ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คว้า 5 รางวัลระดับนานาชาติ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807228

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คว้า 5 รางวัลระดับนานาชาติ

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คว้า 5 รางวัลระดับนานาชาติ

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คว้ารางวัลระดับนานาชาติจากการส่งผลงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมเข้าร่วมประกวดในงาน “The 49th International Exhibition of Inventions Geneva” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 เมษายน 2567 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิสโดยเป็นงานจัดแสดงผลงานนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในเครือ InternationalFederation of Innovator’sAssociations (IFIA) มีการนำผลงานจากนานาประเทศทั้งจากทวีปยุโรป เอเชีย และอเมริกาเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการมากกว่า 1,000 ผลงาน จากกว่า 40 ประเทศ โดยในปีนี้มี 3 ผลงานจากทีมอาจารย์ อาจารย์แพทย์และนักวิจัยของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ได้รับรางวัล 1 เหรียญทอง (Gold Medal),2 รางวัลเหรียญเงิน (Silver Medal) และ 2 รางวัลSpecial Award สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติให้กับประเทศไทย พร้อมพัฒนาต่อยอดเพื่อการนำไปใช้งานจริงทางการแพทย์และสาธารณสุข

สำหรับผลงานจากอาจารย์ อาจารย์แพทย์และนักวิจัยของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่ได้รับรางวัลในการประกวดนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ในเวทีระดับนานาชาติ The 49th InternationalExhibition of Inventions Geneva ณ นครเจนีวาสมาพันธรัฐสวิส ประกอบด้วย 1.ผลงาน CRA Ambulance Boat : เรือฉุกเฉินต้นแบบเพื่อนำส่งผู้ป่วยในพื้นที่ทุรกันดารที่มีการประสานผ่านระบบ Telemedicine โดย อ.มัตติกา ใจจันทร์ และ อ.ดร.เชิดศักดิ์ ดวงจันทร์ อาจารย์จากวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี และคณะ ได้รับรางวัลเหรียญทอง, รางวัล Special Award จาก Association of Polish Inventors and Rationalizers และรางวัล Special Award จาก National Research Council of Thailand (NRCT) โดย CRA Ambulance Boat เป็นเรือฉุกเฉินต้นแบบเพื่อนำส่งผู้ป่วยในพื้นที่ทุรกันดารมีจุดเด่น คือ ออกแบบโดยใช้กระบวนการวิจัยแบบ Multimethod ทีมผู้พัฒนาเป็นแบบสหวิชาชีพ โครงสร้างมีความเหมาะสมกับการส่งต่อผู้ป่วยทางน้ำในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวาง หน้าเรือออกแบบให้เปิดกว้างและสามารถเทียบตลิ่งหรือท่าเทียบเรือเพื่อสะดวกต่อการลำเลียงผู้ป่วยขึ้น-ลง ท้องเรือออกแบบเป็นรูปตัว M เพื่อให้มีเสถียรภาพต่อการทำหัตถการ สื่อสารผ่านระบบ Telemedicine เชื่อมโยงกับห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลปลายทาง เพื่อแสดงผลการประเมินสภาพผู้ป่วยและพิจารณาการรักษาแบบ แบบ Real time

2.ผลงาน CRA CellQuant : ระบบวิเคราะห์หาตำแหน่งและจำนวนเซลล์ สำหรับภาพชิ้นเนื้อที่ย้อมสารเรืองแสง เพื่อการใช้งานทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดย ผศ.ดร.อัญมณี ฉัตรศิริศุภชัย และ อ.ดร.ปณิธิ อัจฉราฤทธิ์ อาจารย์จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน และ น.ส.ณิชาพัชร์ นบนอบ จากวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ได้รับรางวัลเหรียญเงิน โดย CRA CellQuant คือ เว็บแอปพลิเคชั่นที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ในการวิเคราะห์ตำแหน่งและจำนวนเซลล์สำหรับภาพอิมมูโนพยาธิวิทยาด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ นวัตกรรมเทคโนโลยีนี้ทำให้กระบวนการวิเคราะห์เซลล์เป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ และสามารถนำไปใช้งานทางด้านวิจัยทางวิชาการ การวินิจฉัยทางคลินิก และการพัฒนาทางเภสัชกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังลดเวลาในการวิเคราะห์จากระบบอัตโนมัติของปัญญาประดิษฐ์อีกด้วย

3.ผลงานระบบปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงสำหรับการประเมินเปลือกตาก่อนและหลังการศัลยกรรมชั้นตาอย่างแม่นยำ (EyLighner : Advanced AI Imaging for Precision Pre and Post-Operative Eyelid Assessment) โดย นส.พริ๊นซ์แพร์รีส แจ๊คสันว์ วงศาโรจน์ และ นส.มณิสรา พิบูลย์ นักศึกษาราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ อ.ดร.ปณิธิ อัจฉราฤทธิ์ และ อ.ดร.ปวรีนนทะแสน อาจารย์จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนและคณะ ได้รับรางวัลเหรียญเงิน (Silver Medal) ซึ่งเป็นผลงานแอปพลิเคชั่นการประมวลผลภาพ เพื่อประเมินผลของการศัลยกรรมชั้นตาและค่าความสามารถในการลืมตาด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างอัตโนมัติ ผลลัพธ์จากแอปพลิเคชั่นสามารถนำไปสนับสนุนการประเมินการรักษาในผู้ป่วยของจักษุแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดระยะเวลาและความเหนื่อยล้าจากการทำงานของจักษุแพทย์ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันยังไม่มีแอปพลิเคชั่นที่ช่วยจักษุแพทย์ในการประเมินการทำศัลยกรรมชั้นตาแบบอัตโนมัติจากทั้งก่อนและหลังการเข้ารับการผ่าตัด แอปพลิเคชั่นนี้จึงเป็นเสมือน One stop service ที่จัดการขั้นตอนที่จำเป็นต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการถ่ายภาพ ปรับภาพ และประเมินผลภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการคว้ารางวัลจากเวทีการประกวดผลงานนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติ “The 49th International Exhibition of Inventions Geneva” เป็นการยืนยันถึงคุณภาพและศักยภาพของนักวิจัยไทย สะท้อนให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของบุคลากรไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการยกระดับงานวิจัยและผลงานประดิษฐ์คิดค้นของคนไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และนับเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนนักประดิษฐ์และนักวิจัยไทย ในการแลกเปลี่ยนความรู้เทคโนโลยีและประสบการณ์กับนักประดิษฐ์และนักวิจัยจากนานาประเทศ รวมถึงได้เผยแพร่และแสดงความสามารถในการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสายตาของชาวโลกด้วย ซึ่งสอดคล้องต่อวิสัยทัศน์และพันธกิจของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่มุ่งสู่การเป็นสถาบันการศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการแพทย์ชั้นนำของภูมิภาคในการผลิตและพัฒนาบุคลากรชั้นสูง ทำการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และนำผลงานนวัตกรรมและวิจัยไปประยุกต์ใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป

อธิการบดี มบส.นำคณะเยือนจีน สานสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807223

อธิการบดี มบส.นำคณะเยือนจีน  สานสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

อธิการบดี มบส.นำคณะเยือนจีน สานสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผศ.ดร.คณกร สว่างเจริญ รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนพร้อมด้วย รศ.สมชาย พรหมสุวรรณ ที่ปรึกษาอธิการบดี ผศ.ณัฏฐ์ เดชะปัญญา ผู้ช่วยอธิการบดี ดร.พรรณา ศรสงคราม ผอ.สำนักประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ ผศ.ดร.กุลสิรินทร์ อภิรัตน์วรเดช ผอ.สำนักวิเทศสัมพันธ์และเครือข่ายอาเซียน และรศ. ดร.นิรันดร์สุธีนิรันดร์ ประธานหลักสูตรปริญญาเอกสาขาบริหารการศึกษา มบส. ได้เดินทางไปลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี เมืองหนานหนิง มณฑลกว่างซี สาธารณรัฐประชาชนจีน

ผศ.ดร.คณกร สว่างเจริญ กล่าวต่อไปว่า การเดินทางไปครั้งนี้ถือว่าเป็นการทบทวนความร่วมมือของทั้งสองมหาวิทยาลัยหลังจากที่ตนและศ.ดร.Wei เข้ามาบริหารงานในตำแหน่งอธิการบดีคนใหม่ของทั้งสองมหาวิทยาลัย ซึ่งการลงนามทางวิชาการนี้ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีและต่ออายุสัญญาความร่วมมือทางวิชาการให้มีความต่อเนื่อง นอกจากนี้ทั้งสองมหาวิทยาลัยยังได้เห็นชอบร่วมกันในการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ 1 + 3 และ 3 + 1 สาขาภาษาไทย สาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศและสาขาภาษาจีน และหลักสูตรระยะสั้นของสำนักวิเทศสัมพันธ์และเครือข่ายอาเซียน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านการวิจัย และการสนับสนุนอนุเคราะห์อาจารย์ที่ปรึกษาร่วมในระดับบัณฑิตศึกษา โดยมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซีจะเป็นผู้อนุเคราะห์ให้ มบส. ใช้ศักยภาพอาจารย์ของมหาวิทยาลัยมาเป็นที่ปรึกษาร่วมในหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาของ มบส. รวมทั้งยังมีความเห็นพ้องต้องกันที่จะสนับสนุนผลักดันกิจกรรมตามกรอบความร่วมมือที่ได้ตกลงร่วมกันให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด โดยศ.ดร. Wei ยินดีและพร้อมที่จะส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมการแลกเปลี่ยนตามข้อตกลงที่ได้หารือร่วมกันทุกประเด็น และจะสานพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองมหาวิทยาลัยให้ดียิ่งขึ้นไปตามสัมพันธภาพที่ดีที่มีร่วมกันมาอย่างยาวนาน

“ที่ผ่านมามบส.และมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซีมีความสัมพันธภาพและความร่วมมือที่ดีต่อกันมาตลอดมีกิจกรรมการแลกเปลี่ยนกันอย่างเป็นรูปธรรมมายาวนานมากกว่า 18 ปี อาทิ กิจกรรมการแลกเปลี่ยนนักศึกษา หลักสูตรภาษาไทยในรูปแบบ 2 + 2 และหลักสูตรการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศในรูปแบบ 1+3 โดยทางมหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซี ได้ส่งนักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทยมาศึกษาต่อที่มบส. นานหลายปี จนมีนักศึกษาที่จบจากมบส.เกือบ 600 คน ขณะเดียวกันมบส.ก็ได้ส่ง
นักศึกษาทั้งหลักสูตรสั้นและระยะยาวไปเรียนร่วมกับชนชาติกว่างซีอย่างต่อเนื่องทุกปี” ผศ.ดร.คณกร กล่าวและว่า

มหาวิทยาลัยชนชาติกว่างซีเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในมณฑลกว่างซี มีการจัดการเรียนการสอนตามอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของมณฑลกว่างซี ปัจจุบันมีคณะวิชาจำนวน 24 คณะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในระดับภูมิภาค มีการจัดการเรียนการสอนในหลากหลายสาขาวิชา ทั้งระดับปริญญาตรีปริญญาโท และปริญญาเอกในหลากหลายสาขาวิชา โดยเฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้องกับภาษา วรรณคดีของกลุ่มชาติพันธุ์ มีศูนย์การวิจัยชาติพันธุ์วิทยา ศูนย์วิจัยหลังปริญญาเอก เป็นต้น นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยได้เน้นการจัดการศึกษานานาชาติ ตามนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง โดยส่งเสริมให้อาจารย์ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยได้รับโอกาสไปแลกเปลี่ยนในระดับนานาชาติด้วย

รางวัล ‘เสาอโศกผู้นำศีลธรรม’67 ต้นแบบทางพระพุทธศาสนา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807224

รางวัล ‘เสาอโศกผู้นำศีลธรรม’67 ต้นแบบทางพระพุทธศาสนา

รางวัล ‘เสาอโศกผู้นำศีลธรรม’67 ต้นแบบทางพระพุทธศาสนา

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พล.อ.ธงชัย เกื้อสกุล นายกสมาคมผู้นำคุณประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร องค์กรเครือข่ายชาวพุทธแห่งประเทศไทย ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์ โครงการส่งเสริมคุณธรรมศีลธรรมนำการศึกษา มูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ พร้อมด้วยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ได้ร่วมกันดำเนินโครงการเสาอโศกผู้นำศีลธรรม ประจำปี 2567 และคัดสรรบุคคลและองค์กร จากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ จากฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ เพื่อเป็นต้นแบบทางพระพุทธศาสนา เข้ารับรางวัลเสาอโศกผู้นำศีลธรรม ประจำปี 2567 ณ อาคารหอประชุม มวก.48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นผู้มอบรางวัล

โดยมีผู้เข้ารับรางวัลทั้งหมด 143 รายชื่อ แบ่งเป็นพระภิกษุ 40 รูป ทั้งพระภิกษุในประเทศและต่างประเทศ เช่น พระครูวรญาณวิเทศ วิ. วัดพระธรรมกายบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย พระเมธีวชิราภิรัต วัดพระมหาธาตุฯ จ.นครศรีธรรมราช พระมหาอ้าย ธีรปญฺโญ วัดนาคปรก กรุงเทพฯ พระอาจารย์จีนธรรมรสจีนศาสตร์ วัดหมื่นพุทธเมตตา
คุณาราม จ.เชียงราย Ven.Shi Kai Yi ประเทศมาเลเซีย เป็นต้น ขณะที่ฝ่ายคฤหัสถ์ มีผู้รับรางวัลจำนวน 102 คน ซึ่งมีทั้งข้าราชการ นักธุรกิจ ดารานักแสดง สื่อมวลชน และประชาชนชาวพุทธอื่นที่มีผลงานด้านพระพุทธศาสนา

“ในฐานะนายกสมาคมผู้นำคุณประโยชน์เพื่อพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ขอให้เป็นหลัก เป็นตัวอย่าง และเป็นต้นแบบที่ดีเช่นนี้ต่อไปในการสนับสนุนส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา อันจะก่อเกิดความเข้มแข็งทางศาสนา และทุกรายชื่อที่ปรากฏขึ้นนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนรุ่นหลังต่อไป รวมทั้งขอขอบคุณทุกความร่วมมือสนับสนุนการจัดงานสำคัญครั้งนี้จากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรและบุคคลต่างๆ ที่ได้ร่วมกันประกาศเกียรติคุณยกย่อง ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา” พล.อ.ธงชัย เกื้อสกุล กล่าว

ศธจ.สมุทรสงคราม ปลูกฝังความเป็นพลเมืองตามรอยพระยุคลบาท

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807305

ศธจ.สมุทรสงคราม ปลูกฝังความเป็นพลเมืองตามรอยพระยุคลบาท

ศธจ.สมุทรสงคราม ปลูกฝังความเป็นพลเมืองตามรอยพระยุคลบาท

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 20.10 น.

ศธจ.สมุทรสงคราม ปลูกฝังความเป็นพลเมืองตามรอยพระยุคลบาท

วันที่ 28 พ.ค. 2567 นายธนู ขวัญเดช รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดโครงการสร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามรอยพระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติประจำปีงบประมาณ 2567 ณ โรงเรียนศรัทธาสมุทร จังหวัดสมุทรสงคราม

โดยนายธนู  กล่าวว่า การจัดโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา   ได้ศึกษาเรียนรู้และมีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และบ้านเมือง รวมทั้งพระราชกรณียกิจของบูรพกษัตริย์ไทย พระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อประชาชนคนไทยและสามารถน้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษา ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ มีโอกาสทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง และมีคุณธรรมส่งผลให้เกิดการพัฒนาสังคมและประเทศอย่างยั่งยืน ตามบริบทในพื้นที่ตนเอง

นายธนู กล่าวต่อว่า การปลูกฝังให้เด็ก เยาวชน นักเรียนให้มีความภาคภูมิใจ มีความรัก ความกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด อันหมายถึง 3 สถาบันหลักของชาติคือ สถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ และได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยและประวัติศาสตร์ท้องถิ่น รู้รากเหง้าของประเทศ จะทำให้หลอมรวมพลังความรู้รักสามัคคีของคนไทยที่มีต่อชาติบ้านเมือง

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม ได้เชิญวิทยากรจากสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรสงคราม บรรยายให้ความรู้เรื่อง หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา และวิทยากรจากทีมจิตอาสาพระราชทานจังหวัดสมุทรสงครามให้ความรู้เรื่อง การเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาทด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ประวัติศาสตร์ชาติไทย และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรสาคร สมุทรสงคราม โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรสงคราม โรงเรียนเอกชนในจังหวัดสมุทรสงคราม ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวม 600 คน

‘เสมา 1’หนุน’สพฐ.-ภาคีเครือข่าย’เฝ้าระวัง-สร้างความปลอดภัยนักเรียนในกรุงเทพฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807240

'เสมา 1'หนุน'สพฐ.-ภาคีเครือข่าย'เฝ้าระวัง-สร้างความปลอดภัยนักเรียนในกรุงเทพฯ

‘เสมา 1’หนุน’สพฐ.-ภาคีเครือข่าย’เฝ้าระวัง-สร้างความปลอดภัยนักเรียนในกรุงเทพฯ

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 16.46 น.

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการเฝ้าระวังเหตุและสร้างความปลอดภัยในโครงการนักเรียนในกรุงเทพมหานครปลอดภัย โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ  นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พลตำรวจตรี ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวอรพินท์ ศักดิ์เอี่ยม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเด็ก ผู้แทนกรมกิจการเด็กและเยาวชน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 ผู้กำกับและรองผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร รวมถึงผู้บริหารโรงเรียน ครูและนักเรียน เข้าร่วม ณ โรงเรียนศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์ฯ กรุงเทพมหานคร

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า ความปลอดภัยของนักเรียนและครู เป็นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆจึงได้ขับเคลื่อนการดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการรายงานวันนี้จะเห็นได้ว่าการทำงานด้านความปลอดภัยของนักเรียนในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และหน่วยงานทางการศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ร่วมทำงานและประสานงานกับทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลมาตลอด เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่นักเรียนในทุกมิติ มีการเฝ้าระวังนักเรียนในด้านการใช้ความรุนแรง และความประพฤติที่ไม่เหมาะสมของนักเรียน

โดย สพฐ. ได้จัดทำแผนและประสานร่วมกันในการปฏิบัติงานระหว่างสถานศึกษากับสถานีตำรวจในพื้นที่ ทั้งการตั้งไลน์กลุ่มในระดับพื้นที่จำนวน 9 กลุ่ม ซึ่งยึดพื้นที่ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 เป็นหลัก โดยมีการทำงานร่วมกันระหว่างทีมบริหาร สพฐ. ทีมบริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ ตำรวจในท้องที่ และสถานศึกษา ในพื้นที่รับผิดชอบ มีการจัดทำข้อมูลความเสี่ยงที่ไม่ปลอดภัยทุกกรณี ทั้งในและนอกสถานศึกษา เพื่อประสานการสื่อสารและเฝ้าระวังเหตุร่วมกันกับตำรวจและหน่วยงานภาคี ที่สำคัญคือมีการจัดทำแผนการออกตรวจพื้นที่ตามโครงการนักเรียนในกรุงเทพมหานครปลอดภัย ครอบคลุมทุกพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร

“นับได้ว่าการจัดกิจกรรมในวันนี้ ถือว่าเป็นการกระตุ้นเตือนและยกระดับการเฝ้าระวังเหตุ ที่ทุกภาคส่วนที่ทำงานด้านความปลอดภัย ได้มาร่วมกันออกปฏิบัติการตามโครงการนักเรียนกรุงเทพมหานครปลอดภัย  ซึ่งจะมีการขยายผลการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆต่อไป โอกาสนี้ ขอขอบคุณและขอเป็นกำลังใจให้กับทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการดำเนินงานในครั้งนี้ ขอให้ยึดหลัก “ทำเต็มความสามารถ อย่าประมาท พลาดไม่ได้” เพราะทุกการขับเคลื่อนของพวกเราหมายถึงสวัสดิภาพและความปลอดภัยของนักเรียนทุกคน และขอให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จ ให้นักเรียนทุกระดับชั้น “เรียนดี มีความสุข” ได้อย่างแท้จริง” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน นายธีร์ กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยของนักเรียน สถิติของ สพฐ. พบว่า การใช้ความรุนแรงของนักเรียนมีแนวโน้มว่ามีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เพื่อให้สถานศึกษาได้มีแนวทางและแผนการดำเนินการเพื่อมีมาตรการเฝ้าระวังเหตุที่จะเกิดกับนักเรียนในช่วงต่าง ๆ ทั้งในด้านการใช้ความรุนแรง การมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักเรียน การใช้สารเสพติด และการใช้บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสมของนักเรียน เพื่อให้การดำเนินการป้องปรามในเชิงรุกและเชิงสร้างสรรค์ การเตรียมการยกระดับการเฝ้าระวังเหตุเป็นพิเศษ เพื่อให้นักเรียนในกรุงเทพมหานครได้รับความปลอดภัยในทุกมิติ สร้างความอุ่นใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง สพฐ. จึงได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาลขับเคลื่อนโครงการนักเรียนในกรุงเทพมหานครปลอดภัย เพื่อเฝ้าระวังนักเรียนในด้านการใช้ความรุนแรง และความประพฤติที่ไม่เหมาะสมของนักเรียน และได้จัดทำแผนร่วมกันในการปฏิบัติงานระหว่างสถานศึกษากับสถานีตำรวจในพื้นที่ โดยมีแนวทางในการป้องกันความไม่ปลอดภัยของนักเรียนในกรุงเทพมหานคร ดังนี้

1. ตั้งไลน์กลุ่มทีมบริหารนักเรียนกรุงเทพฯปลอดภัย โดยมีคณะผู้บริหาร สพฐ. ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เข้าร่วม 2. ตั้งไลน์กลุ่มในระดับพื้นที่จำนวน 9 กลุ่ม ซึ่งยึดพื้นที่ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 เป็นหลัก โดยมีรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 ทีมบริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ ผอ.สถานศึกษาในพื้นที่รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) เข้าร่วม 3. จัดทำข้อมูลความเสี่ยงที่ไม่ปลอดภัยทุกกรณีในโรงเรียน ทั้งข้อมูลสถานที่และนักเรียนในสังกัด เพื่อสื่อสารและเฝ้าระวังเหตุร่วมกันกับตำรวจ 4. จัดทำแผนที่จุดเสี่ยงบริเวณภายในโรงเรียนและบริเวณภายนอกโรงเรียนที่มีความเสี่ยงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยแก่นักเรียน 5. จัดทำแผนการออกตรวจพื้นที่ตามโครงการนักเรียนในกรุงเทพมหานครปลอดภัย ครอบคลุมทุกพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร

“ขอขอบคุณ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ.และว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. ที่มีความห่วงใยความปลอดภัยนักเรียนทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา และตั้งใจจริงกับการสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับนักเรียนทุกคน การจัดกิจกรรมในวันนี้ ถือว่าเป็นการเริ่มดำเนินการยกระดับการเฝ้าระวังเหตุ ที่มีทุกภาคส่วนที่ทำงานด้านความปลอดภัยมาร่วมกันออกปฏิบัติการตามโครงการนักเรียนกรุงเทพมหานครปลอดภัย ถือเป็นนิมิตหมายอันดีว่านักเรียนทุกคนจะได้รับการดูแลอย่างรอบด้านครบทุกมิติ ด้วยหัวใจดวงเดียวกันที่มุ่งดูแลนักเรียนอย่างกัลยาณมิตร ให้นักเรียนยิ้มได้ “เรียนดี มีความสุข” ไปด้วยกัน” รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว

– 006

ม.ภาคฯ จ.ขอนแก่น ร่วม ส.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน สถาบันเครือข่ายฯ เปิดเวทีนำเสนอผลงานแบบออนไลน์ NEUNIC 2024

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807213

ม.ภาคฯ จ.ขอนแก่น ร่วม ส.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน สถาบันเครือข่ายฯ เปิดเวทีนำเสนอผลงานแบบออนไลน์ NEUNIC 2024

ม.ภาคฯ จ.ขอนแก่น ร่วม ส.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน สถาบันเครือข่ายฯ เปิดเวทีนำเสนอผลงานแบบออนไลน์ NEUNIC 2024

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.58 น.

ม.ภาคฯ จ.ขอนแก่น ร่วมกับสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แห่งประเทศไทยฯ และสถาบันเครือข่ายฯ เปิดเวทีนำเสนอผลงานแบบออนไลน์ NEUNIC 2024

วันที่ 26 พฤษภาคม 2567 เวลา 08.30 –16.30 น. มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แห่งประเทศไทยฯ และสถาบันเครือข่ายฯ  จัดประชุมวิชาการและนำเสนอบทความวิจัยระดับชาติครั้งที่ 11  และระดับนานาชาติครั้งที่ 9 (NEUNIC 2024)  ในหัวข้อเรื่อง “การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนด้วย BCG model ” The 11th  National and the 9th  International Conference on Research and Innovation : The Development of Community Economy with BCG Model (โดยใช้รูปแบบการนำเสนอผลงานแบบออนไลน์) เพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอผลงาน การวิจัยและแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ด้านการวิจัยของคณาจารย์ นักวิจัย และนิสิต นักศึกษาในระดับชาติ โดยได้รับเกียรติจาก นายวันนี นนท์ศิริ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน 

ผศ.ดร.กนกอร บุญมี อธิการดีมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า เป็นครั้งที่ 11 ในระดับชาติ และนานาชาติเป็นครั้งที่ 9 ภายใต้หัวข้อเรื่อง การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนด้วย BCG Model เป็นการจัดประชุมทางวิชาการและนำเสนอผลงานในรูปแบบออนไลน์ โดยทุกครั้งได้รับความร่วมมือจากเจ้าภาพร่วมเป็นจำนวนมาก “ทุกครั้งที่ผ่านมานั้น ได้รับความร่วมมือจากเจ้าภาพร่วมเป็นจำนวนมาก และในปีนี้ก็เช่นเดียวกันมีเจ้าภาพร่วมทั้งสิ้น 34 สถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ  มีผู้สนใจส่งบทความและผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 98 บทความ โดยเป็นบทความในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมทั้งการบรรยายพิเศษจากท่านประธาน  และผู้ทรงคุณวุฒิทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าร่วมอภิปรายภายใต้หัวข้อการจัดงาน  มีกิจกรรมการนำเสนอผลงานวิจัยและวิชาการ โดยแบ่งห้องย่อยออกไปจำนวน 5 กลุ่มสาขาและการจัดนำเสนอผลงานนิทรรศการแบบออนไลน์ ในรูปแบบ Metaverse โลกเสมือนจริง”

ขณะเดียวกันยังคงมีการแบ่งกลุ่ม งานวิจัยและวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์/การศึกษาค้นคว้าอิสระ ทั้งระดับชาติ และนานาชาติ ได้แบ่งเป็น  กลุ่มประกอบด้วย (1) ด้านการศึกษา (ED) เช่น การบริหารการศึกษา การพัฒนาหลักสูตรและการสอน การวัดและการประเมินผลการศึกษาและนวัตกรรมทางการศึกษา (2) ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (HS) เช่น พยาบาลศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และเทคนิคการแพทย์ (3) ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ST) เช่น วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี (4) ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (HSS) เช่น นิติศาสตร์ ศิลปศาสตร์ รัฐศาสตร์  รัฐประศาสนศาสตร์ และนิเทศศาสตร์ และ (5) ด้านบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ (BE) เช่น บริหารธุรกิจ การจัดการท่องเที่ยวและโรงแรม และเศรษฐศาสตร์  โดยมีสถาบันเจ้าภาพร่วมจัดประชุมฯ จำนวน 34 สถาบันทั้งในและต่างประเทศ และมีผู้ส่งบทความที่ผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 105 บทความ ดร.ธีนิดา บัณฑรวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ กล่าวรายงาน
 

จัดเต็ม! ศธ.ขอ 1.5 หมื่นล้าน เคาะเช่า‘แท็บเล็ต-โน๊ตบุ๊ค-ไอแพด’ แจกนักเรียน-ครู 6 แสนเครื่อง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807168

จัดเต็ม! ศธ.ขอ 1.5 หมื่นล้าน เคาะเช่า‘แท็บเล็ต-โน๊ตบุ๊ค-ไอแพด’ แจกนักเรียน-ครู 6 แสนเครื่อง

จัดเต็ม! ศธ.ขอ 1.5 หมื่นล้าน เคาะเช่า‘แท็บเล็ต-โน๊ตบุ๊ค-ไอแพด’ แจกนักเรียน-ครู 6 แสนเครื่อง

วันอังคาร ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 14.04 น.

จัดเต็ม! ศธ.ขอ 1.5 หมื่นล้าน เคาะเช่า‘แท็บเล็ต-โน๊ตบุ๊ค-ไอแพด’ แจกนักเรียน-ครู 6 แสนเครื่อง

28 พฤษภาคม 2567 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) และโฆษก ศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามนโยบายเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา Anywhere Anytime เปิดเผยความคืบหน้าการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอนให้กับนักเรียนและครู ว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้จัดทำความเห็นไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อขอกำหนดกรอบการจัดหาอุปกรณ์ ซึ่งยังไม่มีการล็อกสเป็กว่าจะต้องเป็นอุปกรณ์ลักษณะไหน โดยมีความเป็นไปได้ทั้ง แท็บเล็ต ไอแพด โน๊ตบุ๊ค และโครมบุ๊ค ซึ่งทางดีอีเข้าใจถึงความจำเป็น เพราะอยากเปิดโอกาสให้บริษัทต่างๆเข้ามาแข่งขันกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน โดยจะอยู่ในการจัดทำคำของบประมาณ ปี 2568 ซึ่งต้องมาดูว่า จะได้รับอนุมัติงบประมาณจากรัฐสภาจำนวนเท่าไร โดยคาดว่าจะเริ่มนำร่องปี 2568 จำนวน 600,000 เครื่อง ทั้งครูและนักเรียน

นายสิริพงษ์ ระบุว่า ศธ.จัดทำคำของบประมาณไปในลักษณะการเช่าซื้อ เครื่องของนักเรียน ตกเดือนละประมาณ 420 บาท ซึ่งจะมีทั้งค่าเครื่อง เซอร์วิส และอินเตอร์เน็ต เพราะทุกเครื่องจะต้องมีซิมการ์ดสำหรับใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ทั้งนี้การคำนวณราคาจะมีความแตกต่างหลากหลาย และค่อนข้างจะเปิดกว้างว่า ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาสูงอย่าง โน๊ตบุ๊ค ก็อาจจะต้องเช่า 5 ปี แต่ถ้าเป็น แท็บเล็ต ที่ราคาไม่สูงมาก ก็อาจจะทำสัญญาเช่าไม่เกิน 3 ปี ซึ่งมิติที่เราดูคือพยายามเปิดกว้างให้สำหรับโกลบอลแบรนด์ เข้ามาทำการแข่งขัน เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือให้เด็ก และครูได้ใช้ของที่มีคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็น บริษัทไมโครซอฟท์ บริษัทแอปเปิล เป็นต้น

“เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. ให้ความสำคัญว่า อุปกรณ์ที่จะส่งมอบให้นักเรียนและครูนั้น จะต้องใช้งานได้จริง เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย ซึ่งในส่วนของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ที่เคยมีปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบอินเตอร์เน็ต ที่อาจจะเข้าไปไม่ถึงนั้น เนื่องจากการดำเนินการครั้งนี้ ทุกเครื่องจะมีซิมการ์ดอยู่ในตัว ไม่ใช่ระบบไวไฟ เป็นระบบออนไลน์ ฉะนั้นบริษัทที่ชนะการประมูลจัดหาอุปกรณ์ ก็มีหน้าที่จะต้องไปติดเซลไซต์ โดยเด็กจะสามารถใช้อินเตอร์เน็ตในระบบ ยูอาร์แอลที่กำหนด ไม่มีข้อจำกัด ไม่สามารถนำไปใช้เล่นเกมหรือดูเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมได้ ส่วนรายการอื่นที่เพิ่มเข้ามา จะถูกล็อกสปีดในแต่ละรอบเดือน ” นายสิริพงษ์ กล่าว

นายสิริพงษ์ กล่าวว่า สำหรับงบประมาณภาพรวมเฉพาะในส่วนของการจัดหาอุปกรณ์คำนวณจากราคาเช่าต่อเดือน จะใช้งบประมาณ กว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อจัดหาอุปกรณ์ให้กับนักเรียนและครู กว่า 600,000 เครื่อง โดยในส่วนของนักเรียนจะเริ่มจากโรงเรียนนำร่องชั้นมัธยมศึกษาปีที่4-6 ในโรงเรียนขยายโอกาสที่เปิดสอนระดับชั้นม.ปลาย หรือโรงเรียนคุณภาพ เพื่อให้มีทั้งตัวอย่างโรงเรียนที่มีความพร้อม ที่สามารถบริหารจัดการได้ และโรงเรียนที่อาจจะยังไม่มีความพร้อมเรื่องการบริหารจัดการไม่มากนัก เพื่อนำมาเปรียบเทียบ และหาวิธีการที่เหมาะสม สำหรับการดำเนินการในระยะที่2

นายสิริพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการจัดทำคอนเทนต์เพื่อเตรียมความพร้อมในส่วนของการจัดทำเนื้อหาการเรียนรู้ ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ นั้น อยู่ระหว่างการจัดทำร่างกำหนดขอบเขตงาน หรือทีโออาร์ ซึ่งจะต้องอำนวยความสะดวกให้กับทั้งผู้เรียน ให้สามารถเรียนได้ด้วยตัวเองทุกที่ ทุกเวลา และสำหรับผู้สอนที่จะต้องสามารถนำเสนอใบงานของตัวเอง และนำใบงานของผู้อื่นมาทำการเรียนการสอนได้ ระบบนี้จะเป็นลักษณะของการเตรียมความพร้อมในการเรียนการสอน ทั้ง ก่อนการเรียน การจ่ายการบ้าน การให้เด็กทำแบบทดสอบ เป็นต้น โดยคอนเทนต์ที่จะบรรจุเข้าไปในแพลตฟอร์มนั้น จะมีอยู่ 2 ส่วน คือคอนเทนต์เดิม ซึ่งมีอยู่แล้วกว่า 1-2 หมื่นรายการ และคอนเทนต์ใหม่ ที่ผลิตเพิ่มอีกว่า 5-6 พันรายการ คาดว่าจะสามารถใช้งานได้เร็วที่สุด ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2788923

“เกรียง กัลป์ตินันท์” แถลงข่าวจัดงาน “OTOP Midyear 2024” อิมแพ็ค เมืองทองธานี

29 พ.ค. 2567 04:52 น.

“เกรียง กัลป์ตินันท์” แถลงข่าวจัดงาน “OTOP Midyear 2024” อิมแพ็ค เมืองทองธานี

@เกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย แถลงข่าวการจัดงาน “OTOP Midyear 2024” ระหว่าง 8-16 มิ.ย. ที่ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมี ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ, สมชัย อัศวชัยโสภณ, ราชันย์ ซุ้นหั้ว และ สยาม-อรจิรา ศิริมงคล มาร่วมแถลงด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีขายดีที่สุด ร่วมปกป้องเด็กและเยาวชนจากภัยบุหรี่ไฟฟ้า ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 29 พฤษภาคม 2567

  • 31 พฤษภาคม วันมะรืนนี้เป็น “วันงดสูบบุหรี่โลกประจำปี 2567” ทุกปี องค์การอนามัยโลก ได้กำหนดเป้าหมายการรณรงค์เพื่อปกป้องเยาวชนจากพิษภัยบุหรี่ ปีนี้ องค์การอนามัยโลก มุ่งมั่น “ปกป้องเด็กและเยาวชน” จึงกำหนดแนวทางการรณรงค์ในปีนี้ว่า “Protecting Children From Tobacco Industry Interference”
  • ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธาน มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ แปลเป็นไทยว่า “ร่วมปกป้องเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า” ซึ่ง บุหรี่ไฟฟ้า กำลังระบาดหนักมากในหมู่เด็กและเยาวชนไทย ทั้งที่เป็นสินค้าผิดกฎหมายห้ามนำเข้าประเทศ แต่หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบทั้ง กรมศุลกากร และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด กลับปล่อยมีการลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ถือเป็น “ความเสื่อม” ของ ระบบราชการไทย ที่น่าเศร้าใจยิ่ง
วิวาห์ชื่นมื่น เรวัตร จันทร์ประเสริฐ, ไพรัช วรปาณิ, สมัคร เจียมบุรเศรษฐ์ และ กิตติ ไกรสิงห์ มาร่วมอวยพรในงานวิวาห์ระหว่าง สุดาพร บุตรี โสฬส-ศิริณี สุตัณฑวิบูลย์ กับ พ.ต.ต.มารุต บุตร อรรถพล ใหญ่สว่าง-จงรัก บุญมา ที่ห้องคริสตัล ฮอลล์ โรงแรมดิ แอทธินี วันก่อน.
  • บรรทัดนี้ “ไต้ฝุ่น” เห็นด้วยกับ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีศึกษาฯ ที่ประสานกับ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อแต่งตั้ง ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือ ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ให้เป็น เจ้าพนักงานดูแลบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา มีอำนาจตรวจค้นจับยึดบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนกว่า 30,000 แห่งทั้งประเทศ ขอให้ทำจริงเท่านั้นอย่าทำแค่ประกาศตามฤดูกาล
  • “ไต้ฝุ่น” ไม่เซอร์ไพรส์กับ พระปกเกล้าโพล ของ สถาบันพระปกเกล้า ที่สำรวจ “ความนิยมในพรรคการเมืองและนายกรัฐมนตรี 1 ปีหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566” พบว่า คะแนนนิยมพรรคก้าวไกล และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พุ่งลิ่วอย่างมีนัยสำคัญ มี สส.เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 2 เท่าของพรรคเพื่อไทย ผลโพลครั้งนี้ สถาบันพระปกเกล้า ระบุว่า กำหนดค่าความเชื่อมั่นไว้ที่ร้อยละ 95 และ ค่าความคลาดเคลื่อนที่+–2.5 สะท้อนว่า มีความน่าเชื่อถือมาก และมีความคลาดเคลื่อนน้อย
โอทอป เกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย แถลงข่าวการจัดงาน “OTOP Midyear 2024” ระหว่าง 8-16 มิ.ย. ที่ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมี ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ, สมชัย อัศวชัยโสภณ, ราชันย์ ซุ้นหั้ว และ สยาม-อรจิรา ศิริมงคล มาร่วมแถลงด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • คำถามก็ง่ายๆ ถ้ามีการเลือกตั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเลือก สส.พรรคไหน คำตอบชัดเจนมาก เลือก สส.แบ่งเขตก้าวไกล 35.7% สส.บัญชีรายชื่อก้าวไกล 44.9% โดยมี พรรคเพื่อไทยมาอันดับ 2 ได้รับคะแนนเสียง เลือก สส.เขต 18.1% สส.บัญชีรายชื่อ 20.2% ทิ้งห่างกันแบบไม่เห็นหลัง ส่งผลให้ พรรคก้าวไกลจะได้ สส.รวม 208 ที่นั่ง และ เพื่อไทยจะได้ สส.รวม 105 ที่นั่ง ทิ้งห่างกันเกือบ 2 เท่าตัว
  • ที่สำคัญ คะแนนเสียงพรรคก้าวไกล ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็น 16.8 ล้านเสียง จากเดิม 14.4 ล้านเสียง เพิ่มขึ้นถึง 2.4 ล้านเสียง ขณะที่ เพื่อไทย คะแนนเสียงลดลงจาก 10.9 ล้านเสียง เหลือ 7.5 ล้านเสียง ลดลงถึง 3.3 ล้านเสียง สะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนในผลงานของรัฐบาลเพื่อไทยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา
ผิวสวย พญ.ฐานิสร ธรรมลิขิตกุล เปิดตัว “Oligio” โปรแกรมยกกระชับด้วยการใช้คลื่นวิทยุ พร้อมปรับโครงสร้างใต้ผิวให้ดูเรียบเนียนลดริ้วรอย โดยมี พญ.อรุณี ทองอัครนิโรจน์, พญ.วรรณวิมล วรรณรักษ์ และ ไอแซค จาง มาร่วมงานด้วย ที่รมย์รวินท์คลินิก เซ็นทรัล ชิดลม วันก่อน.
  • เมื่อถาม อยากได้ใครเป็นนายกฯในช่วงนี้มากที่สุด คำตอบคือ อยากได้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นนายกฯ ในเวลานี้มากที่สุดถึง 46.9% ในขณะที่ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน นายกฯคนปัจจุบันของพรรคเพื่อไทย มีคนอยากได้เป็นนายกฯเพียง 8.7% สะท้อนถึงความผิดหวังในตัว นายกฯเศรษฐา ตลอด 10 เดือนเศษที่เป็นนายกฯ คุณภาพชีวิตคนไทยไม่มีอะไรดีขึ้นมีแต่แย่ลง
  • ก็ขำไม่ออก เมื่อมีคนนำภาพ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ใส่เสื้อโปโลสีขาวไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อทรงวาด ไปเดินย่านทรงวาด ไปเยี่ยมชุมชนบ่อนไก่ ด้านขวาอกเสื้อปักโลโก้สำนักนายกฯ ถัดมาเป็นชื่อ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ ด้านซ้ายอกเสื้อปักยี่ห้อแบรนด์หรู Zegna (เซนญ่า) เสื้อโปโลเซนญ่าขายตัวละ 2 หมื่นบาทขึ้นไป แตกต่างจากตอนที่ นายกฯเศรษฐาเอาผ้าขาวม้าพันคอไปเดินโชว์ที่กรุงปารีส บอกว่า เพื่อโปรโมตผ้าไทย แต่อยู่เมืองไทย กลับใส่เสื้อแบรนด์เนมหรูปักโลโก้สำนักนายกฯ
เจ็ตส่วนตัว วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค, กิริต ชาห์ และ อึ้ง โหย่ว เหมง ประกาศความร่วมมือยกระดับการดำเนินธุรกิจการบินส่วนบุคคลสู่ระดับเวิลด์คลาส พร้อมขยายการให้บริการในทวีปเอเชียอย่างครอบคลุม โดยมี ชมพรรณ กุลนิเทศ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอนันตรา สยาม วันก่อน.
  • การเมืองไทยจากนี้ไป “ไต้ฝุ่น” เชื่อว่า จะร้อนแรงกว่าเดิม เมื่อ ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศชัดเจน หากมีการเลือกนายก รัฐมนตรีรอบใหม่ (ถ้านายกฯเศรษฐาตกเก้าอี้) พรรคก้าวไกลจะไม่มีวันจับมือกับพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลอีกแน่นอน กลัวโดนฉีกเอ็มโอยูรอบสอง การเมืองไทยไม่มีสัจจะอยู่แล้ว
  • สว.ชุดใหม่แบบเลือกกันเอง ประชาชนไม่เกี่ยว ซากเดนเผด็จการที่ตามมาหลอกหลอน แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.สรุป มีผู้สมัครทั้งหมด 48,226 คน มี 2 อำเภอที่ไม่มีผู้สมัครเลย มี 7 อำเภอที่มีผู้สมัครเพียงกลุ่มเดียว (จาก 20 กลุ่ม) ที่เน่ายิ่งกว่าเดิมคือ มีข่าวการจ้างสมัคร สว.หัวละ 2 พัน ถึง 1 หมื่นบาท เพื่อให้เข้าไปลงคะแนนให้ มีผู้สมัครแค่ 48,000 กว่าคนซื้อกันสบายมาก ใช้เงินไม่ถึง 400 ล้านบาท เรื่องเศร้าใหม่ของประเทศไทยในอนาคต
26 ขวบ จันทรัตน์ โตวินัส จัดงาน “Auntie Anne’s Exclusive Meet & Eat with GULF” ฉลอง 26 ปี อานตี้ แอนส์ ในประเทศไทย พร้อมเปิดตัวแบรนด์พรีเซนเตอร์ คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ โดยมี วิริยาภรณ์ มหาอุดมพันธ์ และ อังค์วรา ใบน้ำเงิน มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • เลื่อนมาแล้วจะเลื่อนอีกหรือไม่ 09.00 น. วันนี้ ทักษิณ ชินวัตร ผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย มีกำหนดต้องไปพบ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 เพื่อรับฟัง คำสั่งอัยการสูงสุด กรณีถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า อัยการสูงสุดจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง หลังจากที่มีการส่งผลการสอบสวนเพิ่มเติมตามที่อัยการสูงสุดมีคำสั่ง ลุ้นกันตั้งแต่เช้าเลยทีเดียว
  • เงินบาทไทย กำลังขยายอิทธิพลออกไปในภูมิภาคเรื่อยๆ ล่าสุด ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ แบงก์ชาติ บินไปลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ พาน กงเซิ่ง ผู้ว่าการ ธนาคารกลางจีน ที่ กรุงปักกิ่ง เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการเงินและธนาคารระหว่างสองประเทศ สนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่น (บาทและหยวน) ในการค้าขายระหว่างกัน และ การเชื่อมโยง การชำระเงินระหว่างกัน อีกหน่อยซื้อขายสินค้าไทยจีนจ่ายเป็นเงินบาทเงินหยวนแทนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
ยังหวานอยู่ อภิชาติ สุดแสวง และ อวัสดา ปกมนตรี จัดดินเนอร์ฉลองครบรอบแต่งงาน 13 ปี โดยมี ศรีศุภางค์ มอฤทธิ์, พณิชนาฏ แย้มเพกา, อารีรัตน์ กฤษณะสมิต, นุชนาถระวีแสงสูรย์ และ สาลินี ปันยารชุน มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล วันก่อน.
  • สินเชื่อและการลงทุนระดับบนยังมีการเติบโตได้ดี ภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วม มหกรรมการเงิน Money Expo กรุงเทพ ครั้งที่ 24 ระหว่าง 16-19 พฤษภาคม ที่อาคารชาเลนเจอร์ 2-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดเผยว่า การจัดงาน 4 วันมียอดธุรกรรมการเงินรวมกว่า 24,743 ล้านบาท โดยมี สินเชื่อบ้าน อันดับ 1 มูลค่ากว่า 12,800 ล้านบาท รองลงมาเป็น สินเชื่อเอสเอ็มอี กว่า 7,850 ล้านบาท ประกันชีวิต/ประกันภัย/ประกันสุขภาพ มูลค่ากว่า 1,080 ล้านบาท บัตรเครดิต กว่า 950 ล้านบาท เงินฝาก/สลากออมทรัพย์ กว่า 600 ล้านบาท รวมทั้ง การลงทุนในหุ้นทองกองทุนอีกมาก ถ้ารัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจถูกทาง จีดีพีอาจโตเกินกว่า 3% ก็เป็นไปได้
  • ประกาศ กสทช. ที่ออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เล่นเอาตกใจกันทั้งประเทศ รณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการแบงก์ชาติ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ยืนยัน กรณีชื่อผู้ใช้บริการโมบายแบงกิ้ง มีหมายเลขโทรศัพท์ในซิมการ์ดไม่ตรงกับบัญชีธนาคาร ยังสามารถใช้บริการโมบายแบงกิ้งได้ตามปกติ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และสามารถชี้แจงในรายละเอียดได้
อย่าพลาด พิชัย จิราธิวัฒน์, ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และ เมทินี กิ่งโพยม แถลงข่าวการจัดงาน “Rhythm of Pride” แลนด์มาร์กฉลองเทศกาล Pride ระดับโลก ขบวนพาเหรดดารา-คนดังกว่า 500 ชีวิต ในวันที่ 31 พ.ค. โดยมี พิรพัฒน์ ศรีวัฒนวงศ์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • บนแผงวันนี้ ศิลปวัฒนธรรม หลักเมืองกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งพระราชอาณาจักรบนแผ่นดินพระจอมเกล้าฯ, อนุสาร อ.ส.ท. PAYONG REVISITED ลองยัง พาเที่ยวเกาะเสม็ด เขาแหลมหญ้า, ประวัติอารยธรรมฝรั่งเศส สมัยไกลถึงสมัยกลาง โดย ผศ.ทิสวัส ธำรงสานต์, 4 WHEELS ครอสส์โอเวอร์ ไฮบริดขวัญใจมหาชน TOYOTA YARIS CROSS.

“ไต้ฝุ่น”

ปาปัวนิวกินีดินถล่มครั้งใหญ่ เห็นได้จากอวกาศ คาดดับแล้ว 2,000 ศพ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2789146

ปาปัวนิวกินีดินถล่มครั้งใหญ่ เห็นได้จากอวกาศ คาดดับแล้ว 2,000 ศพ

29 พ.ค. 2567 09:30 น.

ปาปัวนิวกินีดินถล่มครั้งใหญ่ เห็นได้จากอวกาศ คาดดับแล้ว 2,000 ศพ

หน่วยงานระหว่างประเทศเร่งส่งเจ้าหน้าที่ ไปกู้สถานการณ์เหตุดินถล่มครั้งใหญ่ในปาปัวนิวกินี ซึ่งคาดกันว่ามีผู้ถูกฝังอยู่ใต้ดินกว่า 2,000 คน และสหประชาชาติประเมินว่า ไม่น่าพบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติมแล้ว

เมื่อเวลาประมาณ ตี 3 ของวันศุกร์ที่ 24 พ.ค. 2567 ที่ผ่านมา เกิดเหตุดินถล่มครั้งใหญ่ลงมาจากภูเขามุนกาโล หลังจากเกิดฝนตกอนย่างหนัก กลืนกินพื้นที่เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร จนสามารถมองเป็นได้จากอวกาศ ฝังบ้านเรือนเกือบทั้งหมดของหมู่บ้านยัมบาลี ในจังหวัดเอ็นกา ของปาปัวนิวกินี ไว้ใต้กองดินและซากปรักหักพังหนากว่า 8 เมตร

เจ้าหน้าที่ทั้งท้องถิ่นและจากหน่วยงานระหว่างประเทศยังคงเร่งขุดกองดินและหินปริมาณมหาศาล ทั้งด้วยเครื่องจักรขนาดใหญ่ และอุปกรณ์ขนาดเล็กอย่างพลั่วหรือท่อนไม้ หลายคนตัดสินใจขุดด้วยมือ โดยหวังว่าจะได้พบกับบุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขา

ศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติของปาปัวนิวกินีคาดว่า มีผู้เคราะห์ร้ายมากกว่า 2,000 คนถูกฝังเอาไว้ใต้ดิน แต่จนถึงตอนนี้พวกเขาขุดพบร่างผู้เสียชีวิตเพียง 6 ศพเท่านั้น ผู้แทนองค์กรยูนิเซฟในปาปัวนิวกินีถึงกับกล่าวว่า “นี่ไม่ใช้ปฏิบัติการช่วยเหลือ แต่เป็นปฏิบัติการฟื้นฟู” และ “ไม่น่ามีโอกาสที่ผู้ประสบเหตุจะรอดชีวิตแล้ว”

ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยอย่างเต็มรูปแบบยังถูกขัดขวางอย่างหนักจากสภาพภูมิประเทศที่อยู่ห่างไกล ถนนเพียงเส้นเดียวที่เชื่อมต่อกับหมู่บ้านที่เกิดเหตุถูกตัดขาด ฝนที่ยังคงตกลงมาเป็นครั้งคราว จนเสี่ยงทำให้เกิดดินถล่มซ้ำอีก จนทางการต้องสั่งอพยพประชาชนอีกหลายพันคนในวันอังคารที่ 28 พ.ค. และสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างชนเผ่า

ตามการเปิดเผยของทางการจังหวัดเอ็นกา มีผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้มากกว่า 7,840 ราย รวมถึงผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตแล้วหรือหายสาบสูญด้วย และผู้พลัดถิ่นอีก 1,650 คน โดยผู้พลัดถิ่นจำนวนมากเป็นผู้ที่หลบหนีความรุนแรงระหว่างชนเผ่ามาจนถึงพื้นที่แห่งนี้

หลายหน่วยงานแสดงความกังวลว่า เนื่องจากศพผู้เสียชีวิตจำนวนมากยังคงถูกฝังอยู่ใต้กองดิน จึงมีความเสี่ยงที่จะทำให้น้ำบาดาลเกิดการปนเปื้อน คุกคามสุขภาพต่อผู้ที่บริโภค ท่ามกลางปัญหาแหล่งน้ำขาดสะอาดแคลนเนื่องจากถูกดินถล่มกลืนไปเกือบทั้งหมด

และในเช้าวันอังคาร สะพานที่เชื่อมต่อจังหวัดเอ็นกากับจังหวัดเวสเทิร์น ไฮแลนด์ พังถล่มลงมา ทำให้การขนส่งเสบียงและความช่วยเหลือแก้ผู้ประสบภัยทำได้ยากขึ้นไปอีก

สถานการณ์ที่เลวร้ายลงทำให้ศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติของปาปัวนิวกินีร้องขอความช่วยเหลือจากสหประชาชาติทันที ทำให้เกิดการตอบสนองฉุกเฉิน เพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่จำเป็น เช่นการแจกจ่ายอาหาร, จัดหาที่พักชั่วคราวและน้ำดื่มฉุกเฉิน, ช่วยเหลือด้านสุขอนามัยและความสะอาด รวมทั้งสนับสนุนการขนส่งและมาตรการป้องกันต่างๆ ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : ap

อิสราเอลรบราฟาห์ต่อ สหรัฐฯติดตามอย่างใกล้ชิด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2789135

อิสราเอลรบราฟาห์ต่อ สหรัฐฯติดตามอย่างใกล้ชิด

29 พ.ค. 2567 07:39 น.

อิสราเอลรบราฟาห์ต่อ สหรัฐฯติดตามอย่างใกล้ชิด

เมื่อ 28 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลแถลงว่า การโจมตีในเมืองราฟาห์ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ไม่ได้ตั้งใจสร้างความเสียหายให้แก่พลเรือน อีกทั้งยังมีการอพยพผู้คนราว 1 ล้านคนออกจากพื้นที่เมืองราฟาห์ เพื่อเลี่ยงการสร้างความเสียหายแก่กลุ่มที่ไม่ใช่เป้าหมายในการโจมตี แต่ก็มีอุบัติเหตุอันน่าสลดใจเกิดขึ้น ซึ่งสำหรับอิสราเอล การที่ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับอันตรายเป็นเรื่องน่าเศร้า อิสราเอลกำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า อิสราเอลจะต่อสู้ในฉนวนกาซาต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ

ถ้อยแถลงนี้มีขึ้นหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา แถลงว่า กองทัพอิสราเอลโจมตีทิ้งระเบิดจนเกิดเพลิงลุกไหม้ขนาดใหญ่ในบริเวณที่พักพิงของผู้ลี้ภัยในเมืองราฟาห์ ส่งผลให้มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 45 ราย เมื่อ 27 พ.ค. ซึ่ง กองทัพอิสราเอลเผยว่า ได้สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮามาส 2 ราย เป็นปฏิบัติการที่มีข้อมูลที่แม่นยำรองรับ แม้ก่อนหน้านี้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลโลก จะมีคำสั่งให้อิสราเอลยุติปฏิบัติการทางทหารในเมืองราฟาห์ทันทีก็ตาม

เหตุดังกล่าวยังทำให้นานาชาติประณามการกระทำของอิสราเอล เช่น นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส แถลงเรียกร้องให้อิสราเอลเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และต้องการให้มีการหยุดยิงทันที ส่วนนางอันนาเลนา แบร์บอค รมว.ต่างประเทศเยอรมนี รวมถึงนายโจเซฟ บอร์เรลล์ ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป เผยว่า อิสราเอลต้องเคารพคำตัดสินของศาลโลก ขณะที่ทางการกาตาร์ระบุว่า การโจมตีนี้จะทำให้การเจรจาข้อตกลงช่วยเหลือตัวประกันเป็นไปอย่างยากลำบาก

อย่างไรก็ตาม สภาความมั่นคงทำเนียบขาวแถลงว่า อิสราเอลมีสิทธิอันชอบธรรมในการไล่ล่ากลุ่มฮามาส และสหรัฐฯ เข้าใจว่าการโจมตีในครั้งนี้ ได้สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นฝ่ายรับผิดชอบในการโจมตีพลเรือนอิสราเอล กระนั้น สหรัฐฯยืนยันว่า อิสราเอลต้องใช้ทุกมาตรการที่เป็น ไปได้เพื่อปกป้องพลเรือน โดยสหรัฐฯได้ปฏิบัติงานร่วมกับกองทัพอิสราเอลและพันธมิตรเพื่อติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด

วันเดียวกัน ยังมีรายงานว่ากองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการในเมืองราฟาห์ต่อเนื่อง โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ของอังกฤษเผยโดยอ้างพยานในพื้นที่ว่า มีรถถังของอิสราเอลมุ่งหน้าเข้ามาในบริเวณมัสยิดอัล-อาวดา ทางตอนกลางของเมืองราฟาห์ อีกทั้งกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาเผยว่า การโจมตีของอิสราเอลยังส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย ใน 24 ชม.