นายกฯนำแถลง ยึดทรัพย์เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ‘เฉิน จื้อ-ก๊ก อาน-ยิม เลียก-เบน สมิธ’

นายกฯนำแถลง ยึดทรัพย์เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ 'เฉิน จื้อ-ก๊ก อาน-ยิม เลียก-เบน สมิธ'

นายกฯนำแถลง ยึดทรัพย์เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ‘เฉิน จื้อ-ก๊ก อาน-ยิม เลียก-เบน สมิธ’

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.56 น.

นายกฯนำแถลง ยึดทรัพย์เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ “เฉิน จื้อ-ก๊ก อาน-ยิม เลียก-เบน สมิธ” พร้อมยึดทรัพย์มูลค่าหมื่นล้านบาท ยันพร้อมสนับสนุนเจ้าหน้าที่ดำเนินการเต็มที่ เดินหน้าขยายผลต่อไม่มีหยุดพักร้อน มอง”เบน สมิธ”โยงคนในรัฐบาล เป็นเรื่องคนรู้จักกันได้ แต่หากเจอหลักฐานถึงใครไม่มีละเว้น

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ห้องประชุมชัยจินดา ชั้น 2 อาคารประชารักษ์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในการแถลงผลปฏิบัติการ “ถอนรากสแกมเมอร์ข้ามชาติ” ปูพรมตรวจค้นเป้าหมาย 50 จุด ใน 22 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดและยึดของกลางรายการสำคัญ ทั้งเรือยอชต์ รถหรู ที่ดิน และอายัดเงินในบัญชีรวมมูลค่ากว่า 10,165 ล้านบาท โดยมี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ สำนักงานป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า สืบเนื่องจากการสืบสวนขยายผล และบูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักงาน ปปง.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) ที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการฉ้อโกงประชาชน คณะกรรมการธุรกรรมในการประชุมครั้งที่ 13/2568 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 จึงมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีสำคัญ 4 กลุ่มคดีใหญ่ ซึ่งเชื่อมโยงเส้นทางการเงินและการกระทำความผิดในลักษณะองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติอย่างชัดเจน

สำหรับรายละเอียดของคดีที่นำมาสู่การยึดทรัพย์ครั้งใหญ่นี้เริ่มต้นจาก คดี นายเฉิน จื้อ กับพวก ซึ่งเป็นเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์และค้ามนุษย์ที่มีฐานใหญ่ในกัมพูชา เชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัท Prince Holding Group โดยพบพฤติการณ์ฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัลและสับเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ต่างๆ ในรูปแบบไฮบริดสแกม คณะกรรมการฯ จึงสั่งยึดทรัพย์สินกว่า 102 รายการ มูลค่าประมาณ 373 ล้านบาท ถัดมาคือ คดี นายก๊ก อาน (Mr. Kok An) เจ้าของอาคารหลายแห่งในกัมพูชาที่ถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีการใช้บัญชีม้าสแกนใบหน้าเพื่อโอนเงินและนำเงินที่ได้มาซื้อทรัพย์สินในไทยให้ผู้อื่นถือครองแทน โดยในคดีนี้มีการยึดทรัพย์สิน 90 รายการ มูลค่าประมาณ 467 ล้านบาท

ส่วนคดีที่มีมูลค่าความเสียหาย และยึดทรัพย์ได้สูงที่สุดคือ คดี นางสาวแตงไทยฯ กับพวก ซึ่งเชื่อมโยงกับ นายยิม เลียก (Mr. Leak Yim) และ นายเบน สมิธ (Mr. Smith Ben) บุคคลใกล้ชิดทายาทผู้มีอิทธิพลในกัมพูชา โดยมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ และมีการโอนเงินหมุนเวียนระหว่างบริษัททั้งในและต่างประเทศอย่างซับซ้อนเพื่ออำพรางธุรกรรม คณะกรรมการฯ จึงมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินประเภทที่ดิน ห้องชุด และหลักทรัพย์ต่างๆ จำนวน 66 รายการ รวมมูลค่าสูงถึง 9,279 ล้านบาท นอกจากนี้ เลขาธิการ ปปง.ยังได้ใช้อำนาจเร่งด่วนยึดรถหรูเพิ่มเติมอีก 3 คัน ได้แก่ ZEEKR รุ่น 009, FERRARI รุ่น 488 GTB และ PORSCHE รุ่น CAYENNE S E-HYBRID COUPE ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินราคา

ขณะที่คดี นายเอื้ออังกูรฯ กับพวก ซึ่งเป็นกลุ่มมิจฉาชีพที่ชักชวนประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านแอปพลิเคชัน ULELA Max โดยสร้างข้อมูลกำไรเท็จเพื่อจูงใจ ก่อนจะนำเงินที่หลอกลวงได้ไปแปลงเป็นเหรียญดิจิทัล (USDT) ส่งต่อไปยังเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยคดีนี้มีการยึดทรัพย์สิน 31 รายการ มูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท

ทั้งนี้ คำสั่งยึด และอายัดทรัพย์สินดังกล่าวมีผลชั่วคราวไม่เกิน 90 วัน โดยผู้ถูกยึดทรัพย์หรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าทรัพย์สินดังกล่าวไม่ได้มาจากการกระทำความผิด ต่อเลขาธิการ ปปง.ได้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

พล.ต.ต.โสภณ กล่าวว่า สำหรับ นายเบน สมิธ จัดอยู่ในกลุ่มบุคคลเสี่ยงเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ระดับนานาชาติ ไม่ได้ถูกหมายจับ แต่มีธุรกรรมที่เกี่ยวข้องการกระทำผิด

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีความเชื่อมโยงกับบุคคลระดับสูง โดยเฉพาะกรณีที่ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ยอมรับว่ารู้จักกับ นายเบน สมิธ โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เรื่องการรู้จักกัน มันก็มีการรู้จักกันได้ แต่นโยบายที่ตนได้มอบหมายให้ผู้ปฏิบัติได้ดำเนินการไว้หมด คือ ถ้าเชื่อมโยงไปถึงใครก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย ตามหลักฐาน และตามการสอบสวนอย่างเคร่งครัด ไม่มีการละเว้น หากจะต้องกลับไปถามว่า บุคคลคนนั้นมีชื่อเสียงแบบนี้ จะมีการละเว้นหรือ มีคำสั่งพิเศษใดๆ หรือไม่ ซึ่งตนก็บอกว่า ขั้นตอนที่ง่ายที่สุด คือ เวลาที่ตนจะทำอะไร ก็ไม่ต้องไปสนใจที่อื่น แต่ให้ดูที่พฤติกรรม

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เวลาพวกเราทำงาน ให้ยึดหลัก “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” หากออกมาเป็นใครก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะหากพวกเราไม่ดำเนินการตามกฎหมาย พวกเราก็จะโดนข้อหาละเว้นฯ เสียเอง

ส่วนกรณีของ นายยิม เลียก คือนักธุรกิจชาวกัมพูชาผู้ทรงอิทธิพล ประธานกลุ่ม BIC Group ที่ได้สัญชาติไทยนั้นจากการที่สมรสกับภรรยาที่เป็นคนไทย โดยอยู่ในหมวด 6 ในบัตรประชาชน ซึ่งตนได้ให้ข้อสั่งการกับปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ดำเนินการเพิกถอนสัญชาติ ตามที่เคยได้ทำกับรายอื่นๆ มาก่อนหน้านี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในนามของนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรัฐบาล ตนต้องขอชื่นชมฝ่ายปฏิบัติการทั้งหมดทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ปปง. กระทรวงยุติธรรม กระทรวงดีอี และหน่วยงานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ซี่งนี่เป็นหลักฐานหนึ่ง แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้เพิกเฉย ละเลย ต่อเรื่องการปราบปรามผู้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาชญากรรมข้ามชาติ ผู้ก่ออาชญากรรมสแกมเมอร์ทั้งหลาย ตามที่ได้มีบุคคลที่ห่วงใยหลายท่านพยายามที่จะชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนรับทราบว่า รัฐบาล ฝ่ายความมั่นคง หรือ ฝ่ายปกครอง ไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลชุดนี้เพิ่งเข้ามาทำงาน 8 สัปดาห์ ตนแทบจะนับครั้งไม่ได้แล้วว่า ตน และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่แถลงข่าวในวันนี้ ไปให้ข้อมูลเวลาจับกุมยาเสพติดทุกประเภท จับกุมยึดทรัพย์ เรื่องของบ่อนการพนัน และการก่ออาชญากรรมทั้งหลาย และการค้าประเวณี ตลอดจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติทุกประเภท จึงอยากให้พี่น้องประชาชนเชื่อถือและเชื่อมั่นว่า ในเรื่องของอาชญากรรมเหล่านี้ คนที่ทำผิดกฎหมายเช่นนี้ เป็นเรื่องที่รัฐบาลถือว่ามีความสำคัญ และรัฐบาลให้การสนับสนุนหน่วยงานปฏิบัติในทุกรูปแบบ ที่จะทำให้พวกเขาสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ และไม่มีการละเว้นให้กับผู้ใด ตามที่ตนบอกว่า “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” เป็นหลัก

อีกทั้ง ตนได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจ เพราะการสื่อสารกันระหว่างรัฐบาล และผู้ปฏิบัติทุกหน่วยงานมีการสื่อสารกัน ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ตลอดเวลา และมีการยืนยันการสนับสนุนในการดำเนินการทุกครั้ง จึงขอให้เกิดความมั่นใจว่า เราให้ความเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ทั้งหลาย เพราะคนที่ทำงานเหล่านี้ล้วนแต่มีความเสี่ยงและเป็นอันตรายต่างๆ เราไม่ทราบว่า เข้าไปแล้วจะไปเจออะไรบ้าง ดังนั้น ขวัญ และกำลังใจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ พวกเราทำงานและได้รับความเชื่อมั่นและเชื่อถือจากประชาชน พวกเราก็เห็นช้างตัวเท่ามด ไม่มีความเกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่เรากลัวที่สุด คือการที่กลัวประชาชนไม่เข้าใจว่าพวกเราทำงาน และในหลายครั้งเราพิสูจน์ให้เห็นว่าเราทำงาน ทำทุกวัน ทำโดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน และจะทำต่อไป ไม่ใช่แค่มายึดทรัพย์ และขอลาพักร้อนปีใหม่ไปก่อน พร้อมยืนยันว่า และจะขยายผลต่อไป ซึ่งเรามีวิธีการพัฒนาของพวกเขาอยู่ตลอดเวลา

“ฉะนั้น​ Catch me if you can​ เราต้องตอบว่า I can always catch you ต้องขอความเข้าใจประชาชนว่าเราจะไม่มีวันหยุดปฏิบัติการเพื่อประเทศของเรา และความปลอดภัยของประชาชนทุกคน” นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า ธุรกรรมเชื่อมโยงกับการเมืองได้ตรวจสอบทั้งหมด บางกรณีเป็นเรื่องของการสืบสวนไม่สามารถบอกได้ว่าตรวจสอบใครบ้างเพราะที่ผ่านมาเราก็ตรวจสอบอย่างเงียบๆ อยู่นาน แต่หลังนายกฯ กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ และทำเอ็มโอยู 15 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องมีการขยายผลต่อไป

เลขาธิการ ปปง.กล่าวว่า การตรวจสอบ เชื่อมโยงกับหุ้น มีหลายตัว ที่ใหญ่และอายัด

– 006

‘นายกฯ’บอก’อ๋อ ครับ’หลังรู้’ศรีสุวรรณ’ยื่น’ป.ป.ช.’ร้องรัฐบาลล้มเหลวบริหารจัดการน้ำท่วมใต้

'นายกฯ'บอก'อ๋อ ครับ'หลังรู้'ศรีสุวรรณ'ยื่น'ป.ป.ช.'ร้องรัฐบาลล้มเหลวบริหารจัดการน้ำท่วมใต้

‘นายกฯ’บอก’อ๋อ ครับ’หลังรู้’ศรีสุวรรณ’ยื่น’ป.ป.ช.’ร้องรัฐบาลล้มเหลวบริหารจัดการน้ำท่วมใต้

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.55 น.

‘นายกฯ’บอก’อ๋อ ครับ’หลังรู้’ศรีสุวรรณ’ยื่น’ป.ป.ช.’ร้องรัฐบาลล้มเหลวบริหารจัดการน้ำท่วมใต้​ บอกเราควบคุมคนอื่นไม่ได้ 

เมื่อเวลา 15.10 น.วันที่ 3 ธ.ค.2568 ที่กองบังคับการปราบปรามตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่ต้องช่วยชาวบ้านกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า คนละเรื่องกัน ช่วยชาวบ้านแก้ไขสถานการณ์วิกฤติ ตราบใดที่มีรัฐบาลอยู่ และจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ จึงจะหมดหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเต็มรูปแบบหรือรัฐบาลรักษาการ หากมีภัย มีเรื่องฉุกเฉิน ก็ต้องลุยเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนพ้นจากภัยและความทุกข์เร็วที่สุด

เมื่อถามต่อว่าการที่พรรคเพื่อไทยไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็น เพราะมีการดีลกันแล้ว นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่มี

เมื่อถามอีกว่าวิกฤติน้ำท่วมภาคใต้ จะทำให้เกมพรรคภูมิใจไทยพลิกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกวันนี้ที่ต้องลงไปแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ก็เพราะเป็นรัฐบาล ไม่ได้ไปในฐานะพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในฐานะที่เป็นรัฐบาลก็ต้องระดมความช่วยเหลือของทุกหน่วยงาน ให้ลงไปช่วยเหลือประชาชน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

เมื่อถามอีกว่านายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหว ได้ไปยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำท่วมภาคใต้ นายอนุทิน ถามกลับว่าใครยื่น ก่อนนิ่งไปสักพัก และตอบกลับว่า “อ๋อ ครับ” แล้วยิ้ม พร้อมกล่าวว่า เราควบคุมตัวเองได้ แต่ควบคุมคนอื่นไม่ได้ แต่มั่นใจว่ามีเจตนารมณ์ที่ดี ตั้งใจทำงานและแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ซึ่งจะทำงานเต็มที่ในฐานะรัฐบาล

เมื่อถามย้ำว่ากังวลหรือไม่ว่าน้ำท่วมภาคใต้จะเป็นวิกฤติกระแสเสียงของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่กังวลกระแสว่าพรรคภูมิใจไทยจะขึ้นหรือลง แต่กังวลว่าตนเองจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ไม่ทันใจ ส่วนเสียงที่ตำหนิรัฐบาลที่ดูจะขมหูในช่วงนี้ มีวิธีการจัดการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า น้อมรับทุกอย่าง ตรงไหนที่ฟังแล้วเข้าท่า มีเหตุมีผล ขออนุญาตคัดลอกไปแก้ไขด้วยซ้ำ

เชาว์ บี้ สภาทนายความ เปิดชื่อทนายอินฟลูถูกลบชื่อ พักใบอนุญาต ชี้ ลงดาบแล้วปิดชื่อ ไม่ช่วยกู้ศรัทธา

เชาว์ บี้ สภาทนายความ เปิดชื่อทนายอินฟลูถูกลบชื่อ พักใบอนุญาต ชี้ ลงดาบแล้วปิดชื่อ ไม่ช่วยกู้ศรัทธา

เชาว์ บี้ สภาทนายความ เปิดชื่อทนายอินฟลูถูกลบชื่อ พักใบอนุญาต ชี้ ลงดาบแล้วปิดชื่อ ไม่ช่วยกู้ศรัทธา

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.25 น.

วันที่ 3 ธ.ค.2568 นายเชาว์ มีขวด ทนายความ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง ลงดาบทนายอินฟลูไม่พอต้องเปิดชื่อด้วย มีเนื้อหาระบุว่า สภาทนายความมีมติ เอกฉันท์ ลบชื่อ “ทนายความชอบออกสื่อรายหนึ่ง” หลังผลสอบยืนยันว่าประพฤติผิดมรรยาทร้ายแรง และยังมีอีกหนึ่งคนที่ถูกลงโทษ “พักใบอนุญาต 1 ปี” สองคดีนี้สะเทือนวงการทนายอย่างแรง จนสังคมตั้งคำถามตรง ๆ ว่า “สองทนายคือใคร?” เหตุการณ์นี้ทำให้ภาพลักษณ์วิชาชีพเสียหายหนัก เพราะทนายคืออาชีพที่ต้องอาศัยความเชื่อถือเป็นพื้นฐาน แต่วันนี้ ทนายอินฟลูเอนเซอร์บางคนกลับมีอิทธิพลเหนือสภาทนายความในสายตาประชาชน มีผู้ติดตามมากกว่า มีคนเข้าหามากกว่า และใช้สื่อสร้างชื่อเสียงได้รวดเร็วกว่าที่ระบบวิชาชีพจะตรวจสอบทัน เมื่อความนิยมมากกว่า แต่ความรับผิดชอบน้อยกว่า  ผลลัพธ์คือความเสียหายทั้งวงการ

”ผมจึงเห็นด้วยที่สภาทนายความต้องลงดาบ และต้องทำให้หนักกว่านี้ด้วยการ เปิดเผยชื่อทั้งสองคนต่อสาธารณะ เพราะยิ่งปล่อยให้เดา ยิ่งบั่นทอนความน่าเชื่อถือของทนายทั้งประเทศ สุดท้ายวิชาชีพที่ทำหน้าที่เพื่อสังคม ต้องให้สังคมตรวจสอบได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ “ทนายดังบนสื่อ” ลอยตัวเหนือมาตรฐานวิชาชีพ“ ทนายเชาว์ระบุ

เชาว์ มีขวด

ย้ำ!ใช้แค่เลขบัตรประชาชน รับเงินเยียวยา’น้ำท่วม’-ขยายลงทะเบียนถึงสิ้นปี

ย้ำ!ใช้แค่เลขบัตรประชาชน รับเงินเยียวยา'น้ำท่วม'-ขยายลงทะเบียนถึงสิ้นปี

ย้ำ!ใช้แค่เลขบัตรประชาชน รับเงินเยียวยา’น้ำท่วม’-ขยายลงทะเบียนถึงสิ้นปี

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.18 น.

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) โพสต์ข้อความระบุว่า สรุปการประชุม ศป.กฉ. วันนี้ (3 ธ.ค. 2568)

– แก้ปัญหาเงินเยียวยา – ขยายเวลาลงทะเบียนถึง 31 ธ.ค. 68
• ลดขั้นตอน ไม่ต้องใช้เอกสาร ใช้แค่เลขบัตรประชาชน
• แก้ปัญหาเว็บล่ม เร่งให้กลับมาใช้งานได้ภายในวันนี้
• โอนเงินให้แล้วกว่าแสนครัวเรือน และจะโอนเพิ่มอีกกว่า 66,000 ครัวเรือนวันนี้

– ค่าน้ำ – ค่าไฟ ช่วยเหลือเต็มที่
• งดส่งบิลชั่วคราว
• เสนอ ครม. ยกเว้น 3 รอบบิล พ.ย. 68 – ม.ค. 69 ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่
• พื้นที่อื่นอยู่ระหว่างพิจารณาตามระดับความเสียหาย

– ฟื้นฟูเมือง – ทำความสะอาดให้เสร็จภายใน 7 วัน
• รัฐบาลอนุมัติงบ 530 ล้านบาทให้จังหวัดสงขลา
• จัดกำลังทหาร – อาสา ทำความสะอาด 24 ชม.
• ระบบน้ำ – ไฟกลับมาปกติ 100% เกือบทุกพื้นที่ เหลือบางจุดที่เร่งซ่อมอยู่
• อินเทอร์เน็ตฟื้นตัว 98%

– เรื่องสำคัญอื่นๆ
• พิธีการศพชาวมุสลิม : ยืนยันการเสียชีวิตตามหลักศาสนา ไม่ต้องขุดศพขึ้นมาตรวจใหม่
• เคลื่อนย้ายรถที่กีดขวางถนน เดินหน้าต่อเนื่อง ติดต่อสอบถามได้ที่ 191 / 1599
• ขอให้ผู้ต้องการตรวจสอบสภาพบ้านเรือน ติดต่อโยธาฯ ได้ที่ 1531
• ผู้ประกันตน : ยกเว้นจ่ายประกันสังคม 6 เดือน (พ.ย. 68 – เม.ย. 69)

*นายกรัฐมนตรีสั่งตั้งคณะกรรมการพิเศษ เพื่อถอดบทเรียนภัยพิบัติ และเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในอนาคตอย่างยั่งยืน

พี่น้องไม่ต้องกังวลครับ ศป.กฉ. และทุกหน่วยงานกำลังเร่งช่วยอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกครอบครัวกลับสู่ภาวะปกติเร็วที่สุดครับ

#ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย

‘ทภ.2’แจงเหตุระเบิดห้วยตามาเรีย ชี้เป็นทุ่นสังหาร PMN-2 ฝั่งเขมรที่ถูกเกลี่ยจากแนวเดิม

'ทภ.2'แจงเหตุระเบิดห้วยตามาเรีย ชี้เป็นทุ่นสังหาร PMN-2 ฝั่งเขมรที่ถูกเกลี่ยจากแนวเดิม

‘ทภ.2’แจงเหตุระเบิดห้วยตามาเรีย ชี้เป็นทุ่นสังหาร PMN-2 ฝั่งเขมรที่ถูกเกลี่ยจากแนวเดิม

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.43 น.

‘กองทัพภาคที่2’แจงเหตุระเบิดห้วยตามาเรีย ชี้เป็นทุ่นสังหาร PMN-2 ฝั่งกัมพูชาที่ถูกเกลี่ยจากแนวเดิมจนระเบิดเอง

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2568 กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) เปิดเผยข้อมูลและชี้แจง ว่า เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2568 เวลา 14.20 น. หน่วยกองร้อยทหารราบที่ 1622 (หน่วย ร้อย.ร.1622) ซึ่งปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ ห้วยตามาเรีย บริเวณเส้นทางยุทธวิธีสร้างใหม่ เป็นจุดกลับรถหน้าฐานปฏิบัติการ ได้ตรวจพบเหตุระเบิดขึ้น และหลังจากเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด พีเอ็มเอ็น-2 จำนวน 1 ลูก ซึ่งได้เกิดการระเบิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่และการให้ข้อมูลของกำลังพลในพื้นที่ สันนิษฐานว่าเป็นทุ่นระเบิดที่ถูกวางไว้ ในแนวทุ่นระเบิดเดิมที่ฝ่ายกัมพูชาวางไว้เพื่อชะลอหรือป้องกันการรุกไล่ติดตามของฝ่ายเราในห้วงที่พื้นที่ยังไม่สามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ ก่อนที่ฝ่ายเราจะเข้าควบคุมพื้นที่ได้ในเวลาต่อมา

จากการประเมินสถานการณ์เบื้องต้น เมื่อฝ่ายไทยสามารถเข้าควบคุมพื้นที่ได้แล้วและมีการเปิดเส้นทางยุทธวิธีใหม่ด้วยยานยนต์ ทุ่นระเบิดดังกล่าวจึงอาจถูกรถจักรที่เข้าดำเนินการปรับเกลี่ยออกไปด้านข้างแนวถนนและเกิดการทับถมจากดินและวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง และเมื่อได้รับแรงกดทับจากยานยนต์ในระดับที่เพียงพอ กลไกจุดระเบิดของทุ่น พีเอ็มเอ็น-2 จึงทำงานและทำให้เกิดการระเบิดขึ้น โดยในระหว่างเกิดเหตุไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวของกำลังทหารฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่โดยรอบ ในห้วงเวลาที่ฝ่ายเราเข้าควบคุมพื้นที่

ภายหลังเหตุการณ์ หน่วยในพื้นที่ได้ดำเนินการเก็บกู้และรักษาสภาพหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับทุ่นระเบิด พีเอ็มเอ็น-2 จัดทำบันทึกรายละเอียดพื้นที่เกิดเหตุ รวมทั้งประเมินแนวโน้มการกระจายของทุ่นระเบิดในบริเวณใกล้เคียง พร้อมทั้งเตรียมประสานส่งมอบหลักฐานให้กับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม (หน่วย นปท.) และหน่วยพิสูจน์หลักฐานเพื่อดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกและจัดทำฐานข้อมูลด้านทุ่นระเบิดต่อไป นอกจากนี้ได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและตรวจค้นเพิ่มเติมในบริเวณแนวถนนและพื้นที่ต้องสงสัยโดยรอบ เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชน รวมถึงแจ้งทุกหน่วยในพื้นที่รับผิดชอบให้จัดทำเครื่องหมายในพื้นที่ที่อาจเกิดอันตรายจากทุ่นระเบิด 

ทั้งนี้ สรุปได้ว่าเหตุระเบิดครั้งนี้มีลักษณะสอดคล้องกับทุ่นระเบิดที่ถูกวางไว้เดิมในพื้นที่ทุ่นระเบิดด้านกัมพูชาและถูกเคลื่อนย้ายหรือเกลี่ยโดยการทำถนน จนได้รับแรงกดทับเพียงพอทำให้ระเบิดขึ้นเอง จึงคาดว่าเป็นทุ่นระเบิดที่กัมพูชาวางไว้ในช่วงที่ถูกฝ่ายเรารุกคืบไล่ติดตามจนเข้ายึดครองพื้นที่ปฏิบัติการได้ในที่สุด

สพฐ.ติวเข้ม ม.6 ทั่วประเทศ ก่อนสอบ TCAS69 – มั่นใจดูแลพื้นที่ประสบภัยใต้ได้ครบ

สพฐ.ติวเข้ม ม.6 ทั่วประเทศ ก่อนสอบ TCAS69 - มั่นใจดูแลพื้นที่ประสบภัยใต้ได้ครบ

สพฐ.ติวเข้ม ม.6 ทั่วประเทศ ก่อนสอบ TCAS69 – มั่นใจดูแลพื้นที่ประสบภัยใต้ได้ครบ

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.15 น.

สพฐ.ติวเข้ม ม.6 ทั่วประเทศ ก่อนสอบ TCAS69 – มั่นใจดูแลพื้นที่ประสบภัยใต้ได้ครบ ไม่กระทบแม้เลื่อนสอบ TGAT/TPAT

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ.เปิดเผยถึงความพร้อมก่อนการสอบ TGAT และ TPAT ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–15 ธันวาคม 2568 โดยย้ำว่านี่เป็นช่วงเวลาสำคัญของนักเรียน ม.6 ทั่วประเทศ ที่ต้องใช้คะแนนเพื่อยื่นเข้ามหาวิทยาลัย สพฐ.จึงเร่งเดินหน้าสนับสนุนผู้เรียนตามนโยบาย “เรียนดี มีคุณธรรม” ของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย

เพื่อเสริมความพร้อมก่อนสอบ สพฐ.จัดกิจกรรมติวใหญ่ “กล่องความรู้ สู่ความสุข” ระหว่างวันที่ 8–9 และ 11–12 ธันวาคม 2568 โดยคัดเลือกครูผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศมาถ่ายทอดความรู้ทั้ง TGAT และ TPAT ในหลายสาขา ตั้งแต่ความถนัดครุศาสตร์ วิทยาศาสตร์–วิศวกรรม สถาปัตย์ ไปจนถึงวิชาเฉพาะแพทย์ รวมถึงทักษะภาษาอังกฤษ การคิดอย่างมีเหตุผล และสมรรถนะการทำงาน พร้อมเทคนิควิเคราะห์โจทย์ที่ช่วยลดเวลาอ่านหนังสือ เพิ่มความมั่นใจ และทำความเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น

การถ่ายทอดสดจะผ่าน OBEC Channel ทั้งเว็บไซต์ YouTube และ Facebook เพื่อให้โรงเรียนใช้เป็นชั่วโมงเรียนปกติหรือเป็นกิจกรรมเสริมตามความพร้อม ขณะเดียวกันยังเปิดให้ผู้เรียนสามารถเรียนซ้ำได้ทุกเวลา ทำให้เกิดความยืดหยุ่นและเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง

ส่วนกรณีอุทกภัยในจังหวัดสงขลา ยะลา และนราธิวาส ซึ่งทำให้กระทรวง อว.และ ทปอ.ประกาศเลื่อนการสอบ TGAT/TPAT ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นวันที่ 17–19 มกราคม 2569 สำหรับผู้เข้าสอบกว่า 19,000 คน สพฐ.ยืนยันว่ากิจกรรมติวครั้งนี้ยังคงดำเนินไปตามกำหนด และไม่ส่งผลกระทบต่อเด็กในพื้นที่ประสบภัย เนื่องจากสามารถชมคลิปย้อนหลังได้อย่างสะดวก พร้อมประสานเขตพื้นที่และสถานศึกษาให้ช่วยดูแลการเดินทาง ความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกในวันสอบอย่างรัดกุม

ทั้งนี้ การตรวจข้อสอบและประกาศคะแนนในระบบ TCAS ยังเป็นไปตามกรอบเดิม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้กระบวนการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อไม่ล่าช้าและเป็นธรรมกับผู้เรียนทุกพื้นที่

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ร่วมแสดงความยินดี‘ศ.ดร.บังอร’เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ HELLO! Socialpreneur

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ร่วมแสดงความยินดี‘ศ.ดร.บังอร’เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ HELLO! Socialpreneur

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ร่วมแสดงความยินดี‘ศ.ดร.บังอร’เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ HELLO! Socialpreneur

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.41 น.

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ร่วมแสดงความยินดี‘ศ.ดร.บังอร’เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ HELLO! Socialpreneur

4 ธันวาคม 2568 มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) ร่วมแสดงความยินดีและภาคภูมิใจกับ ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU)ในโอกาสเข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ ‘HELLO! Socialpreneur’ ภายในงาน HELLO! H! LIST 2025: EYES OF HOPE, HEARTS OF GIVING จัดขึ้นเมื่อ 3 ธันวาคม 68 ณ ห้องบอลรูม ชั้น 4 โรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok

งานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเชิดชูบุคคลและองค์กรที่สร้างคุณูปการต่อสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการศึกษา กีฬา การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ โดยรายได้ส่วนหนึ่งของงานจะนำไปสมทบทุนแก่ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นหลักฐานชัดเจนถึงความมุ่งมั่นพัฒนา วิสัยทัศน์ ความตั้งใจและการอุทิศตนของ ศ.ดร.บังอร ที่ได้ขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาและการพัฒนาคุณภาพเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านบทบาท ผู้นำ การบริหารมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี สามารถนำพาสถาบันการศึกษาก้าวสู่แถวหน้าของประเทศไทยด้วยผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ การันตีด้วยรางวัลระดับโลกต่างๆมากมาย และเป็นแหล่งพัฒนาผลิตนักกีฬา นิสิต นักศึกษา บุคลากรสู่เวทีโลกอย่างต่อเนื่อง ที่มีศักยภาพสูง มีวินัย มีคุณธรรม พร้อมรับใช้สังคมและประเทศชาติ

นิตยสาร HELLO! ได้ยกย่องผลงานโดดเด่นของ ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี โดยเฉพาะการส่งเสริม สร้างโอกาสทางการศึกษา การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆเช่นด้านกีฬาเพื่อพัฒนาเยาวชน การผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่สังคมไทย

ในโอกาสนี้ รศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น พร้อมผู้บริหาร คณาจารย์ นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ต่างร่วมแสดงความยินดีกับท่านอธิการบดี

รางวัล ‘HELLO! Socialpreneur’ นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จ ที่สะท้อนถึงการทุ่มเทเสียสละของ ศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล ในการพัฒนาศักยภาพนิสิต นักศึกษา เยาวชนไทย และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมากก้าวสู่การเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

อาชีวะอุบลฯ เปิดร้านกาแฟ COFFEE TALK UVC ส่งท้ายปีชวนสัมผัสความอร่อย ด้วยเมนูที่หลากหลาย

อาชีวะอุบลฯ เปิดร้านกาแฟ COFFEE TALK UVC ส่งท้ายปีชวนสัมผัสความอร่อย ด้วยเมนูที่หลากหลาย

อาชีวะอุบลฯ เปิดร้านกาแฟ COFFEE TALK UVC ส่งท้ายปีชวนสัมผัสความอร่อย ด้วยเมนูที่หลากหลาย

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.33 น.

อาชีวะอุบลฯ เปิดร้านกาแฟ COFFEE TALK UVC ส่งท้ายปีชวนสัมผัสความอร่อย ด้วยเมนูที่หลากหลาย สนับสนุนรายได้ ผู้เรียนอาชีวศึกษา 

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดยนางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำคณะครูและนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษา จัดพิธีเปิดร้านกาแฟ COFFEE TALK UVC วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี อย่างเป็นทางการในเทศกาล เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2569 “สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” โดยมี ดร.ประดิษฐ์ พาชื่น ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 เป็นประธานในพิธีเปิด 

ทั้งนี้ร้านกาแฟ COFFEE TALK UVC ที่ตั้งอยู่ที่บริเวณหัวมุมสี่แยกวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ตรงข้ามเยื้องประตูทางเข้าวัดศรีอุบลรัตนาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ดำเนินงานโดยศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา ร่วมกับแผนกวิชาการโรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เป็นร้านกาแฟมุมพักผ่อนสบายๆ น่ารักๆ และลงตัวสไตล์อบอุ่นและเป็นกันเอง เพื่อเปิดพื้นที่ให้บริการสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็น ในเมนูที่หลากหลายให้สัมผัสลิ้มลอง ในราคาเริ่มต้นแก้วละ 45 บาท อาทิ กาแฟเมนูรสชาติต่างๆ พร้อมด้วยมัจฉะมะพร้าว มัจฉะลาเต้ มัจฉะสตอเบอรี่ อโวคาโด้ปั่น มิกซ์ชาไทยชาเขียนทูโทน ชากุหลาบ ชาทูโทน ขาเชียวน้ำผึ้งมะนาว โกโก้มิ้นท์/ช็อคมิ้นท์ สตอเบอรี่สมูทตี้ เป็นต้น

นอกจากนี้ร้านกาแฟ COFFEE TALK UVC ยังมีส่วนสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำทักษะวิชาชีพของตนมาประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง ให้นักเรียน นักศึกษาคิดเป็น ทำได้ เข้าใจชีวิต และสามารถนำวิชาความรู้ในวิชาชีพสร้างรายได้ระหว่างเรียน มีประสบการณ์ในการทำงานในชีวิตจริง โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการร้านค้าด้วยตนเอง  การวางแผนการจำหน่ายสินค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านช่องทางออนไลน์ ทักษะการผสมเครื่องดื่มหลากหลายเมนู  และทักษะการประสานงาน การให้บริการลูกค้า และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น 

สำหรับผู้ที่สนใจขอเชิญแวะชม ชิมและสัมผัสเมนูเครื่องดื่มอร่อยๆ บรรยากาศดีๆ กับเพื่อนๆหรือคนที่คุณรัก พูดคุยจิบกาแฟอย่างผ่อนคลายสบายๆ ได้ที่ COFFEE TALK UVC วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08.00-17.00 น.หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 065-2366114 และเพจ Facebook COFFEE TALK UVC

อาชีวะอุบลฯเสิร์ฟความอร่อย ส่งความสุข ในเทศกาล ‘เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2569 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ’

อาชีวะอุบลฯเสิร์ฟความอร่อย ส่งความสุข ในเทศกาล 'เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2569 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ'

อาชีวะอุบลฯเสิร์ฟความอร่อย ส่งความสุข ในเทศกาล ‘เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2569 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.55 น.

มหกรรมความอร่อยเริ่มแล้ว อาชีวะอุบลฯ เสิร์ฟความอร่อย ส่งความสุข ในเทศกาล “เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2569 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” บูรณาการผู้เรียนสู่โลกอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569ื ก้าวสู่ปีที่89 ของการก่อตั้ง

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดย นางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำคณะครูและนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษา ส่งความสุขในเทศกาล “เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2569 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” บูรณาการผู้เรียนสู่โลกอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า 2568 ต้อนรับปีใหม่ 2569

โดยมีดร.ประดิษฐ์ พาชื่น ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 เป็นประธานเปิดงานพร้อมสาธิตการแต่งหน้าเค้กก้อนพิเศษแห่งปีรับศักราชใหม่ เพื่อส่งความสุขรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2569 และสถานศึกษาครบรอบ89ปีของการก่อตั้ง

ทั้งนี้โครงการ เทศกาล“เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ด้วยการให้นักเรียน นักศึกษา ในแต่ละสาขาวิชานำทักษะวิชาชีพของตนไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง ให้นักเรียน นักศึกษาคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ และสามารถนำวิชาความรู้ในวิชาชีพสร้างรายได้ระหว่างเรียน มีประสบการณ์ในการทำงานในชีวิตจริง โดยเฉพาะการทำหน้าที่ในการเป็นนักขายที่ดี จำหน่ายสินค้าให้กับประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานีและผู้ที่สนใจทั่วประเทศ อีกทั้งยังแข่งขันไลฟ์สดผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า สร้างรายได้ให้กับนักเรียน นักศึกษา ในแต่ละสาขาวิชาอีกด้วย

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เปิดจำหน่ายในปีนี้ ได้แก่  คุกกี้ช็อกโกแลตชิป คุกกี้เนยสดอัลมอนด์  คุกกี้คอร์นเฟลก ในรูปแบบบรรจุภัณฑ์แยกชิ้น ในราคา 20 บาท  แบบกระป๋อง 450 กรัม ในราคา 150 บาท แบบกล่องกลมใส 600 กรัม ในราคา 250 บาท และแบบซองขาว 150 กรัม ราคา 120 บาท 

ส่วนเค้กนั้นจัดทำ 3 รสชาติ ได้แก่ เค้กกาแฟ ราคาปอนด์ละ 220 บาท เค้กช็อกโกแลตชิป ปอนด์ละ 250 บาท และเค้กเนยสด ในราคาปอนด์ละ 200 บาท สำหรับรายได้ที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เค้กและคุกกี้ในครั้งนี้ ทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จะนำรายได้มอบเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน และพัฒนาสถานศึกษาในด้านต่างๆ ต่อไป

ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อเค้กและคุกกี้ ผลงานนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้ที่ห้องอาหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ร้านเบเกอรี่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี โรงแรมอาชีวะ (R CHEE WA HOTEL) @วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก งานประชาสัมพันธ์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หมายเลขโทรศัพท์ 045-250111 หรือ 065 – 6516577 หรือสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ครูสุรีพร คืนดี หัวหน้าศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 081-8793868 ตลอดจน ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายของสถานศึกษาได้ทุกคน

พว.เดินหน้าพัฒนาการศึกษา

พว.เดินหน้าพัฒนาการศึกษา

พว.เดินหน้าพัฒนาการศึกษา

วันพุธ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.18 น.

พว.จัดการอบรมครู “หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น ฐานความฉลาดรู้ พ.ศ. 2568 (นำร่อง) และการประเมินผลเชิงรุกฐานสมรรถนะ ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps” ณ โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย จังหวัดราชบุรี

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ในฐานะที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการสามัญ ประจำวุฒิสภา คณะกรรมาธิการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มาเป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ในการอบรมครู “หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น ฐานความฉลาดรู้ พ.ศ. 2568 (นำร่อง) และการประเมินผลเชิงรุกฐานสมรรถนะ ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps” ณ โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และได้บรรยายพิเศษ สรุปได้ดังนี้

กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดให้ทดลองใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ตามแนวทางโรงเรียนมาตรฐานสากลในโรงเรียนเอกชนให้เป็นโรงเรียนต้นแบบของประเทศนั้น โรงเรียนต้นแบบได้ใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือให้นักเรียนนำไปสู่การสร้างความรู้ได้ด้วยตนเองทั้งในระดับความคิดรวบยอดและหลักการ และยังสามารถสร้างผลผลิต ผลงาน โครงงาน นำไปสู่ปัญญาประดิษฐ์และนวัตกรรม อันเป็นพื้นฐานสำคัญเพื่อเตรียมนำไปต่อยอดสร้าง AI ผ่านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นการสะท้อนสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี และมีความก้าวหน้าอย่างมาก

ในโรงเรียนนี้มีการจัดให้มีการอบรมพัฒนาครูในเรื่อง “หลักสูตรการศึกษาประถมศึกษาตอนต้น ฐานความฉลาดรู้ พ.ศ. 2568 (นำร่อง) และการประเมินผลเชิงรุกฐานสมรรถนะ ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps” นับเป็นที่น่าชื่นชมเป็นอย่างมากและเป็นที่ยืนยันได้ว่า กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps จะช่วยทำให้ครูสามารถจัดการเรียนรู้และดำเนินการวัดและประเมินผล ที่จะสะท้อนให้เห็นสมรรถนะความฉลาดรู้ของผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม