ทรัมป์เผย สี จิ้นผิง ตกลงสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ

ทรัมป์เผย สี จิ้นผิง ตกลงสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ

15 พ.ค. 2569 00:09 น.

ทรัมป์เผย สี จิ้นผิง ตกลงสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ

ทรัมป์เผย สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนตกลงจะสั่งซื้อเครื่องบินของบริษัท โบอิ้ง จำนวนถึง 200 ลำ และบอกด้วยว่า ผู้นำจีนเสนอตัวช่วยคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

เมื่อ 14 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Fox News หลังประชุมสุดยอดวันแรกที่กรุงปักกิ่งประเทศจีน ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้ตกลงที่จะสั่งซื้อเครื่องบินเจ็ตจากบริษัท โบอิ้ง จำนวน 200 ลำ โดยระบุว่า นี่คือพันธสัญญาจากผู้นำจีน

“สิ่งหนึ่งที่เขาตกลงในวันนี้คือ เขาจะสั่งซื้อเครื่องบินเจ็ต 200 ลำ” ทรัมป์กล่าว “ของ Boeing นะ 200 ลำใหญ่ๆ เลยล่ะ นั่นหมายถึงการจ้างงานจำนวนมหาศาล”

ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า เดิมทีบริษัท โบอิ้ง คาดหวังยอดสั่งซื้อที่น้อยกว่านี้ “Boeing ต้องการแค่ 150 ลำ แต่เขา (สี จิ้นผิง) ให้ถึง 200 ลำ” โดยประธานาธิบดีเชื่อว่าคำกล่าวของสี จิ้นผิง ถือเป็นข้อผูกพันที่จีนจะดำเนินการจัดซื้อจาก โบอิ้ง ต่อไป

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ผู้นำจีนได้เสนอตัวในระหว่างการหารือเมื่อวันพฤหัสบดีว่าจะช่วยคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เนื่องจากจีนมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลเตหะราน และเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่อันดับหนึ่งของอิหร่าน

“ประธานาธิบดีสีต้องการเห็นการบรรลุข้อตกลง เขาอยากให้มันเกิดขึ้น และเขาได้เสนอตัว โดยบอกว่า ‘หากผมสามารถช่วยอะไรได้แม้เพียงนิดเดียว ผมก็ยินดีที่จะช่วย’” ทรัมป์บอกกับนักข่าวของ Fox News “เขาอยากเห็นช่องแคบฮอร์มุซเปิดใช้งาน”

หลายฝ่ายคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะผลักดันให้จีนกดดันอิหร่านให้ยอมรับข้อตกลงสันติภาพ และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญซึ่งถูกปิดทางพฤตินัย นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 28 ก.พ.

แถลงการณ์จากฝั่งสหรัฐฯ ระบุว่าจีนเห็นพ้องว่าช่องแคบดังกล่าว “ต้องเปิดอยู่เสมอ” และจีนคัดค้านการทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตทหารรวมถึงการเรียกเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งเป็นจุดยืนที่สอดคล้องกับถ้อยแถลงก่อนหน้านี้ของจีน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รัฐมนตรีคิวบาเผย ไม่มีน้ำมันดีเซล-น้ำมันเตาเหลือแล้ว

รัฐมนตรีคิวบาเผย ไม่มีน้ำมันดีเซล-น้ำมันเตาเหลือแล้ว

14 พ.ค. 2569 22:56 น.

รัฐมนตรีคิวบาเผย ไม่มีน้ำมันดีเซล-น้ำมันเตาเหลือแล้ว

รัฐมนตรีพลังงานของคิวบาเปิดเผยว่า ประเทศของเขาไม่มีน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาเหลืออยู่แล้ว หลังถูกสหรัฐฯ ปิดกั้นการส่งพลังงาน

เมื่อ 14 พ.ค. 2569 นายบิเซนเต เด ลา โอ เลบี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของคิวบาระบุว่า ประเทศของเขาตกอยู่ในสภาวะขาดแคลนน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาโดยสมบูรณ์แล้ว นอกจากนั้นยังมีก๊าซเหลืออยู่เพียงในปริมาณจำกัด และระบบพลังงานกำลังอยู่ในขั้น “วิกฤต” เนื่องจากสหรัฐฯ ปิดกั้นการขนส่งพลังงานมายังคิวบา

“หากรวมเชื้อเพลิงประเภทต่างๆ เข้าด้วยกัน ทั้งน้ำมันดิบ น้ำมันเตา ซึ่งเราไม่มีเหลือเลยแม้แต่นิดเดียว และน้ำมันดีเซลที่เราก็ไม่มีเลยเช่นกัน — ผมขอย้ำอีกครั้ง — สิ่งเดียวที่เรามีตอนนี้คือก๊าซจากหลุมขุดเจาะของเราเอง ซึ่งมีปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น” นายเด ลา โอ เลบี กล่าว

เขากล่าวต่อว่า ภายใต้การปิดกั้นของสหรัฐฯ พื้นที่บางส่วนของกรุงฮาวานาต้องตกอยู่ในความมืดจากเหตุไฟฟ้าดับยาวนานถึง 20 ถึง 22 ชั่วโมง พร้อมยอมรับว่าสถานการณ์ภายในประเทศกำลัง “ตึงเครียดอย่างถึงที่สุด”

โดยปกติแล้ว คิวบาพึ่งพาการส่งน้ำมันจากเวเนซุเอลาและเม็กซิโกเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบโรงกลั่น อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศได้ตัดการส่งน้ำมันเกือบทั้งหมด หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ว่าจะขึ้นภาษีศุลกากรต่อประเทศใดก็ตามที่ส่งเชื้อเพลิงให้แก่คิวบา

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ย้ำข้อเสนอที่จะส่งเงินช่วยเหลือจำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่คิวบา เพื่อแลกกับการที่ประเทศต้อง “ปฏิรูประบบคอมมิวนิสต์อย่างมีนัยสำคัญ”

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้เกิดการประท้วงกระจายตัวหลายจุดในกรุงฮาวานา เพื่อต่อต้านเหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้โรงพยาบาลต่างๆ ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ในขณะที่โรงเรียนและหน่วยงานราชการถูกบีบให้ต้องปิดทำการ นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นกลไกหลักทางเศรษฐกิจของคิวบาก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ชาวคิวบาหลายร้อยคนพากันออกมาบนท้องถนนทั่วเมือง มีการปิดถนนด้วยการเผาขยะ และตะโกนคำขวัญต่อต้านรัฐบาล ซึ่งรอยเตอร์สระบุว่า นี่ถือเป็นคืนที่มีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในเมือง นับตั้งแต่คิวบาเริ่มประสบวิกฤตพลังงานเมื่อเดือนมกราคม

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ประธานาธิบดีมิเกล ดิแอซ-กาเนล แห่งคิวบา ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย โดยตำหนิสหรัฐฯ ว่าเป็นต้นเหตุของการขาดแคลนพลังงาน พร้อมยอมรับว่าสถานการณ์ทั่วทั้งเกาะอยู่ในสภาวะ “ตึงเครียดเป็นพิเศษ”

“สถานการณ์ที่เลวร้ายลงอย่างกะทันหันนี้มีสาเหตุเพียงประการเดียว คือการปิดกั้นทางพลังงานที่โหดร้าย ซึ่งสหรัฐฯ กระทำต่อประเทศของเรา โดยการข่มขู่จะใช้มาตรการภาษีที่ไม่สมเหตุสมผลกับประเทศใดก็ตามที่ส่งเชื้อเพลิงให้เรา” เขาระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์โว เจรจากับจีนเป็นบวกอย่างยิ่ง สี จิ้นผิงหวังสัมพันธ์ยั่งยืน

ทรัมป์โว เจรจากับจีนเป็นบวกอย่างยิ่ง สี จิ้นผิงหวังสัมพันธ์ยั่งยืน

14 พ.ค. 2569 21:52 น.

ทรัมป์โว เจรจากับจีนเป็นบวกอย่างยิ่ง สี จิ้นผิงหวังสัมพันธ์ยั่งยืน

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในงานเลี้ยงรับรองวันแรกของการประชุมสุดยอดกับผู้นำจีนว่า การพูดคุยเป็นไปในเชิงบวกอย่างยิ่ง ขณะที่ สี จิ้นผิง คาดหวังว่าจะมีความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับสหรัฐฯ

เมื่อ 14 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในงานเลี้ยงรับรองวันแรกของการประชุมสุดยอด ณ กรุงปักกิ่งว่า การหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนนั้น “เป็นไปในเชิงบวกอย่างมาก” ท่ามกลางบรรยากาศของการประชุมสุดยอดที่ดูชื่นมื่น แต่แฝงไว้ด้วยประเด็นขัดแย้งหลายอย่าง

“เรามีการสนทนาและการประชุมที่มีประสิทธิภาพและเป็นบวกอย่างยิ่งกับคณะตัวแทนของจีนในช่วงเช้าวันนี้” ทรัมป์กล่าว ณ มหาศาลาประชาชน พร้อมบรรยายถึงค่ำคืนนี้ว่าเป็น “อีกหนึ่งโอกาสอันล้ำค่าที่จะได้หารือกันในหมู่มิตรสหาย”

การหารือวันแรกจบลงด้วยการที่ทรัมป์เชิญ สี จิ้นผิง เดินทางไปเยือนทำเนียบขาวในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ด้วย

ด้าน สี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างงานเลี้ยงรับรองระดับรัฐ โดยแสดงความหวังถึงความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างทั้งสองประเทศ และหวังว่าความก้าวหน้าของจีนสามารถดำเนินไปได้ “สอดประสาน” กับการทำให้อเมริกาเป็นมหาอำนาจอีกครั้ง

“การบรรลุการฟื้นฟูความรุ่งเรืองครั้งใหญ่ของประเทศจีน และการทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง สามารถดำเนินควบคู่กันไปได้อย่างสมบูรณ์ ต่างฝ่ายต่างช่วยให้อีกฝ่ายประสบความสำเร็จ และส่งเสริมสวัสดิภาพของโลกทั้งใบ” สี จิ้นผิง กล่าว ซึ่งเป็นการอ้างถึงแคมเปญ MAGA ของทรัมป์

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ก่อนจะเริ่มการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญในวันพฤหัสบดี โดยในช่วงเช้า ทรัมป์บอกกับสี จิ้นผิง ว่า ประเทศของทั้งสองจะมี “อนาคตที่ยอดเยี่ยมร่วมกัน” พร้อมชื่นชมเจ้าภาพว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นเพื่อนกับท่าน” ขณะที่ผู้นำจีนกล่าวอย่างสงวนท่าทีว่า ทั้งสองฝ่าย “ควรเป็นพันธมิตรกัน ไม่ใช่คู่แข่ง”

การเยือนปักกิ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในรอบเกือบหนึ่งทศวรรษ โดยการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยนี้ ช่วยกลบบรรยากาศของความตึงเครียดด้านการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ระหว่างสองประเทศ

ความขัดแย้งในลักษณะหลังนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนับตั้งแต่การเยือนครั้งล่าสุดของทรัมป์ในปี 2560 โดยทั้งสองประเทศใช้เวลาส่วนใหญ่ของปี 2568 ไปกับสงครามการค้าที่สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก และมีความเห็นไม่ลงรอยกันในประเด็นเช่น เรื่องไต้หวัน

ความขัดแย้งใหม่ล่าสุดที่เพิ่มเข้ามาคือ สงครามอิหร่าน ซึ่งทำให้จุดยืนของทรัมป์ในการเจรจาครั้งนี้อ่อนแอลง และทำให้เขาต้องเลื่อนกำหนดการเยือนจีนจากเดือนมีนาคมมาเป็นวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าเขาคาดหวังที่จะ “หารือยาว” กับสี จิ้นผิง เกี่ยวกับเรื่องอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศที่ขายน้ำมันส่วนใหญ่ที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ให้กับจีน แต่เขายืนกรานว่า “ผมไม่คิดว่าเราต้องการความช่วยเหลือใดๆ เกี่ยวกับอิหร่าน” จากปักกิ่ง

อย่างไรก็ตาม มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของปักกิ่ง แสดงท่าทีต่างออกไปเล็กน้อยโดยระบุว่า “เราหวังว่าจะโน้มน้าวให้พวกเขา (จีน) แสดงบทบาทเชิงรุกมากขึ้น ในการเกลี้ยกล่อมให้อิหร่านถอนตัวจากสิ่งที่พวกเขากำลังทำและพยายามจะทำในอ่าวเปอร์เซีย ณ ขณะนี้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

‘มัลลิกา’ ลุยชิงศึกผู้ว่ากทม. ลั่นลงแล้วต้องชนะ ฟาดชัชชาติ ‘มีคะแนนเป็นล้านก็หายได้’

'มัลลิกา' ลุยชิงศึกผู้ว่ากทม. ลั่นลงแล้วต้องชนะ ฟาดชัชชาติ 'มีคะแนนเป็นล้านก็หายได้'

‘มัลลิกา’ ลุยชิงศึกผู้ว่ากทม. ลั่นลงแล้วต้องชนะ ฟาดชัชชาติ ‘มีคะแนนเป็นล้านก็หายได้’

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.49 น.

“มัลลิกา” มั่นมาก ลุยศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่ากทม. เตรียมเปิดนโยบายเร็วๆนี้ ฟาด “ชัชชาติ” ไร้ผลงาน มีคะแนนเป็นล้านก็หายเป็นล้าน

15 พฤษภาคม 2569 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อิสระ เปิดเผยกับ “แนวหน้าออนไลน์” ถึงบรรยากาศขณะนี้ที่ผู้มีชื่อเสียงเปิดตัวมาหลายคนท้้งสังกัดพรรค และอิสระ ว่า ไม่รู้สึกกลัว ตนไม่ได้เพิ่งมาทำงานการเมืองเมื่อวาน มีประสบการณ์ทางการเมืองมาพอสมควร เข้ามาสู่โลกโซเชียลหลายปีแล้ว เตรียมนโยบายพร้อมแล้ว และจะประกาศในเร็วๆ นี้

ถามว่าการลงแข่งครั้งนี้จะเกิดการไปตัดคะแนนกับใครหรือไม่ ดร.มัลลิกา กล่าวว่า ทุกคนมีคะแนนของตัวเอง ตนก็มีคะแนน และได้หาเสียงมาระยะหนึ่งแล้ว

ถามอีกว่าอะไรทำให้มั่นใจว่าจะไม่แพ้ ดร.มัลลิกา กล่าวว่า ตนไม่ได้ลงมาเพื่อแพ้ แต่มาเพื่อชนะ จะทำให้ชนะให้ได้

ส่วนที่สื่อต่างๆระบุว่า ความนิยมของดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังดี และมีโอกาสได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 หลังจากครั้งแรกได้คะแนนมากว่า 1.3 ล้านเสียง ดร.มัลลิกา กล่าวว่า มีเป็นล้านก็หายเป็นล้านได้ เพราะ 4 ปีที่ผ่านมาไม่มีผลงาน ซึ่ง 1 ล้านที่ตกลงไปนั้น ทุกก็สามารถไปหยิบมาได้

คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ถกนัดแรก มีมติตั้งอนุฯ 3 ชุด ยันจะเร่งให้ทันกรอบ 90 วัน

คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ถกนัดแรก มีมติตั้งอนุฯ 3 ชุด ยันจะเร่งให้ทันกรอบ 90 วัน

คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ถกนัดแรก มีมติตั้งอนุฯ 3 ชุด ยันจะเร่งให้ทันกรอบ 90 วัน

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.12 น.

มติ คกก.ศึกษาแลนด์บริดจ์ นัดแรก ตั้งอนุฯศึกษา 3 ชุด ดูความเป็นไปได้ของโครงการ – สิ่งแวดล้อม เผยรับฟังความเห็นทุกกลุ่ม ยึดดูด้านเศรษฐกิจ- ภูมิรัฐศาสตร์ เล็งนำผลการศึกษา สนข. – สว. นัดถกครั้งสอง มิ.ย.นี้ ยัน เร่งศึกษาให้ทันกรอบ 90 วัน ชี้หากไม่ทันเล็งขอนายกฯขยายเวลา

เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 15 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ให้สัมภาษณ์ภายการประชุมนัดแรก ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมหารือถึงข้อมูลพื้นฐานต่างๆในการทำงาน ซึ่งมีเวลา 90 วัน ดังนั้น การจะศึกษาใหม่ตั้งแต่ต้นจึงเป็นไปไม่ได้ คณะกรรมการจึงใช้ผลการศึกษาที่มีอยู่ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งเป็นผลการศึกษาล่าสุดที่มีรายละเอียดค่อนข้างมาก รวมถึงรายงานจากวุฒิสภาที่ได้ศึกษาไว้มาประกอบในการทำงานด้วย ซึ่งเกณฑ์การพิจารณาจะดูสมมติฐานแนวโน้มของปัญหาต่างๆในปัจจุบัน และอนาคต การขนส่งสินค้าของโครงการแลนด์บริดจ์ที่จะเชื่อมทั้งสองฝั่ง รวมถึงความเป็นไปได้ในเชิงธุรกิจ พร้อมยืนยันว่า การทำงานจะพิจารณาผลกระทบทุกมิติ รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อม และจะมีการรับฟังความเห็นภาคประชาชนด้วย

นายดนุชา กล่าวว่า วนอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน และนักวิชาการเข้าร่วมด้วย 2.คณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อม และผู้แทนหน่วยงานเป็นกรรมการ และ 3.คณะอนุกรรมการพิจารณาและขับเคลื่อนกระบวนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารสาธารณะ โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ซึ่งจะมีการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนรับทราบ รวมถึงการปรึกษาเชิงสาธารณะ โดยพิจารณาทั้งข้อกังวล รวมถึงนำความห่วงใยในพื้นที่มาร่วมประกอบการพิจารณาด้วย  ทั้งนี้ อนุกรรมการทั้ง 3 คณะ จะรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาในการประชุมครั้งถัดไปในช่วงเดือนมิถุนายน
      
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะรับฟังเสียงนักวิชาการรวมถึงเอ็นจีโอด้วยหรือไม่ นายดนุชา กล่าว่า จะต้องนำมาประกอบการพิจารณาด้วยทั้งหมด  เมื่อถามว่า จะออกเป็นลักษณะของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เหมือนกับ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า อันนั้นเป็นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งต้องไปดูก่อนว่าถ้าโครงการมีลักษณะในเชิงธุรกิจ กลไกในแง่ข้อกฎหมายก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เบื้องต้นจะดูเรื่องความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการก่อน ส่วนเรื่องของกฎหมายยังไม่มีการพูดถึงในขณะนี้ แต่ยืนยันว่า จะรีบดำเนินการ โดยกรอบ 90 วันจะนับจากวันที่ประกาศตั้งคณะกรรมการชุดนี้
      
นายดนุชา ยืนยันด้วยว่า จะนำเรื่องเศรษฐกิจ และภูมิรัฐศาสตร์ มาประกอบการพิจารณาด้วย แต่ก็ต้องดูว่าการศึกษาในอดีตกับปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ซึ่งผลการศึกษาของสนข. ทำไว้เมื่อปี 2566 ดังนั้น วันนี้ต้องดูเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และจะต้องปรับให้เป็นปัจจุบัน
     
เมื่อถามว่า คิดว่ากรอบการศึกษา 90 วันเพียงพอหรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า จะพยายามทำให้เต็มที่ แต่หากไม่ทันก็จะขอนายกรัฐมนตรีขยายเวลา

ชัชชาติ ชี้แจงด่วน! ยันยังไม่ส่งหนังสือลาออก แค่เตรียมเอกสารไว้ คาดส่ง 18-19 พ.ค.นี้

ชัชชาติ ชี้แจงด่วน! ยันยังไม่ส่งหนังสือลาออก แค่เตรียมเอกสารไว้ คาดส่ง 18-19 พ.ค.นี้

ชัชชาติ ชี้แจงด่วน! ยันยังไม่ส่งหนังสือลาออก แค่เตรียมเอกสารไว้ คาดส่ง 18-19 พ.ค.นี้

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.59 น.

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.30 น. ที่ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งว่า ขณะนี้ยังไม่ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. 

แต่จัดเตรียมหนังสือลาออกไว้ เพื่อยื่นต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย วันที่ 18-19 พ.ค.นี้ จากนั้นจะบินไปอเมริกา เพื่อแสดงความยินดีบุตรชายรับปริญญา

และวันที่ 28 พ.ค. จะมาสมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมเปิดตัวทีมงาน รวมทั้ง แถลงผลงานตลอดรยะเวลา 4ปีที่ผ่านมา ตลอดจนนโยบายที่จะเดินหน้าต่อไปในวันเดียวกัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ชัชชาติ ลาออกผู้ว่าฯ กทม. กกต.แจงขั้นตอนเลือกตั้งใหม่-ปลัดรักษาราชการแทน

รัฐสภา 611เสียง! ไฟเขียวยืนยัน 34 ร่างกฎหมาย ด้าน อภิสิทธิ์ สอนมวย รัฐบาล ทิ้งท้าย

รัฐสภา 611เสียง! ไฟเขียวยืนยัน 34 ร่างกฎหมาย ด้าน อภิสิทธิ์ สอนมวย รัฐบาล ทิ้งท้าย

รัฐสภา 611เสียง! ไฟเขียวยืนยัน 34 ร่างกฎหมาย ด้าน อภิสิทธิ์ สอนมวย รัฐบาล ทิ้งท้าย

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.51 น.

’รัฐสภา‘ 611เสียง! ไฟเขียวยืนยัน ‘34ร่างกฎหมาย’  เปิดขั้นตอนดันพิจารณาต่อในสภาฯ ด้าน ‘อภิสิทธิ์’ สอนมวย ’รัฐบาล‘ ทิ้งท้าย อย่าดูแคลน-แบ่งแยกงานสภาฯ ย้ำภาคประชาชนแสดงเจตจำนงชัด ไม่ควรถูกกล่าวหาไม่ยืนยันร่างกม.

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 15.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนการให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นผู้เสนอ จำนวน 34 ฉบับ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นอภิปรายอีกครั้งภายหลังนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุปว่า ขอบคุณรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่ชี้แจง ซึ่งความจริงตอนที่ตนอภิปรายได้ระบุว่าความเหมาะสมจริงๆแล้วควรจะเป็นรัฐมนตรี (ครม.) ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แต่ละฉบับมาตอบ จริงๆรัฐมนตรีพยายามอธิบายว่าการยืนยันหรือไม่ยืนยันกฎหมายนั้น ท่านไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง เอาเฉพาะร่างของครม. พรรคการเมือง หรือภาคประชาชน แต่พวกเราที่อยู่ในสภาฯ มานาน เมื่อกฎหมายผ่านวาระที่ 1 รับหลักการ เรามักจะพูดเสมอว่าเจ้าของคือสภาฯ แล้ว ไม่มีกฎหมายรัฐบาลหรือกฎหมายฝ่ายค้าน พรรคนั้นหรือพรรคนี้ ซึ่งคำชี้แจงในทำนองว่า ยังมีปัญหาความเห็นแย้ง ตนไม่อยากให้รัฐบาลดูแคลนการทำงานของสภาฯ หลายฉบับกรรมาธิการฟังทุกฝ่ายมาแล้วจึงได้มีข้อสรุป สิ่งที่เราต้องการในวันนี้คือสภาฯ สามารถสานต่องานของสภาฯ ชุดที่แล้วได้ 

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า มีกฎหมาย 2 ฉบับที่คำชี้แจงของท่านทำให้ตนไม่สบายใจ คือ 1. เรื่องการรายงานเคลื่อนย้ายมลพิษ ซึ่งในคำอธิบายกับกลายเป็นว่า ท่านบอกว่าภาคประชาชนไม่ได้แสดงเจตจำนงในการที่จะยืนยัน ซึ่งคนกลุ่มที่เสนอกฎหมายฉบับนี้ ได้ยื่นหนังสือและแถลงข่าว นอกจากนั้นยังเดินสายพบกับพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งตนเมื่อได้รับเรื่องจากพวกเขาได้โทรหารัฐมนตรี 2 คน สส.พรรครัฐบาล 1 คน ว่าเขาประสงค์จะยืนยันและตนเห็นด้วยกับเขา ฉะนั้น ไม่จริงที่บอกว่าเขาไม่ได้แสดงเจตจำนง

“วันนี้ทำของเขาตกแล้ว อย่าไปโทษเขาว่าเป็นเพราะเขาไม่ยืนยัน เพราะผมคนหนึ่งและเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกอีกหลายพรรค ก็ได้พบกับคนกลุ่มนี้ ซึ่งการที่ท่านบอกว่าไม่เป็นไร รัฐบาลปล่อยตกไปเขายืนยันได้ ถูกต้องครับ แต่ความต่างกลับกลายเป็นว่า ถ้าท่านยืนยันเราตั้งต้นจากการมีร่างที่ทุกฝ่ายเห็นชอบด้วยกันแล้ว เพราะผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการแล้ว แต่ที่เขายืนยันได้ตามสิทธิ์ เหมือนกับเสนอกฎหมายใหม่ กลับยากขึ้นไปอีก แล้วถามว่าผมทราบหรือไม่ว่าทางรัฐบาลคิดเรื่องการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้วเอาสาระตรงนี้ใส่เข้าไป ผมทราบ แต่ถ้าใส่ใจจริงๆ ท่านจะพบว่าการแก้กฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับนั้น จะต้องเสียเวลาอีกมากเพราะรื้อกฎหมายเกือบทั้งฉบับ ในขณะที่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการรายงานและเคลื่อนย้ายมลพิษ ถ้าเราผ่านตรงนี้ไปก่อนจะเป็นประโยชน์มหาศาลสำหรับประชาชนที่ต้องอยู่กับเรื่องเหล่านี้ และเป็นประโยชน์กับรัฐบาลเองในเรื่องของ OECD ท่านยืนยันได้หรือไม่ว่าถ้าภาคประชาชนยืนยันกฎหมายฉบับนี้ ถ้าถูกตีความว่าเป็นกฎหมายการเงิน นายกฯ จะเซ็นรับรองให้ทันที หรือถ้าเข้ามาอยู่ในระเบียบวาระ รัฐบาลจะยืนยันเลื่อนระเบียบวาระนั้นมาให้เขาก่อน ถ้าเป็นเช่นนี้ผมคิดว่าก็ยังเป็นการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนขึ้นว่าเราจะได้แก้ไขปัญหานี้ด้วยกัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า กฎหมายอสม. ที่ท่านพูด ความจริงเถียงมาจากสภาฯ ชุดที่แล้ว แล้วเขาก็ยืนยันว่า เรื่องอายุไม่เกิน 60 ปี เขาหมายถึงตอนที่จะรับเข้ามาเป็นอสม. แต่อสม. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วและอายุเกิน 60 ปี เขา ก็ยังยืนยันหลักที่บอกว่าจะพ้นจากการเป็นอสม. ด้วยเงื่อนไข เช่น ตาย ลาออก หรือไม่ผ่านการประเมิน ตนเห็นใจ รัฐมนตรีที่แปลกอยู่ว่าจะต้องมาชี้แจงแทนทุกกระทรวง แต่ข้อเท็จจริงคืออย่างน้อยที่สุด 2 ฉบับนี้ อยากให้ทางรัฐบาลช่วยทำให้สามารถกลับเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาให้เร็วที่สุด และย้ำว่ากฎหมายใดที่พวกเรารับหลักการแล้วเป็นของพวกเราทุกคน ไม่ต้องแบ่งแยก

ทั้งนี้ หลังจากที่สมาชิกรัฐสภา อภิปรายเสร็จสิ้นและ นายภราดร ชี้แจงต่อที่ประชุมอีกครั้งแล้ว จึงได้ลงมติ โดยที่ประชุมได้ใช้วิธีการลงมติครั้งเดียว ว่าจะเห็นชอบร่างกฎหมายที่ ครม. ร้องขอต่อรัฐสภา ทั้ง  34 ฉบับ หรือไม่ มติของที่ประชุม เห็นชอบ 611 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง จากนั้นนายโสภณ ได้สั่งปิดประชุมทันทีในเวลา16.20น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่รัฐสภา ลงมติเห็นชอบแล้ว ร่างกฎหมายทั้ง 34 ฉบับจะกลับไปสู่ขั้นตอนที่ค้างอยู่ ยกเว้นหากเป็นร่างกฎหมายที่อยู่ในขั้นตอนกมธ.ของสภาฯ ทางสภาฯ ต้องตั้งกมธ.ชุดใหม่ขึ้นมาพิจารณา ขณะที่วาระกมธ.ของสว. นั้นจะให้วิปวุฒิสภาพิจารณาว่าปรับเปลี่ยนกมธ.หรือให้ชุดเดิม ทำงานต่อ

สำหรับขั้นตอนของร่างกฎหมายที่ค้างอยู่นั้น แบ่งเป็น โดย 1.ร่างกฎหมายที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม และส่งคือสภาฯ จำนวน  1 ฉบับ 2.อยู่ในชั้นกมธ.วุฒิสภา พิจารณาเสร็จแล้วรอเข้าวาระพิจารณา 4 ฉบับ 3.อยู่ในชั้น กมธ.ของวุฒิสภา  จำนวน 3 ฉบับ 4.รอการพิจารณาของวุฒิสภาวาระที่หนึ่ง จำนวน 5 ฉบับ

5.อยู่ในส่วนที่กมธ.สภาฯ พิจารณาเสร็จแล้วรอพิจารณาวาระสอง จำนวน 5 ฉบับ  6.อยู่ระหว่างพิจารณาของ กมธ.สภาฯ จำนวน 1 ฉบับ และ 7.รอพิจารณาวาระที่หนึ่ง 

‘จาตุรนต์’ แนะ ‘รัฐบาล’ แสดงความจริงใจหนุนแก้ รธน. ลดครหาเงื่อนไขแค่จัดตั้งรัฐบาล

‘จาตุรนต์’ แนะ ‘รัฐบาล’ แสดงความจริงใจหนุนแก้ รธน. ลดครหาเงื่อนไขแค่จัดตั้งรัฐบาล

‘จาตุรนต์’ แนะ ‘รัฐบาล’ แสดงความจริงใจหนุนแก้ รธน. ลดครหาเงื่อนไขแค่จัดตั้งรัฐบาล

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.35 น.

‘จาตุรนต์’ แนะ ‘รัฐบาล’ แสดงความจริงใจหนุนแก้ รธน. ลดครหาเงื่อนไขแค่จัดตั้ง รบ. ชี้ รัฐธรรมนูญ 2560 ผูกปัญหาเศรษฐกิจทั้งระบบต้องแก้พร้อมวิกฤตประเทศ 

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 15 พ.ค.ที่รัฐสภา นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ผลประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีประชาชนเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถึง 21.6 ล้านเสียง แต่ปรากฎว่าหนึ่งในร่างที่ ครม. ถูกตีตกไปคือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรีระบุว่า เรื่องนี้ไม่ใช่นโยบายแต่เป็นคำสั่งของประชาชน หากท่านมองว่าเรื่องนี้ใหญ่กว่านโยบายจริงก็ต้องตอบให้ชัดว่ารัฐบาลและนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไรต่อ ไม่ใช่ปล่อยให้สังคมเคลือบแคลงสงสัย และการที่พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 19 พฤษภาคม ก็ถือเป็นท่าทีที่สะท้อนความรับผิดชอบต่อกระบวนการที่ทุกฝ่ายเคยร่วมกันผลักดันมา อย่างไรก็ตาม ตนต้องข้อสังเกตว่าหากการยกร่างรัฐธรรมนูญตั้งอยู่บนความกังวลเรื่องความขัดแย้งมากเกินไป หรือกำหนดเงื่อนไขว่าต้องเป็นร่างที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ทั้งหมด อาจทำให้ประเทศไม่ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีเนื้อหาดีและเป็นประชาธิปไตย

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีความเห็นว่าควรพักเรื่องแก้รัฐธรรมนูญไว้และให้แก้ปัญหาปากท้องก่อนนั้น ตนมองว่าเป็นตรรกะที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเปิดทางไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ได้ทำให้ฝ่ายบริหารเสียเวลาในการแก้ปัญหาประเทศหรือปัญหาปากท้องแต่อย่างใด เพราะการแก้รัฐธรรมนูญแยกไม่ออกจากวิกฤตที่ประเทศเรากำลังเผชิญอยู่ ปัญหาปากท้องจะแก้อย่างเดียวโดยไม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจทั้งระบบก็ไม่ได้ ดังนั้น การจะรับมือกับวิกฤตและแก้ปัญหาปากท้องได้ด้วย จึงต้องมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะปัญหาหลายด้านผูกอยู่กับโครงสร้างที่เกิดจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ทั้งระบบนิติรัฐและหลักนิติธรรมที่อ่อนแอ องค์กรอิสระที่มีอำนาจสูงแต่ตรวจสอบยาก ระบบป้องกันการทุจริตที่เสื่อมประสิทธิภาพ ตลอดจนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่กลายเป็นกรอบจำกัดการปรับโครงสร้างประเทศ ปัญหาเหล่านี้ส่งผลต่อความเชื่อมั่น การลงทุน และความสามารถของประเทศในการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจทั้งระบบ 

“ฉะนั้น ผมจึงอยากให้นายกรัฐมนตรีแสดงจุดยืนให้ชัดว่า การแก้รัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องรอให้แก้ปัญหาอย่างอื่นเสร็จก่อน แต่ต้องเดินหน้าอย่างรวดเร็ว จริงจัง และร่วมมือกันทุกฝ่าย ทั้งนี้ สภาชุดที่แล้วเคยพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างรวดเร็วมาแล้ว ครั้งนี้จึงต้องแสดงให้เห็นว่ายังมีความตั้งใจและจริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ พร้อมที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดข้อครหาว่าความรวดเร็วในครั้งก่อน เป็นเพียงเงื่อนไขในการที่จะจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ทั้งในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองและผู้นำรัฐบาลประกาศต่อรัฐสภาว่าจะสนับสนุนกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ เพื่อลดความเคลือบแคลงสงสัย ไม่ให้เกิดข้อครหาต่อรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี รวมถึงทำให้ประชาชนยังมีความหวังต่อผลประชามติ 21.6 ล้านเสียง” นายจาตุรนต์ กล่าว 

แสวง เผย กกต.เริ่มพิจารณาคดีฮั้ว สว.สำนวนใหญ่แล้ว ยันคดีไม่ขาดอายุความ

แสวง เผย กกต.เริ่มพิจารณาคดีฮั้ว สว.สำนวนใหญ่แล้ว  ยันคดีไม่ขาดอายุความ

แสวง เผย กกต.เริ่มพิจารณาคดีฮั้ว สว.สำนวนใหญ่แล้ว ยันคดีไม่ขาดอายุความ

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.51 น.

แสวง เผย กกต.เริ่มพิจารณาคดีฮั้ว สว.สำนวนใหญ่แล้ว ยันคดีไม่ขาดอายุความ เร่งสะสางคำร้องเกือบ 5,000 เรื่องให้จบภายใน 1 ปี จัดประชุมทุกวันจันทร์ถกคดีฮั้ว สว.เต็มวัน เหตุเอกสาร-พยานหลักฐานจำนวนมาก ชี้สังคมอาจมองล่าช้า เพราะความรู้สึกไปไวกว่าข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีฮั้ว สมาขิกวุฒิสภา (สว.) ว่า ขณะนี้ กกต. ได้เริ่มดำเนินการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับสว. ซึ่งถือเป็นสำนวนขนาดใหญ่แล้ว นอกจากนี้ยังมีสำนวนร้องเรียนอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอีกจำนวนมาก เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเป็นช่วงที่มีการเลือกตั้งต่อเนื่องกัน โดยปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาประมาณเกือบ 5,000 เรื่อง ซึ่ง กกต. ดำเนินการแล้วเสร็จไปกว่า 2,500 เรื่อง และยังเหลืออีกประมาณ 2,500 เรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี ยืนยันว่าคดีของสำนักงานกกต. ไม่เคยขาดอายุความ เว้นแต่กรณีมีเหตุเฉพาะที่ต้องขอขยายเวลาออกไป เช่น คดีฮั้ว สว. ซึ่งจะพยายามทำให้เร็วที่สุด ทำให้เร็ว ถูกต้องเป็นธรรม

นายแสวง ยังกล่าวอีกว่า การประชุมของ กกต.มีการกำหนดไว้ว่าใน1 สัปดาห์ การประชุมพิจารณาคำร้อง จะใช้ 1 วันสำหรับการพิจารณาคดีฮั้ว สว.เต็มๆ เช่น กำหนดทุกวันจันทร์พิจารณาคำร้องคดีฮั้ว สว. ส่วนวันอังคารประชุมเรื่องการบริหารกับสำนวนทั่วไป และมีการประชุมวันพุธอีกวันหนึ่ง ซึ่งที่ประชุม กกต.จะกำหนดเลือกวันอีกครั้งหนึ่ง ส่วนสาเหตุที่ต้องใช้เวลาประชุม 1 วันเต็มเพื่อพิจารณาคดีฮั้ว สว. เนื่องจากมีเอกสารพยานหลักฐานจำนวนมากที่ต้องใช้เวลา แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จวันใด

นายแสวง กล่าวว่า ทั้งนี้การทำงานของ กกต. แม้บางครั้งสังคมอาจรู้สึกว่าการดำเนินการยังไม่เห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะในกรณีข่าวทุจริตที่เกิดขึ้น บางครั้งเราได้ดำเนินการนำพยานหลักฐานไปที่ศาลแล้ว แต่ความรู้สึกของประชาชนมักไปไวกว่าข้อเท็จจริง ยกตัวอย่างกรณีในคดีที่เกี่ยวกับสแกมเมอร์ แม้สังคมจะตั้งข้อสงสัยและเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการทันที แต่ตามกระบวนการทางกฎหมาย กกต. ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะต้องรอศาล ซึ่งเราต้องทำตามกฏหมายเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา

แสวง ย้ำเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา จะเรียบร้อยที่สุด ตั้งเป้าไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำ

แสวง ย้ำเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา จะเรียบร้อยที่สุด ตั้งเป้าไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำ

แสวง ย้ำเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา จะเรียบร้อยที่สุด ตั้งเป้าไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำ

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.42 น.

แสวง ย้ำเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-นายกพัทยา จะเรียบร้อยที่สุด ซักซ้อมเข้ม กปน.ทำหน้าที่ ตั้งเป้าไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำ

เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 ที่โรงแรม Tsix5 พัทยา จ.ชลบุรี นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจรครั้งที่ 1 ในประเด็นการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพ, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา (กรณีดำรงตำแหน่งครบวาระ) กล่าวว่า ตามแผนจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ช่างอีกไม่นานชาวกรุงเทพฯและชาวพัทยาจะเอาไปใช้สิทธิ์เลือกผู้แทนเข้ามาทำหน้าที่ เป็นสมาชิกสภากรุงเทพ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกเมืองพัทยานายกพัทยา

พร้อมขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในการเลือกตั้งสส. ครั้งที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลพื้นฐานน่าจะเป็นกระบวนการการเลือกตั้งหรือข้อมูลเกี่ยวกับพรรคการเมืองหรือผู้สมัคร เพื่อให้ประชาชนใช้ในการตัดสินใจร่วมกับสิ่งที่พรรคการเมืองหรือผู้สมัครได้ร่วมกันหาเสียงในเวลาเลือกตั้ง ถือว่าสื่อมวลชนได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและสำนักงานกกต.

ทั้งนี้ ในการเลือกตั้ง ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพ นายกเมืองพัทยา และสมาชิกในพัทยานั้นขอให้มั่นใจอย่างหนึ่งเรามีประสบการณ์เรารู้ความต้องการความรู้สึกของประชาชนแต่เราไม่สามารถทำตามใจประชาชนได้แน่นอน แต่สิ่งที่เราต้องทำคือทำให้ดีที่สุดครั้งนี้สิ่งที่เราจะทำให้ประชาชนสบายใจคือการการเลือกตั้งที่น่าจะเรียบร้อยที่สุด

เนื่องจากพื้นที่จำกัด ที่กทม. กับพัทยา กรรมการประจำหน่วย (กปน.)เราจะหาจาก9 ใน4 คน ซักซ้อมกฎอย่างเข้มข้น และการขีดคะแนนในหน่วยต้องให้ประชาชนเห็นทุกเรื่อง ทุกอย่างยกเว้นคะแนนในหีบ อย่างอื่นต้องให้ประชาชนเห็น ส่วนประชาชนก็ต้องออกใบเสร็จและเฝ้าระวังว่า กปน. ได้ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่ กปน. อาจจะไม่รู้ทุกเรื่องแต่ประชาชนที่ประท้วง ต้องฟังและบันทึกเอาไว้ เป็นอย่างนี้จะเรียบร้อยทุกหน่วย เวลาเลือกตั้งแต่ละครั้ง คนร้อง กปน.เยอะมาก ซึ่งหากผิดเราจะขึ้นบัญชีไว้คงช่วยได้บ้าง ตนตั้งเป้าไว้ว่า จะไม่ให้เกิดความผิดพลาด ในการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา