สอศ.ประกาศผู้ชนะสุดยอดการแข่งขันหุ่นยนต์อาชีวะ ระดับชาติ ประจำปี 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811406

สอศ.ประกาศผู้ชนะสุดยอดการแข่งขันหุ่นยนต์อาชีวะ ระดับชาติ ประจำปี 2567

สอศ.ประกาศผู้ชนะสุดยอดการแข่งขันหุ่นยนต์อาชีวะ ระดับชาติ ประจำปี 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานพิธีปิดงาน “มหกรรมหุ่นยนต์อาชีวศึกษา” การแข่งขัน
หุ่นยนต์อาชีวศึกษา ระดับชาติ ประจำปี 2567 ชิงถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีโดยมีนายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วยบุคลากร นักเรียนและนักศึกษาเข้าร่วม ณ ห้องไดมอนด์ ฮอลล์ ชั้น 5ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต จ.ปทุมธานี

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีหุ่นยนต์ได้เป็นตัวชี้วัดของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ ที่แสดงถึงขีดความรู้ ความสามารถของคนในชาติเพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าสู่ระดับสากล จะเห็นว่านักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ได้นำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีหลากหลายสาขาวิชาชีพ มาพัฒนา ประดิษฐ์และคิดค้นหุ่นยนต์ที่เหมาะสมกับการพัฒนาประเทศ ทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ เป็นการส่งเสริมพึ่งพาตนเอง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และขอแสดงความยินดี ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับทีมหุ่นยนต์อาชีวศึกษาทุกทีม ที่เข้าร่วมการแข่งขันหุ่นยนต์อาชีวศึกษาในระดับชาติ

ด้าน นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า การจัดงาน“มหกรรมหุ่นยนต์อาชีวศึกษา” การแข่งขันหุ่นยนต์อาชีวศึกษา ระดับชาติในครั้งนี้ เป็นการแข่งขันหุ่นยนต์อาชีวศึกษา ระดับชาติ เพื่อชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 มิ.ย. 2567 ณ ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยมีกิจกรรมการแข่งขันหุ่นยนต์อาชีวศึกษา แบ่งเป็น 4 ประเภท ดังนี้ การแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา จำนวน 16 ทีม การแข่งขันหุ่นยนต์ ABU อาชีวศึกษา จำนวน 59 ทีม การแข่งขันหุ่นยนต์บริการอัจฉริยะอาชีวศึกษา จำนวน 32 ทีม และการแข่งขันหุ่นยนต์อัตโนมัติในงานอุตสาหกรรมอาชีวศึกษา จำนวน 32 ทีม

ทั้งนี้ มีสถานศึกษาที่ได้รับรางวัลดังนี้ ประเภทการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา รางวัลชนะเลิศ ทีมชนัตถ์ FC โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนชนัตถ์ปิยะอุย รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ทีมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านตาแตรว รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม HM3 (เอชเอ็มทรี) โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยเหมือง (คล้ายคลึงอุปถัมภ์)

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3ทีม Samer.Bpp.Robot โรงเรียนศูนย์การเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแผ่นดินเสมอ รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม ทีม HM3 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยเหมือง (คล้ายคลึงอุปถัมภ์) รางวัลความคิดสร้างสรรค์ออกแบบหุ่นยนต์ยอดเยี่ยมทีมหลานพระเจ้าตาก โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านหางแมว

ประเภทการแข่งขันหุ่นยนต์ ABU อาชีวศึกษา รางวัลชนะเลิศทีมขุนด่านปราการชล วิทยาลัยเทคนิคนครนายก รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1ทีม LTC.Robot วิทยาลัยเทคนิคลำพูน รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ทีมนายฮ้อยทมิฬ Legend Two วิทยาลัยเทคนิคสว่างแดนดิน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ทีมยูคาลิปตัส วิทยาลัยการอาชีพกบินทร์บุรี รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม ทีม LB.Tech Robot วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี รางวัลความคิดสร้างสรรค์ออกแบบหุ่นยนต์ยอดเยี่ยม ทีม KTC.DINOROBOT วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์

ประเภทการแข่งขันหุ่นยนต์บริการอัจฉริยะอาชีวศึกษา รางวัลชนะเลิศ ทีมศรีอินทนิล วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ทีมเจ้าลำพระเพลิง วิทยาลัยเทคนิคปักธงชัย รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ทีมพญาเห็ดโคน วิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 ทีมโปงลางโรบอท วิทยาลัยการอาชีพกาฬสินธุ์ รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม ทีมเมืองร้อยเกาะ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี รางวัลความคิด
สร้างสรรค์ออกแบบหุ่นยนต์ยอดเยี่ยม ทีมข้าวหอมมะลิ 101 วิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด

ประเภทการแข่งขันหุ่นยนต์อัตโนมัติในงานอุตสาหกรรมอาชีวศึกษา รางวัลชนะเลิศ ทีมโอ่งมังกร 2024วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ทีมพรหมณี วิทยาลัยการอาชีพนครนายก รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ทีมบ้านแพ้ว วิทยาลัยการอาชีพบ้านแพ้ว รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 ทีมอินทนนท์โรโมติก วิทยาลัยการอาชีพจอมทอง รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม ทีม KTC.DINOROBOT วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ รางวัล
ความคิด สร้างสรรค์ออกแบบหุ่นยนต์ยอดเยี่ยม ทีมหลานย่าโม วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา

24 มิ.ย.รู้ผล!!! สอศ.คัดเลือก‘รองผู้อำนวยการสถานศึกษา’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811401

24 มิ.ย.รู้ผล!!! สอศ.คัดเลือก‘รองผู้อำนวยการสถานศึกษา’

24 มิ.ย.รู้ผล!!! สอศ.คัดเลือก‘รองผู้อำนวยการสถานศึกษา’

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.52 น.

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2567 นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา มอบหมายให้ เรืออากาศโท สมพร ปานดำ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (รองเลขาธิการ กอศ.) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง ในการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยกเว้นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ เฉพาะจังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอเทพา และอำเภอนาทวี) พร้อมด้วย นายสง่า แต่เชื้อสาย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายราตรีสวัสดิ์ ธนานันต์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ ผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา

รองเลขาธิการ กอศ.กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง ในการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยกเว้นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยมติ อ.ก.ค.ศ. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในการประชุมครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2567 มีจำนวนผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมิน ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง จำนวน 102 ราย โดยมีผู้มารายงานตัว จำนวน 98 ราย และกำหนดให้มีการประเมิน ภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ด้วยวิธีการประเมินรายงานการแสดงวิสัยทัศน์ฯ (50 คะแนน) และการสัมภาษณ์ (50 คะแนน) พิจารณาจากองค์ประกอบ บุคลิกภาพ ปฏิภาณและการสื่อสาร ภาวะผู้นำ การตัดสินใจ วิสัยทัศน์ และการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสถานศึกษา

รองเลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า ในวันนี้ สอศ.ก็จะมีคนรุ่นใหม่เข้ามาเติมเต็มเพื่อการทํางาน เป็นผู้บริหารพันธุ์ใหม่ที่มีคุณภาพ มีทักษะวิชาการ ทักษะวิชาชีวิต ที่สําคัญที่สุดจะต้องมีทักษะการบริหารตามภารกิจของวิทยาลัย โดยนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดย นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ให้ความสำคัญ สนับสนุนและส่งเสริมบุคลากร เพื่อเติมเต็มกับโลกในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลง ร่วมสร้างผู้บริหารที่มีคุณภาพเพื่อผลิตกําลังคนอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพ สร้างคนไทย เด็กอาชีวะให้มีสมรรถนะ เป็นไปตามเป้าหมายและเจตนารมณ์ของ สอศ.ต่อไป

ทั้งนี้ สอศ.จะประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกฯ ให้ทราบภายในวันที่ 24 มิถุนายน 2567 ทางเว็บไซต์ กลุ่มงานจัดการงานบุคคล 2 สำนักอำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา http://ipa.vec.go.th หรือทางเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา http://www.vec.go.th สำหรับการขึ้นบัญชี และอายุการขึ้นบัญชี บัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกให้ใช้ได้ไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก เว้นแต่มีการประกาศขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกครั้งใหม่ บัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกครั้งก่อนเป็นอันยกเลิก

– 006

นักเรียนการ์ดอย่าตก!!! โฆษก ศธ.เตือน‘โควิด’วกกลับมาได้ทุกเมื่อ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811397

นักเรียนการ์ดอย่าตก!!! โฆษก ศธ.เตือน‘โควิด’วกกลับมาได้ทุกเมื่อ

นักเรียนการ์ดอย่าตก!!! โฆษก ศธ.เตือน‘โควิด’วกกลับมาได้ทุกเมื่อ

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.46 น.

เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2567 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีข้อห่วงใยถึงสถานศึกษาในสังกัดทุกพื้นที่ รับมือสถานการณ์โควิดที่กลับมาในช่วงเปิดเทอมนี้ เน้นย้ำครูและผู้ปกครองดูแลผู้เรียนอย่างเคร่งครัด ปลูกฝังสุขอนามัยเด็กให้ติดเป็นนิสัย ล้างมือบ่อยๆ รักษาระยะห่าง การ์ดอย่าตก ร่วมเฝ้าระวังปกป้องผู้เรียนให้ปลอดภัย

โฆษก ศธ.กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยให้เห็นถึงแนวโน้มผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยตั้งแต่ต้นปี จนถึงในสัปดาห์นี้ พบผู้ป่วยโควิดที่รักษาตัวในโรงพยาบาลกว่า 2 หมื่นราย ถึงตอนนี้จะมีวัคซีนป้องกันแล้วก็ตาม แต่สถานการณ์โรคระบาดยังไม่จบ แม้ว่าปัจจุบันอาการอาจไม่รุนแรง คล้ายเป็นหวัด มีไข้ เจ็บคอ มีน้ำมูก แต่หากไม่ระวังอาจแพร่เชื้อไปสู่ผู้เรียนด้วยกันหรือกระจายสู่กลุ่มเสี่ยงได้ง่าย คนที่ภูมิต้านทานต่ำอาจมีอาการปอดอักเสบจนต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้น การ์ดอย่าตก เพราะเรายังต้องใช้ชีวิตร่วมกับโรคระบาดนี้อยู่

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า กระทรวงศึกษาธิการ เน้นย้ำมาโดยตลอดถึงมาตรการดูแลสุขอนามัยที่ดีในสถานศึกษา จึงคาดหวังให้ครูและผู้ปกครอง กวดขันวินัยการรักษาความสะอาดกับผู้เรียน ยิ่งในช่วงเปิดเทอมนี้เป็นฤดูฝนผู้เรียนมีแนวโน้มภูมิต้านทานอ่อนแอมากขึ้น และที่ห่วงใยเป็นพิเศษคือกลุ่มเด็กเล็กที่เล่นกันอย่างใกล้ชิดสนิทสนม หากมีการทำกิจกรรมรวมกันเป็นหมู่มากบริเวณที่ไม่ใช่พื้นที่โล่งแจ้ง อาจจะส่งผลให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ง่าย จึงควรป้องกันทั้งในสถานศึกษา ชุมชน ครอบครัว สถานที่แออัด การเดินทางร่วมกับผู้อื่นโดยรถสาธารณะ หลีกเลี่ยงการสัมผัส เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย ใส่ใจการล้างมือ ตรวจ ATK เมื่อมีอาการ และกักตัวแยกจากเพื่อนจนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบบกลุ่ม

โฆษก ศธ.กล่าวด้วยว่า ฝากสถานศึกษากำชับมาตรการเฝ้าระวัง ตรวจคัดกรองเด็กเล็กทุกเช้า หากพบผู้เรียนที่มีอาการให้รีบแจ้งผู้ปกครองพาไปพบแพทย์ หรือหากพบการป่วยเป็นกลุ่มใหญ่ให้ประสานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทันที ด้วยเด็กเล็กอยู่ในช่วงวัยเรียน วัยเล่น ความสนุกอาจประมาทในการป้องกันเชื้อโรค ทำให้ไม่ได้ระมัดระวังในจุดนี้เท่าที่ควร ผู้ใหญ่อย่างครูหรือผู้ปกครองที่ใกล้ชิดเด็ก ควรทำความเข้าใจอย่างมีเหตุผล ชี้แนะให้เด็กเข้าใจถึงผลที่ตามมา เพราะการเจ็บป่วยจนต้องหยุดเรียน อาจจะส่งผลกระทบต่อการเรียน ทำให้รู้สึกว่าเรียนไม่ทันเพื่อน จนไม่อยากมาโรงเรียน

“นโยบาย “เรียนดี มีความสุข” เป็นสิ่งที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก หากผู้เรียนของเรามีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี แน่นอนว่า จะส่งผลให้เด็กมีความสุขในการมาโรงเรียนทุกวัน ได้เจอเพื่อน เจอครูผู้สอน เจอสภาพแวดล้อมที่ดี จิตใจของเด็กก็มีความสุขตามไปด้วย” โฆษก ศธ.กล่าว

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2794384

AIS ร่วมกับ Looloo Technology พัฒนา เอไอหนุนองค์กรใช้งานเอไออย่างโปร่งใสยั่งยืน

20 มิ.ย. 2567 04:55 น.

AIS ร่วมกับ Looloo Technology พัฒนา เอไอหนุนองค์กรใช้งานเอไออย่างโปร่งใสยั่งยืน

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567

● ความกังวล คดีการเมือง 18 มิถุนา สำนักงานอัยการสูงสุด โดย ประยุทธ เพชรคุณ โฆษกอัยการสูงสุด ยืนยันคำสั่งฟ้องตามขั้นตอนของกฎหมายข้อกล่าวหา หมิ่นเบื้องสูง ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ในการให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลี The ChosunMedia ของอดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร ตามคำสั่งฟ้อง อัยการสูงสุด อำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ แต่เนื่องจากศาลมีการประทับรับฟ้องเรียบร้อยแล้ว อดีตผู้นำ ทักษิณ ชินวัตร จึงสามารถเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ที่ ศาลอาญา ได้เลยลบคำสบประมาท ทักษิณ เดินทางไปศาลตามนัด เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมสยบข่าวลือ หนีศาล

โดยศาลนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 19 ส.ค. (พ้นโทษในคดีที่ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเรียบร้อยแล้ว) ทั้งนี้อดีตผู้นำ ทักษิณ ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวจำนวน 5 แสนบาท โดยอัยการไม่มีการคัดค้านการประกันตัว (บังเอิญ กฤษฎางค์ นุตจรัส หรือ ทนายด่าง ได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องขังคดี 112 จำนวน 6 คดีและคดีการเคลื่อนไหวการเมืองอีก 4 คดีวันเดียวกัน) เป็นหนังม้วนยาว ภาคการเมืองเข้าด้ายเข้าเข็ม.

ลดปล่อยก๊าซ-พิชัย จิราธิวัฒน์ เปิดโครงการตลาดคาร์บอนครัวเรือนภาคสมัครใจ เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงานลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมี ศ.ดร.อาภาณี เหลืองนฤมิตชัย และ ดร.สุวิทย์ ธรณินทร์พานิช มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

● โฟกัส คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน ที่มี นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นประธาน นัดลงมติ ในคดีที่ ศาลปกครองกลาง ส่งคำโต้แย้งผู้ฟ้องคดี ผู้สมัคร สว. ส่งมาให้ ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณา วินิจฉัยตามมาตรา 212 ว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.พ.ศ.2561 ม.36 ม.40 ม.41 และ ม.42 (เกี่ยวกับวิธีการเลือก สว.ระดับอำเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 107 วินิจฉัยว่า ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ผลของคำวินิจฉัย ครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานของการเลือก สว. ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือก สว.พ.ศ.2561 สามารถดำเนินการต่อไปได้ตามปกติโดยเฉพาะการเลือก สว.ระดับประเทศในวันที่ 26 มิ.ย.นี้ สำหรับ คดีคำร้อง 40 สว. ขอให้พิจารณา คุณสมบัตินายกฯ รัฐมนตรี ของ เศรษฐา ทวีสิน จากกรณีการตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ศาลนัดพิจารณาอีกครั้งวันที่ 10 ก.ค. และ คดียุบพรรคก้าวไกล เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของ ศาลรัฐธรรมนูญ อีกครั้งวันที่ 3 ก.ค.และ นัดตรวจสอบเอกสาร วันที่ 9 ก.ค. รอลุ้นระทึกอีกกระทอก ในขณะที่ แกนนำก้าวไกล นำโดย ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค มีคิวไปเปิดปาฐกถาพิเศษ Breaking The Cycle ทลายวงจร แล้ง-ท่วม-เจ็บ-จน-หนี้ เขย่าสนามการเมืองท้องถิ่น จ.อุดรธานี เมืองหลวงเสื้อแดงเพื่อไทย เข้าข่ายหมูไม่กลัวน้ำร้อน 

เพื่อการศึกษา-พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ มาปาฐกถาพิเศษ ในงานประชุมวิชาการ “TEP Forum 2024” โดยมี ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ, ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช, มีชัย วีระไวทยะ และ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล มาร่วมงานด้วย ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค เวสต์ วันก่อน.

● เหตุจากวังวนวิกฤติการเมือง สรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยตามที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อ ทำนองว่า มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และ พยายามวิ่งเต้นเรื่องการประกันตัวผู้ต้องหาบางราย (ปูดถุงขนมภาคสอง 2,000 ล้าน) ที่ประชุม กต. เสนอให้ ประธาน ศาลฎีกา พิจารณาตั้ง คณะกรรมการสดับตรับฟังข้อเท็จจริงเพื่อตรวจสอบในเบื้องต้นตามขั้นตอน เรียบร้อยแล้วจบข่าว

สุดยอด-พญ.นลินี ไพบูลย์ และ น.ท.นพ.จักรพงศ์ ไพบูลย์ จัดงาน “GIFFARINE UNILEVELAWARDS 2023” เพื่อแสดงความยินดีกับสุดยอดนักธุรกิจแห่งปี โดยมี พญ.ใจทิพย์ ไพบูลย์ และ พงศ์พสุ อุณาพรหม มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค วันก่อน.

● ข่าวที่ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง ยกเลิกการประชุม คณะกรรมการด้านการคุ้มครองการลงทุนระหว่างประเทศที่ทำเนียบรัฐบาล หลังตลาดหุ้น หลุดแนวรับ 1,300 จุด และ นำทีมเศรษฐกิจเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า พร้อมกับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และ เผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลังถึงจะไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธ แต่ไม่มีผลดีต่อรัฐบาลและบ้านจันทร์ส่องหล้า และข่าวรัศม์ ชาลีจันทร์ ผช.รมว.ต่างประเทศที่ได้รับมอบหมายจาก นายกฯ ร่วมการประชุมระดับผู้นำเกี่ยวกับสันติภาพในยูเครน ที่ นครลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในเวลาเดียวกับที่ ประธานาธิบดีรัสเซีย ปูติน เดินสายลงนามความสัมพันธ์ทางการค้ากับ จีน เวียดนามตอกย้ำถึงความสำคัญของวิสัยทัศน์ในการบริหารประเทศใช่ไม่ใช่

ใส่สบาย-ทัตวร สุกัณศีล และ วิกเตอร์ ยัง จัดงาน “VVON SUGUNNASIL Fall Winter 2024 Collection presented by ANALOG” แฟชั่นโชว์เปิดตัวเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ โดยมี นิกกี้ วอน บูเรน, บี อินทวงศ์ และ ฟา เบเนเดทตี้ มาร่วมงานด้วย ที่วีวอน สุกัณศีล เฮ้าส์ สาทร 1 วันก่อน.

● ข่าวการท่องเที่ยว นายกฯเศรษฐา ทวีสิน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับภาคเอกชน สมาคมท่องเที่ยวสมาคมโรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการนำเที่ยว และมัคคุเทศก์พร้อมประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัด 55 จังหวัดเมืองน่าเที่ยว ขับเคลื่อนนโยบาย IGNITE TOURISM THAILAND จุดพลังการท่องเที่ยวไทย เชื่อมการท่องเที่ยวจากเมืองหลักไปสู่เมืองรอง กระตุ้นการท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง 2567 งานนี้มี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.การท่องเที่ยวฯ เข้าร่วมหารือ ยกระดับคุณภาพการบริการ ปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยแหล่งท่องเที่ยวคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในทุกมิติ นอกจากนี้ รมว.การท่องเที่ยวฯ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช และ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ยังได้มอบนโยบาย ขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทย ท่องเที่ยวปลอดภัยเที่ยวได้ทุก Season ต้อนรับสัญญาณการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้น

ป้องกันไว้ นพ.เสถียร ภู่ประเสริฐ เปิดการให้บริการตรวจความเสี่ยงโรคมะเร็งด้วยเทคโนโลยีONCO+ เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่เบื้องต้น โดยมี นพ.น๊อต เตชะวัฒนวรรณา, ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร และ ศิวดล มาตยากูร มาร่วมงานด้วย ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า วันก่อน.

นับจากเดือน ม.ค.-พ.ค.ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยแล้วกว่า 15 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1.1 ล้านล้านบาท ตามเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มอีก 21.7 ล้านคนและสร้างรายได้เพิ่มอีก 2.4 ล้านล้านบาท ชูวิทย์ ศิริเวชกุล ผอ.ภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. ผสานความร่วมมือกับ POP MART เดินหน้าโครงการ ลาบูบู้เที่ยวไทย ใช้กลยุทธ์การตลาดนำ มาสคอตลาบูบู้ ท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย ทำคลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว เผยแพร่สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ในโอกาสเฉลิมฉลองครบวาระความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนครบ 50 ปี มร.โยชิทาเกะ วาคากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูนิโคล่ ประเทศไทย จับมือ ททท. เซ็นทรัลพัฒนา และบัวขาว บัญชาเมฆ เปิดตัวโครงการ UTme Thai Boxing Design Contest ชวนเยาวชนไทยประกวดออกแบบลายเสื้อด้วยการนำศิลปะมวยไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

มอบรถเข็น-อรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา และ อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา มอบรถเข็นผู้ป่วย จำนวน 105 คัน ให้ พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ เพื่อช่วยเหลือทหารผ่านศึกใช้อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน โดยมี ร.ต.ประทีป วรรณโพธิ์พร มาร่วมในพิธีด้วย ที่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

กรีซอ่วม เกิดไฟป่าจ่อกรุงเอเธนส์ เร่งอพยพประชาชน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794620

กรีซอ่วม เกิดไฟป่าจ่อกรุงเอเธนส์ เร่งอพยพประชาชน

20 มิ.ย. 2567 09:08 น.

กรีซอ่วม เกิดไฟป่าจ่อกรุงเอเธนส์ เร่งอพยพประชาชน

ไฟป่าเผาผลาญชานกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของประเทศกรีซ ทำให้นักดับเพลิงกว่า 70 คนต้องเร่งควบคุมสถานการณ์ พร้อมเร่งอพยพประชาชนในเขตชุมชน 2 แห่งออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2567 เกิดไฟป่าเผาผลาญบริเวณชานกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของประเทศกรีซ ทำให้นักดับเพลิงกว่า 70 คนต้องเร่งควบคุมสถานการณ์ โดยมีการส่งเครื่องบินดับเพลิงและเฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟป่าที่เผาเรือยอชต์ที่จอดอยู่บริเวณริมชายฝั่งกรุงเอเธนส์

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ออกคำสั่งอพยพประชาชนในเขตชุมชน 2 แห่งของกรุงเอเธนส์ให้เร่งออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย

หลังจากไฟป่าไหม้ลามมายังอู่จอดเรือยอชต์ ตลอดจนเรือเล็ก รถยนต์ที่จอดอยู่ นอกจากนี้ยังมีอาคารบ้านเรือนของประชาชนจำนวนหลายหลังได้รับความเสียหายจากไฟป่าในครั้งนี้

ทางด้านโฆษกหน่วยดับเพลิงกรุงเอเธนส์ กล่าวว่า เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วมาก เนื่องจากมีลมแรงซึ่งบางครั้งอาจถึงระดับพายุ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บจากไฟป่า

ทั้งนี้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาไฟป่าหลายสิบลูกได้ปะทุขึ้นในกรีซ ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนจัดในฤดูร้อน แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถดับได้ก่อนที่จะสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ขณะที่มีผู้ต้องสงสัยหลายคนถูกจับกุมตัวไปสอบปากคำและดำเนินคดี.

เหยื่อคลังกระสุนประเทศชาด ระเบิด พุ่ง 9 ศพแล้ว เจ็บอีกหลายสิบราย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794623

เหยื่อคลังกระสุนประเทศชาด ระเบิด พุ่ง 9 ศพแล้ว เจ็บอีกหลายสิบราย

20 มิ.ย. 2567 07:06 น.

เหยื่อคลังกระสุนประเทศชาด ระเบิด พุ่ง 9 ศพแล้ว เจ็บอีกหลายสิบราย

เหตุระเบิดที่คลังกระสุนของประเทศชาด ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบคน ขณะที่ทางการกำลังเร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุคลังระเบิดและไฟไหม้รุนแรงที่คลังกระสุนของกองทัพ ในเขตกูดจี (Goudji) ของกรุงเอ็นจาเมนา ประเทศชาด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันอังคารที่ 18 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 46 ราย

นายอับเดลมาดจิด อับเดราฮิม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของชาด เป็นผู้ยืนยันตัวเลขผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตดังกล่าว พร้อมเตือนว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากผู้บาดเจ็บหลายรายมีอาการสาหัสมาก

คลังกระสุนในเขตกูดจี เป็นคลังแสงหลักของประเทศชาด และอยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงเอ็นจาเมนา ใกล้กับศูนย์บัญชาการใหญ่ของกองทัพ, ฐานทัพฝรั่งเศส 2 แห่ง และท่าอากาศยาน นอกจากนั้นยังมีบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่ใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก

ภาพจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์แสดงให้เห็นว่า เหตุระเบิดทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนสว่างวาบ และปะทุต่ออีกเป็นเวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง โดยเสียงระเบิดสามารถได้ยินแม้จะอยู่ห่างออกไปหลายไมล์

ก่อนหน้านี้ นายอับเดลรามาน คูลามัลเลาะห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของชาด บอกกับสื่อฝรั่งเศสว่า สาเหตุของเพลิงไหม้จนก่อให้เกิดการระเบิดนั้นเป็นอุบัติเหตุ และระบุว่ามีจำนวนผู้เสียชีวิตน้อยกว่าที่กังวลกันในตอนแรก “เราคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตนับสิบ หรือหลายสิบชีวิต แต่ในท้ายที่สุดความเสียหายข้างเคียงก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น”

“มีพลเรือนเสียชีวิตไม่มาก” นายคูลามัลเลาะห์ กล่าวและเสริมด้วยว่า ทหารมีเวลาพอจะขนย้ายยานพาหนะ, อาวุธหนัก และอื่นๆ รวมถึงพาตัวเองไปยังที่หลบภัยได้ทัน

ขณะที่ รัฐมนตรีสาธารณสุข อับเดลมาดจิด อับเดราฮิม ไม่ได้จำแนกว่า ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเป็นทหาร หรือพลเรือนกี่ราย

ด้านนายมุสตาฟา อาดูม มาฮาหมัด ชาวบ้านท้องถิ่น บอกกับสำนักข่าว รอยเตอร์ว่า เขาตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงระเบิด “บ้านของเราสั่นสะเทือนเหมือนมีใครยิงอาวุธเข้าใส่ จากนั้นเราก็เห็นลูกไฟขนาดใหญ่ที่ค่ายทหาร กลุ่มควันกับอะไรบางอย่างระเบิดในอากาศ”

ส่วนเจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานกับกองทัพฝรั่งเศส ยืนยันว่าในตอนนี้ยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่กองทัพฝรั่งเศสได้รับบาดเจ็บ

ประธานาธิบดี มาฮาหมัด ไอดริส เดบี โพสต์ข้อความหลังเที่ยงคืนวันอังคาร แสดงความเสียใจแก่ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต และสั่งการให้มีการสืบสวนหาข้อเท็จจริง จากนั้นในช่วงเช้าวันพุธที่ (19 มิ.ย. 2567) เขาก็เดินทางตรวจสอบความเสียหายในจุดเกิดเหตุ และเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาล.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อังกฤษจับนักเคลื่อนไหว พ่นสเปรย์ใส่ ‘สโตนเฮนจ์’ ต่อต้านเชื้อเพลิงฟอสซิล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794616

อังกฤษจับนักเคลื่อนไหว พ่นสเปรย์ใส่ ‘สโตนเฮนจ์’ ต่อต้านเชื้อเพลิงฟอสซิล

20 มิ.ย. 2567 04:45 น.

อังกฤษจับนักเคลื่อนไหว พ่นสเปรย์ใส่ ‘สโตนเฮนจ์’ ต่อต้านเชื้อเพลิงฟอสซิล

ตำรวจอังกฤษจับกุมตัวนักเคลื่อนไหว ก่อเหตุพ่นสเปรย์สีฝุ่นใส่ ‘สโตนเฮนจ์’ หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักเคลื่อนไหวจากกลุ่ม ‘Just Stop Oil’ ก่อเหตุฉีดสเปรย์สีฝุ่นสีส้มใส่อนุสรณ์หิน ‘สโตนเฮนจ์’ หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ใกล้เมืองซาลิสบิวรี มณฑลวิล์เชียร์ ของอังกฤษ เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันพุธที่ 19 มิ.ย. 2567 จนหินโบราณเปรอะเปื้อนไปด้วยสี

หลังเกิดเหตุตำรวจวิลท์เชียร์ยืนยันว่าพวกเขาจับกุมนักเคลื่อนไหวได้ 2 รายในข้อหาสร้างความเสียหายต่ออนุสรณ์สถานโบราณแห่งนี้

ด้านกลุ่ม Just Stop Oil เปิดเผยผู้ที่ถูกจับกุมว่าคือนาย นีอามห์ ลีนช์ นักศึกษามหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด วัย 21 ปี กับนาย ราจาน ไนดู วัย 73 ปีจากเมืองเบอร์มิงแฮม พร้อมอ้างด้วยว่า สเปรย์ที่พวกเขาใช้ทำจากแป้งข้าวโพด และจะหลุดออกไปเมื่อฝนตกลงมา

พวกเขาอ้างด้วยว่า แรงจูงใจในการก่อเหตุคือ ต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลชุดต่อไปของสหราชอาณาจักร ยุติการขุดเจาะและใช้น้ำมัน, ก๊าซ และถ่านหินภายในปี 2573

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ริชี ซูแน็ก ออกมาประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นการทำลายศิลปวัฒนธรรมอย่างน่าอับอาย ขณะที่เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ หัวหน้าพรรคแรงงาน แกนนำฝ่ายค้าย ก็ออกมาโจมตีเช่นกันว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเกินจะทานทนมาก และเรียกกลุ่ม Just Stop Oil ว่า พวกน่าสมเพช

ข่าวระบุด้วยว่า ในตอนเกิดเหตุ มีประชาชนอยู่เป็นจำนวนมาก บางคนตะโกนร้องด้วยความตกใจว่า “ไม่” ขณะที่หลายคนพยายามวิ่งไปขัดขวางนักเคลื่อนไหวที่วิ่งไปยังสโตนเฮนจ์

โฆษกหญิงขององค์กร English Heritage กล่าวว่า การฉีดสเปรย์ใส่อนุสาวรีย์เก่าแก่นี้ เป็นสิ่งที่น่าโมโหอย่างยิ่ง แต่ยืนยันด้วยว่า สถานการณ์แห่งนี้จะยังเปิดให้สาธารณชนเดินทางมาเยี่ยมชมต่อไป

ด้านนาย พอล คลิฟตัน ผู้สื่อข่าวของบีบีซี ผู้ไปถึงที่เกิดเหตุเป็นคนแรก บอกว่า เขาได้ยินเจ้าหน้าที่คุยกันว่า เนื่องจากสีที่นักเคลื่อนไหวใช้เป็นสีฝุ่น และอากาศแห้งบวกกับแดดจ้า สีอาจถูกล้างออกไปได้โดยไม่ทิ้งความเสียหายระยะยาวเอาไว้ แต่พวกเขาจำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบยืนยันอีกครั้ง

มาเลเซีย-จีน ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ ทำข้อตกลงพัฒนา-นำเข้าทุเรียน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794614

มาเลเซีย-จีน ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ ทำข้อตกลงพัฒนา-นำเข้าทุเรียน

20 มิ.ย. 2567 03:47 น.

มาเลเซีย-จีน ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ ทำข้อตกลงพัฒนา-นำเข้าทุเรียน

มาเลเซียกับจีนฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ ทำข้อตกลงความร่วมมือหลายฉบับ โดยจีนอนุญาตนำเข้าทุเรียนสดจากมาเลเซียแล้ว หลังนำเข้าแต่ทุเรียนแช่แข็งมาตลอด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียง ของประเทศเทศ เดินทางเยือนประเทศมาเลเซียเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้ง 2 ประเทศ โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ลงนามข้อตกลงร่วมกันในวันพุธที่ 19 มิ.ย. 2567 ต่อสัญญาความร่วมมือทางเศรษฐกิจไปอีก 5 ปี และอนุญาตเรื่องการนำเข้าทุเรียนสดจากมาเลเซีย

นายหลี่เข้าพบกับนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียที่เมืองปุตราจายา หลังเดินทางมาถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันอังคาร โดยนายหลี่ระบุว่า จีนพร้อมทำงานร่วมกับมาเลเซีย โดยจะมุ่งเน้นในหลายเรื่องรวมถึงยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา, ความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน และการแลกเปลี่ยนเพื่อส่งเสริมการสร้างชุมชนจีน-มาเลเซีย

หลังการประชุมอย่างเป็นการลับในวันพุธ นายหลีกับนายอันวาร์ได้ลงนามข้อตกลงร่วมกันมากกว่า 10 ฉบับ เรื่องความร่วมมือในด้านต่างๆ ตั้งแต่ เศรษฐกิจดิจิตอล ไปจนถึงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, การเคหะ, การท่องเที่ยว, การสื่อสาร และอื่นๆ อีกมาก

นอกจากนั้น ทั้งคู่ยังต่ออายุสัญญาความร่วมมือทางยุทธศาสตร์อีก 5 ปีไปจนถึงปี 2571 โดยจะร่วมมือกันในด้านการค้าและการลงทุน, การเกษตร, การผลิต, โครงสร้างพื้นฐาน และบริการทางการเงิน

จีนยังตกลงอนุญาตให้นำเข้าทุเรียนสดจากมาเลเซียได้แล้ว หลังจากสินค้าของมาเลเซียผ่านมาตรฐานด้านสุขอนามัย หลังจากที่ผ่านมา จีนนำเข้าแต่ทุเรียนแช่แข็งและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทุเรียนจากมาเลเซียเท่านั้น โดยการนำเข้าดังกล่าวมีมูลค่ามากถึง 1.19 พันล้านริงกิตมาเลเซียในปี 2566

จีนกับมาเลเซียยังให้คำมั่นว่า จะทบทวนเรื่องมาตรการเดินทางแบบปลอดวีซ่า ซึ่งกำลังจะหมดอายุลงในไม่กี่เดือนข้างหน้าด้วย

ทั้งนี้ นายกฯ หลี่กำลังอยู่ระหว่างการทั่วต่างประเทศ โดยมาเลเซียเป็นชาติที่ 3 ต่อจากนิวซีแลนด์ กับ ออสเตรเลีย โดยจีนกำลังหาทางขยายอิทธิพลและการลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ท่ามกลางความตึงเครียดและการแข่งขันกับสหรัฐ

หลังจากนี้คาดว่า นายหลี่จะได้เข้าเฝ้าสุลต่าน อิบราฮิม กษัตริย์แห่งมาเลเซีย และร่วมพิธีการที่ไซต์งานก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมชายฝั่งตะวันออก (East Coast Rail Link) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนการริเริ่ม ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ (Belt and Road Initiative) ของจีนด้วย

ทั้งนี้ ทางรถไฟเชื่อมชายฝั่งตะวันออก ความยาว 665 กม. เป็นโครงการทางรถไฟมูลค่า 5 หมื่นล้านริงกิตมาเลเซีย ซึ่งจะจะเชื่อมพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกกับตะวันตกของมาเลเซียเข้าด้วยกัน โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2569

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เดือดกลางทะเล ฟิลิปปินส์โวยจีนขับเรือชน ก่อนบุกชิงอาวุธ-ทำลายข้าวของ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794613

เดือดกลางทะเล ฟิลิปปินส์โวยจีนขับเรือชน ก่อนบุกชิงอาวุธ-ทำลายข้าวของ

20 มิ.ย. 2567 02:34 น.

เดือดกลางทะเล ฟิลิปปินส์โวยจีนขับเรือชน ก่อนบุกชิงอาวุธ-ทำลายข้าวของ

กองทัพฟิลิปปินส์กล่าวหาเรือยามฝั่งของจีน ว่าพุ่งชนเรือของพวกเขาในทะเลจีนใต้ ก่อนเจ้าหน้าที่ฝ่ายจีนจะบุกขึ้นเรือพร้อมอาวุธ ทำลายข้าวของบนเรือแล้วชิงอาวุธของพวกเขาไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 19 มิ.ย. 2567 ว่า พลเอก โรเมโอ บรอว์เนอร์ ผู้บัญชาการกองทัพฟิลิปปินส์ กล่าวหาเจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งของจีนว่าขับเรือพุ่งชนเรือของฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้ ก่อนจะบุกขึ้นเรือมาพร้อมกับอาวุธทั้งดาบ, หอก และมีด และยึดอาวุธของพวกเขาไป ทำให้ทหารฟิลิปปินส์ต้องต่อสู้ขับไล่เจ้าหน้าที่จีนด้วยมือเปล่า

เหตุปะทะกันดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่เรือของกองทัพและหน่วยยามฝั่งของฟิลิปปินส์ กำลังขนส่งเสบียงไปให้ทหารที่ประจำการบนสันดอนโทมัสที่ 2 (Second Thomas Shoal) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS

นายพลบรอว์เนอร์ระบุว่า เขาเห็นภาพเหตุการณ์จากวิดีโอแล้ว โดยนี่เป็นครั้งแรกที่กองทัพฟิลิปปินส์เห็นหน่วยยามฝั่งของจีนใช้อาวุธแบบนี้ในทะเลจีนใต้ ขณะที่ภาพจากคลิปแสดงให้เห็นด้วยว่า เจ้าหน้าที่จีนชี้มีดมาทางทหารของพวกเขาเพื่อข่มขู่ นอกจากนั้นยังยึดปืน ทุบทำลายข้าวของรวมถึงมอเตอร์ และเจาะเรือยางด้วย

พลเอกบรอว์เนอร์กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เข้าข่ายเป็นการกระทำเยี่ยงโจรสลัด “พวกเขาไม่มีสิทธิ์หรืออำนาจตามกฎหมายที่จะบุกจี้ทหารของเรา และทำลายเรือฟิลิปปินส์ที่กำลังปฏิบัติการภายในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตัวเอง” นายพลบรอว์เนอร์ระบุและเสริมว่า มีทหารฟิลิปปินส์นายหนึ่งเสียนิ้วหัวแม่มือไปในตอนที่เรือหน่วยยามฝั่งของจีนพุ่งเข้าชนด้วย

ด้านหลิน เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด อ้างว่าเจ้าหน้าที่ของพวกเขาพยายามขัดขวางการขนส่งเสบียงผิดกฎหมาย และไม่ได้ใช้มาตรการโดยตรงใดๆ ต่อทหารของฟิลิปปินส์ “มาตรการตามกฎหมายที่หน่วยยามฝั่งจีนใช้ ณ ที่นั้น เป็นไปอย่างมืออาชีพและอดทนอดกลั้นแล้ว”

ก่อนหน้านี้ไม่นาน หน่วยยามฝั่งจีนออกแถลงการณ์ระบุว่า ฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบทั้งหมดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะทหารฟิลิปปินส์เพิกเฉยต่อคำเตือนของฝ่ายจีนครั้งแล้วครั้งเล่า และเข้าใกล้เรือของจีนซึ่งกำลังเดินเรือตามปกติ อย่างไม่ปลอดภัยและไม่เป็นมืออาชีพ จนส่งผลให้เรือชนกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ปูติน-คิม จอง อึน ลงนามข้อตกลงสุดแกร่ง สัญญาช่วยเหลือกันหากถูกโจมตี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794612

ปูติน-คิม จอง อึน ลงนามข้อตกลงสุดแกร่ง สัญญาช่วยเหลือกันหากถูกโจมตี

20 มิ.ย. 2567 00:45 น.

ปูติน-คิม จอง อึน ลงนามข้อตกลงสุดแกร่ง สัญญาช่วยเหลือกันหากถูกโจมตี

ปูตินกับคิม จอง-อึน ลงนามข้อตกลงความร่วมมือที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยสัญญาจะช่วยเหลือกันหากฝ่ายใดถูกรุกราน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กับ คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ลงนามข้อตกลงร่วมกันในวันพุธที่ 19 มิ.ย. 2567 สัญญาว่าจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากประเทศใดถูกรุกราน ในขณะที่การเผชิญหน้ากับชาติตะวันตกของทั้งสองประเทศกำลังตึงเครียดมากขึ้น

ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แต่นี่อาจเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกกับเปียงยางที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น โดยผู้นำของทั้งสองประเทศต่างระบุว่า ข้อตกลงนี้เป็นการยกระดับความสัมพันธ์ครั้งใหญ่ ครอบคลุมทั้งด้านความมั่นคง, การค้า, การลงทุน, วัฒนธรรม และมนุษยธรรม

การลงนามข้อตกลงครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ปูตินเดินทางเยือนเกาหลีเหนือเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี ท่ามกลางความกังวลของสหรัฐฯ กับชาติพันธมิตร ว่าทั้งสองประเทศอาจตกลงความร่วมมือด้านอาวุธ ซึ่งรัสเซียกำลังต้องการอย่างมากเพื่อใช้ในยูเครน แลกกับความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ ที่อาจส่งเสริมโครงการนิวเคลียร์กับมิสไซล์ของเกาหลีเหนือ

คิม จอง อึน กล่าวหลังพูดคุยกับนายปูตินว่า ทั้งสองประเทศมีมิตรภาพที่เร่าร้อน และข้อตกลงดังกล่าวคือสนธิสัญญาที่แข็งแกร่งที่สุดที่ทั้งสองฝ่ายเคยมีร่วมกัน ทำให้ความสัมพันธ์เพิ่มไปสู่ระดับพันธมิตร คิมยังให้คำมั่นว่าจะให้การสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครนอย่างเต็มที่อีกด้วย

ฝ่ายปูตินเรียกข้อตกลงดังกล่าวว่า “พัฒนาการอันยิ่งใหญ่” สะท้อนถึงความปรารถนาร่วมกันในการขยับความสัมพันธ์ไปสู่ระดับที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ เกาหลีเหนือกับรัสเซีย ซึ่งตอนนั้นยังเป็นสหภาพโซเวียต เคยลงนามสนธิสัญญาร่วมการในปี 2504 ซึ่งฝ่ายรัสเซียสัญญาว่าจะส่งทหารเข้าแทรกแซงกรณีที่เกาหลีเหนือถูกโจมตี แต่สัญญาดังกล่าวล่มไปหลังโซเวียตล่มสลาย ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยสนธิสัญญารับรองความมั่นคงในปี 2543 ซึ่งถูกมองว่าให้ความคุ้มครองเปียงยางน้อยลง

ในการเยือนเกาหลีเหนือครั้งล่าสุด คิม จอง-อึน มารอพบปูตินถึงสนามบิน พร้อมปูพรมแดงและจัดแถวทหารกองเกียรติยศต้อนรับ ผู้นำทั้งสองจับมือทักทาย สวมกอดกัน 2 ครั้ง และขึ้นรถลีมูซีนเดินทางไปด้วยกันพร้อมกับขบวนเจ้าหน้าที่คุ้มกันจำนวนมาก ผ่านถนนในกรุงเปียงยาง ที่ตึกรามประดับด้วยธงชาติรัสเซียขนาดใหญ่และรูปของนายปูติน

หลังจากพักผ่อนที่วังสุริยะ-คึมซูซัน 1 คืน ในช่วงเช้าวันพุธปูตินก็เข้าร่วมพิธีต้อนรับที่จัตุรัสคิม อิล-ซุง ซึ่งเต็มไปด้วยผู้ชมหลายหมื่นคน รวมถึงเด็กที่ถือลูกโป่งกับประชาชนที่สวมเสื้อทีเชิ้ตลายแดง ขาว น้ำเงิน ตามสีธงชาติรัสเซียกันอย่างพร้อมเพรียง พร้อมตะโกน “ยินดีต้อนรับปูติน” และร่วมกันโบกธงชาติกับดอกไม้

ปูตินกับคิมร่วมกันตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ และเดินบนพรมแดง ก่อนที่คิมจะแนะนำเจ้าหน้าที่สำคัญให้ปูตินรู้จัก รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ โช ซน-ฮี, รองหัวหน้าพรรคแรงงาน โจ ยง-วอน และ น้องสาวของเขา คิม โย-จอง

จากนั้น ปูตินกับคิม จอง-อึน ก็เริ่มการหารือกัน โดยผู้นำรัสเซียขอบคุมเกาหลีเหนือที่สนับสนุนปฏิบัติการของพวกเขาในยูเครน ซึ่งปูตินอ้างว่าเป็นการต่อสู้กับนโยบายจักรวรรดินิยมของสหรัฐฯ และประเทศบริวารเพื่อต่อต้านสหพันธรัฐรัสเซีย ปูตินยังชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับเกาหลีเหนือ โดยพูดย้อนไปถึงยุคสงครามโลกและสงครามเกาหลีด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews