“จิราพร” สั่งระงับการขายอาหารเสริมแบรนด์ดัง หลังตรวจพบ “ไซบูทรามีน”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576265

06 มิ.ย. 2567

15:32 น.

"จิราพร" สั่งระงับการขายอาหารเสริมแบรนด์ดัง หลังตรวจพบ "ไซบูทรามีน"

“จิราพร” สั่งระงับการขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ดัง บนแพลตฟอร์มออนไลน์ หลังตรวจพบสาร “ไซบูทรามีน”

6 มิ.ย. 2567 จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจพบไซบูทรามีน ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อิชช่า เอ็กซ์เอส (ตรา อิชช่า) วันที่ผลิต MFG : 10/01/2024 วันหมดอายุ EXP : 09/01/2026 โดยประกาศให้ประชาชนระมัดระวังในการซื้อหรือบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าว

ล่าสุด นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เร่งสั่งการให้แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ Shopee Lazada TikTok และแพลตฟอร์มอื่นๆ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) นำสินค้าดังกล่าวออกจากระบบโดยทันทีแล้ว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมต่อไปเพื่อป้องกันการเกิดกรณีข้างต้นในผลิตภัณฑ์อื่นๆ

ทั้งนี้ “ไซบูทรามีน” (Sibutramine) จัดเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทในประเภท 1 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 พ.ศ.2565 ซึ่งเป็นอาหารที่น่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรืออนามัยของประชาชน อ้างอิงตามผลการตรวจวิเคราะห์ที่ชี้ให้เห็นผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้เกิดผลเสียร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิต

นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

อ้างอิงข้อมูล : ข่าวทำเนียบรัฐบาล

“ชัยธวัช” ยัน 9 มิ.ย. เดินหน้าดึงเกมสู้คดียุบก้าวไกล ย้ำ ไม่จับมือเพื่อไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576255

06 มิ.ย. 2567

14:59 น.

"ชัยธวัช" ยัน 9 มิ.ย. เดินหน้าดึงเกมสู้คดียุบก้าวไกล ย้ำ ไม่จับมือเพื่อไทย

“ชัยธวัช” หัวหน้าพรรคก้าวไกล หวังศาล รธน.เปิดไต่สวนคดียุบพรรค ยังไม่มองไกลถึงการต่อต้านหากถูกยุบ – ยืนยันก้าวไกลจับมือเพื่อไทยตั้งรัฐบาล “เป็นไปไม่ได้”

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวภายหลังที่พรรคฯ ได้ยื่นแก้ไขข้อกล่าวหาในคดีการล้มล้างการปกครองต่อศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว โดยหวังว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะเปิดโอกาสให้มีการไต่สวน ซึ่งพรรคฯ ได้ยื่นคำร้องขอเปิดไต่สวน และบัญชีพยานไปแล้ว จึงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญว่า ศาลฯ จะดำเนินการต่ออย่างไร ซึ่งการเปิดไต่สวน หรือเรียกพยานเพิ่มเติมก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลทั้งหมด 
 

นายชัยธวัช ยังยืนยันด้วยว่า ในวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายนนี้ พรรคฯ จะยังคงเดินหน้าแถลงแนวทางการต่อสู้คดีดังกล่าวเช่นเดิม เพื่อชี้แจงว่า พรรคก้าวไกล ได้ต่อสู้ในประเด็นไหนอย่างไรบ้าง ตามรายละเอียดในคำชี้แจงแก้ไขข้อกล่าวหา โดยจะไม่ให้กระทบต่อกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเห็นว่า หากทุกอย่างเป็นไปตามหลักกฎกมาย หลักนิติรัฐ ศาลรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องกังวลใด ๆ 

ส่วนผู้สนับสนุนพรรคฯ มีท่าทีอย่างไรต่อคดีที่เกิดขึ้นนั้น นายชัยธวัช เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ประชาชนให้กำลังใจ ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรค และยังคงสนับสนุนพรรคก้าวไกลต่อไป 

ส่วนสุดท้ายแล้วหากศาลมีคำสั่งยุบพรรคฯ แล้วเกิดการออกมาต่อต้านนั้น นายชัยธวัช ขออย่าเพิ่งคิดไปไหนถึงขนาดนั้น และขอรอดูคำวินิจฉัยก่อน 

นายชัยธวัช ยังกล่าวถึงกรณีที่นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ออกมาระบุมีขบวนการล้มรัฐบาล ยุบก้าวไกล และขวางการเลือก สว.ว่า ได้ติดตามตามกระแสข่าวดังกล่าว แต่ไม่ได้ทราบข้อเท็จจริง และเห็นว่า บรรยากาศทางการเมืองดังกล่าวจะกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง และกระทบหลายฝ่าย โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพราะสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอน ก็จะส่งกระทบได้ 

ส่วนจะเกิดการพลิกขั้ว เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี หรือพรรคก้าวไกล จะไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่นั้น นายชัยธวัช ยืนยันว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะพรรคฯ มองไปข้างหน้า ไม่ได้คิดเรื่องผลประโยชน์เฉพาะหน้า และสภาพแวดล้อมการเมืองเช่นนี้ ต่อให้ตั้งรัฐบาลได้ ก็อาจบริหารไม่ได้ และที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยก็ไม่เคยมาทาบทามใด ๆ 

กทม. แถลงปม ลู่วิ่ง 7.5 แสน ยันไม่ได้กำหนดราคาเอง อิงตามข้อมูลครั้งก่อน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576228

06 มิ.ย. 2567

12:00 น.

กทม. แถลงปม ลู่วิ่ง 7.5 แสน ยันไม่ได้กำหนดราคาเอง อิงตามข้อมูลครั้งก่อน

กทม. แถลง ปมงบจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายใน 2 ศูนย์ ลู่วิ่ง 7.5 แสน ยืนยันกรุงเทพมหานครไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคาเอง มีการอ้างอิงข้อมูลของการจัดซื้อครั้งก่อน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายจักรพันธ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเพทมหานคร , นายศานนท์ หวังสร้างยุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ผศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้พัฒนา act ai .co.th ร่วมแถลงข่าวชี้แจงกระบวนการตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายในศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศ และศูนย์กีฬาวารีภิรมย์ ที่มีการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 10 ล้านบาท 

นายชัชชาติ เปิดเผยว่า พึ่งทราบเรื่องเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งเมื่อ 2 เดือนก่อน สตง. มีการสุ่มตรวจ เพราะมีข้อร้องเรียน จึงให้ตรวจสอบได้ตามปกติ

นายชัชชาติ ยอมรับว่ามีการซื้อราคาสูงกว่าปกติ แต่ก็เป็นไปตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง ปี 2560 มีการทำ TOR ผ่านขบวนการ e-bidding เรียบร้อยแล้ว 

อย่างไรก็ตาม กทม.ได้มีการตั้งคณะกรรมการป้องกันการทุจริต หรือ คปท. เข้ามาตรวจสอบและทำงานคู่ขนานกัน พร้อมยอมรับว่ามีเรื่องที่ไม่โปร่งใสอยู่บ้าง และพร้อมจะตรวจสอบและปรับปรุง ถ้าอธิบายไม่ได้ตัวเองจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง

ยืนยันว่าฝ่ายบริหารไม่เคยสั่งการให้กระทำความผิด หากพบว่ามีการทุจริตจะดำเนินการตามกฎหมายเต็มที่ “ยืนยันผมโปร่งใส เหมือนตอนนี้ยืนแก้ผ้าให้ดูเลย” นายชัชชาติ กล่าว

ส่วนการป้องกันการทุจริตของ กทม. เป็นลักษณะ 4+1 โดยแยกส่วนทำงานฝ่ายบริการข้าราชการประจำ และ สภา โดยอันดับแรกคือเรื่องร่างบัญญัติงบประมาณ

ต่อมาจะเข้าสู่สภาโดยมี คณะกรรมการ 50 ท่าน ช่วยกันตรวจสอบ ก่อนที่ต่อมาจะใช้ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างปี 2560 ในการตั้งราคากลาง ท้ายที่สุดจะเข้าสู่การตรวจสอบโดยภาคเอกชน ผ่าน ACTAI ที่ให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบ นอกจากนี้จะมีการตรวจสอบโครงการอื่นด้วย 

ด้าน นายศานนท์ หวังสร้างบุญ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ถ้าดูข้อมูลจาก actai พบว่า ผู้ชนะการประกวดราคา มีการทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานครมาตั้งแต่ปี มี.ค. 2565 ซึ่งเป็นผู้บริหารชุดก่อน และมีการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ 2565 ก่อนที่คณะบริหารชุดปัจจุบันจะเข้ามาทำงานในเดือน มิ.ย. 2565 โดยผู้ชนะการประกวดราคาทำงานกับ กทม. มาก่อนแล้ว โดยราคาลู่วิ่งอยู่ที่ประมาณ 600,000 บาท ในตอนนั้น
 

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคากลาง เป็นราคาที่เคยซื้อมาแล้วในครั้งก่อนมาตั้งเป็นฐาน พร้อมยืนยันว่า การจัดซื้อฯ ดังกล่าวไม่เกี่ยวกับผู้ว่าฯ คนก่อน (พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง) เพราะการดำเนินการต่างๆ และงบประมาณที่ใช้ในการจัดซื้อเป็นงบประมาณปี 2566 ทุกอย่างจะต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

ด้าน นายสมบูรณ์ หอมนาน รองปลัด กทม. อธิบายเพิ่มเติมในส่วนของการสืบราคาว่า  กระบวนการสืบราคาเป็นไปตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างปี 2560 ได้บัญญัติไว้ว่า ต้องสำรวจราคาตามท้องตลาด ไม่น้อยกว่า 3 บริษัท จากนั้นมีคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ในแต่ละรายการจัดซื้อ ซึ่งแต่งตั้งตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ และตัวบุคคล ซึ่งจะไม่ตรงกันในแต่ละโครงการ แต่ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบการกระทำผิด หรือการทุจริตจริง ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายไม่ละเว้น

ทั้งนี้ ในส่วนของการร่วมตรวจสอบ สังเกตุการณ์เบื้องต้นนั้น ผศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค กล่าวว่า actai.co เป็นหนึ่งในช่องทางที่มีการพัฒนาร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้ภาคประชาชนในการตรวจสอบความโปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้างในหน่วยงานรัฐ โดยทุกโครงการจะมีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น รายละเอียดการประกวดราคาของบริษัทผู้รับเหมา ราคากลาง รายละเอียดโครงการ งบประมาณที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ ให้ประชาชนรับทราบอย่างละเอียด โดยข้อมูลทั้งหมดได้รับการสนับสนุนและอ้างอิงจากกรมบัญชีกลาง

กรมชลฯขยายพื้นที่ ทำนาเปียกสลับแห้ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808809

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าได้เตรียมขยายผลการทำนาแบบใช้น้ำน้อยหรือการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งเป็นผลงานที่กรมชลประทาน ได้วิจัยและนำเสนอต่อที่ประชุมชลประทานโลกครั้งที่ 2 และได้รับรางวัล WatSave Awards ในปี 2559 นำไปสู่เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของไทยและของโลก โดยแนวทางการส่งเสริมการทำนาเปียกสลับแห้งเป็นการประหยัดน้ำและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามนโยบาย ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่นำแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจ BCG มาใช้เป็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตร

ทั้งนี้ ได้นำเอาความรู้และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มกับทรัพยากรชีวภาพและผลผลิตทางการเกษตรหรือที่เรียกว่า “ทำน้อย แต่ได้มาก” ทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งยังสามารถลดการใช้น้ำ ลดต้นทุนการผลิต สร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้แก่เกษตรกรอีกด้วย

‘ธรรมนัส’ลุยIGNITEไทย มุ่งสู่ศูนย์กลางเกษตร-อาหารโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808811

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อน IGNITE THAILAND
“จุดประกายเกษตรไทย สู่ศูนย์กลางสินค้าเกษตรและอาหารของโลก” พร้อมปาฐกถาพิเศษ “ขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเกษตรและอาหารของโลก” ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ว่า สำหรับวิสัยทัศน์การเป็นศูนย์กลางการเกษตรและอาหารของโลก (Agriculture and Food Hub) แน่นอนว่าประเทศไทยมีศักยภาพ โดยรัฐบาลมีเป้าหมาย 2 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ เป้าหมายด้านการเกษตร และเป้าหมายด้านอาหาร

สำหรับเป้าหมายภาคการเกษตร มีเป้าหมาย คือรายได้สุทธิ 3 เท่า ใน 4 ปี ซึ่งจากผลสำเร็จสินค้าเกษตรที่ราคาดี ไม่ว่าจะเป็นยางพารา และข้าว เกิดจากการทำเกษตรแม่นยำ นำเทคโนโลยีมาใช้ การใช้พันธุ์พืชที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากงานวิจัย รวมถึงแหล่งน้ำที่ต้องมีพื้นที่ชลประทานมากขึ้น ระบบบริหารจัดการน้ำที่ดี แก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งมีการบริหารระบบตลาดสินค้าเกษตรอย่างครบวงจร มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตรที่เหมาะสม และแก้ปัญหา PM2.5 ที่เกิดจากภาคการเกษตร

ขณะที่ เป้าหมายด้านอาหาร ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ มีวัตถุดิบสินค้าการเกษตรที่ดีมากมายเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ มีอาหารที่มีชื่อประเทศเป็นชื่อ “ผัดไทย” มี Story ที่จะยกระดับได้อีกมากมายหลายชนิด และนอกจากอาหารทั่วไปแล้ว ประเทศไทยยังสามารถสร้าง “ตลาดใหม่” ผ่านนวัตกรรมด้านอาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารทางการแพทย์ อาหาร Plant-based อุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่อง จึงเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีความพร้อมในศักยภาพอย่างเต็มที่สมดังคำกล่าว “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” และเป้าหมายที่สำคัญนั่นคือ “ในกระเป๋าต้องมีเงิน”

สำหรับการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเกษตรและอาหารของโลก กระทรวงเกษตรฯ มีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายด้วย 9 นโยบายสำคัญ ส่วนการจุดประกายให้ประเทศไทยเป็น Hub การเกษตรและอาหารของโลกจำเป็นต้องยกระดับการขับเคลื่อนทั้งในด้านการผลิต และการตลาด ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกระทรวงเกษตรฯ คือด้านการผลิต (Supply-side) ต้องขับเคลื่อนกลไกสำคัญ (Engine) ซึ่งเป็นหัวใจของภาคการผลิต คือ 1.การยกระดับสินค้าเกษตร และ 2. มาตรการเสริมแกร่งให้กับเกษตรกรและคนในภาคการเกษตร

สำหรับการยกระดับสินค้าเกษตรสู่การเพิ่มรายได้ สามารถแบ่งกลุ่มสินค้าเป้าหมายหลักๆ ได้เป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มสินค้าเกษตรที่มีการผลิตมากกว่าความต้องการของตลาด และกลุ่มสินค้าเกษตรที่ผลิตน้อยกว่าความต้องการ ขณะที่มาตรการเสริมแกร่งให้กับเกษตรกร เช่น มาตรการการวางระบบสวัสดิการที่เหมาะสมหรือแนวทางการยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นระบบประกันภัยภาคการผลิต การสนับสนุนปัจจัยการผลิต การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร เป็นต้น

รมว.เกษตรฯสั่งการ ตั้งศูนย์บัญชาการฯ รุดสำรวจ-ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำเค็ม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808812

รมว.เกษตรฯสั่งการ  ตั้งศูนย์บัญชาการฯ  รุดสำรวจ-ช่วยเหลือ  ผู้ประสบภัยน้ำเค็ม

รมว.เกษตรฯสั่งการ ตั้งศูนย์บัญชาการฯ รุดสำรวจ-ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำเค็ม

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ช่วยเหลือ : ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่แก้ปัญหาน้ำเค็มรุกคลองประเวศบุรีรมย์ บริเวณสถานีสูบน้ำท่าถั่ว และสถานีสูบน้ำพระยาวิสูตร จ.ฉะเชิงเทรา โดยสั่งให้ตั้งศูนย์บัญชาการกระทรวงเกษตรฯแก้ปัญหาน้ำเค็ม บูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการแก้ปัญหาน้ำเค็มรุกคลองประเวศบุรีรมย์ บริเวณสถานีสูบน้ำท่าถั่ว และสถานีสูบน้ำพระยาวิสูตร จ.ฉะเชิงเทรา โดย ร.อ.ธรรมนัส สั่งการ

ให้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเค็มในคลองประเวศบุรีรมย์ เป็นกรณีฉุกเฉิน โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัด เพื่อการแก้ปัญหาอย่างทั่วถึงและตรงจุด ซึ่งปัจจุบันกรมชลประทาน ได้แก้ปัญหาดังกล่าวโดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำตามจุดต่างๆ เพื่อเร่งระบายน้ำเค็มออกจากคลองประเวศฯ และคลองสาขาออกสู่แม่น้ำบางปะกงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้ลำเลียงน้ำจากพื้นที่ตอนบนมาช่วยเจือจางน้ำเค็มอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบหมายทุกหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ เร่งสำรวจความเสียหายของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบทั้งด้านพืช
และด้านประมง เพื่อการช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรให้รอดพ้นจากวิกฤตในครั้งนี้โดยเร็วที่สุด อีกทั้งให้มีการระดมรถบรรทุกน้ำสำหรับแจกจ่ายน้ำอุปโภค-บริโภค เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากระบบประปาหมู่บ้านที่ไม่สามารถสูบน้ำจากคลองมาผลิตน้ำประปาได้ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รวมถึงเตรียมวางแผนแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

หม่อนไหมรับรองพันธุ์‘ศรีสะเกษ72’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808808

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาพันธุ์ไหมไทยพื้นบ้านชนิดลูกผสมเดี่ยว ตั้งแต่ปี 2549 โดยรวบรวมสายพันธุ์ไหมไทยพื้นบ้านจากเกษตรกรใน จ.ศรีสะเกษ ใช้เวลา 2 ปี (2550-2551) ในการคัดเลือกพันธุ์จนได้พันธุ์แท้ที่มีลักษณะสม่ำเสมอ กระทั่งปี 2552 จึงนำไหมไทยพื้นบ้านที่คัดเลือกพันธุ์ได้ มาผสมพันธุ์เพื่อสร้างไหมพันธุ์ใหม่ และทำการเปรียบเทียบพันธุ์ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ พื้นที่ต่างๆ ได้แก่ จ.ศรีสะเกษ, แพร่, น่าน, ตาก, เชียงใหม่, อุบลราชธานี, ร้อยเอ็ด, มุกดาหาร, ชุมพร, สุรินทร์ และนครราชสีมา จากนั้นได้มีการทดสอบพันธุ์ในภาคการเกษตร (Farmer test) ใน จ.พิษณุโลก, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, กำแพงเพชร, ศรีสะเกษ, ร้อยเอ็ด, มุกดาหาร และชุมพรจึงได้ไหมไทยพื้นบ้าน “ทับทิมสยาม 06 x วนาสวรรค์”

ในปี 2560 นำไหมไทยพื้นบ้าน“ทับทิมสยาม 06 x วนาสวรรค์”มาเลี้ยงทดสอบการผลิตกระดาษใยไหมหรือแผ่นใยไหมประเมินความพึงพอใจของเกษตรกรที่ผลิตแผ่นใยไหม พบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจ ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาพันธุ์หม่อนไหม ครั้งที่ 1/2567 จึงมีมติเห็นชอบให้รับรองพันธุ์ไหมไทยพื้นบ้าน “ทับทิมสยาม 06 x วนาสวรรค์” เป็นพันธุ์ไหมแนะนำ โดยใช้ชื่อ “พันธุ์ศรีสะเกษ 72” ชื่อภาษาอังกฤษ คือ Si Sa Ket 72 และมีชื่อย่อคือ ทับทิมวนา คุณสมบัติเด่นของไหมพันธุ์ศรีสะเกษ 72 คือเป็นพันธุ์ที่แข็งแรง เลี้ยงง่าย ไหมมีความแข็งแรง เลี้ยงง่าย โดยมีการฟักออกสูงถึง ร้อยละ 95.80 การเข้าทำรังร้อยละ 97.27 ดักแด้สมบูรณ์ ร้อยละ 90.07 ให้ผลผลิตรังไหมและเส้นไหมมีสีเหลืองเข้ม และเมื่อนำมาผลิตเป็นแผ่นใยไหมจะได้แผ่นใยไหมมีความละเอียด เงางาม สีเหลืองเข้ม และเส้นใยมีความสม่ำเสมอ โดยกรมหม่อนไหมสามารถผลิตไข่ไหมพันธุ์ศรีสะเกษ 72 มากว่าปีละ 30,000 แผ่น

กรมการข้าว บวงสรวงแม่โพสพ เสริมสิริมงคล วันข้าวและชาวนาฯ 67

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808648

กรมการข้าว บวงสรวงแม่โพสพ เสริมสิริมงคล วันข้าวและชาวนาฯ 67

กรมการข้าว บวงสรวงแม่โพสพ เสริมสิริมงคล วันข้าวและชาวนาฯ 67

วันพุธ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 10.31 น.

วันที่ 5 มิถุนายน 2567 เวลา 7.09 น. นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมการข้าว และผู้แทนเกษตรกรชาวนา ร่วมทำบุญพิธีบวงสรวงบูชาแม่โพสพ เทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2567 เพื่อเป็นการสร้างสิริมงคล รำลึกถึงความสำคัญของข้าว ประกอบด้วยการไหว้ศาลพระภูมิ เจ้าที่ แม่โพสพ ก่อนเข้าสู่พิธีสงฆ์เพื่ออาราธนาศีล รับศีล สมาทานศีล และถวายจตุปัจจัย เครื่องไทยธรรม แด่พระสงฆ์จำนวน 9 รูป จากวัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม จากนั้น อธิบดีกรมการข้าวจึงนำคณะบุคลากรกรมการข้าวร่วมถวายสังฆทาน พระจำนวน 9 รูป โดยมีพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เป็นเจ้าพิธีกรรม ณ บริเวณลานหน้ากรมการข้าว 

สำหรับการจัดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2567 จัดขึ้นในวันที่ 4 – 6 มิถุนายน 2565 ณ Hall 5-6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี  เพื่อให้ประชาชนได้รำลึกถึงความสำคัญของข้าว ในฐานะพืชที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยมาอย่างยาวนาน และเผยแพร่องค์ความรู้เทคโนโลยีการผลิตข้าวครบวงจร ตลอดจนสร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวนา และยุวชนชาวนา ที่จะเป็นผู้สืบทอดการปลูกข้าวต่อไปในอนาคต

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ เสด็จฯทรงร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสพระราชทาน ดร.วรดิศ ดิศกุล ณ อยุธยา – ศ.ดร.หวงหยู้อิง เจิ้ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808777

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ เสด็จฯทรงร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสพระราชทาน  ดร.วรดิศ ดิศกุล ณ อยุธยา - ศ.ดร.หวงหยู้อิง เจิ้ง

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ เสด็จฯทรงร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสพระราชทาน ดร.วรดิศ ดิศกุล ณ อยุธยา – ศ.ดร.หวงหยู้อิง เจิ้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงฉายพระรูปร่วมกับบ่าว-สาว และครอบครัว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมประกอบพิธีสมรสพระราชทานระหว่าง ดร.วรดิศ ดิศกุล ณ อยุธยา บุตร ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ฯ-อัมพรดิศกุล ณ อยุธยา กับ ศ.ดร.หวงหยู้อิง เจิ้ง บุตรี ศ.เสี่ยวตง เจิ้ง-ศ.เหม่จื้อ หวง ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ทรงพระกรุณาเสด็จทรงร่วมงานเลี้ยงฉลองสมรสพระราชทานเป็นการส่วนพระองค์ ภายในงานมีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานคับคั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาองคมนตรี, อาทิ ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัยประธานวุฒิสภา, ศ.กิตติคุณ วิษณุ เครืองามตลอดจนเครือญาติราชสกุลดิศกุล อาทิ ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์, ม.ร.ว.
พันธุ์ดิศ ดิศกุล, ม.ร.ว.พิศวาส นาควานิช,จันทนี-พล.อ.ท.ม.ร.ว.ประเสริฐศักดิ์ สุขสวัสดิ์, พล.ท.จเรศักณิ์-พล.ต.หญิง มนัสสวาสดิ์ อานุภาพและ พล.อ.ม.ล.กุลชาติ ดิศกุล ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ถ.เจริญกรุง เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2567

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี นำดื่มถวายพระพร

เจ้าบ่าว ดร.วรดิศ ดิศกุล ณ อยุธยา เป็นบุตรชายคนเดียวของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุลอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เชียงใหม่ และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กับ อัมพร ดิศกุล ณ อยุธยา และเป็นหลานสืบตระกูลคนเดียวของคุณปู่ อดีตเอกอัครราชทูต และเสรีไทยในสงครามโลกครั้งที่ 2 ม.ร.ว.สังขดิศ ดิศกุลหลานชายใหญ่ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ต้นราชสกุลดิศกุล และเจ้าสาว คือ ศ.ดร.หวงหยู้อิง เจิ้ง ดิศกุล ณ อยุธยา บุตรีของ ศ.เสี่ยวตง เจิ้ง ศาสตราจารย์ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ กับ ศ.เหม่จื้อ หวง อธิการบดีมหาวิทยาลัยที่นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยคู่บ่าว-สาวได้พบกันครั้งแรกตอนศึกษาในระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และจากจุดเริ่มต้นที่ได้พบกันในวันนั้น ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีมีความจริงใจต่อกันและกัน กระทั่งกลับกลายเป็นความรัก และตัดสินใจขออนุญาตบุพการีของทั้งสองฝ่ายสร้างชีวิตคู่และครอบครัวใหม่ของประเทศไทย มีผู้กล่าวให้กำลังใจคู่สมรสว่าถือเป็นเรื่องที่แสนดีงาม ที่ลูกหลานผู้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้านายชั้นสูงของไทยตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวนักวิชาการของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน อันจะก่อให้เกิดผลดีต่อสายสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง

คู่บ่าว-สาว ดร.วรดิศ ดิศกุล ณ อยุธยา-ศ.ดร.หวงหยู้อิง เจิ้ง ดิศกุล ณ อยุธยา ทูลเกล้าถวายเค้กมงคล

ดร.วรดิศ ดิศกุล ณ อยุธยา เป็นทายาทสายตรงชั้นโหลน ที่จะสืบทอดดำรงรักษาวังวรดิศ ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สืบไปในวันข้างหน้า โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.หวงหยู้อิง เจิ้ง ดิศกุล ณ อยุธยา อีกทั้งทายาทสืบตระกูลในอนาคตจะได้ร่วมกันสืบสาน ดำรงรักษาปณิธานของม.ร.ว.สังขดิศ ดิศกุล ผู้เป็นปู่ และ ม.ล.ปนัดดาดิศกุล ผู้เป็นพ่อ ในการดำรงรักษาพิพิธภัณฑ์วังวรดิศ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมแก่ลูกหลานเยาวชนครูอาจารย์ อีกทั้งการฝึกอบรมหลักสูตรการเป็นคนไทยที่ดีตามรอยพระยุคลบาทให้กับข้าราชการใหม่จากหลายส่วนราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ไปร่วมในงานเลี้ยงฉลองสมรสพระราชทาน ระหว่างศ.ดร.หวงหยู้อิง เจิ้ง ดิศกุล ณ อยุธยา บุตรี ศ.เสี่ยวตง เจิ้ง-ศ.เหม่จื้อ หวง กับ ดร.วรดิศ ดิศกุลณ อยุธยา บุตร ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล-อัมพร ดิศกุล ณ อยุธยา โดยมี พล.ท.วชิรทิตย์ ยี่สาคร ร่วมงานด้วย

ทั้งนี้ งานเลี้ยงฉลองสมรสพระราชทานระหว่าง ดร.วรดิศ ดิศกุล ณ อยุธยา และ ศ.ดร.หวงหยู้อิง เจิ้ง ทางเจ้าภาพงดรับของขวัญแต่ได้เชิญชวนผู้ร่วมงานร่วมบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิศรีสวางควัฒน ในพระอุปถัมภ์ฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสทั่วประเทศ โดยมีผู้ร่วมบริจาค เป็นเงิน 1,088,517 บาท

ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์, ม.ร.ว.พิศวาส นาควานิช, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์, ม.ร.ว.พิศวาส นาควานิช, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย

พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย

ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ ร่วมยินดีกับคุณพ่อคุณแม่
เจ้าสาว ศ.เสี่ยวตง เจิ้ง-ศ.เหม่จื้อ หวง

ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ ร่วมยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ เจ้าสาว ศ.เสี่ยวตง เจิ้ง-ศ.เหม่จื้อ หวง

ดร.วัลลภ สุวรรณดี อธิการบดี
ม.เกษมบัณฑิต

ดร.วัลลภ สุวรรณดี อธิการบดี ม.เกษมบัณฑิต

ทพ.พิทักษ์ และลูกชาย นดล
ไชยเจริญ

ทพ.พิทักษ์ และลูกชาย นดล ไชยเจริญ

ศ.กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม

ศ.กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม

อรุโณชา ภาณุพันธุ์, เพชรพริ้ง สารสิน และ
ระย้า อิสริยยศวดี ร่วมยินดีกับบ่าว-สาว

อรุโณชา ภาณุพันธุ์, เพชรพริ้ง สารสิน และ ระย้า อิสริยยศวดี ร่วมยินดีกับบ่าว-สาว

ผาณิต พูนศิริวงศ์, พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์,
สุภาลักษณ์ ตั้งจิตต์ศีล, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง และ ผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ

ผาณิต พูนศิริวงศ์, พิกุลแก้ว ไกรฤกษ์, สุภาลักษณ์ ตั้งจิตต์ศีล, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง และ ผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, ดร.ฐานิสร์ วัชโรทัย, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ เพ็ญพักตร์ ศรีทอง

กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, ดร.ฐานิสร์ วัชโรทัย, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ เพ็ญพักตร์ ศรีทอง

คุณพ่อเจ้าบ่าว ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล
ต้อนรับ สายสม วงศาสุลักษณ์ และ ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร

คุณพ่อเจ้าบ่าว ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ต้อนรับ สายสม วงศาสุลักษณ์ และ ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร

Jeffrey Cook-ฉฎาภา สนิทวงศ์ฯ และ Hagin Pirksen-วันเพ็ญ ศักดาทร

Jeffrey Cook-ฉฎาภา สนิทวงศ์ฯ และ Hagin Pirksen-วันเพ็ญ ศักดาทร

ศ.นพ.รัชตะ-ศ.คลินิก พญ.ณัฎฐา รัชตะนาวิน

ศ.นพ.รัชตะ-ศ.คลินิก พญ.ณัฎฐา รัชตะนาวิน

บัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตรองนายกรัฐมนตรี, วัชระ กรรณิการ์, ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร

บัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตรองนายกรัฐมนตรี, วัชระ กรรณิการ์, ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร

พล.อ.นพ.ชูฉัตร กำภูฯ และ พล.อ.ท.ม.ร.ว.
ประเสริฐศักดิ์ สุขสวัสดิ์

พล.อ.นพ.ชูฉัตร กำภูฯ และ พล.อ.ท.ม.ร.ว. ประเสริฐศักดิ์ สุขสวัสดิ์

6.tif
ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์ มาพร้อมลูกสาว
ฉัตรเบญจา นันทาภิวัฒน์ และ สุชาดา ยุวบูรณ์ มาพร้อมลูกชาย อรุษ นวราช

6.tif ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์ มาพร้อมลูกสาว ฉัตรเบญจา นันทาภิวัฒน์ และ สุชาดา ยุวบูรณ์ มาพร้อมลูกชาย อรุษ นวราช

ม.ร.ว.พันธุ์ดิศ ดิศกุล, ม.ร.ว.พิศวาส นาควานิช, จันทนี-
พล.อ.ท.ม.ร.ว.ประเสริฐศักดิ์ สุขสวัสดิ์, พล.ท.จเรศักณิ์-พล.ต.หญิง มนัสสวาสดิ์ อานุภาพ และ พล.อ.ม.ล.กุลชาติ ดิศกุล

ม.ร.ว.พันธุ์ดิศ ดิศกุล, ม.ร.ว.พิศวาส นาควานิช, จันทนี- พล.อ.ท.ม.ร.ว.ประเสริฐศักดิ์ สุขสวัสดิ์, พล.ท.จเรศักณิ์-พล.ต.หญิง มนัสสวาสดิ์ อานุภาพ และ พล.อ.ม.ล.กุลชาติ ดิศกุล

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา, ผาณิต พูนศิริวงศ์, พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช และ ณัชฐานันท์ รูปขจร ที่ปรึกษาประธานวุฒิสภา ร่วมยินดี

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา, ผาณิต พูนศิริวงศ์, พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช และ ณัชฐานันท์ รูปขจร ที่ปรึกษาประธานวุฒิสภา ร่วมยินดี

ประยูร เหล่าสายเชื้อ, ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา, จเด็จ อินสว่าง,
นฤมล ล้อมทอง และ มลสุดา ชำนิประศาสน์

ประยูร เหล่าสายเชื้อ, ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา, จเด็จ อินสว่าง, นฤมล ล้อมทอง และ มลสุดา ชำนิประศาสน์

คุณแหน : 6 มิถุนายน 2567

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808780

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

●● เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และมูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ในพระราชูปถัมภ์ฯจะจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ในวันจันทร์ที่1 กรกฎาคม ณ พระอุโบสถวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม โดยมี ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ เป็นประธานจัดงาน..

●● สวัสดิ์ แสงสุรศักดิ์ คหบดีใจบุญของจังหวัดระยอง อายุกว่า 90 ปี ติดโควิดอยู่โรงพยาบาลกรุงเทพระยอง มี สุวรรณา บุตรสาว ดูแลใกล้ชิด
ญาติมิตรดีใจที่จะกลับบ้านได้แล้ว…

●● ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิศรีอยุธยา และ ดร.เสาวภาคย์ ถนอมศักดิ์กุล นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์ฯ แถลงข่าวการจัดงาน “เดิน-วิ่ง การกุศล Run For Lunch #2 วิ่งเพื่อน้องกองทุนอาหารกลางวัน” 6 มิ.ย.13.30 น. ที่หอประชุมเพชรรัตน์ รร.ศรีอยุธยา เพื่อหารายได้สำหรับทุนอาหารกลางวันและทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์พร้อมนำไปพัฒนาทักษะของนักเรียนผ่านกิจกรรมการศึกษาในวันที่ 7 ก.ค. 05.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ..

●●พอกเกตบุ๊ก “14 ตุลาคม 2516 มิติใหม่ของประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทย” เรียบเรียงโดย ชัยวัฒน์ สุรวิชัย ราคาเล่มละ 250 บาท..

●● พรทิพย์ แฝงยงค์ ทำบุญวันเกิด 31 พ.ค.หลายวัน รวมทั้งนิมนต์ พระอาจารย์ธาตุ อธิปัญโญ จากวัดเทพประทาน(อธิพร) จันทบุรี มาบวงสรวง แบบจัดเต็มเช่นทุกปี ที่บ้านสัตหีบ งานนี้มีเฉพาะคนรู้ใจ ใกล้ตัวร่วมงาน อาทิ พลเรือตรีอุทาน คล้ายภูผึ้ง เพชรไพลิน-พลอยไพลิน เบอร์นิบ..

●● เสน่ห์เฉพาะตัวของ ศลิษา ภิรมย์รัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย (กรมโยธาธิการ) มีทักษะพิเศษในการนำสนทนาอย่างสนุกสนาน เป็นที่ชื่นชมของญาติมิตร..

●● สวด ศรีวรรณา วิริยะพันธุ์ มารดา ภาคภูมิ วิริยะพันธุ์ ศาลาภาณุรังษี (ศาลา 9) วัดเทพศิรินทราวาส 4-10 มิ.ย.18.30 น..

●● หนังสือพิมพ์แนวหน้าฉบับวันนี้ 6 มิ.ย. หน้า 14 เชิญชมภาพข่าวงานฉลองสมรสพระราชทานระหว่าง ดร.วรดิศ ดิศกุล กับ ศ.ดร.หวงหยู้อิง เจิ้ง..

●● ชอบชีวิต Slow Life แบบไม่ต้องแพ็กกระเป๋าเวลาเดินทางเปลี่ยนประเทศให้เหน็ดเหนื่อย นพ.วีระชัย-ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง มีความสุขอยู่บนเรือสำราญ Diamond Princess 10 วัน รอบเกาะ Hokkaido Tokyo นับเป็นครุยส์ทางเรือครั้งที่ 50 กว่าแล้วล่ะมั้งคะเพราะชอบมาก
..●●

น้อง