บุคคลในข่าว 10 ธันวาคม 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2830014

บุคคลในข่าว 10 ธันวาคม 2567

10 ธ.ค. 2567 04:40 น.

บุคคลในข่าว 10 ธันวาคม 2567

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ อัศวิน–ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล นำคณะกรรมการจัดการประกวดดนตรีไทย “โสตศิลป์ สืบสาน ดนตรีไทย” ปีที่ 3 เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เมื่อวันก่อน.

การเมืองไทย ยังว้าวุ่นกับ การชิงพื้นที่เลือกตั้ง….ใกล้วันชิงดำ นายก อบจ.ทั่วประเทศ บรรดาแกนนำการเมืองแข่งกันลงพื้นที่หาเสียง ชนิดดับเครื่องชน…..จาก อุดรธานีโมเดล ถึง การเลือกนายก อบจ.อุบลราชธานี….มีภาพของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ปะทะ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคประชาชน ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ปาดกันไปปาดกันมา…ขั้วใหญ่กับขั้วใหม่ บ้านใหญ่กับบ้านใหม่…..กลมกลืนเป็นการเมืองแบบไทยๆ….ที่ พิธา เองก็ยอมรับ…ทรัพยากรไม่ได้เป็นแบบทรัพยากรบ้านใหญ่ ซึ่งจะทำให้ อบจ.โปร่งใสได้ก็ต้องใช้ทุนเยอะ……เมื่อถึงเวลา บ้านใหญ่ จับมือไล่ทุบ บ้านใหม่…..ปราสาททรายก็กลายเป็นฝุ่น

เตรียมพร้อม พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เปิดโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาพร้อมลงนามความร่วมมือกับ สนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทย เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาเยาวชนให้พร้อมเข้าสู่การทำงานในอนาคต ที่หอประชุมคุรุสภา วันก่อน.

ที่ตกเป็นเป้าสายตา….กระทรวงยุติธรรม โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม….ต่อกรณี ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566…หรือ การคุมขังนอกคุก…ที่จะประกาศใช้ภายในสิ้นปีนี้…..เผอิญไปตรงกับความเคลื่อนไหว ที่จะให้มีการนำคดีรับจำนำข้าว กลับมาพิจารณาใหม่…โดยเฉพาะการตีความ ระบบการรับจำนำข้าวแบบจีทูจี…ประกอบด้วยกฎกระทรวง การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ…กฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดและเงื่อนไขการได้รับการลดวันต้องโทษ หรือการพักการลงโทษ…. ทำให้สังคมโฟกัสไปที่ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เต็มตัว…..อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

วิวาห์ชื่นมื่น สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ และ ริชาร์ด เกลฟอนด์ มาร่วมอวยพรในงานวิวาห์ระหว่าง อภิชญา บุตรี วรพงศ์–ปิยดา นันทาภิวัฒน์ กับ วิศรุต บุตร วิชา–ภารดี พูลวรลักษณ์ ท่ามกลางความปลื้มปีติของบรรดาผู้มาร่วมในงาน ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ วันก่อน.

ส่วน การปล่อยตัวลูกเรือไทย ที่ถูกเมียนมา จับตัวไปไว้ที่ เกาะสอง ….กลายเป็นการเล่นชักเย่อ ระหว่าง รัฐบาลไทย กับ เมียนมา ไปฉิบ….เมียนมาอ้างการปล่อยตัวคนไทยทั้ง 4 คน ที่มีอายุระหว่าง 61-69 ปี พร้อมลูกเรือรวมแล้ว 31 คน…..จะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลาง และผลการประชุม ทีบีซี ของทั้ง 2 ประเทศ ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนคดี….ที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุลักษณะนี้มาแล้ว…โดยเมียนมากักตัวลูกเรือคนไทยไว้ประมาณ 1 เดือนและต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินคนละ 5,000 บาท….มีความเห็นของนักวิชาการ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ระบุ….เป็นการจับกุมที่อยู่บนข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเล…ทำให้เรื่องนี้มีความทับซ้อน โดยเฉพาะ ลูกเรือเมียนมา ที่ไปเกี่ยวข้องกับปัญหาภายในประเทศเมียนมา….ดังนั้น ควรเป็นการ เจรจาทำความเข้าใจระหว่าง ผู้นำของทั้งสองประเทศ….สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องจะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุด…..ใช่ไม่ใช่

ลานลำปาง กฤษณะ พินิจ, สุชาติ ตุ่นแก้ว และ อรชร จันทร์วิวัฒนา เปิด ลานลำปางเมืองน่าอยู่ โซนกิจกรรมใหม่จำลองโคกหนองนาโมเดล อาคารนิทรรศการเพื่อความยั่งยืนและ Green Heart Market ตลาดสุขภาพ โดยมี พนมพร ตุ้ยกาศ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ลำปาง วันก่อน.

ประเด็น การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 15% ของรัฐบาลชุดนี้ เป็นอันว่า ต้องพับฐานไปโดยอัตโนมัติ แค่โยนหินถามทางจาก พิชัย ชุณหวชิร รมว.คลัง….. ทัวร์ยังไปลงที่ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ชนิดไม่มีที่จอด…..ล่าสุด กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผย กรมสรรพสามิต เตรียมเสนอแนวทาง การจัดเก็บภาษีคาร์บอนในสินค้าน้ำมัน และ ผลิตภัณฑ์น้ำมัน เข้าที่ประชุม ครม.ในวันที่ 11 ธ.ค.นี้…..มีอัตราจัดเก็บที่ 200 บาทต่อตันคาร์บอน….โดยรับปากว่า จะไม่มีผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันแน่นอน และ ไม่เป็นภาระของผู้ประกอบการและผู้บริโภค……เอาให้แน่นะวิ

ดีใจด้วย ดร.สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. โดยมี ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา, ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์, ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ และ ศ.นพ.วรพงษ์ มนัสเกียรติ มาร่วมงานด้วย ที่ร้าน Chez Miline ถนนสุโขทัย วันก่อน.

ไหนๆก็ไหนๆ พรชัย ฐีระเวช ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง แถลง ผลการจัดเก็บภาษีรายได้สุทธิเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา….ยอมรับ เป็นเดือนแรกที่จัดเก็บรายได้ จำนวน 205,340 ล้านบาท…ใกล้เคียงกับที่ประมาณการไว้….ส่วนใหญ่มาจาก การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ ที่สูงกว่าประมาณการ….เมื่อประเมิน สถานะทางการคลัง กระแสเงินสดในเดือน ต.ค. มีรายได้นำส่งคลัง 205,098 ล้านบาท….มีการเบิกจ่าย 586,922 ล้านบาท…..บานตะไทไปตามระเบียบ

สุดยอด ธีร์ สีอัมพรโรจน์ เปิดตัว “สมาร์ทซาวด์บาร์” ลำโพงอัจฉริยะเสียงสมจริงรอบทิศทางเติมเต็มการรับชมคอนเทนต์บันเทิงเหนือระดับจากแอนดรอยด์ทีวีบนโครงข่ายเน็ตบ้านความเร็วสูงของเอไอเอส 3 บีบี ไฟเบอร์ทรี โดยมี สรกฤต ลัทธิธรรม มาร่วมงานด้วย ที่สยามเซ็นเตอร์ วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก” แนะให้ดูตัวอย่าง ธุรกิจอุตสาหกรรมที่กำลังหนีตาย….ได้แก่ อุตสาหกรรม ยานยนต์ ที่เปิดศึกระหว่าง รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน กับ รถยนต์ค่ายใหญ่ทั่วไป …..หั่นราคากันคันละ 4-5 แสนบาท ….ถูกกว่าราคารถมือสอง….ทำให้ รถค่ายใหญ่ ต้องแข่งลดราคาลงมาหลักแสนบาท….ผลกระทบไปตกกับ ผู้บริโภคใหม่-เก่า….ไฟแนนซ์รถยนต์ และค่ายรถยนต์รายใหญ่ที่ต้องลดจำนวนการผลิตและพนักงาน…..ตลาดรถยนต์ปี 2567 ต่ำกว่า 6 แสนคัน ต่ำที่สุดในรอบ 14 ปี…..ส่งสัญญาณไปถึงความซบเซาของเศรษฐกิจ…จากยอดจำหน่ายรถปิกอัพ ที่ใช้ประกอบธุรกิจ ที่ต่ำสุดในรอบ 23 ปี…..ถ้ารัฐบาลยังไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะการตัดราคาขายและการทุ่มตลาดยานยนต์…..ความฝันที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์…. จะเงียบเป็นป่าช้า

ชื่นมื่น อรศรี ฮอนโนลด์, ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ และ เยาวนิตย์ บุรีรักษา จัดงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ระหว่างศิษย์เก่าโรงเรียนราชินีบูรณะ 4 รุ่น โดยมี อนันต์ เอกเผ่าพันธุ์ และพัทธวรรณ จันทระ มาร่วมงานด้วย ที่ภัตตาคารกุ้งอบภูเขาไฟ อ.เมือง จ.นครปฐม วันก่อน.

การเมืองในเกาหลีใต้ ชี้ให้เห็นธรรมชาติของ การเมืองก็เป็นเช่นนี้เอง….ความพยายามในการเสนอญัตติถอดถอน ประธานาธิบดียุน ซอกยอล ของเกาหลีใต้ ภายหลังยุติการประกาศกฎอัยการศึก….และออกมากล่าวขอโทษประชาชน โดยรับปากรัฐบาลจะไม่มีการประกาศกฎอัยการศึกอีกแล้ว ….ปรากฏว่า น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ…ฝ่ายค้านที่นำโดย อี แจมยอง มี สส.เพียง 192 คน…ในขณะที่การถอดถอนให้สำเร็จ ต้องใช้เสียงจาก สส.จำนวน 200 เสียง จากจำนวน 300 เสียง….สส.ฝ่ายรัฐบาล รวมหัวกัน วอล์กเอาต์ ไม่เข้าร่วมประชุมเสียอย่าง…..ปิดจ๊อบชนิดค้านสายตาประชาชนที่อยากให้ ประธานาธิบดียุนลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

น่ารักจัง ศิริพร แผลงจันทึก จัดงาน “SKULLPANDA EXCLUSIVE EVENT” เพื่อเปิดตัวสินค้าเอกซ์คลูซีฟคาแรกเตอร์ SKULLPANDA โดยมี อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส อัมพุช, ไมคา ตามไท, ภัทรดนัย เสตสุวรรณ, ศุภมงคล วงศ์วิสุทธิ์ และ ดาวิกา โฮร์เน่ มาร่วมงานด้วย ที่เอ็มสเฟียร์ วันก่อน.

ปตท. ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อออนไลน์พาดพิง ผู้บริหารกลุ่ม ปตท. นั้น เป็นการนำข้อมูลที่ ปตท.แจ้งสารสนเทศต่อ ตลาดหลักทรัพย์ ไปเผยแพร่คลาดเคลื่อนจากความจริง ส่งผลกระทบชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของ ปตท. รวมทั้งผลกระทบเชิงลบต่อราคาหุ้นของกลุ่ม ปตท….ดังนั้น ปตท.จึงได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดย ปตท.ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด

“อินทรีเหล็ก”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

กบฏซีเรียเตรียมตั้งรัฐบาลใหม่ ฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830205

กบฏซีเรียเตรียมตั้งรัฐบาลใหม่ ฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย

10 ธ.ค. 2567 13:26 น.

กบฏซีเรียเตรียมตั้งรัฐบาลใหม่ ฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย

กองกำลังกบฏในซีเรียเตรียมจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ หลังจากโค่นล้มรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

กองกำลังกบฏในซีเรียเตรียมจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ หลังการโค่นล้มประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แบบสายฟ้าแลบ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ชาวซีเรีย ประเทศต่างๆ ในภูมิภาค และมหาอำนาจโลก ต่างแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจัดการประชุมเมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ (9 ธ.ค.) และนักการทูตกล่าวว่าพวกเขายังคงตกใจกับการโค่นล้มประธานาธิบดีอัสซาดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลา 12 วัน ภายหลังสงครามกลางเมืองที่กินเวลานาน 13 ปี ซึ่งส่งผลให้ซีเรียต้องหยุดชะงักนานหลายปี

รัสเซียมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนรัฐบาลของอัสซาดและช่วยต่อสู้กับกลุ่มกบฏ โดยผู้นำซีเรียหนีออกนอกประเทศไปยังรัสเซียมื่อวันอาทิตย์ ยุติการปกครองของตระกูลมานานกว่า 50 ปี

ขณะที่บรรยากาศในกรุงดามัสกัสยังคงเต็มไปด้วยความรื่นเริง นายกรัฐมนตรีโมฮัมเหม็ด จาลาลี ตกลงที่จะส่งมอบอำนาจให้แก่รัฐบาลกู้ชาติซีเรียที่นำโดยกลุ่มกบฏ ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่กลุ่มกบฏยึดครองทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย

แหล่งข่าวที่ทราบเรื่องการหารือดังกล่าวเปิดเผยว่า นายอาห์เหม็ด อัล-ชารา ผู้นำกลุ่มกบฏหลัก หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ อาบู โมฮัมเหม็ด อัล-โกลานี ได้พบกับนายจาลาลี และรองประธานาธิบดีไฟซาล เมกดาด เพื่อหารือเกี่ยวกับรัฐบาลชั่วคราว นายจาลาลีกล่าวว่าการส่งมอบอำนาจอาจใช้เวลาหลายวันจึงจะเสร็จสิ้น ด้านสถานีโทรทัศน์อัลจาซีรา รายงานว่า รัฐบาลชั่วคราวจะอยู่ภายใต้การนำของโมฮัมเหม็ด อัล-บาชีร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลกู้ชาติซีเรีย 

ทั้งนี้ การรุกคืบอย่างรวดเร็วของกลุ่มพันธมิตรกองกำลังติดอาวุธที่นำโดยฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม (HTS) อดีตเครือข่ายอัลกออิดะห์ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังสงครามกลางเมืองที่เริ่มขึ้นในปี 2011 คร่าชีวิตผู้คนไปหลายแสนคน ก่อให้เกิดวิกฤตผู้ลี้ภัยครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของยุคปัจจุบัน ส่งผลให้เมืองต่างๆ ถูกระเบิดจนพังทลาย พื้นที่ชนบทไม่มีผู้คนอาศัย และเศรษฐกิจย่ำแย่ลงจากการคว่ำบาตรทั่วโลก

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 1% ในวันจันทร์ ส่วนหนึ่งเกิดจากความกังวลว่าความไม่มั่นคงในซีเรีย ซึ่งไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ อาจทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น 

ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังหาทางที่จะร่วมมือกับกลุ่มกบฏซีเรียและกำลังติดต่อกับพันธมิตรในภูมิภาค เช่น ตุรกี เพื่อเริ่มการเจรจาทางการทูตอย่างไม่เป็นทางการ  เจ้าหน้าที่ที่ได้รับข้อมูลสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว กล่าวว่า นักการทูตกาตาร์ได้พูดคุยกับกลุ่มกบฏซีเรียเมื่อวันจันทร์ ขณะที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเร่งเปิดการติดต่อกับกลุ่มกบฏซีเรีย

ทั้งนี้ สัญญาณเบื้องต้นว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติอีกครั้ง ธนาคารของซีเรียจะเปิดทำการอีกครั้งในวันอังคาร และกระทรวงน้ำมันได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่กลับไปทำงาน โดยเสริมว่าจะมีการให้การคุ้มครองเพื่อรับรองความปลอดภัยของพวกเขา

นอกจากนั้น ยังมีหนึ่งในความท้าทายที่ซีเรียต้องเผชิญ หลังอิสราเอลได้ยึดครองพื้นที่กันชนทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งถูกประณามจากอียิปต์ กาตาร์ และซาอุดีอาระเบีย ซาอุดีอาระเบียกล่าวว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำลายโอกาสของซีเรียในการฟื้นฟูความมั่นคง

อิสราเอลกล่าวว่าการโจมตีทางอากาศจะดำเนินต่อไปเป็นเวลาหลายวัน แต่ได้แจ้งต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่าไม่ได้แทรกแซงความขัดแย้งของซีเรีย อิสราเอลกล่าวว่าได้ใช้ “มาตรการจำกัดและชั่วคราว” เพื่อปกป้องความมั่นคงเท่านั้น.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ระทึก ภูเขาไฟฟิลิปปินส์ปะทุ ทางการประกาศเตือนภัยระดับ 3 พร้อมเร่งอพยพประชาชน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830146

ระทึก ภูเขาไฟฟิลิปปินส์ปะทุ ทางการประกาศเตือนภัยระดับ 3 พร้อมเร่งอพยพประชาชน

10 ธ.ค. 2567 08:35 น.

ระทึก ภูเขาไฟฟิลิปปินส์ปะทุ ทางการประกาศเตือนภัยระดับ 3 พร้อมเร่งอพยพประชาชน

ทางการฟิลิปปินส์เริ่มอพยพประชาชนกว่า 54,000 คน หลังภูเขาไฟ “คันลาออน” ปะทุเถ้าถ่านและควันไฟออกมา พร้อมประกาศเตือนภัยระดับ 3 เตรียมรับมือกับ “สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด”

วันที่ 9 ธันวาคม 2567 สถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหวแห่งฟิลิปปินส์ แถลงว่าเกิดการปะทุอย่างรุนแรงที่บริเวณปล่องภูเขาไฟ “คันลาออน” (Kanlaon) บนเกาะเนโกรส เมื่อเวลา 14.03 น. ตามเวลาในไทย โดยภูเขาไฟคันลาออนปะทุเถ้าถ่านหนาทึบขึ้นสู่ท้องฟ้า และสร้างความตกใจให้กับประชาชน ขณะที่รัฐบาลได้สั่งอพยพประชาชนกว่า 54,000 คนที่อาศัยอยู่ในเมืองและหมู่บ้านโดยรอบภูเขาไฟลูกนี้

พร้อมกันนี้ได้แนะนำให้หน่วยงานของรัฐบาลท้องถิ่นทั้งหมดอพยพออกไปในรัศมี 6 กิโลเมตร จากยอดภูเขาไฟ และต้องเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพเพิ่มเติมหากมีการปะทุรุนแรงเพิ่มอีกนอกจากนี้ยังเตือนว่า มีข้อบ่งชี้ว่าภูเขาไฟคันลาออน อาจปะทุขึ้นอีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ทางด้านนายยูจินนีโอ แลคซอน ผู้ว่าราชการจังหวัดเนโกรส โอซิเดนทัล เปิดเผยว่า ขณะนี้ยกระดับเตือนภัยมาเป็นระดับ 3 และพร้อมที่จะประกาศภาวะภัยพิบัติ หากสถานการณ์เลวร้ายลง

ทั้งนี้ ภูเขาไฟคันลาออน เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ 1 ใน 24 แห่งบนเกาะเนโกรส ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากกว่า 3,000 เมตร เคยปะทุมาแล้วมากกว่า 40 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2409 ขณะที่ในปี 2539 มีนักเดินป่าเสียชีวิต 3 ศพจากเถ้าถ่านภูเขาไฟ.

ดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลันบนเกาะชวาของอินโดนีเซีย ชาวบ้านเสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830145

ดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลันบนเกาะชวาของอินโดนีเซีย ชาวบ้านเสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ

10 ธ.ค. 2567 08:15 น.

ดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลันบนเกาะชวาของอินโดนีเซีย ชาวบ้านเสียชีวิตอย่างน้อย 10 ศพ

ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มทับหมู่บ้านที่อยู่ตรงเนินเขาบนเกาะชวา ของอินโดนีเซีย เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบผู้เสียชีวิต 10 ศพที่ถูกน้ำพัดหายไปในน้ำท่วมฉับพลัน ตลอดจนถูกฝังอยู่ใต้กองโคลนและหินจำนวนมากที่ถล่มหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังต้องเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 2 ราย

วันที่ 10 ธันวาคม 2567 พันโท ยูดี ฮาริยันโต หัวหน้าศูนย์บัญชาการกู้ภัยในเขตซูคาบู จังหวัดชวาตะวันตกเปิดเผยว่า ฝนตกหนักตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วทำให้แม่น้ำเอ่อล้นตลิ่ง ไหลบ่าเข้าท่วมหมู่บ้านกว่า 170 แห่ง ในเขตซูคาบูมี บนเกาะชวา ขณะที่โคลน หิน และต้นไม้ล้มทับหมู่บ้านบนไหล่เขา ทำลายหมู่บ้าน 172 แห่ง และทำให้ประชาชนมากกว่า 3,000 คนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวของรัฐบาล

ภัยพิบัติครั้งนี้ยังทำลายสะพาน 31 แห่ง ถนน 81 สาย และพื้นที่นาข้าว 539 กว่า 3,300 ไร่ ในขณะที่บ้านเรือน 1,170 หลังถูกน้ำท่วมสูงถึงหลังคา เจ้าหน้าที่ได้เตือนประชาชนเกือบ 1,000 คนให้อพยพ เนื่องจากบ้านเรือนมากกว่า 400 หลังตกอยู่ในอันตรายจากสภาพอากาศเลวร้าย

ทั้งนี้ ฝนตามฤดูกาลตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคมถึงมีนาคม ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มบ่อยครั้งในประเทศอินโดนีเซียซึ่งเป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะถึง 17,000 เกาะ โดยมีผู้คนนับล้านอาศัยอยู่บนพื้นที่ภูเขาหรือใกล้ที่ราบลุ่มแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์

เมื่อเดือนที่แล้ว เกิดเหตุดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันอันเกิดจากฝนที่ตกหนัก ในจังหวัดสุมาตราเหนือของอินโดนีเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 ศพ และสูญหาย 2 ราย.

เกาหลีใต้สั่งห้ามประธานาธิบดี “ยุน ซอกยอล” เดินทางออกนอกประเทศ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2830066

เกาหลีใต้สั่งห้ามประธานาธิบดี "ยุน ซอกยอล" เดินทางออกนอกประเทศ

9 ธ.ค. 2567 15:54 น.

เกาหลีใต้สั่งห้ามประธานาธิบดี “ยุน ซอกยอล” เดินทางออกนอกประเทศ

กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้ สั่งห้ามประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุน ซอก ยอล เดินทางออกนอกประเทศ จากความพยายามประกาศกฎอัยการศึก ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้เขาลาออก

กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้ สั่งห้ามประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุน ซอก ยอล เดินทางออกนอกประเทศ จากความพยายามประกาศกฎอัยการศึก ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้เขาลาออก และวิกฤตความเป็นผู้นำที่ทวีความรุนแรงขึ้น

เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุน ซอก ยอล ถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ จากความพยายามประกาศกฎอัยการศึก ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้เขาลาออก และวิกฤตความเป็นผู้นำที่ทวีความรุนแรงขึ้น

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น นายยุนได้กล่าวขอโทษสำหรับความพยายามที่ล้มเหลว และกล่าวว่าเขากำลังมอบชะตากรรมทางการเมืองและกฎหมายให้กับพรรคพลังประชาชน (พีพีพี) ที่เป็นพรรครัฐบาล แต่ยังไม่ได้ลาออก ขณะที่เขาตกเป็นเป้าหมายของการสอบสวนทางอาญา 

ด้านกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า นายยุนยังคงเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดตามกฎหมาย แต่การยึดอำนาจของเขาถูกตั้งคำถาม โดยเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง เริ่มแสดงความความเห็นไม่เห็นด้วยกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ และพรรคพีพีพีกล่าวว่า จะจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจเพื่อจัดการกับการลาออกของเขา

นายโอ ดงอุน ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูง กล่าวว่า เขาได้สั่งห้ามนายยุนเดินทางไปต่างประเทศ เมื่อถูกถามในการพิจารณาคดีของรัฐสภาว่ามีการดำเนินการอย่างไรกับประธานาธิบดียุน นายแบ ซัง-อัพ เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม กล่าวต่อคณะกรรมการว่า คำสั่งห้ามเดินทางได้ถูกดำเนินการแล้ว

คณะกรรมการดังกล่าวจัดตั้งขึ้นในปี 2021 เพื่อสอบสวนเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงประธานาธิบดีและสมาชิกในครอบครัว แต่ไม่มีอำนาจในการดำเนินคดีประธานาธิบดี แต่ตามกฎหมายแล้ว คณะกรรมการจะต้องส่งเรื่องดังกล่าวไปยังสำนักงานอัยการ

แม้ว่านายยุนจะรอดพ้นจากการลงมติถอดถอนในรัฐสภาเมื่อวันเสาร์ แต่การตัดสินใจของพรรคของเขาในการมอบอำนาจของประธานาธิบดีให้กับนายกรัฐมนตรี ทำให้เกาหลีใต้ตกอยู่ในวิกฤตทางรัฐธรรมนูญ

ยุนนปฏิเสธที่จะลาออก รวมถึงเสียงเรียกร้องจากภายในพรรครัฐบาลของเขาเอง และอนาคตของเขาดูไม่แน่นอนมากขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อสำนักข่าวยอนฮัปรายงานว่าเขากำลังถูกสอบสวนทางอาญาในข้อหากบฏ อัยการยังจับกุมอดีตรัฐมนตรีกลาโหม คิม ยอง-ฮยอน เมื่อวันอาทิตย์ โดยกล่าวหาว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม โดยนายยุนได้มอบอำนาจฉุกเฉินให้กับกองทัพเมื่อวัเพื่อกวาดล้างกลุ่มที่เขาเรียกว่า “กองกำลังต่อต้านรัฐ” และกลุ่มต่อต้านการเมืองที่ขัดขวางรัฐบาล เขาได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวในอีก 6 ชั่วโมงต่อมา หลังจากที่รัฐสภาได้ลงมติเอกฉันท์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว

ด้านพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก ได้เรียกร้องให้ปลดนายยุนออกจากอำนาจในการควบคุมกองทัพ พรรคฯ ยังเรียกร้องให้จับกุมนายยุนและเจ้าหน้าที่ทหารคนใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับความล้มเหลวของกฎอัยการศึก

โฆษกของนายยุนกล่าววันนี้ว่า พรรคพลังประชาชนได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นเพื่อจัดการกับเรื่องต่างๆ เช่น “การรักษาเสถียรภาพทางการเมืองหลังจากการประกาศกฎอัยการศึกและการลาออกก่อนกำหนดของนายยุน” เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายฮัน ดงฮุน หัวหน้าพรรคพีพีพี กล่าวว่าประธานาธิบดีจะถูกตัดสิทธิ์จากดำเนินหน้าที่ด้านการต่างประเทศและกิจการของรัฐอื่นๆ และนายกรัฐมนตรีฮัน ดักซู จะทำหน้าที่แทนนายยุน จนกว่าเขาจะก้าวลงจากตำแหน่งในที่สุด.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

รองปลัดฯประชุม โครงการพัฒนาฯ ยกระดับผลผลิต สู่สินค้ามูลค่าสูง

https://www.naewna.com/local/846500

รองปลัดฯประชุม  โครงการพัฒนาฯ  ยกระดับผลผลิต  สู่สินค้ามูลค่าสูง

รองปลัดฯประชุม โครงการพัฒนาฯ ยกระดับผลผลิต สู่สินค้ามูลค่าสูง

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จ.กาญจนบุรีครั้งที่ 2/2567 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนการดำเนินงานประจำปี 2568 ของมูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ด้านเศรษฐกิจ) โดยกระทรวงเกษตรฯ ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการส่งเสริมองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรในด้านกระบวนการผลิต ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ และด้านการตลาด

อย่างไรก็ตาม มีแนวคิดสำคัญในการชูเอกลักษณ์ผลผลิตภาคการเกษตรพื้นถิ่น เพื่อการต่อยอดสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมอาชีพ ยกระดับรายได้ และลดรายจ่ายของเกษตรกร ซึ่งแบ่งพื้นที่ดำเนินการเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (บ้านสาละวะ และบ้านไล่โว่) และระยะที่ 2 (บ้านทิไล่ป้า บ้านปางสนุกและบ้านจะแก) ทั้งนี้ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการศึกษาและรวบรวมข้อมูลผลผลิตภาคการเกษตรพื้นถิ่นทั้งด้านพืช ด้านปศุสัตว์ ด้านประมง และด้านหัตถกรรม เพื่อประกอบการทบทวนแผนการดำเนินงานที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ ส่งเสริมความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะของพื้นถิ่น อันจะส่งผลให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรอย่างสูงสุดต่อไป

สกู๊ปพิเศษ : ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ โครงการฯ เขาชะงุ้ม จ.ราชบุรี เกษตร GAP และนวัตกรรมไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

https://www.naewna.com/local/846504

สกู๊ปพิเศษ : ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ โครงการฯ เขาชะงุ้ม จ.ราชบุรี เกษตร GAP และนวัตกรรมไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

สกู๊ปพิเศษ : ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ โครงการฯ เขาชะงุ้ม จ.ราชบุรี เกษตร GAP และนวัตกรรมไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เป็นประธานในพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติพร้อมประกาศนียบัตร ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ 2567 ของโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ราชบุรี โดยมีนางสาวกฤษณา ทิวาตรีรักษาการผู้อำนวยการโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ กล่าวต้อนรับ นายปริญญวัฒน์วัชรอาภากร ผู้อำนวยการกองแผนงานและยุทธศาสตร์ สำนักงาน กปร. กล่าวรายงานความเป็นมาโครงการฯ ณ โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ราชบุรี เมื่อวันที่18 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

นางสุพร เลขาธิการ กปร. เปิดเผยว่า พื้นที่โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ ในอดีตนั้นดินมีสภาพเสื่อมโทรมเพาะปลูกพืชผักไม่ได้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดําริให้ปรับปรุงดินโดยใช้หญ้าแฝกปลูกร่วมกับต้นไม้ ลดการใช้สารเคมีและปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งประสบความสำเร็จจึงได้ขยายผลสู่เกษตรกร ทำให้ในพื้นที่ปลูกพืชได้หลากหลายชนิดทั้งเพื่อบริโภคในครัวเรือนและเชิงพาณิชย์ “เพื่อขยายผลสำเร็จ สำนักงาน กปร.จึงจัดทำโครงการขยายเสริมเพิ่มเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริฯ ขึ้น เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ให้กระจายครอบคลุม มีศูนย์เรียนรู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมินทั่วประเทศ 221 แห่ง ซึ่งมีองค์ความรู้หลากหลายสาขา ได้แก่ เกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรอินทรีย์ ประมง ปศุสัตว์ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และอื่นๆ ที่เป็นแบบอย่างแก่เกษตรกรรายอื่นๆ ได้เข้าไปศึกษาดูงานได้เป็นอย่างดีสำหรับโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯมีศูนย์เรียนรู้ที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน 10 แห่ง” นางสุพร เลขาธิการ กปร. กล่าว

ด้าน นางวาสนา กราบเคหะ เกษตรกร ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หนึ่งในศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ด้านเกษตรอินทรีย์ เผยว่า ได้ปรับปรุงบำรุงดิน 10 ไร่เพื่อปลูกอินทผลัมอินทรีย์ตามมาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practice ; GAP) คือการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีในการผลิตพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค “ปลูกอินทผลัม พันธุ์บาฮีเหลือง บาฮีแดง โคไนซี่ ลาเวนเดอร์ แบบผสมผสาน โดยใช้พันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจึงต้องระวังเรื่องเชื้อรา และต้องดูแลเป็นอย่างดี แต่เนื่องจากได้ปรับปรุงดินที่ดีจึงไม่มีปัญหาเรื่องเชื้อรา และโรคพืช ทำให้ผลผลิตอินทผลัมเจริญเติบโตได้ดีและมีความสมบูรณ์ โดยเก็บผลผลิตสดขายได้ปีละครั้งซึ่งถือว่าเป็นรายได้หลักในตอนนี้” นางวาสนา กราบเคหะ กล่าว

ส่วน นายชวัลวิท คล้ายอยู่ เกษตรกร ต. เขาชะงุ้ม อ. โพธาราม จ. ราชบุรี อีกหนึ่งศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ด้านเกษตรอินทรีย์ เผยว่า มีพื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน ปลูกมะเขือเทศ โดยใช้นวัตกรรมการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเพื่อลดปัญหาการนำสิ่งปนเปื้อนจากสารเคมีสู่ดินทำให้ดินเสื่อมโทรม โดยมีรายได้จากการขายผลผลิต 5,000 – 6,000 บาทต่อเดือน

และนายไมตรี พวงอินทร์ เกษตรกร หมู่ 10 ต.เขาชะงุ้ม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี อีกหนึ่งศูนย์เรียนรู้ฯ ด้านเกษตรอินทรีย์ ในพื้นที่จะมีฐานเรียนรู้หลากหลาย เช่น การจัดการดิน น้ำ พืช การวางระบบน้ำอัจฉริยะ โดยได้เข้ามาเรียนรู้เทคโนโลยีนี้ที่ศูนย์ฯ แล้วนำความรู้ไปประยุกต์ใช้จนประสบผลสำเร็จ มีที่ทำกินทั้งหมด 40 ไร่ แบ่งพื้นที่ปลูกพืชแบบผสมผสาน และทำนา เสร็จจากฤดูนาก็ปลูกอ้อย ข้าวโพด และมันญี่ปุ่น ซึ่งนอกจากเก็บหัวขายแล้วยังใช้เป็นพืชคลุมดิน บำรุงดินอีกด้วย นอกจากนี้ได้ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ใต้ต้นไม้เพื่อนำใบไม้มาผสมกับเศษพืชผัก กากอ้อย และแกลบ เป็นปุ๋ยหมักใช้ใส่พืชผักและต้นไม้

สำหรับโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มฯ มีศูนย์เรียนรู้ที่ผ่านการประเมิน 10 แห่ง ประกอบด้วย ด้านเกษตรอินทรีย์ จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ 1.นายโชคดี ตั้งจิตร 2. นายชวัลวิท คล้ายอยู่3. นายไมตรี พวงอินทร์ 4. นางสาววาสนา กราบเคหะ5. นางสมคิด ทองสุข 6. นายสมบูรณ์ ว่องประเสริฐ7. นางสาวสมหมาย แดงชาติ และด้านเกษตรผสมผสาน จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1. นางสำเนียง เกตุมณี 2. นายสุกิจสุภาพงค์ 3. นายสุรัตน์ ฉายแก้ว

‘นฤมล’ถกรมต.ลุ่มน้ำโขง ร่วมมือด้านเกษตรระหว่างกัน

https://www.naewna.com/local/846502

‘นฤมล’ถกรมต.ลุ่มน้ำโขง  ร่วมมือด้านเกษตรระหว่างกัน

‘นฤมล’ถกรมต.ลุ่มน้ำโขง ร่วมมือด้านเกษตรระหว่างกัน

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการหารือกับ H.E. Mr. Zhang Zhili รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท สาธารณรัฐประชาชนจีนในการประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตรของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 พร้อมด้วยนายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมว่าการประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านวิชาการและเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างกัน

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า เราได้ยกประเด็นการส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและจีน ภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการเกษตรไทย–จีน(Sino – Thai Agricultural TechnicalCooperation) ซึ่งได้จัดการประชุมร่วมกันมาแล้ว 12 ครั้ง สามารถดำเนินโครงการความร่วมมือร่วมกันกว่า 70 โครงการ โดยทั้งสองประเทศจะใช้กลไกความร่วมมือทวิภาคีในการกระชับความร่วมมือด้านการเกษตรให้มากยิ่งขึ้น และมุ่งหวังในการประชุมครั้งที่ 13 ซึ่งฝ่ายจีนเป็นเจ้าภาพจะเป็นโอกาสให้ทั้ง 2 ฝ่าย สามารถผลักดันโครงการความร่วมมือด้นการเกษตรของทั้ง 2 ประเทศให้ความสำคัญ อาทิ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เกษตรอัจฉริยะ ระบบตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่เกษตรกร

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้ตรียมความพร้อมในการเยือนของนายกรัฐมนตรี ในเดือนมกราคม 2568 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีน โดยเฉพาะในบริบทของการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีในการลงนามพิธีสารว่าด้วยความปลอดภัยอาหารด้านการสัตวแพทย์ การปกป้องพืช เพื่อการส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้งจากไทยไปจีน ร่วมกับ GACC ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ทำให้สามารถทำการส่งออกน้ำผึ้งรวมไปถึงนมผึ้ง (royal jelly) และเกสรผึ้ง (bee-collected pollen)จากไทยไปจีนได้มากขึ้น

ทั้งนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยสำหรับสินค้าเกษตร โดยมีมูลค่าส่งออก 11,271 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 42 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมทั้งหมด และมีมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีสินค้าเกษตรที่สำคัญ อาทิ ทุเรียน มันสำปะหลัง ยางพารา สำหรับสินค้าผลไม้ที่ไทยส่งออกไปจีนได้ มีทั้งสิ้น22 รายการ และอยู่ระหว่างขอยื่นการเปิดตลาดอีก 6 รายการ โดยขอให้จีนสนับสนุนและผลักดันให้การพิจารณาแล้วเสร็จ เพื่อการขยายตลาดของทั้งสองฝ่ายเพิ่มมากขึ้น

รมว.เกษตรฯเยือนจีน มุ่งผลักดันสินค้าเกษตรไทย

https://www.naewna.com/local/846505

รมว.เกษตรฯเยือนจีน  มุ่งผลักดันสินค้าเกษตรไทย

รมว.เกษตรฯเยือนจีน มุ่งผลักดันสินค้าเกษตรไทย

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางมาเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนาย Tuo Zhenguo (ถั่ว เจิ้งกั้ว) รองอธิบดีกรมพาณิชย์มณฑลยูนนาน ได้ให้การต้อนรับ มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยไปยังจีน ซึ่งผู้บริโภคชาวจีนนิยมบริโภคสินค้าเกษตรจากประเทศไทย โดยเฉพาะผลไม้ เช่น ทุเรียน และมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และได้เน้นย้ำว่าสินค้าเกษตรไทยมีมาตรการที่ปลอดภัย มีคุณภาพสูง และเป็นไปตามหลักสากล อีกทั้งฝ่ายไทยมีความประสงค์จะส่งออกเนื้อวัวไปยังจีน และอยู่ในขั้นตอนระหว่างการตรวจสอบและกฎระเบียบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีน โดยฝ่ายจีนมีนโยบายผลักดันและสนับสนุนการนำเข้าเนื้อวัว ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคชาวจีนโดยกระทรวงเกษตรฯ จะหารือกับ GACC และกิจการชนบทของจีนต่อไป

จากนั้น ศ.ดร.นฤมล ได้เข้าเยี่ยมชมสินค้าเกษตรไทย ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต Parkson นครคุนหมิงมณฑลยูนนาน โดยซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ มีสาขาต่างๆ ทั่วทั้งประเทศจีน 35 สาขา โดยมีสาขาหลักอยู่ที่มณฑลยูนนาน มณฑลเสฉวน และมณฑลกว่างซี และยังมีสาขาในประเทศลาว อีก 1 สาขา โดยสินค้าเกษตรไทยที่เป็นที่นิยมและมีวางจำหน่ายในฤดูกาลนี้ ได้แก่ ส้มโอผลสด มะพร้าวอ่อนผลสดพร้อมที่กด ลำไยสด และน้ำมะพร้าวบรรจุขวด และสินค้าแปรรูป ได้แก่ ข้าวสาร ข้าวเกรียบกึ่งสำเร็จรูปแป้งมันสำปะหลัง สาคู เครื่องแกง เครื่องปรุงสำเร็จรูป

เกษตรฯจัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ

https://www.naewna.com/local/846503

เกษตรฯจัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ

เกษตรฯจัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ

วันอังคาร ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จเป็นประธานเปิดงาน“วันถ่ายทอดเทคโนโลยี ภายหลังการเก็บเกี่ยวสำหรับการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ และการสืบสานศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2567” และเสด็จทรงเกี่ยวข้าวในแปลงนาศิลปะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 ที่ศูนย์ข้าวชุมชนโนนกอก (กลุ่มทอผ้าโบราณบ้านโนนกอก) ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยการนี้นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายประยูรอินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯนายณฐพล วิถี รอง ผวจ.อุดรธานีนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ จ.อุดรธานี ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ

รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า กรมการข้าว ได้จัดกิจกรรมแปลงนาศิลปะเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อเป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณและให้พสกนิกรชาวไทยได้ร่วมกันแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี โดยแปลงนาศิลปะภายในงานจัดทำขึ้นโดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี โดยนำพันธุ์ข้าว พันธุ์สกลนคร 72 และสายพันธุ์ NRM19009-14-1-1-1 (ข้าวเหนียวดำ) มาปลูกภายในแปลง

ด้านอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านข้าว อาทิ การจัดแสดงพันธุ์ข้าวใหม่ที่ได้รับการรับรองจากกรมการข้าว 10 พันธุ์ กระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ดี การจัดแสดงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าว นิทรรศการการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง เป็นต้น ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ มากมาย