‘ศุภมาส’ย้ำ‘สอวช.’จัดสรรงบหนุนพัฒนาคนคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812264

‘ศุภมาส’ย้ำ‘สอวช.’จัดสรรงบหนุนพัฒนาคนคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ

‘ศุภมาส’ย้ำ‘สอวช.’จัดสรรงบหนุนพัฒนาคนคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ

วันจันทร์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 11.30 น.

‘ศุภมาส’ย้ำ‘สอวช.’จัดสรรงบหนุนพัฒนากำลังคนคุณภาพ สอดคล้องนโยบายรัฐ ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (กอวช.) ครั้งที่ 4/2567 ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร สวทช. (โยธี) และผ่านระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.67

รมว.อว. ได้ให้แนวทางการทำงานต่อเนื่องจากการแถลงวิสัยทัศน์ “เตรียมทัพกำลังคน สร้างอุตสาหกรรมอนาคต” IGNITE THAILAND : Future Workforce for Future Industry โดยขอให้มีการจัดทำแผนและจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ตามนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพให้เพียงพอกับความต้องการของประเทศ เช่น ความต้องการ High-Skilled Workforce ตามนโยบาย IGNITE THAILAND รวมถึงในเรื่องการจัดลำดับความสำคัญของการวิจัยและนวัตกรรม จะต้องให้ความสำคัญกับงานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นงานของกระทรวง อว. เป็นหลัก เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลกระทบไปถึงประชาชนโดยตรง

จากนั้น สอวช. ได้นำเสนอการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารอนาคต (Future Food) ด้วยอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ว่า ปี พ.ศ. 2566 ไทยส่งออกอาหารอนาคตมูลค่ามากกว่า 143,000 ล้านบาท สัดส่วนส่งออกมากสุด คือ อาหารสุขภาพและสารประกอบเชิงฟังก์ชัน เป็นร้อยละ 89 ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด ทั้งนี้กลุ่มอาหารอนาคตมีสัดส่วนส่งออกร้อยละ 11 ของมูลค่าการส่งออกอาหารทั้งหมดของไทย และคาดการณ์ว่าภายปี 2570 การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารอนาคตจะมีมูลค่าถึง 220,000 ล้านบาท จากข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมอาหารอนาคตเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่จะเป็นกลไกสำคัญเพื่อยกระดับการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และตอบรับเทรนด์การเปลี่ยนแปลงการบริโภคของโลก

ทั้งนี้ สอวช. ได้วางกรอบแนวคิดในการขับเคลื่อนอาหารอนาคตของไทยด้วย อววน. ร่วมกับเครือข่ายหน่วยงานของรัฐ เอกชน และสถาบันอุดมศึกษา ผ่าน 4 แนวทาง ได้แก่ 1. สร้างคอนเซอร์เทียมวิจัยวัตถุดิบต้นน้ำ ผ่านการบริหารจัดสรรทุนวิจัย 2. สร้างแพลตฟอร์มถ่ายทอดเทคโนโลยีและศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ประเมินเทคโนโลยีตลาด วิจัยกระบวนการผลิต โรงงานต้นแบบ บริการตรวจวิเคราะห์ตลอดจนสนับสนุนการขึ้นทะเบียน อย. ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ 3. ส่งเสริมหน่วยบ่มเพาะสตาร์ทอัพ Foodtech & Biotech ยกระดับเป็น Smart Regulation Zone และ 4. พัฒนากำลังคนรองรับอุตสาหกรรม โดยวิเคราะห์ความต้องการกำลังคนเพื่ออุตสาหกรรมอนาคต นำมาออกแบบหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะ ทั้งในรูปแบบ Degree และ Non-Degree นำไปสู่การปฏิบัติงานจริงในสถานการประกอบการต่อไป

สอวช. ยังได้นำเสนอการพัฒนากำลังคนเพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV-HRD ตามนโยบาย อว. FOR EV ว่า สอวช. จะสนับสนุนการพัฒนาทักษะกำลังคน ร่วมกับหน่วยงานทั้งภายใต้ อว. และหน่วยงานภายนอกตามที่ อว. โดย สอวช. กำลังดำเนินการ เช่น STEMPLUS คือการ Upskill คนในอุตสาหกรรมเดิมมาฝึกอบรมระยะสั้น ใช้เครื่องมือ Higher Education Sandbox ผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ การสร้างแรงจูงใจแก่ผู้ประกอบการฯ ด้วยมาตรการทางภาษี และมาตรการที่เกี่ยวข้องกับบีโอไอ หลักสูตร EV ในสถานอาชีวศึกษา 51 แห่ง ทั่วประเทศ เป็นต้น

อีกทั้งยังมีโปรแกรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับผู้ประกอบการ โดยการให้สิทธิพิเศษหรือส่งเสริมบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์แบบเดิมเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดิมให้สามารถปรับเปลี่ยนระบบการผลิตให้รองรับอุตสาหกรรม EV และอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่น ๆ ซึ่งเป็นความท้าทายและเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ที่จำเป็นต้องรีบดำเนินการผลิตและพัฒนาอย่างเร่งด่วน

สพฐ.สัญจรแก้หนี้จังหวัดแพร่ รวมพลังสร้างคุณภาพชีวิตครู-บุคลากร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812222

สพฐ.สัญจรแก้หนี้จังหวัดแพร่ รวมพลังสร้างคุณภาพชีวิตครู-บุคลากร

สพฐ.สัญจรแก้หนี้จังหวัดแพร่ รวมพลังสร้างคุณภาพชีวิตครู-บุคลากร

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 21.12 น.

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2567 นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) ได้รับมอบหมายจาก ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำทีม สพฐ. ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาหนี้สินของครูและบุคลากรฯ โดยนำนโยบายสู่การปฏิบัติระดับพื้นที่ร่วมกับสถานีแก้หนี้ครู สพฐ. ภาคเหนือ ร่วมกับ ดร.กิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย ดร.ขจร ธนะแพสย์ ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย และผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาญจนบุรี ร่วมพบปะหารือแนวทางการเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาภาคเหนือที่ลงทะเบียนเข้ารับการแก้ไขหนี้สินกับ สพฐ. โดยมีข้าราชการและบุคลากรฯในพื้นที่กว่า 800 คน พร้อมด้วยผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ ผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สาขาแพร่ ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาแพร่ ผู้บริหารการศึกษาในพื้นที่ภาคเหนือ เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ โรงเรียนนารีรัตน์ จังหวัดแพร่  พร้อมทั้งถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์ Facebook live : ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา สพฐ. ไปยังผู้ชมที่สนใจทั่วประเทศอีกด้วย

นางเกศทิพย์ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เร่งขับเคลื่อนนโยบายการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา ของพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรของ สพฐ. ทั้งบุคลากรที่อยู่ในระบบราชการและข้าราชการบำนาญ เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด

“จากการลงพื้นที่ภาคเหนือครั้งนี้ได้เห็นความเดือดร้อนและความต้องการของบุคลากรเราในพื้นที่หลายเรื่องที่ต้องการได้รับการแก้ไข เช่น การถูกฟ้องร้องบังคับคดี การเสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเกินร้อยละ 6 ของธนาคารพาณิชย์  การลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ การรวมหนี้สิน การปรับโครงสร้างหนี้ การเจรจาต่อรองลดดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่ออเนกประสงค์สำหรับผู้รับบำนาญ บำเหน็จรายเดือน และผู้รับบำเหน็จพิเศษรายเดือน เป็นต้น ซึ่งปัญหาความต้องการเหล่านี้จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ส่วนไหนเป็นอำนาจหน้าที่ของ สพฐ. จะสั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินการแก้ไขทันที ส่วนเรื่องไหนที่นอกเหนืออำนาจ สพฐ. ต้องใช้หน่วยงานภายนอกเข้ามาช่วยตามอำนาจหน้าที่ต่อไปโดยเร็ว ซึ่ง ดร.กิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ ดร.ขจร ธนะแพสย์ ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร  ธนาคารแห่งประเทศไทย ในนามคณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อยของรัฐบาล จะร่วมนำประเด็นดังกล่าวไปหารือแนวทางแก้ไขทั้งในระดับรัฐบาล และการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทยต่อไป” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

นางเกศทิพย์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการลงพื้นที่สัญจรภาคเหนือที่จังหวัดแพร่ครั้งนี้ ยังเห็นความเข้มแข็งของเครือข่ายสหกรณ์ออมทรัพย์หลายแห่งที่ได้เริ่มดำเนินการ เริ่มพยายามลดอัตราดอกเบี้ยลงมาที่ร้อยละ 4.75 มีการส่งเสริมสร้างรายได้ให้กับสมาชิกสหกรณ์ เพื่อเพิ่มรายได้ด้วยการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ เช่น เสื้อหม้อห้อม เข่ง กาแฟ เครื่องจักสาน เป็นต้น ซึ่งเป็นต้นแบบที่ดีของการแก้ไขปัญหาหนี้สินทั้งระบบ สิ่งสำคัญที่ ทีมแก้หนี้ สพฐ. จะต้องเร่งขับเคลื่อนเพิ่มเติมคือรวบรวมปัญหาข้อเสนอขอความช่วยเหลือของลูกหนี้ไปวิเคราะห์จัดกลุ่ม และกำชับติดตามการหักเงินเดือนที่เหลือไม่ถึงร้อยละ 30 ให้หมดไปโดยเร็ว รวมทั้งสนับสนุนแนวทางการใช้มาตรการกลางในการแก้ไขหนี้ของรัฐบาลและกรมส่งเสริมสหกรณ์ ดอกเบี้ย 3% ขยายระยะเวลาไปถึง 80 ปี หลังจากอายุ 80 ปี จ่ายคืนเฉพาะส่วนเงินต้น นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างความสำเร็จของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาญจนบุรี ในการลดดอกเบี้ยเงินกู้เหลือร้อยละ 4.75 ปรับดอกเบี้ยเงินฝากร้อยละ 2.60 ซึ่งยังมากกว่าดอกเบี้ยออมทรัพย์ธนาคารพาณิชย์ สามารถสร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสมาชิกสหกรณ์ได้เป็นอย่างดี

นางเกศทิพย์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาลงทะเบียนสมัครใจเข้าร่วมโครงการแก้ปัญหาหนี้ 7,820 คน ในระบบแก้หนี้ออนไลน์ สพฐ. และมี สพท. ที่สามารถแก้ไขปัญหาสำเร็จอย่างน้อย 1 รายแล้ว 131 แห่ง ซึ่งประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่ม 1 คือ กลุ่มที่ถูกฟ้องดำเนินคดี สพท. สามารถไกล่เกลี่ยเพื่อชะลอการฟ้องร้องก่อนการดำเนินคดีหรือไกล่เกลี่ยระหว่างการพิจารณาคดีหรือไกล่เกลี่ยชะลอการฟ้องล้มละลายหรือประสานงานช่วยเหลือในชั้นบังคับคดีหรือไกล่เกลี่ยระหว่างเจ้าหนี้กับครูและผู้ค้ำประกัน และกลุ่ม 2 คือ กลุ่มสีแดงที่ไม่ถูกฟ้อง สพท. สามารถทำให้มีสภาพทางการเงินดีขึ้นหรือมีเงินเดือนเหลือมากกว่าร้อยละ 30 รวมทั้งสิ้น 740 คน คิดเป็นมูลหนี้กว่า 2,220 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2567)

“จึงขอขอบคุณ ดร.กิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ดร.ขจร ธนะแพสย์ ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาญจนบุรี ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ภาคเหนือ ผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สาขาแพร่ ผู้จัดการธนาคารออมสินสาขาแพร่ ผู้บริหารการศึกษาในพื้นที่ภาคเหนือ และทีมสถานีแก้หนี้ สพฐ. ทุกภาคส่วนที่ร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้อย่างเข้มแข็ง เพื่อให้ครูและบุคลากรมีความรู้และทักษะด้านการเงิน สามารถป้องกันและแก้ปัญหาด้านการเงินด้วยตนเองอย่างยั่งยืน สามารถเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย มีอาชีพเสริม และดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างดีมีประสิทธิภาพสูงตามแนวทาง “จับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน” อย่างเห็นผลเป็นรูปธรรม” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

‘ไม่มีมูล-ไม่น่าเชื่อ’แต่ยัง‘แชร์’เกลื่อนกลุ่มไลน์ สะท้อน‘ความผิดพลาด’การสอน‘วิทยาศาสตร์’ในไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812229

‘ไม่มีมูล-ไม่น่าเชื่อ’แต่ยัง‘แชร์’เกลื่อนกลุ่มไลน์ สะท้อน‘ความผิดพลาด’การสอน‘วิทยาศาสตร์’ในไทย

‘ไม่มีมูล-ไม่น่าเชื่อ’แต่ยัง‘แชร์’เกลื่อนกลุ่มไลน์ สะท้อน‘ความผิดพลาด’การสอน‘วิทยาศาสตร์’ในไทย

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 19.24 น.

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2567 นายนำชัย ชีววิวรรธน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เขียนบทความ “ความผิดพลาดใหญ่ในการสอนวิทยาศาสตร์ในไทย” เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก “Namchai Chewawiwat” เนื้อหาดังนี้

#ความผิดพลาดใหญ่ในการสอนวิทยาศาสตร์ในไทย

วิทยาศาสตร์แบ่งคร่าวๆ ได้เป็น “กระบวนการวิทยาศาสตร์ (scientific method)” และ “ความรู้ที่ได้จากกระบวนการวิทยาศาสตร์ (scientific knowledge)”

ความผิดพลาดใหญ่ที่สุดในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในไทยคือ ให้ความสำคัญกับตัวความรู้ทางวิทยาศาสตร์ “มากเกินไป” แต่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้กระบวนการวิทยาศาสตร์ “น้อยเกินไป”

ผลลัพธ์ก็คือ (1) ไม่สนุกกับการเรียนวิทยาศาสตร์ เพราะต้องท่องจำมากเกินไป และจำได้น้อยเกินไป เพราะไปมัวจดจำเรื่องจุกจิกที่ไม่ใช่แก่นสาร ซึ่งลืมง่ายมาก สุดท้าย พาลจะรู้สึกว่าอะไรที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ยากไปหมด และเกลียดอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์

(2) ไม่สามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนกับเรื่องต่างๆ รอบตัวได้ เพราะไม่เข้าใจ “แก่นของเรื่อง” และ (3) ทำให้คนไทยไม่ฉุกคิดกับเรื่องต่างๆ จึงโดนหลอกได้ง่าย โดยเฉพาะที่ “อ้างว่า” เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะแยกแยะอะไรไม่ได้ จึงเชื่อแบบตะบี้ตะบันไป

เรื่องที่แชร์ในกลุ่มไลน์ยืนยันเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะแม้แต่ในกลุ่มที่เรียนจบวิทยาศาสตร์ ก็ยังแชร์อะไรที่ไม่น่าเชื่อ เป็นไปไม่ได้ ไม่มีมูลหรือข้อสนับสนุนทางด้านวิทยาศาสตร์เพียงพอ

เรื่องพวกนี้ หากต้องการแก้ไข ต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างที่ขัดกับ “สามัญสำนึก” หรือวิธีการสอนวิทยาศาสตร์ที่ทำต่อๆ กันมา

เรื่องแรกสุดที่ทำได้คือ เปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนให้มี “ความเป็นธรรมชาติ” มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา กล่าวคือในต้นชั่วโมงต้องเปิดมาด้วยการทดลองก่อนเป็นเบื้องต้น ฝึกการสังเกตและตั้งคำถามซ้ำๆ จนติดเป็นนิสัย ต้องให้เวลาส่วนนี้มากๆ

จากนั้นก็ตามด้วย การทดสอบข้อสงสัย ข้อสังเกต สมมุติฐานที่เด็กๆ ตั้งขึ้น ซี่งในขั้นตอนนี้อาจมีการทดลองเพิ่มเติมอีกหรือไม่ก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสม แล้วจึงตามมาด้วยการให้เด็กๆ พยายามสรุปสิ่งที่เรียนมาทั้งชั่วโมง เพื่อเป็นความรู้ ความเข้าใจ และนำมาใช้งานต่อในอนาคต

มีแต่การทำแบบนี้ จึงจะทำให้เด็กๆ เกิดความสงสัยติดเป็นนิสัย กลายเป็นคนอยากรู้อยากเห็น และรู้วิธีการหาคำตอบ อย่างเป็นขั้นตอน

วิธีการแบบนี้สวนทางกับการสอนในปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในระดับมัธยมศึกษา ในบางโรงเรียนอาจจะแทบไม่มีการทดลองเลย จึงทำให้เด็กๆ ติดนิสัยท่องจำสิ่งที่หนังสือหรือครูอาจารย์บอก วิธีการเรียนแบบนี้มีความเป็นไสยศาสตร์หรือศาสนามาก คือคำสอนเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผิดพลาดไม่ได้

ขัดกับหลักการสำคัญทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นหัวใจคือ การพยายามเข้าใกล้ “สัจธรรม” ของโลกและจักรวาล ผ่านการสังเกต ทดลอง สรุปผลการทดลอง และทำซ้ำๆ เพื่อตรวจสอบว่า สิ่งที่รู้แล้ว สรุปมาแล้ว เป็นจริงแค่ไหน แล้วอะไรที่ไม่ถูกต้อง ก็ค่อยๆ แก้ไขไป เป็นการเดินเปะปะซ้ายขวา แต่มีวิธีตรวจสอบการเดินเบี้ยวของตัวเอง เพื่อให้เดินตรงเส้นทางมากที่สุด ซึ่งวิธีการแบบนี้ไม่มีในระบบแบบอื่น ไม่ว่าจะปรัชญา ลัทธิ หรือศาสนา

เป็น self-correction และเป็นจุดแข็งที่สุดของวิทยาศาสตร์

ความรู้วิทยาศาสตร์ใหม่จึงต้องสอดคล้องกับความรู้วิทยาศาสตร์ที่มีอยู่เดิม เป็นเนื้อเดียวกัน หากมีส่วนที่ไม่เข้ากัน ก็เป็นเพราะมีอะไรบางอย่างผิด ก็แก้ไขความเข้าใจผิดนั้นๆ ไป

ทำแบบนี้ เด็กๆ ก็จะติดนิสัย เคยชินกับการใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์ในชีวิต แทนที่จะยึดติดและจมอยู่กับ “ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์” ที่อาจจะผิดได้ มีแต่ทำแบบนี้จึงจะได้คนรุ่นใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ที่มาช่วยชาติได้

หากทำดังนี้ เราก็จะสามารถ “ลด” เนื้อหาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์มากมายมหาศาล (และมีแต่มากมายขึ้นเรื่อยๆ) ให้ลดน้อยลง เหลือเท่าที่จำเป็น เพราะคนที่จำเป็นต้องเรียนมากมายจริงๆ ก็มีแต่คนที่จะทำงานในสายงานด้านวิทยาศาสตร์ (นักวิทยาศาสตร์, วิศวกร, เภสัชกร, แพทย์ ฯลฯ) ต่อไปเท่านั้น

แต่คนทั่วไปหาได้มีความจำเป็น ต้องจดจำอะไรมากมาย เพื่อที่จะ “ลืมในทันทีที่สอบเสร็จ” เลย

หากทำแบบนี้ได้ เด็กๆ ก็จะมีความสุขกับการเรียน ได้เรียนเนื้อหาพอสมควร แต่เข้าไปเป็นเนื้อเป็นหนังเป็นเลือดในตัว จดจำได้ไปนานๆ หรือแม้แต่จำได้จนตาย ถึง “หลักการ” และความเป็นวิทยาศาสตร์

แต่การเปลี่ยนแปลงให้คนในวงการศึกษาเข้าใจและเห็นด้วยกับข้อเท็จจริงนี้ น่าจะไม่ง่ายเลย

คณะนักศึกษาหลักสูตรJTOPรุ่น2 มอบทุนน้องๆรร.ตชด.บ้านคลองน้อย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812143

คณะนักศึกษาหลักสูตรJTOPรุ่น2 มอบทุนน้องๆรร.ตชด.บ้านคลองน้อย

คณะนักศึกษาหลักสูตรJTOPรุ่น2 มอบทุนน้องๆรร.ตชด.บ้านคลองน้อย

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 13.16 น.

คณะนักศึกษาหลักสูตรJTOPรุ่น2 มอบทุนน้องๆรร.ตชด.บ้านคลองน้อย

22 มิถุนายน 2567 คณะนักศึกษาหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงความร่วมมือ ไทย-ญี่ปุ่น รุ่นที่ 2 (JTOP) โดยมี นายแพทย์ นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร ประธานรุ่น JTOP 2 , ดร.อารดา มหามิตร ครูใหญ่ร่วมหลักสูตร JTOP และผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง อดีตที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พร้อมคณะนักศึกษาในหลักสูตร JTOP รุ่นที่2 ร่วมกันจัดกิจกรรมตอบแทนสังคม (CSR) มอบอุปกรณ์การศึกษา การกีฬาพร้อมทุนการศึกษา อาหารกลางวันให้กับน้องๆโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคลองน้อย ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 150 คน และมอบถุงยังชีพเครื่องอุปโภคบริโภค ปันน้ำใจให้แก่พี่น้องประชาชนในชุมชนใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากภัยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ในพื้นที่ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ และร่วมกันปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติลดโลกร้อน โดยเป็นไปตามนโยบายของ รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและ รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ประธานที่ปรึกษา

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2795391

"ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา" มอบโล่รางวัลนายกสมาคมผู้ปกครองและครูดีเด่น

24 มิ.ย. 2567 04:56 น.

“ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา” มอบโล่รางวัลนายกสมาคมผู้ปกครองและครูดีเด่น

@ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. มอบโล่ให้ วรวิทย์ หงวนศิริ นายกสมาคมผู้ปกครองและครู บดินทรเดชา ในโอกาสได้รับรางวัลนายกสมาคมผู้ปกครองและครูดีเด่น โดยมี นิวัตร นาคะเวช และ ปรีชา จิตรสิงห์ มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์ประชุมนานาชาตินงนุช พัทยา วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2567

  • ตรงกับวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง การเมือง บนเวทีการละคร …..การพิจารณา ร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 วาระแรก ปิดฉากไปอย่างสมบูรณ์….ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 วงเงินงบประมาณ 3.75 ล้านล้านบาท ผ่านฉลุยด้วยเสียง 311 ต่อ 175 เสียง….การตั้งข้อสังเกตจาก พรรคฝ่ายค้าน งบประมาณปี 2568 ทุ่มเทให้กับ โครงการ
    ดิจิทัลวอลเล็ต ก็เป็นอีกเรื่องเห็นฉากทัศน์การเมืองระหว่าง เก่ากับใหม่….ข้อมูล สาระ กับ วาทกรรมที่ไร้สาระ….ต้องเข้าใจว่า ประชาชน ยุคนี้ ไม่ได้กินแกลบ กินรำ…แต่เสพสื่อโซเชียลมีเดียจนสำลัก….ปิดการอภิปรายโดยรองนายกฯ ภูมิธรรม เวชยชัย ให้สัญญาว่า งบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด รัฐบาลให้ความ สำคัญกับประชาชน และผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ มีจุดมุ่งหมายให้เศรษฐกิจไทยโตอย่างมีคุณภาพสร้างรายได้ให้ประชาชนและประเทศ…ตบท้ายด้วยวาทกรรมเด็ด “ความเห็น ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่างๆ ผมในนามของรัฐบาลขอน้อมรับและขอฝากกรรมาธิการวิสามัญฯนำไปใช้ประกอบการพิจารณารายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2568 ให้เป็นไปโดยรอบคอบและเคร่งครัดยิ่งขึ้น รวมทั้งเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนตามที่มุ่งหวังไว้ทุกประการ แต่ขออนุญาตไม่รวมวาทกรรมและการพูดจาถากถาง เพื่อทำลายความ เชื่อมั่นของประเทศและของรัฐบาล”…..จบข่าว……จับความที่ ศิริกัญญา ตันสกุล สส.ก้าวไกล อภิปราย ความจริงงบประมาณ 7 ประการที่รัฐบาลตอบไม่หมด….Hub มีความต่างอย่างไรกับ นโยบายรายประเด็น เช่น งบการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปี 2567 มีทั้งหมดอยู่เกือบ 6 พันล้าน มาเป็น 11,000 ล้าน….หนี้สาธารณะไม่เป็นอันตราย เพราะร้อยละ 10 ไม่ใช่ภาระของรัฐบาล เช่น หนี้ครัวเรือน…หนี้สาธารณะโตเร็ว และหนี้สาธารณะที่จะชนเพดาน แต่รัฐบาลยังกู้หนี้มาเพื่อโครงการที่ไม่มีความจำเป็นอยู่…สัดส่วนการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ เกินร้อยละ 3 ต่อจีดีพี มีความต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571 รัฐควรจะตั้งเป้าในการกู้ชดเชยลดลง ……การชำระหนี้คืนเงินต้น ร้อยละ 4 ชนเพดานแล้ว…..การชำระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 14 จากปีที่แล้ว…และสุดท้าย โครงการดิจิทัลวอลเล็ต จะลงเอยอย่างไร…..คำตอบสุดท้ายของ ศิริกัญญา รอให้ งบประมาณรายจ่ายปี 2568 ผ่านวาระที่ 3 ถ้าไม่มีการแก้ไข โครงการดิจิทัลวอลเล็ต…เจอกันที่ ศาลปกครอง…..ว้าวุ่นเลยทีนี้…….ส่วนที่ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน อ้างคุยกับ รมว.คลัง พิชัย ชุณหวชิร แล้ว มีความเห็นว่ายังอยากให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ความร่วมมือในการ ลดอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบาย…ต้องไปฟังการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ CNBC ของผู้ว่าการแบงก์ชาติ เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ..ย้ำ นโยบายดอกเบี้ยเป็นเรื่องของเศรษฐกิจและดุลพินิจของแบงก์ชาติ ไม่ใช่แรงกดดันทางการเมือง…“ผมคิดว่ากรอบการกำกับดูแลของแบงก์ชาติค่อนข้างชัดเจน การตัดสินใจที่ผ่านมาบ่งชี้ถึงการดำเนินการบนพื้นฐานของสิ่งที่เรารู้สึกว่าเหมาะสมที่สุดต่อเศรษฐกิจประเทศ มากกว่าเป็นความพยายามเพื่อผ่อน คลายแรงกดดันทางการเมืองหรืออื่นๆ”……เหนื่อย……. “อินทรีเหล็ก” มองว่า ปัญหาเศรษฐกิจ ที่จะต้องชั่งน้ำหนักบนผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ….มากกว่า ภาพลักษณ์ทางการเมือง….ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย ฟรีวีซ่า ดิจิทัลวอลเล็ต ซอฟต์พาวเวอร์ แลนด์บริดจ์….การยอมถอยไม่ใช่การเสียหน้า แต่เป็นการกล้าที่จะเสียสละ…..ไม่ไหวอย่าไปฝืน
สุดยอด – นุรักษ์ มาประณีต มอบรางวัล “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2024” เพื่อยกย่องสุดยอดผู้นำองค์กรให้ สาระ ล่ำซำ, ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน และ ผยง ศรีวณิช โดยมี มนู เลียวไพโรจน์ และ แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ มาร่วมงานด้วย ที่ รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล วันก่อน.
ช่วยโลก – กอบศักดิ์ ภูตระกูล และ พรเพ็ญ เผ่ารัชตพิบูลย์ เปิดโครงการ “Bualuang Save the Earth : 3R+” เพื่อขับเคลื่อนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี กึกก้อง รักเผ่าพันธุ์ มาร่วมงานด้วย ที่ธนาคารกรุงเทพ พระราม 3 วันก่อน.
  • ที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์…..ถอดคำพูด นายกฯเศรษฐา กรณี ความขัดแย้งระหว่าง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล …และอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีตามข้อกล่าวหา เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ระดับชาติ….และมีคำสั่งให้ กลับเข้ารับราชการ โดยให้เหตุผลว่า ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะคดียังไม่ถึงที่สุด….อ้างการมีคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิมเพราะ……“อยากให้การทำงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติปรองดองกัน อยากให้เป็นการทำงานในลักษณะนั้นเพราะหากย้อนกลับมาในเรื่องแรก คือเบอร์หนึ่งกับเบอร์สองทะเลาะกัน ก็ต้องโยกกลับมาที่สำนักนายกฯก่อน เพื่อให้การบริหารจัดการใน สตช.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เราน่าจะมองบวกบ้างว่า ถ้ากลับไปแล้วเขาน่าจะรักกันและดีกันแล้ว”….เฮ้อ ที่ชาวบ้านเขาอยากรู้จะจัดการกับ คดีที่เกี่ยว ข้องกับบ่อนพนันออนไลน์ อย่างไร ร้องทุกข์กล่าวโทษ พยานหลักฐานออกทนโท่ขนาดนั้น….ไม่ได้อยากรู้ว่า ใครจะทะเลาะกับใคร จะปรองดองกับใคร ….หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก พนันออนไลน์จงเจริญ
ดีใจด้วย – สนั่น อังอุบลกุล มอบดอกไม้แสดงความยินดีแก่ ศ.กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ในโอกาสได้เป็นประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ โดยมี พรรณี วรวุฒิจงสถิต, ชวนา วิวัฒน์พนชาติ, ชลลดา ฟูวัฒนศิลป์ และ อมรเทพ ทวีพานิชย์ มาร่วมปลื้มด้วย ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย วันก่อน.
รับรางวัล – ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. มอบโล่ให้ วรวิทย์ หงวนศิริ นายกสมาคมผู้ปกครองและครู บดินทรเดชา ในโอกาสได้รับรางวัลนายกสมาคมผู้ปกครองและครูดีเด่น โดยมี นิวัตร นาคะเวช และ ปรีชา จิตรสิงห์ มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์ประชุมนานาชาตินงนุช พัทยา วันก่อน.
  • วันนี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เข้านั่งทำงานใน สตช.ตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นรอเกษียณอายุราชการแบบเท่ๆ…..พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โพสต์ข้อความถึงแฟนเพจ ปรับเว็บไซต์ Hakparn.com เป็นพื้นที่ให้ชาวบ้านได้ร้องทุกข์ หลังมีโอกาสเป็น แคนดิเดต ผบ.ตร. อีกรอบ….ส่วน พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) กำลังพิจารณาตัวเอง ขอเออร์ลี่ ก่อนเกษียณอายุราชการ ในฐานะตำรวจไซเบอร์ รับผิดชอบเรื่องการปราบปราม เว็บพนันออนไลน์ โดยตรง….ว้าเหว่
20 ขวบ – ชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดงาน 20 ปี กปถ. เพื่อขับเคลื่อนนโยบายความปลอดภัยการเดินทางลดอัตราเสียชีวิตบนท้องถนน โดยมี สรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์, จิรุตม์ วิศาลจิตร และ สรพันธ์ คุณากรวงศ์ มาร่วมงานด้วย ที่สามย่านมิตรทาวน์ วันก่อน.
ตามไปกิน – มาลิดา ชินสุภัคกุล และ เด็ด ชินสุภัคกุล เปิดตัวเมนูบักกุ๊ดเต๋รสชาติสุดพิเศษจาก NG AH SIO Bak Kut Teh ร้านดังจากสิงคโปร์ มาเสิร์ฟให้ลิ้มรสครั้งแรกในไทย โดยมี สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล และ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ มาร่วมชิมด้วย ที่ร้านจัมโบ้ ซีฟู้ด ไอคอนสยาม วันก่อน.
  • กกต.แจ้งไทม์ไลน์การเลือก สว.ระดับประเทศ ในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ ที่ อาคารศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม อาคาร 4 เมืองทองธานี…รอบแรก เลือกคนในกลุ่มเดียวกัน รอบที่สอง เลือกคนที่ได้รับเลือกมาจากรอบแรก ในกลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกันไม่เกิน 5 คน…จากนั้น ผอ.เลือกตั้ง สว.แจ้งผลให้ กกต.ประกาศรับรอง….โซเชียลระบุ ชาวน่านถึงกับอึ้ง ส่องประวัติ ผู้ผ่านเข้ารอบ สว. ระบุเชี่ยวชาญการดำนาและกรีดยางมา 10 ปีไปอยู่ในกลุ่มสาธารณสุข….อึ้งกิมกี่…..ข่าวประชาสัมพันธ์ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.การท่องเที่ยวฯ ร่วมฉลองความสำเร็จและแสดงความยินดีในโอกาส กฎหมายสมรสเท่าเทียม เตรียมบังคับใช้เป็นประเทศแรกในอาเซียน เตรียมผลักดันไทยสู่เจ้าภาพ World Pride 2030…..สังคมประจำวัน เวลา 09.00 น. ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ท่าอากาศยานไทย เปิดโครงการนำนักวิเคราะห์หลักทรัพย์เยี่ยมชมโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 ที่ห้องพระศิวะ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น
ยังหวานอยู่ – โชคชัย-พรทิพย์ เศรษฐีวรรณ จัดงานเลี้ยงฉลองครบรอบแต่งงาน 30 ปี โดยมี ทนง-ชมพูนุท ลี้อิสสระนุกูล, ชูเกียรติ-จุฑามาศ โอภาสวงศ์, พงษ์ชัย-ซูซาน เศรษฐีวรรณ และ พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล มาร่วมงานด้วย ที่ห้องรีเจนซี่ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.


“อินทรีเหล็ก”

มองโกเลียเจอปรากฏการณ์หายาก หิมะตกช่วงฤดูร้อน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795593

มองโกเลียเจอปรากฏการณ์หายาก หิมะตกช่วงฤดูร้อน

24 มิ.ย. 2567 10:00 น.

มองโกเลียเจอปรากฏการณ์หายาก หิมะตกช่วงฤดูร้อน

ประชาชนในหลายพื้นที่ของมองโกเลียได้สัมผัสกับหิมะฤดูร้อน ปรากฏการณ์สุดแปลกและแทบไม่ค่อยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่หน่วยงานฉุกเฉินประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2567 สำนักข่าวซินหัว ของทางการจีน รายงานว่า หลายพื้นที่ของมองโกเลีย รวมถึงกรุงอูลานบาตอร์ เมืองหลวงของประเทศ มีหิมะฤดูร้อนโปรยปรายลงมาสร้างความเย็นชุ่มฉ่ำ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

รายงานระบุว่า ทางภาคกลาง ตะวันออก และตะวันตกของมองโกเลีย มีฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเช้าวันพฤหัสบดี และกลายเป็นหิมะตกในช่วงเช้าวันศุกร์ แม้ว่ามองโกเลียจะมีสภาพภูมิอากาศแบบภาคพื้นทวีปที่แปรปรวน แต่การมีหิมะตกในฤดูร้อนถือเป็นปรากฏการณ์หายากและแทบไม่ค่อยเกิดขึ้นมาก่อน

ทั้งนี้ สำนักงานการจัดการเหตุฉุกเฉินแห่งชาติมองโกเลียประกาศกระตุ้นเตือนประชาชนให้ระมัดระวังภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ ขณะที่หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของมองโกเลียประกาศเตือนภัยสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา.

รมว.พาณิชย์จีนคุยยุโรปปมภาษีรถอีวี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795573

รมว.พาณิชย์จีนคุยยุโรปปมภาษีรถอีวี

24 มิ.ย. 2567 07:38 น.

รมว.พาณิชย์จีนคุยยุโรปปมภาษีรถอีวี

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นายโรเบิร์ต ฮาเบค รมว.เศรษฐกิจเยอรมนี เปิดเผยระหว่างการเดินทางเยือนนครเซี่ยงไฮ้ของจีนว่า นายหวาง เหวินเทา รมว.พาณิชย์จีนมีกำหนดเจรจากับนายวาลดิส ดอมบรอฟสกีส์ รองประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป ต่อกรณีสหภาพยุโรปเตรียมบังคับใช้มาตรการตั้งกำแพงภาษีรถไฟฟ้าจากจีนหรือรถอีวี ในวันที่ 4 ก.ค.นี้ ในอัตราที่อาจสูงถึง 38.1% แต่ยืนยันว่า มาตรการกำแพงภาษีไม่ใช่บทลงโทษจีน เป็นมาตรการเพื่อหักล้างความได้เปรียบของรถไฟฟ้าจากจีน ที่ได้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลจีน จนสามารถตั้งราคาขายที่น่าดึงดูด

ทั้งนี้ นายฮาเบคมีกำหนดเข้าพบนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน แต่มี รายงานว่ากำหนดการดังกล่าวได้ถูกยกเลิกกะทันหัน หลังนายฮาเบคไปกล่าวเปิดประเด็นการใช้แรงงานในประเทศจีน พร้อมกล่าวถึงการค้าจีน-รัสเซียว่าการช่วยรัสเซียรอดพ้นคว่ำบาตรเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้ ขณะที่นายเจิ้ง ชานเจีย ประธานคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและการปฏิรูปแห่งชาติจีนให้ความเห็นต่อเรื่องการหารือภาษีรถอีวีว่า จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องธุรกิจจีน การตั้งภาษีส่งผลเสียแก่ทุกฝ่าย หวังว่าเยอรมนีจะแสดงความเป็นผู้นำในสหภาพยุโรป และทำในสิ่งที่ถูกต้อง.

แอนิเมชัน Inside Out 2 โกยเงินไม่หยุด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795571

แอนิเมชัน Inside Out 2 โกยเงินไม่หยุด

24 มิ.ย. 2567 07:35 น.

แอนิเมชัน Inside Out 2 โกยเงินไม่หยุด

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. วาไรตี สื่อบันเทิงสหรัฐฯ รายงานว่าภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Inside Out 2 (มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง 2) ของพิกซาร์และดิสนีย์ยังมาแรงบนบ็อกซ์ออฟฟิศสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ 2 ของการออกฉายในโรงภาพยนตร์ด้วยรายได้ 30.5 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,119 ล้านบาท) เฉพาะวันที่ 21 มิ.ย.เพียงวันเดียว ทำให้รายได้ในสหรัฐฯรวม 285.7 ล้านดอลลาร์ (ราว 10,486 ล้านบาท) แซงภาพยนตร์ไซไฟแฟนตาซี Dune: Part Two (ดูน ภาค 2) ที่ทำรายได้รวม 282 ล้านดอลลาร์ (10,350 ล้านบาท) เป็นภาพยนตร์รายได้สูงสุดประจำปีนี้ของสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ Inside Out 2 เปิดตัวในสหรัฐฯ และแคนาดาด้วยรายได้ ราว 155 ล้านดอลลาร์ หลังเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ยังประเมินว่าอาจปิดสัปดาห์ที่ 2 ด้วยรายได้ 98 ล้านดอลลาร์ (ราว 3,597 ล้านบาท) และอาจคว้าตำแหน่งภาพยนตร์แอนิเมชันทำรายได้ในสัปดาห์ที่ 2 สูงสุดตลอดกาลแทนที่ภาพยนตร์เรื่อง The Super Mario Bros Movie (เดอะ ซูเปอร์มาริโอบราเธอร์ส มูฟวี) ที่ออกฉายในปี 2566 ขณะเดียวกันสำนักข่าวรอยเตอร์ยังรายงานว่า Inside Out 2 ทำรายได้ทะลุ 500 ล้านดอลลาร์ (ราว 18,352 ล้านบาท) ในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกอีกด้วย.

ญี่ปุ่นพบแหล่งแร่โลหะหายาก 200 ล้านตัน ที่ก้นทะเล นอกชายฝั่งตะวันออก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795569

ญี่ปุ่นพบแหล่งแร่โลหะหายาก 200 ล้านตัน ที่ก้นทะเล นอกชายฝั่งตะวันออก

24 มิ.ย. 2567 07:25 น.

ญี่ปุ่นพบแหล่งแร่โลหะหายาก 200 ล้านตัน ที่ก้นทะเล นอกชายฝั่งตะวันออก

ญี่ปุ่นพบแหล่งแร่โลหะหายากปริมาณกว่า 200 ล้านตัน บริเวณพื้นผิวทะเลนอกชายฝั่งเกาะทางตะวันออกของประเทศ เตรียมเริ่มขุดปีหน้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมสำรวจของญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 21 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมาว่า พวกเขาพบแหล่งแร่แมงกานีสโนดูล (Manganese Nodules) ปริมาณกว่า 200 ล้านตัน ที่ก้นทะเล นอกชายฝั่งเกาะมินามิโตริ ทางตะวันออกสุดของประเทศ และอยู่ภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น

ทีมสำรวจดังกล่าวซึ่งประกอบด้วย มูลนิธินิปปอน (Nippon Foundation) และมหาวิทยาลัยโตเกียว วางแผนจะเริ่มการทดลองขุดแร่ดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยโลหะหายากต่างๆ เช่น โคบอลต์และนิกเกิล ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายจะทำให้เป็นธุรกิจ ร่วมมือกับภาคเอกชน

“ทรัพยากรเหล่านี้สำคัญมากต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เรามีเป้าหมายจะขุดให้ได้ปีละ 3 ล้านตัน ควบคู่ไปกับการพัฒนา โดยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลให้น้อยที่สุด” นายยาสุฮิโระ คาโตะ ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องทรัพยากรธรณีวิทยาของมหาวิทยาลัยโตเกียว กล่าวในงานแถลงข่าว

ทั้งนี้ การสำรวจพื้นดินใต้ทะเลมากกว่า 100 จุด ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ โดยใช้ยานดำน้ำควบคุมระยะไกลที่ความลึก 5,200-5,700 ม. ยืนยันการค้นพบแหล่งแร่แมงกานีสโนดูลหนาแน่นสูงปริมาณกว่า 230 ล้านตัน กินพื้นที่ประมาณ 10,000 ตร.กม.

แมงกานีสโนดูล เป็นก้อนแร่ที่เกิดจากการสะสมตัว หรือตกผลึกนานหลายล้านปีในน้ำทะเลที่เงียบสงบ ที่ความลึก 4,000-6,500 เมตร เรียงตัวคลุมผิวพื้นทะเลเป็นบริเวณหลายพันตารางกิโลเมตร แต่ละก้อนมักมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 5 ไปจนถึงหลายสิบเซน และเชื่อกันว่าการสะสมตัวของแร่ที่เกิดขึ้นแต่ละเซนติเมตรใช้เวลาหลายล้านปี

ตามการวิเคราะห์ตัวอย่างที่เก็บมาได้ ทีมสำรวจประเมินว่า แหล่งแร่นี้ประกอบด้วยโคบอลต์ประมาณ 610,000 ตัน เพียงพอสนับสนุนการบริโภคของญี่ปุ่นไปอีกประมาณ 71 ปี และมีนิกเกิล 740,000 ตัน เทียบเท่ากับปริมาณการใช้งานในญี่ปุ่นถึง 11 ปี.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : japantoday

อิสราเอลส่งรมว.กลาโหมหวังจี้สหรัฐฯ เร่งส่งอาวุธ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795568

อิสราเอลส่งรมว.กลาโหมหวังจี้สหรัฐฯ เร่งส่งอาวุธ

24 มิ.ย. 2567 07:12 น.

อิสราเอลส่งรมว.กลาโหมหวังจี้สหรัฐฯ เร่งส่งอาวุธ

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวต่อคณะรัฐมนตรีอิสราเอลเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ว่าการส่งมอบอาวุธจากสหรัฐฯ ให้อิสราเอลในการทำสงครามในฉนวนกาซาลดลงอย่างมากในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาโดยไม่ได้ระบุว่าเป็นอาวุธชนิดใด หลังจากเคยออกแถลงการณ์ผ่านวิดีโอต่อว่าสหรัฐฯ ในประเด็นดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้นำอิสราเอลยังเผยว่าได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ในทุกระดับร้องขอให้ช่วยเร่งกระบวนการส่งอาวุธให้เร็วยิ่งขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า กระนั้นสถานการณ์ยังคงเหมือนเดิม ตอกย้ำถึงความตึงเครียดไม่ลงรอยที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย อย่างไรก็ตามเนทันยาฮูเชื่อว่าปัญหาดังกล่าวจะคลี่คลายได้ในเร็วๆนี้

ก่อนหน้านี้ฝ่ายบริหารของรัฐบาลนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันรายงานว่าสหรัฐฯได้ระงับการส่งมอบระเบิดขนาด 2,000 และ 500 ปอนด์ ให้อิสราเอลชั่วคราวเมื่อเดือน พ.ค. เนื่องจากกังวลว่า อาจนำไปใช้ในการปฏิบัติการภาคพื้นดินครั้งใหญ่ในเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ซึ่งเป็นที่หลบภัยของชาวปาเลสไตน์จำนวนมาก ขณะที่นาย จอห์น เคอร์บี โฆษกความมั่นคงประจำทำเนียบขาวตอบโต้ว่าคำกล่าวอ้างของผู้นำอิสราเอลน่าผิดหวัง และไม่ถูกต้อง ยืนยันระงับการส่งมอบระเบิดหนักเพียงลอตเดียวเท่านั้น นอกนั้นเป็นไปตามปกติ

ด้านนายโยอาฟ กัลแลนต์ รมว.กลาโหมอิสราเอลเดินทางสู่กรุงวอชิงตันของสหรัฐฯเพื่อหารือกับนายลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐฯ และนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ในประเด็นสงครามฉนวนกาซาระยะต่อไป โดยเฉพาะบริเวณแนวรบด้านใต้และด้านเหนือของฉนวนกาซา และชายแดนติดเลบานอนที่การปะทะกับกองกำลังติดอาวุธเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านทวีความรุนแรงส่อเค้าบานปลายขณะที่อิสราเอลมีเป้าหมายสำคัญต้องการให้สหรัฐฯยกเลิกระงับการส่งระเบิดหนักให้

วันเดียวกันสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ารถถังของกองทัพอิสราเอลบุกโจมตีค่ายผู้อพยพมาวาซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองราฟาห์ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา บีบบังคับให้ครอบครัวผู้ลี้ภัยในพื้นที่ดังกล่าวมุ่งหน้าไปยังเมืองข่าน ยูนิส ขณะที่ แหล่งข่าวซึ่งเป็นชาวบ้านในท้องที่ระบุว่ารถถังกองทัพ อิสราเอลรุกคืบเข้าไปในพื้นที่ตะวันตกและทางเหนือของเมืองราฟาห์มากขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการระเบิดทำลายบ้านเรือนหลายสิบหลัง

ขณะที่กองทัพอิสราเอลระบุกำลังปฏิบัติการตามข้อมูลข่าวกรองในพื้นที่เมืองราฟาห์ต่อไปหลังจากสามารถระบุจุดเก็บเสบียงอาวุธรวมทั้งโครงสร้างอุโมงค์ลับใต้ดินของกลุ่มฮามาส นอกจากนี้ยังโจมตีทางอากาศเป้าหมายหลายสิบจุด ทั่วฉนวนกาซาเช่นในเขตซาบรา ทางเหนือของเมืองกาซา และเมืองนูเซรัต ตอนกลางของฉนวนกาซา.