กรมพัฒนาที่ดินแก้ปัญหาภัยแล้ง ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำทั้งบนดินและใต้ดิน พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812124

กรมพัฒนาที่ดินแก้ปัญหาภัยแล้ง ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำทั้งบนดินและใต้ดิน พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

กรมพัฒนาที่ดินแก้ปัญหาภัยแล้ง ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำทั้งบนดินและใต้ดิน พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 09.07 น.

กรมพัฒนาที่ดินแก้ปัญหาภัยแล้ง ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำทั้งบนดินและใต้ดินในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตของเกษตรกร

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 โดยนางนงนุช ศรีพุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ร่วมประชุมปรึกษาหารือกับภาคีเครือข่าย และหน่วยงานสถานีพัฒนาที่ดินในสังกัด ขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการน้ำทั้งบนดินและใต้ดินพื้นที่ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดชัยนาท นครนายก สุพรรณบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี นครปฐม อ่างทอง และลพบุรี 

โดยวัตถุประสงค์ส่วนหนึ่งที่สำคัญของระบบอนุรักษ์ดินและน้ำเป็นการชะลอความเร็วของน้ำ การกักเก็บตะกอน การป้องกันการสูญเสียหน้าดิน รักษาความชื้นในดินรวมทั้งเป็นการเก็บกักน้ำฝน ทำให้เกิดความชื้นที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ประกอบกับ นโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้มีการขยายผลโครงการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วประเทศ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรหรือชุมชน ที่ต้องการใช้น้ำเพื่อการเพาะปลูก สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ทำการเกษตร ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่เกษตรกร เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบาย ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ อีกด้วย

กรมพัฒนาที่ดิน แก้ไขปัญหาพื้นที่เสี่ยงภัยทางการเกษตรด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812088

กรมพัฒนาที่ดิน แก้ไขปัญหาพื้นที่เสี่ยงภัยทางการเกษตรด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ

กรมพัฒนาที่ดิน แก้ไขปัญหาพื้นที่เสี่ยงภัยทางการเกษตรด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ

วันเสาร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.49 น.

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1  นางนงนุช  ศรีพุ่ม  ขับเคลื่อนนโยบาย ภายใต้โครงการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยทางการเกษตร  

เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน ได้ลงพื้นที่สำรวจปัญหา ความต้องการและแนวทางการแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับหลักวิชาการของกรมพัฒนาที่ดิน ในพื้นที่ หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 11 ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี ประสบปัญหาภัยทางการเกษตร เช่น ภัยแล้ง อุทกภัย และการลุกล้ำของน้ำทะเลในบางพื้นที่ ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับผลกระทบในการเพาะปลูก เมล็ดข้าวไม่งอก พืชผลเติบโตช้า พืชไม่ดูดซับธาตุอาหาร และผลผลิตไม่ดี ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกร สถานีพัฒนาที่ดินปทุมธานีจึงได้จัดทำโครงการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยทางการเกษตร ในพื้นที่ดำเนินการ 60 ไร่ โดยมีลักษณะงาน ดังนี้

1. ปรับรูปแปลงนาลักษณะที่ 1 ขึ้นรูปคันนา และปรับความลาดเอียงของพื้นที่ ทำให้เกษตรกรสามารถเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำในนา เพื่อควบคุมวัชพืช และแก้ปัญหาดินเปรี้ยวดินเค็ม และลดการเผา จากการใช้น้ำ และน้ำหมักชีวภาพในการย่อยสลาย

2. ปรับพื้นที่ร่องสวนเดิม พร้อมปรับรูปแปลงนาลักษณะที่ 3 เพื่อแก้ปัญหาดินที่เสื่อมโทรมจากการเพราะปลูกมาเป็นระยะเวลานาน และเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำในแปลง

3. ขุดลอกคูระบายน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในแปลงนา และเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำ และการกักเก็บน้ำใช่วงหน้าแล้ง

และ 4. ทางลำเลียงในไร่นา เพื่อแก้ปัญหาการขนย้ายสินค้าเกษตรโดยการดำเนินโครงการดังกล่าว สามารถแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรได้อย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ทำให้เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์พื้นที่เพื่อทำการเกษตรได้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถลดผลกระทบจากภัยพิบัติในพื้นที่ได้ และสร้างศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตรกร และการแข่งขันทางการตลาด พร้อมทั้งลดต้นทุนการผลิต ทำให้เกษตรกรมีรายได้ และความเป็นอยู่ที่มั่นคงและดีขึ้น

คุยกัน 7 วันหน : พิธีฮัจญ์อันศักดิ์สิทธิ์ ลมหายใจที่สละได้เพื่อพระผู้เป็นเจ้า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/812060

คุยกัน 7 วันหน : พิธีฮัจญ์อันศักดิ์สิทธิ์  ลมหายใจที่สละได้เพื่อพระผู้เป็นเจ้า

คุยกัน 7 วันหน : พิธีฮัจญ์อันศักดิ์สิทธิ์ ลมหายใจที่สละได้เพื่อพระผู้เป็นเจ้า

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.40 น.

การประกอบพิธีฮัจญ์ประจำปีอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน เสร็จสิ้นลงไปแล้วเมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่ามกลางผู้แสวงบุญชาวมุสลิมจากทั่วโลกเข้าร่วมพิธีในปีนี้กว่า 1.8 ล้านคน ตามข้อมูลของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย

พิธีฮัจญ์ เป็น 1 ใน 5 เสาหลัก หรือพิธีศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลาม ที่ชาวมุสลิมจะต้องไปร่วมให้ได้อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต และเป็นพิธีทางศาสนาที่มีการรวมตัวกันมากที่สุดครั้งหนึ่งของโลก พิธีฮัจญ์ ไม่ได้จัดตรงกันทุกปีแต่จะเป็นไปตามปฏิทินจันทรคติของชาวมุสลิม ซึ่งปีนี้ ตรงกับช่วงฤดูร้อนที่ว่ากันว่า ร้อนที่สุดในช่วงหลายปีของซาอุดีอาระเบีย ที่อุณหภูมิอยู่ที่ 51.8องศาเซลเซียส ที่มหามัสยิดในนครเมกกะส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยตั้งแต่เริ่มทำพิธีอยู่ที่ 46 องศาเซลเซียส นั่นส่งผลให้ในปีนี้ มีผู้ล้มป่วยจากอากาศร้อนจำนวนมาก แม้ว่าทางการซาอุดีอาระเบีย จะอำนวยความสะดวกหลายอย่างแก่ผู้แสวงบุญที่เข้าร่วมพิธี มีการจัดตั้งพื้นที่ควบคุมอุณหภูมิ แจกจ่ายน้ำดื่มและตั้งศูนย์พยาบาลเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม

จนเมื่อหลังจากพิธีฮัจญ์เสร็จสิ้นลง มีรายงานที่น่าตกใจจากสื่อหลายสำนัก อ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่การทูตหลายชาติ ที่มีพลเมืองของตนเดินทางไปร่วมประกอบพิธี ที่เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากการประกอบพิธีฮัจญ์ในปีนี้ มากเกินกว่า 1,000 ศพ เกือบทั้งหมดมีสาเหตุมาจากสภาพอากาศร้อนจัดจนสุดจะทนทาน โดยผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการล่าสุด อยู่ที่ 1,081 ศพจาก 10 ประเทศ ในจำนวนนี้ เชื่อว่าเป็นผู้แสวงบุญชาวอียิปต์อย่างน้อย600-700 คน ถือเป็นประเทศที่เสียชีวิตมากที่สุดในระหว่างพิธีฮัจญ์ปีนี้ รองลงมาเป็นผู้แสวงบุญจากจอร์แดน อิหร่าน ปากีสถาน อินโดนีเซีย มาเลเซีย เซเนกัลตูนิเซีย และซูดาน เป็นต้น ซึ่งร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมด ล้วนถูกฝังในซาอุดีอาระเบีย ทั้งที่นครเมกกะ และเมืองมีนา

อย่างไรก็ดี สิ่งที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตก็คือ จำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจสูงกว่านั้นมาก เนื่องจากตัวเลขผู้เสียชีวิตในปีนี้ ส่วนใหญ่เป็นผู้แสวงบุญที่ผ่านการลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมพิธีอย่างถูกต้อง มีเอกสารยืนยันชัดเจน ซึ่งผู้แสวงบุญกลุ่มนี้ สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่รัฐบาลซาอุดีอาระเบียจัดเตรียมไว้เพื่อรับมือสภาพอากาศร้อนจัด ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์ที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ จุดบริการเครื่องดื่มและสถานที่พักระหว่างทางรถบัสรับ-ส่ง และการให้บริการทางการแพทย์กรณีเจ็บป่วย

สื่อท้องถิ่นในอียิปต์รายงานว่า ชาวมุสลิมจากหลายชุมชนในอียิปต์อยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตเพราะล้มป่วยจากสภาพอากาศร้อนจัดระหว่างประกอบพิธีฮัจญ์ปีนี้ คนเหล่านี้ ส่วนใหญ่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ซาอุดีอาระเบียด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ไม่ใช่วีซ่าอย่างเป็นทางการสำหรับผู้เข้าร่วมพิธี เนื่องจากการขอวีซ่าอย่างหลังต้องผ่านกระบวนการและการดำเนินการที่ซับซ้อนหลายอย่าง ที่สำคัญคือมีค่าใช้จ่ายที่แพงมาก แต่หากใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเข้าซาอุดีอาระเบีย แล้วลักลอบไปประกอบพิธี ค่าใช้จ่ายจะถูกลงครึ่งหนึ่งเป็นอย่างน้อย

ผู้แสวงบุญหลายแสนคนจากทั้งอียิปต์และอีกหลายประเทศ จึงเลือกที่จะไม่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมพิธีอย่างถูกต้อง ทำให้ขาดโอกาสในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จัดไว้ให้สำหรับคนกว่า 1.8 ล้านคนที่ลงทะเบียนอย่างเป็นระบบได้ ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด

ญาติของผู้แสวงบุญชาวอียิปต์คนหนึ่งที่เสียชีวิตระหว่างประกอบพิธีฮัจญ์ บอกว่า ญาติของเขาได้นั่งรถบัสไปยังเทือกเขาอาราฟัต เพื่อประกอบพิธีหนึ่งของบรรดาพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย แต่กลับต้องลงจากรถก่อนถึงที่หมายถึง 12 กิโลเมตร เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกเจ้าหน้าที่ทางการซาอุดีอาระเบียตรวจตราและจับกุม ทำให้ผู้แสวงบุญกลุ่มนี้ต้องเดินไปยังสถานที่ประกอบพิธี ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด หลายคนทนไม่ไหวเสียชีวิตอยู่กลางทาง ขณะที่นักการทูตจากชาติอาหรับประเทศหนึ่งบอกว่า เจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบีย พยายามที่จะจัดการกับกลุ่มคนที่ไม่ได้ลงทะเบียนไม่ให้เข้ามาที่นครเมกกะในเดือนนี้ แต่ก็พบว่ายังมีอีกจำนวนมากที่หลุดรอดมาได้ และมาร่วมที่สถานประกอบพิธีที่เริ่มต้นตั้งแต่ศุกร์ที่แล้ว ทำให้คนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงมาก ลำพังแค่เอาตัวรอดไม่ให้ถูกเจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียตามจับก็เหนื่อยแล้ว การประกอบพิธีภายนอกท่ามกลางแดดจัด ในนครเมกกะ ก็ยิ่งทำให้ผู้แสวงบุญกลุ่มนี้ประสบความยากลำบากมากขึ้นไปอีก

ด้านกระทรวงสาธารณสุขซาอุดีอาระเบียเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตระหว่างการเข้าร่วมพิธีฮัจญ์นับพันคนปีนี้ อาจดูเหมือนเยอะ แต่จริงๆ แล้วไม่ถือว่ามากขึ้นหรือผิดปกติ ผู้แสวงบุญหลายคนเป็นผู้สูงอายุ หรือมีภาวะโรคร่วม มีความเจ็บป่วยและภาวะแทรกซ้อนมาตั้งแต่แรก ทางการได้เตรียมพร้อมบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรมมาอย่างดีคอยดูแล ขณะเดียวกัน ทางการซาอุดีอาระเบียประเมินแล้วว่า การประกอบพิธีฮัจญ์ในปีนี้อากาศจะร้อนมาก โดยอาจจะร้อนตั้งแต่ผู้แสวงบุญยังเดินทางมาไม่ถึง
จึงได้เริ่มการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนทราบเรื่องวิธีการปกป้องตนเองจากความร้อน การใช้ร่ม การดื่มน้ำเพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำ การหลีกเลี่ยงจุดที่แออัด และการขอความช่วยเหลือเมื่อเจ็บป่วย

อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่า การประกอบพิธีฮัญจ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบมากขึ้นจากปัญหาภาวะโลกร้อน รัฐบาลซาอุดีอาระเบียเผยผลการศึกษาที่พบว่า อุณหภูมิในพื้นที่ที่ประกอบพิธีฮัจญ์เพิ่มสูงขึ้นปีละ 0.4 องศาเซลเซียส ในทุกๆ 10 ปี ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศเตือนว่า ยอดผู้เสียชีวิตในปีนี้ ทำให้พอจะมองเห็นภาพว่า สถานการณ์ที่จะเกิดกับผู้แสวงบุญชาวมุสลิมนับล้านๆ คน ที่จะมาร่วมพิธีฮัจญ์ในปีต่อๆ ไปจะเป็นอย่างไร โดยปัญหาโลกร้อนจะซ้ำเติมสถานการณ์ให้ยิ่งแย่ลงอีกในอนาคต พร้อมเตือนว่า ภายในทศวรรษที่ 2040 พิธีฮัจญ์จะจัดขึ้นในช่วงที่อากาศร้อนจัดที่สุดในฤดูร้อนของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นประเทศเจ้าของสถานที่ประกอบพิธีฮัจญ์

รัฐบาลซาอุดีอาระเบียย้ำว่า มีผู้เสียชีวิตระหว่างพิธีฮัจญ์เนื่องจากอากาศร้อนจัดเมื่อปีที่แล้วมากกว่า 2,000 คน การเสียชีวิตของผู้แสวงบุญมุสลิมระหว่างพิธีฮัจญ์ ไม่ใช่เรื่องใหม่ และเกิดขึ้นมานานมากเป็นพันๆ ปีมาแล้ว มีสถิติบันทึกย้อนหลังไปได้ถึงทศวรรษที่ 1400 ขณะที่ชาวมุสลิมจำนวนมาก มีความเชื่อว่า การได้เสียชีวิตและถูกฝังร่างที่นครเมกกะ ถือเป็นการได้เข้าถึงพระผู้เป็นเจ้า และเป็นการตายที่พวกเขาใฝ่ฝัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนี้ จึงอาจเป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ ส่วนหนึ่ง ของการแสวงบุญและประกอบพิธีที่สำคัญที่สุดทางศาสนาตามความเชื่อของชาวมุสลิมนับล้านๆ ซึ่งเมื่อได้ทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว หากจะต้องสิ้นลมหายใจ ก็ถือว่าคุ้มค่า

โดย ดาโน โทนาลี

คุณแหน : 23 มิถุนายน 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/812046

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● ฟ้าแห่งธรรม ๒๖ มิถุนายนวันคล้ายวันประสูติ พระผู้พูดเป็นธรรมนำจิตสมเด็จพระสังฆราช ราชบพิธ ๗๙ ปี แห่งชีวิต แบบวัดวา พระผู้ถือพรหมจรรย์ ถือสันโดด รักษาโบสถ์อารามงามสง่าพระอัมพรสอนใจ กายวาจา คือท้องฟ้าแห่งธรรม พระอัมพร ขออนุญาต ประกายสำนึกของ พ.กิ่งโพธิ์ ขอทรงพระเจริญ…

●● และที่สุดงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๘ของรัฐบาลเพื่อไทย วงเงิน ๓,๗๕๒,๗๐๐ล้านล้านบาท ผ่านสภาฯ ด้วยเสียง ๓๑๑ ต่อ ๑๗๕ งดออกเสียง ๒ และมีการตั้งคณะกรรมาธิการ จำนวน ๗๒ คน ในวันปิดประชุมวิสามัญ พร้อมคำขู่พรรคฝ่ายค้านไม่ทบทวนเงินดิจิทัล มีเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญแน่…

●● อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ฟังดูซิว่าเสียงใครกำลังเสนอเรื่องงบประมาณ ให้ผู้แทนปวงชนชาวไทยพิจารณาอยู่ เป็นเสียงของนายกฯชื่อ เศรษฐาทวีสิน ฉะนั้นแสดงว่า ณ วันนี้ยังไม่มีผลกระทบจะเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นนัยสำคัญ ในรัฐบาลชุดนี้…

●● ฟัง แก้วสรร อติโพธิ “ฝ่ายค้านต้องทำงานไม่ใช่ลอยตัวเป็นฝ่ายคอย (คอยเสียบ)คอยเลือกตั้งใหม่อยู่แบบนี้ ข้างสส.รัฐบาลก็ต้องเลิกเป็นขี้ข้าทุนเสียที ส่วน ป.ป.ช.ถ้ายังนิ่ง นั่งพองปากเป็นอึ่งอ่าง อยู่แบบนี้ก็แก้รัฐธรรมนูญไปเสียเลย ท้ายสุดคือ พวกกบเลือกนาย ก็ต้องกลับตัวมาเป็นประชาชนที่แท้จริงได้แล้ว”…

●● วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาล “ผมได้รับคำชมจากประชาชนที่ติดตาม พอใจว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์  รัฐบาลก็ตอบได้ดี รัฐมนตรีที่มาชี้แจงก็ไม่ได้ตอบยาว ตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความ ฟังแล้วเข้าใจผลที่ออกมาน่าพอใจที่สุด” ประชาชนสักเท่าไหร่ใน ๖๕ ล้านคน?…

●● อาจจะได้สว.ใหม่ ในเดือนหน้า แสวง บุญมี เลขาธิการกกต. “การจะได้ สว.แบบไหน ควรจะเป็นเรื่องของคนไทยทุกคนร่วมกันคิด ร่วมกันทำตามฐานานุรูป ของแต่ละคน ว่าตนมีหน้าที่ต่อบ้านเมืองอย่างไร”…

●● และสว.สมชายแสวงการ กกต. ต้องตรวจสอบความเสียหายอย่างเร่งด่วนก่อนโมฆะ กกต.อาจไม่รู้แต่เรารู้  กกต.มีหน้าที่แต่อย่าลืม…

●● ส่วน สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. บอกจุดอ่อนของระบบเลือกสว.แบบนี้ ๑๐ ข้อด้วยกันซึ่งท่านเองไม่ได้รับถูกเลือก…

●● ในข้อเขียนของ ผักกาดหอม คดี ๑๑๒ ควรจบแบบไหนสรุป ปัจจุบันมีผู้ก่อความผิดคดี ๑๑๒ จำนวนมากหากทุกคนสำนึกในความผิดจริง ก็ควรต้องใช้วิธีขอพระราชทานอภัยโทษ แต่หากยืนกรานจะใช้วิธีออกกฎหมายนิรโทษกรรม ๑๑๒ ผลที่ได้คือ จุดเริ่มต้นแห่งความขัดแย้งรอบใหม่…ท่านจะเลือกวิธีใด?…●●

น้องนิ่ง….นิ่ง…

ตะลอนเที่ยว : ลดสัตว์จรจัด เพื่อสวัสดิภาพคนและสัตว์ในสังคม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/812039

ตะลอนเที่ยว : ลดสัตว์จรจัด เพื่อสวัสดิภาพคนและสัตว์ในสังคม

ตะลอนเที่ยว : ลดสัตว์จรจัด เพื่อสวัสดิภาพคนและสัตว์ในสังคม

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หมาและแมวจรจัดนับเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งในสังคมไทย และเป็นปัญหาสำคัญที่หน่วยราชการไทยโดยเฉพาะหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบปัญหานี้ไม่สามารถแก้ให้หมดสิ้นไปได้ 

ทุกวันนี้ คนไทยไม่สามารถตอบได้ชัดเจนว่าในประเทศไทยมีหมาและแมวจรจัดกี่ล้านตัว แต่ที่แน่ๆ คือเราทุกคนยังคงพบหมาและแมวจรจัดเต็มเมือง 

ถามต่อไปว่า หน่วยงานราชการใดบ้างที่มีหน้าที่ต้องแก้ปัญหาสัตว์จรจัด ตอบว่ามีหลายหน่วยงาน อาทิ กระทรวงมหาดไทยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพมหานครและหน่วยงานการปกครองส่วนท้องถิ่นแต่หากเป็นสัตว์จรจัดอื่นๆ ที่ไม่ใช่หมาและแมว ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนคนไทยทุกคนก็มีหน้าที่ช่วยกันดูแลและลดจำนวนหมาแมวจรจัดไปพร้อมๆ กัน โดยวิธีการที่ดีที่สุดคือทำหมันให้หมาและแมว ในกรณีที่ไม่สามารถเลี้ยงดูให้เขามีสภาพชีวิตที่ดีได้โดยแท้จริง 

เมื่อในบ้านเมืองของเรามีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลแก้ปัญหาสัตว์จรจัดหลายหน่วยงาน แล้วทำไมปัญหาสัตว์จรจัดจึงไม่หมดไม่สิ้นไปจากสังคมไทย นี่คือคำถามที่คนไทยทั้งประเทศถามมาโดยตลอด

ในเมื่อสังคมไทยยังมีปัญหาสัตว์จรจัด พวกเราในฐานะสมาชิกของสังคมก็ไม่สามารถนิ่งดูดายได้ เพราะหากนิ่งดูดายต่อไป ก็จะต้องเผชิญกับปัญหาที่มีต้นเหตุมาจากสัตว์จรจัด โดยเฉพาะปัญหาจากหมาและแมวจรจัด นั่นคือโรคพิษสุนัขบ้า และปัญหาสัตว์จรจัดเต็มเมือง แล้วยังมีปัญหาการแพร่ระบาดโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน
อีกด้วย 

เป็นระยะเวลาประมาณกว่า 10 ปีมาแล้ว ที่หนังสือพิมพ์แนวหน้าร่วมมือกับคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำโครงการทำหมันให้หมาและแมวจรจัด รวมถึงหมาและแมวมีเจ้าของ โดยในครั้งแรกนั้นได้รับการสนับสนุนการเดินทางจากสายการบินนกแอร์ ในยุคที่นายพาที สารสิน เป็นผู้บริหารสูงสุดของสายการบิน แต่เมื่อนกแอร์เปลี่ยนผู้บริหาร การร่วมมือเพื่อทำโครงการนี้ก็หยุดลง แต่ถึงกระนั้น คณะทำงานก็ยังคงทำงานนี้ต่อไปแม้จะไม่สามารถเดินทางไปให้บริการในจังหวัดไกลๆ ได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดในการเดินทางเพราะหากต้องใช้เวลาเดินทางนานเป็นวันๆ ก็จะส่งผลให้คณะทำงาน โดยเฉพาะสัตวแพทย์ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเพราะการทำงานนอกสถานที่ต้องใช้ความพยายามมากกว่าการทำงานในห้องผ่าตัดของโรงพยาบาลสัตว์ หรือในห้องผ่าตัดของคณะสัตวแพทย์ แต่ถึงกระนั้น คณะทำงานก็ยังคงให้บริการในเขตจังหวัดที่อยู่ไม่ห่างไกลจากกรุงเทพมากเกิน 250 กิโลเมตร เช่นจังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยาเป็นต้น

สถานที่แห่งหนึ่งที่คณะทำงานยังคงให้บริการทำหมันหมาแมว ตรวจสุขภาพสัตว์ พร้อมทั้งฉีดวัคซีนป้องกันโรคกลัวน้ำ และวัคซีนรวม มาโดยตลอดเป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปี ก็คือ บ้านเพ และเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 17-19 มิถุนายน 2567 คณะทำงานจำนวน 35 คนลงพื้นที่ให้บริการสังคมที่บ้านเพ และเกาะเสม็ดโดยปีนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีเช่นเคยในเรื่องที่พัก และอาหารทุกมื้อจากโรงแรมทรายแก้ว บีช รีสอร์ท ของกลุ่มเสม็ดรีสอร์ท และได้รับการสนับสนุนด้านการเดินทางจากบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) โดยสนับสนุนรถตู้จำนวนสี่คัน พร้อมน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าผ่านทางพิเศษทุกด่านจากกรุงเทพฯ-ระยอง-กรุงเทพฯ และในปีนี้ต้องขอบคุณองค์การบริหารส่วนตำบลเพ และสาขาขององค์การบริหารส่วนตำบลเพบนเกาะเสม็ด ที่ร่วมทำกิจกรรมนี้ โดยให้ใช้พื้นที่สำหรับตั้งคลินิกทำหมันและตรวจสุขภาพสัตว์ และได้รับความร่วมมือจากปศุสัตว์จังหวัดระยอง ในการช่วยจับสัตว์จรจัดเข้าโครงการทำหมัน 

นอกจากนี้ ต้องขอบคุณบริษัท MSD, Boehringer Ingelhelm, Zoetis และ Intervettaที่สนับสนุนยาและเวชภัณฑ์สำหรับการให้บริการชุมชนในครั้งนี้ และที่ต้องขอบคุณมากๆ คือผู้ร่วมงานจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ 

ส่วนหนังสือพิมพ์แนวหน้าก็ยังคงทำหน้าที่ประสานงานเพื่อให้โครงการนี้ดำเนินต่อไป โดยทำหน้าที่ประสานกับผู้ให้การสนับสนุนทุกฝ่ายทั้งกลุ่มเสม็ดรีสอร์ต บริษัท ปูนซิเมนต์ไทยส่วนทีมสัตวแพทย์ จุฬาฯ นั้น นอกจากจะลงแรงอย่างแข็งขันแล้ว ยังต้องประสานกับบริษัทยาและเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ด้วย และที่ต้องขอบคุณอีกรายคือคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เห็นถึงความสำคัญของกิจกรรมเพื่อสังคมนี้ และให้ความร่วมมือด้วยตีตออดมา แม้บางครั้งและบางปีอาจจะมีอุปสรรคในการทำงานบ้าน แต่ก็ช่วยกันขจัดปัญหาให้ลุล่วงไปด้วยดี จนทำให้โครงการประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ และได้รับเสียงเรียกร้องจากชุมชนต่างๆ จำนวนมากให้ไปช่วยแก้ปัญหาหมาแมวจรจัดของชุมชน 

รายละเอียดการให้บริการทำหมัน ฉีดวัคซีน และตรวจสุขภาพสัตว์ในครั้งนี้ มีดังนี้

วันที่ 17 มิถุนายน 2567 ให้บริการที่ อบต.เพ โดยทำหมันสุนัขเพศผู้ 7 ตัว เพศเมีย 3 ตัว แมวเพศผู้ 22 ตัว เพศเมีย 14 ตัว ฉีดวัคซีนสุนัข 10 ตัว แมว 39 ตัว และตรวจแมวตั้งท้อง 1 ตัว 

วันที่ 18 มิถุนายน 2567 ให้บริการบนเกาะเสม็ด ทำหมันสุนัขเพศผู้ 11 ตัว เพศเมีย 9 ตัว แมวเพศผู้ 12 ตัว เพศเมีย 14 ตัว ฉีดวัคซีนสุนัข 36 ตัว แมว 49 ตัว

สำหรับชุมชนใดที่ต้องการได้รับบริการจากคณะทำงานของเรา ขอให้ติดต่อสอบถาม และทำข้อตกลงเบื้องต้นได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 091-7233615 

ขอย้ำว่าบริการที่คณะของเราจัดให้นั้นไม่คิดค่าบริการใดๆ จากผู้นำสัตว์ไปรับบริการในทุกกรณี ส่วนการให้บริการนั้นเป็นไปตามหลักวิชาการสัตวแพทยศาสตร์สากลอย่างเคร่งครัด

Science Update : จีนอวดรถยนต์ไฟฟ้าบินได้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/812044

Science Update : จีนอวดรถยนต์ไฟฟ้าบินได้

Science Update : จีนอวดรถยนต์ไฟฟ้าบินได้

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท เอ็กซ์เผิง แอโรเอชที (XPeng AeroHT) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ เอ็กซ์เผิง ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีน เปิดตัวและทำการทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าบินได้ครั้งแรก ที่เมืองหลางฟาง ในมณฑลเหอเป่ย เพื่อให้สื่อมวลชนและผู้สนใจได้รับชม

รถยนต์บินได้คันนี้ คือรุ่น โวยาจเจอร์ เอ็กซ์ทู (Voyager X2) มี 2 ที่นั่งมีน้ำหนัก 680 กิโลกรัม รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 160 กิโลกรัม การทดสอบจะเห็นว่า รถยนต์ลอยตัวขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งโดยไม่มีคนขับหรือผู้โดยสารเป็นเวลา 2 นาที แต่วิศวกรของบริษัทผู้ผลิตระบุว่า สามารถขึ้นบินได้เป็นเวลา 25 นาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ออกแบบมาให้เดินทางเป็นระยะใกล้ๆ ภายในเขตเมือง โดยที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเลย ส่วนการขับขี่และควบคุมรถนั้น ทางวิศวกรกล่าวว่า ผู้ขับขี่สามารถเรียนรู้วิธีบังคับในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายสำหรับผู้ที่ต้องการหาซื้อมาครอบครอง เพราะบริษัทบอกว่า ไม่ได้ผลิตออกมาเพื่อวางจำหน่ายในท้องตลาด แต่ผลิตเพื่อการพัฒนาปรับปรุงด้านเทคนิคเพื่อให้มีความละเอียดประณีต

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘โอ๊ะป่อย’ชุมชนต้นแบบวิถีกะเหรี่ยงสวนผึ้ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/812038

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘โอ๊ะป่อย’ชุมชนต้นแบบวิถีกะเหรี่ยงสวนผึ้ง

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘โอ๊ะป่อย’ชุมชนต้นแบบวิถีกะเหรี่ยงสวนผึ้ง

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ชุมชนตลาดโอ๊ะป่อย

สวนผึ้ง นั้นเดิมเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอจอมบึง ที่มีพื้นที่กว้างขวาง ทุรกันดาร เต็มไปด้วยภูเขา ป่าไม้ ประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ทำให้การปกครองดูแลเป็นไปด้วยความยากลำบากและการคมนาคมติดต่อไม่สะดวก สำหรับชื่อ บ้านมะขาม นั้นสืบจากบรรพบุรุษได้มีการปลูกต้นมะขาม ด้วยมีความเชื่อว่าปลูกแล้วจะเป็นที่เคารพนับถือและเกรงขามของสรรพสิ่งทั้งหลาย เพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงในเขตชายแดน จึงทำให้รัฐบาลส่ง หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ที่ ๗๐ กรป.กลางบก.ทหารสูงสุด ประกอบด้วยทหาร ๓ เหล่าทัพ และผู้แทนกระทรวงต่างๆ พร้อมที่จะดำเนินการพัฒนาท้องถิ่นทุกด้าน ตั้งแต่มีนาคม ๒๕๑๑-๒๕๑๔จนตำบลแห่งนี้ได้เป็นอำเภอเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๖ ทำให้มีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของคนชอบบรรยากาศแบบชาวตะวันตกและมีเสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทยพากันไปเที่ยวไม่ขาด

ด้วยความมีจุดเด่นและวิถีของกลุ่มชาติพันธ์ุกะเหรี่ยงแห่งนี้ ทำให้ได้รับการประกาศเป็นสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชนยลวิถี” ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๖ ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในชุมชนมาพัฒนาต่อยอด เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างคุณค่า และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๗ ที่ผ่านมานั้นดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมได้เป็นประธานพิธีเปิดชุมชนแห่งนี้ โดยมีนางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นางโชติกา อัครกิจโสภากุลรองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนายอำเภอสวนผึ้ง ประธานสภาวัฒนธรรม ผู้นำชุมชนและเครือข่ายของชุมชน โดยมีการจัดกิจกรรมวิถีชาวกะเหรี่ยงที่มีการใส่บาตรพระสงฆ์ที่นำพระล่องแพ การแสดง ชุดเจปันนิว จากโรงเรียนบ้านท่ามะขาม และการตีเกราะเคาะไม้ไผ่ ซึ่งมีการสาธิตภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในตลาดโอ๊ะป่อย เช่น นำคังด้งมาแขวน ณ บริเวณลานคังด้ง การแสดงชุดรำถักเชือก จากนักเรียนโรงเรียนบ้านสวนผึ้ง ในบริเวณใกล้เคียงนั้นมีวัดป่าท่ามะขาม ที่ให้กราบสักการะพระมิ่งมงคลในโบสถ์มหาอุตม์ที่สวยงามจากการพัฒนาของ พระใบฎีกาแดง อภิปุญโญ เจ้าอาวาสวัดป่าท่ามะขาม และพิธีบวชป่ารักษาต้นไม้ รวมไปถึงชมเส้นทางท่องเที่ยววิถีธรรมชาติในพื้นที่หลายแห่ง เช่น ตลาดเฌอซีญ่า (ตลาดไกวเปล) ซึ่งมีพิธีผูกแขนเรียกขวัญ และสาธิตการชงชาเบญจชาไทย จากปราชญ์ชาวบ้านซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติผู้มาเยือน ได้ศึกษาเรียนรู้อัตลักษณ์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีของชุมชนในอนาคต 

สำหรับชุมชนคุณธรรมฯบ้านท่ามะขามนี้ถือเป็นชุมชนที่มีผู้นำ “พลังบวร”และเครือข่ายในการขับเคลื่อนที่เข้มแข็ง ด้วยชุมชนนี้ส่วนใหญ่มีสัญชาติไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงประมาณร้อยละ ๙๐ ที่ยังคงใช้ภาษากะเหรี่ยงในการสื่อสารเฉพาะกลุ่ม ซึ่งผู้นำชุมชนได้รณรงค์ส่งเสริมให้คนในชุมชนแต่งกายที่เป็นลักษณะเฉพาะของชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในกิจกรรมของการท่องเที่ยววิถีวัฒนธรรมและธรรมชาติ ที่ตลาดเช้าริมธาร “ตลาดโอ๊ะป่อย” (แปลว่า พักผ่อน) รวมทั้งนำอาหารพื้นถิ่นมาจำหน่าย เช่น ข้าวแดกงา ข้าวห่อกะเหรี่ยง นับเป็นตลาดที่มีธรรมชาติที่สวยงาม มีลำภาชีไหลผ่านที่ตลาดโอ๊ะป่อย จึงเป็นแนวคิดนิมนต์พระสงฆ์นั่งแพไม้ไผ่ล่องมาบิณฑบาต โดยให้นักท่องเที่ยวใส่บาตรพระล่องแพยามเช้า เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งเรียกว่า “ตักบาตรพระล่องแพ”ถือเป็นมนต์เสน่ห์ของตลาดโอ๊ะป่อยที่หาได้ยากข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี พบว่า ปี 2565 มีนักท่องเที่ยวประมาณ 75,300 คน มีรายได้ 37,650,000 บาทปี 2566 มีนักท่องเที่ยวประมาณ 68,400 คนมีรายได้ 34,200,000 บาท

ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร

ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร

ประธานพิธี และรองผู้ว่าฯ ราชบุรี

ประธานพิธี และรองผู้ว่าฯ ราชบุรี

พิธีเปิดชุมชนที่โอ๊ะป่อย

พิธีเปิดชุมชนที่โอ๊ะป่อย

วัดป่ามะขาม

วัดป่ามะขาม

ขนมถ้วย

ขนมถ้วย

อาหารพื้นถิ่น

อาหารพื้นถิ่น

พิธีบวชป่าปลูกต้นไม้

พิธีบวชป่าปลูกต้นไม้

พิธีชาวกะเหรี่ยงรักษาป่า

พิธีชาวกะเหรี่ยงรักษาป่า

พิธีบวชต้นไม้

พิธีบวชต้นไม้

พระภิกษุรับภัตตาหาร

พระภิกษุรับภัตตาหาร

ปลูกต้นไม้สร้างป่าชุมชน

ปลูกต้นไม้สร้างป่าชุมชน

นมัสการพระภิกษุวัดป่ามะขาม

นมัสการพระภิกษุวัดป่ามะขาม

ตลาดโอ๊ะป่อย

ตลาดโอ๊ะป่อย

ตลาดโอ๊ะป่อย

ตลาดโอ๊ะป่อย

Health News : พบ ‘ไมโครพลาสติก’ ในอวัยวะเพศชาย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/812045

Health News : พบ ‘ไมโครพลาสติก’ ในอวัยวะเพศชาย

Health News : พบ ‘ไมโครพลาสติก’ ในอวัยวะเพศชาย

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะจากมหาวิทยาลัยไมอามี ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐ ตีพิมพ์การค้นคว้าเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา ว่า พบไมโครพลาสติก (Microplastics) ที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าในอวัยวะเพศชาย ของมนุษย์เป็นครั้งแรก

การศึกษานี้ได้ทดลองด้วยการนำตัวอย่างเนื้อเยื่ออวัยวะเพศจากผู้ชาย 5 คน ที่ได้รับการวินิจฉัยว่า มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศมาตรวจ โดย 4 ใน 5 ตัวอย่าง พบ
ไมโครพลาสติก 7 ชนิดที่แตกต่างกัน รวมถึงพลาสติกประเภท พอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต หรือ PET และ โพลีโพรพิลีน ที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและสิ่งของในชีวิตประจำวันด้วย จึงทำให้นักวิจัยสันนิษฐานว่าไมโครพลาสติกนี้อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะสืบพันธุ์ เผยว่า การค้นพบนี้ต่อยอดมาจากการค้นพบไมโครพลาสติกในหัวใจของมนุษย์ ซึ่งอวัยวะเพศชายเป็นบริเวณที่มีหลอดเลือดมากเช่นเดียวกับหัวใจ จึงง่ายที่สิ่งแปลกปลอมจะเข้าไปสะสม แต่ยังจำเป็นต้องวิจัยเพื่อหาความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างไมโครพลาสติกกับภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศต่อไปอีก

ทั้งนี้ ไมโครพลาสติกสามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้หลายทาง อาทิ การรับประทานอาหาร หรือ เครื่องดื่มจากบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่อุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ หรือ แม้แต่การหายใจ นอกจากนี้ยังสามารถพบอนุภาคขนาดเล็กปนเปื้อนในเลือดได้

โซไซตี้ : JOB EXPO THAILAND 2024 มหกรรมหางานสร้างรายได้ที่สนุกที่สุดของไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/812048

โซไซตี้ : JOB EXPO THAILAND 2024  มหกรรมหางานสร้างรายได้ที่สนุกที่สุดของไทย

โซไซตี้ : JOB EXPO THAILAND 2024 มหกรรมหางานสร้างรายได้ที่สนุกที่สุดของไทย

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานเตรียมจัดงาน “JOB EXPO THAILAND 2024 มหกรรมหางานสร้างรายได้ที่สนุกที่สุดของประเทศไทย” ระหว่างวันที่ 28-30 มิถุนายน 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ HALL 6-7 มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการมีงานทำสร้างงานสร้างอาชีพเพื่อการสร้างรายได้ที่มั่นคง ภายในงานได้เตรียมงานในประเทศกว่า 500,000 อัตรา และงานต่างประเทศกว่า 100,000 อัตรา ไว้รองรับผู้สมัครงาน พร้อมสนุกไปกับกิจกรรมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง โดยคาดการณ์ผู้เข้าร่วมงานและผู้ให้ความสนใจตลอดระยะเวลาจัดงานกว่า 280,000 คนแยกเป็นมาร่วมภายในงานกว่า 80,000 คน และผู้ให้ความสนใจทางสื่อออนไลน์ภายนอกกว่า2 แสนคน ผมได้มีโอกาสพบปะพี่น้องประชาชน และน้องๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษาจำนวนมาก สัมผัสได้ว่าคนหลายคนไม่กล้ามีความหวังที่จะได้รับโอกาส หรือหมดหวังในการได้รับโอกาส ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความน่ากังวลเป็นอย่างมาก ในส่วนของกระทรวงแรงงานจึงให้ความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ พร้อมกำหนดโครงการ “LET’S BUILD THE FUTURE TOGETHER-พวกเรามาร่วมสร้างอนาคตที่ดีร่วมกัน” เพื่อการสร้างโอกาสให้คนไทยทุกคนสามารถประกอบอาชีพได้รับผลตอบแทนและสวัสดิการที่ดี เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น มหกรรมหางานนี้จะต้องเป็นพื้นที่สำหรับสร้างโอกาสในการจ้างงาน การให้ความรู้ความเข้าใจในการประกอบอาชีพ ที่สำคัญงานจะต้องสนุกและสร้างรอยยิ้มให้กับคนทุกคนได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน อาทิ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และอื่นๆ และงานต่างประเทศแล้วยังมีกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับ “ผู้ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน” โดยการให้ความรู้ความเข้าใจในการประกอบอาชีพ รวมถึงการสร้างโอกาสให้ทุกคนได้ทดลองเล่นอาชีพ ซึ่งจะนำมาสู่การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อการเตรียมความพร้อมให้ตนเองก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคต

สมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า งานครั้งนี้จะเป็นมหกรรมการจัดหางานที่สร้างประสบการณ์การหางานที่สนุกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกิจกรรมมากมาย อาทิ กิจกรรมสัมภาษณ์และสมัครงาน JOB MATCHING มีผู้ประกอบการชั้นนำของประเทศไทย 222 ราย เข้าร่วมงาน พร้อมรวบรวมตำแหน่งงานทั่วประเทศกว่า 500,000 อัตรา ไว้รองรับผู้สมัครงานและสำหรับแรงงานที่มีความสนใจไปทำงานต่างประเทศ เราได้จัดเตรียมพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำงาน
ต่างประเทศ ตำแหน่งงานต่างประเทศกว่า 100,000 อัตรา พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถแจ้งความประสงค์ไปทำงานต่างประเทศได้ และภายในงานทุกคนสามารถเข้ารับคำแนะนำในการใช้บริการแอปพลิเคชั่น“ไทยมีงานทำ” และ “คนทำงาน” ให้สามารถเข้ารับการแนะนำ “การทำประวัติย่อ (RESUME)อย่างไรให้โดนใจนายจ้าง” สำหรับกลุ่มเปราะบางซึ่งเป็นหนึ่งกลุ่มเป้าหมายที่กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เราได้จัดพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการเพื่อแจ้งความประสงค์ในการทำงาน และค้นหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับตนเองได้ รวมถึงกลุ่มอาชีพอิสระที่แรงงานอิสระทุกคนสามารถทดลองฝึกทักษะ กิจกรรมเวิร์กช็อปจำนวน 30 อาชีพมาไว้ภายในงาน ที่พิเศษอีกอย่างกลุ่มแรงงานอิสระสามารถพบผู้ประกอบการแฟรนไชส์ชั้นนำ จำนวน 20 รายและกลุ่มประกอบอาชีพรับงานไปทำที่บ้าน จำนวน 12 กลุ่ม

ห้ามพลาดที่จะมาเที่ยวงาน JOB EXPO THAILAND 2024 หรือแวะชมพื้นที่ไลฟ์สไตล์สำหรับทุกคน “SSO MARKET 2024” จากสำนักงานประกันสังคมที่ผสมผสานระหว่างแฟชั่นอาหาร ดนตรี ศิลปะ กาแฟและเครื่องดื่ม กิจกรรมเวิร์กช็อป และไลฟ์สไตล์ไว้ด้วยกัน พบกับร้านแฟชั่นเสื้อผ้าเครื่องประดับและร้านอาหารอินเทรนด์กว่า 190 ร้านค้า ภายในงานที่ฮอลล์ใกล้เคียง เวลาความสนุกเริ่มตั้งแต่ 11.00-21.00 น.

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/812035

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ชาวมุสลิมในเอเชีย รวมตัวสวดภาวนา‘เทศกาลอีดิลอัฎฮา’

ประมวลภาพบรรยากาศชาวมุสลิมจากหลายประเทศเอเชีย อาทิ อัฟกานิสถาน ศรีลังกา อินเดีย และปากีสถาน รวมตัวสวดภาวนาเนื่องในเทศกาลอีดิลอัฎฮา (Eid al-Adha) หรือเทศกาลเชือดสัตว์พลีทานตามความเชื่อของศาสนาอิสลาม ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ภาพจากสำนักข่าวซินหัว และ AP