สหรัฐฯ – เกาหลีใต้ บรรลุข้อตกลงการค้า ลดภาษีเหลือ 15% ลงทุนนับแสนล้าน

สหรัฐฯ - เกาหลีใต้ บรรลุข้อตกลงการค้า ลดภาษีเหลือ 15% ลงทุนนับแสนล้าน

30 ต.ค. 2568 01:55 น.

สหรัฐฯ – เกาหลีใต้ บรรลุข้อตกลงการค้า ลดภาษีเหลือ 15% ลงทุนนับแสนล้าน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ ประกาศบรรลุข้อตกลงการค้ารอบใหม่ ยืนยันลดกำแพงภาษีเหลือ 15% ตามที่ตกลงไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่เกาหลีใต้จะลงทุนในสหรัฐฯ หลายแสนล้านดอลลาร์

เมื่อวันพุธที่ 29 ต.ค. 2568 สหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ ประกาศว่า พวกเขาได้บรรลุข้อตกลงการค้าในวงกว้างแล้ว หลังจากผู้นำของทั้งสองประเทศพบปะเจรจากัน โดยนาย คิม ยง-มอบ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายจะลดภาษีศุลกากรซึ่งกันและกันจาก 25% เป็น 15% ตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อต้นปีนี้

นายคิมกล่าวอีกว่า เกาหลีใต้จะลงทุนในสหรัฐฯ เป็นจำนวนเงิน 350,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงการลงทุนเป็นเงินสด 200,000 ล้านดอลลาร์ และการลงทุนในอุตสาหกรรมการต่อเรือ 150,000 ล้านดอลลาร์

ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนเอเชียเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ กล่าวในงานเลี้ยงอาหารค่ำภายหลังการเจรจาที่ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงว่า ข้อตกลงนี้ “ถือว่าเสร็จสิ้นเกือบทั้งหมดแล้ว” แต่เขาไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

“วันนี้เรามีการประชุมที่ยอดเยี่ยมกับเกาหลีใต้” นายทรัมป์กล่าวถึงการหารือกับประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ พร้อมเสริมว่า “เราหารือเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติและอื่น ๆ และผมคิดว่าเราได้ข้อสรุปในหลายประเด็นที่สำคัญมาก”

ก่อนหน้าการเจรจาในวันพุธ ทั้งสองฝ่ายต่างออกมาลดความคาดหวังที่ว่า จะมีความคืบหน้าครั้งสำคัญเกิดขึ้นในการเจรจา สร้างความผิดหวังให้กับหลายฝ่ายในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชิป และยานยนต์ของเกาหลีใต้ ที่ต้องการความชัดเจนท่ามกลางความวุ่นวายเรื่องภาษี

ทั้งนี้ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา นายทรัมป์ประกาศใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีจากสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศคู่ค้าทั่วโลก โดยเขาเรียกเก็บจากเกาหลีใต้ในอัตรา 25% ก่อนที่ประธานาธิบดีอีสามารถเจรจาให้ลดลงเหลือ 15% แลกกับการที่เกาหลีใต้สัญญาจะลงทุน 350,000 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ และซื้อก๊าซ LNG มูลค่า 100,000 ล้านดอลลาร์

แต่ภายหลังทำเนียบขาวได้เพิ่มข้อเรียกร้องในการเจรจาการค้า โดยนายทรัมป์ผลักดันให้มีการลงทุนเป็นเงินสดในสหรัฐฯ ด้วย นอกจากนั้นยังเกิดกรณีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บุกตรวจค้นโรงงานของบริษัท ฮุนได และจับตัวคนงานนับร้อยราย ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในเรื่องข้อตกลง

หลังจากนี้ นายทรัมป์จะพบกับนาย สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในวันพฤหัสบดี นอกรอบการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองคยองจู โดยกระทรวงการต่างประเทศของจีนยืนยันว่า ผู้นำทั้งสองจะพบกันที่เมืองปูซาน ซึ่งใช้เวลาเดินทางด้วยเครื่องบินจากเมืองคยองจูไม่นาน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เฮอริเคน “เมลิสซา” คร่าแล้ว 30 ศพในแคริบเบียน ถล่ม 3 ประเทศอ่วม

เฮอริเคน “เมลิสซา” คร่าแล้ว 30 ศพในแคริบเบียน ถล่ม 3 ประเทศอ่วม

30 ต.ค. 2568 00:36 น.

เฮอริเคน “เมลิสซา” คร่าแล้ว 30 ศพในแคริบเบียน ถล่ม 3 ประเทศอ่วม

เฮอริเคนเมลิสซากำลังมุ่งหน้าสู่บาฮามาส หลังพัดถล่มคิวบากับจาเมกา และแผ่อิทธิพลเล่นงานเฮติกับโดมินิกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 30 ศพ

เมื่อ 29 ต.ค. 2568 ประธานาธิบดี มิเกล ดิอัซ-คาเนล แห่งประเทศคิวบา เปิดเผยว่า เฮอริเคน เมลิสซา สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ประเทศของเขา หลังจากพายุเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธที่ผ่านมา ขณะเป็นเฮอริเคนระดับ 3 ทำให้ประชาชนประมาณ 140,000 คน ถูกตัดขาดจากการคมนาคมเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้น

พายุเมลิสซาเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศจาเมกาก่อนเมื่อวันอังคาร โดยอิทธิพลของมันแพร่กระจายครอบคลุมทั่วประเทศ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดในวันพุธ รัฐบาลจาเมกาได้ประกาศ “พ้นภัย” จากเฮอริเคนเมลิสซาแล้ว หลังจากพายุเคลื่อนตัวผ่านเกาะไปและมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศคิวบา โดยที่ระบบสาธารณูปโภคทั้ง ไฟฟ้า น้ำประปา และโทรคมนาคม เริ่มดำเนินการฟื้นฟูและกู้คืนระบบกลับมาแล้ว

แต่โฆษกรัฐบาลยอมรับว่า ยังมีอาคารบ้านเรือนกว่า 77% ทั่วประเทศ ที่ยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้

ต่อมาในเวลาประมาณ 11.00 น. ตามเวลาตะวันออก (ET) หรือหลายชั่วโมงหลังจาก เมลิสซาขึ้นฝั่งคิวบา ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐฯ (NHC) รายงานว่า พายุลูกนี้ได้เคลื่อนตัวออกจากคิวบา เข้าสู่มหาสมุทรแอตแลนติกอย่างเป็นทางการแล้ว ขณะเป็นเฮอริเคนระดับ 2 มีความเร็วลม 160 กม./ชม.

NHC บอกอีกว่า พายุลูกนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 22 กม./ชม. มุ่งหน้าสู่บาฮามาส โดยอิทธิพลของมันแผ่ขยายไปถึงประเทศเกาะแห่งนี้แล้ว

ทั้งนี้ อิทธิพลของเฮอริเคน เมลิสซา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 30 ศพ โดยส่วนใหญ่อยู่ในประเทศเฮติ ทางตะวันออกของคิวบากับจาเมกา หลังจากพายุทำให้แม่น้ำในภาคใต้ของเฮติเอ่อล้นตลิ่งกลายเป็นน้ำท่วมฉับพลันที่เมืองเปอตี-กัวฟ์ ทำให้มีผู้เคราะห์ร้ายแล้วอย่างน้อย 25 ศพ และมีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งติดอยู่ใต้ซากบ้านที่พังถล่มลงมา

ที่เฮติยังมีผู้เสียชีวิตอีก 3 ศพ โดย 2 รายในจำนวนนี้เป็นผลจากดินถล่ม ขณะที่ในจาเมกามีผู้เสียชีวิต 3 ศพระหว่างเตรียมการรับมือพายุ และมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ศพที่สาธารณรัฐโดมินิกัน ทางตะวันออกของเฮติ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลอ้าง เริ่มหยุดยิงในกาซาอีกครั้ง หลังถล่มรอบใหม่ ดับ 104 ศพ

อิสราเอลอ้าง เริ่มหยุดยิงในกาซาอีกครั้ง หลังถล่มรอบใหม่ ดับ 104 ศพ

29 ต.ค. 2568 22:37 น.

อิสราเอลอ้าง เริ่มหยุดยิงในกาซาอีกครั้ง หลังถล่มรอบใหม่ ดับ 104 ศพ

ทหารอิสราเอลอ้าง กลับมาหยุดยิงอีกครั้งแล้ว หลังโจมตีกาซารอบใหม่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 104 ศพ โดยกล่าวหาฮามาสว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และสังหารทหารอิสราเอลไป 1 นาย

เมื่อ 29 ต.ค. 2568 กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซา ซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮามาส ระบุว่า การโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ของกองทัพอิสราเอลที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 104 ศพ ซึ่งรวมถึงเด็ก 46 คนและผู้หญิง 20 คน และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 250 คน

การโจมตีของอิสราเอลได้พุ่งเป้าไปที่บ้านเรือน, โรงเรียน และอาคารที่พักอาศัยในเมืองกาซาซิตี้และเบต ลาเฮีย ทางตอนเหนือของกาซา, เมืองบูเรจ และนูเซรัต ทางตอนกลาง, และเมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้

เมื่อช่วงเช้าวันพุธ (29 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ออกมาประกาศว่า พวกเขาเริ่มบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงอีกครั้งแล้ว หลังจากโจมตีหลายระลอกเข้าใส่เป้าหมายหลายสิบจุดที่พวกเขาระบุว่าเป็น ที่มั่นของผู้ก่อการร้าย และโจมตีผู้บัญชาการของกลุ่มติดอาวุธอีกอย่างน้อย 30 คน

IDF กล่าวเพิ่มเติมว่า “กองทัพ IDF จะยังคงยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง และจะตอบโต้อย่างหนักแน่นต่อการละเมิดใด ๆ ก็ตาม”

ทั้งนี้ อิสราเอลเปิดฉากโจมตีภายในฉนวนกาซารอบใหม่เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา อ้างว่าเพื่อตอบโต้ที่ฮามาสละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซึ่งเพิ่งบังคับใช้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน หลังจากสหรัฐฯ, กาตาร์ และอียิปต์ เข้ามาเป็นตัวกลางเจรจา

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลกล่าวหากลุ่มฮามาสว่า อยู่เบื้องหลังการโจมตีทหารอิสราเอลบริเวณเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ที่ทำให้จ่าสิบเอก โยนา เอฟราอิม เฟลด์บอม เสียชีวิต และละเมิดเงื่อนไขในการส่งมอบศพตัวประกันที่เสียชีวิต

อนึ่ง ศพผู้เสียชีวิตที่ฮามาสส่งมอบให้อิสราเอลเมื่อคืนวันจันทร์ ถูกตรวจพบว่าไม่ใช่ร่างของตัวประกันที่เสียชีวิต ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในกาซาอีก 13 ราย อิสราเอลถึงขั้นกล่าวหาฮามาสว่า นำศพที่ไม่เกี่ยวข้องไปฝังดิน ก่อนจะขุดขึ้นมาใหม่แล้วบอกว่าเป็นร่างของตัวประกัน

ด้านกลุ่มฮามาสยืนยันว่า พวกเขาไม่รู้เรื่องการโจมตีที่เมืองราฟาห์ และโต้กลับว่า อิสราเอลกำลังพยายามบ่อนทำลายข้อตกลงหยุดยิง

ขณะที่สหรัฐฯ พยายามลดความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซาลง โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซวัน “เท่าที่ผมเข้าใจ พวกเขาได้ฆ่า… พวกเขาได้สังหารทหารอิสราเอล ดังนั้นชาวอิสราเอลจึงตอบโต้ และพวกเขาก็ควรจะตอบโต้”

แต่นายทรัมป์ยืนยันว่า “ไม่มีอะไรที่จะเป็นภัยต่อ ‘ข้อตกลงหยุดยิง’ คุณต้องเข้าใจว่า ฮามาสเป็นส่วนเล็กมาก ๆ ของสันติภาพในตะวันออกกลาง และพวกเขาต้องประพฤติตัวให้เหมาะสม”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ชวนประชาชนอุดหนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชน สร้างโอกาสตลาดสินค้าเกษตรไทยผ่านคนละครึ่งพลัส

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ชวนประชาชนอุดหนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชน สร้างโอกาสตลาดสินค้าเกษตรไทยผ่านคนละครึ่งพลัส

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ชวนประชาชนอุดหนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชน สร้างโอกาสตลาดสินค้าเกษตรไทยผ่านคนละครึ่งพลัส

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 19.35 น.

“อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร”ชวนประชาชนอุดหนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชน สร้างโอกาสตลาดสินค้าเกษตรไทยผ่าน”คนละครึ่งพลัส”

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลในการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยภาครัฐร่วมจ่ายครึ่งหนึ่งของค่าสินค้า เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน ในขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสสำคัญให้วิสาหกิจชุมชนและเกษตรกรรายย่อยได้ขยายตลาด เพิ่มยอดขาย สร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และมุ่งเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการบริโภคสินค้าในชุมชน ซึ่งก่อให้เกิดการหมุนเวียนรายได้ การจ้างงาน และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

กรมส่งเสริมการเกษตรได้บูรณาการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ภายใต้การนำของร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่ง “ยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง” และ “เสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรเกษตรกร”โดยส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชนและกลุ่มเกษตรกรก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรยุคใหม่ ที่สามารถเข้าถึงตลาดและผู้บริโภคได้โดยตรงผ่านช่องทางดิจิทัล

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติม ปัจจุบันมีวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 90 แห่งทั่วประเทศ โดยกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมสนับสนุนการเปิดตลาดสินค้าชุมชนให้กว้างขึ้น เพื่อให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรได้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพและมีเอกลักษณ์ในแต่ละพื้นที่ พร้อมผลักดันให้เกิด “เศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน” อย่างยั่งยืน

ตัวอย่างสินค้าชุมชนที่โดดเด่นและน่าจับจ่าย อาทิ 

ไอศกรีมผลไม้หลากรส ทั้ง มะม่วงมหาชนก กล้วยตาก อโวคาโด้ และข้าวไรซ์เบอรี่  จาก วิสาหกิจชุมชนเครือข่ายพลังปัญญาบ้านแกเปะ จ.กาฬสินธุ์ รสชาติเข้มข้น อร่อยทุกคำ

ปั้นขลิบ – กะหรี่พัฟไส้แน่น แป้งบาง ไม่ใส่สารกันบูด จาก วิสาหกิจชุมชนขนมหวานบ้านคูคตจ.ปทุมธานี อร่อยไส้แน่น รับประทานเพลินทุกคำ

น้ำพริกทะเลสูตรโบราณ ทั้งปลากระพง กุ้งแห้ง ปลาหมึก หอยลาย และปลาอินทรีย์ แซ่บครบเครื่อง จาก วิสาหกิจชุมชนเกษตรประมงแปรรูปเขาเต่า จ.ประจวบคีรีขันธ์

ผ้าทอและงานจักสานจากไม้ไผ่ จากวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพบ้านนาโพธิ์หมู่ 3 จ.ยโสธร ถ่ายทอดภูมิปัญญาชุมชน รูปแบบร่วมสมัยดีไซน์เก๋ ไม่ซ้ำใคร

ผลิตภัณฑ์จักสานจากเส้นพลาสติก จากวิสาหกิจชุมชนจักสานบ้านในแหลม จ.นครศรีธรรมราช ดีไซน์เก๋ สีสันสดใส ใช้งานได้จริง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูด จากวิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมกระจูดวรรณี จ.พัทลุง ผลิตภัณฑ์จักสานจากกระจูดเป็นองค์ประกอบหลัก มีความยืดหยุ่น ไม่เปราะ ไม่ขาดง่าย และมันวาว โดยผลิตตามกรรมวิธีและภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน

ผ้าหม้อห้อมย้อมสีธรรมชาติ จากวิสาหกิจชุมชนหม้อห้อมทุ่งเจริญย้อมสีธรรมชาติ จ.แพร่ เนื้อผ้าสวมใส่สบาย สีสันสวยงามตามธรรมชาติ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนร่วมอุดหนุนสินค้าของวิสาหกิจชุมชนผู้เข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งจะเปิดให้ใช้จ่ายได้ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 – 23.00 น. เพื่อร่วมกันสนับสนุนสินค้าไทย และสร้างพลังเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโต นอกจากนี้ยังสามารถเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com

ปลาหมอคางดำ….กินได้ไหม อร่อยหรือเปล่า?

ปลาหมอคางดำ....กินได้ไหม อร่อยหรือเปล่า?

ปลาหมอคางดำ….กินได้ไหม อร่อยหรือเปล่า?

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.55 น.

ปลาหมอคางดำ….กินได้ไหม อร่อยหรือเปล่า?

ปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron หรือ Blackchin tilapia) อยู่ในความสนใจของสังคมมามากกว่า 1 ปีแล้ว ในประเด็นการแพร่กระจายของปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติและแนวทางการกำจัดออกจากแหล่งน้ำของไทย กรมประมงยังคงติดตามและประเมินผลของมาตรการกำจัดและควบคุมปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ทั้งกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” และการปล่อยปลานักล่าในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงการนำปลาหมอคางดำที่จับได้มาใช้ประโยชน์ ทั้งการนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ การทำปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพ ตลอดจนปรุงและการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่สามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เนื้อปลาดิบมีสีขาวอมชมพู เมื่อสุกจะมีเนื้อสีขาว เนื้อแน่น ไม่เละง่าย และมีไขมันต่ำ ความสมบูรณ์และกลิ่นรสของเนื้อปลาขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายประการ เช่น ลักษณะของแหล่งน้ำ ความสมบูรณ์ของอาหารในแหล่งน้ำ และการดูแลหลังการจับ

ปลาหมอคางดำที่อาศัยในแหล่งน้ำกร่อยหรือน้ำเค็มมักมีกลิ่นรสดีกว่า เนื่องจากไม่มีกลิ่นโคลน ขณะที่ปลาที่อยู่ในแหล่งน้ำจืดอาจมีกลิ่นตามธรรมชาติของปลาน้ำจืด โดยเฉพาะหากอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่ไม่สะอาด จะมีกลิ่นดินหรือกลิ่นโคลนสะสมในเนื้อปลา

วิธีการเตรียมปลาหมอคางดำทำได้เช่นเดียวกับปลาทั่วไป เริ่มจากขอดเกล็ด ตัดหัว ควักไส้ และล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อกำจัดสิ่งสกปรก จากนั้นตัดแต่งและแล่ตามรูปแบบที่ต้องการ แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง อาจคลุกเกลือหรือล้างด้วยน้ำเกลือเพื่อลดกลิ่นคาว หรือใช้วิธีอื่น เช่น คลุกแป้งมันแล้วล้างออก หรือล้างด้วยน้ำโซดา หากปลายังมีกลิ่นคาวแรง ควรนำไปประกอบอาหารที่ใช้เครื่องเทศเพื่อช่วยดับกลิ่น

หัวใจสำคัญของการเตรียมปลาหมอคางดำคือความสด นอกจากการเลือกแหล่งที่มาของปลาแล้ว หากไม่นำไปปรุงอาหารทันที ควรแช่เย็นด้วยน้ำแข็งในปริมาณเพียงพอเพื่อคงความสด หรือแช่แข็งไว้หลังการตัดแต่ง การรักษาความสดช่วยให้สามารถนำปลาไปปรุงและแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ปลาแดดเดียว น้ำยาปลา ทอดมัน ไส้อั่ว ฉู่ฉี่ น้ำพริก ปลาหวาน ปลากรอบ ลูกชิ้น ปลาส้ม ปั้นสิบ ข้าวเกรียบ รวมถึงการหมักเป็นปลาร้าหรือน้ำปลาคุณภาพดี

ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่อุดมด้วยโปรตีน ย่อยง่าย และมีไขมันต่ำ เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย รายงานว่าเนื้อปลาหมอคางดำ 100 กรัม ให้พลังงาน 97 กิโลแคลอรี โปรตีน 21.6 กรัม และไขมัน 1.2 กรัม พร้อมด้วยแร่ธาตุสำคัญ ได้แก่ โพแทสเซียม 404 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 215 มิลลิกรัม โซเดียม 65 มิลลิกรัม แคลเซียม 35 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 32 มิลลิกรัม สังกะสี 1.6 มิลลิกรัม และเหล็ก 0.5 มิลลิกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับปลาหมอเทศ ปลานิล และปลาช่อน พบว่าปลาหมอคางดำมีคุณค่าทางโภชนาการไม่ด้อยกว่ากัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปลาหมอคางดำส่วนใหญ่จับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ จึงควรเลือกปลาจากแหล่งน้ำที่สะอาดและปรุงให้สุกก่อนบริโภคเพื่อความปลอดภัย

การจับ การบริโภค และการแปรรูปปลาหมอคางดำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่อยู่ใกล้บ้าน หรือที่อยู่ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำจะเป็นการช่วยเพิ่มทั้งการจับปลาและการบริโภคได้เป็นอย่างดี เป็นการสนับสนุนเป้าหมายของกรมประมงในการลดปริมาณปลาหมอคางดำในธรรมชาติ และยังอาจช่วยลดรายจ่ายและสร้างรายได้เสริมให้กับครัวเรือน เกษตรกร ชุมชนอย่างยั่งยืน

#ผศ.ดร.นันทิภา พันธุ์สวัสดิ์ ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ที่มา: เฟซบุ๊ก สำนักอนามัย https://www.facebook.com/share/p/1FFd44GpFL/

‘2 ทศวรรษกำลังใจ’ก้าวสู่โอกาสใหม่ ด้วยนวัตกรรม ‘ให้กำลังใจ ให้โอกาส ให้อนาคต’

'2 ทศวรรษกำลังใจ'ก้าวสู่โอกาสใหม่ ด้วยนวัตกรรม ‘ให้กำลังใจ ให้โอกาส ให้อนาคต’

‘2 ทศวรรษกำลังใจ’ก้าวสู่โอกาสใหม่ ด้วยนวัตกรรม ‘ให้กำลังใจ ให้โอกาส ให้อนาคต’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.49 น.

กระทรวงยุติธรรม ขอน้อมถวายพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ผู้ทรงอุทิศพระวิริยะและพระปรีชาญาณในการพัฒนาระบบยุติธรรมไทยให้เป็นระบบ เปี่ยมด้วยความเมตตาและโอกาสสำหรับทุกชีวิต โดยตลอดระยะเวลา 19 ปี “โครงการกำลังใจในพระดำริฯ” ได้ขับเคลื่อนการทำงานอย่างครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำของกระบวน การยุติธรรม ผ่านนวัตกรรมและผลลัพธ์ที่โดดเด่น แสดงให้เห็นถึงผลสำเร็จ คุณค่า และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นตลอด 2 ทศวรรษ ทั้งในมิติของการพัฒนาผู้ต้องขัง การฟื้นฟูคุณภาพชีวิต และการสร้างมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชน อันเป็นผลจากพระดำริและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องภายใต้กระทรวงยุติธรรม

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงได้รับแรงบันดาลพระทัยและทรงเป็น “เจ้าหญิงนักกฎหมาย” ผู้พลิกโฉมงานราชทัณฑ์ผ่านเส้นทางชีวิตที่ผูกพันกับกระบวนการยุติธรรมมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ หลังสำเร็จการศึกษาพระองค์ทรงเข้ารับราชการในตำแหน่งนายทหารพระธรรมนูญ และต่อมาได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในตำแหน่งอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญที่ทำให้ทรงได้ศึกษาสภาพปัญหาของผู้กระทำผิดในทุกมิติ  ขณะทรงปฏิบัติหน้าที่พระองค์ได้ทรงพบปะกับจำเลยและผู้ต้องขังในกระบวนการพิจารณาคดี ทรงตระหนักถึง “ช่องว่างของระบบยุติธรรม” ที่มักแยกการทำงานของหน่วยงานออกจากกัน ทั้งในด้านการดูแลผู้ต้องขัง การให้ความรู้ทางกฎหมาย การฟื้นฟูจิตใจ และการเตรียมความพร้อมก่อนคืนสู่สังคม พระองค์จึงทรงมีพระดำริที่จะสร้าง “กลไกแห่งโอกาส” เพื่อให้ระบบยุติธรรมสามารถดูแลผู้กระทำผิดได้อย่างครบวงจร พระปณิธานนี้ ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการริเริ่ม “โครงการกำลังใจในพระดำริฯ” ในเวลาต่อมา 

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2549 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลาง ทรงรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ต้องขังหญิงที่กราบทูลขอให้พระองค์เสด็จกลับมาช่วยเหลือพวกเธออีกครั้ง คำกราบทูลนั้นได้จารึกไว้ในพระราชหฤทัย และทรงถือเป็นพันธกิจที่จะต้องสานต่อ พระองค์จึงทรงมีพระดำริให้จัดตั้ง “โครงการกำลังใจในพระดำริฯ” เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์และเด็กที่อยู่กับมารดาในเรือนจำ ทรงโปรดให้ วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย เข้าร่วมพัฒนาหลักสูตรต้นแบบ 2 หลักสูตร คือ  การตั้งครรภ์คุณภาพ และการสร้างคนดีเริ่มที่ขวบปีแรก ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “โมเดลกำลังใจแม่และเด็ก” ที่ยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ต้องขังหญิงและเด็กในเรือนจำของไทยให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากล

โครงการกำลังใจในพระดำริฯ ที่จัดตั้งขึ้น พระองค์เสด็จไปทรงเปิดโครงการ ณ เรือนจำหญิงหลายแห่งทั่วประเทศ ทรงติดตามผลการดำเนินงานด้วยพระองค์เอง และมีพระดำริให้ขยายขอบเขตการดำเนินงานไปสู่การฝึกอาชีพ การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การอบรมพัฒนาจิตใจ และการศึกษาวิจัยเพื่อนำไปสู่การพัฒนานโยบายอย่างเป็นระบบ        

เนื่องในโอกาสการก่อตั้งโครงการกำลังใจฯ ครบรอบ 19 ปี กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ กองทุนกำลังใจฯ จึงจัดงานครบรอบ 19 ปี ภายใต้ชื่อ “2 ทศวรรษกำลังใจ ก้าวสู่โอกาสใหม่ ด้วยนวัตกรรม” เพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ผู้ทรงมีคุณูปการต่อกระบวน การยุติธรรมไทยและต่อกระทรวงยุติธรรม ด้วยแนวคิดของการจัดงานและการก้าวสู่ปีที่ 20 ของโครงการด้วยการ “ให้กำลังใจ ให้โอกาส ให้อนาคต” โดยรายละเอียดภายในงาน ประกอบด้วย การจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

การเปิดตัวหลักสูตร “ปัญญาบำบัด” ซึ่งเป็นการสร้างกำลังใจเชิงลึกและกำลังใจแบบยั่งยืนสำหรับผู้ต้องขัง โดยได้กราบอาราธนาเชิญพระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร บรรยายเกี่ยวกับหลักสูตร “ปัญญาบำบัด”

การจัดพิธี Kick Off “สานพลัง รัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม กับการให้โอกาสผู้พ้นโทษ” ในมิติต่างๆ  เพื่อสร้างและเพิ่มเครือข่ายการช่วยเหลือผู้กระทำผิด            

การจัดพิธีมอบรางวัลถ้วยพระราชทานในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สำหรับการประกวด การทำอาหาร ขนมและเครื่องดื่ม เพื่อยกระดับการฝึกอาชีพผู้ต้องขัง ประจำปี พ.ศ. 2568 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก            

การมอบรางวัลการประกวดเรือนจำดีเด่นเพื่อพัฒนามาตรฐานการทำงานของเรือนจำ ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องมาโดยตลอดตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2566 – 2567

และการจัดนิทรรศการผลงานโครงการกำลังใจฯ ผลงานของเรือนจำ ผลงานของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมทั้งการให้บริการดูดวงและนวดแผนไทยจากเรือนจำและคนต้นแบบ

ตลอดระยะเวลาจากการเริ่มโครงการถึงปัจจุบันเป็นเวลา 19 ปี ที่กระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนงานร่วมกับกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอกกระทรวง พร้อมสืบสานพระปณิธาน เพื่อสร้างระบบยุติธรรมแห่งอนาคตที่ให้โอกาสผู้ก้าวพลาดอย่างยั่งยืนต่อไป

ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย

ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย

ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท 69 ปี องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.36 น.

กว่า 69 ปี ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมายที่สอดคล้องกับภารกิจของสภากาชาดไทยในแต่ละด้าน ทั้งด้านการบริการทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย การบริการโลหิต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งผลให้การดำเนินงานของสภากาชาดไทยก้าวหน้าต่อเนื่องจวบจนปัจจุบัน 
 
เดินหน้าศูนย์มะเร็งเต้านม เพื่อเป็นที่พึ่งของผู้หญิงไทย ตามพระราชปณิธาน “ฉันอยากให้ศูนย์ฯ นี้ เป็นที่พึ่งของผู้หญิง”

พระราชเสาวนีย์ของพระองค์ที่ดำรัสตอบ นายแพทย์กฤษณ์ จาฏามระ ครั้งนั้น ได้สร้างแรงผลักดันทำให้เกิดศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ขึ้นที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเต้านมในเชิงการป้องกัน การรักษา การดูแลทั้งร่างกายและจิตใจครอบคลุมทุกมิติ อีกทั้งยังทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นเงินก้นถุงในการเริ่มโครงการและทรงหาทุนทรัพย์สมทบทุนโครงการเพิ่ม และได้พระราชทานชื่อและตราสัญลักษณ์ของพระองค์ให้เป็นชื่อ “ศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม” และเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดศูนย์ฯ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระองค์เอง

ปัจจุบันศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ เพื่อโรคมะเร็งเต้านม ยังคงดำเนินงานตามพระราชปณิธานของพระองค์ โดยการให้คำแนะนำและเป็นกำลังใจแก่ผู้ป่วย ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการตรวจและติดตามดูแลในตลอดทุกขั้นตอนระหว่างการรักษา เรียกได้ว่าเป็นที่พึ่งของผู้หญิงไทยอย่างเท่าเทียมอย่างแท้จริงจวบจนทุกวันนี้
 
อนุสรณ์สถานพระมหากรุณาธิคุณ แห่งการบรรเทาทุกข์พสกนิกร

บริเวณเขาล้าน จังหวัดตราด สถานที่ท่องเที่ยวที่มีทะเลและหาดทรายที่สวยงาม ที่รู้จักกันในชื่อ ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย สถานที่แห่งนี้มิได้มีแต่เพียงความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติ ภายใต้การดูแลของสภากาชาดไทย อันเกิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้งศูนย์อพยพชาวกัมพูชาที่บ้านเขาล้าน 

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2522 มีชาวกัมพูชาอพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในเขตราชอาณาจักรไทย ณ บริเวณเขาล้านแห่งนี้ เมื่อทรงทราบถึงความเดือดร้อน ทรงนึกถึงเรื่องมนุษยธรรมมาเป็นอันดับหนึ่ง จึงได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมผู้อพยพซึ่งเวลานั้นรวมกันอยู่ที่บ้านเขาล้าน ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เป็นการฉุกเฉิน ทรงเยี่ยมเยียนผู้อพยพท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุ เป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร โดยมิทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย 

ภายหลังเมื่อผ่านพ้นเหตุการณ์การรับผู้อพยพแล้ว ทางศูนย์ฯ ได้พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยว มีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติฯ ที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อผู้อพยพ และบอกเล่าเรื่องราวการอพยพของชาวกัมพูชา ทุกวันนี้ศูนย์ฯ ยังเป็นสถานที่ฝึกอบรมยุวกาชาด ลูกเสือ เนตรนารี นักเรียน นักศึกษา พร้อมทั้งมีที่พักไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนบริเวณชายหาดราชการุณย์แห่งนี้ 
 
ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการบริการโลหิตให้เจริญก้าวหน้า

“ในฐานะที่เป็นสภานายิกาสภากาชาดไทย ข้าพเจ้ารู้สึกปลื้มปีติที่ได้เห็นว่า มีคนจำนวนมากที่มีเมตตาจิตต่อเพื่อนมนุษย์ บริจาคโลหิตให้แก่สภากาชาดเพิ่มขึ้นทุกปี ข้าพเจ้าขอขอบใจทุกคนที่มีส่วนช่วยงานด้านบริการโลหิตของสภากาชาดไทยให้สำเร็จลุล่วงได้เป็นอย่างดี…”
พระราชดำรัสในโอกาสเสด็จฯ พระราชทานเข็มที่ระลึกผู้บริจาคโลหิต ครั้งที่ 1 ณ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2514 แสดงให้เห็นถึงความสนพระราชหฤทัยในงานด้านบริการโลหิต และทรงให้ความสำคัญในการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาบริจาคโลหิต ทําให้งานบริการโลหิตของประเทศก้าวหน้า ปรับเปลี่ยนและพัฒนางานด้านต่าง ๆ จนเป็นที่เชื่อถือและยอมรับของนานาประเทศ ด้วยห้องปฏิบัติการตรวจโลหิตที่ทันสมัย มีโรงงานผลิตถุงบรรจุโลหิต มีการผลิตน้ำยาตรวจหมู่โลหิต และผลิตผลิตภัณฑ์โลหิตมากมาย


 ทรงพัฒนากิจการสภากาชาดไทย เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต

ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนากิจการของสภากาชาดไทย ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ พระองค์ได้เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสภากาชาดไทยด้วยพระองค์เอง ณ ห้องประชุม ตึกบริพัตร เพื่อพระราชทานแนวพระราชดำริในการดำเนินงานอย่างละเอียดในทุกภาคส่วน ทั้งภารกิจของเหล่ากาชาดจังหวัด การให้ความช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส การผลิตบุคลากรทางการแพทย์และการพยาบาล การให้เป็นสถานที่พักรักษาเมื่อยามเจ็บป่วยและต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการหารายได้เพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจของสภากาชาดไทยด้วย

ยังมีพระราชกรณียกิจอีกมากมายที่พระองค์ทรงปฏิบัติอันเป็นประโยชน์แก่พสกนิกรชาวไทย และเป็นรากฐานสำคัญให้สภากาชาดไทยสืบสานตามแนวพระราชปณิธานที่พระองค์ได้ทรงวางไว้ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย 

กรุงศรี จัดพิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรุงศรี จัดพิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

กรุงศรี จัดพิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.15 น.

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ นำโดย ทองอุไร ลิ้มปิติ กรรมการอิสระและประธานกรรมการตรวจสอบ และ เคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะกรรมการธนาคาร ผู้บริ หารระดับสูงและพนักงาน ร่วมพิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ อาคารกรุงศรี สำนักงานใหญ่ พระรามที่ 3

ไอคอนสยาม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร่วมสืบสานพระราชปณิธานและประเพณีลอยกระทงอันงดงาม จัดงาน ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG 2025 ร้อยใจไทย รักษ์สายธารเจ้าพระยา

ไอคอนสยาม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร่วมสืบสานพระราชปณิธานและประเพณีลอยกระทงอันงดงาม  จัดงาน ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG 2025 ร้อยใจไทย รักษ์สายธารเจ้าพระยา

ไอคอนสยาม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร่วมสืบสานพระราชปณิธานและประเพณีลอยกระทงอันงดงาม จัดงาน ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG 2025 ร้อยใจไทย รักษ์สายธารเจ้าพระยา

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.55 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมเจ้าท่า, กรุงเทพมหานคร, หอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทย, สมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา, บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน), บริษัท แฟร์เท็กซ์ อีควิปเม้นท์ จำกัด และเมืองสุขสยาม จัดงาน ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG 2025 ร้อยใจไทย รักษ์สายธารเจ้าพระยา โดยกิจกรรมนี้ จัดขึ้นอย่างงดงาม เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง อนุรักษ์วัฒนธรรมอันทรงคุณค่าบนผืนน้ำเจ้าพระยา สายน้ำแห่งชีวิตของชาวไทย ในวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

ไอคอนสยาม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงสร้างคุณูประการอเนกอนันต์ต่อประเทศไทย ทรงมีพระราชจริยวัตรที่งดงามและมีพระราชปณิธานในการสืบสานรักษาศิลปวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป ในเทศกาลลอยกระทงประจำปี 2568 ที่กำลังมาถึงนี้ ไอคอนสยามจึงได้จัดงาน ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG 2025 ร้อยใจไทย รักษ์สายธารเจ้าพระยา  เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง อนุรักษ์วัฒนธรรม อันทรงคุณค่าบนผืนน้ำเจ้าพระยา สายน้ำแห่งชีวิตของชาวไทย 

ไอคอนสยาม น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ขอเชิญทุกท่านชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติแสดงพระราชกรณียกิจรอบด้าน ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยอย่างยั่งยืน และร่วมชื่นชมความงดงามของ “ชุดไทยพระราชนิยม” ที่ถ่ายทอดพระวิสัยทัศน์ในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยนำโดยฟรีน สโรชา ชมการแสดงโขนรามเกียรติ์ “ชุดนางลอย” ถ่ายทอดศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยอย่างวิจิตร และชมการแสดงลิเก โดย ศรรามน้ำเพชร ถ่ายทอดศิลปะพื้นบ้านไทยอย่างสง่างาม เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง  

สืบสานประเพณีลอยกระทง มรดกทางวัฒนธรรมของไทย

เทศกาลลอยกระทง ซึ่งตรงกับวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ไอคอนสยามยังคงจัดขึ้น และคงไว้ซึ่งคุณค่าความงดงามของประเพณีไทย ขอเชิญชวนชาวไทยและชาวต่างชาติร่วม แต่งกายด้วยชุดไทย หรือชุดโทนสีสุภาพ ร่วมลอยกระทงด้วยวัสดุจากธรรมชาติบน รางลอยกระทง ที่เป็นเอกลักษณ์ของงานที่ไอคอนสยาม ด้วยความโดดเด่นที่ตอบโจทย์ทุกคนให้สามารถลอยกระทงได้อย่างสะดวกและปลอดภัย พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมอันงดงามของประเพณีลอยกระทง 5 พื้นที่เอกลักษณ์ ได้แก่ กระทงยี่เป็งจากจังหวัดเชียงใหม่ เส็งประทีปจากจังหวัดร้อยเอ็ด   กระทงสายจากจังหวัดตาก โคมชักโคมแขวนจากจังหวัดสุโขทัย และกระทงกาบกล้วยจากจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งสร้างสรรค์กระทงจากขวดพลาสติกและแก้วพลาสติกรีไซเคิล

เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม ชั้น G ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง

สำหรับเมืองสุขสยาม ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง เปิดพื้นที่บริเวณบ่อน้ำภาคใต้ให้ประชาชนสามารถ ลอยกระทงในบ่อลอยรักษ์โลก พร้อมรับชมการแสดงทางวัฒนธรรม ร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปปั้นกระทงจิ๋วด้วยดินไทย ชิม ช็อปกับร้านค้าชุมชนรู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคมประเทศไทย และอิ่มอร่อยไปกับเมนูพิเศษจากน้ำปลาตราปลาหมึก โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 10 พฤศจิกายน 2568 โดยมีผู้สนับสนุนการสืบสานประเพณีไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย และบริษัท โรงงานน้ำปลาไทย (ตราปลาหมึก) จำกัด

ดูแลแม่น้ำเจ้าพระยา ติดตั้งทุ่นเพื่อการเก็บกระทงอย่างเป็นระบบและยั่งยืน 

นอกจากนี้ไอคอนสยาม ยังคงนโยบายในการดำรงรักษาแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างยั่งยืน โดยได้ร่วมกับ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ในการเก็บกระทงอย่างเป็นระบบ และมีการติดตั้งทุ่นเพื่อกันกระทงไหลออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ที่สำคัญยังได้ เตรียมความพร้อมในการเก็บกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยาภายหลังจากจบเทศกาล โดยกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและกระทงที่ย่อยสลายได้ จะนำไปบดย่อยแล้วส่งไปทำปุ๋ยหมักที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม เพื่อร่วมสืบสานประเพณีในการขอขมาสายน้ำ และดำรงรักษาแม่น้ำเจ้าพระยาให้งดงามอย่างยั่งยืนต่อไป

ขอเชิญร่วมสืบสานความงดงามของประเพณีไทย พร้อมมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สายน้ำและสิ่งแวดล้อม เพื่อคงไว้ซึ่งความงดงามของประเพณีไทยควบคู่กับความยั่งยืนของแม่น้ำเจ้าพระยา พิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM 300 ท่านแรก รับ Siam Gift Card มูลค่า 300 บาท เมื่อแต่งชุดไทยมาร่วมงาน ICONSIAM THAICONIC LOY KRATHONG 2025 ร้อยใจไทย รักษ์สายธารเจ้าพระยา  ในวันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : ICONSIAM หรือโทร.1338

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ พร้อมพันธมิตร ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ อุทิศถวายพระราชกุศล และน้อมถวายความอาลัย สมเด็จฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตครบสัตตมวาร

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ พร้อมพันธมิตร ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ อุทิศถวายพระราชกุศล และน้อมถวายความอาลัย สมเด็จฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตครบสัตตมวาร

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ พร้อมพันธมิตร ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ อุทิศถวายพระราชกุศล และน้อมถวายความอาลัย สมเด็จฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตครบสัตตมวาร

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.51 น.

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ และบริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด นำโดยกรรมการบริษัท คณะผู้บริหารและพนักงานบริษัท ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ร้านค้า ผู้เช่าภายในศูนย์การค้าฯ พร้อมใจกัน ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ 93 รูป เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตครบสัตตมวาร (7 วัน) จากนั้น ได้ร่วมกันน้อมฯ ถวายความอาลัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ณ บริเวณพาร์ค พารากอน ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ตามที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 คณะกรรมการ ผู้บริ หาร และพนักงาน กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ และบริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรภาครัฐและเอกชน และประชาชน ร่วมน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยด้วยความจงรักและภักดีอย่างสุดจะพรรณา และรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยวิริยอุตสาหะในทุก ๆ ด้าน เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตราธิราชเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐมาตลอดรัชสมัย พระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญและศูนย์รวมใจของไทยทั้งชาติ ตลอดระยะเวลาที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทรงเสียสละและอุทิศพระชนม์ชีพเพื่อพระราชภารกิจต่าง ๆ  อันนำมาสู่ความเจริญรุ่งเรืองมั่นคงของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนชาวไทย

ทั้งนี้ กลุ่มสยามพิวรรธน์ ได้ตั้งจุดลงนามถวายความอาลัย ณ ชั้น M สยามพารากอน  ชั้น G อาคารสยามพิวรรธน์ทาวเวอร์ รวมถึงบริเวณริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม ชั้น M ทางเชื่อมรถไฟฟ้าไอคอนสยาม และ ชั้น M Event Space ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยและชาวต่างชาติได้ร่วมน้อมฯ ถวายความอาลัย โดยกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ทั้งคณะผู้บริหารและพนักงานบริษัทได้ร่วมใจแต่งกายไว้ทุกข์ น้อมฯ ถวายความอาลัย นับตั้งแต่วันที่ 25ตุลาคม 2568 เป็นระยะเวลา 30 วัน

สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม ได้จัดฉายสารคดีพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ บนจอต่างๆ ภายในศูนย์การค้าฯ ด้วยสำนึกในน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาธรรม พระวิริยะอุตสาหะ และพระปรีชาสามารถในทุกด้าน รวมถึงความเสียสละในการทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย และเพื่อความเจริญมั่นคงของประเทศตลอดพระ ชนม์ชีพ โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ (NBT) และ สถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น (TNN)

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ และบริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ขอน้อมนำพระราชจริยวัตรและพระราชปณิธานอันทรงคุณค่ามาเป็นแนวทางในการดำเนินกิจการ เพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานแห่งความดีงาม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้