เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ส่องคุณสมบัติผู้สมัครชิง ปธน. กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820938

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ส่องคุณสมบัติผู้สมัครชิง ปธน. กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

20 ต.ค. 2567 11:20 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ส่องคุณสมบัติผู้สมัครชิง ปธน. กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง

สหรัฐอเมริกากำลังจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 5 พ.ย. 2567 นี้ ซึ่งรวมถึงการเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ และสมาชิกสภาคองเกรสครึ่งสภา ซึ่งผู้ที่ลงสมัคร และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งก็ต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานตรงตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

ผู้สมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานดังนี้

-เป็นพลเมืองอเมริกันโดยกำเนิด
-มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี
-มีถิ่นที่อยู่ในสหรัฐฯ โดยถูกต้องตามกฎหมายไม่ต่ำกว่า 14 ปี
-ต้องไม่เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาแล้ว 2 วาระ
-ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีก็ต้องมีคุณสมบัติเดียวกัน

ใครก็ตามที่มีคุณสมบัติตรงตามนี้ จะสามารถประกาศตัวเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ และเมื่อแคนดิเดทคนใดสามารถระดมทุน หรือใช้จ่ายเงินเพื่อการหาเสียงตั้งแต่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป ก็จะต้องลงทะเบียนกับคณะกรรมการการเลือกตั้งกลาง ซึ่งรวมถึงการระบุชื่อคณะกรรมการทีมหาเสียงหลัก เพื่อระดมทุน และใช้จ่ายเงินหาเสียง

อนึ่ง รัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ไม่ได้ห้ามผู้กระทำความผิด หรือถูกฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาจากการลงสมัครเลือกตั้ง ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำลังเผชิญการฟ้องร้องมากมาย สามารถสมัครเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งได้

ส่วนคุณสมบัติของผู้สมัครชิงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แก่

-ต้องเป็นผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี
-เป็นพลเมืองสหรัฐฯ มาแล้ว 7 ปี
-มีถิ่นที่อยู่ในรัฐที่ลงสมัครเป็นผู้แทน

คุณสมบัติของผู้สมัครชิงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาได้แก่

-ต้องเป็นผู้มีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปี
-เป็นพลเมืองสหรัฐฯ มาแล้ว 9 ปี
-มีถิ่นที่อยู่ในรัฐที่ลงสมัครเป็นผู้แทน

อีกด้านหนึ่ง ประชาชนที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งระดับท้องถิ่น, รัฐ และรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

-ต้องเป็นพลเมืองอเมริกัน ซึ่งรวมถึง

  • พลเมืองอเมริกันที่อาศัยอยู่นอกประเทศ
  • พลเมืองอเมริกันที่เกิดในต่างประเทศและไม่เคยอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ เลย สิทธิ์เลือกตั้งจะขึ้นอยู่กับรัฐที่พ่อแม่อาศัยอยู่เป็นที่สุดท้าย หรือลงทะเบียนโหวตเอาไว้
  • พลเมือง 2 สัญชาติที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ หรือต่างประเทศ

-ต้องมีคุณสมบัติตามกฎการเป็นผู้อยู่อาศัยของรัฐจะใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยสามารถเป็นคนไร้บ้านได้ แต่ก็ต้องผ่านคุณสมบัติ

-มีอายุครบ 18 ปี ก่อนถึงวันเลือกตั้ง

  • เกือบทุกรัฐอนุญาตให้ลงทะเบียนโหวตได้ก่อนจะอายุครบ 18 ปี ตราบไดที่คุณจะมีอายุครบ 18 ปีภายในวันเลือกตั้ง

-ต้องลงทะเบียนเป็นผู้ใช้สิทธิ์ในรัฐอาศัยอยู่ภายในเส้นตายการลงทะเบียน ซึ่งแต่ละรัฐจะแตกต่างกันไป ยกเว้นที่รัฐ นอร์ท ดาโกตา ซึ่งไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน

ส่วนประชาชนที่ไม่สามารถเป็นผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ รวมถึง

-ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ รวมถึง ผู้ได้สิทธิ์อยู่อาศัยถาวร ไม่สามารถลงคะแนนเสียงการเลือกตั้งในระดับรัฐบาลกลาง, ระดับรัฐ และระดับท้องถิ่นส่วนใหญ่ได้
-บางคนไม่สามารถโหวตได้หลังถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีร้ายแรง หรือกำลังรับโทษในคดีอาชญากรรม ซึ่งแตกต่างกันไปตามกฎหมายของแต่ละรัฐ
-ผู้มีภาวะบกพร่องทางจิตอาจไม่สามารถโหวตได้ โดยจะแตกต่างกันไปตามกฎหมายของแต่ละรัฐ
-พลเมืองสหรัฐฯ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนต่างๆ (territories) ของสหรัฐฯ จะไม่สามารถลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีในการเลือกตั้งทั่วไปได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : usa.gov

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทรัมป์โว จีนไม่กล้ายั่วโมโห เพราะสี จิ้นผิง รู้ว่าตนบ้า

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820934

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทรัมป์โว จีนไม่กล้ายั่วโมโห เพราะสี จิ้นผิง รู้ว่าตนบ้า

20 ต.ค. 2567 06:05 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 : ทรัมป์โว จีนไม่กล้ายั่วโมโห เพราะสี จิ้นผิง รู้ว่าตนบ้า

ทรัมป์เผย หากเขาได้กลับเข้าทำเนียบขาว จีนจะไม่กล้ายั่วยุ เพราะประธานาธิบดี สี จิ้นผิง รู้ดีว่า เขาบ้า และขู่ตั้งกำแพงภาษีจีนหากล้อมไต้หวัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 19 ต.ค. 2567 ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ พูดในที่ประชุมคณะบรรณาธิการของสำนักข่าว วอลล์สตรีทเจอร์นัล ว่า หากเขาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนหน้า เขาจะบังคับใช้กำแหงภาษีใหม่กับจีน หากแดนมังกรคิดจะปิดล้อมไต้หวัน

“ผมจะพูดว่า ‘ถ้าคุณเข้าไปในไต้หวัน ผมขอโทษที่ต้องทำแบบนี้ แต่ผมจะตั้งกำแพงภาษีคุณที่อัตรา 150% ถึง 200%’”

ทรัมป์บอกด้วยว่า คู่ปรับของสหรัฐฯ รายนี้จะไม่กลับทำอะไรที่ขัดผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลใหม่ของโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะพวกเขากลัวการตอบสนองอย่างหนักแน่นและคาดเดาไม่ได้

อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นี้ยืนยันว่า เขาจะไม่ใช้กองกำลังทำหารเพื่อป้องกันการปิดล้อมไต้หวีน เพราะ “สี จิ้นผิง เคารพผม และเขารู้ดีว่าผมบ้า”

“ผมมีความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งมากๆ กับเขา” ทรัมป์พูดถึงสี จิ้นผิง “จริงๆ แล้วเขาดีมากนะ ผมไม่อยากพูดว่าเป็นเพื่อน ผมไม่อยากทำอะไรโง่ๆ ‘เขาเคยเป็นเพื่อน’ แต่ผมก็เข้ากับเขาได้ดีนะ” ทรัมป์กล่าว และเสริมว่า “เขาเป็นคนที่ดุมาก”

ทรัมป์ยังพูดถึงความสัมพันธ์ของเขากับ วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียในด้านบวกด้วย โดยระบุว่า “ผมเข้ากับเขาได้ดี” และบอกด้วยว่า เขาเคยเตือนปูตินแล้วว่าไม่ให้บุกโจมตียูเครน

“ผมบอกเขาว่า ‘ผมจะโจมตีคุณที่ใจกลางมอสโก’ ผมบอก ‘เราเป็นเพื่อนกัน ผมไม่อยากทำแบบนั้น แต่ผมไม่มีทางเลือก’ แล้วเขาก็บอกว่า ‘ไม่มีทางน่า’ ผมก็ตอบว่า ‘มี’”

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นายทรัมป์มีจุดยืนต้องการยุติการมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในสงครามรัสเซียกับยูเครนแล้ว เนื่องจากเขาอยากให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของอเมริกาเป็นลำดับแรก ขณะที่นาย ดี.เจ. แวนซ์ คู่หูชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของนายทรัมป์ ก็คัดค้านเรื่องการส่งความช่วยเหลือให้ยูเครนมากกว่าที่เป็นอยู่เช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ยายสหรัฐฯ วัย 81 ปี ใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก ลั่นไม่มีอะไรสายเกินไป

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820932

ยายสหรัฐฯ วัย 81 ปี ใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก ลั่นไม่มีอะไรสายเกินไป

20 ต.ค. 2567 05:29 น.

ยายสหรัฐฯ วัย 81 ปี ใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก ลั่นไม่มีอะไรสายเกินไป

ยายอเมริกันวัย 81 ปี ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรกในชีวิต หลังที่ผ่านมาลังเลมาตลอด และกระตุ้นให้คนอื่นๆ ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางเบตตี คาร์ทเลดจ์ หญิงชาวอเมริกันวัย 81 ปี ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรก ที่เมือง โควิงตัน รัฐจอร์เจีย เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2567 ที่ผ่านมา หรือ 1 วันหลังจากที่เขตทิวตัน เคาน์ตี ในรัฐแห่งนี้ เปิดให้ลงคะแนนเสียงล่วงหน้าได้

นางคาร์เลดจ์ บอกกับสื่อท้องถิ่นว่า เธอกับสามีไม่เคยใช้สิทธิ์เลือกตั้งมาก่อนเลย ก่อนในปีนี้อะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไป สามีของเธอเสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายน 2566 และตอนนี้เธอต้องอยู่ตัวคนเดียว และเริ่มตระหนักถึงค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดแรงบันดาลใจให้ออกมาโหวตเพื่อความเปลี่ยนแปลง

เธอเล่าอีกว่า วานดา มัวร์ หลังของเธอเสนอขึ้นมาว่า จะช่วยลงทะเบียนสำหรับใช้สิทธิ์เลือกตั้งให่ คาร์ดเลดจ์จึงคว้าโอกาสเอาไว้ “ฉันอ่านเขียนไม่ได้ ฉันเลยคิดว่า ฉันคงเข้าไปและลงคะแนนไม่ได้ ฉันไม่มีใครคอยช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ฉันมีแล้ว ฉันมีใครบางคนมาช่วยฉันแล้ว เพื่ออ่านตัวหนังสือ เพื่อทำให้แน่ใจว่า ฉันทำให้สิ่งที่ถูกต้อง”

คาร์ทเลดจ์เผยอีกว่า การลงคะแนนเสียงเป็นไปอย่างราบรื่น “เราเขาไป (ที่หน่วยเลือกตั้ง) แล้วฉันก็บอกกับคุณผู้หญิงคนหนึ่งว่า ฉันอ่านเขียนไม่ได้ เธอจึงบอกฉันว่าต้องทำอะไรบ้าง” “แล้วฉันก็ไปตรงนั้น ลงคะแนนโหวตด้วยตัวเอง ฉันทำมันด้วยตัวเอง ไม่มีใครมาบอกให้ฉันลงคะแนนให้ใครหรืออะไร เธอค่าทำให้ฉันเห็น อ่านทุกอย่างให้ฉันฟัง แล้วฉันก็โหวต”

“ฉันคิดว่ามันมหัศจรรย์มาก” ยายวัย 81 ปีกล่าว “ฉันรู้สึกดีมากที่ได้ทำอะไรบางอย่างเพื่ออเมริกา”

ขณะที่มัวร์ ซึ่งมีอายุ 65 ปีแล้ว เล่าว่า ตัวเธอใช้สิทธิ์เลือกตั้งประธานาธิบดีทุกครั้งนับตั้งแต่ปี 2519 แต่การมาลงคะแนนพร้อมกับป้าของเธอเป็นครั้งแรกนี้ กลายเป็นประสบการณ์การใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่มีความหมายที่สุดสำหรับเธอ

“มันน่าประทับใจมากๆ เพราะฉันคิดว่านี่เป็นสิ่งที่เธออยากทำมาตลอดชีวิตแต่ไม่มีโอกาสได้ทำ” มัวร์กล่าว “และเมื่อเธอได้โอกาส เธอก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มกๆ และมันดีมากที่ได้เห็นเธอทำมัน”

ด้านคาร์ทเลดจ์ยังกระตุ้นชาวอเมริกันคนอื่นๆ ให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แม้ว่าจะเป็นคนทุพพลภาพ หรืออ่านเขียนไม่ได้แบบเธอก็ตาม “ลงคุยกับเพื่อนๆ และครอบครัว แล้วดูว่าพวกเขาจะช่วยคุณมั้ย และออกไปที่นั่นและทำมัน ทำเพื่ออเมริกา ทำเพื่อประเทศของคุณ ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปที่จะโหวต”

ยายคาร์ทเลดจ์บอกด้วยว่า ปีหน้าเธอจะกลับมาใหม่ “หากฉันยังอยู่ในปีหน้า ใน 4 ปีข้างหน้า ฉันจะกลับมาใหม่”

ซิดนีย์เปิดหาดแล้ว หลังพบก้อนสีดำปริศนา เกลื่อนหาดนับพันลูก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820928

ซิดนีย์เปิดหาดแล้ว หลังพบก้อนสีดำปริศนา เกลื่อนหาดนับพันลูก

20 ต.ค. 2567 02:30 น.

ซิดนีย์เปิดหาดแล้ว หลังพบก้อนสีดำปริศนา เกลื่อนหาดนับพันลูก

ทางการออสเตรเลียเปิดหาดในนครซิดนีย์แล้ว หลังปิดไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากพบก้อนสีดำปริศนานับพันลูกถูกคลื่นซัดมาเกลื่อนชายหาด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการนครซิดนีย์ ในออสเตรเลีย สั่งเปิดหาดให้ผู้คนกลับไปลงเล่นน้ำได้อีกครั้งแล้ว หลังจากสั่งปิดเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่อกงจากพบก้อนสีดำปริศนา ลักษณะคล้ายน้ำมันดิน ถูกคลื่นซัดมาเกยชายหาดหลายพันลูก จนทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัย

หาด 8 แห่งในนครซิดนีย์ รวมถึง บอนดี บีช หาดชื่อดังที่สุดของเมือง ถูกสั่งปิด เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการทำความสะอาดชายหาดครั้งใหญ่ ท่ามกลางความกังวลว่า ก้อนสีดำที่พบจะเป็นสารพิษ

ผลการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญพบว่า ก้อนปริศนานี้ก่อตัวจากสารเคมีลักษณะคล้ายกับสารที่ใช้ในเครื่องสำอางและอุปกรณ์ทำความสะอาด แต่ยังไม่แน่ชัดว่าพวกมันมาจากไหน

“จากการคำแนะนำของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม (EPA) เราสามารถยืนยันได้แล้วว่า ก้อนเหล่านี้ประกอบด้วยกรดไขมัน, สารเคมีที่พบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดกับเครื่องสำอาง ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงบางอย่าง” นายมาร์ก ฮัตชิงส์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางทะเลรัฐนิวเซาท์เวลส์กล่าว

นายฮัตชิงส์เตือนด้วยว่า ก้อนสีดำนี้ไม่เป็นอันตรายตอนที่มันอยู่บนพื้น แต่ไม่ควรไปแตะต้องหรือหยิบมันขึ้นมา หากเผลอไปจับให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือน้ำมันทาผิวสำหรับเด็ก

ด้าน น.ส.เพนนี ชาร์ป รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า การสืบสวนกำลังดำเนินต่อไป เพื่อหาแหล่งที่มาของมันและหาตัวผู้ที่ต้องรับผิดชอบ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เนทันยาฮูลั่น ฮิซบอลเลาะห์ต้องชดใช้ หลังพยายามส่งโดรนลอบสังหาร

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820929

เนทันยาฮูลั่น ฮิซบอลเลาะห์ต้องชดใช้ หลังพยายามส่งโดรนลอบสังหาร

20 ต.ค. 2567 01:50 น.

เนทันยาฮูลั่น ฮิซบอลเลาะห์ต้องชดใช้ หลังพยายามส่งโดรนลอบสังหาร

ผู้นำอิสราเอลลั่น ฮิซบอลเลาะห์ต้องชดใช้ หลังบ้านของเชาถูกโดรนที่บินมาจากเลบานอน โจมตีเมื่อวันเสาร์ แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ

เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ต.ค. 2567 สำนักงานนายกรัฐมนตรีอิสราเอลเปิดเผยว่า โดรนลำหนึ่งถูกส่งมาโจมตีบ้านของนาย เบนจามิน เนทันยาฮู ในเมืองซีซาเรีย ทางตอนเหนือของประเทศ เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ แต่เคราะห์ดีที่นายกรัฐมนตรีกับภริยาไม่อยู่ที่บ้าน และไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ในเวลาต่อมา นายเนทันยาฮูโพสต์ข้อความผ่าน X ถึงเหตุการร์ที่เกิดขึ้น ระบุว่า “ความพยายามของฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มผู้แทนอิหร่าน ที่จะลอบสังหารผมกับภรรยาในวันนี้ เป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง”

ผู้นำอิสราเอลระบุด้วยว่า ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ จะต้องชดใช้อย่างหนัก และ “เหตุการณ์นี้จะไม่ขัดขวางผม หรืออิสราเอล จากการทำสงครามกับศัตรูของเราต่อไป เพื่อปกป้องอนาคตของเรา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

คิวบาไฟดับทั้งประเทศ รอบ 2 หลังโรงไฟฟ้าหลักระบบล้มเหลว

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820927

คิวบาไฟดับทั้งประเทศ รอบ 2 หลังโรงไฟฟ้าหลักระบบล้มเหลว

20 ต.ค. 2567 00:42 น.

คิวบาไฟดับทั้งประเทศ รอบ 2 หลังโรงไฟฟ้าหลักระบบล้มเหลว

คิวบาเผชิญไฟฟ้าดับทั่วประเทศรอบ 2 ในเช้าวันเสาร์ ไม่กี่ชั่วโมงหลังทางการระบุว่า ไฟฟ้าที่ดับไปเมื่อศุกร์ กำลังค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คิวบาเผชิญเหตุไฟฟ้าดับทั่วประเทศเป็นครั้งที่ 2 ในเช้าวันเสาร์ที่ 19 ต.ค. 2567 ไม่กี่ชั่วโมงหลังทางการระบุว่า ระบบไฟฟ้าที่ล่มไปเมื่อวันศุกร์ กำลังค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมา

“เมื่อเวลา 6.15 น. เหตุดับอย่างสิ้นเชิงรอบใหม่เกิดขึ้นกับระบบพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติ” สหภาพพลังงานไฟฟ้าแห่งคิวบา (UNE) ระบุผ่านแอปพลิเคชัน เทเลแกรม ในวันเสาร์ และเสริมว่า UNE กำลังทำงานเพื่อฟื้นฟูระบบกลับมาอีกครครั้ง

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โรงงานไฟฟ้า อันโตนิโอ กูเตเรส ในเมืองมาตันซัส ของคิวบา หยุดทางงาน ทำให้เกิดไฟดับไปทั่วประเทศ กระทบผู้คนกว่า 10 ล้านคน ก่อนที่เวลาต่อมา เจ้าหน้าที่จะระบุว่า ไฟฟ้าเริ่มกลับมาในพื้นที่เล็กๆ แล้ว

ทั้งนี้ คิวบาเผชิญวิกฤติพลังงานอย่างหนักมานานหลายปีแล้ว และเคยเกิดการประท้วงใหญ่ๆ ในปี 2564 หลังเกิดไฟดับในหลายพื้นที่ของประเทศติดต่อกันนานหลายวัน

ไฟฟ้าดับในคิวบาทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมาเป็นลูกโซ่ ทั้งอาหารที่เก็บไว้ในตู้เย็นหรือตู้แช่แข็งเน่าเสีย, พัดลมหรือเครื่องปรับอากาศใช้การไม่ได้ ท่ามกลางอากาศร้อนจัด

นอกจากนั้น อาคารหลายแห่งต้องใช้ไฟฟ้าเพื่อปั๊มน้ำเข้าสู่ระบบปะปา การไม่มีพลังงานก็หมายความว่าไม่มีน้ำ ปั๊มน้ำมันก็ใช้การไม่ได้เช่นกัน ทำให้ผู้คนไม่สามารถใช้รถได้อย่างอิสระ

นายกรัฐมนตรี มานูเอล มาร์เรโร ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ในวันพฤหัสบดี (17 ต.ค.) ระบุว่า สาเหตุที่ทำให้ไฟดับเกิดขึ้นบ่อยคือ โครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมโทรมลง, การขาดแคลนเชื้อเพลง และความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น โดยการขาดเชื้อเพลิงเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด

ขณะที่เจ้าหน้าที่คิวบาหลายคน ระบุถึงปัญหาอื่นๆ อีกหลายอย่าง ตั้งแต่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ไปจนถึงผลกระทบจากพายุหลายลูกที่พัดผ่านประเทศในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อวันศุกร์ รัฐบาลคิวบาประกาศว่า โรงเรียนกับสถานที่ที่ไม่สำคัญทุกแห่ง รวมถึง ไนท์คลับ จะถูกปิดไปจนถึงวันจันทร์ ส่วนบริการของรัฐที่ไม่จำเป็นจะถูกระงับ

นอกจากนั้น ทางการยังเรียกร้องให้ชาวคิวบาปิดอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสูงอย่าง ตู้เย็นหรือเตาอบ ในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้พลังงานมากๆ ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เกาหลีเหนือพบซากโดรนกองทัพเกาหลีใต้ อ้างถูกใช้โปรยใบปลิวชวนเชื่อ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2820926

เกาหลีเหนือพบซากโดรนกองทัพเกาหลีใต้ อ้างถูกใช้โปรยใบปลิวชวนเชื่อ

19 ต.ค. 2567 22:57 น.

เกาหลีเหนือพบซากโดรนกองทัพเกาหลีใต้ อ้างถูกใช้โปรยใบปลิวชวนเชื่อ

เกาหลีเหนือพบซากโดรนที่พวกเขากล่าวหาว่าเป็นของกองทัพเกาหลีใต้ และอ้างว่า นี่คือโดรนที่ถูกส่งมาทำภารกิจชวนเชื่อในกรุงเปียงยาง

เมื่อวันเสาร์ที่ 19 ต.ค. 2567 สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ KCNA สื่อรัฐบาลเกาหลีเหนือ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พบซากโดรนของกองทัพเกาหลีใต้ ที่ตกลงมาติดบนต้นไม้ พร้อมกับเผยแพร่ภาพโดรนดังกล่าว และอ้างว่านี่น่าจะเป็นโดรนที่ถูกส่งมาปฏิบัติภารกิจชวนเชื่อ ซึ่งกำลังเป็นช้อพิพาทล่าสุดระหว่างเกาหลีทั้งสอง

“ทั้งรู้ร่างของโดรน, ช่วงเวลาบินตามการคาดการณ์, กล่องกระจายใบปลิวที่ติดอยู่ใต้ตัวเครื่อง และอื่นๆ ทำให้ค่อนข้างแน่ชัดว่า โดรนลำนี้คือโดรนที่กระจายใบปลิวในเขตเทศบาลกรุงเปียงยาง แต่ยังไม่มีการสรุปอย่างชัดเจน” KCNA ระบุ

ด้านรัฐบาลเกาหลีใต้ ปฏิเสธที่จะออกความเห็นว่า มีการส่งโดรนลักษณะนี้เข้าสู่เกาหลีเหนือหรือไม่ และหากมี พลเรือนหรือกองทัพเป็นผู้ส่งเข้าไป อย่างไรก็ตาม ฝ่ายเกาหลีเหนือเชื่อว่านี่เป็นฝีมือของกองทัพเกาหลีใต้ และขู่ว่าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก จะถือเป็นการประกาศสงคราม และจะมีการโจมตีตอบโต้ในทันที

“หากการละเมิดดินแดนของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) ไม่ว่าจะทางบน, อากาศ และทางน้ำ โดยฝีมือของกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี (ROK) ถูกพบและได้รับการยืนยันอีกครั้ง จะถือว่าเป็นการยั่วยุทางทหารอย่างร้ายแรงต่ออธิปไตยของ DPRK และเป็นการประกาศสงคราม ซึ่งจะมีการโจมตีตอบโต้ในทันที” KCNA ระบุ

อนึ่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) คือชื่ออย่างเป็นทางการของเกาหลีเหนือ ขณะที่สาธารณรัฐเกาหลี (ROK) คือชื่ออย่างเป็นทางการของเกาหลีใต้

ส่วนกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ ออกแถลงการร์ระบุว่า คำอ้างแต่เพียงฝ่ายเดียวของเกาหลีเหนือไม่ควรค่าแก่การยืนยัน และไม่มีประโยชน์ใดๆ ที่จะตอบโต้

อย่างไรก็ตาม นาย ยู ยอง-วอน สมาชิกสภาเกาหลีใต้ บอกกับสำนักข่าว รอยเตอร์ส ว่า โดรนในภาพที่เกาหลีเหนือเผยแพร่นั้น คล้ายกับโดรนตรวจตราที่ผลิตโดยบริษัทของเกาหลีใต้ชื่อ “ซองอู เอนจิเนียริง” (Sungwoo Engineering) ซึ่งเคยขายให้แก่กองทัพในปี 2566 มาก

ขณะที่ ซองอู เอนจิเนียริง ระบุเอาไว้บนเว็บไซต์ของตัวเองว่า พวกเขาขายโดรน “S-Bat” ซึ่งสามารถบินได้เร็วสุด 140 กม./ชม. นานสุด 4 ชั่วโมง จำนวน 100 ลำให้แก่กองทัพเกาหลีใต้

ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ที่สูงอยู่แล้ว พุ่งสูงขึ้นไปอีกในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเปียงยางกล่าวหารัฐบาลกรุงโซล ว่าส่งโดรนหลายลำเข้าสู่เมืองหลวงของพวกเขา หนำซ้ำยังปล่อยใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อ และทำให้เกาหลีเหนือตัดสินใจระเบิดถนนและทางรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่าง 2 ประเทศบางส่วน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

‘นฤมล’เดินหน้า พัฒนาเกษตรกร ร่วมประชุมFAO

https://www.naewna.com/local/836376

‘นฤมล’เดินหน้า  พัฒนาเกษตรกร  ร่วมประชุมFAO

‘นฤมล’เดินหน้า พัฒนาเกษตรกร ร่วมประชุมFAO

วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.50 น.

‘นฤมล’เดินหน้าพัฒนาเกษตรกร ร่วมประชุมFAO จัดทรัพยากรน้ำดิน

“นฤมล”ประกาศ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกษตรกรรายย่อยด้วยเกษตรสมัยใหม่ บนเวที “World Food Forum 2024” พร้อมเชิญนานาประเทศเยือนไทยร่วมประชุมการจัดการทรัพยากรดินและน้ำฯ

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหหกรณ์ ได้กล่าวในพิธีปิดการประชุม World Food Forum 2024 ภายใต้ธีม อาหารที่ดีกว่าเพื่อทุกคนทั้งในวันนี้และอนาคต “Good food for all, for today and tomorrow” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-18 ตุลาคม 2567 ณ สำนักงานใหญ่ขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี ว่า ตลอดการประชุมที่ผ่านมา พวกเราได้คำมั่นสัญญาจากทุกภาคส่วนที่จะร่วมมือกันในทุกมิติ ทั้งนโยบายจากภาครัฐ ภาคการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การลงทุนจากโครงการความร่วมมือต่างๆ เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม โดยเฉพาะบทบาทของเยาวชนที่จะเป็นพลังในการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารและเกษตรในอนาคต

นางนฤมล กล่าวย้ำว่า ประเทศไทยมุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย รวมถึงส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยได้ดำเนินการภายใต้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า “BCG Model” ซึ่งเป็นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง BCG Model มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และสอดรับกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยเป็น “ครัวของโลก” อีกทั้งเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว การแพทย์ การลงทุน โลจิสติกส์ เศรษฐกิจดิจิตอล และเป็นผู้นำด้านอาหารและการเกษตร

“ประเทศไทยได้สนับสนุนการเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีจากการเกษตรแม่นยำ ไปจนถึงตลาดดิจิตัลเพื่อค้าผลผลิตทางการเกษตร สนับสนุนเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาด อันนำไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตร พัฒนาผลผลิตและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ภายใต้นโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ โดยประเทศไทยยังตระหนักถึงบทบาทของดินและน้ำต่อความมั่นคงอาหาร และได้ส่งเสริมงานวิจัย การลงทุน เพื่อพัฒนาสุขภาพดิน และการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ”

นางนฤมล ยังได้กล่าวเชิญชวนผู้นำประเทศ และนักวิชาการ เข้าร่วมการประชุมนานาชาติว่าด้วยการจัดการทรัพยากรดิน และน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน (The International Soil and Water Forum 2024) ที่ประเทศไทยโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเจ้าภาพร่วมกับ FAO ซึ่งมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม 2567 ณ กรุงเทพมหานครฯ ด้วย

กรมชลฯระดมทุกภาคส่วนเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพมโนรมย์-ช่องแค แก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วม

https://www.naewna.com/local/836306

กรมชลฯระดมทุกภาคส่วนเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพมโนรมย์-ช่องแค แก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วม

กรมชลฯระดมทุกภาคส่วนเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพมโนรมย์-ช่องแค แก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วม

วันเสาร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.43 น.

กรมชลประทาน จัดปัจฉิมนิเทศเปิดเวทีระดมความเห็นจากทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนโครงการศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์และช่องแค จังหวัดชัยนาท จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดลพบุรี เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรอย่างยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน  กล่าวว่า โครงการศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์และช่องแค จังหวัดชัยนาท จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดลพบุรี เป็นโครงการย่อยของโครงการเจ้าพระยาใหญ่ตอนบนจาก 16 โครงการ มีอายุการใช้งานมาแล้วมากกว่า 60 ปี ปัญหาปัจจุบันระบบชลประทานของโครงการมีประสิทธิภาพลดลงไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะการณ์ อีกทั้งคลองส่งน้ำฯ และอาคารประกอบใช้งานมาเป็นเวลานาน ส่งผลให้อาคารชำรุดเสียหาย รวมถึงอาคารควบคุมมีสภาพชำรุดทรุดโทรม และคลองส่งน้ำบางสายยังเป็นคลองดิน คลองระบายน้ำมีสภาพตื้นเขิน ขนาดคลองแคบลง ปัญหาการบุกรุกเขตคลองระบายน้ำ คันคลองระบายน้ำบางช่วงต่ำ ท่อรับน้ำจากปากคลองมีระดับสูงกว่าระดับน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสัก เกิดปัญหาในช่วงฤดูแล้งถึงต้นฤดูฝน เกษตรกรต้องใช้เครื่องสูบน้ำเข้าคลองเอง เนื่องจากระดับน้ำต่ำทำให้น้ำไม่เข้า ทรบ.ปากคลอง ส่งผลให้ปริมาณน้ำต้นทุนไม่เพียงพอต่อการอุปโภค-บริโภค และทำการเกษตร และงบประมาณที่ใช้ในการปรับปรุงซ่อมแซมโครงการฯ มีอยู่อย่างจำกัด แม้ว่าจะมีการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาทั้งระบบได้ 

นายสุรชาติ กล่าวอีกว่า กรมชลประทานได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยดำเนินการปรับปรุงระบบชลประทานให้มีความสอดคล้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำของคลองชัยนาท-ป่าสัก ให้มีความเหมาะสมและเพียงพอต่อการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงต้องมีการจัดทำรายงานการศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์และช่องแค จังหวัดชัยนาท จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดลพบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์และช่องแค ที่เชื่อมโยงกับระบบลำน้ำของโครงการข้างเคียงและลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีความสมดุลระหว่างการใช้น้ำ การระบายน้ำ และการรักษาคุณภาพน้ำ ซึ่งการกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนาและการปรับปรุงระบบชลประทาน ระบบระบายน้ำ รวมถึงระบบลำน้ำที่มีอยู่เดิม การก่อสร้างอาคารกักเก็บน้ำในคลองระบายเพิ่มเติม การก่อสร้างสถานีสูบน้ำปลายคลองระบายน้ำลงคลองชัยนาท-ป่าสัก จะส่งผลดีต่อภาพรวมของโครงการฯ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ การสูบน้ำ บรรเทาปัญหาอุทกภัยและเก็บกักน้ำเพิ่มพื้นที่เพาะปลูก รวมถึงการนำพลังงานทดแทนมาใช้ การดำเนินงานโครงการศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์และช่องแค มีระยะเวลาดำเนินการ 540 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2566 สิ้นสุดวันที่ 2 พฤศจิกายน 2567

การดำเนินงานโครงการศึกษาความเหมาะสมปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์และช่องแคจะมีความเชื่อมโยงกันโดย โครงการส่งน้ำฯ มโนรมย์ รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองชัยนาท-ป่าสัก และโครงการส่งน้ำฯ ช่องแค รับน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก 

สำหรับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ มีแผนงานปรับปรุงคลองส่งน้ำและอาคารประกอบ 33 สาย ความยาว 215 กิโลเมตร และปรับปรุงระบบคลองระบายน้ำและอาคารประกอบ 24 สาย ความยาว 221 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการปรับปรุง 1,333.51 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าลุงทุนการปรับปรุงระบบส่งน้ำ 860.74 ล้านบาท,ค่าลุงทุนการปรับปรุงระบบระบายน้ำ 369.98 ล้านบาท, ค่าลงทุนด้านเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรผู้ใช้น้ำ 4.45 ล้านบาท และค่าลงทุนด้านอาคารสถานที่/ครุภัณฑ์/บุคลากร 98.34 ล้านบาท ทั้งนี้ หากโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพชลประทานในพื้นที่โครงการ 281,805 ไร่ เพิ่มพื้นที่ชลประทานในฤดูแล้ง 64,437 ไร่ เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 352 บาท/ไร่ คิดเป็นมูลค่า 143.43 ล้านบาท/ปี ช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่โครงการ จำนวน 330,314 ไร่ และสามารถลดพื้นที่น้ำท่วมได้ 32,681 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 9.89

ส่วนโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาช่องแค มีแผนงานปรับปรุง คลองส่งน้ำและอาคารประกอบ 26 สาย ความยาว 194 กิโลเมตร และปรับปรุงระบบคลองระบายน้ำและอาคารประกอบ 19 สาย ความยาว 237 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการปรับปรุง 1,313.90 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าลุงทุนการปรับปรุงระบบส่งน้ำ 808.85 ล้านบาท,ค่าลุงทุนการปรับปรุงระบบระบายน้ำ 425.75 ล้านบาท, ค่าลงทุนด้านเสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรผู้ใช้น้ำ 3.97 ล้านบาท และค่าลงทุนด้านอาคารสถานที่/ครุภัณฑ์/บุคลากร 75.33 ล้านบาท ทั้งนี้ หากโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพชลประทานในพื้นที่โครงการ 245,320 ไร่ เพิ่มพื้นที่ชลประทานในฤดูแล้ง 52,612 ไร่ เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 276 บาท/ไร่ คิดเป็นมูลค่า 111.53 ล้านบาท/ปี ช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่โครงการ จำนวน 280,770 ไร่ และสามารถลดพื้นที่น้ำท่วมได้ 28,438 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 10.13

ทั้งนี้ หากโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้นจะส่งผลให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี สิงห์บุรี และพื้นที่ใกล้เคียงได้รับประโยชน์จากโครงการฯ มีน้ำกิน น้ำใช้ เพื่อการอุปโภค บริโภคและทำการเกษตรอย่างพอเพียง สร้างอาชีพและรายได้มั่นคง ประชาชนมีความอยู่ดี กินดี มีความสุขอย่างยั่งยืนตลอดไป

นายวิทยา ชพานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า หากมีการพัฒนาโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานในฤดูแล้งเป็น 64,437 ไร่ ส่งผลให้มีรายได้ด้านเกษตรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 143.43 ล้านบาท/ปี หรือคิดเป็น 352 บาท/ไร่ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอุทภัยในพื้นที่ใครงการ 330.314 ไร่ สามารถลดพื้นที่น้ำได้ 32,681 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 9.89 จะสามารถสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์และช่องแค ได้ดียิ่งขึ้น 

นายอนิวรรต์ ไพรดำ ผู้จัดการแปลงใหญ่ข้าวตำบลสนามแจง หมู่ที่2  ต. สนามแจง อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี   กลุ่มผู้ใช้น้ำในเขตคลองส่งน้ำ 14 ขวา  กล่าวว่า ทางกลุ่มมีสมาชิก 20 ราย ได้มีการผลิตพันธุ์ข้าวปทุมธานี1 ให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลพบุรี จำนวน 900 กว่าไร่  เกษตรกรใช้น้ำจากคลองชัยนาท ป่าสัก โครงการช่องแค คลองส่งน้ำ 14 ขวา ที่ผ่านมาเกษตรกรแทบจะไม่ได้น้ำจากคลองส่งน้ำ 14 ขวาเป็นหลักแต่ใช้จากคลองระบายที่แยกย่อยออกมาที่เป็นหัวใจหลักในการส่งน้ำมาให้กับเกษตรกรที่ผลิตข้าว และก็ต้องขอบคุณกรมชลประทาน ที่จะมีการพัฒนาปรับปรุงคลองส่งน้ำ 14 ขวา ให้เป็นคลองส่งน้ำให้กับเกษตรกรเพื่อช่วยให้การเพาะปลูก การทำการเกษตรแบบยั่งยืนและ เกษตรกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้ดียิ่งขึ้น  

นางเพ็ชรัตน์ ทองมี  กำนันตำบลโพธิ์ชัย อำเภออินทร์บุรึ จังหวัดสิงห์บุรี และประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำคลองส่งน้ำ 9 ขวา  ชัยนาท-ป่าสัก กล่าวว่า ทางกลุ่มผู้ใช้น้ำมีความต้องการในเบื้องต้นคือการกำจัดวัชพืชที่มีในคลองเยอะ อยากให้มีการดาดคลอง จะทำให้วัชพืชไม่ขึ้น การไหลของน้ำจะไหลได้ดีขึ้น  และธรณีประตูที่อยากทำให้ต่ำลง จะสามารถส่งน้ำเข้าไปในคลอง9 ขวา ได้ดีขึ้น ยังมีตรงพื้นที่ดงมัน อยากให้มีการปรับปรุงฝายน้ำ จากอันเดิมเก่ามาก อยากให้ทำประตูใหม่ ระบบจะได้ดีขึ้น หากมีการระบายน้ำ ส่งน้ำได้ดีจะทำให้ชาวบ้านที่เป็นเกษตรผลิตเมล็ดข้าวส่งศูนย์ข้าวชัยนาท สามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ชาวบ้านในพื้นที่แห่งนี้ได้มากขึ้น 

นายประจวบ พวงสมบัติ ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำเขาแก้ว ตำบลพยุหะ อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เป็นหนึ่งชุมชนที่อยู่ในพื้นที่การปรับปรุงสถานีสูบน้ำเขาแก้ว จุดสำคัญในโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์  บอกว่า อยากให้มีการปรับปรุงสถานีสูบน้ำเขาแก้ว ที่สร้างมาหลายสิบปีแล้ว อยากให้มีประสิทธิภาพได้ดีกว่านี้ สามารถสูบน้ำได้แบบต่อเดียว ที่ปกติต้องสูบน้ำสองต่อทำให้กลุ่มผู้ใช้น้ำมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น โดยเฉพาะภาระค่าไฟที่มีการใช้จ่ายที่สูง หากมีการปรับปรุงสถานีสูบน้ำก็จะช่วยให้ชาวบ้าน เกษตรกรใช้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย 

ร.ต.ต.ดร.วิรัช โตอิ้ม นายกเทศมนตรีตำบลท่าน้ำอ้อยม่วงหัก กล่าวว่า กรมชลประทาน ได้เล็งเห็นความสำคัญโดยจะมาพัฒนาปรับปรุงคลองสูบน้ำ สถานีสูบน้ำบ้านเหล็กให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างทั่วถึง  สำหรับเทศบาลตำบลท่าน้ำอ้อยม่วงหักมีหน้าที่ช่วยดูแลกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มผู้ใช้น้ำของบ้านเหล็ก หากมีปัญหาอะไรทางเทศบาลฯจะประสานงานกับกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของชลประทานให้กับเกษตรกร โดยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง 

อีกทั้งผมได้สนับสนุนโครงการนี้มาตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน โดยให้เงินทุนสำรองตั้งโครงการนี้ 600,000 บาท ซึ่งปัจจุบันเราสามารถสูบน้ำและผันน้ำเข้ามาได้ ทุกวันนี้พี่น้องเกษตรกรดีใจที่มีน้ำใช้ในฤดูแล้งได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือต้องเสียค่ากระแสไฟฟ้าเอง ทางกรมชลประทานไม่สามารถตั้งงบประมาณ มาช่วยเหลือได้ ซึ่งหากมีการปรับปรุงสถานีสูบน้ำนี้ก็จะช่วยให้ประชาชน มีน้ำใช้ได่ง้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

‘นฤมล’ดันนโยบายสหกรณ์ก้าวสู่ปีที่52

https://www.naewna.com/local/836132

‘นฤมล’ดันนโยบายสหกรณ์ก้าวสู่ปีที่52

‘นฤมล’ดันนโยบายสหกรณ์ก้าวสู่ปีที่52

วันเสาร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาทางวิชาการเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ประจำปี 2567
ครบรอบ 52 ปี โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ กทม.ว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์ มุ่งผลักดันให้สหกรณ์ภาคการเกษตร โดยนำหลักตลาดนำ นวัตกรรมเสริม ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ มาเพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิกสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์ภาคการเกษตรเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในชุมชนแบบมืออาชีพ รวมถึงมีการสร้างกลุ่มอาชีพเพื่อสร้างอาชีพเสริมการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการตลาดผลผลิตในสถาบันเกษตรกร เช่น ผัก ผลไม้ และข้าวสาร ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2568 กรมส่งเสริมสหกรณ์ มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของเกษตรกรและสหกรณ์ภาคการเกษตรให้มีความเข้มแข็ง โดยการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ทำระบบการเกษตรแบบแม่นยำสูง ฟาร์มเกษตรอัจฉริยะในพื้นที่การเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้ได้ปริมาณต่อไร่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มคุณภาพผลผลิตทั้งในด้านคุณภาพและความปลอดภัยให้เป็นที่ยอมรับของตลาด จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากยุค Farmer Aging Society สู่ยุคของ Smart Farmer ได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมทั้งมีการส่งเสริมและพัฒนาร้านค้าสหกรณ์ให้เป็นจุดจำหน่ายสินค้าเกษตรทั้งทางตรงและช่องทางออนไลน์ให้มีความเข้มแข็ง โดยให้สมาชิกสหกรณ์เข้ามามีส่วนร่วมในการใช้บริการของสหกรณ์มากขึ้น พร้อมทั้งผลักดันการเชื่อมโยงเครือข่ายร่วมกันระหว่างสหกรณ์ภาคการเกษตรและสหกรณ์ นอกภาคการเกษตรให้มากยิ่งขึ้น