ชนะเลิศ BEST ถอดบทเรียน IT

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775807

ชนะเลิศ BEST ถอดบทเรียน IT

ชนะเลิศ BEST ถอดบทเรียน IT

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางนุชสรา ทองดอนคำ รองผู้อำนวยการเขตสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 2 รับโล่รางวัลชนะเลิศ ระดับประเทศ การถอดบทเรียน BEST PRACTICE ประเภทผู้รับผิดชอบโครงการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุจริต การประเมิน ITA ONLINE ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 “เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาด้วย PLK 2 MODEL” เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรมเอวาน่า กทม.

จุฬาฯ-อาลีบาบา คลาวด์ เปิดตัว ศูนย์ฝึกอบรมแห่งแรกของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775810

จุฬาฯ-อาลีบาบา คลาวด์ เปิดตัว  ศูนย์ฝึกอบรมแห่งแรกของโลก

จุฬาฯ-อาลีบาบา คลาวด์ เปิดตัว ศูนย์ฝึกอบรมแห่งแรกของโลก

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับอาลีบาบา คลาวด์ เปิดตัว Alibaba Cloud Academy Skills Center ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมของอาลีบาบา คลาวด์ แห่งแรกในโลก ตั้งอยู่ ณ สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีเป้าหมายในการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้มีความสามารถรุ่นใหม่ในประเทศไทย เปิดโอกาสให้นิสิตจุฬาฯ และประชาชนทั่วไป เข้าถึงหลักสูตรอบรมที่หลากหลายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เริ่มด้วยการอบรมด้าน Generative AI ตามด้วยคลาวด์คอมพิวติ้ง

นอกจากงานฝึกอบรมแล้วศูนย์นี้ยังมีบทบาทเสมือนแพลตฟอร์มสำหรับการสรรหาบุคลากรเชิงกลยุทธ์ โดยมีการนำเสนอโอกาสในการทำงานประจำและโอกาสฝึกงานในด้านต่างๆ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอาลีบาบาคลาวด์ ในการพัฒนาและบ่มเพาะผู้มีความสามารถในท้องถิ่น พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานในระดับภูมิภาค

‘เอกชน’ หวั่นความผันผวนโลกกระทบธุรกิจกังวล ‘เด็กเกิดน้อย-กฎระเบียบรัฐแข็งตัว’มธ. ชูบทบาท ‘มหา’ลัย’ ร่วมคลุกวงในแก้ปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775902

‘เอกชน’ หวั่นความผันผวนโลกกระทบธุรกิจกังวล ‘เด็กเกิดน้อย-กฎระเบียบรัฐแข็งตัว’มธ. ชูบทบาท ‘มหา’ลัย’ ร่วมคลุกวงในแก้ปัญหา

‘เอกชน’ หวั่นความผันผวนโลกกระทบธุรกิจกังวล ‘เด็กเกิดน้อย-กฎระเบียบรัฐแข็งตัว’มธ. ชูบทบาท ‘มหา’ลัย’ ร่วมคลุกวงในแก้ปัญหา

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 20.11 น.

‘เอกชน’ หวั่นความผันผวนโลกกระทบธุรกิจกังวล ‘เด็กเกิดน้อย-กฎระเบียบรัฐแข็งตัว’มธ. ชูบทบาท ‘มหา’ลัย’ ร่วมคลุกวงในแก้ปัญหา

ตัวแทนธุรกิจเอกชนชั้นนำ ร่วมอภิปรายสถานการณ์-ปัญหาเศรษฐกิจไทยเนื่องใน “วันธรรมศาสตร์” 10 ธ.ค. สะท้อนปัญหาด้านทรัพยากร-โครงสร้างประชากร พร้อมจำนวนแรงงานที่ยังไม่สอดคล้องความต้องการ ย้ำอุปสรรคด้านกฎหมาย-กฎระเบียบของรัฐ จำเป็นต้องลดความซับซ้อน ด้าน “ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์” ยันบทบาทมหาวิทยาลัยต้องมีส่วนเข้าไปแก้ไข ตอบโจทย์อุตสาหกรรม-ช่วยขับเคลื่อนประเทศ

นายพิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) เปิดเผยในการอภิปรายหัวข้อ “ทิศทางเศรษฐกิจไทย ในยุคดิจิตอล” ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในวันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม 2566 ณ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยระบุตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันแม้สถานการณ์ของโลกจะอยู่ในความยุ่งเหยิง ซับซ้อน และไม่แน่นอน แต่หนึ่งในสิ่งที่แน่นอนคือจำนวนทรัพยากรบนโลกที่ร่อยหรอน้อยลงทุกวัน เมื่อหารเฉลี่ยต่อจำนวนประชากรที่มีมากขึ้นหลายเท่าจากในอดีต

“อย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือสมัยก่อนพ่อมีลูก 8 คนยังเลี้ยงได้ แต่คนรุ่นหลังแค่มีลูกคนเดียวยังแทบตาย ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ประเมินได้บนความไม่แน่นอน คือทิศทางของอนาคตที่จะอยู่บนการแย่งชิงฐานทรัพยากร และพยากรณ์ได้ว่ามนุษย์จะลำบากขึ้นอย่างแน่นอน” นายพิชัย ระบุ

นายพิชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตามแม้จำนวนการบริโภคจะเพิ่มขึ้น แต่กำลังการผลิตของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะฝั่งเอเชียก็เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากด้วยเช่นกัน ซึ่งจะทำให้ธุรกิจที่แข่งขันในเชิงการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และการใช้เทคโนโลยีจะน่ากลัวมากขึ้น ขณะเดียวกันท่ามกลางภูมิทัศน์การเมืองโลกที่มีการแบ่งขั้ว การกีดกันการค้า ตลอดจนกระแสของการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม หรือสิทธิมนุษยชนต่างๆ เหล่านี้จึงเป็นโจทย์ที่เราจะต้องนำมาคิดและปรับตัว

นายพิชัย กล่าวอีกว่า ไทยในฐานะที่เป็นประเทศขนาดเล็กคงจะต้องวางตัวและเดินตามกระแสเหล่านี้ ในขณะเดียวกันก็ควรจะต้องพึ่งพากำลังการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งเป็นบทเรียนที่เห็นได้จากสถานการณ์โควิด-19 ควบคู่ไปกับการปรับปรุงโครงสร้างการผลิตที่เพิ่มความทันสมัย พร้อมกันนั้นก็จะต้องลดข้อจำกัดต่างๆ เช่น กฎหมาย กฎระเบียบบางอย่างที่เก่ามาก และบางอันก็ขัดกันเอง ซึ่งทำให้คนทำธุรกิจมีความยากลำบาก

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ภาคธุรกิจเผชิญในปัจจุบัน คือความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในหลากหลายมิติ และไม่มีสูตรตายตัวอีกต่อไปว่าทำสิ่งใดแล้วจะประสบผลสำเร็จ โดยเฉพาะบทเรียนสำคัญจากช่วงโควิด-19 คือไม่มีใครทราบได้ว่าสถานการณ์จะเป็นไปอีกนานเท่าไร จึงแสดงให้เห็นว่าเราไม่สามารถมีแผนธุรกิจเดียวได้ แต่จำเป็นจะต้องมีแผนสำรองถัดไปเตรียมเอาไว้ด้วย

นางศุภจี กล่าวว่า ขณะเดียวกันในโลกธุรกิจก็มีความทับซ้อนกันมากยิ่งขึ้น จนไม่มีอุตสาหกรรมใดที่จะอยู่รอดปลอดภัยไปได้ตลอด ตัวอย่างเช่นธนาคาร ปัจจุบันไม่ได้แข่งขันกับธนาคารด้วยกันเองเท่านั้น แต่ยังมีผู้เล่นใหม่ๆ ในสายเทคโนโลยี หรือแม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อที่เข้ามาเป็นคู่แข่งด้วย รวมไปถึงอีกปัญหาสำคัญในขณะนี้คือความขัดแย้งทางความคิด ที่มีความแตกต่างกันระหว่างคนหลากหลายเจนเนอเรชั่น อันเป็นสิ่งที่หลายองค์กรพบเจอในปัจจุบัน

“ภาคธุรกิจไทยยังเจอกับแรงกดดันต่างๆ เช่น ภูมิทัศน์ของโลกที่ปัจจุบันมีแนวคิดเปลี่ยนจากโลกาภิวัฒน์ กลับมาสู่การพึ่งพาตนเองมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และการเข้าสู่สังคมสูงวัย ที่จะทำให้มีคนเข้าสู่ระบบแรงงานน้อยลง แต่ขณะเดียวกันก็มีความไม่สอดคล้องกันระหว่างทักษะที่ภาคธุรกิจต้องการ กับปริมาณแรงงานที่ถูกผลิตออกมาด้วย ซึ่งตรงนี้อาจต้องพึ่งมหาวิทยาลัยในการช่วยผลิตคน หรือให้ข้อเสนอแนะแก่ภาคส่วนต่างๆ ในฐานะสถาบันวิชาการ” นางศุภจี ระบุ

นางศุภจี ยังกล่าวอีกว่า แม้จะเผชิญกับแรงกดดันต่างๆ แต่ก็ยังมีโอกาสหากทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกันผลักให้เศรษฐกิจไทยพัฒนาต่อไปได้ จึงอยากฝาก 6 ข้อเสนอถึงรัฐบาล ที่ประกอบด้วย “3 สร้าง” ได้แก่ สร้าง Branding ประเทศไทย เช่นการเข้าสู่ตลาดพรีเมียมมากขึ้น, สร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยว, สร้างมาตรฐานยกระดับแรงงาน ผนวกกับ “2 กระตุ้น” คือ กระตุ้นประสิทธิภาพ เช่นให้สิทธิประโยชน์ภาคธุรกิจมากขึ้น, กระตุ้นความยั่งยืน และ “1 ลด” คือ ลดความซับซ้อน โดยเฉพาะกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ

ด้าน ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากมุมมองของตัวแทนภาคธุรกิจเอกชนชั้นนำในครั้งนี้ ทำให้ได้พบถึงภาพปัญหาที่เห็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาโครงสร้างประชากร หรือความซ้ำซ้อนยุ่งยากของกฎระเบียบต่างๆ เป็นต้น ขณะเดียวกันก็พบว่ายังมีอีกหลายเรื่องซึ่งเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องเข้าไปมีบทบาท

“ตัวอย่างเช่น ปัญหาความไม่ได้สมดุลของตลาดแรงงาน ที่สถาบันการศึกษาไม่ได้ผลิตคนตามความต้องการของตลาด ผลิตได้มากแต่ตลาดไม่ต้องการ หรือที่ตลาดต้องการกลับมีไม่เพียงพอ รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานของทรัพยากรบุคลากรที่ป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องได้รับการยกระดับมาตรฐาน ที่มหาวิทยาลัยจำเป็นจะต้องทำมากขึ้น และยังรวมไปถึงบทบาทการวิจัยและพัฒนาในด้านต่างๆ” ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ระบุ

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวว่า จากมุมมองอันมีค่าของภาคธุรกิจนี้ ถือเป็นพันธกิจที่สำคัญของมหาวิทยาลัยไทย และถึงเวลาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เองจะต้องเดินหน้าพูดคุยกับภาคธุรกิจเอกชนอย่างจริงจัง เพื่อนำมุมมองข้อเสนอที่ได้มาปรับปรุงหลักสูตร พัฒนากระบวนการเรียนรู้ เพื่อให้สามารถผลิตทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์อุตสาหกรรม และช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจที่จะยกระดับการพัฒนาของประเทศต่อไปได้

‘สพฐ.’ตั้งอนุกรรมการฯ 7 คณะ ลุยแก้หนี้ครูกองโต 9 แสนราย 1.4 ล้านล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775814

'สพฐ.'ตั้งอนุกรรมการฯ 7 คณะ ลุยแก้หนี้ครูกองโต 9 แสนราย 1.4 ล้านล้าน

‘สพฐ.’ตั้งอนุกรรมการฯ 7 คณะ ลุยแก้หนี้ครูกองโต 9 แสนราย 1.4 ล้านล้าน

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 16.35 น.

สพฐ.เอาจริงรุดแก้หนี้ครู 9 แสนราย ตั้งอนุกรรมการฯ 7 คณะ คืนศักดิ์ศรีให้ครูกลับมายิ้มได้

วันที่ 18 ธันวาคม 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานเปิดการประชุมพร้อมมอบนโยบายแก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 245 เขตทั่วประเทศ กรณีการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมี นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา สพฐ. เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม สพฐ. 2 กระทรวงศึกษาธิการ ควบคู่กับการประชุมผ่านระบบ Video Conference

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญการแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนอย่างเป็นระบบ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล) มีนโยบายให้ สพฐ. หาแนวทางผ่อนคลายภาระหนี้สิน เพื่อสร้างความสุขแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะแหล่งข้อมูลหนี้สินครูที่ใหญ่ที่สุดของ ศธ.  อยู่ที่ สพฐ. ดังนั้นในวันนี้จึงได้เชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มาประชุมหารือและมอบแนวทางการดำเนินงานแก่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต ทั่วประเทศ “

เพื่อขับเคลื่อนมาตรการลดภาระหนี้สิน เลขาธิการ กพฐ. ได้มอบหมายสถานีแก้หนี้ระดับเขตพื้นที่ สำรวจสภาพหนี้และจัดกลุ่มครูตามภาระหนี้สิน เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มสีแดง หรือ กลุ่มวิกฤตคือ ผู้ที่เหลือเงินเดือนไม่ถึง 30% หลังจากหักการชำระหนี้ และกำลังถูกฟ้องร้องดำเนินคดี  โดยเลขาธิการ กพฐ.ได้เน้นย้ำให้ทุกเขตพื้นที่ เร่งช่วยเหลือเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อชะลอการดำเนินการทางกฎหมายและหาแนวทางบริหารจัดการหนี้ต่อไป 2.กลุ่มสีเหลืองคือ กลุ่มที่เหลือเงินเดือนไม่ถึง 30% มีแนวโน้มจะเป็นหนี้วิกฤต ให้มีการปรับโครงสร้างหนี้ ควบคุมยอดหนี้ และ 3.กลุ่มสีเขียวคือ กลุ่มครูที่มีหนี้เล็กน้อย ถึงไม่มีหนี้สิน

“ในเชิงการป้องกัน ได้เน้นย้ำผู้บังคับบัญชา ทั้ง ผอ.เขตพื้นที่ และ ผอ.โรงเรียน ให้ตรวจสอบสภาพหนี้สินครูก่อนมีการอนุมัติกู้ในระบบต่างๆ เพื่อคงสภาพของกลุ่มสีเขียวและกลุ่มสีเหลืองเอาไว้ เพื่อให้ครูและบุคลากรทุกคนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ทั้งนี้ ให้เรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูเป็นตัวชี้วัดของสถานีแก้หนี้ระดับเขตพื้นที่ฯ และจะมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด เป็นรายเดือนต่อไป” ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าว

ทางด้าน นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย โดยมี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และมี รองเลขาธิการ กพฐ. ร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อวิเคราะห์ปัญหา จัดทำแนวทางแก้ไขสถานการณ์หนี้ของประชาชนทั้งประเทศ

ทั้งนี้ จากการประชุมหารือคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ที่ประชุมเสนอแนวทางแก้ไขหนี้กลุ่มข้าราชการ ในเบื้องต้น ดังนี้

1) ตระหนักถึงปัญหาความซับซ้อนของหนี้ข้าราชการครู จำนวน 900,000 ราย มูลหนี้ 1.4 ล้านล้านบาท 2) กำหนดให้มีเงินเหลือเพื่อดำรงชีพอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่น้อยกว่า 30% ของเงินเดือน โดยภายในเดือนมกราคม 2567 จะต้องมีการดำเนินการเบื้องต้นที่ชัดเจน เช่น ลดอัตราดอกเบี้ย/ปรับจำนวนงวดให้ยาวขึ้น ไม่เกินอายุ 75 ปี และ3) กำชับมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการดำเนินงานของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการเพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ. 2551 และ 4) ขยายผลจาก ข้อ 1-3 ไปยังหนี้นอกระบบ

“เพื่อเป็นการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูฯ อย่างเป็นรูปธรรม สอดรับกับแนวทางของคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ซึ่งเป็นคณะกรรมการระดับชาติ  สพฐ. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีคณะอนุกรรมการฯ ย่อย อีก 7 คณะ เพื่อให้การปฏิบัติงานครอบคลุมทุกมิติ และขอให้สถานีแก้หนี้ครูร่วมปฏิบัติงานที่สำคัญนี้กับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา สพฐ. เพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายในการทำให้คุณภาพชีวิตของบุคลากรในสังกัดดีขึ้นต่อไป” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

กสศ. แอ็คชั่นเอด และเครือข่ายโรงเรียนเล็กทั่วประเทศ ยื่นข้อเสนอ ศธ.เปลี่ยนสูตรจัดสรรงบ เพิ่มคุณภาพ ลดเหลื่อมล้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775798

กสศ. แอ็คชั่นเอด และเครือข่ายโรงเรียนเล็กทั่วประเทศ  ยื่นข้อเสนอ ศธ.เปลี่ยนสูตรจัดสรรงบ เพิ่มคุณภาพ ลดเหลื่อมล้ำ

กสศ. แอ็คชั่นเอด และเครือข่ายโรงเรียนเล็กทั่วประเทศ ยื่นข้อเสนอ ศธ.เปลี่ยนสูตรจัดสรรงบ เพิ่มคุณภาพ ลดเหลื่อมล้ำ

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.35 น.

กสศ. แอ็คชั่นเอด และเครือข่ายโรงเรียนเล็กทั่วประเทศ  ยื่นข้อเสนอ ศธ.เปลี่ยนสูตรจัดสรรงบ เพิ่มคุณภาพ ลดเหลื่อมล้ำ ทำได้ใน 1 ปีงบประมาณ  ขณะที่รมว.ศธ. ให้กสศ.รวบรวมข้อมูลปัญหา-ทางออกเพื่อร่วมกันทำงานต่อ พร้อมย้ำความสำคัญโรงเรียนของชุมชน

ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ สหภาพยุโรป มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย สมาคมไทบ้าน เครือข่ายโรงเรียนปลายทางครูรักษ์ถิ่น  ชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงและห่างไกล จัดเวทีขับเคลื่อนนโยบาย“ยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ห่างไกล ความเสมอภาคที่เป็นจริงได้” ณ ห้อง Grand hall 1 โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

โดยมีผู้อำนวยการ ครูจากโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศเข้าร่วม กว่า 100  แห่ง เพื่อยื่นข้อเสนอทางออกการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษาให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กซึ่งมีราว เกือบ50 % ของโรงเรียนทั้งประเทศ ครอบคลุมผู้เรียนเกือบ 1 ล้านคน  โดยมีพลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)  ร่วมรับฟังตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมง และรับข้อเสนอจากเครือข่ายไปทำงานต่อตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข”

พลตำรวจเอกเพิ่มพูน กล่าวว่า มาร่วมงานนี้ เพื่อที่จะมารับฟังปัญหาจากทุกฝ่าย ซึ่งทราบดีว่า ครูและหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาร่วมงาน มีความตั้งใจ ที่จะช่วยสร้างแนวทางที่จะให้โรงเรียนและชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถปรับตัว ได้อย่างเท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้อง กับนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของกระทรวงศึกษาธิการ

“ผมเชื่อว่าครูคือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ และผมยึดหลักว่า จะต้องไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว จึงเดินทางมาที่นี่เพื่อที่จะมารับฟังว่า แต่ละฝ่ายจะเสนอให้ปรับปรุงอะไร มีทรัพยากรอะไรที่กระทรวงศึกษาธิการจะช่วยโรงเรียนขนาดเล็กในแต่ละพื้นที่ได้ ผมจะไม่ใช่ผู้ที่มีบทบาทไปเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะบทบาทการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ เป็นหน้าที่ของพวกท่าน เป็นหน้าที่ของครูจากพื้นที่ต่างๆ ที่จะช่วยกันเสนอแนวทางแก้ปัญหานี้  แต่สิ่งที่ผมอยากเห็น คืออยากให้ครูมีหัวใจ ช่วยเด็กๆ ให้มีความรู้ มีคุณธรรม

สิ่งที่อยากเห็นจากการจัดงานนี้ คือ ขอให้ กสศ. สรุปประเด็นสำคัญจากการวิจัยและเวทีวันนี้  สะท้อนทั้งปัญหาและทางออกมาให้กระทรวงศึกษาธิการนำมาพิจารณาและนำไปช่วยกันทำงาน” พลตำรวจเอกเพิ่มพูนกล่าว

 ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวถึงประเด็นข้อเสนอนโยบาย ว่า มีข้อเสนอนโยบาย 4 ประเด็น  สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่เรียกว่า  Stand Aloneหรือ protected school   ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กบนเกาะ บนดอย ไม่สามารถยุบและควบรวมได้ตามมติคณะรัฐมนตรี เนื่องจากในรัศมี 6 กิโลเมตร ไม่มีโรงเรียนอื่นในประเทศมีประมาณ 1500 แห่ง  บางโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติ /เขตป่าสงวนต้องการการดูแลสนับสนุน โรงเรียนเหล่านี้เป็นความหวังเดียวในพื้นที่นั้นที่จะมีการศึกษา  ถ้าเราสามารถสนับสนุนให้โรงเรียนเหล่านี้จัดการศึกษาต่อไปได้ ความหวังก็จะยังมีอยู่ในชุมชน  

1.เรื่องคน ปัญหาที่ครูไม่ครบชั้น ไม่ครบสาระวิชา เป็นปัญหาเรื้อรังเป็นปัญหาที่โรงเรียนเหล่านี้ไม่มีบุคลากรที่ยืนระยะอยู่ได้  อย่างเต็มที่    กสศ.ทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุดมศึกษา พัฒนาโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เฟ้นหาครูจากพื้นที่  ผู้ที่อยากเป็นครูของชุมชน ให้มาเรียนเป็นครู และกลับไปบรรจุในพื้นที่ ปัญหาการโยกย้ายก็จะไม่เกิดขึ้น  นี้เป็นครั้งแรกที่สถาบันผลิตและพัฒนาครู  19 แห่งทั่วประเทศ ร่วมกับพัฒนาเรื่องนี้  และ หลังจากครูรัก(ษ์)ถิ่นบรรจุ  สถาบันอุดมศึกษาทั้ง19 แห่ง จะติดตามเพื่อสนับสนุนครูเหล่านี้ในชุมชนต่อไปอีก 6 ปี  เป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเรื่องของคน ที่ภาคอุดมศึกษาเข้ามาสนับสนุนการศึกษาขั้นพื้นฐานตรงนี้ได้เพิ่มขึ้น  

ในปีการศึกษา 2567 จะมีครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นแรกจำนวน 327 คน กระจายตัวไปยังโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร จำนวน 284 แห่ง ใน 224 ตำบล    44 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค  ในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า   จะสามารถผลิตครูรักษ์ถิ่นได้ 1,500 คน  จากนี้ กสศ. จะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายให้ครอบคลุมการผลิตครูในสาขาที่ขาดแคลนในประเทศ เช่น ครูการศึกษาพิเศษ  

2.งบประมาณ

เมื่อเราผูกทุกอย่างไปกับจำนวนเด็ก ทำให้งบประมาณที่แต่ละโรงเรียนได้รับ ไม่สอดคล้องต่อบริบทของโรงเรียนขนาดเล็ก เหมือนร้านอาหาร ที่เปิดบริการปุ๊บก็เจ๊งแล้ว สูตรจัดสรรงบประมาณต้องปรับเปลี่ยน  ทำให้สูตรนั้นนอกจากคำนวนตามหัวหรือจำนวนเด็ก แต่ต้องมีเรื่องระยะทาง ความห่างไกล ชดเชยความทุรกันดารด้วย    จะทำให้ทรัพยากรไปที่โรงเรียนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ กระทรวงศึกษาอาจจะไม่ต้องใช้เงินเพิ่มแม้แต่บาทเดียว เพราะถ้าสูตรเปลี่ยน จะขยับเงินจากโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่ได้เงินรายหัวเกินกว่าความจำเป็นที่ต้องมี หมุนไปสู่โรงเรียนขนาดเล็กได้  ด้วยการปรับสูตรเช่นนี้ เงินไม่ต้องเพิ่ม แต่เราจะลดความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรทรัพยากรการศึกษาภายในระยะเวลา 1 ปีงบประมาณก็ทำได้แล้ว   สูตรนี้มีตัวอย่าง กสศ. ทำงานวิจัยกับหลายหน่วยงาน เช่น  กสศ.เตรียมสูตร Equity-based budgeting  ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  สามารถสนับสนุนสูตรนี้ให้กระทรวงศึกษา และสำนักงบประมาณได้ว่า ถ้าเป็นโรงเรียนที่มีความต้องการพิเศษ โรงเรียนห่างไกลทุรกันดาร จะต้องใช้สูตรจัดสรรงบประมาณอย่างไร  

นอกจากการปรับสูตรเงินอุดหนุนรายหัวแล้วยังมีสูตรงบประมาณในเรื่องของเงินลงทุน  กสศ.มีการทำงานวิจัยกับธนาคารโลก เรียกว่า Fundamental School Quality Level: FSQL  และใช้เงินบริจาคในการอัพเกรดโรงเรียน ตอนนี้ทำแล้วที่ราชบุรี เพื่อให้โรงเรียนสามารถอัพเกรดด้วยสูตรใหม่ สูตรนี้จะมีมาตรฐานคุณภาพขั้นต่ำ    โครงสร้างอาคาร บุคลากร การจัดการเรียนการนสอน ด้วยสูตรนี้ งบลงทุนด้านการศึกษา สามารถจัดสรรให้โรงเรียนสามารถมีทรัพยากรเพียงพอ ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเสมอภาค และมีคุณภาพได้  มีโครงสร้างพื้นฐานภายในโรงเรียนที่ดี และมีครูที่เพียงพอต่อนักเรียน

ข้อเสนอการปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณ ทั้งสองข้อนี้  ครอบคลุมงบประมาณส่วนใหญ่ของกระทรวงศึกษาเกือบทั้งหมด กว่า 80-90%  ทั้งเรื่องของคน 60% เรื่องเงินอุดหนุนอีก 10%  อีก 10% คือเรื่องของเงินลงทุน 

3.นวัตกรรมการเรียนการสอน

โรงเรียนขนาดเล็ก จะคาดหวังให้มีครูครบชั้นในระยะเวลาอันสั้นคงเป็นไปได้ยาก จำเป็นต้องมีนวัตกรรมที่เรียกว่า Multi-age classroom  เด็กไม่จำเป็นต้องอายุเท่ากันที่จะเรียนในชั้นเรียนเดียวกันได้  อาจจะผสมเด็กช่วงวัย 6-9 ขวบ อยู่ในห้องเรียนเดียวกัน และครูสามารถมีนวัตกรรมการสอนคละชั้น  หลายประเทศที่มีภาวะทุรกันดารห่างไกล เช่น นิวซีแลนด์ใช้กระบวนการนี้มาหลายสิบปีแล้ว ทุกคณะศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์ ต้องสอนให้ครูสามารถ สอน  Multi- Age classroom เป็น

นอกจากนี้ต้องมีการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี เข้ามาส่งเสริมให้ครู ผู้เรียนสามารถใช้การเรียนการสอน กับเทคโนโลยีปัจจุบันได้ อินเทอร์เน็ต แล็บทอป  เชื่อมโยงโลกเราทั้งใบเข้าไปอยู่ในห้องเรียนนี้ได้ จะทำให้ห้องเรียนสามารถเป็น smart class room ในอนาคตได้  ยังมีนวัตกรรมอีกมากมายที่จะทำตรงนี้ได้

4.การเชื่อมโยงชุมชน

ปวงชนเพื่อการศึกษา all for education เช่นเดียวกับนโยบายรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน ความฝันของชุมชนคือ อยากให้ลูกหลานมีการเรียนรู้ที่ดี เป็นอนาคตของพื้นที่ ของชุมชน  เราต้องชวนชุมชนให้มีส่วนร่วม จัดการศึกษาในโรงเรียนตั้งแต่วันนี้ ทำอย่างไรให้ภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น ปราชญ์ชาวบ้าน  ซึ่งมีตัวอย่างที่ราชบุรีรวมถึงจังหวัดอื่นๆ    

สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่ใช่ protected school ดร.ไกรยส กล่าวว่า   ถ้าเราอยากจะเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างเราควรมาร่วมกันเปลี่ยนโจทย์โรงเรียนขนาดเล็กเพื่อเปลี่ยนอนาคตของโรงเรียนกลุ่มนี้ เช่น เป็นเรื่องปฏิเสธไม่ได้ ว่าคนไทยไม่ว่าช่วงวัยไหนไม่ควรหยุดพัฒนา สามารถพัฒนาได้ตลอดเวลา คนในชุมชน เด็กปฐมวัย ผู้สูงอายุ วัยแรงงาน ล้วนได้ประโยชน์จากการพัฒนาตนเองที่โรงเรียน เราอาจเปลี่ยนโรงเรียนเล็ก เป็นศูนย์เรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ทุกช่วงวัย สอดคล้องกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต  พ.ศ.2566 ที่ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ กำลังมีการขยายพื้นที่การทำงาน 

ถ้าเปลี่ยนได้เป็นการจัดการเรียนรู้ทุกช่วงวัย หลายหน่วยงานจะเข้ามาสนับสนุนโรงเรียนได้ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จะร่วมต่อท่อให้ทรัพยากรเหล่านี้เข้ามาอยู่ที่โรงเรียนได้   เพื่อให้โรงเรียนได้รับการดูแล พัฒนา เป็นพื้นที่เรียนรู้ของชุมชนได้ อย่างแท้จริงยั่งยืน ผู้ปฏิบัติหน้าที่ก็ปรับเปลี่ยนโจทย์นอกจากจัดการเรียนการสอนให้แก่เด็กแล้ว สามารถทำในภารกิจอื่นได้เช่นกัน  

ผู้จัดการ กสศ.กล่าวว่า นอกเหนือจากปรับโจทย์คือการปรับระเบียบ ตนเองลงพื้นที่หลายปี ผู้นำท้องถิ่น เช่น นายก อบจ. นายกเทศบาล อยากจะจัดสรรเงินท้องถิ่น  มาให้โรงเรียนแต่ติดเงื่อนไข ที่สตง.ตรวจ และจะให้คืนเงิน ผอ.หลายท่าน ก็ทำการบ้าน ต้องทำหนังสือจากผอ.รร. ถึงเลขาสพฐ. เพื่อยืนยัน ว่า ไม่มีงบประมาณจากสพฐ. ใดใดแล้วจริงๆ ที่จะมาดูแลโรงเรียนเหล่านี้  และให้ตอบกลับมาเพื่อให้นายกเทศมนตรีใช้ในการตั้งงบประมาณ วงจรนี้หลายปีกว่าจะเสร็จ  ถ้าสามารถปรับระเบียบ กติกาที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะกระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา กระทรวงมหาดไทย สามารถจัดสรรงบประมาณสนับสนุนตรงนี้มาที่โรงเรียนได้  จะมีทรัพยากรอีกมากมาย มาที่สถานศึกษาขนาดเล็กได้ในอนาคต  

ทั้งหมดคือข้อเสนอของกสศ. กลั่นจากหน่วยงานทั้งระดับพื้นที่และรดับประทศ และระดับนานาชาติ เพื่อสนับสนุนให้อนาคตของโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็น protected school  หรือ non protected school สามารถที่จะมีความยั่งยืนและเป็นของชุมชนอย่างแท้จริง

นายเทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย ผู้ประสานงานโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพ (Access School)กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่า ชุมชนบางแห่งสามารถนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาเปลี่ยนเป็นโอกาสในการสร้างองค์ความรู้ ที่นำไปใช้กับชุมชนได้จริง และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการจัดการศึกษา เป็นเรื่องของทุกคน เป็นเรื่องของทุกภาคส่วน และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน เข้ามาสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็กให้อยู่ได้

“จากการทำงาน เพื่อดูแลโรงเรียนขนาดเล็ก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพบว่า สิ่งที่เป็นยาขมมากสำหรับ การแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก คือเรื่องของการ จัดสรรงบประมาณรายหัว เราเคยเสนอว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเปลี่ยนจาก จัดสรรงบประมาณรายหัว เป็นการจัดสรรงบประมาณเชิงพื้นที่ และควรจะปลดล็อคระเบียบ บางอย่าง เช่นเรื่องครูฝึกสอน ซึ่งพบว่าโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งมีครูสอนคละชั้น คละวิชา ไม่สามารถรับครูฝึกสอนที่ไม่มีครูพี่เลี้ยงเด็ก หรือครูที่มีวิชาเอกไม่ตรงกันมาช่วยสอนได้  รวมถึงปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่ง ที่อยากถ่ายโอนไปให้กับท้องถิ่น แต่ก็ติดกับระเบียบที่ทำให้ดำเนินการได้ยาก”

ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย และที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการดูแลโรงเรียนขนาดเล็ก คือการทำให้โรงเรียนกับชุมชนเป็นเรื่องเดียวกัน มุมมองของการศึกษาในอนาคต คือเรื่องของการเรียนรู้ตลอดชีวิต การจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก จึงต้องมองมากกว่าเรื่องของตัวเด็กนักเรียน โรงเรียนอาจจะต้องมีบทบาทในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชน ชุมชนสร้างโรงเรียนโรงเรียนก็ต้องสร้างชุมชน หากเปลี่ยนความคิดได้ว่าการมีโรงเรียนขนาดเล็กไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ไม่ใช่เรื่องการลดคุณภาพการศึกษา แต่เป็นเครื่องมือของรัฐที่จะใช้เจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่เพื่อพัฒนาชุมชน หากเราทำโรงเรียนขนาดเล็ก ให้เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพของชุมชน สิ่งที่ทำก็จะกลายเป็นโอกาสหนึ่งของการพัฒนาประเทศ

โรงเรียนขนาดเล็กจะกลายเป็นเครื่องมือหนึ่ง ที่จะช่วยให้ชุมชนเติบโต รัฐมีเครื่องมือหนึ่ง ก็คือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด มีผู้แทนของประชาชนเข้าไปทำงานและมีงบประมาณ ในการจัดการปัญหาพัฒนาพื้นที่ หากเปิดโอกาสด้วยการปลดล็อค หรือกฎระเบียบบางอย่าง ให้หน่วยงานนี้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาโรงเรียน

“ ปัจจุบันนี้ อบต. ติดระเบียบบางอย่างที่ ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กได้ แม้จะเห็นว่าโรงเรียนถูกพายุพัดหลังคา หายไปต่อหน้าต่อตาก็ไม่สามารถซื้อกระเบื้องมาเปลี่ยนให้โรงเรียนได้ เพราะติดอยู่กับระเบียบที่ว่า คนละหน่วยงานกันไม่สามารถช่วยเหลือกันได้  ควรจะหาวิธีปลดล็อคกฎระเบียบให้ท้องถิ่นเข้ามาช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กได้ จะทำให้ชุมชนอีกหลายแห่งอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข” ดร.ศุภโชคกล่าว

อาลัย’พ่อใจ’ บิดา ‘หมอชลน่าน’ ถึงแก่กรรม สิริอายุ 92 ปี ครอบครัวจัดพิธีศพที่ จ.น่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775784

อาลัย'พ่อใจ' บิดา 'หมอชลน่าน' ถึงแก่กรรม สิริอายุ 92 ปี ครอบครัวจัดพิธีศพที่ จ.น่าน

อาลัย’พ่อใจ’ บิดา ‘หมอชลน่าน’ ถึงแก่กรรม สิริอายุ 92 ปี ครอบครัวจัดพิธีศพที่ จ.น่าน

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.17 น.

วันที่ 18 ธันวาคม 2566 รายงานข่าวแจ้งว่า พ่อใจ ศรีแก้ว บิดา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข (สธ.) ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่าน สิริอายุ 92 ปี โดยครอบครัวจัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพ ณ วัดบ้านนาสา อ.เวียงสา จ.น่าน

ทั้งนี้ จะมีพิธีสวดอภิธรรม เวลา 19.30 น ณ วัดบ้านนาสา อ เวียงสา และพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 23 ธ.ค.2566 ณ สุสานบ้านนาสา อ. เวียงสา จ.น่าน

โดยล่าสุด นพ.ชลน่าน ได้ยกเลิกปฏิบัติภารกิจงานต่างๆ และเดินทางกลับไปที่ จ.น่าน แล้ว

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2748628

"พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน" นำคู่สมรสคณะรัฐมนตรีมาเยี่ยมชมงาน “OTOP City 2023”

19 ธ.ค. 2566 04:54 น.

“พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน” นำคู่สมรสคณะรัฐมนตรีมาเยี่ยมชมงาน “OTOP City 2023”

@พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน นำคู่สมรสคณะรัฐมนตรีมาเยี่ยมชมงาน “OTOP City 2023” โดยมี พวงเพ็ชร ชุนละเอียด, ธนนนท์ นิรามิษ, อนงค์วรรณ เทพสุทิน, สุริสา จึงรุ่งเรืองกิจ, นาที รัชกิจประการ และ ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช มาร่วมเยี่ยมชมด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…ฉบับประจำวันอังคารที่ 19 ธันวาคม 2566

  • เหตุบ้านการเมืองส่งท้ายปี…นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ถือโอกาสที่ทำงาน เป็น นายกฯไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมาจนครบ 3 เดือน…วันนี้ ขอลาราชการ 3 วัน ไปพักผ่อนกับครอบครัว ที่ภูเก็ต…หลังจากเสร็จภารกิจไปร่วมประชุม สุดยอดผู้นำอาเซียน-ญี่ปุ่น ที่ กรุงโตเกียว ประเทศ ญี่ปุ่น มาสดๆร้อนๆ…ทำหน้าที่ นายกฯเซลส์แมน อันแสนจะเหน็ดเหนื่อยเจรจาการค้ากับ บริษัทรถยนต์ชั้นนำ 5 บริษัท…รวมทั้งยังเจรจาหารือกับ ผู้บริหาร คูโบต้า หวังพัฒนาการเกษตรของไทยให้ผลผลิตทะลุเป้า…สมฉายานายกฯเซลส์แมน…สากกะเบือยันเรือรบ ล่าสุด นายกฯเศรษฐา โพสต์ทวิตเตอร์ข่าวดีความร่วมมือกับ Apple…ทิม คุก CEO ของ Apple ส่งจดหมายมายืนยันความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่าง Apple กับประเทศไทย ในอนาคต…เป็นอีกหนึ่งผลลัพธ์ จากการออกไปสร้างความเชื่อมั่นพูดคุยแสดงความพร้อมของรัฐบาลและประชาชนไทย และบริษัทยักษ์ใหญ่…จะมีอีกหลายความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมอย่างแน่นอน…ก้าวไกลอย่ามาบูลลี่ให้เมื่อยตุ้ม
คู่สวีต ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีหมั้นและหลั่งน้ำพระพุทธมนต์มงคลสมรสระหว่าง อรอนุช บุตรี วิจารณ์-เดือนเด่น ผดุงวิถี กับ มาร์ทิน บุตร ซิกรุน เฮพพ์เนอร์ ท่ามกลางบรรยากาศของความชื่นมื่น ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
  • ชัย วัชรงค์ โฆษกรัฐบาล ประสานเสียง ขณะนี้ ประเทศไทยเปล่งประกายสดใส ไปด้วย ชุมชนนักพัฒนาแอป ที่ขึ้นทะเบียนกับ Apple แล้วกว่า 3 แสนราย ให้กำเนิด ธุรกิจ สตาร์ตอัพ ที่ประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง…“ท่านนายกฯมีวิสัยทัศน์ และกลยุทธ์ในการทำงาน หาโอกาสเพิ่มความสามารถร่วมมือให้กับประชาชนชาวไทยได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการนำเสนอจุดขายอย่างชาญฉลาด ผมยืนยันว่ายังมีโอกาสดีๆอีกมากในรัฐบาลนี้ที่พร้อมจะส่งต่อให้กับชาวไทย”…ทำหน้าที่ กระบอกเสียงรัฐบาล และ กองเชียร์นายกฯเศรษฐา ได้อย่างน่าทึ่ง
ดูโอทอป พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน นำคู่สมรสคณะรัฐมนตรีมาเยี่ยมชมงาน “OTOP City 2023” โดยมี พวงเพ็ชร ชุนละเอียด, ธนนนท์ นิรามิษ, อนงค์วรรณ เทพสุทิน, สุริสา จึงรุ่งเรืองกิจ, นาที รัชกิจประการ และ ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช มาร่วมเยี่ยมชมด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.
  • ไหนๆก็ไหนๆ ความหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย…ขึ้นอยู่กับปัจจัย การท่องเที่ยว การส่งออก และ การบริการ…มาตรการ ฟรีวีซ่า ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย…โดยเฉพาะความหวัง การตั้งเป้าหารายได้จากนักท่องเที่ยวจีน…ก่อนการเปิด ฟรีวีซ่า มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยเฉลี่ย 7-8 พันคนต่อวัน… หลังฟรีวีซ่า ช่วง Golden Week ของจีน มีนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 8-9 พันคนต่อวัน…ต้องยอมรับว่า ต่ำกว่าเป้า ปัจจัยลบจาก เศรษฐกิจจีนที่ยังอยู่ในภาวะถดถอย หนี้ภาครัฐและหนี้ครัวเรือนสูงจนน่ากังวล มีแนวโน้มถูกปรับ อันดับความน่าเชื่อถือลดลง…การส่งออกจีนบวกเพียง 0.5%…เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับ สภาวะถดถอยของเศรษฐกิจ…การปรับลดเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวไม่ใช่เรื่องแปลก ดีกว่าเอาหัวชนฝา
มีของระดับโลก สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ และ สเตฟาน คูม จัดงานเปิด “ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์” พรีเมียม ซุปเปอร์มาร์เกตระดับเวิลด์คลาสครบครันด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคจากทั่วทุกมุมโลก โดยมี สุจิตา เพ็งอุ่น และ วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ วันก่อน.
  • ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกมี นโยบายจำกัดการลดจำนวนต่างชาติเข้าประเทศ…อังกฤษ ประกาศเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์วีซ่าเข้าประเทศยากขึ้น เพื่อลดจำนวนคนย้ายถิ่นฐานเข้าประเทศ ที่จะเป็นภาระกับรัฐบาลในอนาคต…ออสเตรเลีย ยกเครื่องกฎเกณฑ์วีซ่าเข้าประเทศ เพื่อสกัดการลักลอบเข้าไปทำงาน และ การย้ายถิ่นฐานชั่วคราว ระยะเวลา 10 ปี…ไม่ว่าจะไปเรียนหรือไปทำงาน…แคนาดา แก้ไขกฎเกณฑ์สำหรับ นักเรียน-นักศึกษาต่างชาติ โดยการเพิ่มจำนวนเงินขั้นต่ำในการแสดงหลักฐานทางการเงิน ขึ้นอีกเท่าตัว จาก 1 หมื่นดอลลาร์เป็น 20,635 ดอลลาร์ ตั้งแต่ 1 ม.ค.2024 เป็นต้นไป…แต่ละมาตรการของแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ และการตัดสินใจของรัฐบาล…จบข่าว
ทันตแพทย์ ทพ.อดิเรก ศรีวัฒนาวงษา เปิดงานประชุมวิชาการครั้งที่ 116 ของทันตแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย โดยมี รศ.ทพญ.ดร.ศิริวิมล ศรีสวัสดิ์, รศ.ทพญ.พอใจ เรืองศรี และ ผศ.ทพญ.อนงค์นาฏ ภักดีณรงค์ มาร่วมประชุมด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

กาญจนา ภัทรโชค โฆษก กระทรวงการต่างประเทศ แถลงรัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานราชการ มีของขวัญปีใหม่ 2567 ให้ประชาชน…ในส่วนของ กระทรวงการต่างประเทศ จัดเตรียมของขวัญปีใหม่เป็นบริการด้านกงสุล…บริการทำพาสปอร์ตทันใจ ทำเช้า ได้บ่าย จ่ายในอัตราปกติ ระหว่างวันที่ 2-12 ม.ค. ปี 67 จำกัดจำนวน 100 คนต่อวัน…ส่วนกรณีจองคิวผ่านระบบออนไลน์ หรือเดินทางมาด้วยตัวเองจะต้องยื่นคำร้องก่อน 11.30 น. ที่ กรมการกงสุล ถ.แจ้งวัฒนะ หรือ สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวทุกแห่ง แต่ต้องรอรับเล่มที่กรมการกงสุล ถ.แจ้งวัฒนะ เท่านั้น…อัตราค่าธรรมเนียม 1,000 บาท สำหรับพาสปอร์ตที่มีอายุ 5 ปี และ 1,500 บาทสำหรับพาสปอร์ตอายุ 10 ปี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 0-2572– 8442…ข่าวประชาสัมพันธ์ นาถวีณา ล้อมทรัพย์ แนะนำโปรโมชัน บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น มื้อกลางวัน ราคา 690 บาท มื้อเย็น บุฟเฟต์ข้าวต้ม ในราคาสุดพิเศษ 290 บาท ที่ห้องอาหารเอโดะ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น สอบถามราย ละเอียดที่ 0–2159–5888…ฉลองคริสต์มาส ในบรรยากาศที่สวยงามพร้อม มุมถ่ายรูปมากมาย ที่ ห้องอาหารครัวหลวง โรงแรมแมนดาริน เชิญอิ่มอร่อยกับอาหารเซต เมนูพิเศษ 3 คอร์ส รังสรรค์สำหรับวันคริสต์มาส เพียงท่านละ 1,090 บาท วันที่ 24 ธ.ค.นี้ เพียงวันเดียว สอบถามรายละเอียดที่ 0-2238-0230…โสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ร่วมกับ ททท.โดย พัฒน์สี เพิ่มวงศ์เสนีย์ ผอ.ภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้และแปซิฟิกใต้ จัดต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน Air India เส้นทางนิวเดลี-ภูเก็ต เสริมมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ฟรีวีซ่า ให้กับนักท่องเที่ยวจากอินเดียตั้งแต่ 10 พ.ย.66-10 พ.ค.67 พบมีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นจาก 4,000 คนต่อวัน เป็น 5,000-5,500 คนต่อวัน ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไปแล้วกว่า 1.5 ล้านคน สอดคล้องกับนโยบาย Connect India to the World ของ รัฐบาลอินเดีย พอดี คาดปีนี้จะสร้างรายได้เข้าประเทศจากนักท่องเที่ยวอินเดียได้กว่า 65,600 ล้านบาท…เมื่อเร็วๆนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ศ.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย ประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ วรรณภรณ์ เกตุทัต ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้าง พื้นฐาน ปตท. ปณิธาน มีไชยโย ผอ.อ.ต.ก. และ Mr.Phillip Zhu ประธาน แพน-เอเชีย ซิลค์ โรด ร่วมพิธีเดินขบวนรถไฟเที่ยวปฐมฤกษ์ นำร่องสินค้าเกษตรไทย ข้าวหอมมะลิ ทุเรียนแช่แข็ง และยางพารา ไปยัง นครเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน สหพันธรัฐรัสเซียและสหภาพยุโรป ขยายสินค้าเกษตร ไทยไปสู่สากล

เช็กการหายใจ นพ.วิทยา วันเพ็ญ และ รศ.ดร.ธีรวิทย์ วิไลประสิทธิ์พร ลงนามความร่วมมือการใช้ผลิตภัณฑ์ B-Sense ตรวจคุณภาพการหายใจระหว่างนอนหลับเพื่อการดูแลสุขภาพคนไข้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี อภิวัฒน์ ทองประเสริฐ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.ใหญ่ ปตท. วันก่อน.
ตามไปซื้อ วิไลพร ปิติมานะอารี และ มณีจันทร์ สมิทธิสมบูรณ์ มาร่วมแสดงความยินดีแก่ นิสา นาคะนิธิ ในโอกาสเปิด “Loubi’s on the beach” ป๊อปอัปสโตร์ของ Christian Louboutin แบรนด์รองเท้าและเครื่องประดับสุดหรูจากฝรั่งเศส ที่เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า วันก่อน.
รุ่นใหม่ 4 สี ลอว์เรนซ์ คุช และ กฤศณัฏฐ์ กิจวิทยศักดิ์ เปิดตัวนาฬิกาซิติเซน รุ่น NJ015 Auto matic “Tsuyosa” หน้าปัดใหม่ 4 สี 4 สไตล์ โดยมี ซาโตชิ อิเคยามะ, เฮอร์มาน ลี, ปองพล ปัญญามิตร และ วสุพล พรพนานุรักษ์ มาร่วมงานด้วย ที่เดอะริดเลอร์ ไวน์บาร์ แอนด์ เรสเตอรองต์ วันก่อน


“อินทรีเหล็ก”

สลด อาคารเรียนพังถล่มที่โรมาเนีย เด็กเสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 3 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748819

สลด อาคารเรียนพังถล่มที่โรมาเนีย เด็กเสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 3 ราย

19 ธ.ค. 2566 10:02 น.

สลด อาคารเรียนพังถล่มที่โรมาเนีย เด็กเสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 3 ราย

โครงสร้างบางส่วนของอาคารเรียนพังถล่ม ที่โรงเรียนประจำทางภาคกลางของโรมาเนีย เจ้าหน้าที่กู้ภัยเปิดเผยว่า พบผู้เสียชีวิต 1 ศพเป็นนักเรียนชาย และพบผู้บาดเจ็บ 3 ราย

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2566 เกิดเหตุโครงสร้างบางส่วนของอาคารเรียนพังถล่ม ที่โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในเมืองโอดอร์โฮ เซคูซ ทางภาคกลางของประเทศโรมาเนีย เมื่อวันจันทร์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเปิดเผยว่า พบผู้เสียชีวิต 1 ศพเป็นนักเรียนชาย และพบผู้บาดเจ็บ 3 ราย เป็นนักเรียนหญิงอายุระหว่าง 13-17 ปี หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าไปค้นหาคนที่ติดอยู่ในซากปรักหักพังของอาคารที่กระจายออกมาเป็นอาณาบริเวณประมาณ 240 ตารางเมตร

ทางการระบุว่า ขณะนี้ไม่สามารถระบุสาเหตุที่อาคารพังถล่มลงมาได้ แต่อาคารหลังนี้เป็นอาคารเก่าแก่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1910 ในอดีตเป็นของอัครสังฆมณฑลนิกายโรมันคาทอลิก

ทางด้านประธานาธิบดีเคลาส์ อิโออันนิส ของโรมาเนีย กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และกล่าวว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจอย่างยิ่งว่าความปลอดภัยของโรงเรียนยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก.

ไต้หวันกับ “สูตรลับ” สู่ผู้นำการผลิตชิประดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748663

ไต้หวันกับ "สูตรลับ" สู่ผู้นำการผลิตชิประดับโลก

19 ธ.ค. 2566 10:00 น.

ไต้หวันกับ “สูตรลับ” สู่ผู้นำการผลิตชิประดับโลก

  • เมื่อกล่าวถึงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน ไม่มีใครไม่รู้จัก ดร.ฉือ ชินไท่ ผู้วางรากฐานคนสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ที่ทำให้ไต้หวันกลายเป็นผู้นำการผลิตชิประดับโลก
  • ในช่วงเริ่มแรกรัฐบาลไต้หวันได้จัดสรรทุนเริ่มแรกให้กับทีเอสเอ็มซี ซึ่งต่อมาเป็นผู้ผลิตชิปใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อปี 2530 จากนั้นจึงได้คัดเลือกนายมอร์ริส ชาง วิศวกรชาวอเมริกันเชื้อสายจีน และอดีตผู้บริหารของบริษัทเท็กซัส อินสตรูเมนต์ส ยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯ มาเป็นผู้บริหาร ปัจจุบัน เขาเป็นที่รู้จักในฐานะบิดาแห่งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน
  • การขยายการผลิตชิปในสหรัฐฯ ของทีเอสเอ็มซี ถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่มีราคาแพงและสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ เนื่องจากการผลิตชิปในสหรัฐฯ จะมีราคาแพงกว่าในไต้หวันถึง 50% แต่ความสามารถที่ยอดเยี่ยมในการผลิตชิปของไต้หวัน กลับทำให้ไต้หวันกลายเป็นศูนย์กลางของสงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน

เมื่อกล่าวถึงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน ไม่มีใครไม่รู้จัก ดร.ฉือ ชินไท่ ผู้วางรากฐานคนสำคัญของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ที่ทำให้ไต้หวันกลายเป็นผู้นำระดับโลกในอุตสาหกรรมนี้

เขาเติบโตในหมู่บ้านชาวประมงที่รายล้อมไปด้วยไร่อ้อย เขาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันในนครไทเป ซึ่งในขณะนั้นเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยถนนฝุ่น และอาคารอพาร์ตเมนต์สีเทาที่ผู้คนไม่มีรถยนต์ขับ

ในวัย 23 ปี เขาเดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐฯ ในฤดูร้อนปี 1969 ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ปีเดียวกับที่สหรัฐฯ ส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์และเครื่องบินโบอิ้ง 747 ขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้ว ขณะที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯ มีขนาดใหญ่กว่าสหภาพโซเวียต ญี่ปุ่น เยอรมนี และฝรั่งเศสรวมกัน เขากล่าวว่า เมื่อเดินทางไปถึง “ผมคิดกับตัวเองว่าไต้หวันยากจนมาก ผมต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยทำให้ไต้หวันดีขึ้น” และหลังจากนั้นเขาและกลุ่มวิศวกรรุ่นใหม่ที่มีความทะเยอทะยาน ได้เปลี่ยนเกาะที่ส่งออกน้ำตาลและเสื้อยืดให้กลายเป็นโรงงานอิเล็กทรอนิกส์

ไทเปในปัจจุบันเต็มไปด้วยความร่ำรวยและทันสมัย รถไฟความเร็วสูงวิ่งส่งผู้โดยสารไปตามชายฝั่งตะวันตกของเกาะด้วยความเร็ว 350 กม./ชม. รวมถึงตึกไทเป 101 ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก ความเจริญเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากอุปกรณ์ขนาดเล็กที่รู้จักกันดีในปัจจุบันว่าชิป เป็นหัวใจสำคัญของทุกเทคโนโลยีที่เราใช้ ตั้งแต่ไอโฟนไปจนถึงเครื่องบิน

ตอนนี้ไต้หวันผลิตชิปมากกว่าครึ่งหนึ่งของเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนชีวิตของเรา โดยบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดคือ “ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง คอมปานี” หรือ ทีเอสเอ็มซี ถือเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 9 ของโลก

แต่เส้นทางสู่การเป็นผู้นำการผลิตชิปของไต้หวันนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำซ้ำ เกาะแห่งนี้มีสูตรลับความสำเร็จที่ผ่านการฝึกฝนมาหลายทศวรรษโดยบรรดาวิศวกร นอกจากนี้ การผลิตยังต้องอาศัยเครือข่ายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่การแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ดร.ฉือ ชินไท่ กล่าวว่า เมื่อเขามาถึงพรินซ์ตัน “สหรัฐฯ เพิ่งเริ่มต้นการปฏิวัติเซมิคอนดักเตอร์” และ 2 ปีหลังจากจบการศึกษา เขาได้ออกแบบชิปหน่วยความจำที่บริษัท เบอร์โรห์ คอร์โปเรชัน ซึ่งเป็นรองเพียงบริษัทไอบีเอ็ม ในด้านการผลิตคอมพิวเตอร์

ในขณะนั้น ไต้หวันกำลังแสวงหาอุตสาหกรรมใหม่ระดับชาติ ภายหลังวิกฤติน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก และเซมิคอนดักเตอร์ดูเหมือนจะมีความเป็นไปได้ และเขาคิดว่า “ถึงเวลากลับบ้านแล้ว”

การผลิตเริ่มต้นขึ้นในซินจู๋ เมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของนครไทเป ซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์กลางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก ซึ่งเต็มไปด้วยโรงงานผลิตขนาดมหึมาของทีเอสเอ็มซี โรงงานชิปเหล่านี้แต่ละแห่งมีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอลหลายสนาม และได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่สะอาดที่สุดในโลก รายละเอียดการผลิตที่ละเอียดยิ่งขึ้นเป็นความลับที่ได้รับการดูแลอย่างดี และไม่อนุญาตให้นำกล้องจากภายนอกเข้าไป

สิ่งที่กล่าวมานี้เป็นสิ่งที่อยู่ไกลเกินกว่าที่เขาและเพื่อนร่วมงานจะคาดคิด เมื่อเปิดโรงงานทดลองในปี 1970 แต่พวกเขามีความหวัง เพราะพวกเขามีเทคโนโลยีที่ได้รับอนุญาตจากผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของสหรัฐฯ แต่ทุกคนก็ประหลาดใจที่โรงงานแห่งนี้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าบริษัทแม่ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และจนถึงทุกวันนี้ สูตรสำเร็จของไต้หวันยังคงเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก

รัฐบาลไต้หวันได้จัดสรรทุนเริ่มแรกให้กับบริษัท “ยูไนเด็ด ไมโคร-อิเล็กทรอนิกส์ คอร์โปเรชัน” และจากนั้นในปี 2530 สำหรับโรงงานชิปที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ทีเอสเอ็มซี จากนั้นพวกเขาได้คัดเลือกนายมอร์ริส ชาง วิศวกรชาวอเมริกันเชื้อสายจีน และอดีตผู้บริหารของบริษัทเท็กซัส อินสตรูเมนต์ส ยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯ มาเป็นผู้บริหาร ปัจจุบัน ชายวัย 93 ปีคนนี้ เป็นที่รู้จักในฐานะบิดาแห่งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวัน

ในตอนนั้น เขาตระหนักได้ว่าการเผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นในเกมของพวกเขาเองนั้นอาจสร้างการสูญเสีย ดังนั้น ทีเอสเอ็มซีจึงเลือกที่จะผลิตชิปให้ผู้อื่นเท่านั้น และไม่ออกแบบชิปของตัวเอง โมเดล “โรงหล่อ” นี้ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในปี 2530 ได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรม และปูทางให้ไต้หวันเป็นผู้นำการผลิต

ประจวบเหมาะกับสตาร์ทอัพกลุ่มใหม่ในซิลิคอน วัลเลย์ ที่รวมถึง แอปเปิล, ควอลคอมม์ และเอ็นวิเดีย ไม่มีเงินทุนที่จะสร้างโรงงานผลิตชิปของตนเอง บริษัทเหล่านี้จึงต้องดิ้นรนหาผู้ผลิตชิป

ในปัจจุบัน บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ของรัฐแคลิฟอร์เนีย สามารถจับมือกับผู้ผลิตชิปของไต้หวัน เนื่องจากบริษัทเหล่านั้นไม่สนใจที่จะขโมยการออกแบบหรือแข่งขันกับพวกเขา

ดร.ฉือ ชินไท่ กล่าวว่า “กฎข้อที่หนึ่งของทีเอสเอ็มซีคืออย่าแข่งขันกับลูกค้าของคุณ”

สูตรลับความสำเร็จ

ทั่วโลกโลกผลิตชิปมากกว่าล้านล้านชิปต่อปี รถยนต์สมัยใหม่มีชิปประมาณ 1,500 ถึง 3,000 ตัว มีรายงานว่า ไอโฟน 12 มีเซมิคอนดักเตอร์ประมาณ 1,400 ตัว การขาดแคลนชิปในปี 2565 ที่ได้แรงหนุนจากความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงการแพร่ระบาด ส่งผลกระทบต่อยอดขายเครื่องซักผ้าและรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู

ความสำเร็จอันน่าทึ่งของไต้หวันได้รับแรงผลักดันจากความเชี่ยวชาญในเชิงปริมาณ กล่าวอีกนัยหนึ่ง การผลิตของไต้หวันมีประสิทธิภาพอย่างเหลือเชื่อ การทำชิปซิลิคอนมีราคาแพงและต้องใช้ความอุตสาหะ เริ่มต้นด้วยแท่งซิลิคอนบริสุทธิ์พิเศษขนาดใหญ่ที่เติบโตจากผลึกเดี่ยว แต่ละก้อนอาจใช้เวลาหลายวันในการเติบโต และอาจหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม

หลังจากที่เครื่องตัดเพชรหั่นแผ่นคอนกรีตเป็นแผ่นบางๆ แล้ว เครื่องจักรจะใช้แสงเพื่อกัดวงจรเล็กๆ ลงบนแผ่นเวเฟอร์แต่ละแผ่น แผ่นเวเฟอร์เพียงแผ่นเดียวอาจมีไมโครโปรเซสเซอร์หลายร้อยตัวและวงจรหลายพันล้านวงจร

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือสัดส่วนพื้นที่ของแผ่นเวเฟอร์แต่ละอันที่สามารถใช้เป็นชิปได้ ในช่วงทศวรรษ 1970 บริษัทในสหรัฐฯ มีสัดส่วนพื้นที่ต่ำเพียง 10% และที่ดีที่สุดคือ 50% ในช่วงทศวรรษ 1980 ชิปของญี่ปุ่นมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 60% มีรายงานว่าทีเอสเอ็มซี มีสัดส่วนพื้นที่ประมาณ 80%

เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ผลิตในไต้หวันสามารถอัดวงจรให้มากขึ้นเรื่อยๆ ลงในพื้นที่ขนาดเล็ก ด้วยการใช้เครื่องพิมพ์หินอัลตราไวโอเลตเอ็กซ์ตรีมล่าสุด ทีเอสเอ็มซีสามารถกัดวงจร 100 พันล้านวงจรบนไมโครโปรเซสเซอร์ตัวเดียว หรือมากกว่า 100 ล้านวงจรต่อตารางมิลลิเมตร

ทำไมบริษัทไต้หวันถึงเชี่ยวชาญเรื่องนี้? ดูเหมือนจะไม่มีใครรู้ว่าทำไม

ดร.ฉือ ชินไท่ กล่าวว่า “เรามีโรงงานใหม่ล่าสุดพร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุด เราคัดเลือกวิศวกรที่ดีที่สุด แม้แต่ผู้ควบคุมเครื่องจักรก็ยังมีทักษะสูง จากนั้นเราไม่เพียงแต่นำเข้าเทคโนโลยีเท่านั้น เรายังซึมซับบทเรียนจากครูชาวอเมริกันของเราและนำไปปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง”

ในเดือนธันวาคม 2565 ทีเอสเอ็มซีก่อสร้างโรงงานมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ในรัฐแอริโซนาของสหรัฐฯ ได้รับการยกย่องจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงกำลังกลับคืนสู่ดินแดนอเมริกา อย่างไรก็ตาม ได้เกิดปัญหาภายในหลายอย่าง ทำให้การผลิตชิปที่ควรจะเริ่มในปีหน้า ถูกเลื่อนออกไปเป็นปี 2568

มอร์ริส ชาง

ดร.ชาง อดีตประธานทีเอสเอ็มซี กล่าวว่า การขยายการผลิตชิปในสหรัฐฯ เป็น “การลงทุนที่มีราคาแพงและสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์” เนื่องจากการผลิตชิปในสหรัฐฯ จะมีราคาแพงกว่าในไต้หวันถึง 50% แต่ความสามารถในการผลิตชิปของไต้หวัน ทำให้ไต้หวันกลายเป็นศูนย์กลางของสงครามเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน

สหรัฐฯ ไม่ต้องการไต้หวันส่งชิปล้ำสมัยให้กับจีน ซึ่งพวกเขาเกรงว่าจีนจะใช้เพื่อเร่งโครงการอาวุธและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ หลังจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ซึ่งทำให้ปริมาณก๊าซของยุโรปมีอยู่อย่างจำกัด นักการเมืองสหรัฐฯ ต่างวิตกกังวลเกี่ยวกับไต้หวัน พวกเขากลัวว่าการผลิตชิปที่ทันสมัยของไต้หวัน จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ตกเป็นตัวประกันในการรุกรานของจีน

แต่บริษัทในไต้หวันกลับมองว่าเกิดความได้เปรียบทางเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยในการย้ายการผลิตออกจากเกาะ พวกเขากำลังทำเช่นนั้นอย่างไม่เต็มใจ ภายใต้แรงกดดันทางการเมือง

ผู้คนในไต้หวันไม่พอใจกับความคิดที่ว่า พวกเขาควรจะถูกตำหนิสำหรับความสำเร็จครั้งนี้ และไต้หวันควรที่จะลดความแข็งแกร่งของสิ่งที่เรียกว่า “เกราะกำบังซิลิคอน” ลง ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกต่างลังเลว่าเกาะและสังคมประชาธิปไตยของไต้หวันนั้นควรค่าแก่การปกป้องจากจีนหรือไม่.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ยิวคุยฮามาสไม่ถอนทัพ-ขอชื่อตัวประกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748822

ยิวคุยฮามาสไม่ถอนทัพ-ขอชื่อตัวประกัน

19 ธ.ค. 2566 09:50 น.

ยิวคุยฮามาสไม่ถอนทัพ-ขอชื่อตัวประกัน

จากกรณีเหตุสลดตัวประกันชาวอิสราเอล 3 คน ที่ถูกกลุ่มฮามาสจับไป ในฉนวนกาซา ถูกทหารกองทัพอิสราเอลยิงสังหารหลังหลบหนีออกมาจากที่คุมขังและพยายามยกธงขาวเข้ามอบตัวนั้น ส่งผลให้บรรยากาศการเจรจาหยุดยิง ชั่วคราวเพื่อเปิดช่องให้ปล่อยตัวประกันเพิ่มเติมกลับมามีความคืบหน้าอีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. มีรายงานว่ารัฐบาลอิสราเอล ได้เริ่มกระบวนการเจรจารอบใหม่กับรัฐบาลกาตาร์ที่พยายามทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงาน ส่งนายเดวิด บาร์เนีย ผู้อำนวยการหน่วยสืบราชการลับมอสสาดไปหารือกับชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัล-ธานี นายกรัฐมนตรีกาตาร์ ที่กรุงออสโลของนอร์เวย์

ทั้งนี้ แหล่งข่าวความมั่นคงในรัฐบาลอียิปต์ยังเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์อีกว่า การเจรจารอบใหม่ดังกล่าว กองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสได้ยื่นข้อเสนอว่า ขอเป็นผู้ตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียวกับเรื่องการปล่อยตัวประกันชุดใหม่ โดยฮามาสจะเป็นผู้คัดเลือกและส่งรายงานแจ้งแก่รัฐบาลอิสราเอลให้รับทราบ พร้อมขอให้ระหว่างนี้กองทัพอิสราเอลถอนกำลังไปยังพื้นที่ที่กลุ่มฮามาสขีดเส้นไว้ อย่างไร ก็ตาม รัฐบาลอิสราเอลไม่รับเงื่อนไขเรื่องการถอนกำลัง และต้องการให้กลุ่มฮามาสส่งรายชื่อตัวประกันให้ดูก่อน ถึงค่อยมากำหนดวันเวลาหยุดยิง

บรรยากาศการกลับมาปล่อยตัวประกันรอบใหม่ ยังมีขึ้นหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯและพันธมิตรชาติตะวันตกพยายามกดดันให้รัฐบาลอิสราเอลยอมเจรจาหยุดยิง พร้อมปล่อยข่าวว่าการหยุดยิงรอบใหม่อาจมีขึ้นในช่วงก่อนวันคริสต์มาส 25 ธ.ค. ตามด้วยช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ส่งสัญญาณว่าพร้อมจะเจรจาอีกครั้ง ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ (UNSC) มีกำหนดลงมติเรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลหยุดยิง พร้อมเปิดช่องทางให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าไปในฉนวนกาซาได้ทั้งทางบก เรือ อากาศ แต่แหล่งข่าวการทูตระบุกับรอยเตอร์ว่า รัฐบาลสหรัฐฯต้องการให้แก้ไขถ้อยคำที่ใช้ในร่างมติ ซึ่งในการลงมติ ครั้งก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯก็ใช้สิทธิวีโตในฐานะชาติสมาชิกถาวรคว่ำการลงมติ มาแล้ว

วันเดียวกัน กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า พบ อุโมงค์ใต้ดินของกลุ่มฮามาสที่มีขนาดใหญ่ระดับที่รถยนต์วิ่งได้ อยู่ห่างจากด่านพรมแดนฉนวนกาซา-อิสราเอล ในพื้นที่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซาไปประมาณ 400 เมตร อาจเป็นอุโมงค์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา การตรวจสอบเบื้องต้นมีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร คาดใช้งบประมาณหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ.