานเกือบ 3 วัน

โดยก่อนหน้านี้ตำรวจต้องเร่งกระจายกำลังค้นหาคนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนไรเฟิล กราดยิงอุกอาจที่ลานโบว์ลิ่ง รวมทั้งร้านอาหารในรัฐเมน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 18 ศพ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาตามเวลาในท้องถิ่น แต่คนร้ายกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังก่อเหตุ

โดยผู้ก่อเหตุคือนายโรเบิร์ต คาร์ด วัย 40 ปี ซึ่งเป็นอดีตทหารกองหนุนของสหรัฐฯ และยังเป็นครูสอนยิงปืนที่เชี่ยวชาญการใช้อาวุธ ทำให้เขาเป็นบุคคลอันตรายอย่างยิ่ง 

นอกจากการค้นหาตามจุดต่างๆ แล้ว ตำรวจยังได้ขอกำลังนักประดาน้ำให้ลงงมหาเบาะแสของคนร้ายในแม่น้ำแอนโดรสก็อกกิน ที่อยู่ใกล้เมืองลิสบอน ห่างจากเมืองเลวิสตันที่เกิดเหตุราว 11 กิโลเมตร หลังพบรถเอสยูวีสีขาวของนายคาร์ด จอดอยู่ใกล้เคียง โดยใช้ระบบโซนาร์ช่วยค้นหาหลักฐาน หรืออาจจะเป็นร่างไร้วิญญาณของนายคาร์ด โดยตั้งสมมติฐานว่านายคาร์ดอาจจะจอดรถทิ้งไว้ และหลบหนีไปทางน้ำ หรืออาจจะหลบหนีเข้าป่า รวมไปถึงอาจจะจบชีวิตตัวเองเพื่อหนีความผิด

ทั้งนี้ มีการเปิดเผยว่าในจำนวนเหยื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 18 ศพ มีทั้งผู้สูงอายุคู่สามีภรรยา และเด็กวัย 14 ปี ที่เสียชีวิตพร้อมกับพ่อของเขาด้วย นับว่าเหตุกราดยิงครั้งนี้เป็นเหตุกราดยิงที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในสหรัฐฯ นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยยังไม่ทราบแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “เหตุกราดยิง”

ย่านชิบูยาของญี่ปุ่น ดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษช่วงฮาโลวีน หวั่นซ้ำรอยโศกนาฏกรรมอิแทวอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736206

ย่านชิบูยาของญี่ปุ่น ดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษช่วงฮาโลวีน หวั่นซ้ำรอยโศกนาฏกรรมอิแทวอน

28 ต.ค. 2566 09:58 น.

ย่านชิบูยาของญี่ปุ่น ดูแลความปลอดภัยเป็นพิเศษช่วงฮาโลวีน หวั่นซ้ำรอยโศกนาฏกรรมอิแทวอน

นายกเทศมนตรีแขวงชิบูยา ในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น เตือนประชาชนให้ระวังความปลอดภัย หากเดินทางมาเที่ยวในย่านชิบูยา ช่วงวันฮาโลวีนปีนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุโศกนาฏกรรมฮาโลวีนซ้ำรอยย่านอิแทวอน ของเกาหลีใต้

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2566 นายเคน ฮาเสะเบะ นายกเทศมนตรีแขวงชิบูยา ในกรุงโตเกียว ของญี่ปุ่น ออกมาเตือนประชาชนให้ระวังความปลอดภัย หากเดินทางมาท่องเที่ยวในย่านชิบูยา ช่วงวันฮาโลวีนปีนี้ที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุโศกนาฏกรรมฮาโลวีนซ้ำรอยย่านอิแทวอน ที่คร่าชีวิตประชาชนไป 160 ศพ ในเกาหลีใต้

นายเคน เตือนว่า ถนนชิบูยาไม่ใช่แหล่งปาร์ตี้ฮาโลวีน โดยระบุว่า มีการติดป้ายเตือนห้ามดื่มแอลกอฮอล์ และห้ามจัดกิจกรรมฮาโลวีน พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตราความปลอดภัยตามจุดสำคัญ

รายงานข่าวระบุว่าทางการชิบูยา ยกระดับมาตรการความปลอดภัยตั้งแต่ช่วง 1 สัปดาห์ก่อนหน้าเทศกาลฮาโลวีน ประกาศงดดื่มแอลกอฮอล์ตามจุดสำคัญระหว่างวันที่ 27-31 ตุลาคม ขอความร่วมมือร้านค้า ร้านอาหารปิดให้บริการเร็วกว่าปกติในช่วงวันดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีการจัดระบบการจราจรอย่างเข้มงวดตั้งแต่ช่วงกลางคืนวันฮาโลวีน ไปจนถึงรุ่งเช้า.

แพทย์จีนผู้ผลักดันมาตรการล็อกดาวน์ต้านโควิด-19 เสียชีวิตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2736203

แพทย์จีนผู้ผลักดันมาตรการล็อกดาวน์ต้านโควิด-19 เสียชีวิตแล้ว

28 ต.ค. 2566 09:56 น.

แพทย์จีนผู้ผลักดันมาตรการล็อกดาวน์ต้านโควิด-19 เสียชีวิตแล้ว

นายแพทย์อู่ ซุนหยู ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมโรค ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เสียชีวิตแล้ว

สำนักข่าวซีซีทีวี ของทางการจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2566 นายแพทย์อู่ ซุนหยู นักระบาดวิทยา วัย 60 ปี หัวหน้าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาด หรือซีดีซี ของจีน ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ เพื่อควบคุมโรค ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เสียชีวิตแล้ว โดยทางซีดีซี ไม่ได้มีการระบุถึงสาเหตุและรายละเอียดต่างๆ ของการเสียชีวิต

โดยมาตรการล็อกดาวน์ทั้งเมืองของนายซุนหยู ทำให้ชาวจีนหลายล้านคนถูกกักตัวอยู่ในบ้านพัก ไม่สามารถเดินทางออกนอกเมืองได้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 ก่อนที่จีนจะประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับโควิด-19 ขณะที่ข่าวการเสียชีวิตของนายซุนหยู มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังข่าวการเสียชีวิตของนายหลี เค่อเฉียง อดีตนายกรัฐมนตรีของจีน.