‘สมจิตร’พาลุย ‘สมจิตรยิม’ ใน ‘ภารกิจสุดคิดถึง’ พร้อมควงภรรยาเล่าเหตุการณ์เฉียดตาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/776395

'สมจิตร'พาลุย ‘สมจิตรยิม’ ใน 'ภารกิจสุดคิดถึง' พร้อมควงภรรยาเล่าเหตุการณ์เฉียดตาย

‘สมจิตร’พาลุย ‘สมจิตรยิม’ ใน ‘ภารกิจสุดคิดถึง’ พร้อมควงภรรยาเล่าเหตุการณ์เฉียดตาย

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.06 น.

“ภารกิจสุดคิดถึง” เปิดใจ‘สมจิตร จงจอหอ’อดีตนักชกฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกเล่าเรื่องราวชีวิตกว่าจะมีวันนี้ควงภรรยาคู่ชีวิต เปิดวินาทีเฉียดตาย พบกันเสาร์ที่ 23 ธันวาคมนี้ ทางช่อง 7HDเป็นอีกครั้ง ที่อิ่มเอมหัวใจกับรายการภารกิจสุดคิดถึง : Let’s go my friendsที่ครั้งนี้ปอ อรรณพ พิธีกรอารมณ์ดีขอชวน สมจิตร จงจอหออดีตนักชกฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกพี่ชายสุดซี้ พาบุกถึงอาณาจักรที่ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่อากาศก็ดี แถมยังมีของอร่อยอีกเพียบ โดยที่นี่มี สมจิตรยิม ยิมเรียนชกมวยแบบครบวงจรเพื่อทำให้สุขภาพดี และฝึกศิลปะป้องกันตัว

ทั้งนี้ไม่ได้มีแค่ยิมแต่เพียงอย่างเดียว ยังพาไปดูกิจการร้านของตัวเอง ที่มีหลากหลาย งานนี้มีทีเด็ดตรงร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นเจ๊อุ๋มที่ใช้ชื่อภรรยามาตั้งเป็นชื่อร้านเสียด้วยเต็มอิ่มกับกิจกรรมมากมายแล้ว  หนุ่มปอเลยขอเปิดใจเปิดกล่องความทรงจำสมจิตรกับเรื่องราวที่กว่าจะมีวันนี้ ต้องผ่านอุปสรรคต่าง ๆ มามากมายทั้งเรื่องฐานะทางบ้านมาถึงการเริ่มต้นการชกมวย  จนทำให้กลายมาเป็น
นักชกเหรียญทองโอลิมปิก เมื่อครั้ง ปักกิ่งเกมส์ ปี2008 พร้อมกับชวนหนุ่มปอสวมนวมฝึกหัดมวยขั้นพื้นฐานศิลปะป้องกันตัว  ที่ปอเองก็ไม่ธรรมดา สามารถออกหมัด ออกท่าทางได้เข้าท่าทีเดียว แต่ที่เอ็กซ์คลูซีฟ คือการได้เปิดใจภรรยาที่ป่วยเป็นโรค SLE ที่จะมาบอกเล่าถึงเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อครั้งตอนโคม่า ถึงขั้นสั่งเสียและยังบอกเล่าความประทับใจถึงความรักความผูกพันที่ดูแลกันมา จนปัจจุบันรักษาอาการป่วยหายแล้วกว่า 90 %เติมเต็มกำลังใจและส่งมอบความสุขพร้อมกันในรายการ  ภารกิจสุดคิดถึง : Let’s go my friendsวันเาร์ที่ 23 ธันวาคมนี้ เวลา 12.05 น. ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube)  และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

15 บทเพลง คัดสรรจากละครคุณภาพสู่งาน ‘Thai PBS The GREATEST เวทีเพลงละคร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/776394

15 บทเพลง คัดสรรจากละครคุณภาพสู่งาน 'Thai PBS The GREATEST เวทีเพลงละคร'

15 บทเพลง คัดสรรจากละครคุณภาพสู่งาน ‘Thai PBS The GREATEST เวทีเพลงละคร’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.05 น.

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ร่วมกับ วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมจัดงาน Thai PBS The GREATEST เวทีเพลงละคร” โดยมี รศ. ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ ส.ส.ท.นายสมยศ เกียรติอร่ามกุล รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านสร้างสรรค์และหลอมรวมเนื้อหา และนายคริษ อรรคราชผู้อำนวยการสำนักสร้างสรรค์เนื้อหา เข้าร่วมรับชมคอนเสิร์ตเพลงละคร ณ ศาลาดนตรีสุริยเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต จ.ปทุมธานี

Thai PBS The GREATEST เวทีเพลงละคร” อัดแน่นด้วย 15 บทเพลง ที่คัดสรรจากละครคุณภาพของไทยพีบีเอส ที่สื่อถึงความตั้งใจ บอกเล่าความจริงในแง่มุมต่าง ๆ ผ่านโชว์สุดพิเศษจากทัพนักแสดงและศิลปินมากมาย นำโดย พ่ออี๊ด – สุประวัติ ปัทมสูต, เฌอปราง อารีย์กุล, ลูกหว้า – พิจิกา จิตตะปุตตะ, ตังตัง – นัฐรุจี วิศวนารถ, เนสท์ – นิศาชล สิ่วไธสง, แม็กซ์ – ณัฐวุฒิ เจนมานะ, แตงโม – สยาภา สิงห์ชู, ลูกปลา – อารียา โรจนดิษฐ์, ต๊ะ – ศิวัช และเพื่อน (tAH AND FRIENDS.), ครูเบิ่ง – ทวีศักดิ์ อัครวงษ์, พลากร ปั้นบำรุงสุข และ นวกรณ์ พูลพร (myebluedock)พร้อมถ่ายทอดเพลงละครที่สร้างสรรค์จากวงดนตรี Rangsit Symphony Orchestra (RSO) ผสมผสานเครื่องดนตรีไทยจากวงโจงกระเบน

รศ. ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ ส.ส.ท กล่าวว่า “ในช่วงเวลาตลอด 15 ปี ที่ผ่านมาไทยพีบีเอส ได้สร้างสรรค์ละครโทรทัศน์มากว่า 70 เรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องนั้น ได้สะท้อนความจริงของสังคมไทยในหลากหลายมิติ และสำหรับในวันนี้ ถือเป็นความพิเศษ ที่ไทยพีบีเอส รู้สึกภาคภูมิใจกับการรังสรรค์เวทีเพลงละครไทยพีบีเอสนี้ขึ้นร่วมกับวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิตซึ่งเป็นเวทีแห่งความพิเศษที่ได้รวบรวมเอา 15 บทเพลงละครที่สื่อถึงความตั้งใจที่จะบอกเล่าความจริงในแง่มุมต่าง ๆ ที่ไทยพีบีเอส ตั้งใจจัดขึ้นเพื่อขอบคุณผู้ชมที่ให้การสนับสนุน ตลอดจนเพื่อนร่วมทางทุกท่านที่มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานละครคุณภาพให้เกิดขึ้น”

นายสมยศ เกียรติอร่ามกุลรองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. เผยว่า“15 ปี ไทยพีบีเอส กับความคาดหวังของสังคมต่อสื่อสาธารณะ ไม่เพียงแต่รายการข่าวที่สามารถใช้เป็นแหล่งอ้างอิงความถูกต้องรอบด้าน รายการสารคดีฝีมือคนไทย รายการเชิงประเด็น และบทบาทพลเมืองที่จะเป็นข้อต่อของผู้กำหนดนโยบายกับประชาชน ละครไทยพีบีเอสก็มีบทบาทหน้าที่บนความคาดหวังเช่นกันเนื้อหาละครที่เกี่ยวพันกับความจริงในทุกมิติของสังคมไทย ทั้งเรื่องการกดทับเรื่องเพศ ผู้คนที่มีความแตกต่างและหลากหลาย คนที่อยู่ในช่องว่างของความเหลื่อมล้ำ และละครไทยพีบีเอสยังบ่งบอกถึงหลักฐานความจริงให้คนไทยได้ทะนงในความเป็นไทย เรื่องราวที่แตกต่างจากแบบเรียนที่เคยรับรู้ พร้อมสะท้อนภาพจริงขอสังคมที่หลอมให้เราลุ่มหลง ซึ่งเพลงประกอบละครแต่ละเรื่องมีส่วนสำคัญในการบอกเล่าความจริงด้วยเช่นกัน ทั้งผู้ประพันธ์เพลง ผู้เรียบเรียงดนตรี นักดนตรี นักร้อง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพลงละครไทยพีบีเอส ก็เป็นผู้คนที่มาร่วมรับความคาดหวังเมื่อมาทำงานกับไทยพีบีเอส”

สามารถติดตามรับชมเทปบันทึกงาน “Thai PBS The GREATEST เวทีเพลงละคร” วันที่ 31 ธ.ค. 66 เวลา 21.10 น. ทาง ไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3  และรับชมย้อนหลังได้ทาง แอปพลิเคชัน VIPA หรือ www.VIPA.meตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.67 เป็นต้นไป

สามารถติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่

▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X (Twitter), LINE, TikTok, Instagram

▪ Website : http://www.thaipbs.or.th

▪ Application : Thai PBS

สรุปยอดลงทะเบียน ‘หนี้นอกระบบ’ ครบ 21 วัน มูลหนี้ 6,576 ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776543

สรุปยอดลงทะเบียน 'หนี้นอกระบบ' ครบ 21 วัน มูลหนี้  6,576 ล้านบาท

สรุปยอดลงทะเบียน ‘หนี้นอกระบบ’ ครบ 21 วัน มูลหนี้ 6,576 ล้านบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 19.29 น.

ปลัดมหาดไทย เผยยอดลงทะเบียนหนี้นอกระบบครบ 21 วัน เจ้าหนี้-ลูกหนี้ไกล่เกลี่ยสำเร็จแล้ว 224 ราย มูลหนี้ลดลงร่วม 90 ล้านบาท พี่น้องประชาชนยังคงลงทะเบียนอย่างต่อเนื่อง ลงทะเบียนแล้ว 105,482 ราย มูลหนี้ 6,576 ล้านบาท เน้นย้ำการทำงานคู่ขนาน ทั้งการเชิญชวนประชาชนลงทะเบียนควบคู่กับการประสานบูรณาการการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้

21 ธ.ค. 66 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการลงทะเบียนแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นวันที่ 21 นับตั้งแต่เปิดลงทะเบียน โดยจากข้อมูลของสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง เมื่อเวลา 15.30 น. มีมูลหนี้รวม 6,576.779 ล้านบาท ประชาชนลงทะเบียนแล้ว 105,482 ราย โดยเป็นการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ 92,235 ราย และการลงทะเบียน ณ ศูนย์อำนวยการแก้ไขหนี้นอกระบบ 13,247 ราย รวมจำนวนเจ้าหนี้ 76,223 ราย มีพื้นที่/จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด 5 ลำดับแรก 1. กรุงเทพมหานคร ยังคงมากที่สุด มีผู้ลงทะเบียน 6,649 ราย เจ้าหนี้ 5,692 ราย มูลหนี้ 562.401 ล้านบาท 2. จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้ลงทะเบียน 4,506 ราย เจ้าหนี้ 3,722 ราย มูลหนี้ 278.536 ล้านบาท 3. จังหวัดสงขลา มีผู้ลงทะเบียน 4,164 ราย เจ้าหนี้ 2,975 ราย มูลหนี้ 259.213 ล้านบาท 4. จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ลงทะเบียน 4,065 ราย เจ้าหนี้ 2,596 ราย มูลหนี้ 311.691 ล้านบาท 5. จังหวัดขอนแก่น มีผู้ลงทะเบียน 2,764 ราย เจ้าหนี้ 2,245 ราย มูลหนี้ 205.655 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดที่มีผู้ลงทะเบียนน้อยที่สุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1. จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีผู้ลงทะเบียน 144 ราย เจ้าหนี้ 113 ราย มูลหนี้ 6.576 ล้านบาท 2. จังหวัดระนอง มีผู้ลงทะเบียน 221 ราย เจ้าหนี้ 138 ราย มูลหนี้ 15.658 ล้านบาท 3. จังหวัดสมุทรสงคราม มีผู้ลงทะเบียน 281 ราย เจ้าหนี้ 201 ราย มูลหนี้ 9.219 ล้านบาท 4. จังหวัดตราด มีผู้ลงทะเบียน 350 ราย เจ้าหนี้ 226 ราย มูลหนี้ 12.400 ล้านบาท และ 5. จังหวัดสิงห์บุรี มีผู้ลงทะเบียน 382 ราย เจ้าหนี้ 248 ราย มูลหนี้ 14.437 ล้านบาท

“สำหรับข้อมูลการไกล่เกลี่ยหนี้นอกระบบทั่วประเทศ พบว่ามีลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยแล้ว 1,294 ราย ไกลเกลี่ยสำเร็จ 224 ราย มูลหนี้ของลูกหนี้ก่อนไกล่เกลี่ย 133.548 ล้านบาท หลังการไกล่เกลี่ย 44.044 ล้านบาท มูลหนี้ลดลง 89.503 ล้านบาท ซึ่งมีจังหวัดที่สามารถนำลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยได้มากที่สุด คือ จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีลูกหนี้ที่เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย 185 ราย ไกล่เกลี่ยสำเร็จ 16 ราย มูลหนี้ของลูกหนี้ก่อนไกล่เกลี่ย 14.394 ล้านบาท หลังการไกล่เกลี่ย 5.7 แสนบาท ทำให้มูลหนี้ของพี่น้องประชาชนในจังหวัด ลดลงมากถึง 13.824 ล้าน 

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่ออีกว่า กระทรวงมหาดไทย ในฐานะข้าราชการฝ่ายปกครองผู้ทำหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ได้ประสานการทำงานบูรณาการร่วมกันกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้มีอิสรภาพต่อชีวิต สร้างขวัญและกำลังใจ ช่วยให้พี่น้องประชาชนเป็นอิสระ หลุดพ้นพันธนาการจากหนี้นอกระบบ โดยใช้การทำงานลักษณะคู่ขนาน กล่าวคือ ด้วยการประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนอย่างต่อเนื่องถึงวันที่ 31 มีนาคม 2567 ควบคู่กับการประสานบูรณาการการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ โดยจะเชิญเจ้าหนี้นอกระบบมาพูดคุยเพื่อพิสูจน์ความจริง และดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนของการไกล่เกลี่ย เพื่อเป็นการยุติหนี้นอกระบบที่มีการเก็บดอกเบี้ยสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด อันเป็นวังวนแห่งความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน 

“กระทรวงมหาดไทยยังคงเปิดรับลงทะเบียนพี่น้องประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหนี้นอกระบบ ทั้งทางออนไลน์ที่ https://debt.dopa.go.th หรือวอร์คอินได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือสำนักงานเขตทั่วประเทศ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนในพื้นที่” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

ศาลยุติธรรมเปิดรับสมัครเยาวชน ค่ายต้นกล้าตุลาการ รุ่น 12

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776466

ศาลยุติธรรมเปิดรับสมัครเยาวชน ค่ายต้นกล้าตุลาการ รุ่น 12

ศาลยุติธรรมเปิดรับสมัครเยาวชน ค่ายต้นกล้าตุลาการ รุ่น 12

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 16.47 น.

เลขาฯศาลยุติธรรม เผยศาลยุติธรรมเปิดรับสมัครเยาวชน“ค่ายต้นกล้าตุลาการ รุ่น 12” สอดคล้อง นโยบาย ปธ.ศาลฎีกา มุ่งเน้นเสริมสร้างจิตสำนึกบุคลากร การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคม  ขณะที่ปธ.ค่ายต้นกล้าฯ เน้นส่งเสริมเยาวชน เรียนรู้ด้านกฎหมาย เป็นเกราะกำบังชีวิต

วันที่ 21 ธันวาคม  นายธานี สิงหนาท เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงการเปิดอบรมโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการ รุ่น 12 ที่กำลังจะมีขึ้นว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาศาลยุติธรรมได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของเยาวชนอยู่เสมอ เพราะเชื่อว่าการเสริมสร้างและการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้ผู้คนในสังคม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขต้องเริ่มต้นจากกลุ่มเยาวชนก่อน เนื่องจากเยาวชนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศชาติทั้งในปัจจุบันและอนาคต จึงได้มีนโยบายและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้ด้านกฎหมายและคุณธรรมจริยธรรมที่ดีงาม เพราะกฎหมายถือว่าเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างบรรทัดฐานทางสังคม ที่จะช่วยคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและช่วยให้ประชาชนทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ส่งผลให้สังคมนั้น ๆ เกิดความสงบเรียบร้อย ลดการก่ออาชญากรรมและความขัดแย้งในสังคมลงได้ ดังนั้น สำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้จัดโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการ  โดยได้ดำเนินการจัดโครงการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2555 จนถึงปัจจุบันกำลังเปิดรับสมัคร รุ่นที่ 12 ซึ่งโครงการนี้จะมีกิจกรรมที่เสริมสร้างให้เยาวชนมีความรู้ ความเข้าใจด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับศาลยุติธรรม แนวทางการศึกษาวิชากฎหมายทั้งใน และต่างประเทศ และการแนะนำแนวทางสู่การเป็นผู้พิพากษาและวิชาชีพกฎหมายอื่น ๆ ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกด้วยการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งจะทำให้เยาวชนมีระเบียบวินัย ตระหนักในการรู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น และปฏิบัติตนอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย พร้อมนำความรู้ที่ได้รับออกไปต่อยอดแนวคิดการดำเนินชีวิต พร้อมตั้งเป้าหมายสู่อาชีพในฝันได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ โครงการค่ายต้นกล้าตุลาการยังสอดคล้องกับนโยบาย “ที่พึ่ง เที่ยงธรรม เท่าเทียม ทันโลก” ของนางอโนชา ชีวิตโสภณ ประธานศาลฎีกา ที่ผลักดันและมีส่วนร่วมในการสร้างระบบคุณธรรม จริยธรรมให้เกิดขึ้นในตัวของเยาวชน พร้อมส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจด้านกฎหมาย เพราะเมื่อรู้กฎหมายก็จะได้ไม่กระทำผิด และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากบุคคลอื่น อันจะเป็นประโยชน์และนำความสงบสุขมาสู่ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างยั่งยืน

ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดจันทบุรี  ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะทำงานดำเนินการจัดโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการ กล่าวว่า โครงการ “ค่ายต้นกล้าตุลาการ รุ่นที่ 12” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2567 โดยจะเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 66 – 9 กุมภาพันธ์  67 จึงขอเชิญชวนน้อง ๆ ที่มีอายุระหว่าง 15 – 18 ปี และกำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่าจากทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สำนักงานศาลยุติธรรม https://iprd.coj.go.th หรือเฟซบุ๊ก ค่ายต้นกล้าตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม https://www.facebook.com/TonklaTulakan หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2541 2927 หรือ 0 2541 2329 ในวันและเวลาราชการ (จันทร์ – ศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่าง 08.30 – 16.30 น.)

สำหรับโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการได้มีการพัฒนาและปรับเปลี่ยนรูปแบบทั้งหัวข้อการบรรยาย วิทยากร และกิจกรรมต่าง ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและกระบวนการเรียนรู้ของเยาวชน โดยที่ผ่านมามีเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือก เข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่รุ่นที่ 1 – 11 จำนวน ทั้งสิ้น 1,370 คน ซึ่งเยาวชนบางคนได้มุ่งเข้าสู่สายอาชีพ นักกฎหมาย อาทิ ผู้พิพากษา อัยการ หรือทนายความ อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ไม่ได้มุ่งหวัง ให้ทุกคนจะต้องเข้าสู่สายอาชีพนักกฎหมายเพียงเท่านั้น เพราะการประกอบอาชีพขึ้นอยู่กับความชอบและความถนัด โดยไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร เรียนสาขาไหน พวกเขาเหล่านี้ก็เป็นต้นกล้าตุลาการ ที่น่าภูมิใจ เป็นเยาวชนที่เติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแรง พร้อมจะเป็นคนดีและคนเก่งของสังคมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการต้นกล้าตุลาการจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและการดำเนินงานของศาลยุติธรรมเพื่อจะได้นำความรู้  ประสบการณ์ไปใช้เป็นเกราะปกป้องสิทธิและเสรีภาพให้แก่ตนเอง ในโครงการยังมีการแนะนำแนวทางการศึกษาต่อในวิชาชีพกฎหมายอีกด้วย ซึ่งน้อง ๆ เยาวชนจะได้ใช้เวลาช่วงเข้าค่าย 6 วัน เพื่อเรียนรู้และค้นหาตัวเองว่าเหมาะกับวิชาชีพนักกฎหมายหรือไม่ ในขณะเดียวกันยังมีการนำวัฒนธรรมองค์กรและคุณธรรมจริยธรรมที่งดงามของศาลยุติธรรมและสังคมไทย เช่น ความซื่อสัตย์สุจริต การทำงานเพื่อสังคม การเปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง มาสอดแทรกในกิจกรรมให้เยาวชนนำไปปรับใช้ในชีวิตเพื่อให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดีของสังคม เนื่องจากการบ่มเพาะและการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้ผู้คนในสังคมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน อย่างปกติสุข

โดยผลผลิตจากค่ายต้นกล้าตุลาการที่ผ่านมาพบว่า มีผู้ผ่านการฝึกอบรมจากค่ายดังกล่าวสอบเข้าเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาเเละอัยการผู้ช่วย ได้หลายคนซึ่งบางคนสอบได้คะเเนนสูงเป็นอันดับ1ของผู้ช่วยผู้พิพากษาสนามใหญ่ 

ศธ. ส่งความสุขสิ้นปี จัดใหญ่ EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024 แถลงผลงานตามนโยบายรอบ 3 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776463

ศธ. ส่งความสุขสิ้นปี จัดใหญ่ EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024 แถลงผลงานตามนโยบายรอบ 3 เดือน

ศธ. ส่งความสุขสิ้นปี จัดใหญ่ EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024 แถลงผลงานตามนโยบายรอบ 3 เดือน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 16.44 น.

ศธ. ส่งความสุขสิ้นปี จัดใหญ่ “EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024” พร้อมแถลงผลงานตามนโยบายรอบ 3 เดือน

วันที่ 21 ธันวาคม 2566  นายสิริพงศ์  อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า  กระทรวงศึกษาธิการ  จะจัดงานส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ งาน EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024 และการแถลงผลงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเป็นประธานพิธีเปิดงาน และเยี่ยมชมกิจกรรมภายในงานมีการแสดงของนักเรียน นักศึกษา นิทรรศการโชว์ผลงานพลังสร้างสรรค์กว่า 100 บูธ จัดใหญ่ จัดหนัก จัดเต็ม 3 วัน 3 คืน ระหว่างวันที่ 25 – 27 ธันวาคมนี้ ที่กระทรวงศึกษาธิการ

นายสิริพงศ์  กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากรัฐบาลได้มีนโยบายสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ “Soft Power ของประเทศไทย” ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้มีแนวทางดำเนินงานการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ของกระทรวง ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ด้านการศึกษาโดยตรง 5 สาขา คือ สาขานวัตกรรมการจัดการ สาขาศิลปวัฒนธรรม สาขาแฟชั่น สาขาอาหาร สาขาดิจิทัลและสื่อสร้างสรรค์ ซึ่งแต่ละสาขาจะมีหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดรับผิดชอบชัดเจน คือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยจะคัดเลือกสิ่งที่โดดเด่น มีองค์ความรู้เข้มข้น ออกมานำเสนอ ขยายผลสู่ชุมชน ให้มีรายได้ จนกลายเป็น “Soft Power ยั่งยืน” และที่สำคัญจะต้องเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จนนำไปสู่การยกระดับให้เป็นระดับประเทศ หรือนานาชาติ

“เพื่อแสดงให้สังคมเห็นว่า กระทรวงศึกษาธิการ ขับเคลื่อน Soft Power ในเรื่องนี้อย่างจริงจังหน่วยงานในสังกัด จึงร่วมกันจัดแสดงผลงานสร้างสรรค์ ด้วยแนวคิด Soft Power 5F คือ Food Fashion Film Fighting และ Festival ด้วยบรรยากาศที่สอดรับกับเทศกาลของขวัญปีใหม่ ทั้ง “ช็อป ชิม โชว์ แซร์”  จะมีพิธีเปิดงานในวันที่ 25 ธับวาคมนี้ เวลา 09.30 น. โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเป็นประธานพิธีเปิดงาน และเยี่ยมชมกิจกรรมภายในงานด้วย  โดยงานทจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 27 ธันวาคมนี้ ที่สนามหญ้า และบริเวณรอบ กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่เวลา 09.15 น. – 19.30 น.  มีเวทีการแสดงจากนักเรียนนักศึกษา บุคลากรร่วมจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ดนตรีโฟล์คชอง การร้องเพลงไทยและสากล ลูกทุ่ง 4 ภาค การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดง  โชว์ผลงานชนะเลิศการประกวดร้องเพลง เป็นต้น จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าชมความก้าวหน้าและผลงานลูกหลานของท่าน“ 

นายสิริพงศ์  กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในงานจะมีการแถลงผลงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ จากผู้บริหาร ข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้นโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ความร่วมมือร่วมใจทำงานร่วมกันแบบ “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” ในช่วงเวลา 3 เดือน มีผลงานที่ปรากฎออกมาพอสมควร โดยจะนำ 10 นโยบายที่ขับเคลื่อนมาจัดแสดง ทั้งในรูปแบบนิทรรศการจริง และนิทรรศการเสมือนจริง เพื่อตอกย้ำให้เห็นว่าวันนี้กระทรวงศึกษาธิการพร้อมแล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลงภาครัฐเข้าสู่ระบบราชการดิจิทัล

“กระทรวงศึกษาฯ มีความยินดีที่จะต้อนรับทุกท่านสู่รั้ววังจันทรเกษม ในงาน EDU SOFT POWER FESTIVAL 2024 และการแถลงผลงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่สร้างสรรค์ในวงกว้างสู่สาธารณชน ขอให้มั่นใจว่าการเข้ามาร่วมงานในครั้งนี้ นอกจากจะได้รับความรู้ความสามัคคีของพี่น้องชาววังจันทรเกษมแล้ว ยังได้รับความเพลิดเพลิน เก็บเกี่ยวความสุขและประสบการณ์ที่ได้ภายในงาน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสร้างความประทับใจให้กับทุกท่านที่จะเข้ามาร่วมชมกิจกรรมสร้างสรรค์ในครั้งนี้“

สำหรับบูธจัดแสดงนิทรรศการ 10 นโยบาย จะแสดงความก้าวหน้าการขับเคลื่อนงานตามนโยบาย ในรอบ 3 เดือน ประกอบด้วย

บูธที่ 1 ปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะครูและบุคลากรทางการศึกษา แบบดิจิทัล

บูธที่ 2 ครูและบุคลากรทางการศึกษาคืนถิ่น

บูธที่ 3 แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา

บูธที่ 4 จัดหาอุปกรณ์การสอนและสวัสดิการให้เพียงพอเหมาะสม

บูธที่ 5 เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา Anywhere Anytime เรียนฟรี มีงานทำ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง”

บูธที่ 6  1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ

บูธที่ 7 จัดระบบแนะแนวการเรียนและเป้าหมายชีวิด (โค้ชชิ่ง)

บูธที่ 8 การจัดทำระบบวัดผลรับรองมาตรฐานวิชาชีพ

บูธที่ 9 จัดทำระบบวัดผลเทียบระดับการศึกษาและประเมินผลการศึกษา

บูธที่ 10 มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ 

เปิดฉาก ‘สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16’ภาคีร่วมพิจารณา 3 มติ มุ่งสร้างความเป็นธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/776433

เปิดฉาก ‘สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16’ภาคีร่วมพิจารณา 3 มติ มุ่งสร้างความเป็นธรรม

เปิดฉาก ‘สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16’ภาคีร่วมพิจารณา 3 มติ มุ่งสร้างความเป็นธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.14 น.

เปิดฉาก ‘สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16’ภาคีร่วมพิจารณา 3 มติ มุ่งสร้างความเป็นธรรม‘สุขภาวะจิต-จัดการน้ำ-พัฒนาประชากร’
 
รองนายกฯ “ภูมิธรรม” ร่วมเปิดม่านเวที “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16” ระดมภาคีพิจารณา 3 ระเบียบวาระ “ระบบสุขภาวะทางจิต-การบริหารจัดการน้ำ-ส่งเสริมการพัฒนาประชากร” เดินหน้าสร้างความเป็นธรรมในสังคม พร้อมด้วยกิจกรรมเสวนา นิทรรศการ เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกมากมายที่จัดขึ้นตลอดสองวันเต็ม

วันที่ 21 ธันวาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16 พ.ศ. 2566 ภายใต้ประเด็นหลัก (ธีม) “ความเป็นธรรมด้านสุขภาพ โอกาสและความหวังอนาคตประเทศไทย” โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพทั่วประเทศที่เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ ณ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการ คอนเวนชันเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

นายภูมิธรรม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมีนโยบายสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี นำความปลอดภัย สร้างศักดิ์ศรี และนำความภาคภูมิใจมาสู่ประชาชนไทยทุกคน โดยเฉพาะการสร้างและพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและโรคอุบัติใหม่ รวมถึงสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพในระยะยาวให้เกิดความเท่าเทียมและเป็นธรรมของคนทุกกลุ่ม อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน พร้อมได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบสุขภาพแห่งชาติ ขึ้นเมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา

นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในส่วนของ คสช. ที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ยังคงมีบทบาทสำคัญในการดูแลด้านยุทธศาสตร์และนโยบายภายใต้คำว่าระบบสุขภาวะ ที่ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ คือ กาย จิต ปัญญา และสังคม พร้อมด้วยกลไกและเครื่องมือต่างๆ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะ หนึ่งในนั้นคือกิจกรรมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

“สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ถือเป็นกระบวนการที่ทุกภาคส่วนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อสร้างนโยบายสาธารณะ ที่นำไปสู่การตอบโจทย์แก้ไขปัญหาด้านสุขภาวะและคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนได้ ในขณะที่ประเด็นหลักของสมัชชาฯ ในช่วง 2 ปีนี้ ซึ่งมติต่างๆ มุ่งให้ความสำคัญไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม ยังนับว่ามีความสอดคล้องตรงกันกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ยึดเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน” นายภูมิธรรม กล่าว

ทั้งนี้ นายภูมิธรรม พร้อมด้วยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และเครือข่ายสมัชชาสุขภาพทั่วประเทศ ที่เข้าร่วมภายในงานยังได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ “สานพลังหน่วยงาน องค์กรภาคี เครือข่าย ร่วมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะสู่ความเป็นธรรมด้านสุขภาพและสังคม” โดยจะร่วมมือกันกับทุกภาคส่วนในสังคมให้เกิดเป็นพลังขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ทั้ง 3 มติ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในระบบสุขภาพให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

สำหรับกิจกรรมหลักของงานที่จัดขึ้นต่อเนื่องระหว่างวันที่ 21-22 ธ.ค. 2566 จะเป็นการร่วมกันพิจารณาระเบียบวาระสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16 รวม 3 มติ ประกอบด้วยมติที่ 1 “ระบบสุขภาวะทางจิตเพื่อสังคมไทยไร้ความรุนแรง” มีกรอบทิศทางนโยบาย (Policy Statement) ในการที่จะพัฒนาระบบสุขภาวะทางจิต ที่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนและทุกระดับของสังคม อันครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาทักษะสุขภาพจิตส่วนบุคคล พฤติกรรม วิถีชีวิต การเยียวยารักษา ไปจนถึงการออกแบบและพัฒนานโยบายที่เป็นไปตามหลักสากล ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และเอื้อต่อการมีสุขภาวะทางจิตที่ดีสำหรับทุกคนในประเทศไทย

มติที่ 2 “การส่งเสริมความเข้มแข็งกลไกการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่” มีกรอบทิศทางนโยบายในการที่จะส่งเสริมความเข้มแข็งกลไกการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม ในลักษณะหุ้นส่วนของภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และกลุ่มเครือข่าย โดยมีแผนบูรณาการกับ คณะกรรมการลุ่มน้ำ คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด องค์กรผู้ใช้น้ำ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนในระดับพื้นที่

มติที่ 3 “การส่งเสริมการพัฒนาประชากรให้เกิดและเติบโตอย่างมีคุณภาพ” มีกรอบทิศทางนโยบายในการที่จะพัฒนาเด็กให้เกิดและเติบโตเป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยการดำเนินการผ่าน 1. การสร้างแรงขับเคลื่อนทางสังคมครั้งใหญ่ให้เห็นถึงความสำคัญ 2. การมีนโยบายที่เป็นมิตรกับครอบครัว ที่เอื้อต่อการมีและดูแลบุตร 3. การนำแนวคิดชุมชนนำ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อกระบวนการเรียนรู้ในการเลี้ยงดูและพัฒนาเด็ก 4. การพัฒนาระบบสนับสนุนเพื่อเป็นฐานในการวางนโยบายที่มีประสิทธิภาพในระยะต่อไป

ด้าน นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า หัวใจสำคัญที่จะเกิดขึ้นจากเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ตลอดช่วงสองวันนี้ คือการรับรองฉันทมติและแสดงถ้อยแถลงเพื่อร่วมกันขับเคลื่อน 3 มติ ที่ล้วนเป็นนโยบายสาธารณะที่มุ่งตอบโจทย์ประเด็นปัญหาสำคัญของประเทศ ซึ่งปลายทางของมติเหล่านี้จะถูกนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรับทราบและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการตามบทบาทและหน้าที่ต่อไป

นพ.สุเทพ กล่าวว่า ในส่วนกิจกรรมของงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ช่วงวันที่ 21-22 ธ.ค.นี้ ยังมีไฮไลท์สำคัญอีกมากไม่ว่าจะเป็นการร่วมฟังปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Institutionalizing Social participation for Health and Well-being” โดย Ms.Saima Wazed ว่าที่ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEARO Regional Director Elect) และประธานมูลนิธิ Shuchona Foundation (SF)  ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “สานพลังรับมือสังคมสูงวัย ภารกิจร่วมของทุกคน” โดย นพ.อำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งจะมีการประกาศเจตนารมณ์และพิธีลงนามความร่วมมือ “การลดบริโภคเกลือและโซเดียมเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ (NCDs)” ระหว่างหน่วยงาน ภาคี และผู้ประกอบกิจการร้านอาหารด้วย
 
นอกจากนี้ภายในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 16 ยังมีกิจกรรมและนิทรรศการที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้งเวทีเสวนาและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่หลากหลายกว่า 15 หัวข้อ อาทิ ความมั่นคงทางอาหาร การใช้ยาอย่างสมเหตุผล ผังเมือง คนรุ่นใหม่ ระบบหลักประกันสุขภาพ การคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ การพัฒนาที่ยั่งยืน สุขภาวะทางจิต สังคมสูงวัย นวัตกรรมนโยบายสาธารณะ บุหรี่ไฟฟ้า สถานชีวาภิบาล เป็นต้น

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2749447

งานเคาต์ดาวน์ยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง "Thailand & Bangkok Countdown 2024"

22 ธ.ค. 2566 05:01 น.

งานเคาต์ดาวน์ยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง “Thailand & Bangkok Countdown 2024”

อย่าพลาด  –  ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา, วรรณภา เกียรติพงษา และ ศานนท์ หวังสร้างบุญ แถลงข่าวการจัด “Thailand & Bangkok Countdown 2024” งานเคาต์ดาวน์ยิ่งใหญ่ใจกลางเมือง โดยมี พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ และ ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

ระยะทางวัดฝีเท้าม้า งานยากลำบากวัดฝีมือคน หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…จากการที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เดินทางไปปฏิบัติภารกิจเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-ญี่ปุ่น ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ทั้งในการโชว์บทบาทในเวทีประชุม การเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน รวมทั้งการทำหน้าที่ “เซลส์แมนประเทศไทย” ในการดึงบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะ บริษัทผลิตรถยนต์ชั้นนำ หลายบริษัทให้เข้ามาขยายการลงทุนในประเทศไทย…ที่สำคัญ ยังได้จัดโรดโชว์ โครงการแลนด์บริดจ์ ที่เป็น อภิมหาโปรเจกต์ ของรัฐบาล โดยมี บริษัทชั้นนำ ของญี่ปุ่น เกือบ 30 บริษัท ให้ความสนใจร่วมรับฟัง ทั้งนี้ นายกฯเศรษฐา ได้เน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยริเริ่มโครงการจากศักยภาพที่เป็น ศูนย์กลางการค้าและการขนส่งของภูมิภาค ในอนาคตอาจจะเป็นศูนย์กลางการขนส่งอีกแห่งของโลก ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ใช้เส้นทาง ช่องแคบมะละกา ถือว่าเป็นช่องทางที่คับคั่งและแออัดมากที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เพราะมีการขนถ่ายสินค้าประมาณ 70.4 ล้านตู้ต่อปี และจากการคาดการณ์ในปี 2030 ปริมาณเรือจะเกินกว่าความจุของช่องแคบมะละกา และจะทำให้เกิดค่าเสียโอกาสระหว่างรอถ่ายเรือ…ประเทศไทยเห็นโอกาสในการ พัฒนาเส้นทาง ที่ช่วยบรรเทาผลกระทบ เพราะไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ใจกลาง คาบสมุทรอินโดจีน ที่สามารถพัฒนาการเชื่อมโยงระหว่าง มหาสมุทรแปซิฟิกและ มหาสมุทรอินเดีย เชื่อว่า โครงการแลนด์บริดจ์ เป็นเส้นทางเลือกที่สำคัญที่จะรองรับการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประหยัดและเร็วกว่า จึงเชิญชวนให้ ญี่ปุ่น ร่วมลงทุนใน โครงการขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค เพื่อความเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกัน… โชว์แผนอภิมหาโปรเจกต์ โน้มน้าวนักลงทุนได้เข้าเป้า
พณ.สั่งลุย  –  ภูมิธรรม เวชยชัย รมว.พาณิชย์ เปิด “พาณิชย์สั่งลุย!…ลดราคา New Year Mega Sale 2024” งานจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด จัดถึง 24 ธ.ค. โดยมี นภินทร ศรีสรรพางค์, กีรติ รัชโน และ วัฒนศักย์ เสือเอี่ยม มาร่วมงานด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.
ผ่านอาซ้อ  –  นิภาพรรณ สุขวิมล และ พิมพ์ จารุเศรนี ลงนามความร่วมมือโครงการสร้างอาชีพให้ครอบครัวตำรวจผ่านแฟรนไชส์ “อาซ้อคาเฟ่” โดยมี อาภาภรณ์ โกศลกุล, สุดถนอม กรรณสูต, ฤาชุตา บุญสูง และ พรรณภิลาศ พลธนะวสิทธิ์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สตช. วันก่อน.
  • ขณะที่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ได้สำทับว่า เหตุผลสำคัญที่โครงการแลนด์บริดจ์ ถือเป็นข้อได้เปรียบ คือ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโครงข่ายคมนาคมในไทยพัฒนาเชื่อมโยงกับ เครือข่ายการขนส่ง ของประเทศอื่นๆในภูมิภาค นอกจากนี้ โครงการแลนด์บริดจ์ เป็นการแก้ปัญหาความแออัดใน ช่องแคบมะละกา จากจำนวนเรือบรรทุกตู้สินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี สามารถจะช่วยลดระยะทาง ลดเวลา และลดต้นทุนการขนส่ง…โดยมีแผนการดำเนินโครงการ แบ่งเป็น 4 ระยะ เริ่มตั้งแต่ปี 2025-2040 รูปแบบการหาผู้มาลงทุนและดำเนินการจะเป็น การประมูลแบบนานาชาติ ระยะเวลาสัมปทาน 50 ปี เป็นสัญญาเดียว สำหรับ กลุ่มนักลงทุน ที่มาดำเนินการโครงการ ต้องมีศักยภาพ ประกอบด้วย สายการเดินเรือ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ผู้ประกอบการและบริหารท่าเรือ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และนักลงทุนภาคอุตสาหกรรม โดยไทยจะพัฒนาโครงการและพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน…รมต.สุริยะ ย้ำด้วยว่าจากการศึกษาความคุ้มค่า ผู้ลงทุนจะคืนทุนใน 24 ปี ยังไม่รวมผลตอบแทนจากด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น นิคมอุตสาหกรรม การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รวมถึง ธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ นักลงทุนญี่ปุ่นหลายรายคุ้นเคยในประเทศไทย โครงการนี้จะทำให้น่าลงทุนยิ่งขึ้นจากศักยภาพของประเทศไทยในการเป็น ศูนย์กลางขนส่งตู้สินค้าทางทะเลของภูมิภาค และเป็นศูนย์กลางแห่งหนึ่งของโลกในอนาคต…เมื่อมีมือบริหารที่เชี่ยวชาญ ด้านอุตสาหกรรม และ โลจิสติกส์ อย่าง รมต.สุริยะ มาเป็นแม่งานใหญ่ รับรองได้โครงการเดินหน้าแน่นอน
99 ขวบ  –  ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน จัดงาน Back to School และฉลองครบรอบ 99 ปี ร.ร.เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์ คอนแวนต์ โดยมี คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล, ผศ.ศิริพร มณีพันธ์, วรวรรณ คงปักไพศาล และ รศ.ดร.สุปราณี ขวัญบุญจันทร์ มาร่วมงานด้วย ที่ ร.ร.เซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ วันก่อน.
สดใสร่าเริง  –  ศุภานวิต เอี่ยมสกุลรัตน์ เปิดตัวต้นคริสต์มาส พร้อมประดับตกแต่งศูนย์การค้าฉลองเทศกาลแห่งความสุขต้อนรับปีใหม่ และเตรียมจุดพลุ 2024 นัดในคืนส่งท้ายปีเก่า โดยมี เปมิกา ภัทรกรกิจสกุล และ บงกช อรุณทัต มาร่วมงานด้วย ที่คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ วันก่อน.
  • อืม…กลายเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังจาก ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกย้ายสถานที่คุมขังจากใน เรือนจำ มาพักรักษาอาการป่วย ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ครบกำหนด 120 วัน ตามเกณฑ์ กรมราชทัณฑ์ ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ ทำให้มีการเคลื่อนไหววิพากษ์วิจารณ์ และการยื่นร้องเรียนองค์กรต่างๆให้มีการตรวจสอบการออกระเบียบของ กรมราชทัณฑ์ ที่อาจเข้าข่ายเอื้อประโยชน์เป็นการเฉพาะ …ร้อนถึง สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายก รัฐมนตรี ในฐานะอดีต รมว.ยุติธรรม ต้องออกมาชี้แจงกรณีถูกโยงว่าเกี่ยวข้องในการออกกฎกระทรวง ปี 2563 โดยระบุว่า พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ปี 2560 เป็นกฎหมายที่ออกมาในช่วงของรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ขณะที่ตนเองเข้ามาเป็น รมว.ยุติธรรม ในปี 2562 และได้ออกกฎกระทรวงเรื่องการจำแนก พฤติกรรม การรักษาพยาบาล ตลอดจนการเตรียมพร้อมก่อนปล่อยตัวผู้ต้องขัง ในปี 2563 โดยมีข้าราชการ อดีตข้าราชการ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หารือขอให้มี สถานที่คุมขังนอกเรือนจำ ทั้งกับ นักโทษ ผู้ต้องขัง หรือผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่ควรจะต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ จึงให้ปลัดกระทรวง และคณะทำงานกระทรวงยุติธรรมดำเนินการเรื่องนี้ แต่ยังไม่ทันเสร็จ ตนเองได้ลาออกจาก รมว.ยุติธรรม และเพิ่งเห็นการออกระเบียบในช่วงนี้…รองนายกฯสมศักดิ์ ยังย้ำถึงกรณีมีการตั้งข้อสงสัยว่ามีการเอื้อประโยชน์กับผู้ต้องขังรายใดรายหนึ่งหรือไม่ ยืนยันได้ว่าไม่ใช่ แต่เป็นกระบวนการยุติธรรมที่อยู่ใน กรอบสากล โดยการจำแนกผู้ต้องขัง และมีที่คุมขังนอกเรือนจำตามหลักสากล ต้องเป็นไปตามกระบวนการอย่างครบถ้วนตามเกณฑ์ และกรณี อดีตนายกฯทักษิณ ก็ถือว่าเข้าเกณฑ์ตามระเบียบใหม่ เพราะมีโทษไม่เกิน 4 ปี และเป็นโทษที่ไม่ได้เป็นภัยต่อสังคม จึงสามารถอยู่ในที่คุมขังได้ และเป็นโทษที่มีจำนวนน้อยกว่า 1 ปี โดยระเบียบนี้ใช้อย่างเท่าเทียมกับผู้ต้องขังทุกคนที่เข้าเกณฑ์…ถ้า ไม่มองด้วยอคติ คำชี้แจงก็ชัดเจนอยู่แล้ว จบข่าว
คริสต์มาส  –  ดร.พัชรา วีรบวรพงศ์ เปิดไฟต้นคริสต์มาส ประจำปี 2566 เพื่อต้อนรับการเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ โดยมี ชวลิต กาญจนเสวี, ไพฑูรย์ อำนวยวิทยากุล, วงศธร อรรถวิทยา และ ประพันธ์ หอมสุวรรณ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมปรินซ์ พาเลซ วันก่อน.
ปลายทางชีวิต  –  นพ.มนัส ฉายาวิจิตรศิลป์ เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ เรณู จินดา มารดาของ รวิวรรณ จินดา โดยมี เสรี วังส์ไพจิตร, ประดิษฐ์ สมดังเจตน์, อุเทน พรหมมินทร์ และ เบญจพล เชยอรุณ มาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดประชุมเผยแพร่ผลการศึกษาการคาดการณ์อนาคตการศึกษาทางเลือก ที่ห้องพระศิวะ โรงแรมอัศวินฯ 22 ธ.ค. 08.30 น.
  • ฌาปนกิจศพ เจือ ศรีสวัสดิ์ มารดา จิตติ ศรีสวัสดิ์ วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 22 ธ.ค. 17.00 น. 

“ธนูเทพ”

ฮามาสคุยแลกตัวประกันถ้ายิวถอยทัพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749692

ฮามาสคุยแลกตัวประกันถ้ายิวถอยทัพ

22 ธ.ค. 2566 10:23 น.

ฮามาสคุยแลกตัวประกันถ้ายิวถอยทัพ

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศเปิดเผยแถลงการณ์ของกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสความว่า จะไม่มีการเจรจาในประเด็นการแลกเปลี่ยนตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสคุมขังในฉนวนกาซากับนักโทษปาเลสไตน์ที่ถูกจับกุมไปรับโทษในเรือนจำอิสราเอล จนกว่ากองทัพอิสราเอลจะยุติปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่นายอิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำ ฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาส เดินทางไปกรุงไคโร อียิปต์ เพื่อหารือกับนายอับ คาเมล หัวหน้าหน่วยข่าวกรองของอียิปต์ ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในการเจรจาหยุดยิงรอบใหม่ระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ในฉนวนกาซาเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัลของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กลุ่มฮามาสได้ปฏิเสธข้อเสนอการหยุดยิงชั่วคราวระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งอิสราเอลเสนอหยุดการโจมตีในฉนวนกาซาเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน เพื่อแลกเปลี่ยนตัวประกันสตรีและผู้ป่วยชายที่ยังถูกกลุ่มฮามาสคุมขังในฉนวนกาซา 40 คน กับนักโทษปาเลสไตน์ที่รับโทษหนักในเรือนจำอิสราเอล ต่อมาสำนักข่าวบีบีซีรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์ว่า ในการเจรจาระหว่างนายฮานิเยห์กับตัวแทนจากอียิปต์สิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงใดเกิดขึ้น ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ยังรายงานด้วยว่า ผู้นำของกลุ่มติดอาวุธในปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นอีกกลุ่มที่จับตัวประกันอิสราเอลมาคุมขังในฉนวนกาซาจะเดินทางมาที่กรุงไคโร อียิปต์ เพื่อหารือข้อยุติความขัดแย้งในฉนวนกาซาเช่นกัน

สำหรับความคืบหน้าการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เพื่อโหวตรับร่างมติที่เสนอโดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เรียกร้องให้มีการระงับความรุนแรงระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาทันที เพื่อเปิดทางช่วยเหลือตัวประกันที่เหลือ ส่งความช่วยเหลือเพิ่มเติมเข้าสู่ฉนวนกาซา รวมถึงเพื่อให้มีการยุติความรุนแรงที่ยั่งยืนในพื้นที่ดังกล่าวได้เกิดความล่าช้าอีกครั้งทั้งที่ควรได้ข้อสรุปจากการลงมติในที่ประชุมตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. หลังก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของ UNSC ต้องการแก้ไขข้อความในร่างมติดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายหารืออย่างเข้มข้น เพื่อให้ได้มาซึ่งร่างมติที่สหรัฐฯ สามารถยอมรับได้

ด้านนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เผยต่อประเด็นนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการมั่นใจว่าเนื้อหาในมติจะเน้นไปที่การส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพิ่มเติมเข้าสู่ฉนวนกาซา และเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการกระทำใดที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งความช่วยเหลือดังกล่าว คาดว่าจะมีการลงมติในที่ประชุมในช่วงเช้าของวันที่ 21 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ.

เหยื่อแผ่นดินไหวจีนยังสูญหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749691

เหยื่อแผ่นดินไหวจีนยังสูญหาย

22 ธ.ค. 2566 10:20 น.

เหยื่อแผ่นดินไหวจีนยังสูญหาย

สื่อท้องถิ่นจีนรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ภัยพิบัติในมณฑลกานซูและ มณฑลชิงไห่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน หลังเผชิญแผ่นดินไหว 6.2 แมกนิจูด เมื่อคืนวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา และทางการได้ยกเลิกปฏิบัติการค้นหาเหยื่อผู้ประสบภัยไปแล้ว เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นส่งผลให้ความเป็นไปได้ที่จะพบผู้รอดชีวิตต่ำลง โดยเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ทางการมณฑลชิงไห่ยืนยันว่ายังคงมีผู้ประสบภัยสูญหายอย่างน้อย 12 คน แต่มิได้เปิดเผยว่าจะมีการค้นหาเพื่อช่วยเหลือผู้สูญหายหรือไม่ ส่วนยอดผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ 135 ศพ

ขณะที่ทางการมณฑลกานซูระบุว่าไม่มีผู้สูญหาย แต่อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายกว่า 207,000 แห่ง ในจำนวนนี้พังถล่มกว่า 15,000 แห่ง ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 145,000 คน อย่างไรก็ตาม กระทรวงบริหารจัดการภัยพิบัติของจีนเปิดเผยว่า สิ่งของบรรเทาทุกข์กว่า 135,000 ชิ้น ได้เข้าถึงพื้นที่ประสบภัยในมณฑลกานซูและชิงไห่แล้ว โดยมีทั้งเต็นท์ผ้าฝ้าย ฟูกนอนแบบม้วน ผ้าห่ม เครื่องทำความร้อน สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุด้วยว่า ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจีนต่างกังวลเรื่องผู้สูญหาย เนื่องจากอุณหภูมิในพื้นที่อยู่ที่ประมาณ -10 องศาเซลเซียส.

เยเมนขู่สหรัฐฯ คิดให้ดีก่อนรุกราน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2749690

เยเมนขู่สหรัฐฯ คิดให้ดีก่อนรุกราน

22 ธ.ค. 2566 10:16 น.

เยเมนขู่สหรัฐฯ คิดให้ดีก่อนรุกราน

มีแนวโน้มมากขึ้นว่าประเทศเยเมนในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังจะตกเป็นเป้าการโจมตีของชาติตะวันตก หลังสถานการณ์ความขัดแย้งอิสราเอล-ฉนวนกาซาได้ทำให้กลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมนร่วมผสมโรงยิงจรวดโจมตีและส่งนักรบบุกยึดเรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลตามเส้นทางเข้าออกทะเลแดง และต่อมาสหรัฐฯและกลุ่มพันธมิตรชาติตะวันตกตัดสินใจป้องปรามด้วยการทยอยส่งกองเรือรบเข้าไปรายล้อมเยเมน ซึ่งรวมทั้งกองเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ดไวท์ ดี. ไอเซนฮาวเออร์ และเรือสนับสนุนการยกพลขึ้นบกรุ่นต่างๆ

ทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ว่า พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนปฏิบัติการ “ผู้พิทักษ์ความเจริญรุ่งเรือง” (Prosperity Guardian) ซึ่งมีชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เข้าร่วม 8 ประเทศ ประกอบด้วยสหรัฐฯ อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลี นอร์เวย์ และสเปน โดยจะทำการลาดตระเวนในพื้นที่เปราะบาง เพื่อสกัดกั้นและตอบโต้การโจมตีใดๆ ของกองกำลังติดอาวุธกลุ่มฮูตี

ขณะที่นาย อับเดล มาเลค อัล-ฮูตี ผู้นำกลุ่มฮูตี ประกาศกร้าวผ่านการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ว่า หากสหรัฐฯเลือกที่จะโจมตีเยเมน เราก็จะโจมตีกองเรือและผลประโยชน์ของสหรัฐฯด้วยจรวด โดรน และปฏิบัติการทางทหารอื่นๆ สหรัฐฯควรคิดให้ดีหากจะส่งทหารเข้าเยเมน เพราะจะเสียหายหนักยิ่งกว่าสมรภูมิอัฟกานิสถานหรือเวียดนาม.