กรมข้าว ร่วมKick off ‘ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม’ ลดปัญหา PM 2.5 เชียงใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776862

กรมข้าว ร่วมKick off 'ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม' ลดปัญหา PM 2.5 เชียงใหม่

กรมข้าว ร่วมKick off ‘ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม’ ลดปัญหา PM 2.5 เชียงใหม่

วันเสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 16.18 น.

กรมข้าว ร่วมKick off “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ลดปัญหา PM 2.5 ณ จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 23 ธันวาคม 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนางสาวบุษกร มงคลพิทยาธร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่ นายเอกชัย ภักดีรัตน์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงใหม่ นางสาวจินตนา ไชยวงค์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวสะเมิง และคณะ ร่วมในพิธีเปิดงาน Kick off “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” โดยมีร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ข้าราชการ และเกษตรกรในพื้นที่ ร่วมพิธีในครั้งนี้ ณ บ้านแม่กุ้งบก ตำบลสันกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

กิจกรรม “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในครั้งนี้จัดขึ้นโดยกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักให้เกษตรกรทำการเกษตรที่ไม่เผาฟางและตอซังพืช ช่วยให้ดินดีคงความอุดมสมบูรณ์ไม่ถูกทำลาย เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน รวมทั้งช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 หมอกควัน และลดผลกระทบต่อการเกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย และสาธิตการไถกลบตอซังพืชที่ถูกวิธีให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจได้ชมภายในงานในครั้งนี้

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ในส่วนของกรมการข้าวมีแนวทางการดำเนินการลดการเผาตอซังข้าว เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และส่งเสริมการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนในดิน ส่งเสริมให้พี่น้องชาวนาหันมาช่วยกันลดการเผาตอซังข้าว และเปลี่ยนไปเป็นการไถกลบตอซังข้าวแทน ที่จะช่วยทำให้ดินมีคุณสมบัติทางกายภาพ ทางเคมี และทางชีวภาพดีขึ้น มีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อดิน ทำให้ต้นข้าวเจริญงอกงามให้ผลผลิตดี นอกจากนั้นทางกรมการข้าวยังส่งเสริมการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ที่จะช่วยลดก๊าซมีเทนในดิน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ โดยเป็นการนำเอาเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะเข้ามาใช้ในการปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ (Laser Land Levelling) ที่จะช่วยให้การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

โดยภายในงานในครั้งนี้กรมการข้าว โดยศูนย์วิจัยข้าวเชียงใหม่และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงใหม่มีการจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง การแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าว รวมไปถึงตัวอย่างเมล็ดพันธุ์ข้าวอีกมากมายให้ได้ชมกันภายในงานในครั้งนี้

Yonas Kinde (โยนัส คินเด) อดีตผู้ลี้ภัยผู้ไม่ย่อท้อ ต่อความฝันที่ยิ่งใหญ่ สู่การเป็นนักกีฬาวิ่งระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776868

Yonas Kinde (โยนัส คินเด) อดีตผู้ลี้ภัยผู้ไม่ย่อท้อ ต่อความฝันที่ยิ่งใหญ่ สู่การเป็นนักกีฬาวิ่งระดับโลก

Yonas Kinde (โยนัส คินเด) อดีตผู้ลี้ภัยผู้ไม่ย่อท้อ ต่อความฝันที่ยิ่งใหญ่ สู่การเป็นนักกีฬาวิ่งระดับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 07.30 น.

แม้ชีวิตของผู้ลี้ภัยในต่างแดนจะมีอุปสรรคหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสัญชาติ ที่พัก หรือกระทั่งความแตกต่างทางภาษาที่อาจก่อให้เกิดอุปสรรคในการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม สำหรับอดีตผู้ลี้ภัยอย่าง“Yonas Kinde (โยนัส คินเด)” อุปสรรคเหล่านี้ไม่เคยกีดกันเขาจากการเดินตามความฝันในการเป็นนักกีฬาระดับโลกของเขาเลยแม้แต่น้อย และเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ของชายคนนี้จะเป็นจริงไม่ได้เลย หากปราศจากความช่วยเหลือและการสนับสนุนอย่างเป็นมิตรจาก “UNHCR”หรือ “สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ” ที่เพิ่งได้เชิญ “โยนัส” ร่วมวิ่งมาราธอนที่อำเภอบางแสน จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา

“โยนัส” เผยให้ฟังว่า “อดีตผมเคยเป็นผู้ลี้ภัย แต่ปัจจุบันเป็นนักกรีฑาและอาศัยอยู่ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก ผมชื่นชอบการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ จนครูสมัยเรียนแนะนำให้ผมเข้าแข่งขันกรีฑาในระดับโรงเรียนก่อน แล้วจึงค่อยพัฒนาต่อไปในระดับที่สูงกว่า นับแต่นั้นเป็นต้นมา ผมมีความชอบในกีฬาชนิดดังกล่าวจนเข้าแข่งขันในงานต่างๆ เช่น ฮาล์ฟ-มาราธอน (half-marathon) และมาราธอน (marathon) จนได้ค้นพบวีรบุรุษผู้เป็นแรงบันดาลใจในการเป็นนักกรีฑาของเขาอย่าง “Abebe Bikila (อเบเบ บิกิลา)” นักวิ่งเท้าเปล่าจากเอธิโอเปีย ผู้ชนะโอลิมปิกส์เมื่อปี 1960 และ 1964 แถมยังค้นพบอีกด้วยว่า “มิตรภาพ” ก็ไม่ต่างจาก “การวิ่ง” เพราะทั้งสองสิ่งนี้ไม่เคยมีพรมแดนกีดกัน เพียงแต่มันต้องอาศัยใจที่ไม่ย่อท้อเท่านั้นเอง ดังที่เขาได้กล่าวว่า “กีฬาให้ชีวิตใหม่กับผมแม้ในสถานที่ที่ผมไม่คุ้นเคย และการวิ่งช่วยให้ผมเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ช่วยให้รู้จักผู้คนใหม่ๆ และต่อสู้กับความรู้สึกโดดเดี่ยว”

นอกจากนี้ เขายังเล่าถึงการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่อำเภอบางแสน จังหวัดชลบุรี เอาไว้ว่า “นี่คือการเดินทางมาประเทศไทยเป็นครั้งแรกในชีวิตของผม ผมตั้งใจซ้อมวิ่งทุกวัน วันละหลายกิโลและผมยังตั้งใจที่จะได้เจอมิตรภาพใหม่ๆ ระหว่างทางการแข่งขันอีกด้วย และในฐานะอดีตผู้ลี้ภัย ผมอยากบอกว่า ผมไม่เคยรู้สึกสิ้นหวัง หรือหมดกำลังใจเลยสักครั้ง ผมดีใจด้วยซ้ำที่ผมมีโอกาสได้วิ่ง ได้ทำในสิ่งที่ผมรัก ผมเชื่อเสมอว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ลี้ภัยหรือใครก็ตาม ปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ คือ “การฝึกฝน” ไม่ใช่ “สถานการณ์รอบตัว” ครับ”

“โยนัส” ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงผู้ลี้ภัยทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยว่า เขาอยากให้ผู้ลี้ภัยทุกคน “เข้มแข็ง” และจง “ระลึกไว้เสมอว่าช่วงเวลาอันยากลำบากนี้จะผ่านพ้นไปด้วยดี” ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อันเท่าเทียมและเสมอภาค พร้อมขอให้ทุกคนยืนหยัดเพื่อผู้ลี้ภัย ในฐานะที่พวกเขาเป็นมนุษย์เช่นเดียวกันกับพวกเรา

ตะลอนเที่ยว : 108 ปี คีตสมัย อาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776846

ตะลอนเที่ยว : 108 ปี คีตสมัย อาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน

ตะลอนเที่ยว : 108 ปี คีตสมัย อาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 07.25 น.

วาระครบ 108 ปี ชาตกาลอาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาคีตศิลป์ไทย ผู้เป็นเอตทัคคะและปูชนียบุคคลของวงการดนตรีไทย แม้ว่าท่านจะละสังขารไปแล้วเป็นเวลา 10 กว่าปี แต่คุณความดีของท่านยังดำรงคงอยู่บนแผ่นดินไทย ดังนั้น ในโอกาส 108 ปี ชาตกาลของท่าน คณะลูกศิษย์ของครู และชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงร่วมกันจัดงานเพื่อรำลึกถึงพระคุณครูที่ได้ประสิทธิ์ประสาทการดนตรีไทยให้กับศิษย์ 

ในโอกาสนี้ คณะศิษย์ของอาจารย์เจริญใจ ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธาน และทรงร่วมบรรเลงเพลงชุดกล่อมสยาม และทอดพระเนตรการแสดง ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม 2566 เมื่อเวลา 09.00 น. 

การแสดงเพื่อรำลึกถึงพระคุณของอาจารย์เจริญใจมีหลากหลาย อาทิ การบรรเลงด้วยวงมโหรีพิเศษ ชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วงมโหรี
เครื่องใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย วงปีพาทย์ไม้แข็งเครื่องใหญ่ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ การบรรเลงด้วยซอสามสายจากคณะลูกศิษย์อาจารย์เจริญใจ ร่วม 22 คันและขับร้องเพลงหมู่โดยวงมวลมิตร และการจับระบำชุดดาวดึงส์ 

อาจารย์เจริญใจได้รับการฝึกฝนด้านดนตรีไทยมาตั้งแต่วัยเยาว์ เพราะเกิดในตระกูลนักดนตรีไทย บิดาของอาจารย์เจริญใจคือพระยาเสนาะดุริยางค์ ผู้ฝึกสอนให้อาจารย์สามารถขับร้องเพลงไทย จนอาจารย์ได้รับการยกย่องว่าเป็นแบบอย่างที่ดีเลิศ ซึ่งปรากฏผลงานมาตั้งแต่วัยเยาว์ด้วยอายุเพียง 8 ปี ในการร่วมขับร้องงานประชันวงปี่พาทย์ “สี่มะเส็ง” ณ วังบางขุนพรหมนอกจากการขับร้องเพลงที่ดีเลิศแล้ว อาจารย์ยังเล่นดนตรีได้หลายชนิด แต่มีเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่งที่อาจารย์ได้รับการยกย่องว่ามีฝีมือเล่นเป็นเลิศคือซอสามสาย

อาจารย์เจริญใจได้ถวายตัวรับราชการในกรมมหรสพ ทำหน้าที่ขับร้อง ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้นต่อมาได้ถวายตัวเป็นข้าหลวง เป็นนักร้อง
ประจำวงมโหรีในราชสำนัก ในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี 

เมื่อปี 2506 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขับร้องและบรรเลงเดี่ยวซอสามสาย เพลงบุหลันลอยเลื่อน ในการเฝ้าฯรับเสด็จสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอ ที่ 2 แห่งเดนมาร์ก สมัยทรงดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารี 

และอาจารย์ยังถวายการสอนขับร้องและดนตรีไทยแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปี 2518 นอกจากนั้น อาจารย์ยังมีงานอีกมากมาย อาทิ ผู้ควบคุมวงดนตรีไทย ชมรมดนตรีไทย สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวงดนตรีไทย คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสอนซอสามสายให้คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวางหลักสูตร และสอนวิชาขับร้องให้คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมถึงวงดนตรีไทยของธนาคารต่างๆ เช่น กสิกรไทย และไทยพาณิชย์ 

งานที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2566 จึงเป็นการแสดงความเคารพ รัก และกตัญญูต่ออาจารย์เจริญใจ ในฐานะที่อาจารย์คือปูชนียบุคคลคนสำคัญท่านหนึ่งของวงการดนตรีไทย

(ขอบคุณภาพจากศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

คุยกัน 7 วันหน : ข่าวเด่นต่างประเทศ ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776873

คุยกัน 7 วันหน : ข่าวเด่นต่างประเทศ ประจำปี 2566

คุยกัน 7 วันหน : ข่าวเด่นต่างประเทศ ประจำปี 2566

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.45 น.

ปี 2566 กำลังจะผ่านพ้นไป ตลอดปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งสงคราม ความขัดแย้ง การประชุมครั้งสำคัญ ไปจนถึงอุบัติเหตุสะเทือนขวัญและภัยพิบัติน้อยใหญ่ ไปติดตามได้จากประมวลข่าวต่างประเทศ ประจำปีนี้ แล้วพบกันใหม่ ในหน้าข่าวต่างประเทศ ประจำปี 2567

สงครามอิสราเอล-ฮามาส

ทั่วโลกต้องตกตะลึงกับเหตุโจมตีสุดสะเทือนขวัญ เมื่อกองกำลังนักรบฮามาสนับพันคน ที่ปกครองดินแดนฉนวนกาซาในปาเลสไตน์ ได้บุกจู่โจมอิสราเอลอย่างไม่ทันตั้งตัว ในเช้าตรู่วันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมาสังหารผู้คนในอิสราเอลไปกว่า 1,200 คน พร้อมจับตัวประกันทั้งชาวอิสราเอล และชาวต่างชาติราว 240 ชีวิต กลับไปยังฉนวนกาซา

อิสราเอลได้ประกาศสงครามกับกลุ่มฮามาสในทันที ด้วยการทิ้งระเบิดโจมตีพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซาอย่างหนักหน่วงโดยชี้ว่าเป็นฐานบัญชาการสำคัญของกลุ่มฮามาส ก่อนจะเปิดฉากโจมตีภาคพื้นในเวลาไม่ถึงเดือนหลังจากนั้น ปฏิบัติการทั้งภาคพื้น ทางอากาศ และทางน้ำ ของอิสราเอลต่อฉนวนกาซานานกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา คร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาไปแล้วร่วม 20,000 ราย เกือบครึ่งของจำนวนนี้เป็นเด็ก ความรุนแรง ยังนำมาสู่วิกฤตด้านมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง เนื่องจากทำให้ชาวกาซามากเกือบ 1.8 ล้านคน จากประชากร 2.3 ล้านคน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย และพื้นที่ส่วนใหญ่ในกาซา กลายเป็นซากปรักหักพังจากการถูกระดมโจมตี

กองทัพอิสราเอลกล่าวหาว่า กลุ่มฮามาสใช้โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน รวมถึงโรงพยาบาลต่างๆ เป็นฐานปฏิบัติการ ซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ห้ามโจมตีศูนย์การแพทย์, โรงเรียน, มัสยิด หรือพื้นที่ชุมชน ในภาวะสงคราม แต่เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน หลังความพยายามเจรจาจากหลายฝ่ายนานกว่า 40 วัน เพื่อหวังให้เกิดการหยุดยิงอย่างถาวร ผลการเจรจา ทำให้เกิดการหยุดยิง 4 วัน เพื่อแลกเปลี่ยนตัวประกันและนักโทษ ตลอดจนการส่งความช่วยเหลือเข้าสู่ฉนวนกาซามากขึ้น และมีการขยายการหยุดยิงชั่วคราวเป็น 7 วัน โดยมี การปล่อยตัวประกันทั้งหมด 105 คน เป็นคนไทย 23 คน ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ 240 ถูกปล่อยออกจากเรือนจำอิสราเอล แต่ท้ายสุด เมื่อเจรจากันไม่สำเร็จ ปฏิบัติการโจมตีกาซาจากทัพอิสราเอล ก็กลับมาหนักหน่วงอีกครั้ง

สงครามรัสเซีย-ยูเครน

สถานการณ์ความขัดแย้งทางการทหารระหว่างรัสเซียกับยูเครน ยังคงเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจต่อเนื่องแม้จะไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ประเด็นดังให้หลายฝ่ายเกาะติดเหมือนช่วงที่เกิดสงครามใหม่ๆ ในปีที่แล้วส่วนหนึ่งมาจากการที่ทั้งรัสเซียและยูเครน ยังคงสามารถยันกันอยู่ตามสมรภูมิรบแนวหน้าต่างๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกของยูเครน ที่รัสเซียพยายามหาทางบุกขยับประชิดหวังให้ทัพหน้าเคลื่อนพลคืบหน้าเข้าไปลึกยังดินแดนยูเครนมากขึ้นแต่ทหารยูเครนก็ยังสามารถต้านทานการบุกของรัสเซียไว้ได้ ทั้งยังดำเนินความพยายามรุกตอบโต้กลับสร้างความเสียหายให้กับกองกำลังรัสเซียไม่น้อย

การสู้รบที่ยืดเยื้อยาวนาน เริ่มทำให้ทุกฝ่ายอ่อนล้าและประสบปัญหาขาดแคลนอาวุธยุทโธปกรณ์โดยเฉพาะยูเครนที่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากชาติพันธมิตรตะวันตก ในเรื่องกระสุน รถถัง ยานยนต์หุ้มเกราะ ปืนใหญ่ ไปจนถึงเครื่องบินรบ ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ต้องตระเวนเดินสายไปพบหารือกับบรรดาผู้นำชาติพันธมิตรต่างๆ เพื่อขอความสนับสนุนทั้งด้านอาวุธยุทโธปกรณ์และงบประมาณ โดยย้ำว่า หากไม่มีการเติมกระสุน หรือส่งมอบอาวุธและเครื่องบินรบทันสมัยให้ยูเครน รัสเซียที่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยกว่า ก็จะกลับมาชิงความได้เปรียบ ไปจนถึงอาจเป็นผู้ชนะในสงครามได้ ซึ่งชาติตะวันตกคงไม่อยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี ความหวังของยูเครนก็ดูเหมือนจะมีอุปสรรคไม่น้อย ทั้งจากสหรัฐฯ ผู้สนับสนุนรายใหญ่ ที่นับตั้งแต่รัสเซียส่งกำลังทหารรุกรานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 รัฐสภาสหรัฐฯ ได้จัดสรรงบประมาณให้ยูเครนไปแล้วกว่า111,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3.8 ล้านล้านบาท) ทั้งด้านการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์และความช่วยเหลือ
ด้านเศรษฐกิจ แต่ยูเครนยังคงต้องการความช่วยเหลือเพิ่มอีก 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 2.1 ล้านล้านบาท) ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังติดขัด เพราะสมาชิกวุฒิสภาสังกัดพรรครีพับลิกันโหวตคว่ำร่างงบประมาณก้อนนี้ไปแล้ว

ส่วนรัสเซียเอง ต้องเผชิญเหตุการณ์ที่น่าตื่นตกใจ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่กองกำลังนักรบรับจ้างแวกเนอร์ นำโดย เยฟเกนี พริโกซิน ที่มีส่วนร่วมช่วยทหารรัสเซียทำสงครามกับยูเครน กระทำการอุกอาจด้วยการนำกำลังนักรบติดอาวุธเคลื่อนพลจากเมืองทางตะวันตกของรัสเซีย หวังมุ่งหน้าไปยังกรุงมอสโก อ้างว่าเพื่อโค่นล้มรัฐบาลประธานาธิบดี วลาดีมีร์ปูติน นับเป็นการท้าทายอำนาจครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ผู้นำรัสเซียขึ้นบริหารประเทศ

แต่หลังจากนั้นเพียง 24 ชั่วโมง รัฐบาลรัสเซียก็ประกาศว่า วิกฤตการณ์เรื่องนี้ยุติลงแล้ว โดยมีประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก ผู้นำเบลารุสเข้ามาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาท จนพริโกซินยอมเลิกล้มความตั้งใจเคลื่อนทัพไปมอสโก แต่เขายืนยันว่า ตนไม่ได้ขัดแย้งหรือต้องการโค่นล้มปูตินแต่อย่างใด เพียงแต่ขัดแย้งและไม่พอใจผู้นำกองทัพและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงกลาโหมรัสเซียเท่านั้น

พริโกซินและแวกเนอร์เงียบหายไปหลังจากนั้นนานนับเดือน และต้องย้ายไปตั้งหลักในเบลารุส อย่างไรก็ดี วันที่ 23 สิงหาคม เครื่องบินที่พริโกซินและแกนนำระดับสูงของกลุ่มแวกเนอร์หลายคนโดยสารเพื่อเดินทางจากกรุงมอสโกไปยังนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กประสบอุบัติเหตุตกในภูมิภาคตเวียร์ ห่างจากมอสโกราว 100 กิโลเมตร ส่งผลให้พริโกซินและคนบนเครื่องบินรวม 10 คนเสียชีวิตยกลำ ท่ามกลางกระแสคาดคะเนจากนักวิเคราะห์ฝั่งตะวันตกว่า เหตุเครื่องบินตกที่คร่าชีวิตพริโกซินไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่อาจเกิดจากระเบิดที่ซุกซ่อนไว้บนเครื่องบิน เพื่อหวังลอบสังหารเขา

ยานไททันระเบิดขณะมุ่งหน้าสู่ไททานิค

ยานดำน้ำไททัน ที่ให้บริการโดยบริษัท โอเชียนเกต ได้สูญหายไปขณะที่พาผู้โดยสารจำนวน 5 คนลงไปเยี่ยมชมซากเรือไททานิคที่จมอยู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก ที่มีความลึกถึง 3,800 เมตร เมื่อวันที่18 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้กลายเป็นกระแสและได้รับความสนใจไปทั่วโลกในช่วงเวลานั้น ประกอบกับหนึ่งในผู้โดยสารก็คือ สต็อกตัน รัช ซีอีโอของบริษัทโอเชียนเกต ที่จัดทัวร์ชมซากเรือไททานิคครั้งนี้เอง ทำให้คนส่วนใหญ่จึงมั่นใจว่าไม่น่าจะมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้น

หลังจากที่มีข่าวนี้กระจายออกมา ทั้งสหรัฐฯ และแคนาดา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างก็ระดมกำลังเร่งค้นหายานดำน้ำไททันที่สูญหายไปแข่งกับเวลา เนื่องจากออกซิเจนภายในยานไททันจะอยู่ได้ 96 ชั่วโมง หรือประมาณ 4 วัน แต่การค้นหาก็เป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากมีอุปสรรคจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นจุดที่ยานไททันหายไปอยู่ค่อนข้างลึก แถมยังเป็นบริเวณที่แสงผ่านไปไม่ถึงแล้ว ทำให้ทัศนวิสัยค่อนข้างต่ำ จำเป็นต้องใช้เครื่องโซนาร์ หรือ อุปกรณ์ส่งเสียงความถี่สูงสำหรับใช้ตรวจหาวัตถุใต้น้ำเพื่อระบุตำแหน่งของยานดำน้ำไททันที่หายไป ซึ่งช่วงแรก ไม่พบสัญญาณใดๆ จึงทำให้ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า ยานดำน้ำไททันอาจจะถูกกระแสน้ำพัดไปไกลแล้ว

จนกระทั่งวันที่ 22 มิถุนายน หรือ 4 วันหลังยานสูญหาย ก็มีการค้นพบเศษซากต้องสงสัยใกล้กับซากเรือไททานิค ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีการยืนยันว่า ซากดังกล่าวเป็นของยานดำน้ำไททัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ยามชายฝั่งสหรัฐฯ ได้ออกมาแถลงข่าวชี้แจงกรณีการสูญหายไปของยานดำน้ำไททันว่า เกิดจากการบีบอัดอย่างรุนแรงที่ทำให้วัตถุยุบตัว (Implosion) โดยมีสาเหตุจากแรงดันภายในตัวยานดำน้ำไททันต่ำกว่าแรงดันน้ำด้านนอก และโครงสร้างยานไม่แข็งแรงพอที่จะต้านทานแรงดันนั้นได้ ก่อนที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าทุกคนบนยานดำน้ำไททันเสียชีวิตทั้งหมด ซึ่งก็สร้างความประหลาดใจให้แก่หลายๆ คน เนื่องจากนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยานดำน้ำไททันลงมาสำรวจซากเรือไททานิค ที่อยู่ก้นทะเลลึกเกือบ 4,000 เมตร หลายคนต่างตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ไบเดนพบสี จิ้นผิง ดับไฟขัดแย้งสหรัฐฯ-จีน

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าการพบปะหารือแบบทวิภาคีทั้งในรูปของการประชุมแบบเต็มองค์คณะ และ แบบตัวต่อตัวที่รวมทั้งการเดินเล่นพร้อมกับพูดคุยกันระหว่างประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพ ที่นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ได้ทำให้อุณหภูมิการเมืองโลกเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากในช่วงที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของสหรัฐฯและจีน อยู่ในสภาวะลุ่มๆ ดอนๆ มาตลอด จากปัญหาขัดแย้งต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้าการขาย ด้านภูมิรัฐศาสตร์การแข่งขันขยายอิทธิพลในมหาสมุทรแปซิฟิก และปัญหาช่องแคบไต้หวัน

แต่หากจะถามว่า การพบหารือกันของผู้นำสหรัฐฯและจีนนี้เกิดดอกผลอะไรบ้าง คำตอบแบบภาษาการทูต คือ “สมประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย” อย่างน้อยได้พูดคุยเคลียร์ใจกันในวงเจรจาระดับผู้นำ ถือว่าสำเร็จตามเป้าหมายทางการทูต ทั้งในเรื่องของการแก้ไขปัญหาโลกร้อน ที่ทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นประเทศผู้ปล่อยก๊าซก่อปัญหาโลกร้อนรายใหญ่ที่สุดในโลก ตกลงเพิ่มมาตรการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือ ภาวะโลกร้อน สัญญาร่วมมือชะลอการปล่อยก๊าซมีเทน และ ร่วมกันสนับสนุนความพยายามของโลกเพื่อเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็น 3 เท่าภายในปี 2030

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงกลับมาฟื้นช่องทางสื่อสารทางการทหารรอบใหม่ หลังจากจีนได้ปิดประตู ตัดช่องทางสื่อสารระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศเมื่อปีที่แล้ว เพื่อตอบโต้กรณี แนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาผู้แทนฯ เดินทางเยือนไต้หวัน ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน ยิ่งทรุดหนักหลังเหตุการณ์บอลลูนต้องสงสัยเป็นเครื่องมือจารกรรมของจีน ลอยเหนือน่านฟ้าสหรัฐฯเมื่อช่วงต้นปีนี้ก่อนถูกสหรัฐฯยิงตกในมหาสมุทรแอตแลนติก ฝ่ายจีนปฏิเสธภารกิจจารกรรมเป็นเพียงบอลลูนตรวจสอบสภาพอากาศ ไม่ได้จงใจรุกล้ำน่านฟ้าของสหรัฐฯ ก่อนที่สหรัฐฯจะเปิดผลสอบสวนว่า ไม่ใช่บอลลูนจารกรรม

ส่วนอีกเรื่องที่ละเอียดอ่อน ผู้นำสหรัฐฯและจีน ได้หารือเกี่ยวกับปัญหาตึงเครียดในช่องแคบไต้หวัน สี จิ้นผิง ได้กล่าวกับประธานาธิบดีไบเดนว่า สหรัฐฯ ควรหยุดให้การสนับสนุนด้านอาวุธกับไต้หวัน ส่วนการรวมเอาไต้หวันเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับจีน เป็นเรื่องที่ไม่สามารถหยุดได้ ส่วนไบเดนบอกว่า สหรัฐฯ ยึดนโยบายจีนเดียว ไม่ได้สนับสนุนการแยกเป็นรัฐอิสระหรือแยกเอกราชของไต้หวัน

อุณหภูมิที่ดีขึ้นระหว่าง 2 ชาติยักษ์ใหญ่ของโลก แต่ปีหน้าจะร้อนขึ้น หรือเย็นลงอย่างไร ต้องติดตาม

แล้วพบกันใหม่ ปี 2567 ครับ

โดย ดาโน โทนาลี

Health News : นอนกินบ้านกินเมืองดีต่อสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776866

Health News : นอนกินบ้านกินเมืองดีต่อสุขภาพ

Health News : นอนกินบ้านกินเมืองดีต่อสุขภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทีมนักระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัย ยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน (UCL) ตีพิมพ์เผยแพร่ผลการศึกษาล่าสุดลงในวารสาร European Heart Journal โดยระบุว่าการเปลี่ยนอิริยาบถเพียงเล็กน้อยระหว่างที่นั่งนาน ๆ สามารถจะส่งผลดีต่อสุขภาพของหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมหาศาล แม้แต่การเอนตัวลงนอนและหลับไปเลย ก็ยังดีกว่าการทนฝืนนั่งรากงอกติดต่อกันหลายชั่วโมง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า จะทำให้ค่าดัชนีมวลกาย (BMI), คอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี (LDL), และน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) เพิ่มสูงขึ้น อันเป็นที่มาของโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกปีละเกือบ 18 ล้านคน

การเปลี่ยนอิริยาบถเพียงเล็กน้อยในระหว่างวัน ก็เพียงพอจะปรับปรุงให้ค่าบ่งชี้ทางสุขภาพเหล่านี้ดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น หญิงวัย 54 ปี ที่มีค่าดัชนีมวลกาย 26.5 หากเปลี่ยนจากการนั่งเก้าอี้ทำงาน มาเป็นการใช้โต๊ะยืนทำงานเพียงวันละครึ่งชั่วโมง จะสามารถลดค่าดัชนีมวลกายลงได้ราว 2.4%

สำหรับผู้ที่สนใจจะเปลี่ยนอิริยาบถจากท่านั่งเป็นท่านอนแทนนั้น แม้เราจะไม่อาจเอนตัวลงนอนได้ระหว่างที่อยู่ในชั่วโมงทำงาน แต่การเลิกนิสัยติดนั่งดูละครหรือซีรี่ส์จนดึกดื่นและรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ จะช่วยให้ปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีลดลง และปริมาณคอเลสเตอรอลชนิดที่ดี (HDL) เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้หลอดเลือดแข็งแรง มีความยืดหยุ่นไม่เปราะแตกง่าย ทั้งไม่มีคราบเกาะจนอุดตันด้วย

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776860

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตุ๊กตาอึในฉากการประสูติพระเยซู

ใกล้ถึงช่วงเทศกาลคริสต์มาส กิจกรรมหนึ่งซึ่งได้รับความนิยมในประเทศตะวันตกที่ผู้คนนับถือศาสนาคริสต์ คือการจัดการแสดงฉากการประสูติของพระเยซูคริสต์ (Nativity Scene) ทั้งการแสดงบนเวทีและจัดเป็นฉากที่ใช้ตัวตุ๊กตา แต่ที่น่าสนใจคือที่สเปน มีการเพิ่มตัวตุ๊กตาที่สร้างล้อเลียนบรรดาคนดังในแวดวงต่างๆ ในท่วงท่าขณะกำลังเบ่งอึมาวางจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจซื้อไปประดับบ้าน จะมีตุ๊กตาล้อคนดังสุดฮาคนไหนบ้างเราไปดูกันเลย

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘พระราชวังเดิม’ ภูมิสถานของกรุงธนบุรีหนึ่งเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776863

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระราชวังเดิม’ ภูมิสถานของกรุงธนบุรีหนึ่งเดียว

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระราชวังเดิม’ ภูมิสถานของกรุงธนบุรีหนึ่งเดียว

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พระยาตาก(สิน)นำกำลังหักด่านพม่า

วันที่ ๒๘ ธันวาคม เป็นวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทุกปีนอกจากมีการจัดพิธีสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในสถานที่สำคัญแล้ว ยังเปิดพระราชวังเดิมซึ่งเป็นพระราชวังหลวงของกรุงธนบุรีให้เข้าชม  พระราชวังแห่งนี้สถาปนาขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายโดยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เมืองด่านขนอน ที่เก็บภาษีเข้า-ออกทางน้ำ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากคลองบางกอกใหญ่  ตั้งเป็นเมืองหลวงอันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสุดท้ายหลังจากที่เสียกรุงศรีอยุธยา เมื่อพ.ศ.๒๓๑๐ เนื่องจากกรุงศรีอยุธยานั้นเสียหายไม่สามารถใช้เป็นราชธานีต่อไปได้

กล่าวคือ เมื่อ พระยาตาก (สิน) ได้นำไพร่พลเข้าตีค่ายโพธิ์สามต้นขับไล่ข้าศึกออกจากแผ่นดินแล้ว พระองค์ได้ปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์ครองกรุงธนบุรีแห่งนี้ และได้โปรดเกล้าฯ ให้ปรับภูมิสถานจากเมืองด่านขนอน “ธณบุรีศรีสมุทร” ขึ้นเป็นเมืองหลวงขึ้น โดยมีการฟื้นฟูป้อมคูประตูปราการให้มั่นคง จนสามารถใช้ป้องกันพระนครได้ ภายในพระราชวังเดิมแห่งนี้ได้ปรากฏว่ามีการสร้างเพิ่มเติมหลายแห่ง ได้แก่ ท้องพระโรง, พระที่นั่งขวาง,พระตำหนักเก๋งพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว, ตึกจีนคู่, ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, อาคารเรือนเขียว, ศาลศีรษะปลาวาฬ และป้อมวิไชยประสิทธิ์ ป้อมเมืองที่สร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นต้น

พระยาตาก(สิน)

ด้วยเหตุที่พระราชวังเดิมตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณใกล้กับป้อมวิไชยประสิทธิ์ ปากคลองบางกอกใหญ่ อันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ มาแต่ครั้งเป็นด่านขนอน
จึงเป็นเมืองที่มีป้อมปราการที่แข็งแรงมั่นคง ใช้สังเกตการณ์เส้นทางเดินเรือเข้า-ออกของเรือมาแต่ครั้งสมัยอยุธยาอีกทั้งยังเป็นสถานที่พระบรมราชสมภพของกษัตริย์ไทยหลายพระองค์ อาทิ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว,พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นต้น ปัจจุบันได้มีการจัดอาคารพิพิธภัณฑ์แสดงเกี่ยวกับเครื่องเบญจรงค์ เครื่องปั้นดินเผา อาวุธโบราณของไทย และเงินตราสมัยโบราณ เป็นต้น โดยการดูแลของ มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม และ กองบัญชาการกองทัพเรือการเข้าชมนั้นตามปกติต้องติดต่อขออนุญาตที่กองประวัติศาสตร์กรมยุทธการทหารเรือซึ่งอยู่ภายในบริเวณกองทัพเรือ ที่พระราชวังเดิมอย่างเป็นทางการเสียก่อน แต่ทุกปีในวันสำคัญเดือนธันวาคมนั้นได้เปิดโอกาสให้ทุกท่านเข้าศึกษาเรียนรู้ในพระราชวังเดิมได้

นับเป็นพระราชวังขนาดเล็กที่สถาปนาเพื่อใช้กู้แผ่นดินและป้องกันประเทศ ปัจจุบันได้จัดภูมิสถานแห่งนี้ให้สวยงาม ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงธนบุรีจากอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งอาคารเกือบทั้งหมดในบริเวณพระราชวังเดิม ไม่ว่าจะเป็นอาคารที่สร้างมาแต่ครั้งกรุงธนบุรี หรือที่สร้างขึ้นใหม่นั้น ล้วนแต่ได้เกี่ยวกับกองทัพเรือมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓-๕ จึงมีความสำคัญในกิจการของกองทัพเรือทั้งสิ้น

ภาพพระยาตากสู้ศึก

กล่าวคือเมื่อปี พ.ศ.๒๓๒๕ เมื่อสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (ทองด้วง)ได้ทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแผ่นดินต้น (คือพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) นั้น พระองค์ทรงโปรดฯให้ย้ายราชธานีจากกรุงธนบุรีไปตั้งณ ฝั่งพระนคร และในระยะเวลาที่สร้างพระราชวังแห่งใหม่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยนั้น พระองค์ยังคงประทับที่พระราชวังเดิมอยู่ประมาณ ๒ เดือนเศษ เมื่อพระราชวังใหม่สร้างเสร็จแล้ว พระองค์จึงเสด็จไปประทับยังกรุงรัตนโกสินทร์ หรือกรุงเทพมหานครซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ส่วนภูมิสถานของพระราชวังเดิมนั้น เมื่อว่างลงก็ใช้เป็นที่ตั้งกองทัพเรือด้วยมีป้อมปราการสำคัญใช้รักษาพระนครซึ่งในอดีตนั้น พระราชวังเดิมคือราชธานีหนึ่งเดียวที่มีกษัตริย์ครองราชย์เพียงพระองค์เดียว ที่ทรงใช้บัญชาการรบและรวบรวมประเทศจนขยายอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลจนเรียกได้ว่าถ้าไม่มีกรุงธนบุรีก็ไม่มีกรุงเทพฯ

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

ตำหนักพระปิ่น

ตำหนักพระปิ่น

อาคารท้องพระโรง

อาคารท้องพระโรง

ภาพเขียนกรุงธนบุรี

ภาพเขียนกรุงธนบุรี

ภาพเก่าในพระราชวังเดิม

ภาพเก่าในพระราชวังเดิม

ตึกจีนคู่

ตึกจีนคู่

พระราชวังเดิม-ภาพเก่า

พระราชวังเดิม-ภาพเก่า

พระราชวังเดิม-กรุงธนบุรี

พระราชวังเดิม-กรุงธนบุรี

พระราชวังเดิม

พระราชวังเดิม

แผนผังกรุงธนบุรี

แผนผังกรุงธนบุรี

ผังพระราชวังเดิมปัจจุบัน

ผังพระราชวังเดิมปัจจุบัน

ป้อมบางกอก ๒ ฝั่ง

ป้อมบางกอก ๒ ฝั่ง

คุณแหน : 24 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776867

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll “การแก้กรรมไม่ใช่ไปทำพิธีกับพระ ใครก็แก้ให้ไม่ได้หรอก กรรมคือการกระทำ การแก้กรรมก็คือแก้ไขพฤติกรรม เคยทำชั่วก็หยุดซะ ทำดีอยู่แล้วก็ทำให้ดียิ่งขึ้น”ท่านหลวงปู่จำปา กิตติธโร..

ll คริสต์มาสปีนี้เป็นปีที่ดีที่สุดของ สว. ทพ.พิทักษ์ไชยเจริญ ได้รับพระราชทานเครื่องราชม.ป.ช. สูงสุดของพลเรือน และบุตรชายโทนนดล ไชยเจริญ ได้อุปสมบทที่ประเทศอินเดีย เป็นครั้งที่ ๒ เพื่อทดแทนบุญคุณของพ่อและแม่ ได้รับนาม จิตฺตกาโร(ผู้กระทำได้ดังใจคิด)ผู้อุปัชฌาย์ สีลโชโตสาธุ..

ll ชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรรอดูผลงานในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร??..

ll “น่าจะลนลานเร่งรัดจนตกหล่นสาระสำคัญไปหมด กฎกระทรวงปี ๒๕๖๓ ระบุให้วางระเบียบการบริหาร แนวทางปฏิบัติงาน การปฏิบัติตัวของผู้ต้องขังแต่ละประเภทที่อยู่ในสถานที่คุมขังนอกเรือนจำ”เป็นความคิดเห็นของ แก้วสรร อติโพธิ..

ll วุฒิสภาเห็นชอบด้วยคะแนน ๑๖๓เกินกึ่งหนึ่งของ สว. ๑๒๒ ให้ แมนรัตน์รัตนสุคนธ์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง รับตำแหน่งเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)แทน น.ส.สุภา ปิยะจิตติ..ส่วน โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ราเมศรัตนะเชวง“กระบวนการยุติธรรมไทยโดนรัฐบาลชุดนี้ทำลายไม่มีชิ้นดี และคนรวย..นักการเมืองที่มีอำนาจจะใช้โมเดลทักษิณ ชั้น ๑๔ เพื่อมีสิทธิ์พิเศษประชาชนทั้งประเทศต้องจำไว้ว่าคุกมีไว้ขังคนจนสำเร็จยอดเยี่ยมภายใต้รัฐบาลชุดนี้..

ll ขออนุญาต ป.ปฏัก สักวาเอี่ยมอ่องมรดกโลก ศุภโชคแสนสง่าน่าเกรงขาม เป็นนักโทษไม่ต้องคุกแม้ชั่วยาม ต่างเกรงขามบารมีราศีเงิน อ้างเจ็บป่วยพวกหมอหมอขอปิดปาก นายกฯคนยากก็ไม่รู้ดูขวยเขินสถิตสูทชั้นสิบสี่ชี้นิ้วเพลิน โลกทูนเทินมรดกใหม่ไทยแลนด์เอยฯ..ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

Science Update : สายน้ำที่ดำมืดที่สุดในโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776865

Science Update : สายน้ำที่ดำมืดที่สุดในโลก

Science Update : สายน้ำที่ดำมืดที่สุดในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยซูริค (ETH Zurich) สวิตเซอร์แลนด์ ได้ค้นพบแม่น้ำสีดำที่สุดในโลก คือ แม่น้ำรูกิ (Ruki River) ที่ไหลพาดผ่านประเทศคองโก ทวีปแอฟริกาในการสำรวจและเก็บข้อมูล นักวิทยาศาสตร์พบว่า บางช่วงของแม่น้ำรูกิ ที่ไหลใกล้กับเขตเอมบานดากา มีความดำสนิทมาก ถึงขั้นที่เมื่อจุ่มมือลงไปในน้ำแล้ว ไม่สามารถเห็นมือที่อยู่ตรงหน้าได้

สาเหตุที่ทำให้แม่น้ำแห่งนี้มีน้ำสีดำสนิท เนื่องจากระดับของอินทรียวัตถุที่อุดมไปด้วยคาร์บอนละลายในน้ำในปริมาณที่สูงมาก โดยมาจากป่าดิบชื้นโดยรอบ เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ที่เน่าเปื่อย และซากสัตว์ที่ไหลลงมายังแม่น้ำจนเกิดการหมักหมม ประกอบกับภูมิศาสตร์ที่มีสภาพพื้นที่ตั้งเป็นพื้นดินราบเรียบ ทำให้เมื่อฝนตกน้ำจะขังและหมักหมมสารอินทรีย์ต่างๆ เพิ่มมากขึ้นไปอีก

การค้นพบในครั้งนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Limnology and Oceanography ที่ได้เผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม่น้ำรูกิมีสัดส่วนเพียง 5% ของลุ่มน้ำคองโก แต่ปริมาณคาร์บอนที่ละลายอยู่ในลุ่มน้ำคองโกทั้งหมด มาจากแม่น้ำรูกิถึง 20% และความมืดของแม่น้ำแห่งนี้ทำให้แม่น้ำมีระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของปลาหลากหลายสายพันธุ์ซึ่งหลายชนิดไม่มีที่ไหนเลย

หนังสือเด่น : วารสารภาครัฐที่เนื้อหาน่าสนใจ ทันสมัย ทันเหตุการณ์ มีประโยชน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776864

หนังสือเด่น : วารสารภาครัฐที่เนื้อหาน่าสนใจ  ทันสมัย ทันเหตุการณ์ มีประโยชน์

หนังสือเด่น : วารสารภาครัฐที่เนื้อหาน่าสนใจ ทันสมัย ทันเหตุการณ์ มีประโยชน์

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“PRD Magazine” เป็นวารสารของกรมประชาสัมพันธ์ ที่จัดทำเป็นรายไตรมาส (ราย 3 เดือน) ปัจจุบันอยู่ในรูปแบบ  E-Magazine ทันสมัย วารสารดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ ได้แก่ การนำเสนอข้อมูลข่าวสารของสำนักพระราชวังที่ประชาชนเฝ้าคอยติดตาม  นโยบาย ภารกิจ ผลงานของรัฐบาลที่สำคัญๆ ภารกิจของกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมกับกิจกรรมการดำเนินงานหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ให้ได้รับรู้ในวงกว้างมากขึ้น นอกจากเนื้อหาสาระและข้อมูลข่าวสารก็เป็นที่น่าเชื่อถือเพราะเป็นข้อมูลจากภาครัฐบาลโดยตรง ภาพสวยงาม นอกจากนี้ ยังมีเนื้อหาที่ประกอบด้วยเรื่องราวความรู้ วิทยาการที่ก้าวหน้าในโลกทุกวันนี้  การเตือนภัย ข่าวคราวในโลกโซเชียลที่เป็นกระแส  กระทั่งเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การจดจำ  

สำหรับเล่มล่าสุด เป็นฉบับที่ 276 ปีที่ 30 ของวารสารดังกล่าว   ในเล่มมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย เช่น “วันนวมินทรมหาราช” วันสำคัญล่าสุด ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมกำหนดชื่อ วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตามที่รัฐบาลได้ขอพระราชทานพระมหากรุณา และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 กำหนดให้ วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญและเรียกขานดังกล่าว  และในเล่มยังนำเสนอเรื่องราวอันทรงคุณค่าคือ พระอัจฉริยภาพด้านดนตรี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ เมนูกระเพรา   ที่เป็นเมนูสิ้นคิด แต่ยอดฮิตยืนหนึ่ง ไม่สั่งเมนูนี้ไม่ได้ หิวเมื่อไร คิดอะไรไม่ออก เมนูนี้จะมาทันที เรื่องราวเรื่องเล่าของงานกาชาดที่ครบรอบ100ปี   การบริหารและจัดการ OFOS  และ  THACCA กับ Soft  Powerไทย   โมเดลเศรษฐกิจแบบ BCG  การหลอกลวงแบบฟิชชิ่ง 8 รูปแบบที่ประชาชนควรรู้และควรระวัง   แนะนำเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลกลางของประเทศไทย http://www.thailand.go.th   พาไปเยี่ยมชมวัดโบราณที่สายมูเตลูทั้งหลายไม่ควรพลาด  และสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้คือ พาไปเที่ยวเมืองมรดกโลกน้องใหม่ ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย คือเมืองโบราณศรีเทพ มรดกโลกแห่งที่ 7 ของไทย ที่จังหวัดเพชรบูรณ์  เป็นต้น

เนื้อหาวารสารที่เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของกรมประชาสัมพันธ์ ที่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้น่าอ่านขึ้น ดูเหมือนจะใช้คำที่ทันสมัยขึ้น การนำเสนอเนื้อหาสั้นกระชับ ตรงไปตรงมามากขึ้น ซึ่งตรงจริตกับคนอ่านในยุคปัจจุบันที่อะไรเยิ่นเย้อผ่านทันที  การนำเสนอก็ทันสมัย น้องๆหนู นักเรียนนักศึกษาอ่านแล้วมีประโยชน์ สามารถใช้เป็นแหล่งอ้างอิงการเรียนรู้ได้ เพราะข้อมูลที่นำมาเสนอถูกต้องครบถ้วน ผู้อ่านทั่วไปก็อ่านได้ง่ายขึ้น ลองไปอ่านกันดู   เล่มปัจจุบันมี 26 หน้า มีแต่เนื้อๆ อ่านง่าย ได้ความรู้ สนใจอ่าน “PRD Magazine”   ดาวน์โหลด หรือเปิดอ่านวารสาร PRD Magazine เล่มปัจจุบันได้ที่ https://prtechnicaldm.prd.go.th/th/ebook/category/detail/id/1/iid/226

องค์ความรู้ การป้องกัน การรักษา

มะเร็งสมัยใหม่ที่ปฏิวัติวงการ

“ ถอดรหัสสกัดมะเร็ง : The Cancer Code”  ผู้เขียน Jason Fung (เจสัน เฝิง) ผู้แปล ลลิตา ผลผลา  มนุษย์ต่อสู้กับ “มะเร็ง” มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์  มะเร็งรุกรานได้ทุกส่วนทั่วร่างกาย มีความสามารถหลบหลีกภูมิคุ้มกันเป็นเลิศ  และคร่าชีวิตมนุษย์มาตั้งแต่ยุคนั้นจนถึงทุกวันนี้   หนังสือเล่มนี้ “ดร.เจสัน เฝิง” ผู้เขียน วิทยาศาสตร์ความอ้วน (The Obesity Code)  ได้นำเสนอการค้นพบใหม่ที่ปฏิวัติวงการมะเร็ง ย้อนรอยสู่ต้นตอ “เมล็ดพันธุ์” ของมะเร็ง ตั้งแต่มะเร็งคืออะไร เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมอย่างไร เหตุใดจึงรักษายากนัก แล้วสืบเสาะผ่าน “เนื้อดิน” หรือปัจจัยแวดล้อมที่อาจทำให้มะเร็งเติบโตอย่างโรคอ้วน อินซูลิน หรือพฤติกรรมต่างๆ  พร้อมไขข้อข้องใจที่เป็นประเด็นในปัจจุบัน อย่างการตรวจคัดกรองมะเร็งช่วยได้จริงหรือไม่ โภชนาการส่งผลต่อมะเร็งอย่างไร และอะไรคือกลไกภูมิคุ้มกันที่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะมะเร็ง หนังสือเล่มนี้จะมอบทั้งอาวุธเพื่อต่อสู้ และความหวังในการต่อสู้เพื่อยุติโรคที่ยืดเยื้อยาวนาน เมล็ดพันธุ์ของมะเร็งอาจอยู่ในตัวเราทุกคน แต่พลังที่จะเปลี่ยนแปลงเนื้อดินอยู่ในมือเรา หนังสือราคาเล่มละ 435 บาท

ผลงานเรื่องสั้นระทึกขวัญ “การอำลา”

 ของนักเขียนอัจฉริยะญี่ปุ่นแห่งยุค

“มีใครบางคนไม่ยอมลาจาก” ผู้เขียน Otsuichi (โอตสึ อิจิ) ผู้แปล พรพิรุณ กิจสมเจตน์,ฉัตรขวัญ อดิศัย,สุริยงวรวุฒิ สิริวิวัฒน์กุล,ปิยะวรรณ ทรัพย์สำรวม,รัตน์จิต ทองเปรม “โอตสึ อิจิ” เป็นยอดนักเขียนอัจฉริยะแห่งยุค ผลงานนี้ รวมเรื่องสั้นแนวลึกลับชิ้นเอกซึ่งเขียนขึ้นในโอกาสครบรอบ 25 ปีของการเป็นนักเขียน ในเล่มจะได้พบกับ 5 เรื่องสั้นที่ถ่ายทอด 5 รสชาติลึกซึ้ง รวดร้าว และน่าหวาดหวั่นของ “การอำลา”  ได้แก่เรื่องของ วิญญาณหญิงสาวร้องขอให้ช่วยแก้แค้นอดีตชายคนรักที่มีส่วนทำให้เธอต้องตาย,  คนได้รับการไหว้วานจากตำรวจ ให้ช่วยสืบคดีฆาตกรรมชายคนสวนในคฤหาสน์หลังใหญ่ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นเพียงนักสืบไม่ได้เรื่อง แถมไม่เคยไขคดีสำเร็จแม้แต่ครั้งเดียว, แม่บ้านทำงานในบ้านที่ดวงวิญญาณใช้เป็นทางเชื่อมสู่ปรโลก และบังเอิญได้พบกับวิญญาณเด็กสาวร่างเปลือยที่มีปานแดงรูปหัวใจบนต้นคอ แถมยังคลับคล้ายคลับคลาว่า เคยเห็นปานแบบนั้นจากที่ไหนสักแห่ง, การหวนกลับมาเจอเพื่อนในวัยเด็กอีกครั้ง ทั้งที่เพื่อนคนนั้นตายไปตั้งนานแล้ว และ คนที่ “สูญสิ้น” ตำแหน่งหน้าที่การงานไปอย่างไม่ทันตั้งตัว และหวาดกลัวว่าอาจจะต้อง “สูญเสีย” ครอบครัวไปตลอดกาล หนังสือได้รับการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ มาแล้วมากมาย เช่น จีน เกาหลี เวียดนาม อังกฤษ เซอร์เบีย ฯลฯ  ราคาเล่มละ 279 บาท

แนะแนวทางการใช้ชีวิตให้มีความสุข

และเป็นตัวเองแบบมนุษย์อินโทรเวิร์ต

“ฉันก็แค่ไม่ชอบโลกที่วุ่นวาย : Positively Introverted” ผู้เขียน Maureen “Marzi” Wilson  ผู้แปล พรเลิศ อิฐฐ์  คนที่เป็นอินโทรเวิร์ต นั้นไม่ได้ขี้อาย หรือชอบเก็บตัว หรือรำคาญสังคม แต่จริงๆแล้ว ก็แค่อยากมีพื้นที่เงียบสงบของตนเอง มีความสบายใจและมีความสุขเมื่อได้อยู่กับตัวเอง และอยากเซฟพลังกายพลังใจไว้ใช้กับสิ่งที่ชอบ ในขณะที่คนอื่นมองว่าเป็นคนประหลาด หรือแปลกแยก ซึ่งบางครั้งการกระทำและคำพูดของผู้คนที่มีต่อบุคลิกของเรา ก็ทำให้เราไม่มีความสุขและนอยด์ได้ หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือเชิงจิตวิทยาที่จะมาแนะวิธีรับมือกับโลกอันแสนวุ่นวายแบบแฮปปี้   ในแบบฉบับของตัวเอง จากมนุษย์อินโทรเวิร์ตคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง ซึ่งก็จะรู้ลึกรู้จริงและเข้าใจกันเป็นอย่างดี  เพื่อให้ได้เจอพื้นที่สบายใจ และใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเองอย่างมีความสุขที่สุด  โดยจะบอกถึงตัวตนที่แท้จริง บทบาทในครอบครัว วิธีผูกมิตรกับใครสักคนตามแบบของเราเรื่องของหัวใจ การออกไปผจญภัยนอกบ้าน การทำงาน  การผ่อนคลาย และเรื่อง สุขภาพจิต เป็นต้น หนังสือ 250 บาท

ความเรียงถ่ายทอดการเดินทางที่อบอุ่น

มุมมองผ่านอากาศ อาหาร และผู้คน

“ลมฟ้าอาหาร เป็นความเรียงว่าด้วยการเล่าเรื่อง อากาศ อาหาร ลมหายใจ และความหมายของชีวิต” ผู้เขียน โตมร ศุขปรีชา  ผู้เขียนได้ถ่ายทอดผ่านการเดินทาง ผ่านสายตาละเอียดอ่อนและตัวหนังสืออบอุ่น จากการเฝ้ามองความเป็นไปของอากาศ อาหาร ผู้คน ชวนครุ่นคำนึงถึงความหมายแห่งชีวิตอันไร้ที่สิ้นสุด จากการตระเวนท่องโลกของเขาครั้งเป็นเด็กหนุ่ม และเขาพบว่าสิ่งที่ทำให้ดินแดนหนึ่งแตกต่างจากอีกดินแดนหนึ่ง นอกเหนือไปจากผู้คนแล้ว ยังมีอีกสองสิ่งที่สะท้อนให้เห็นที่มาที่ไปและจิตวิญญาณละเมียดละไมของดินแดนต่างๆ ได้ สิ่งนั้นคืออากาศ และอาหาร  การได้สูดอากาศแปลกหน้า ไม่ว่าจะสดชื่นรื่นรมย์หรือร้อนร้าย ทำให้ร่างกายของเรารับรู้ได้ถึงความต่างของเส้นรุ้งเส้นแวงได้ทันที ตั้งแต่กลิ่นของทุ่งหญ้าในแถบมิดเวสต์ กลิ่นไอทะเลไอริช กลิ่นสดชื่นของหญ้าในสวนสาธารณะโกลเดนเกตพาร์คในซาน ฟรานซิสโก กลิ่นของอากาศ เกิดขึ้นจากการรังสรรค์ภูมิประเทศจากฝีมือของธรรมชาติ และนั่นคือรากเหง้าแห่งกำเนิดของผู้คน ภูมิอากาศหล่อหลอมภูมิประเทศ ภูมิประเทศหล่อหลอมผู้คน แล้วผู้คนก็หล่อหลอมอาหารการกินของตัวเอง จนออกมาหลากหลายสารพัน ไม่มีที่แห่งใดในโลกที่เหมือนกัน  หนังสือราคา 285 บาท