ปลัด มท.ปฐมนิเทศ 10 นิสิต-นักศึกษารัฐศาสตร์ ฝึกงานสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808481

ปลัด มท.ปฐมนิเทศ 10 นิสิต-นักศึกษารัฐศาสตร์ ฝึกงานสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

ปลัด มท.ปฐมนิเทศ 10 นิสิต-นักศึกษารัฐศาสตร์ ฝึกงานสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 15.00 น.

ปลัด มท.ปฐมนิเทศ 10 นิสิต-นักศึกษารัฐศาสตร์ ฝึกงานสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำ มี “Creative Thinking” คิดสร้างสรรค์เพื่อ Change for Good เรียนรู้หลักการครองตน ครองคน ครองงาน บูรณาการการทำงานเป็นทีม ขับเคลื่อนองค์กรแห่งการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข เพื่อประชาชนอย่างยั่งยืน

วันนี้ (4 มิ.ย. 67) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุม War Room อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานปฐมนิเทศนิสิตและนักศึกษาผู้เข้ารับงานฝึกงานสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายราชันย์ ซุ้นหั้ว รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายประสพโชค อยู่สำราญ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย นายดำรงศักดิ์ ยอดทองดี ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ นายมรกต ศรีตูมแก้ว รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองกลาง นางจริยา ชุมพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักนโยบายและแผน ผู้อำนวยการกลุ่มงานหน่วยงานระดับสำนัก/กองในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวน 10 คน ร่วมรับฟัง

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญในการสร้างเสริมประสบการณ์และส่งเสริมโอกาสให้กับนิสิตนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะการทำงานให้ผู้เข้ารับการฝึกงานได้รับเทคนิคการทำงานควบคู่องค์ความรู้ทางวิชาการ กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะวิธีคิด วิธีทำงานในลักษณะการบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้น้อง ๆ นิสิตนักศึกษาได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานภายหลังจากสำเร็จการศึกษาไปเป็นบัณฑิต ซึ่งไม่ว่าจะไปทำงานในภาคราชการ คือ กระทรวง กรม องค์กรอิสระ องค์กรของรัฐประเภทต่าง ๆ หรือในภาคเอกชน คือ บริษัท ห้าง ร้าน ทุกส่วนก็ล้วนแต่มีระบบการทำงาน และมีรูปแบบการทำงานที่ต้องยึดโยงกับระบบราชการ เพราะงานราชการจะต้องเชื่อมโยงเชื่อมต่อการทำงานกับทุกภาคส่วน

“ดังนั้นเรื่องที่สำคัญที่ถือเป็นเทคนิคในเบื้องต้นของการทำงานทั้งราชการและเอกชน นั่นคือ “การเขียนหนังสือราชการ” สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยจึงได้มอบหมายให้กองการเจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดพิมพ์ “หนังสือการเขียนหนังสือติดต่อราชการและธุรกิจ” โดยขอความอนุเคราะห์ลิขสิทธิ์ของท่านอาจารย์ประวีณ ณ นคร เลขาธิการ ก.พ. คนที่ 3 เพื่อเป็น “คู่มือเล่มแรก” หรือ “ตำราเล่มแรก” สำหรับข้าราชการบรรจุใหม่ และนิสิตนักศึกษาที่ฝึกงานสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะการทำงานทุกคนต้องมีแบบแผนที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากผู้มีความรู้และประสบการณ์การทำงาน เพราะไม่ว่าจะงานราชการหรือเอกชน จะทำหน้าที่อะไร อาชีพอะไร เราต้องรู้จักหลักในการเขียนหนังสือเพื่อติดต่อราชการ ให้สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน ครบถ้วน กระชับ ได้ใจความ แต่ไม่ว่าหนังสือจะดีอย่างไร ภูมิปัญญาของผู้ที่ผ่านประสบการณ์ หรือผู้เชี่ยวชาญจะมีมากแค่ไหน ก็จะไม่เกิดประโยชน์ถ้าพวกเราไม่มี “หัวใจนักปราชญ์” อันประกอบด้วย “สุ จิ ปุ ลิ” โดย “สุ” ย่อมาจาก สุตะ คือ การฟัง ฟังในที่นี้คือการรับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนร่วมงานจากหัวหน้างานจากผู้บริหารว่ามีแนวทางในการทำงานอย่างไรมีนโยบายเป็นอย่างไร “จิ” ย่อมาจาก จินตะ คือ การคิด ซึ่งเราควรมีความคิดริเริ่มเมื่อเราได้ฟังมาแล้วว่าเรามีความคิดที่จะทำสิ่งใดบ้างมีความคิดริเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดที่จะก่อให้เกิดสิ่งที่ดีเกิดขึ้น “ปุ” ย่อมาจาก ปุจฉา คือ การถาม เพื่อคลายข้อสงสัย หรือถ้าไม่ต้องการถามเราก็สามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้จากหนังสือหรือสื่อต่าง ๆ และ “ลิ” ย่อมาจาก ลิขิต คือ การเขียน อันมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง การอ่าน การฟัง การคิด จะทำให้เกิดการทบทวน ทำให้เกิด “ความรู้” แต่ความรู้หรือทฤษฎี (Theory) จะถูกแปรเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติได้ เราต้องมีการฝึกฝน (Practice) ตัวเอง ด้วยการทดลองทำ ทดลองเขียน ด้วยความอดทน ทุ่มเทในการพัฒนาตนเอง ประการถัดมาที่เป็นหัวใจดวงที่ 2 ของการฝึกงาน นั่นคือ การมีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน (Connection) ทั้งระหว่างเพื่อนร่วมงานที่มาฝึกงานด้วยกัน ระหว่างหัวหน้างานกับตัวเรา และระหว่างเรากับพี่ ๆ ในที่ทำงาน หรือหน่วยงานที่เราได้รับมอบหมายให้ประสานงานระหว่างการฝึกงาน โดยเฉพาะกับพี่ ๆ ที่เราได้ไปฝึกงานด้วยนอกจากจะทำให้เรามีความรู้จากระเบียบ กฎหมายแล้ว ยังจะทำให้เราได้รับ “เคล็ดวิชา” ที่แต่ละท่านได้รับการฝึกฝนแตกต่างกันไป แต่เราในฐานะเด็กฝึกงานก็จะได้รับเคล็ดลับวิชาแบบ fast track จากพี่ ๆ ควบคู่กับความเมตตา ความสนิทสนมกับพี่ ๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานอนาคตต่อไป” นายสุทธิพงษ์ กล่าวในช่วงต้น

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่ออีกว่า ในการทำงาน เรามีลูกพี่ มีลูกน้อง มีเพื่อนร่วมงาน แต่สิ่งที่ขอให้นิสิตนักศึกษาได้พึงระลึกและปฏิบัติอยู่เสมอ ตั้งแต่เป็นเด็กฝึกงานจนกระทั่งไปเป็นข้าราชการ หรือพนักงานเอกชน ภายหลังจบการศึกษา นั่นคือ “หน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดี” ด้วยการทำให้ผู้บังคับบัญชาทำให้สิ่งที่ดีที่เราอยากให้ทำ  และในแต่ละวัน แต่ละเวลานั้น เราทุกคนมีโอกาสเท่ากัน ถ้าเรามีความรักองค์กร มีความรักหมู่คณะ เราต้องไม่หายใจทิ้งไปวัน ๆ แต่ต้องใช้ทุกโอกาส ทุกเวลา นาที ในการหมั่นศึกษา เรียนรู้ คิดที่จะ Change for Good ด้วย Creative thinking คิดสร้างสรรค์ตลอดเวลา และใช้วิธีการในการแสดงความคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะ ถ่ายทอด แลกเปลี่ยนแนวความคิด องค์ความรู้กับเพื่อนร่วมงานที่มีความแตกต่างหลากหลายความคิด หลากหลายประสบการณ์ หลากหลายช่วงวัย ด้วยวิธีการที่แนบเนียน เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุดต่องานของเรา ต่อองค์กรของเรา เพื่อให้เกิด “การทำงานเป็นทีม” เหมือนแขนงไม้ไผ่มัดรวมกัน (Participation + Open mind) ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “การทำประโยชน์ร่วมกัน” โดยต้องตระหนักเสมอว่า ความรู้ความสามารถของคนคนเดียวจะสู้คนจากหลายหน่วยมารวมกันเป็นแขนงไม้ไผ่ไม่ได้ เพื่อช่วยกันเข็นครกขึ้นภูเขา ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ (impossible) ให้เป็นสิ่งที่ทำได้ I’m Possible เวลามีธุระปรักปรำ หรือมีงานการที่จำเป็นต้องขอรับการสนับสนุนในทุกที่ ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ไม่ว่าเราไปที่ไหนก็มีแต่เพื่อนฝูง พี่น้อง ที่พร้อมให้การสนับสนุน (Support) ดังนั้น การมาฝึกงานที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่สำคัญที่นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้ง 10 คนจะต้องทำความรู้จักกัน ต้องรักกัน มีการแลกเปลี่ยนวิธีคิด วัฒนธรรมการทำงาน การเรียนรู้ (Cross culture) ร่วมกัน ทั้งนี้ ในการฝึกงานที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นนี้ หรือแม้แต่การทำงานในอนาคต ถ้าเราไปเจอเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชาที่ดี เราก็จะได้เป็นคนที่ดี มีความสามารถเหมือนกับเขา แต่ถ้าเราไปเจอผู้บังคับบัญชาหรือเพื่อนร่วมงานที่มีพฤติกรรมไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง เช่น มัวเมาลุ่มหลงในอบายมุข ดื่มสุรายาเมาเป็นนิจศีลจนเป็นนิสัยเป็นวิถีชีวิต เราก็ต้องหนีห่าง อย่างมืออาชีพ เพราะสุภาษิตไทยสอนไว้แล้วว่า “คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล” เราสามารถคบพวกเขาได้ ทำงานด้วยได้ แต่ไม่ใกล้ชิดจนกลายเป็นเนื้อเดียวกับเขา และถ้าเรามีโอกาสในการสนับสนุนคนดีให้ได้เลื่อนระดับ หรือให้ได้รับความไว้วางใจในการทำงาน ขอให้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี วันที่ 11 ธันวาคม 2512 ใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า “….ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้…” มาเป็นหลักชัยในการทำงาน

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งของชีวิตการทำงานของคนทุกคน มันเป็นเหมือนกับเนื้อเพลง “ต้องสู้จึงจะชนะ” ที่ว่า …สามสิบลิขิตฟ้า เจ็ดสิบต้องฝ่าฟัน ต้อง “สู้” ต้องสู้จึงจะ ชนะ… เราจึงต้องไม่ตกอยู่ในความประมาท เพราะจะมีสิ่งเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นได้ ด้วยการมีสติ ไม่ประมาท ใช้ชีวิตแบบมีหลักการ มีคุณธรรม ไม่ไปเลียนแบบหรือทำตามสิ่งที่ไม่ดีให้กับชีวิต เราจึงจะสามารถ “ครองตน” ได้ดี ในส่วนของการ “ครองงาน” เราสามารถคิดริเริ่มให้งานมีมาตรฐาน ประสบความสำเร็จ เพื่อให้เกิดการพัฒนางาน แต่จะทำให้สำเร็จได้ “ใจต้องมาก่อน” และต้องมีจิตอาสา มีทัศนคติที่ดี มีความอยากที่จะช่วยปรับปรุงองค์กร ปรับปรุงงาน ช่วยค้นหาปัญหาและเสนอแนะแนวทางในการพัฒนางาน เป็น Change Agent ที่ไม่นิ่งดูดายที่จะแก้ไขและพัฒนาให้งานและองค์กรดีขึ้น ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเพียรพยายามกระตุ้นเตือนให้คนในสังคมตระหนักและให้ความสำคัญ ดังโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” และในเรื่องการ “ครองคน” เมื่อเราเป็นเด็ก เราต้องมีสัมมาคารวะ มีวิธีการในการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานที่มีหลากหลายช่วงวัย หลากหลายประสบการณ์ มีมารยาทที่ดี มีกาลเทศะ มีอัธยาศัยดีงาม มีน้ำจิตน้ำใจ เพื่อความสมบูรณ์ของชีวิตในการเป็นที่รัก “หัวใจสำคัญที่สุดของความสำเร็จหรือความล้มเหลวอยู่ที่คน” ความสำเร็จต้องเกิดจากคนมีทัศนคติ (Attitude) ที่เป็นบวก และอุดมการณ์ (Passion) ที่ดี ตามมาด้วยองค์ความรู้ (Knowledge) และความสามารถ (Ability) ที่เกิดจากคนหลายคนที่สามารถรวมทีมทำงานจนประสบความสำเร็จได้ ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่ “คน”ความสำเร็จต้องเกิดจากคนมีทัศนคติ (Attitude) ที่เป็นบวก และอุดมการณ์ (Passion) ที่ดี ตามมาด้วยองค์ความรู้ (Knowledge) และความสามารถ (Ability) ที่เกิดจากคนหลายคนที่สามารถรวมทีมทำงานจนประสบความสำเร็จได้ (Success = attitude × knowledge x ability) เราต้องอย่ารีรอ เราต้องอ่านหนังสือ ร้องเพลง ฟังเพลง เพื่อจรรโลง พัฒนาบุคลิกภาพ พัฒนาจิตใจ พัฒนา attitude รู้จักเข้าวัดทำบุญ สวดมนต์ไหว้พระ อ่านหนังสือวรรณกรรมเด็กเยาวชน เพื่อทำให้เราเป็นคนที่สมบูรณ์ เพื่อทำให้การฝึกงาน ณ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยตลอดห้วงเวลาที่กำหนดนี้ ทำให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ได้พัฒนาตนเองเพื่อสร้างคุณค่าให้กับประเทศไทย และภาคภูมิใจในความเป็นสมาชิกของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย การฝึกงานที่นี่จะทำให้ทุกคนได้ทั้งการทำงานและการทำบุญ เพราะกระทรวงมหาดไทยมีอายุยืนยาวนานมาถึง 132 ปี และขับเคลื่อนงานภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน เพื่อทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

“การฝึกงานของน้อง ๆ ทั้ง 10 คน นอกจากฝึกที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว ยังจะได้ไปเรียนรู้ประสบการณ์กรมในสังกัดอีกทั้ง 6 กรม คือ กรมการปกครอง กรมการพัฒนาชุมชน กรมที่ดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ 6 หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ คือ การประปาส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง องค์การตลาด และองค์การจัดการน้ำเสีย เพื่อทำให้น้อง ๆ รู้จักต้นไม้ของกระทรวงมหาดไทยอย่างละนิด อย่างละหน่อย อันจะทำให้เห็นป่าของกระทรวงมหาดไทย (MOI Forest) ที่มีภารกิจและอำนาจหน้าที่ครอบคลุมทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น เป็นกระทรวงหลักของฝ่ายพลเรือนในการทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนให้เกิดความผาสุกอย่างยั่งยืนสืบไป” นายสุทธิพงษ์ กล่าวในช่วงท้าย

– 006

ปลัด มท.เชิญเครื่องราชสักการะและพานพุ่มไปทูลเกล้าฯถวาย’สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/808480

ปลัด มท.เชิญเครื่องราชสักการะและพานพุ่มไปทูลเกล้าฯถวาย'สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี'

ปลัด มท.เชิญเครื่องราชสักการะและพานพุ่มไปทูลเกล้าฯถวาย’สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี’

วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.57 น.

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เชิญเครื่องราชสักการะและพานพุ่มไปทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567

วันนี้ (4 มิ.ย. 67) เวลา 07.30 น.ที่กองทัพภาคที่ 1 ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เชิญเครื่องราชสักการะและพานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน ไปทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2567 ที่บริเวณพลับพลาพิธี พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต โดยมี ผู้แทนส่วนราชการระดับกระทรวง ห้างร้าน และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมในพิธี โอกาสนี้ นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยด้านบริหาร นายพุทธพงษ์ สุริยะสิงห์ ผู้อำนวยการกองคลัง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นายมรกต ศรีตูมแก้ว รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธีด้วย

โอกาสนี้ พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง ได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เป็นผู้รับเครื่องราชสักการะ ประกอบด้วย ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน พานพุ่มทอง พานพุ่มเงิน และพานกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ จากนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้แทนส่วนราชการ ห้างร้าน และประชาชนทุกหมู่เหล่า เพื่อเชิญไปทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2567

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ด้วยพระราชปณิธานที่มุ่งมั่นในการสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ ปฏิบัติงานถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระวิริยอุตสาหะ และความจงรักภักดี ทั้งงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลากหลายสาขาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อาทิ การส่งเสริมการใช้ผ้าไทย การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้ และสิ่งแวดล้อม เป็นอาทิ แม้ในยามที่ประเทศไทยกำลังประสบสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้พระราชทานหน้ากากผ้า รวมถึงเวชภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วย และใช้ในการป้องกันตนเองจากการแพร่ระบาดของโรค นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงให้ความสำคัญในการส่งเสริมการดูแลเด็กไทยและเด็กทั่วโลก ซึ่งสะท้อนเป็นที่ประจักษ์ผ่านการเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการสัมมนา Child Protection Summit, Bangkok 2024 ณ องค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย ซึ่งพระราชกรณียกิจต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนนำมาซึ่งความปลื้มปีติ ความตื้นตัน และขวัญกำลังใจอันสูงยิ่งของพวกเราคนไทยทุกคน

“เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2567 ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ขอพระราชทานพระราชานุญาต ถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ตลอดจนพระเทวานุภาพแห่งพระสยามเทวาธิราช และพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ได้โปรดอภิบาลประทานชัยมงคลให้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เจริญด้วยจตุรพิธพรชัย ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน พระเกียรติคุณแผ่ไพศาลทั่วทิศานุทิศ สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าของปวงพสกนิกรชาวไทยตลอดกาลนิรันดร์” นายสุทธิพงษ์ กล่าวเน้นย้ำ

– 006

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2790504

"นวรัตน์ วิศวเวที" มอบเงินสมทบทุนมูลนิธิ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา

5 มิ.ย. 2567 04:57 น.

“นวรัตน์ วิศวเวที” มอบเงินสมทบทุนมูลนิธิ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา

@นวรัตน์ วิศวเวที มอบเงิน 100,000 บาท ให้ คุณหญิงเอื้อปรานี เจียรวนนท์ เพื่อสมทบทุนมูลนิธิ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา โดยมี คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, นพ.ปรีชา ศตวรรษธำรง และ ลลิสา จงบารมี มาร่วมในพิธีด้วย ที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีขายดีที่สุด จับตาเลือกกันเอง สว.รอบแรก ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 5 มิถุนายน 2567

  • ก็ถือเป็น ซากเผด็จการ คสช. จาก รัฐธรรมนูญ 2560 ฝีมือการร่างของ มีชัย ฤชุพันธุ์ ยังหลอกหลอนต่อไปอีก 5 ปี จาก สว.ที่แต่งตั้งโดย คสช. 250 คน กินเงินเดือนภาษีของประชาชนนานถึง 5 ปี วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายนนี้ จะมีการ เลือก สว.ชุดใหม่ 200 คน ตาม มาตรา 107 รัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเป็น สว.ที่ประชาชนไม่มีสิทธิเลือก แต่ให้ผู้สมัครแต่ละกลุ่มเลือกกันเอง อยู่ในอำนาจต่อไปอีกนานถึง 5 ปี นี่คือเหตุผลที่สมควร ฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญฉบับ คสช. ด้วยการ ทำประชามติยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชน
  • การเลือก สว. 200 คน แบ่งออกเป็น 20 กลุ่มอาชีพเลือกกันเอง และ เลือกไขว้ระหว่างกลุ่ม เป็นการเลือกตั้งด้วยวิธีพิสดารเป็นครั้งแรกในโลกเบี้ยวใบนี้ คนคิดกฎเกณฑ์แบบนี้ได้สมองย่อมไม่ปกติ แม้จะให้เลือกในกลุ่ม และเลือกไขว้กลุ่ม แต่ก็มีข่าวมาตั้งแต่ไก่โห่ มีพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง กลุ่มนายทุนใหญ่ ส่งคนสมัครกันมากมาย เพื่อเข้าไปเป็น โหวตเตอร์ เพื่อลงคะแนนให้คนที่ตัวเองต้องการ ล่าสุด สมชาย แสวงการ สว.รักษาการ โพสต์แฉ มีโพยชื่อว่าที่ สว.ชุดใหม่ 149 คน รอตัดเชือกในระดับประเทศแบบนอนมา
วิวาห์ชื่นมื่น ดร.อัศวิน อิงคะกุล และ ดร.ดุสิต เจริญควนิช เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง ธีรานุช สุวรรณจักร์ บุตรี ธีระยุทธ์ สุวรรณจักร์–นุชนาถ จิตตเกษม กับ เธียร บุตร ธงชัย-จิราพร คูสุวรรณ ท่ามกลางบรรยากาศของความชื่นมื่น ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น วันก่อน.
  • กษิดิศ อาชวคุณ โฆษกกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่มี กล้านรงค์ จันทิก เป็นประธาน ก็ออกมาแฉ มีการจ้างคนลงสมัคร 2,500 บาท เท่ากับค่าสมัคร เพื่อเข้าไปโหวตตามใบสั่ง บางพื้นที่มีการให้เงินเป็นหลักหมื่น มีการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกันหมด ถือเป็นงานท้าทายการจัดการเลือกตั้งของ กกต. เป็นอย่างยิ่ง
  • ที่เป็นข่าวมานี้ ก็แค่ หนังตัวอย่างแห่งความเลวร้าย ที่ถูกบัญญัติฝังอยู่ใน รัฐธรรมนูญ 2560 ฉบับ คสช. ผลเสียที่ตามมาก็จะเกิดขึ้นกับ ประเทศไทย และ คนไทย ไปอีกนานถึง 5 ปี ถ้าไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญยุบสภาเลือกตั้งใหม่ กติกาแบบนี้ทำให้คนไทย โง่ จน เจ็บ มา 10 ปีแล้ว น่าจะพอกันเสียที
สมทบทุน นวรัตน์ วิศวเวที มอบเงิน 100,000 บาท ให้ คุณหญิงเอื้อปรานี เจียรวนนท์ เพื่อสมทบทุนมูลนิธิ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา โดยมี คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, นพ.ปรีชา ศตวรรษธำรง และ ลลิสา จงบารมี มาร่วมในพิธีด้วย ที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา วันก่อน.
  • เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน นายกฯเศรษฐา ทวีสิน จะต้องส่งคำชี้แจงต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ กรณีถูก 40 สว.ยื่นถอดถอน กรณีแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีสำนักนายกฯ โดยไม่สุจริต เจ้าตัว นายกฯเศรษฐา ชี้แจงล่าสุด ร่างคำชี้แจงเสร็จแล้วอยู่ระหว่างแก้ไขบางจุด งานนี้ได้ปรึกษาท่าน “เนติบริกร” ดร.วิษณุ เครืองาม ที่ไปนิมนต์มาเป็นที่ปรึกษาของนายกฯแล้ว ก็ต้องรอดูกันต่อไป ดร.วิษณุ เครืองาม จะมาสามารถ สร้างปาฏิหาริย์ทางกฎหมาย ได้หรือไม่
  • ก็ไม่รู้ไปสำรวจจากประชาชนกลุ่มไหน ชัย วัชรงค์ โฆษกสำนักนายกฯ แถลง สำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจความเห็นประชาชนด้วยการ “สัมภาษณ์ตัวต่อตัว” ทั่วประเทศถึง ผลงานรัฐบาล 6 เดือน พบว่า ประชาชนร้อยละ 44.3 มีความพึงพอใจมาก–มากที่สุดต่อการดำเนินงานของรัฐบาล และ ประชาชนร้อยละ 41.9 มีความเชื่อมั่นมาก–มากที่สุดต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาของประเทศ
เรื่องน้ำ สรรชาย นุ่มบุญนำ และ รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ แถลงข่าวการจัดงาน “Thai Water Expo และ Water Forum 2024” ระหว่าง 3-5 ก.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี มานิต ปานเอม และ เลิศชัย ศรีอนันต์ มาร่วมแถลงด้วย ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันก่อน.
  • ก็อวยกันแบบนี้ จีดีพีประเทศไทยจึงเติบโตตํ่าสุดในอาเซียน และ คนไทยก็เป็นหนี้มากที่สุดถึง 91% ของจีดีพี ถ้าไม่คิดหลอกตัวเอง “ไต้ฝุ่น” ถามจริงเถอะ ท่านโฆษกชัย เชื่อผลสำรวจของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ชุดนี้จริงหรือ เชื่อว่าประชาชนพึงพอใจมากและเชื่อมั่นรัฐบาลมากในการแก้ไขปัญหาของประเทศจริงหรือ ทั้งที่หนี้สินท่วมครัวเรือนทั่วประเทศแบบนี้เนี่ยนะ พับเผื่อยเถอะ
  • ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ สหรัฐอเมริกา มหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก มีประชากรมากกว่า 340 ล้านคน วันนี้กลับสิ้นไร้ไม้ตอกหาคนดีคนเก่งมาเป็นผู้นำประเทศไม่ได้ ต้องให้ “คนแก่ 2 คน” มาชิงกันเอง โจ ไบเดน ประธานาธิบดี วัย 81 ปี ที่เดินเป็นตุ๊กตาล้มลุก กับ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดี วัย 77 ปี ที่เพิ่งถูก ศาลนิวยอร์ก พิพากษา มีความผิดในคดีอาญา 34 กระทง ฐานปลอมแปลงข้อมูลทางการเงินปกปิดค่าใช้จ่ายปิดปาก สตอร์มี แดเนียลส์ ดาราหนังเอ็กซ์ที่เคยมีความสัมพันธ์กับทรัมป์ อนาคตประเทศมหาอำนาจสหรัฐฯคงไม่สดใสแน่นอน
วิ่งกลางคืน นันธวัช เจริญวรรณ และ ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา เปิดงาน “SAMUI NEON RUN 2024” สร้างปรากฏการณ์สีสันงานวิ่งกลางคืนไม่เหมือนใครในเอเชีย โดยมี ดร.กัมปนาท กลิ่นเสาวคนธ์ และ สรัล ตันติจำนรรจ์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล สมุย วันก่อน.
  • แต่งตั้งระดับ ผู้ช่วยผู้ว่าการแบงก์ชาติ ล่วงหน้า มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป สักกะภพ พันธ์ยานุกูล เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการแบงก์ชาติ สายนโยบายการเงิน บุษกร ธีระปัญญาชัย เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการแบงก์ชาติ สายงาน Payment Infrastructure สมฤดี รังสิยาภรณ์รัตน์ เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการแบงก์ชาติ สายงานยุทธศาสตร์และทรัพยากรองค์กร เมทินี ศุภสวัสดิ์กุล เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการสายตรวจสอบกิจการภายใน
  • การแต่งตั้งล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ได้รับตำแหน่งได้เรียนรู้งานในสายงานใหม่ล่วงหน้า รับตำแหน่งปุ๊บก็ทำงานต่อได้ทันที ไม่ต้องวิ่งเต้นกันจนวินาทีสุดท้ายก่อนเข้า ครม.แบบข้าราชการทั่วไป ถ้าทุกหน่วยงานภาครัฐมีการแต่งตั้งล่วงหน้าที่ยุติธรรมแบบนี้ “ระบบคุณธรรม” จะกลับคืนมาในระบบราชการไทยแน่นอน คนดีคนเก่งจะเข้ามาในระบบราชการมากขึ้น
36 ขวบ อันชูมาน แม็กกาซีน แถลงข่าวครบรอบ 36 ปี ซีบีอาร์อี ประเทศไทย บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ พร้อมแนะนำสำนักงานแห่งใหม่ โดยมี รุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ, ชาญวิชญ์ พสุวัต และ ภัสสรีภัคว์ ศรีกัญจนานนท์ มาร่วมงานด้วย ที่อาคารวัน ซิตี้ เซ็นเตอร์ วันก่อน.
  • บรรทัดนี้ “ไต้ฝุ่น” ขอแสดงความยินดีกับ พิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการคนใหม่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศ ไทย SME D Bank คนในที่ได้รับการแต่งตั้งจากบอร์ดแบงก์เมื่อปลายเดือนก่อน ได้รับความเห็นชอบจาก แบงก์ชาติ และ กระทรวงการคลัง เรียบร้อยแล้ว มีผลตั้งแต่ 4 มิถุนายน ได้นั่งเก้าอี้ เอ็มดี SME D Bank เต็มตัว
  • US Women’s Open 2024 กอล์ฟสตรี รายการใหญ่ประจำปี ชิงเงินรางวัลสูงถึง 12 ล้านเหรียญ สหรัฐฯ 444 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 37 บาทต่อดอลลาร์ เช้าวันจันทร์) สู้กันจนถึงหลุมสุดท้าย ยูกะ ซาโสะ นักกอล์ฟสาวจากญี่ปุ่น คว้าแชมป์ไปครองตีเข้ามา 4 อันเดอร์ พาร์ รับเงินรางวัลไปถึง 2.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 88.8 ล้านบาท
เบิร์ธเดย์ รศ.นพ.อำนาจ อยู่สุข และ วิลาส ปัญญาวงศ์ จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ อมรศักดิ์-วนิดา ปัญสุรินทร์ โดยมี นงนุช นามวงศ์, การะเกด ศุขพงศ์, อธิชาติ วงค์วิภาวี และ ณฐนนท์ อินถา มาร่วมงานด้วยความชื่นมื่น ที่ห้องอาหารคาเฟ่ซอย ดุสิตดีทู จ.เชียงใหม่ วันก่อน.
  • โปรกอล์ฟสาวไทยก็ถือว่าทำได้ดีในรายการนี้ติดหน้าแรกถึง 3 คน อาภิชญา ยุบล สกอร์ +1 อยู่อันดับ 5 รับเงินรางวัล 456,375 ดอลลาร์ 16.88 ล้านบาท โปรจีน อาฒยา ฐิติกุล โปรแจน วิชาณี มีชัย สกอร์ +2 อยู่อันดับ 6 ร่วม รับเงินรางวัลคนละ 365,406 ดอลลาร์ 13.52 ล้านบาท รํ่ารวยกันถ้วนหน้า “ไต้ฝุ่น” เสียดายแทน โปรแจน จบวันที่สามขึ้นเป็นผู้นำร่วมที่ 5 อันเดอร์พาร์ วันสุดท้ายตีเกินไป 7 โอเวอร์พาร์ แต่ก็ยังจบที่อันดับ 6 ร่วม รับเงินมากกว่าแชมป์รายการอื่นเยอะ
  • ดร.สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิศรีอยุธยา ดร.เสาวภาคย์ ถนอมศักดิ์กุล นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนศรีอยุธยา ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “เดิน-วิ่งการกุศล Run for Lunch#2 วิ่งเพื่อน้องกองทุนอาหารกลางวัน” วันพรุ่งนี้ 6 มิ.ย. 13.00 น. ที่หอประชุมเพชรรัตน โรงเรียนศรีอยุธยาฯ
เพื่อคุณแม่ วริษา เนื้อนุ้ย บาร์โรด์ และ เทียรี่ บาร์โรด์ เปิดตัว “Mommy Booster Protein 3X” ผลิตภัณฑ์โปรตีนดีที่สุดสำหรับคุณแม่เตรียมตั้งครรภ์ พร้อมเสวนาให้ความรู้จาก พญ.วรมา เกษมพิพัฒน์ชัย โดยมี ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล มาร่วมงานด้วย ที่วิลล่า เดอ บัว วันก่อน.
  • บนแผงวันนี้ หนังสือที่คนอยากมีอายุยืนยาวต้องอ่าน HEALTH BRINGS WEALTH ฉบับภาษาไทย เขียนโดย นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก ศ.นพ.จีรี ดโวชัค ศ.นพ.เซอร์จิโอ ฟาซิโอ ศ.นพ.คีธ แอล.แบล็ก, ความคิดเห็นสาธารณะ ทฤษฎีและการปฏิบัติทางการเมือง เขียนโดย รศ.ดร.ธนพันธ์ ไล่ประกอบทรัพย์, นิตยสาร ข้ามห้วงมหรรณพ ตรังเมืองสงบแห่งอันดามัน #ชายหาดที่ดีที่สุดในโลก, ฟอร์มูลา ลองของแรง FERRARI 296 GTB 830 แรงม้า ทดลองขับ HONDA E:N1.


“ไต้ฝุ่น”

บอลลูนขยะเกาหลีเหนือ จุดชนวนความตึงเครียดสองเกาหลี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790693

บอลลูนขยะเกาหลีเหนือ จุดชนวนความตึงเครียดสองเกาหลี

5 มิ.ย. 2567 08:00 น.

บอลลูนขยะเกาหลีเหนือ จุดชนวนความตึงเครียดสองเกาหลี

  • หลังจากเกาหลีเหนือส่งบอลลูนบรรทุกถุงพลาสติกใส่ขยะและสิ่งปฏิกูลมากกว่า 2,000 ลูกข้ามชายแดนเข้ามาตกในเกาหลีใต้ ล่าสุดสภาความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ ประกาศเตรียมระงับข้อตกลงทางทหารที่ครอบคลุมระหว่างสองประเทศเกาหลีที่ร่วมลงนามเมื่อปี 2561 แล้ว
  • ด้านเกาหลีเหนือได้ยกเลิกการปล่อยบอลลูนขยะโจมตีอีกระลอกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มิ.ย. โดยระบุว่า การปล่อยบอลลูนขยะ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่เตือนว่าอาจมีการโจมตีในลักษณะนี้อีกในอนาคต

รัฐบาลเกาหลีใต้เตือนเกาหลีเหนือ เตรียมระงับข้อตกลงทางทหาร เพื่อตอบโต้ต่อการยั่วยุต่างๆ ทั้งความพยายามในการส่งดาวเทียมสอดแนมขึ้นสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่ประสบความล้มเหลวและระเบิดขึ้นกลางอากาศหลังจากปล่อยขึ้นจากฐานเพียงไม่นาน และนับตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เกาหลีเหนือยังมีการรบกวนสัญญาณ GPS ในพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรเกาหลีเป็นวงกว้าง ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายต่อการสัญจรทางอากาศและทางเรือของพลเรือน นอกจากนี้เกาหลีเหนือยังยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้อีก 10 ลูก และยิงกระสุนจากเครื่องยิงจรวดอีก 18 เครื่องลงสู่ทะเลญี่ปุ่นอีกด้วย จนกระทั่งล่าสุดที่เกาหลีเหนือได้ส่งบอลลูนขยะและสิ่งปฏิกูลกว่า 2,000 ลูกเข้ามายังพรมแดนของเกาหลีใต้ จนทำให้ฟางเส้นสุดท้ายขาดลง โดยทางการเกาหลีใต้ยืนยันว่าพบบอลลูนขยะราว 700 ลูกที่มาตกในเกาหลีใต้ ซึ่งแม้จะสร้างความเสียหายเล็กน้อย แต่ก็เป็นการแพร่สิ่งสกปรกกระจายไปทั่ว

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกาหลีใต้ระงับข้อตกลงทางทหารต่อเกาหลีเหนือ โดยเมื่อปี 2566 เกาหลีใต้ระงับข้อตกลงทางทหารบางส่วนเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อกรณีที่เกาหลีเหนือส่งดาวเทียมสอดแนมขึ้นสู่วงโคจร แต่พฤติกรรมยั่วยุจากการส่งบอลลูนขยะล่าสุดทำให้สภาความมั่นคงแห่งชาติเกาหลีใต้เตรียมส่งเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรีให้ระงับข้อตกลงทั้งหมดจนกว่าความไว้วางใจซึ่งกันและกันจะฟื้นคืนกลับมา

สภาความมั่นคงแห่งชาติเกาหลีใต้อ้างว่าการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ยังเหลืออยู่ทำให้เกาหลีใต้เสียเปรียบในแง่ของการตอบสนองต่อภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ และการระงับข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้เกาหลีใต้สามารถฝึกกำลังทหารในพื้นที่รอบๆ แนวแบ่งเขตทางทหาร รวมทั้งตอบโต้การยั่วยุของเกาหลีเหนือได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายชู คยุง โฮ หนึ่งในสมาชิกอาวุโสสภาความมั่นคงแห่งชาติเกาหลีใต้ ระบุว่านายคิม จอง อึน จะต้องชดใช้ ต่อการกระทำที่ยั่วยุ และเกาหลีใต้ต้องการคำขอโทษจากเปียงยางในทันที

เกาหลีใต้อาจจะกลับมาออกอากาศโฆษณาชวนเชื่ออีกครั้ง

รัฐบาลกรุงโซลกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าอาจจะมีการออกอากาศโฆษณาชวนเชื่อผ่านลำโพงในเขตปลอดทหาร ไปยังเกาหลีเหนืออีกครั้ง หลังจากที่ตัดสินใจยุติการออกอากาศไปเมื่อปี 2018 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวอาจจะยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลาย เพราะถือว่าเป็นการเปิดฉากทำสงครามจิตวิทยา โดยในอดีตเกาหลีเหนือเคยขู่ว่าจะยิงปืนใหญ่โจมตีไปยังจุดกระจายเสียงดังกล่าวด้วย ซึ่งท่าทีดังกล่าวก็ดูเหมือนจะได้ผล เพราะเกาหลีเหนือรีบออกมาตอบกลับว่า พวกเขาจะเลิกส่งบอลลูนสิ่งปฏิกูลมายังเกาลีใต้ หากเกาหลีใต้ยกเลิกการกระจายเสียง ซึ่งก็ทำให้ดูว่าสถานการณ์น่าจะคลี่คลายลงได้ แม้ว่าอาจจะเป็นเพียงระยะสั้นๆ ก็ตาม

เกาหลีเหนือได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย

เป็นที่ทราบดีว่า ปัจจุบัน คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือกำลังเดินหน้าพัฒนาอาวุธเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากสหรัฐฯ และยังช่วยส่งอาวุธให้แก่พันธมิตรอย่างรัสเซียด้วย โดยในช่วงที่สงครามยูเครนกับรัสเซียยังเดินหน้าต่อ สหรัฐฯ ก็เคยเตือนไปยังรัสเซียให้ยุติการช่วยเกาหลีเหนือพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านอาวุธ อย่างขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก เพื่อแลกกับอาวุธจากเกาหลีเหนือ เพราะด้วยการสนับสนุนของรัสเซียในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เปียงยางจึงดูมีความกล้ามากขึ้นแม้จะต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ โดยหลังจากนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ประณามความพยายามที่ล้มเหลวของเกาหลีเหนือในการปล่อยจรวดที่บรรทุกดาวเทียมสอดแนมเมื่อวันอังคาร เกาหลีเหนือก็ตอบโต้กลับ โดยเรียกกูเตอร์เรสว่าเป็น “คนรับใช้” ของสหรัฐฯ

อันตรายจากความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น

แดน พิงสตัน ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยทรอย วิทยาเขตกรุงโซล ระบุว่า นอกจากจะได้รับการสนับสนุนอย่างชัดเจนจากกรุงมอสโกแล้ว นายคิมยังดูเหมือนจะเบี่ยงเบนไปจากนโยบายของพ่อและปู่ของเขากับเกาหลีใต้ โดยนายพิงสตันมองว่า คิม จอง อึน อาจจะแสดงออกอย่างก้าวร้าวมากขึ้น เพื่อหวังว่าจะพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นผู้ชนะสงครามนี้ให้ได้ หลังจากที่เห็นว่านโยบายเดิมๆ ไม่ได้นำไปสู่การครอบครองคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งหนึ่งในทางเลือกก็คือการใช้กำลังทหารเพื่อบรรลุเป้าหมาย ซึ่งก็ตรงกับนโยบายของทั้งจีน รัสเซีย อิหร่าน ที่ใช้กำลังทหารเปลี่ยนสถานการณ์ โดยไม่คำนึงถึงเรื่องการปกป้องสิทธิมนุษยชน การเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ หรือใช้สันติเข้าแก้ไขข้อขัดแย้ง แต่จะใช้เพียงกองกำลังเป็นเครื่องมือสำคัญในนโยบายด้านต่างประเทศ

ซึ่งถึงแม้ว่าการยั่วยุของเกาหลีเหนือจะไม่ใช่เรื่องใหม่ในคาบสมุทรเกาหลี แต่พิงสตันก็เตือนว่า เกาหลีใต้และพันธมิตรควรที่จะต้องระวังตัวเอาไว้ตลอดเวลา เพราะแม้การปล่อยบอลลูนขยะอาจจะดูเหมือนการเล่นเกม หรือการแกล้งเล่นๆ แต่อาจจะเป็นการวางกลยุทธ์อย่างหนึ่งของเกาหลีเหนือ เพราะการปล่อยบอลลูนเข้ามาอาจจะเป็นการทดสอบศักยภาพการต่อสู้ทางอากาศของเกาหลีใต้ เพื่อดูว่ากองทัพเกาหลีใต้จะตอบโต้ต่อภัยคุกคาม ได้รวดเร็วเพียงใด เพื่อหาช่องโหว่ของเรดาห์ตรวจจับ และใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ก็เป็นได้.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : DW , AP

ยาน ‘ฉางเอ๋อ-6’ ทะยานจากด้านไกลของดวงจันทร์ นำตัวอย่างดินกลับโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790700

ยาน ‘ฉางเอ๋อ-6’ ทะยานจากด้านไกลของดวงจันทร์ นำตัวอย่างดินกลับโลก

5 มิ.ย. 2567 06:33 น.

ยาน ‘ฉางเอ๋อ-6’ ทะยานจากด้านไกลของดวงจันทร์ นำตัวอย่างดินกลับโลก

ยานฉางเอ๋อ-6 ของจีน เริ่มการเดินทางกลับโลกแล้ว พร้อมกับนำตัวอย่างหินและดินจากด้านไกลของดวงจันทร์กลับมาด้วยเป็นครั้งแรก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฉางเอ๋อ-6 ยานสำรวจดวงจันทร์ของจีน ประสบความสำเร็จในการทะยานขึ้นจากด้านไกลของดวงจันทร์ เมื่อเวลา 7.38 น. วันอังคารที่ 4 มิ.ย. 2567 ตามเวลาประเทศจีน เพื่อเริ่มการเดินทางกลับสู่โลก พร้อมกับตัวอย่างดินและหินที่เก็บได้จากพื้นที่แห่งนี้แล้ว

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (2 มิ.ย.) ยานฉางเอ๋อ-6 ส่งหุ่นยนต์สำรวจลงจอดที่แอ่งขนาดใหญ่ชื่อว่า “แอ่งขั้วใต้-เอตเคน” (South Pole-Aitken Basin) ใกล้กับขั้วใต้ของดวงจันทร์ได้สำเร็จ โดยจีนเป็นประเทศเดียวที่เคยส่งยานสำรวจไปลงจอดที่ด้านไกลของดวงจันทร์ได้สำเร็จอีกด้วย โดยพวกเขาเคยทำมาแล้วในปี 2562

สำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) ระบุว่า ภารกิจลงจอดและนำยานกลับสู่โลกจากด้านไกลของดวงจันทร์ เป็นความสำเร็จที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การสำรวจดวงจันทร์ของมนุษย์

ทั้งนี้ จีนทำภารกิจส่งยานเดินทางไปดวงจันทร์แล้วทั้งสิ้น 6 ครั้ง โดยตั้งชื่อยานว่า ฉางเอ๋อ ตามชื่อเทพีแห่งดวงจันทร์ของตำนวนจีน

ด้านไกล หรือบางครั้งเรียกกันว่า ด้านมืดของดวงจันทร์ ซึ่งหันออกจากโลกตลอด เป็นความท้าทายในการส่งยานไปให้ถึง เนื่องจากมีระยะทางไกล และสภาพพื้นผิวที่เต็มไปด้วยแอ่งขนาดใหญ่และลึก แทบไม่มีพื้นที่เรียบเลย

การบังคับหุ่นยนต์สำรวจในพื้นที่ดังกล่าวเต็มไปด้วยความเสี่ยง และเจ้าหน้าที่สำนักงานอวกาศจีนต้องใช้ดาวเทียมรักษาการสื่อสารโดยตรงกับยานฉางเอ๋อ-6 เอาไว้

จีนตั้งเป้าจะเป็นชาติแรกที่นำหินและดินจากด้านไกลของดวงจันทร์กลับมายังโลก นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า หินที่เก็บมาได้อาจมีองค์ประกอบแตกต่างจากหินที่อยู่ใกล้ๆ

CNSA แถลงการณ์สรุปในวันอังคารว่า ยานฉางเอ๋อร์ผ่านการทดสอบความต้านทานภูมิภาคสูง บริเวณด้านไกลของดวงจันทร์ และตอนนี้กำลังเริ่มการกลับโลกแล้ว

โมดูลพุ่งขึ้น (ascender) ยกตัวขจจึ้นจากพื้นผิวของดวงจันทร์ได้สำเร็จ โดยจะไปเชื่อมต่อกับยานโคจร (orbiter) บนวงโคจรของดวงจันทร์ แล้วถ่ายเทตัวอย่างที่เก็บมาได้ เข้าสู่แคปซูลกลับโลก (re-entry capsule) ซึ่งถูกออกแบบมาให้ทนต่อแรงเสียงสีของชั้นบรรยากาณ์ และจะลงจอดในทะเลทรายของรัฐมองโกเลียใน ในช่วงวันที่ 25 มิ.ย.นี้

ฉางเอ๋อ-6 ใช้เวลา 2 วันในการเก็บตัวอย่างดินกับหิน ด้วยแขนกลและสว่าน โดยเก็บตัวอย่างมาได้ทั้งหมด 2 กก.

ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังตื่นเต้นมากกว่า ตัวอย่างที่ฉางเอ๋อ-6 เก็บมาก อาจเป็นหนึ่งในหินที่เก่าแก่ที่สุดบนดวงจันทร์ โดยทีมในประเทศจีนจะได้รับโอกาสในการวิเคราะห์หินดังกล่าวก่อน จากนั้น นักวิจัยทั่วโลกจึงจะสามารถยื่นคำร้องของโอกาสวิจัยด้วยได้

ศ.จอห์น เพอร์เน็ท-ฟิชเชอร์ ผู้เชี่ยวชายด้านธรณีวิทยาดวงจันทร์ จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ บอกกับ บีบีซี ว่า การได้วิเคราะห์หินจากพื้นที่ที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงบนดวงจันทร์ อาจให้คำตอบแก่คำถามพื้นฐานเกี่ยวกับการก่อตัวของดาวเคราะห์ต่างๆ ได้

ขณะที่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ครั้งต่อไปของจีน คือการส่งยานไปยังขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยหลายประเทศกำลังพยายามทำความเข้าใจพื้นที่แห่งนี้ เพราะมีโอกาสที่มันจะมีน้ำแข็งอยู่ ซึ่งหากมีจริง มันจะช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จในการตั้งฐานเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของมนุษย์บนดวงจันทร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ญี่ปุ่นบุกค้นสำนักงาน โตโยต้า ตรวจสอบคดีฉาว ปลอมข้อมูลความปลอดภัย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790697

ญี่ปุ่นบุกค้นสำนักงาน โตโยต้า ตรวจสอบคดีฉาว ปลอมข้อมูลความปลอดภัย

5 มิ.ย. 2567 03:55 น.

ญี่ปุ่นบุกค้นสำนักงาน โตโยต้า ตรวจสอบคดีฉาว ปลอมข้อมูลความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นบุกตรวจค้นสำนักงานของบริษัท โตโยต้า หลังจากพวกเขากับผู้ผลิตรถยนต์อีกหลายเจ้าออกมายอมรับว่า ปลอมแปลงข้อมูลด้านความปลอดภัย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคมของประเทศญี่ปุ่น บุกเข้าตรวจค้นสำนักงานของบริษัท โตโยต้า ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่เมื่อวันอังคารที่ 4 มิ.ย. 2567 เพื่อหาข้อมูลและหลักฐาน กรณีปลอมแปลงข้อมูลด้านความปลอดภัย ซึ่งกำลังสั่นสะเทือนอุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่น

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายอากิโอะ โตโยดะ ประธานบอร์ดบริหารของบริษัท โตโยต้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในโลก ออกมาขอโทษและยอมรับว่า พวกเขาพบการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือถูกปลอมแปลงในการทดสอบเพื่อขอเอกสารรับรองด้านความปลอดภัย

“เราปล่อยปละละเลยกระบวนการขอใบรับรอง และผลิตรถยนต์ของเราจำนวนมาก โดยไม่มีมาตรการป้องกันล่วงหน้าที่เหมาะสม” นายโตโยดะกล่าว พร้อมโค้งศีรษะขอโทษ

โตโยต้าตัดสินใจระงับการผลิตรถยนต์ 3 โมเดล ได้แก่ โคโรลลา ฟีลเดอร์, โคโรลลา เอกซิโก และ ยาริส ครอส แต่ยืนยันว่า การค้นพบเรื่องการปลอมแปลงข้อมูลดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของรถยนต์ที่อยู่บนท้องถนนแล้ว

ก่อนหน้านี้ โตโยต้าถูกกล่าวหาด้วยว่า ดัดแปลงรถยนต์ที่ใช้ในการทดสอบความปลอดภัยกรณีเกิดการชน ในรถรุ่นเก่าที่พวกเขาเลิกผลิตไปแล้ว

ทั้งนี้ การบุกสำนักงานของโตโยต้าเกิดขึ้นในขณะที่บริษัทคู่แข่งอย่าง ฮอนด้า, มาซด้า และ ซูซูกิ ที่ออกมายอมรับว่ายื่นข้อมูลเท็จเช่นกัน กำลังเจ้าหน้าที่ดำลังเตรียมเข้าตรวจสอบในเร็วๆ นี้

บริษัท ฮอนด้า ออกมาระบุว่า พวกเขาพบการกระทำผิดในการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเสียงและพลังเครื่องยนต์ แต่ย้ำว่า รถยนต์รุ่นที่เกี่ยวข้องยังคงปลอดภัยในการขับขี่ ส่วนบริษัท มาซด้า สั่งระงับการส่งขายรถยนต์บางรุนแรงที่ได้รับผลกระทบจากกรณีอื้อฉาวนี้ แต่ไม่มีแผนที่จะเรียกคืนรถที่ส่งขายไปแล้วแต่อย่างใด

ขณะที่ ซูซูกิ มีรถยนต์ที่เกี่ยวข้อง 1 โมเดล และเป็นโมเดลที่เลิกผลิตไปแล้ว

กรณีอื้อฉาวในอุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่นขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ บริษัท ไดฮัตสึ (Daihatsu) ผู้ผลิตรถยนต์ในเครือของโตโยต้า ออกมายอมรับเมื่อธันวาคม 2566 ว่าพวกเขาปลอมแปลงข้อมูลการทดสอบความปลอดภัย และประกาศปิดโรงงานทั้งหมดนานกว่า 1 เดือน และพวกเขาต้องจ่ายเงินชดเชยแก่ซัพพลายเออร์กว่า 400 เจ้าตลอดระยะเวลาดังกล่าว

รถยนต์ที่เกี่ยวข้องบางรุ่นถูกขายไปภายใต้แบรนด์ของโตโยต้าด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ช็อก นายกเทศมนตรีหญิงเม็กซิโกถูกฆ่า หลังเพิ่งได้ ปธน.หญิงคนแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790696

ช็อก นายกเทศมนตรีหญิงเม็กซิโกถูกฆ่า หลังเพิ่งได้ ปธน.หญิงคนแรก

5 มิ.ย. 2567 03:05 น.

ช็อก นายกเทศมนตรีหญิงเม็กซิโกถูกฆ่า หลังเพิ่งได้ ปธน.หญิงคนแรก

นายกเทศมนตรีหญิงของเม็กซิโก ถูกมือปืนกระหน่ำยิงเสียชีวิตกลางเมือง ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเม็กซิโกเพิ่งได้ว่าที่ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า น.ส.โยลันดา ซานเชซ นายกเทศมนตรีหญิงของเมืองโกติยา ในรัฐมิโชอากัน ตอนกลางของประเทศเม็กซิโก ถูกกลุ่มมือปืนไม่ทราบฝ่ายลอบยิงเสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ 3 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังเม็กซิโกเพิ่งเฉลิมฉลองการได้ประธานาธิบดีหญิงเป็นคนแรกของประเทศ

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น น.ส.ซานเชซ ถูกกลุ่มมือปืนลอบยิงถึง 19 นัด และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลไม่นานหลังจากนั้น โดยบอดี้การ์ดของเธอก็เสียชีวิตในการยิงปะทะกับคนร้ายด้วย

จนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่ของเม็กซิโกยังไม่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ได้ แต่เชื่อกันว่ามือปืนกลุ่มนี้เป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรมซึ่งมีมากมายในเม็กซิโก

ทั้งนี้ น.ส.ซานเชซ ชนะเลือกตั้งได้เป็นนายกเทศมนตรีเมืองโกติยา ในเดือนกันยายน 2564 ทำให้เธอกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้

อย่างไรก็ตาม เธอต้องเผชิญการขู่ฆ่าหลายครั้งนับตั้งแต่รับตำแหน่ง นอกจากนั้นเธอยังเคยถูกกลุ่มมือปืนลักพาตัวและจับเอาไว้นาน 3 วันระหว่างเดินทางเยือนรัฐฮาลิสโก ในปี 2566 ก่อนจะถูกปล่อยตัวออกมา โดยในตอนนั้น น.ส.ซานเชซ บอกว่าเธอไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร แต่สื่อท้องถิ่นคาดว่าเป็นสมาชิกกลุ่ม ‘คนรุ่นใหม่ฮาลิสโก’ (Jalisco New Generation cartel – CJNG)

CJNG มีความเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมมากมายในเม็กซิโก ทั้งลักลอบค้ายาเสพติด, ลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ และกรรโชกทรัพย์ นอกจากนั้นพวกเขายังมีชื่อฉาวโฉ่เรื่องการโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ยอมทำตามที่พวกเขาต้องการด้วย

น.ส.ซานเชซ เคยกล่าวในตอนนั้นว่า คนร้ายข่มขู่ให้เธอส่งมอบอำนาจการรักษาความปลอดภัยของเมืองโกติยา ให้แก่ตำรวจที่รับเงินสินบนจากองค์กรอาชญากรรม แต่เธอปฏิเสธ และขอให้กองทัพเข้ามาช่วยรักษาความปลอดภัยในเมือง ขณะที่รัฐบาลจัดหาบอดี้การ์ดติดอาวุธมาคุ้มครองเธอหลังเกิดเหตุลักพาตัวด้วย

การเสียชีวิตของ น.ส.ซานเชซ เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังการเลือกตั้งใหญ่ของเม็กซิโกจบลงด้วยชัยชนะของ น.ส.คลอเดีย เชนบาม แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้สมัครท้องถิ่น ซึ่งกลบกระแสการเลือกตั้งจนหมด

ตามสถิติอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเม็กซิโก มีผู้สมัครชิงตำแหน่งในรัฐบาลและรัฐสภามากกว่า 20 คน ถูกฆาตกรรมนับตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่ตัวเลขจากการสำรวจท้องถิ่นระบุจำนวนไว้ที่ 40 ศพ.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ไบเดนใช้คำสั่งพิเศษ จำกัดการรับผู้ลี้ภัย หวังลดคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790698

ไบเดนใช้คำสั่งพิเศษ จำกัดการรับผู้ลี้ภัย หวังลดคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย

5 มิ.ย. 2567 05:26 น.

ไบเดนใช้คำสั่งพิเศษ จำกัดการรับผู้ลี้ภัย หวังลดคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย

โจ ไบเดน ออกคำสั่งประธานาธิบดี จำกัดจำนวนผู้ขอลี้ภัยเข้าสู่สหรัฐฯ จากชายแดนเม็กซิโก หวังแก้ปัญหาคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 4 มิ.ย. 2567 ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ประกาศลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร (executive order) ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่ ระงับการขอเข้าสหรัฐฯ ในฐานะผู้ลี้ภัยจากชายแดนเม็กซิโก หากจำนวนคนเข้าเมืองใน 1 สัปดาห์เกินค่าเฉลี่ย 2,500 คนต่อวัน และจะเปิดชายแดนอีกครั้งเมื่อค่าเฉลี่ยลดลงเหลือต่ำกว่า 1,500 คนต่อวัน โดยคำสั่งนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เที่ยงคืนวันอังคารเป็นต้นไป

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของนายไบเดน เป็นความพยายามใช้คำสั่งฝ่ายบริหารในการแก้ปัญหาคนเข้าเมืองผิดกฎหมายบริเวณชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก หลังจากมาตรการที่พรรคเดโมแครตและรีพับลิกันช่วยกันร่าง ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังเป็นความพยายามสร้างความได้เปรียบในประเด็นเรื่องผู้อพยพ ก่อนที่ไบเดนกับ โดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี จะดีเบตกันเป็นครั้งแรกในช่วงสิ้นเดือนนี้

ในการแถลงที่ทำเนียบขาว ไบเดนระบุว่า รีพับลิกันในสภาคองเกรสขัดขวางมาตรการชายแดนที่ 2 พรรคตกลงร่วมกัน ทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้คำสั่งฝ่ายบริหาร

เมื่อคำสั่งมีผลบังคับใช้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะสามารถส่งตัวผู้อพยพที่เข้าสู่สหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมายกลับประเทศต้นทางได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง หากโควต้าในแต่ละวันเกิดเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว โดยไม่ต้องเข้ากระบวนการตรวจสอบการขอลี้ภัย เว้นแต่จะเข้าข่ายยกเว้นเช่น เป็นเด็กที่ไม่มีผู้ใหญ่มาด้วย, เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์, ผู้ที่ต้องรับการรักษาพยาบาลเร่งด่วน หรือมีอันตรายต่อชีวิตและความปลอดภัยอย่างปัจจุบันทันด่วน

ผู้อพยพผิดกฎหมายมีพยายามเข้ามาอีกครั้ง อาจต้องโทษซึ่งรวมถึงการห้ามเข้าสหรัฐฐฯ 5 ปี หรือถูกดำเนินคดีอาญา

ทั้งนี้ นับตั้งแต่รัฐบาลไบเดนเข้ามาบริหาร สหรัฐฯ หยุดผู้อพยพไม่ให้เข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายไปแล้วมากกว่า 6.4 ล้านคน แม้จำนวนผู้อพยพจะลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคม แต่เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ ระบุว่า จำนวนก็ยังคงสูงมากเกิดไป และอาจเพิ่มขึ้นอีกเมื่อสภาพอากาศดีขึ้นจนเหมาะแก่การเดินทาง

คำสั่งของไบเดนอยู่ภายใต้กฎหมายสัญชาติและผู้อพยพ ส่วนที่ 212(f) (Immigration and Nationality Act) ซึ่งอนุญาตให้ประธานาธิบดี จำกัดการเข้าประเทศของผู้อพยพบางคนได้ หากพวกเขาถูกพิจารณาแล้วว่า อาจเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และเป็นกฎหมายเดียวกับที่โดนัลด์ ทรัมป์ เคยเผยายามใช้ห้ามชาวมุสลิมเข้าประเทศ ในสมัยที่เขาเป็นประธานาธิบดี แต่ถูกฟ้องร้องคัดค้าน

แน่นอนว่าคำสั่งของไบเดนก็ต้องเผชิญการต่อสู้ทางกฎหมายเช่นกัน โดยสหภาพเสีภาพพลเรืออเมริกา (American Civil Liberties Union : ACLU) ซึ่งเคยขัดขวางทรัมป์สำเร็จมาแล้ว ประกาศว่า พวกเขาจะฟ้องรัฐบาลไบเดน เพื่อคัดค้านคำสั่งนี้ เพราะมองว่า คำสั่งของไบเดนและของทรัมป์ก็ไม่ต่างกัน

นาย ลี เกเลิร์นท์ รองผู้อำนวยการของ ACLU ย้ำว่า พวกเขาไม่ได้สนับสนุนให้รับทุกคนเป็นผู้ลี้ภัย แต่สหรัฐฯ ได้เคยให้สัญญาไว้แล้วหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่าเราจะไม่ส่งใครกลับไปโดยไม่ทำการคัดกรองพวกเขาก่อน คำสั่งล่าสุดไม่แม้แต่จะคัดกรองด้วยซ้ำว่า พวกเขาตกอยู่ในอันตราย เพราะความเชื่อทางศาสนาหรือมุมมองทางการเมืองหรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

โมดีประกาศชัยชนะเลือกตั้งอินเดีย แต่พรรค BJP ได้เก้าอี้ในสภาน้อยลงอื้อ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790695

โมดีประกาศชัยชนะเลือกตั้งอินเดีย แต่พรรค BJP ได้เก้าอี้ในสภาน้อยลงอื้อ

5 มิ.ย. 2567 01:19 น.

โมดีประกาศชัยชนะเลือกตั้งอินเดีย แต่พรรค BJP ได้เก้าอี้ในสภาน้อยลงอื้อ

นเรนทรา โมดี ประกาศว่ากลุ่มพันธมิตรพรรคการเมืองของเขาเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งใหญ่ครั้งล่าสุด แต่ผลงานที่ออกมาแย่ลงกว่าการเลือกตั้ง 2 ครั้งก่อนมาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีออินเดีย ออกมาประกาศในวันอังคารที่ 4 มิ.ย. 2567 ว่า กลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ (NDA) ซึ่งนำโดย พรรคภารตียชนตา (BJP) ของเขา คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งล่าสุดได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

“ประชาชนได้มอบศรัทธาให้แก่ NDA เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน” โมดีระบุในข้อความซึ่งโพสต์ผ่าน X “นี่เป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของอินเดีย”

อย่างไรก็ตาม กลุ่มฝ่ายค้านระบุว่า พวกเขาได้ลงโทษพรรค BJP ด้วยการเอาชนะการคาดการณ์และลดเสียงข้างมากในสภาของกลุ่ม NDA ได้สำเร็จ

ทั้งนี้ ผลการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งซึ่งยังไม่เสร็จสิ้น แสดงให้เห็นว่า กลุ่มพันธมิตรของนายโมดีกำลังมีคะแนนนำคู่แข่ง แต่กลับได้เก้าอี้ในสภาน้อยลงอย่างน่าตกใจ และพรรค BJP ต้องพึ่งพาพรรคอื่นๆ ในกลุ่ม NDA เพื่อให้คะแนนเสียงในสภาผู้แทนราษฎรเกินครึ่ง หรือ 272 เสียงเป็นครั้งแรก ต่างจากการเลือกตั้ง 2 ครั้งก่อนนี้

ก่อนที่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดจะเริ่มขึ้นเมื่อเดือนเมษายน นายโมดีตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะคว้าเสียงข้างมากในสภาร่วมกับกลุ่ม NDA ด้วยจำนวน สส.มากกว่า 400 ที่นั่งจากทั้งหมด 543 ที่นั่ง แต่ผลที่ออกมาตอนนี้พบว่า NDA ได้ สส.รวมเพียงประมาณ 290 ที่นั่งเท่านั้น ในขณะที่การนับคะแนนเสร็จสิ้นไป 3 ใน 4 ส่วนแล้ว

พรรค BJP เองก็ได้ สส.เพียง 239 ที่นั่ง น้อยลงจากการเลือกตั้งในปี 2562 ที่ได้ไป 303 ที่นั่ง และสามารถครองเสียงข้างมากในสภาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร

นักวิเคราะห์มองว่า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผลงานของ BJP ผิดไปจากเป้าหมายคือ ผลการเลือกตั้งที่รัฐอุตตรประเทศ โดย BJP ได้ สส.เพียง 33 ที่นั่งในรัฐนี้ ลดลงจากปี 2562 ที่เคยได้ถึง 62 ที่นั่ง เนื่องจากปัญหาพื้นฐานที่กระทบต่อรายได้ประชาชน ลดทอนความน่าดึงดูดของพวกเขาลง

นอกจากนั้น การเปิดวิหาร ‘รามมนเทียร’ ในเมืองอโยธยา ที่นายโมดีสัญญาเอาไวเ ก็ไม่ได้เพิ่มคะแนนเสียงให้ BJP ตามที่คาดหวังเอาไว้

ด้านผลงานของ INDIA กลุ่มพันธมิตรพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งนำโดยพรรคคองเกรส ของนาย ราหุล คานธี มีเก้าอี้ สส.ในเมืองแล้วมากกว่า 230 ที่นั่ง โดยแค่พรรคคองเกรสก็ครอง สส.เกือบ 100 ที่นั่งแล้ว เพิ่มจาก 52 ที่นั่งในการเลือกตั้งปี 2562

“ประเทศนี้กำลังพูดอย่างชัดเจนและเป็นเอกฉันท์ ว่าเราไม่ต้องการให้ นเรนทรา โมดี กับ อามิต ชาห์ เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทส เราไม่ชอบวิธีการที่พวกเขาบริหารประเทศนี้” นายคานธีบอกกับผู้สื่อข่าว “นั่นเป็นข้อความสำคัญมาก”

นายคานธีบอกอีกว่า พรรคคองเกรสจะหารือกับพรรคพันธมิตรในวันพุธนี้ เพื่อตัดสินใจว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไปในอนาคต และจะถามพรรคอื่นๆ ว่า พวกเขาควรพยายามจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สิงคโปร์แอร์ไลน์ ตกหลุมอากาศ หนุ่มวิศวกร เย็บ 20 เข็ม กระดูกร้าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2790657

สิงคโปร์แอร์ไลน์ ตกหลุมอากาศ หนุ่มวิศวกร เย็บ 20 เข็ม กระดูกร้าว

4 มิ.ย. 2567 20:00 น.

สิงคโปร์แอร์ไลน์ ตกหลุมอากาศ หนุ่มวิศวกร เย็บ 20 เข็ม กระดูกร้าว

เผยสิงคโปร์แอร์ไลน์ ตกหลุมอากาศ ทำหนุ่มวิศวกรอังกฤษ หัวแตก เย็บ 20 เข็ม กระดูกหัก-ร้าว 6 แห่ง จนอาจไม่สามารถทำงานเป็นวิศวกรได้อีกต่อไป

สื่ออังกฤษรายงาน เหตุเครื่องบินโดยสารสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบิน SQ321 ลอนดอน-สิงคโปร์ ประสบเหตุตกหลุมอากาศอย่างรุนแรง เหนือน่านฟ้าประเทศเมียนมา หรือพม่า เมื่อ 21 พ.ค.2567 จนกัปตันต้องขอลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากมีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 รายว่า หนึ่งในผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสคือ นายแบรดลีย์ ริชาร์ดส์ วิศวกรหนุ่มชาวอังกฤษวัย 29 ปี 

เหตุเครื่องบินโดยสารสิงคโปร์แอร์ไลน์ ตกหลุมอากาศ ทำให้ แบรดลีย์ ริชาร์ดส์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ศีรษะแตก ต้องเย็บถึง 20 เข็ม และกระดูกหักและร้าวถึง 6 แห่ง ทั้งกระดูกสันหลังและคอ อีกทั้งยังมีเลือดออกภายใน

แบรดลีย์ ริชาร์ดส์ เชื่อว่า เหตุเครื่องบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ตกหลุมอากาศระดับรุนแรง จนเครื่องบินดิ่งวูบลงไป ทำให้ศีรษะของเขากระแทก จนหมดสติ และมารู้สึกตัวอีกทีในสภาพมีเลือดไหลออกจากศีรษะอย่างมาก ต้องใช้หมอนกดห้ามเลือด อีกทั้งยังรู้สึกเจ็บหลังอย่างหนัก จนต้องถูกหามลงจากเครื่องบินหลังลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิ และผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลสมิติเวช ในกรุงเทพฯ

แบรดลีย์  ริชาร์ด เป็นชาวเมืองเบนฟลีต มณฑลเอสเซกซ์ ในอังกฤษ ตั้งใจจะเดินทางท่องเที่ยวที่เกาะบาหลี ในอินโดนีเซีย โดยเขาได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเครื่องบินตกหลุมอากาศว่า ‘เหมือนกับในภาพยนตร์’ เขาอยู่ใกล้กับด้านท้ายของเครื่องบิน และจำได้ว่า เจ้าหน้าที่แพทย์ต้องวิ่ง และข้ามผู้บาดเจ็บที่อยู่บนพื้นทั้งหมด

นอกจากนั้น แพทย์ยังแจ้งให้เขาทราบว่าการบาดเจ็บครั้งนี้ ดูเหมือน เขาอาจไม่สามารถทำงานเป็นวิศวกรด้านโทรคมนาคมได้อีกต่อไป และไม่รู้ว่าจะสามารถกลับไปยังประเทศอังกฤษได้เมื่อใด

ที่มา : mirror