ยุติรายการตีสิบ! ‘วิทวัส’ประกาศเกษียณตัวเอง หลังโลดแล่นจอทีวีกว่า 40 ปี

https://www.naewna.com/entertain/838570

ยุติรายการตีสิบ! 'วิทวัส'ประกาศเกษียณตัวเอง หลังโลดแล่นจอทีวีกว่า 40 ปี

ยุติรายการตีสิบ! ‘วิทวัส’ประกาศเกษียณตัวเอง หลังโลดแล่นจอทีวีกว่า 40 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 11.32 น.

ทำเอาแฟนๆ รายการใจหาย หลังเพจตีสิบเดย์ ประกาศข่าวช็อก เจ้าพ่อรายการตีสิบ “วิทวัส สุนทรวิเนตร์” ขอเกษียณตัวเอง ในวัย 70 ปี และยุติรายการตีสิบในตำนาน ที่มียาวนานมากกว่า 27 ปี

โดยมีข้อความระบุว่า 40 ปี ที่โลดแล่น แดนโทรทัศน์ วิทวัจน์ ขอเกษียณ หยุดสรวลเส หยุดรายการ 27 ปี ตีสิบเดย์ จึงขอเซย์ กู๊ดบาย ปลาย พอ.ยอ. #ตีสิบเดย์ เทปสุดท้าย 30 พ.ย. 67 #ไม่ไปต่อ #ไม่มีดราม่าอะไรนะจ๊ะ

สำหรับรายการ ตีสิบ และ ตีสิบเดย์ เป็นรายการโทรทัศน์ประเภทวาไรตี้ทอล์กโชว์ ในอดีตออกอากาศทุกวันอังคาร เวลา 23.20-00.50 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 โดยออกอากาศเป็นครั้งแรก เมื่อวันอังคารที่ 4 พ.ย.2540 ตอนแรกออกอากาศเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2540 โดยมีพิธีกรดังอย่าง วิทวัส สุนทรวิเนตร์ ทำหน้าที่ดำเนินรายการมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งวันที่ 31 ต.ค.2567 ออกมาประกาศยุติรายการ แถมพิธีกรดังอย่าง วิทวัส สุนทรวิเนตร์ ก็ประกาศเกษียณด้วย

‘ทวี’เป็นประธานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงยุติธรรม ประจําปี67 ณ วัดพิกุลทอง

https://www.naewna.com/local/838742

'ทวี'เป็นประธานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงยุติธรรม ประจําปี67 ณ วัดพิกุลทอง

‘ทวี’เป็นประธานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงยุติธรรม ประจําปี67 ณ วัดพิกุลทอง

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 21.37 น.

“ทวี”เป็นประธานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงยุติธรรม ประจําปี 2567 ณ วัดพิกุลทอง พระอารามหลวง จังหวัดสิงห์บุรี

วันนี้ (31 ต.ค.)  พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงยุติธรรม ประจําปีพุทธศักราช 2567 โดยมี นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อม นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม  นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม  นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม  พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมคุมประพฤติ นายโกมล พรมเพ็ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทน รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และคณะผู้บริหาร​หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่​ จ.​สิงห์บุรี​ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ​ในสังกัด​กระทรวงยุติธรรม ตลอดจนประชาชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมในพิธีฯ ณ วัดพิกุลทอง พระอารามหลวง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี

สำหรับยอดเงินที่ถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของกระทรวงยุติธรรม ประจําปีพุทธศักราช 2567 เป็นจำนวนยอดเงินรวม 1,758,617.20 บาท โดยมีประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบด้วย และในโอกาสนี้ได้ถวายปัจจัยบำรุงและบูรณะพระอาราม รวมทั้งมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับโรงเรียน​ จำนวน​ 3 โรงเรียน ดังนี้ โรงเรียนพระปริยัติธรรมพิกุลทอง โรงเรียนวัดพิกุลทอง และโรงเรียนท่าช้างวิทยาคาร พร้อมทั้งมอบเงินสนับสนุนวงดุริยางค์ รวมทั้งบำรุงพระพุทธศาสนาด้านอื่นๆ ต่อไป

บพข-ม.รามคำแหง ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จัดอบรมมาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลคาร์บอนสุทธิ

https://www.naewna.com/local/838739

บพข-ม.รามคำแหง ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จัดอบรมมาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลคาร์บอนสุทธิ

บพข-ม.รามคำแหง ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จัดอบรมมาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลคาร์บอนสุทธิ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 21.18 น.

บพข-ม.รามคำแหง ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จัดอบรมมาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย เพื่อสนับสนุนสถานที่พักผ่อนเขตร้อนชื้นที่ดีที่สุดอันดับ 2 ของโลก

โครงการยกระดับบริหารจัดการการท่องเที่ยวดำน้ำคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในพื้นที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ตราด ที่ดำเนินงานโดยมหาวิทยาลัยรามคำแหง และเป็นโครงการในแผนงานการวิจัยการท่องเที่ยวบนฐานมรดกธรรมชาติ การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ภายใต้กลุ่มการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด จัดอบรมหลักสูตรมาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทยเพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ในวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2567 ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด
รองศาสตราจารย์ ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน ผู้อำนวยการชุดแผนงานการท่องเที่ยวบนฐานมรดกทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ บพข. ร่วมกับคณาจารย์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ดำเนินการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ซึ่งได้ริเริ่มแนวคิดการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนระดับโลกบนฐานมรดกทางธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งพร้อมก้าวสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Pathway) ในภาคการท่องเที่ยวโดยดำเนินงานร่วมกับภาคีองค์กรเครือข่ายเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการท่องเที่ยว และส่งเสริมการท่องเที่ยวธรรมชาติเชิงบวก (Nature Positive Tourism) ซึ่งมุ่งเน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เช่น แนวปะการัง ป่าชายเลน ฯลฯ รวมถึงการสนับสนุนแนวทางการแก้ปัญหาด้วยธรรมชาติ (Nature-based Solutions) ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเลในจังหวัดตราด โดยเฉพาะการตระหนักถึงการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการวัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การลดและการชดเชยคาร์บอนจากกิจกรรมท่องเที่ยวทางทะเล

การจัดอบรมหลักสูตรมาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเลเป็นจำนวนมาก โดยมาตรฐานดังกล่าวได้พัฒนามาจากมาตรฐานการท่องเที่ยวระดับสากลของหลายองค์กร ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมการท่องเที่ยวทางทะเล 4 ประเภท ได้แก่ ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก แคนู/คายัค และเจ็ตสกี โดยมี 6 องค์ประกอบสำคัญดังนี้: 1) การบริหารจัดการที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ 2) การใช้ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน 3) การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างยั่งยืนสำหรับชุมชนและนักท่องเที่ยว 4) การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างยั่งยืน 5) การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และภูมิทัศน์ และ 6) การบริหารจัดการธุรกิจท่องเที่ยงทางทะเลคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ การอบรมฯ ครั้งนี้ได้แนะนำ TOOLKIT มาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งออกแบบมาให้ผู้ประกอบการและผู้สนใจสามารถเข้าถึงได้ง่าย สามารถเรีนยรู้ผ่านการอบรมออนไลน์และการเรียนรู้ด้วยตนเอง TOOLKIT นี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเข้าใจและนำมาตรฐานดังกล่าวไปปรับใช้ในธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะผู้จัดอบรมฯ ได้ประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและชดเชยคาร์บอนผ่านแอปพลิเคชัน “ZERO CARBON” 

นายเนรมิต สงแสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เปิดเผยว่า เกาะช้าง จังหวัดตราด ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสถานที่พักผ่อนเขตร้อนชื้นที่ดีที่สุดอันดับ 2 ของโลก โดยนิตยสาร Travel + Leisure ซึ่งเป็นสื่อชั้นนำด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ เกาะช้างเป็น “อัญมณีแห่งอ่าวไทย” ได้รับการยกย่องให้อยู่ในอันดับสูงสุดเคียงคู่กับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ พาลาวัน (ฟิลิปปินส์) และบาหลี (อินโดนีเซีย) ซึ่งสะท้อนถึงความงดงามทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่นของหมู่เกาะช้าง ที่มีระบบนิเวศหลากหลาย ทั้งป่าดิบชื้น น้ำตก ชายหาด และแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับธรรมชาติที่งดงามผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเดินป่า ดำน้ำดูปะการัง และการล่องเรือชมวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งช่วยสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แตกต่างให้กับผู้มาเยือน ผลการจัดอันดับครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของเกาะช้างและประเทศไทยโดยรวม โดยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากทั่วโลกให้มาสัมผัสหมู่เกาะช้าง ดังนั้นการอบรมมาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทยจึงนับเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องเข้าใจและปฏิบัติตามมาตรฐานการท่องเที่ยวฯ รวมถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างสรรค์ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

คุณอรุณวรรณ ใจประสาน และคุณจเร กังวาลไกล ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเลในพื้นที่หมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด กล่าวว่ามาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทยจะช่วยยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวให้มีความยั่งยืน และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวมีความตระหนักและมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล ผู้ประกอบการสามารถดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยคำนึงถึงการลดการปล่อยคาร์บอน การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติและช่วยกันรักษาความงดงามของระบบนิเวศในพื้นที่เกาะช้าง นอกจากนี้ มาตรฐานการท่องเที่ยวฯ ดังกล่าวยังเน้นการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลที่หลากหลาย เช่น แนวปะการัง หญ้าทะเล และระบบนิเวศในเขตชายฝั่ง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการท่องเที่ยวในระยะยาวและช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งนี้การใช้มาตรฐานการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนากิจกรรมและธุรกิจท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน

ครบรอบ 197 วันสถาปนา ‘คุณหญิงโม ‘ขึ้นเป็น ‘ท้าวสุรนารี’

https://www.naewna.com/local/838566

ครบรอบ 197 วันสถาปนา 'คุณหญิงโม 'ขึ้นเป็น 'ท้าวสุรนารี'

ครบรอบ 197 วันสถาปนา ‘คุณหญิงโม ‘ขึ้นเป็น ‘ท้าวสุรนารี’

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 11.12 น.

ชาวโคราชร่วมใจสวมชุดไทยสีม่วงประกอบพิธีบวงสรวงสักการะย่าโมเนื่องในงานวันสถาปนา “คุณหญิงโม” ขึ้นเป็น “ท้าวสุรนารี” ครบรอบ 197 ปี

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) นครราชสีมา และส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชน ได้พร้อมใจกันสวมใส่ชุดไทยสีม่วง ประกอบพิธีบวงสรวงเครื่องราชสักการะเนื่องในงานวันสถาปนาคุณหญิงโม ขึ้นเป็น “ท้าวสุรนารี” ครบรอบ 197 ปีเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมประกอบพิธีนำผ้าสไบเฉียงปักเลื่อมฉลุลาย สีม่วง ทองห่มองค์ท้าวสุรนารี เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวจังหวัดนครราชสีมาที่พระวิหารหลวงวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร อ.เมืองนครราชสีมา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนา “คุณหญิงโม” เป็น “ท้าวสุรนารี” เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พุทธศักราช 2370

สำหรับท้าวสุรนารี หรือ คุณหญิงโม เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ไทยในฐานะวีรสตรีมีส่วนกอบกู้เมืองนครราชสีมาจากกองทัพเจ้าอนุวงศ์ พระมหากษัตริย์เวียงจันทน์ เมื่อพุทธศักราช 2369 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังคุณหญิงโมได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นท้าวสุรนารี 

ซี-เอมี่ รัก 19 ปี ชีวิตคู่ที่ไม่มีอะไรเข้ากัน! น้ำตาไหลพูดถึง อ๋อม อรรคพันธ์

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2823011

ซี-เอมี่ รัก 19 ปี ชีวิตคู่ที่ไม่มีอะไรเข้ากัน! น้ำตาไหลพูดถึง อ๋อม อรรคพันธ์

31 ต.ค. 2567 14:01 น.

ซี-เอมี่ รัก 19 ปี ชีวิตคู่ที่ไม่มีอะไรเข้ากัน! น้ำตาไหลพูดถึง อ๋อม อรรคพันธ์

คู่สามีภรรยา ซี ศิวัฒน์ และ เอมี่ กลิ่นประทุม ควงแขนกันมาเปิดใจในรายการ WOODY FM แบบลึกซึ้งถึงเรื่องราวความรัก 19 ปีที่ไม่มีอะไรเข้ากันได้เลย ความแตกต่าง การปรับตัว และเรื่อง SEX น้ำตาไหลเล่าถึงเพื่อนรัก อ๋อม อรรคพันธ์ ในเรื่องที่ทำให้เสียใจ เผยตัวตนจริงๆ อ๋อมเป็นคนแบบไหน

คุณทั้งคู่คบกันมา 19 ปี?

เอมี่ กลิ่นประทุม : ใช่ค่ะ ปีนี้ครบรอบที่แต่งงาน Anniversary 10 ปี

ซี ศิวัฒน์ : คบกับมา 9 ปี แล้วก็ Anniversary 10 ปี รวมกันเป็น 19 ปี ไม่น่าเชื่อว่าเราสองคนจะทนกันได้นานขนาดนี้

เอมี่-ซี : (หัวเราะ)

เวลาที่คนเราอยู่ด้วยกันในวันแรกกับวันนี้ แน่นอนว่าเราเปลี่ยนทุกวินาที มีช่วงไหนไหมที่รู้สึกว่าไม่เข้ากันเลย?

ซี ศิวัฒน์ : มีตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่คบกันเลย ไม่เข้ากันเลย ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย

เอมี่ กลิ่นประทุม : วันนี้ก็ยังไม่เข้า (หัวเราะ)

ซี ศิวัฒน์ : จนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรที่เข้ากันสักอย่าง

เอมี่ กลิ่นประทุม : อย่างที่พี่วู้ดดี้เจอเอมี่ก็ไม่ค่อยอยู่กับซีนะ

มิติไหนที่มีความแตกต่างกัน?

ซี ศิวัฒน์ : อย่างที่ผมเคยพูดไว้ว่าไม่ทราบว่าคู่อื่นเป็นยังไง คู่อื่นอาจจะมีช่วง Puppy Love เป็นช่วงมีความสุข เราก็เป็นแบบนั้นแต่สั้นมาก เพราะว่าเราสองคนเกิดมาที่เป็นผู้นำทั้งคู่ เอมี่ ก็จะเลี้ยงน้องดูแลครอบครัวมา ผมก็มีความเป็นผู้นำ มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก เมื่อสองคนมาเจอกันมันเหมือนเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจะมีความเป็นตัวเอง 100% มันจึงขัดแย้งกันอย่างมหาศาล

เอมี่ กลิ่นประทุม : จะเป็นแบบฉันก็มีเหตุผลของฉัน เธอก็มีเหตุผลของเธอ แล้วเราก็ใช้ชีวิตมาแบบนี้ รู้สึกว่าทางนี้คือดีกว่า แต่พอไปๆ มาๆ มันกลับกลายเป็นเติมเต็มซึ่งกันและกันโดยที่มันแปลกๆ โดยที่ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนฉันได้แน่นอน แต่พอคบกันทำไมฉันยอมฟังเธอ ทำไมเธอยอมฟังฉัน

ซี ศิวัฒน์ : เหมือนเรามีวิวัฒนาการทางด้านความคิดโดยเฉพาะบริบทของความรัก มันเปลี่ยนแปลงไปตอนไหนก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ช่วงแรกคือคน 2 คนที่ชอบกัน แต่นิสัยเป็นสิ่งที่ไม่ชอบเลย เมื่อก่อนคือไม่ใช่เลย แล้วไม่คิดว่าจะมาเติมเต็ม คือมันล้นแก้วเรามาก ด่ากันตลอดเวลา อยู่ๆ วันหนึ่งเรากลับไปฟังอีกฝ่ายหนึ่งโดยที่เราก็ไม่รู้ตัว เขาและผมไม่ใช่สเปกของกันและกันตั้งแต่แรก ซึ่งคิดว่าไม่น่ารอด แต่ด้วยอะไรก็ไม่รู้ จนกระทั่งเราทะเลาะกันช่วงปีแรกหรือว่าเราจะหยุดกันแค่นี้ ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา เพราะผมรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว พอเดินเข้าไปในบ้านเขาก็เดินมาจับมือว่า เฮ้ย! หรือว่าอีกสักฮึบไหม ซึ่งเขาไม่เคยพูดเลย

เอมี่ กลิ่นประทุม : คือเราโตมาแบบคนเอาใจ ผิดถูกยังไงเธอก็ต้องง้อฉัน เป็นคนเอาแต่ใจตัวเองมากๆ แล้วคนนี้เขาไม่ตามเรา ทำให้เรามองย้อนดูตัวเอง เลยคิดว่าคนนี้น่าสนใจ ท้าทาย ที่ทำให้ตัวเราอยากปรับปรุงตัวเอง ทั้งๆ ที่อยู่มาบนโลกใบนี้ไม่เคยอยากปรับปรุงตัวเองเลย

อะไรที่คุณปรับ?

เอมี่ กลิ่นประทุม : การยอม ปกติไม่เคยยอมรู้สึกว่าเราถูกเสมอ ถ้าเธอรักฉันเธอต้องเข้าใจฉัน เขาทำให้เรายอมเข้าไปจับมือแล้วขอโทษคนแรก ก็แปลกประหลาดมาก การขอโทษคือเหมือนเป็นการเสียศักดิ์ศรีมาก แล้วเราได้คุยกัน แล้วได้ฟังอีกฝ่ายว่าเขารู้สึกยังไง ทำให้เราโตขึ้น ตั้งแต่ใช้ชีวิตมารู้สึกว่าเพิ่งจะเป็นผู้ใหญ่ตอนคบกับเขา

เรื่อง Sex คุยกันไหม?

ซี ศิวัฒน์ : คือถ้าคุยจริงจังไม่มี แต่คุยออกโซเชียลมีเดียแบบตลกมีพูด ในช่วงเวลานี้เอมี่เขาจะเป็นช่วงที่โฟกัสหนักมาก ผมจะไม่กดดัน แต่ก็มีอำแกล้งในโซเชียลมีเดีย แต่ถ้าเขาไม่ก็คือไม่ ก็จะเข้าใจเขา เพราะผมจะให้เกียรติเขามากในเรื่องนี้ ผมจะเข้าใจว่าบางทีที่เขาจะต้องโฟกัสอะไรก็แบบเหนื่อยแล้ว ซึ่งเขาก็มีบอกวิธีการนะ ว่าให้ผมคลุกวงในไปเลยไม่ต้องมาขออนุญาต แต่ก็มีนะถ้าเกิดผมไม่ไหวจริงๆ ผมก็ไม่แคร์นะ

การจากไปของ อ๋อม อรรคพันธ์ รู้ว่าพวกคุณรักเขามาก เลยอยากพูดเรื่องของการจากลา เรามีเวลาอยู่บนโลกนี้ที่จำกัดกับตัวเองและคนที่เรารัก หรือแม้แต่เพื่อนที่จากไปได้มีโอกาสได้คุยกันบ้างไหม?

ซี ศิวัฒน์ : คุยครับ แต่ว่าอาจจะไม่ได้คุยแบบจริงจัง คือเมื่อก่อนตอนเราไปปาร์ตี้กันก็จะมี อ๋อม อรรคพันธ์ มา เขาจะมีอยู่คาแรกเตอร์หนึ่งคือ มีความไม่มั่นใจในตัวเอง ว่าเวลาที่อยู่ในสังคมเพื่อนด้วยกันแล้วกลัวว่าจะไม่ได้ถูกรัก สมมติว่าถ้านั่งกับพี่วู้ดดี้ เขาจะถามพี่บ่อยมากว่า พี่วู้ดดี้รักผมไหม รำคาญผมหรือเปล่า แล้วสักพักหนึ่งเขาก็จะถามอีกว่า พี่รักผมไหม

ซึ่งจริงๆ แล้วเราอยู่ตรงนั้นเพื่อเขาเสมอ ทั้งๆ ที่ผมรำคาญมัน แต่จะอยู่กับมัน แล้วเอมี่ก็เป็นแบบนั้น ที่เอมี่ร้องไห้เสียใจเพราะรู้สึกกับบางโมเมนต์ที่อาจจะพูดออกไปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ แล้วทำให้เราได้รู้ว่าบางทีไม่รู้จริงๆ นะ ว่าคนๆ นี้เราจะมีโอกาสได้เห็นหน้าเขาไปอีกนานแค่ไหน หรือแม้กระทั่งตัวเอง

เอมี่ กลิ่นประทุม : (น้ำตาไหล) เราจะเป็นคนที่เพื่อนเข้าถึงง่าย ทุกคนก็จะโทรหาเรา อ๋อมก็เช่นกัน เขาจะคุยกับเราบ่อย แต่เราจะเป็นคนรำคาญ ก็จะมีด่าเหมือนกัน อย่างเช่นถ้าใครโทรหามากๆ ก็จะไม่รับโทรศัพท์แล้ว ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งอ๋อมเขาก็จะโทรมา เราก็รับบ้างไม่รับบ้าง แต่พอรู้ว่าเขาป่วย เราก็จะแบบต้องไปหามันนะ ต้องไปให้กำลังใจ ซึ่งช่วงแรกๆ ก็โทรคุยตลอด พอหลังๆ รู้สึกว่าเขาดีขึ้นแล้ว เราก็ไม่ค่อยได้ไปหา ไม่ได้สนใจ พอย้อนกลับไปดูแชตก็จะมีประโยคหนึ่งว่า… “ถ้าว่างก็มาหาด้วยนะ ไม่อยากไปไหน ไม่อยากให้ใครเห็น” แล้วเราไม่รีบไปหาเขาเลย

รู้สึกว่าเราเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เขายอมพูดแบบนี้ และมี่ก็ไม่รู้เวลามันจะมีอยู่แค่นั้นนะเราคิดว่าเขาดีขึ้นแล้ว ก็เลยเป็นความรู้สึกที่แย่ แล้วเราไม่เคยเสียใครแบบใกล้ตัว ก็เลยจัดการอารมณ์ไม่เป็น อย่างพี่ซีเขาก็จะปล่อยวางอารมณ์ได้ แต่เราจะเป็นคนคิดวนไปวนมา ว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน จะรู้ไหมว่าเรารักเขานะ เราเป็นเพื่อนนะ แต่บางทีเรามองข้ามไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปๆ จนมันไม่มีแล้ว ในวันที่จะได้คุยกับเขาอีก (น้ำตาไหล)

อ๋อม อรรคพันธ์ ในมุมที่คนไม่เคยเห็น ตัวตนเป็นยังไงถึงทำให้พวกคุณรักเขา?

ซี ศิวัฒน์ : ผมว่าเขาเป็นคนที่จริงใจมากๆ เป็นคนที่ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนเลย เป็นยังไงพูดแบบนั้น แล้วก็มีความเป็นสุภาพบุรุษโดยเฉพาะกับทีมงาน เวลาเขาถ่ายละคร ผมไม่เคยร่วมงานกับเขา เพิ่งจะมาทราบว่าเวลาอ๋อมเห็นแม่บ้านมาทำงาน เขาก็จะสะกิดทีมงานว่าช่วยเอาเงินไปให้หน่อยโดยที่ไม่ได้ออกหน้า เพราะถ้าเกิดอ๋อมเดินไปเดี๋ยวเขาจะอาย เขาเป็นคนแบบนั้น ถึงผมจะเป็นเพื่อนกับเขามานาน

ผมเกิดวันนี้ 27 ม.ค. ส่วนอ๋อมเกิดวันที่ 28 ม.ค. ทุกปีอ๋อมก็จะมางานวันเกิดผมเสมอ เขาก็เป็นผู้ชายธรรมดาทั่วไป แต่ทุกวันนี้ผมเองก็ไม่รู้จริงๆ ว่าเพราะอะไรเวลามาอยู่ด้วยกันแบบนี้แล้ว เขาถึงไม่มั่นใจในตัวเอง แล้วก็มีคาแรกเตอร์ที่แปลกๆ กลัวเพื่อนจะไม่รักหรือรำคาญ ที่พูดวนอะไรแบบนี้ ซึ่งผมก็ไม่เคยได้มีโอกาสจับเข่าคุยกันจริงจัง แต่ทุกครั้งเชื่อไหมแม้ว่าผมจะเป็นคนเดียวที่คุยกับอ๋อมมากที่สุด ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่รู้เลยว่ามันคุยกับผมเรื่องอะไรบ้าง แต่ที่บอกได้คือคำว่า มึงรักกูหรือเปล่า ทุกคนที่ไปถามอ๋อมจะพูดประโยคนี้เสมอ บางทีพูด 10-20 ครั้งคนก็รำคาญเพราะอยากจะคุยเรื่องอื่น

เอมี่ กลิ่นประทุม : (หัวเราะ)

ซี ศิวัฒน์ : ถ้าถามว่าทำไมคนถึงรักอ๋อม ณ โมเมนต์ตอนนั้นคืออาจจะมองว่าน่ารำคาญ แต่ความเป็นจริงแล้วนี่คือ เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีความน่ารักมาก ที่เขาต้องการความรัก คือเป็นพระเอกแนวหน้าของประเทศไทย เขาไม่มีความอีโก้อะไรเลย ให้เกียรติทุกคนเสมอ นี่เป็นเหตุที่ทุกคนมาถามผมว่าทำไมถึงนั่งคุยกับเขาได้ เพราะผมรู้ว่าเขาเป็นคนดี ถ้าคนๆ นี้ต้องการความรักจากผมขนาดนี้ เราก็อยู่ให้เขาถาม และผมก็อยู่แบบนี้ตลอดจริงๆ กล้าพูดได้เต็มปากเลยในทุกๆ ปีที่เราได้มาเจอกัน ผมอยู่ตรงนั้นกับเขาเสมอ

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ณวัฒน์ ขุดประวัติแฉ ND เมียนมา มีคนไทยหนุนหลังซื้อลิขสิทธิ์ สุดท้ายขอเงินคืน

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2822981

ณวัฒน์ ขุดประวัติแฉ ND เมียนมา มีคนไทยหนุนหลังซื้อลิขสิทธิ์ สุดท้ายขอเงินคืน

31 ต.ค. 2567 12:25 น.

ณวัฒน์ ขุดประวัติแฉ ND เมียนมา มีคนไทยหนุนหลังซื้อลิขสิทธิ์ สุดท้ายขอเงินคืน

เรื่องราวใหญ่โต สำหรับดราม่าประกวด Miss Grand International 2024 ประเด็นนางงามจากเมียนมา รายการ คนดังนั่งเคลียร์ ช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป จึงขอเชิญ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มาร่วมพูดคุยถึงกรณีดังกล่าว หลายคนสังเกตว่า มิสแกรนด์เมียนมา ไม่สมควรได้รองอันดับ 2 จริงหรือไม่ แถมมิสแกรนด์อินเดีย เหมาะสมจริง ได้มาเพราะบอสช้อยส์หรือเปล่า  และจริงไหม ฮตูแอนท์ หลวิน ND มิสแกรนด์เมียนมา มีคนไทยเปย์หนักช่วยซื้อลิขสิทธิ์

ทราบมาว่าไปมีเรื่องมีราวกับประเทศอีกซีกนึงว่า การประกวด สถานี การจัดงานออร์แกไนซ์ไม่สมเกียรติศักดิ์ศรี ก็ขนนางงามขึ้นเครื่องกลับ ซื้อตั๋วเครื่องบินในวันเดียวได้มาหมดเลย?

“อย่าว่าวันเดียวเลยครับ ผมไม่เคยพูดถึงเรื่องปัญหานี้เลยนะ เพราะผมพยายามจะหุบปากให้มากที่สุด พูดกันตามภาษาชาวบ้าน ผมกลัวว่าฟางเส้นสุดท้ายมันจะกลายเป็นเรื่องอื่น เพราะเราเคยมีประสบการณ์ละครเมืองไทย อยู่แล้ว 1 เรื่อง และช่วงหลังเขาก็ขู่แล้วว่า เขาจะไปหา หรือทำอะไรกับสถานทูต เราก็ยิ่งต้องเงียบมากๆ ที่สุดของการเงียบ ทุกคนบอกว่าทำไม คุณณวัฒน์เงียบมาก ลำพังผมชนได้อยู่แล้ว เวลาผมพูดเรื่องงาน ผมบอกชัดเจน ผมคุยกับเขาเพราะบริษัทเขา กับบริษัทผม ไม่เกี่ยวกับประชาชนประเทศเขา ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของประเทศชาติ แต่เขาจะให้เหตุผลว่า การพูดอะไรของเราคือ การทำลายประเทศเขาหมด มันจะคุยกันได้ไงต่อ ผมก็หยุด

และนาทีที่ผมกลับมาก็คือว่า มีการเอามาเฟียมานั่งฟัง มานั่งเคลียร์กับผมด้วย อ้าวธรรมดาเราไม่เคยเห็นหน้าคนนี้ อยู่ๆ ลักษณะเป็นมาเฟีย อยู่ๆ มานั่ง แล้วพยายามกดดันเรา ตอนประมาณเที่ยงคืนกว่าที่นั่งคุยกัน และคุยกันไม่จบ และให้เชิญคนนี้ ซึ่งเราไม่รู้จัก เราไม่รู้ว่ามีอาวุธหรือเปล่า พูดกันตรงๆ และทำไมหน้าตาต้องดุดันขนาดนั้น และเรา พูดอะไรปั๊บ เขาก็จะยืนแอ็ก

และเราก็จะบอกกับเจ้าของ 2 คน ผัวเมีย กับน้อง และพนักงานเขาอีกคนนึงว่า คนนี้เราไม่เคยดีลงานด้วยนะ เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนในชีวิตเลย เรารู้จักกันมากี่ปีแล้ว เราไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคลคนนี้ ที่มานั่งอยู่ ข้างคุณเนี่ย เรารู้สึกไม่สบายใจ เพราะเวลาเราจะคุย คุณก็มาชี้หน้า พนักงานเราขึ้นมาพูดคุย ก็มายืนชี้หน้าให้นั่ง เริ่มจุ้นจ้าน บงการ เราก็เลยบอกว่า เอาคนนี้ออก แล้วเราจะคุยกันว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะตอนนี้ปัญหามันเยอะไปหมด ถ้าไม่เอาคนนี้ออก เราคุยกันต่อไม่ได้ ฯลฯ”

ตอนนี้เขากำลังเมาท์กันว่า จัดทุกอย่างได้สวยหรูแต่ถึงเวลาตัดสินการประกวด ขาดความเที่ยงธรรม คนที่เขาได้รอง 2 เขาต้องคืน เขาไม่แฮปปี้บอสช้อยส์?

“อาจารย์คำว่า เที่ยงธรรม ผมว่าคนในโลกใบนี้ เขาเข้าใจนะ แต่ว่าสำหรับคนบางคน คนบางกลุ่มเขาไม่เข้าใจ ก็เรื่องของเขา เราจะทำอย่างไรได้ ในเมื่อผู้อำนวยการกองประกวดเมียนมา ชื่อคุณฮตู น้องแตแต และทีมงานทั้งหมดที่เขาคุม กันตลอดเวลา เขาอย่างไรก็ไม่ยอมรับผลหรอก เพราะเขาเป็นอะไรไม่รู้ในกระบวนการความคิด เขาจะคิดอยู่อย่างเดียวว่าเขามาที่นี้ เขาต้องที่ 1 เท่านั้น ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปย้อมความคิดนี้อย่างไร จนทำให้ผมคิดว่า มันมีปัญหาอะไรที่เกิดขึ้น เบื้องหลังของพวกเขาหรือเปล่า อันนี้ผมคิดไปเองนะ จริงเท็จไม่รู้ เช่น ไปเอาเงินทุนมาจากใคร และไปสัญญากับเขาหรือเปล่าว่าไปเที่ยวนี้ ได้ที่ 1 แน่ เพราะว่า มิสเตอร์ณวัฒน์คอนเฟิร์ม หรือสนิทกับผม”

แล้วคุณณวัฒน์ไปคอนเฟิร์มหรือเปล่า?

“ใครจะไปกล้าคอนเฟิร์ม ถ้ามีคอนเฟิร์มตายแน่ๆ มันต้องมีหลักฐาน มันไม่คอนเฟิร์มหรอก แต่นี่มันเป็นกุศโลบายของคนที่อยากจะไปได้นายทุนเอาเงินมาหล่อเลี้ยงองค์กรหรือเปล่าว่า เอานะ ขอสัก 20 ล้านปีนี้เราได้มงที่ 1 แน่นอน เราชนะแน่ เพราะฉะนั้น ขอเงินมาเพื่อมาดูแลน้อง มาเป็นค่าใช้จ่าย ก็อาจจะเป็นไปได้ คิดไปเองนะ หรือ เขาบอกน้องว่าชนะแน่นอน เพราะว่าน้องเอง ครอบครัวของน้องก็ไม่ยากจน ผมก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนลงทุน เพราะมันต้องใช้เงินลงทุนเยอะ ไม่แน่ก็อาจจะเป็นครอบครัวของน้องที่ยอมจ่ายทุกอย่าง ที่เราเห็นในภาพทั้งหมด และตอนนี้ ก็คือไปสัญญาว่าที่ 1 แน่นอน ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ มันเลยกลายเป็นเรื่องที่เขามั่นใจว่าเขามาที่นี่ เขาต้องได้ที่ 1 เท่านั้น ฯลฯ

คนที่ชื่อนีนีสวยนะปีที่แล้วที่เวียดนามเป็นเจ้าภาพ นีนีเป็นรอง 1 เรียนที่สิงคโปร์ จบปริญญามาจากต่างประเทศ สมองเขาไม่ยอมคน เพราะเขาเป็นเด็กอิมพอร์ต เป็นลูกสาวคนเดียว หลังจากที่เขามงมิสแกรนด์เมียนมา ช่วงรอที่จะประกวดแกรนด์อินเตอร์ มงได้ 15 วัน เขาก็ทะเลาะกับผู้จัดการ เราเรียกว่าไดเรกเตอร์แล้วกัน ไอ้ฮตูนี่แหละ เขาก็ทะเลาะกันเพราะว่า ฮตูพยายามแนะนำนีนี ให้รู้จักกับผู้ชายคนนึง ใช้คำว่าแนะนำแล้วกันนะ จะได้ดูดี ซึ่งนีนีไม่เอา ไม่สนใจ ไม่ยอมก็เลยทะเลาะกัน

หลังจากนั้นนีนีก็ดูแลตัวเองมาตลอดจนถึงเข้ากองเมื่อเดือนตุลาคม ไม่เคยซัพพอร์ตนีนีสักบาทเดียว ยกเว้น ชุดวันไฟนอล ชุดเดียวที่ทำมาให้และบังคับ นีนีก็เลยใส่ให้สีเหลือง เพื่อให้มันจบทุกอย่าง และก็ไปเรียกเก็บเงินค่าแฟรนไชส์ คือทุกประเทศต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เรา ถูกไหม เขาจ่ายมาแล้ว แต่ฮตูไปขอนีนี เธอต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ฉันด้วย เพราะแม่เธอรวย แต่ว่านีนีและแม่ไม่ยอมจ่าย ก็ทะเลาะวิวาทกัน ก็ขาดกันไป เนื่องจากเขาจ่ายตั้งแต่มงแล้ว 15 วันจนตลอดเกือบ 1 ปี คือเหตุการณ์ที่เกิดกับนีนี ก็ประหลาด ตอนนี้นีนีก็จะแถลงข่าวที่พม่า เพราะเขาถูกทางนู้นเล่นงานหนัก”

พูดถึง ราเชล คุปตะ สวยนะ?

“สวยครับ ต้องยอมรับครับว่า การทำงานกับคนอินเดียไม่ใช่เรื่องง่าย ผมเป็นคนพูดตรงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ทำงานโฟลว์ทุกอย่าง แต่อินเดียคนนี้ เป็นคนที่คุยกันแล้วรู้เรื่อง และรู้สึกว่ามันมีจุดหมายปลายทางเดียวกัน คนอินเดียอาจจะเป็นคนที่พูดจาไพเราะ หวาน แต่คนนี้ผมลองเทสต์หลายครั้ง มีความตั้งใจผิดปกติ ค่อนข้างชัดเจน มีอยู่วันนึงเขาทำมะม่วงกวนมาให้ และติดสติกเกอร์ป๊ะป๋าณวัฒน์ เขาบอกว่า ถ้าทำอันนี้ขาย รับรองขายดีทั่วประเทศ และขายดีที่อินเดีย

ผมก็คิดว่าเด็กคนนี้มีความคิดเป็นธุรกิจ คือคนเราพูดได้ เพื่อให้ตัวเองดูดี แต่แค่พูดแล้วไปเลย อย่าลืมนะผมขนมให้อาจารย์ขาย แล้วผมก็จะตามอาจารย์ ผมมีไอเดียแชร์ แสดงว่าคนฟอลโลว์ที่อยากให้เห็นเป็นรูปธรรม ไม่ใช่พูดเป็นนามธรรม เราหา 4B บอดี้ดีไหม ได้ บิ้วตี้ ได้ สมอง ไม่ต้องพูดถึง คนอินเดียพูดเก่ง สมองดี สุดท้าย บิสซิเนส เขาตอบผมในโจทย์นี้ได้ดี เพราะฉะนั้นเร็วๆ นี้ มะม่วงกวนราเชลก็จะออกสู่ท้องตลาด”

น้องหลินล่ะ ทำไมติดแค่ 20 เอง?

“เราประกวดก็ต้องยอมความชัดเจนว่า ถ้าเราไม่ถึง บริบทของแกรนด์ไทยแลนด์ ต้องบอกแฟนคลับทุกคน บริบทแกรนด์ไทยแลนด์ กับแกรนด์อินเตอร์ไม่เหมือนกัน แกรนด์ไทยแลนด์ของเราเสิร์ฟเฉพาะคนไทยก่อน ถามว่าเราคาดหวังชนะอินเตอร์ไหม เราคาดหวังบางปี แต่บางปี พูดกันตรงๆ เราไม่คาดหวังเลย อย่างปีหลิน เราไม่ได้คาดหวังชนะอินเตอร์นะ แต่เราคาดหวังให้เขาเป็นสตาร์ เพื่อหาเงิน ช่วยกันทำมาหากินในบริษัท ตอนนั้นหลินก็มีละคร 2 เรื่อง และอื่นๆ เราต้องการบุคลากรแบบนี้ อีกจำนวนนึงแล้วอินเตอร์ เราค่อยโฟกัสชนะอีกสัก 2-3 ปีก่อน”

ฮตู ก่อนที่จะมาทำ ND เขาทำมาหากินอะไร คุณณวัฒน์น่าจะพอรู้จักบ้าง อยู่เมืองไทยมานานหรือยัง?

“คือรู้ว่าเขาอยู่เมืองไทยเป็นหลัก พูดตรงๆ อยู่มานานแล้ว ก่อนจะมาเป็น ND เขาทำงานกับผม 3 ปีเศษนะ ยาวๆมานะ ตั้งแต่ก่อน 3 ปีที่แล้ว ผมก็ไม่รู้เขาอยู่เมืองไทยมานานแค่ไหน หลายคนก็บอกว่าเขาอยู่ เม้าท์มอยไปอยู่เพราะมีบารมีผู้หลักผู้ใหญ่ ก็อาจจะเอ็นดูกัน คือมันมีคนเม้าท์มอยแบบนี้ ผมก็ไม่เชื่อ”

และได้เห็นหรือยังถึงไม่เชื่อ?

“เอาจริงๆ นะ ผมแค่ฟังแล้วก็ผ่าน อะไรที่เราทำงานด้วย ผมจะไม่ลงไปลึกขนาดนั้น”

ณวัฒน์ได้เห็นคลิปแล้วใช่ไหม เขาบอกว่าอลังการงานสร้างมาก?

“(ส่ายหัว) ถามคนทางบ้านเถอะ เขาน่าจะรู้ดีกว่าทุกคนในโลกใบนี้ คนทางบ้านเลย อาจารย์รู้ไหม สิ่งหนึ่งที่เราสงสัยเวลาเขาโอนเงินไปมา เขาโอนจากธนาคารในประเทศไทย บางที่เราก็งงนะ รู้ไหมว่า เหมือนเอาเรื่องเขามาเปิดโปง เขาวางมัดจำเป็นเจ้าภาพผม ผมเพิ่งรู้ตอนเริ่มมีเรื่องคือ เขาไปเอาเงินคนไทยคนนึงมาให้ผม”

คนไทยคนนั้นเรารู้จักด้วย?

“คนไทยคนนั้น ผมก็พอรู้จัก แต่ขออนุญาตไม่พูดถึง และคนไทยคนนั้นก็ตามมาขอเงินคืนจากบริษัทผม”

คืนไหม?

“ไม่คืน เราไม่เคยมีสัญญากับคนนั้น”

เขามาขอเงินคืนทำไม?

“เขาบอกว่า ผู้ชายคนนั้นอ้างว่า จะได้เป็นประเทศเจ้าภาพบลาๆ เสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะ เอาเงินมาใช้ก่อน เสร็จแล้วพอใช้มาครึ่งทาง มันไปขุดอีกไม่ได้มั้ง หรืออย่างไรก็แล้วแต่ มันก็เลยหยุดอยู่แค่นั้น เสร็จเรียบร้อยพอเขาไม่มีให้ เราก็ยกเลิกถูกไหม เรายกเลิก อ้าวคนที่จ่ายตังค์อยู่ไหน ฉันว่าฉันให้เธอแล้วจะได้ไปนั่งอาจจะเป็นประธาน เคียงข้างหรืออะไร ตอนนี้ฉันก็ไม่ได้อะไรแล้ว ตกลงเป็นอย่างไร”

เขาเป็นสปอนเซอร์กันแบบไหน?

“ผมไม่ทราบ”

และในช่วงท้ายรายการคุณณวัฒน์พูดถึงเรื่องประเด็น ดิ ไอคอน ว่า กบ ไมโคร เป็นลิสต์ SUPER VIP ของบอสพอล และภรรยาบอสกันต์มีสิทธิ์โดนไปด้วย เพราะทำทั้งธุรกิจ และธุรกรรม และเป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกด้วย

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แฟนๆ ใจหาย วิทวัจน์ สุทรวิเนตร์ ประกาศเกษียณ ยุติรายการตีสิบเดย์

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822978

แฟนๆ ใจหาย วิทวัจน์ สุทรวิเนตร์ ประกาศเกษียณ ยุติรายการตีสิบเดย์

31 ต.ค. 2567 11:58 น.

แฟนๆ ใจหาย วิทวัจน์ สุทรวิเนตร์ ประกาศเกษียณ ยุติรายการตีสิบเดย์

ทำเอาแฟนๆ ใจหายไม่น้อย เมื่อเพจ ตีสิบเดย์ At Ten Day ได้โพสต์แจ้งข่าวว่า วิทวัจน์ สุนทรวิเนตร์ เจ้าของรายการชื่อดัง จะขอเกษียณและหยุดทำรายการ ตีสิบเดย์ หลังจากที่ทำมานานถึง 27 ปี เอาไว้ว่า 

“40 ปี ที่โลดแล่น แดนโทรทัศน์

วิทวัจน์ ขอเกษียณ หยุดสรวลเส

หยุดรายการ 27 ปี ตีสิบเดย์

จึงขอเซย์ กู๊ดบาย ปลาย พอ.ยอ.

#ตีสิบเดย์ เทปสุดท้าย 30 พ.ย. 67

#ไม่ไปต่อ #ไม่มีดราม่าอะไรนะจ๊ะ”

งานนี้ก็มีแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นเอาไว้มากมายว่า “สี่ทุ่มสแควร์สแควร์ จนถึงตีสิบของพวกเรา, ขอให้มีความสุขในวัยเกษียณค่ะ, ขอบคุณครับที่ให้ความสนุก เสียง หัวเราะ ก่อนนอนสมัยก่อน ผมดู ตั้งเเต่ รายการ 4 ทุ่มเเสควร์ ช่อง 7 วันพฤหัสบดี 4 ทุ่ม จนถึงปัจจุบันเป็นรายการ ตี 10. ขอบคุณครับ, ขอบคุณสำหรับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่มอบความสนุกให้กับผู้ชมตลอดเวลาที่ผ่านมาครับ, อยากดูต่อไม่อยากให้หยุด”

มดดำ คชาภา คอนเฟิร์ม นัท มีเรีย ไม่ได้ท้อง หลังมีคลิปว่อนโซเชียล

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822938

มดดำ คชาภา คอนเฟิร์ม นัท มีเรีย ไม่ได้ท้อง หลังมีคลิปว่อนโซเชียล

31 ต.ค. 2567 11:30 น.

มดดำ คชาภา คอนเฟิร์ม นัท มีเรีย ไม่ได้ท้อง หลังมีคลิปว่อนโซเชียล

หลังจากที่มีคลิปของ นัท มีเรีย ในตอนที่ขึ้นคอนเสิร์ต Dance Arena Grammy RS Concerts ที่เป็นการรวมศิลปินสุดฮอตยุค 90 ขึ้นเวทีมาดวลกัน จากทั้งฝั่ง RS และฝั่ง Grammy 

ซึ่งในคลิปดังกล่าว นัท มีเรีย กำลังโชว์อยู่บนคอนเสิร์ต แต่หลายคนที่เห็นคลิปต่างพากันโฟกัสที่หน้าท้องของนักร้องสาวคนดัง และพากันสงสัยว่า เจ้าตัวกำลังตั้งครรภ์หรือไม่ พร้อมร่วมแสดงความยินดีกันจำนวนมากและหลายเป็นข่าวในตอนนี้

ล่าสุด ในรายการข่าวใส่ไข่ ที่ออกอากาศทางช่องไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.45-19.00 น. มดดำ คชาภา ที่เป็นหนึ่งในพิธีกรได้พูดถึงเรื่องที่หลายคนกำลังสงสัย พร้อมกับคอนเฟิร์มข่าวนี้เอาไว้ว่า

“ฉันว่าชุด ไม่ท้องแล้ว ถ้าท้องท้องไปนานแล้ว ไม่ท้องหรอก เชื่อเถอะ คุณนายนัท 49 แล้ว จะมาท้องอะไรตอนนี้ ก็ต้องรอออกมาเคลียร์ชัดๆ แล้วกัน แต่ไม่ท้องหรอก ร้อยเปอร์เซ็นต์”

เปิ้ล ชไมพร เปิดใจวัยเด็กป่วยโปลิโอ มีผลถึงตอนโต โต้ตกอับอยู่บ้านเช่า (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2822950

เปิ้ล ชไมพร เปิดใจวัยเด็กป่วยโปลิโอ มีผลถึงตอนโต โต้ตกอับอยู่บ้านเช่า (คลิป)

31 ต.ค. 2567 11:25 น.

เปิ้ล ชไมพร เปิดใจวัยเด็กป่วยโปลิโอ มีผลถึงตอนโต โต้ตกอับอยู่บ้านเช่า (คลิป)

เป็นการเปิดใจครั้งแรกของ 2 คู่ซี้ในวงการบันเทิงอย่าง ตุ๊กตา อุบลวรรณ บุญรอด และ เปิ้ล ชไมพร สิทธิวรนันท์ ที่คบกันมากว่า 30 ปี มาเม้าท์มอยความสัมพันธ์ในวงการ และเปิดใจย้อนวัยในวันวานของแต่ละคน รวมไปถึงอัปเดตอาการล่าสุดของพ่อตุ๊กตา และข่าวลือตกอับของเปิ้ล จนต้องไปอยู่บ้านเช่า ผ่านรายการ “คุยแซ่บโชว์” ทางช่อง one 31

ครั้งแรกที่เจอกันต่างมองกันและกันยังไง?

ตุ๊กตา : พี่เปิ้ลเจอครั้งแรก เขาเป็นคนอ่อนโยน ใจดี น่ารัก ผู้หญิงคนนี้ใจดีจัง แม้เป็นพี่นะ แต่ก็ยกมือไหว้ทุกคน เขาจะเรียกพี่หมด ส่วนเราเป็นสายบู๊ กระทืบหมด กระทืบผู้ชายก็กระทืบมาแล้ว ทอมก็กระทืบมาแล้ว สาเหตุเพราะถ้าเราเห็นอะไรไม่ถูกต้อง ในตอนวัยรุ่นนะ บางทีกฎหมายมันช้า มันหลายอย่าง บางทีความยุติธรรมกว่ามันจะมา มันต้องใช้เวลา ถ้าเราไม่ผิด เราโดนโกง เราถูกหลอก เราก็ต้องทำ มีอะไรพร้อมมีเรื่อง ไม่ด่า เดินไปกระทืบ เคลียร์แล้วจบ ไม่พูดอะไร แล้วไปจ่ายปรับจบ ไม่เคยโดนกระทืบกลับ แต่ธัญญ่าน่ากลัวกว่า (หัวเราะ)

เปิ้ล : สนิทกันเพราะรถเราเสีย เราต้องถ่ายละครด้วยกัน อาศัยรถไปมา เพราะต้องถ่ายที่ต่างจังหวัด และเขาเป็นคนพูดตรงๆ ง่ายๆ เข้าใจภาษาของเรา เพราะเราพูดไม่รู้เรื่อง (หัวเราะ) เราชอบพูดคนเดียว แต่ตุ๊กเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนในตอนนั้น แต่ตอนนี้เราแรงกว่า (หัวเราะ)

ตุ๊กตา : แต่ตอนนี้เราใจเย็น มี 2 สาเหตุ 1 มาจากคุณธัญญ่ากับคุณเปิ้ล ชไมพร เขาจะปลอบเราในเวลาเราร้อน ส่วนคุณญ่า ชวนเราเข้าธรรมะ แนะนำให้เราสวดมนต์ ส่วนเปิ้ลใจร้อนแบบโก๊ะๆ (ยิ้ม) และเป็นคนชอบเดินสะดุด วันละ 20-30 รอบ

เปิ้ล : ตอนเด็กๆ เราเป็นโปลิโอ ก็เดินลำบาก หม่าม้าก็พาไปกายภาพจนเรากลับมาเดินได้ มันทำให้เหมือนเดินสะดุดตลอด ตอนนั้นที่รักษา คือเราหยอดยาไม่ครบ มันก็มีอาการ แม่พาไปกายภาพ อาทิตย์ละครั้งที่ต้องไปกายภาพ แต่พอกลับมาบ้าน กายภาพเอง เอาจักรยานสามล้อ แม่จับผูกขา และก็จับลากไป หรือว่าหมอไหนดี ก็พาไปนวด และตอนนี้ก็เดินปกติ แต่ก็ต้องคอยระวัง เราออกกำลังกายด้วย

ตุ๊กตาต้องคอยสอนอะไร เห็นว่ามีดุด้วย?

ตุ๊กตา : เราก็ช่วยแนะนำแต่งตัว แต่งหน้า เราก็จะดุว่าให้เขาทาปาก กรีดตา เราสอนให้เขาเขียนคิ้ว ติดขนตาเป็น (ยิ้ม)

ดูแลมา 30 ปี เคยทะเลาะกันไหม?

ตุ๊กตา : ไม่เคยเลย ไม่เคยงอนกัน ไม่เคยเข้าใจผิดอะไรกันเลย ไม่มีอะไรบาดหมาง เป็นเพื่อนคนแรกในชีวิตที่เป็นดาราด้วยกัน ไม่เคยต้องเคลียร์อะไร ก็ยังถามว่าพี่เปิ้ล เราจะทะเลาะกันตอนไหนดี (ยิ้ม)

เปิ้ล : แต่เราก็รับรู้ได้ว่าบางช่วงตุ๊กเขาก็จะเครียด อย่างไม่ได้คุยกันนาน แต่เหมือนเรานอนๆ ก็นึกถึงเขาว่าตุ๊กมีเรื่องอะไรหรือเปล่า 2-3 วันสลัดความคิดนี้ไม่ออก เราก็เลยโทรหาว่าเป็นไง สรุปว่าเขาก็มีความกังวลใจ

ตุ๊กตา : เหมือนเขามีเซ้นส์ แต่เรามีปัญหา เราก็ไม่เคยโทรหาเขา ไม่อยากให้เครียด แต่นางก็โทรมาเหมือนผีหลอก เหมือนรู้ว่าเรากำลังเครียด ตลอด 30 ปี นางโทรมา จนเราคิดว่านางน่ากลัว นางส่งใครตามมาหรือเปล่า

เปิ้ล : เราเคยบอกว่าถ้ามีปัญหาอะไร ให้โทรมา โทรศัพท์เราเปิด 24 ชม.

อย่างเรื่องล่าสุด คุณพ่อของตุ๊กตาป่วย?

ตุ๊กตา : อาการดีขึ้น ตั้งแต่ เม.ย. อาการเป็นไตวายเฉียบพลัน ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ เลือดเป็นกรด ต้องใช้คำว่าแทบจะเอาชีวิตไม่รอด ครั้งล่าสุดที่เกิด คือพ่อไม่กินข้าวเลย 10 วันติดต่อ จนไตวายเฉียบพลัน เราพยายามดูแล แต่แม่เชิญพระมาสวด บอกให้ปล่อยพ่อไปเถอะเพราะพ่อหัวใจหยุดเต้นมาแล้ว หัวใจสโตก ล่าสุดเฉียดตาย พ่อกำลังจะไป แม่บอกให้ปล่อยไปเถอะ เราก็บอกแม่ว่าถ้าต้องปั๊ม จะไม่ปั๊ม แต่ถ้าไปรักษาครั้งนี้ ความหวังจะริบรี่ แต่ถ้ามีหวังก็จะทำ แม่ถอดใจ แต่ไม่มีลูกคนไหนจะเห็นพ่อจากไปต่อหน้าต่อตา แม่เขาเป็นห่วงค่าใช้จ่าย แต่เราก็สู้ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นหลักล้าน

ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อยนะ บอกไม่เหนื่อยคือหลอกตัวเอง แต่พอเห็นหน้าพ่อแม่ เราก็มีความสุข เรามีชีวิตอยู่เพื่อพ่อกับแม่ เราคิดว่าเกิดมาจากกรรม บางคนอาจจะไม่เชื่อ แต่นี้เป็นกรรมที่ดีที่ได้ดูแลพ่อแม่ ถ้าวันไหนที่ท่านต้องจากไป เราจะรู้สึกดีที่เราได้ดูแลท่านดีที่สุด ส่วนคุณแม่เราก็ต้องพาแม่ไปรักษาตา ฉีดยาเข็มละ 3 หมื่น ตุ๊กตาโชคดีที่เวลาเราโพสต์คลิป และมีคนเข้ามาให้กำลังใจ เป็นกำลังใจดีๆ จากโซเชียล เราโพสต์ไม่ได้ต้องการอวดใคร แต่พอหลังบ้านมีคนมาถามวิธีดูแลคุณพ่อ รู้สึกเราได้บุญ เป็นพลัง มีกำลังใจ ทุกคนอยากถูกรางวัลที่หนึ่ง แต่เรารู้สึกได้แฟนดี ไม่รังเกียจพ่อเรา เขาดูแลพ่อให้เวลาเราไปทำงาน (ร้องไห้)

ตุ๊กตา : วันแรกที่เขาพูดได้ หลังจากพูดไม่ได้มานาน พูดว่าหิวข้าว (ร้องไห้) เขาไม่ยอมกินอะไรเลย ตั้งแต่ป่วยมา พอเขาพูดมา เรายังคิดว่าจริงเหรอ ก่อนหน้านี้เราก็คิดว่าพ่อมีภาวะลืมกลืนจากสโตรกไหม กำลังฝึกกายภาพ ไม่ให้เป็นผู้ป่วยติดเตียง

และข่าวของ เปิ้ล ชไมพร ชีวิตตกอับ อยู่ห้องเช่า?

เปิ้ล : เราก็ตกใจเหมือนกัน ชีวิตปกติ ไม่ได้ลำบาก อยู่กับคุณแม่ พี่ชาย ครอบครัว บางทีรูปที่เขาลงไป เราก็แค่ถ่ายกับแม่บ้านเท่านั้นเอง

ตุ๊กตา : ตุ๊กตาเป็นคนถ่ายรูปนั้นเอง พี่เปิ้ลลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องน้ำ แม่บ้านเก็บไว้ให้ เราก็ถ่ายรูปไว้ เพื่อโพสต์ขอบคุณ แต่คนก็ไปตีความว่าลำบาก หรือรูปที่เหมือนสร้างบ้าน ตุ๊กตาทำรายการ ก็ไปสร้างบ้านให้คน ต้องไปก่อสร้าง สร้างบ้านให้เขา แล้วคนก็เอาภาพนี้มาลง ว่าชีวิตพี่เปิ้ล ชไมพรลำบากมากเลย

เปิ้ล : ตอนแรกก็เครียด ปรึกษาตุ๊กว่ายังไงดี แต่เราก็เป็นห่วงความรู้สึกแม่ กลัวเขาเครียด 3-6 เดือนก็เอามาลงอีก กับข่าวเดิมๆ ตกอับ ไม่มีงาน เราก็ถ่ายละครตลอด เราอยู่กับแม่ เราเกาะแม่แน่นมาก ไม่ปล่อยแม่เลย

พี่ตุ๊กตาเดือดแทนเลย?

ตุ๊กตา: เดือดแทน ไปตอบเมนต์แทน มันไม่ใช่ความจริง พี่เปิ้ลเขามีชีวิตที่อยู่ดีมีสุข มีการมีงานทำ ไม่ได้มีชีวิตที่แย่เหมือนที่คุณไปพิมพ์ ทำให้คนเข้าใจว่าชีวิตดาราคนนี้แย่มาก

เห็นว่า เปิ้ล ชไมพร มีสามีแล้ว?

เปิ้ล: เป็นสามีที่รักมาก (ยิ้ม) เขาเป็นสามีของทุกๆ คน พี่กงยู (ยิ้ม) เรียกว่าคลั่งมาก ตามทุกโซเชียล

พี่เปิ้ลเคยให้สัมภาษณ์ว่าชาตินี้จะขอขึ้นคานตลอดชีวิต ยังใช้คำนี้อยู่ไหม?

เปิ้ล : ยังใช้คำนี้อยู่ค่ะ อาจจะมีลงๆ ขึ้นๆ บ้างแล้วแต่ (หัวเราะ) ก็มีความสุขดี ณ ตอนนี้ อยู่กับครอบครัว

เคยบอกความในใจกันไหมว่ารู้สึกยังไงบ้าง?

เปิ้ล : อยากบอกตุ๊กว่าเป็นห่วงเขาในทุกๆ อย่าง ทุกๆ เรื่อง ขอบคุณที่เพื่อนคนนี้ไม่เคยทิ้งเพื่อนคนนี้เลย ไม่ว่าจะมีความสุข ความทุกข์ หรือว่าในช่วงไหนแย่ๆ เขาก็จะคอยช่วยเหลือเรา สุขภาพเขาดูแลอยู่แล้ว แต่อยากจะบอกเขาว่าให้ดูแลเรื่องความเครียด สมองเขารัน 24 ชม. เวลานอนสมองเขายังรันเลย เราเป็นห่วงเขา เพราะเขาเป็นเสาหลักของทุกๆ คนในบ้าน รักมาก เขาไม่ใช่แค่เพื่อน เขาเป็นหนึ่งในครอบครัวเรา

ตุ๊กตา : จะไม่ค่อยได้บอกเขา จะไม่ได้มีโมเมนต์หวานๆ จะบอกพี่เปิ้ลว่าขอบคุณที่ไม่เคยทิ้งกันเลย คนเข้ามาในชีวิตตุ๊กเยอะ เวลาที่ตุ๊กมีผลประโยชน์กับใคร คนๆ นั้นก็จะดีกับตุ๊ก แต่พอเวลาที่ตุ๊กหมดอำนาจ หมดผลประโยชน์ คนเหล่านั้นก็จะหายไป แต่ว่าพี่เปิ้ลต่อให้ตุ๊กจะมีหรือไม่มี หรือจะลำบากแค่ไหน เขาจะอยู่ข้างๆ เราตลอด ขอบคุณเขาที่ไม่เคยทิ้ง เขาจะถามตลอด มีเงินใช้ไหม ตังค์พอไหม พี่มีเงินเก็บนะ เอาตังค์พี่ไปสิ เขาอยู่ในทุกช่วงเวลาที่ต่อให้คนอื่นมองไม่เห็นคุณค่าของเรา แต่พี่เปิ้ลเห็นคุณค่าของเราเสมอ

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

นุ๊ก สุทธิดา ถูกกล่าวหาทำ เต๋า-มอส ทะเลาะขั้นเลิกคบ ปมนี้ไม่มีใครเป็นกาวใจได้

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822926

นุ๊ก สุทธิดา ถูกกล่าวหาทำ เต๋า-มอส ทะเลาะขั้นเลิกคบ ปมนี้ไม่มีใครเป็นกาวใจได้

31 ต.ค. 2567 10:07 น.

นุ๊ก สุทธิดา ถูกกล่าวหาทำ เต๋า-มอส ทะเลาะขั้นเลิกคบ ปมนี้ไม่มีใครเป็นกาวใจได้

ทำเอานักร้องสาว-นักแสดง นุ๊ก สุทธิดา ถึงกับต้องรู้สึกลำบากใจ เมื่อต้องมาตอบปัญหาเรื่องของ เต๋า สมชาย ที่ชายคนสนิท กับ มอส ปฏิภาณ หลังจากที่กระแสข่าวออกว่า 2 เพื่อนซี้ทะเลาะกันถึงขั้นประกาศเลิกคบ และบางแหล่งข่าวบอกต้นเหตุทำให้ 2 เพื่อนซี้ทะเลาะกันคือ นุ๊ก สุทธิดา อีกด้วย

ล่าสุดได้เจอ นุ๊ก สุทธิดา ก็ไม่พลาดที่จะถามเรื่องข่าวความสัมพันธ์ของ เต๋า-มอส ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เปิดเผยว่า 

– ไม่ใช่ว่าตนไม่อยากเป็นกาวใจให้มอส-เต๋า แต่มันเป็นไม่ได้ ภรรยาเต๋าก็เป็นไม่ได้

– นิสัยเต๋าเขาไม่ฟังใคร มีความคิดเป็นของตัวเองชัดเจน เวลาตัดสินใจหรือจะทำอะไร ไม่มีใครเตือนหรือพูดอะไรได้ ส่วนมากจะเป็นการรับฟัง แต่โดยรวมเขาเป็นคนมีเหตุผลและตัดสินใจในเชิงที่ดี เวลาพวกตนพูดอะไรบางทีเต๋าก็งอน บางเรื่องบางอย่างก็ไม่ใช่เรื่องที่ตนต้องพูด

– แต่ถ้าเต๋าโทรมา หรือพูดอะไรตนรับฟังเสมอ รักอีกฝ่ายนะ เพราะอยู่กันมาตั้งแต่อายุ 14 แต่ตนไม่เคยเข้าข้างเพื่อนในทางที่ผิด อะไรที่รับฟังก็รับฟัง แต่อะไรที่มันเยอะไปก็จะพูดบ้าง พูดได้เท่าที่ได้

– แต่ในความรู้สึกตน มองว่าเต๋าเป็นคนจริงใจ เป็นคนรักแรง และรักมอสมาก เต๋าเคยเล่าให้ตนฟังว่าสนิทกันมาตั้งแต่ครอบครัวมอส เต๋ารักมอสมาก

– แต่ตนไม่เคยคุยกับมอสแบบสนิทสนม เพิ่งเจอกันปีเดียว แต่ดูว่ามอสเป็นคนรอมชอม ทั้งที่ลึกๆ มอสอาจจะอยากพูดก็ได้ ตนเลยคิดว่าเดี๋ยวก็คงดีกัน เพราะมันเหมือนคนรักแรงเกลียดแรง เดี๋ยวงอนกันแป๊บเดียว เพราะลึกๆ ที่ฟังเต๋าเล่าคือเขารักมอส ก็เลยคิดว่าพอมันหายงอนกันแล้ว ความรักก็จะกลับมาเหมือนเดิม เพียงแค่รอจังหวะ เพราะมอสไม่ใช่คนที่อยากจะไฟว้ อยากจะรบอยู่แล้ว 

– ตนรู้ปัญหาบ้าง เขามีพูดบ้าง แต่เอาจริงๆ ไม่ได้อยากฟังแบบวิเคราะห์เจาะลึก ฟังผ่านๆ เพราะมันมีหลายอย่างที่ตนไม่ได้เห็นด้วยกับเขาไปซะทุกอย่าง แต่เขาเป็นพี่ชายเรา

– วันนึงที่เขามาหา ตนก็ต้องยืนอยู่ข้างเขาอยู่แล้ว แต่ก็ต้องยืนแบบไม่ใช่ให้เพื่อนหลงผิด ถ้าอันไหนที่พูดได้ก็พูด ถ้าอันไหนที่พูดไม่ได้ก็จะเงียบ แต่ตนว่ามันอาจจะมีการเข้าใจอะไรผิดกันบางอย่าง มันอาจจะมีคนอื่นมาพูดอะไรหรือเปล่า ก็เป็นเรื่องการทำงานนั่นแหละ

– คิดว่าสองคนนี้จะกลับมาร่วมงานกันได้ แต่มันอาจจะไม่ใช่วันนี้ อาจจะต้องใช้เวลานิดนึง 

– เต๋ามาปรึกษาบ้างเป็นช่วงๆ มีคุยบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ได้มากมายอะไร แต่มันไม่ใช่เรื่องของตน ย้ำว่า มอสเต๋าสนิทกันมากกว่าตนด้วยซ้ำ

– ยอมรับว่ารู้สึกหนักใจที่ต้องมาตอบคำถามแทน เพราะการที่ต้องมาพูดเรื่องของคนอื่นดีไม่ดีก็เข้าตัวเสมอ โดนมาหลายรอบแล้ว เป็นความอึดอัดมากๆ แต่มันมีข่าวมาว่าต้นเหตุเป็นเพราะตนก็มี เป็นข่าวใต้น้ำ ก็ท่องไว้ในใจ ไม่ได้ทำก็คืนคนที่พูดไป