ในหลวง โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค แก่ราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่สุพรรณบุรี

ในหลวง โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค แก่ราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่สุพรรณบุรี

ในหลวง โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค แก่ราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่สุพรรณบุรี

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.05 น.

“ในหลวง” โปรดเกล้าฯให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบวาตภัย  ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรี  ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์  ในพระบรมราชูปถัมภ์  เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค  ไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

วันที่ 11 พฤษภาคม  2569  เวลา  15.18  น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกไพบูลย์  คุ้มฉายา องคมนตรี  ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 1,000 ถุง  ไปมอบแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎร เพื่อเชิญไปมอบแก่ราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีต่อไป และมอบแก่ราษฎรตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ ณ  หอประชุมที่ว่าการอำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี  เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจ

ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวให้ราษฎรที่ประสบวาตภัย และเจ้าหน้าที่ได้รับทราบ  ในการนี้ องคมนตรี ได้ลงพื้นที่เชิญถุงพระราชทานและเครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรที่ประสบวาตภัยในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลไร่รถ อำเภอดอนเจดีย์ จำนวน 3 ครอบครัว  ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ และราษฎรกลุ่มเปราะบาง ต่างปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณา ทั้งนี้ องคมนตรี ได้พูดคุยให้กำลังใจและขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ  และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง 

รวมทั้งจิตอาสาพระราชทาน ในการปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ในการนี้  องคมนตรี  ได้ร่วมประชุมติดตามการแก้ไขสถานการณ์การเกิดวาตภัยในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี  โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง  เข้าร่วมประชุมและรายงานการเกิดวาตภัย รวมทั้ง รายงานการให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบวาตภัย 

โดยองคมนตรี ได้ให้ข้อแนะนำเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และทั่วถึง ไม่ซ้ำซ้อน รวมทั้งให้ประสานความร่วมมือเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความคล่องตัวและทันกับสถานการณ์

จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เกิดพายุฤดูร้อน เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ในช่วงเย็นและค่ำที่ผ่านมา ทำให้เกิดฝนตกหนัก บางพื้นที่มีลูกเห็บตก และลมกระโชกแรง ทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงในแนวเขตถนนสายสุพรรณบุรี – ดอนเจดีย์ โคนล่มหักเสียหายจำนวน 120 ต้น มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลตลิ่งชัน ตำบลบ้านโพธิ์อำเภอเมืองสุพรรณบุรี และตำบลไร่รถ อำเภอดอนเจดีย์ ส่งผลทำให้กระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง กับบ้านเรือนราษฎร ทรัพย์สิน  สิ่งสาธารณประโยชน์ และพื้นที่เกษตรกรรม ได้รับความเสียหายและได้รับผลกระทบใน  4 อำเภอ  28 ตำบล 140 หมู่บ้าน 3 ชุมชน และราษฎรได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบ 1,976 ครัวเรือน  โดยจังหวัดได้เร่งดำเนินการสำรวจและให้ความช่วยเหลือราษฎรใน
ด้านต่าง ๆ อาทิ ประสานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสุพรรณบุรีดำเนินการเคลื่อนย้ายเสาไฟฟ้าแรงสูงและตั้ง

เสาไฟฟ้าใหม่เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับราษฎรใช้เป็นการเร่งด่วน  จัดหาเครื่องอุปโภคบริโภค ที่พักอาศัยชั่วคราว  เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ให้ราษฎรสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขโดยเร็วด้วยแล้ว
 

​เปิดยุทธศาสตร์ Digital Education ไทย-จีน ยกระดับ HSK และ AI ปูทางสู่เบอร์หนึ่งอาเซียน

​เปิดยุทธศาสตร์  Digital Education ไทย-จีน ยกระดับ HSK และ AI ปูทางสู่เบอร์หนึ่งอาเซียน

​เปิดยุทธศาสตร์ Digital Education ไทย-จีน ยกระดับ HSK และ AI ปูทางสู่เบอร์หนึ่งอาเซียน

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

​เปิดยุทธศาสตร์  “Digital Education” ไทย-จีน ยกระดับ HSK และ AI ปูทางสู่เบอร์หนึ่งอาเซียน

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หารือทวิภาคี ร่วมกับ นายหวย จิ้นเผิง (H.E. Mr. Huai Jinpeng) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมระดับโลกด้านการศึกษาดิจิทัล ประจำปี 2569 (2026 World Digital Education Conference : WDEC 2026) ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

รมว.ศธ. กล่าวชื่นชมการบริหารงานของรัฐมนตรีจีน ที่นำพื้นฐานด้านวิศวกรรมมาขับเคลื่อนการศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยฝ่ายไทยได้เสนอนโยบายปฏิรูปการศึกษา 5 ด้านหลัก ที่เน้นการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท การปรับปรุงหลักสูตรด้วยดิจิทัล และการสร้างทักษะแห่งอนาคต เช่น AI, Coding และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมเน้นย้ำความประสงค์ที่จะขยายผลโครงการ Luban Workshop ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วไทย เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมจีนในไทย รวมทั้งการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการเรียนภาษาจีนในอาเซียน พร้อมยกระดับมาตรฐานการสอบ HSK และพัฒนาศักยภาพครูไทยให้มีความเชี่ยวชาญสูงขึ้น

โอกาสนี้ รมว.ศธ.สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แสดงความชื่นชมในประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐมนตรีไทย พร้อมเน้นย้ำว่า AI และเทคโนโลยีสมัยใหม่ คือหัวใจสำคัญของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ช่วยสร้างบุคลากรคุณภาพสูง รวมทั้งยินดีแบ่งปันโมเดลความสำเร็จด้านอาชีวะของมหาวิทยาลัย Shenzhen Polytechnic University ที่ร่วมมือกับภาคเอกชนใหญ่ อาทิ Huawei, BYD และ Tencent เพื่อสร้างบุคลากรให้ตรงจุด พร้อมเสนอให้ทั้งสองประเทศจัดทำกรอบความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อประสานงานระหว่างหน่วยงานระดับกรมให้ชัดเจน รวมทั้งการทำ MOU ด้าน AI พร้อมสนับสนุนด้านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้วย  
 

ข่าวดี! กยศ. ใจดีขยายเวลาสมัคร ‘สถานศึกษาต้นแบบ’ โอกาสสุดท้ายถึง 30 มิ.ย.69

ข่าวดี! กยศ. ใจดีขยายเวลาสมัคร 'สถานศึกษาต้นแบบ' โอกาสสุดท้ายถึง 30 มิ.ย.69

ข่าวดี! กยศ. ใจดีขยายเวลาสมัคร ‘สถานศึกษาต้นแบบ’ โอกาสสุดท้ายถึง 30 มิ.ย.69

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.06 น.

“ข่าวดี รีบสมัครด่วน” กยศ. ขยายเวลารับสมัครสถานศึกษาต้นแบบด้านจิตสาธารณะ เพื่อรับรางวัลเชิดชูคนดี กยศ. ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เดินหน้าส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรม “เชิดชูคนดี กยศ. ประจำปี 2569” เฟ้นหาผู้กู้ยืมและสถานศึกษาที่เป็นแบบอย่างที่ดีด้านจิตสาธารณะ โดยล่าสุดได้ขยายระยะเวลาการรับสมัครสถานศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้สถานศึกษาที่มีความพร้อมได้เข้าร่วมมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 

ขณะนี้ กยศ. ได้ขยายระยะเวลารับสมัครคัดเลือกสถานศึกษาต้นแบบ ภายใต้กิจกรรม “เชิดชูคนดี กยศ. ประจำปี 2569” ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้สถานศึกษาที่มีความพร้อมและมีผลงานด้านการทำจิตสาธารณะ มีการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่นักเรียนนักศึกษาอย่างต่อเนื่องได้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่ง กยศ. จะดำเนินการคัดเลือกสถานศึกษาต้นแบบ จำนวน 12 แห่ง เพื่อรับรางวัล โดยจะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติสถานศึกษาต้นแบบที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของ กยศ. ทั้งในด้านการบริหารจัดการเงินกู้ยืมอย่างมีประสิทธิภาพการส่งเสริมวินัยทางการเงินในการชำระหนี้คืน ตลอดจนการปลูกฝังจิตสาธารณะและสนับสนุนให้นักเรียนนักศึกษาได้มีโอกาสทำความดี   เพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง

กยศ. จึงขอเชิญชวนสถานศึกษาทุกแห่งที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนานักเรียน นักศึกษาให้เป็นคนดีมีวินัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม สมัครเข้าร่วมกิจกรรม “เชิดชูคนดี กยศ. ประจำปี 2569” ตั้งแต่บัดนี้ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.studentloan.or.th
 

ซีพีเดินหน้าสร้างคนเก่ง ‘ทุนการศึกษาปีที่ 48’ มุ่งปั้นผู้นำเปลี่ยนประเทศ

ซีพีเดินหน้าสร้างคนเก่ง 'ทุนการศึกษาปีที่ 48' มุ่งปั้นผู้นำเปลี่ยนประเทศ

ซีพีเดินหน้าสร้างคนเก่ง ‘ทุนการศึกษาปีที่ 48’ มุ่งปั้นผู้นำเปลี่ยนประเทศ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.49 น.

ท่านประธานอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ เดินหน้ายกระดับ “โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์” ภายใต้แนวคิด “สร้างคน สร้างอนาคต” มุ่งเฟ้นหาเยาวชนคนเก่งระดับแนวหน้าของประเทศ หรือ Next-Gen Talent ที่มีทั้งความสามารถ ภาวะผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต เพื่อพัฒนาให้เติบโตเป็น “ผู้นำแห่งอนาคต” ขององค์กร สังคม และประเทศไทย ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และการแข่งขันระดับโลก พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับทุนได้เรียนรู้ ฝึกงาน และต่อยอดสู่การทำงานจริงในเครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัทในเครือ ซึ่งมีธุรกิจครอบคลุมทั้งอาหาร เกษตร ค้าปลีก โทรคมนาคม ดิจิทัล เทคโนโลยี และธุรกิจแห่งอนาคต

โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประจำปี 2569 ได้จัดกิจกรรม “CP Scholarship Talent Screening Day 2026” ครอบคลุม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อคัดเลือกนักเรียน นิสิต และนักศึกษาที่มีศักยภาพสูง จำนวน 500 คน จากผู้สมัครกว่า 2,000 คน เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเชิงลึก ผ่านทั้งการสัมภาษณ์แบบ 1:1 และกิจกรรมกลุ่ม เพื่อประเมินศักยภาพรอบด้าน ทั้งภาวะผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม ทักษะการสื่อสาร และความสามารถในการแก้ปัญหาในโลกอนาคต โดยล่าสุดได้จัดกิจกรรมครั้งที่ 5 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ ต้อนรับนักเรียน นิสิต และนักศึกษาจากกรุงเทพฯ และภาคกลางกว่า 100 คน เข้าสู่เวทีค้นหา “ผู้นำแห่งอนาคต” ของประเทศ ทั้งนี้ โดยได้รับเกียรติจากคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และกรรมการบริหารโครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ นางสาวศิริพร เดชสิงห์  นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า  นางสาวเบญจวรรณ อ่องศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจศูนย์การค้า กลุ่มงานศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)     ดร.อดิภัทร ชัยชนะสกุล และ รองศาสตราจารย์ ดร. เรืองศักดิ์ แก้วธรรมชัย และกรรมการบริหารโครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ร่วมสัมภาษณ์และคัดเลือกผู้สมัครทุนในครั้งนี้

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา กรรมการบริหารโครงการทุนการศึกษา เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวให้โอวาทและกำลังใจแก่นักเรียนนิสิตนักศึกษาผู้สมัครรับทุนฯ โดยสรุปว่า แม้ผลการคัดเลือกจะออกมาอย่างไร แต่เพียงการได้ก้าวเข้าสู่เวทีคัดเลือกรอบสุดท้ายของทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ ก็ถือเป็น “โอกาสสำคัญ” ที่หาได้ยากแล้ว เพราะเยาวชนทุกคนจะได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ “ครอบครัวซีพี” ซึ่งเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากผู้บริหารระดับแนวหน้าของประเทศ ทั้งแนวคิด วิธีทำงาน วิธีตั้งคำถาม และมุมมองของผู้นำที่แท้จริง ขณะเดียวกัน ผู้สมัครที่มาจากทั่วประเทศในวันนี้ ยังจะกลายเป็น “เครือข่ายแห่งการเรียนรู้” ของกันและกันในอนาคต เพราะคนที่ยืนอยู่ในห้องเดียวกันวันนี้ อาจไม่ได้เป็นคู่แข่งขันตลอดไป แต่อาจเติบโตขึ้นเป็นพันธมิตรและกำลังสำคัญในการร่วมสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมและประเทศในอนาคตต่อไป

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 48 ปี นับตั้งแต่ปี 2522 จากเจตนารมณ์ของท่านประธานอาวุโส จรัญ เจียรวนนท์ และสืบสานต่อโดยท่านประธานอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา และเชื่อมั่นว่า “การลงทุนในคน คือการลงทุนที่ยั่งยืนที่สุด” โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้มอบทุนแก่เยาวชนไทยแล้วกว่า 6,600 ทุน ซึ่งในปีนี้ ท่านประธานอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ ได้มีนโยบายยกระดับโครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้แนวคิด “สร้างคน สร้างอนาคต” เพื่อเฟ้นหาเยาวชนคนเก่งระดับแนวหน้าของประเทศ หรือ Next-Gen Talent ที่มีทั้งความสามารถ ภาวะผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต โดยท่านประธานอาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ กล่าวว่า “เราต้องให้โอกาสกับผู้นำ เพราะการส่งเสริมผู้นำเพียงหนึ่งคน สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงและยั่งยืนได้ ทุนการศึกษาไม่ใช่เพียงการให้โอกาสทางการศึกษา แต่คือการสร้างการเปลี่ยนแปลง ให้ผู้นำได้เรียนรู้ แก้ไขปัญหา เกิดปัญญา และต่อยอดสิ่งเดิมให้ดียิ่งขึ้น”

ในการนี้ ดร.ธีระพล ระบุว่า ทุนการศึกษาในครั้งนี้ไม่ได้มองหาเพียง “คนเก่ง” แต่กำลังมองหาคนรุ่นใหม่ที่มีภาวะผู้นำ มีคุณธรรม มีความกตัญญู และเห็นคุณค่าของโอกาส เพราะเมื่อไม่สามารถมอบโอกาสให้กับทุกคนได้ สิ่งสำคัญคือการมอบโอกาสให้กับคนที่พร้อมจะเติบโต และสามารถนำโอกาสนั้นไปสร้างประโยชน์ต่อผู้คนอีกมากมายในอนาคต การเป็นผู้นำจึงไม่ใช่เพียงการประสบความสำเร็จเพื่อตัวเอง แต่คือการใช้ความสามารถ ความคิด และประสบการณ์ของตนเองในการช่วยเหลือผู้อื่น สร้างคุณค่าให้สังคม และส่งต่อโอกาสให้กับคนรุ่นต่อไป

“ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความรู้เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งสำคัญคือการมีหัวใจของการเรียนรู้ตลอดชีวิต กล้าที่จะคิด กล้าลงมือทำ กล้าทดลอง และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เพราะโอกาสสำคัญในชีวิตอาจเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ และคนที่เตรียมพร้อมเท่านั้น ที่จะสามารถเปลี่ยนโอกาสนั้นให้กลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตได้” ดร.ธีระพล กล่าว

ดังนั้น ทุนการศึกษาจึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนด้านการศึกษา แต่เป็นพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้คิด ได้ลงมือทำ และพัฒนาตัวเอง เพื่อเติบโตเป็นคนรุ่นใหม่ที่ “คิดเป็น ทำเป็น นำเป็น” และพร้อมสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศในอนาคต

ทั้งนี้ ผู้ได้รับทุนจะได้รับโอกาสในการฝึกงานกับเครือฯและบริษัทในเครือฯ เพื่อได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงในองค์กรชั้นนำของประเทศ และเมื่อจบการศึกษายังเปิดโอกาสให้ทำงานกับเครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัทในเครือ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจชั้นนำของประเทศไทยที่มีธุรกิจครอบคลุมทั้งอาหาร เกษตร ค้าปลีก โทรคมนาคม ดิจิทัล เทคโนโลยี อีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ และธุรกิจแห่งอนาคต นอกจากนี้ในระหว่างรับทุนฯยังจะได้เข้าร่วมโปรแกรมพัฒนาศักยภาพผู้นำ ผ่านแนวทางการเรียนรู้แบบ Action-Based Learning เช่นเดียวกับหลักสูตรพัฒนาเถ้าแก่ของเครือฯ เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดเชิงธุรกิจ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการเป็นผู้นำในโลกยุคใหม่

สำหรับโครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประจำปี 2569 แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ทุนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทุนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทุนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และทุนระดับปริญญาตรี โดยมีมูลค่าทุนละ 50,000 บาทต่อคน ปีนี้มีนักเรียน นิสิต และนักศึกษาจากทั่วประเทศสมัครขอรับทุนจำนวน 1,507 คน ก่อนคัดเลือกเข้าสู่รอบ Screening Day ประมาณ 500 คน ผ่านศูนย์สัมภาษณ์ใน 5 ภูมิภาค ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) มหาวิทยาลัยบูรพา (ภาคตะวันออก) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ภาคเหนือ) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ภาคใต้) และทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ (ภาคกลาง) เพื่อค้นหาเยาวชนคนเก่งที่มีศักยภาพและวัดแววความเป็นผู้นำ เข้าสู่การเป็น “ผู้นำแห่งอนาคต” ภายใต้โครงการทุนการศึกษาของเครือเจริญโภคภัณฑ์ต่อไป

สหรัฐฯผวา พบผู้โดยสารอเมริกันติดเชื้อไวรัสฮันตา หลังอพยพลงมาจากเรือสำราญ MV Hondius

สหรัฐฯผวา พบผู้โดยสารอเมริกันติดเชื้อไวรัสฮันตา หลังอพยพลงมาจากเรือสำราญ MV Hondius

11 พ.ค. 2569 15:40 น.

สหรัฐฯผวา พบผู้โดยสารอเมริกันติดเชื้อไวรัสฮันตา หลังอพยพลงมาจากเรือสำราญ MV Hondius

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันพบชาวอเมริกัน 1 รายติดเชื้อไวรัสฮันตา และอีก 1 รายมีอาการป่วยเล็กน้อย หลังอพยพลงมาจากเรือสำราญ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” ซึ่งเกิดการระบาดของไวรัสจนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย

กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ผู้โดยสารทั้งสองคนที่เดินทางกลับสหรัฐฯ ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำของรัฐบาล ถูกแยกเดินทางในหน่วยชีวป้องกันเพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยขณะนี้พลเมืองอเมริกันทั้ง 17 คนที่อยู่บนเที่ยวบินดังกล่าว จะถูกส่งเข้ารับการประเมินอาการและตรวจคัดกรองเพิ่มเติมที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยเนแบรสกา 

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังเรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส (MV Hondius) ซึ่งจอดอยู่ที่หมู่เกาะคานารีของสเปน มีการระบาดของฮันตาไวรัสในหมู่ผู้โดยสาร โดยขณะนี้มีผู้โดยสารมากกว่า 90 คนถูกส่งตัวกลับประเทศ

มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ได้แก่ คู่สามีภรรยาชาวดัตช์ และหญิงชาวเยอรมัน โดยอย่างน้อย 2 คนได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อฮันตาไวรัส

ด้าน นายแพทย์ทีดรอส อัดฮานอม กีเบรเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เตือนว่าการที่สหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตามแนวทางของ WHO อาจมีความเสี่ยงต่อการควบคุมโรค

อย่างไรก็ตาม นพ.เจย์ ภัตตาจารยา รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า ไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนก เพราะการแพร่เชื้อจากคนสู่คนของฮันตาไวรัสเกิดขึ้นได้ยาก และไม่ควรถูกมองเหมือนการระบาดของโควิด-19

โดยสถานการณ์ล่าสุดในแต่ละประเทศมีดังนี้

  • ฝรั่งเศส ยืนยันพบหญิงชาวฝรั่งเศสติดเชื้อฮันตาไวรัส และกำลังกักตัวในกรุงปารีส โดยอาการเริ่มทรุดลง
  • อังกฤษ ส่งตัวพลเมือง 20 คนเข้ากักตัวที่โรงพยาบาล Arrowe Park ในเมืองวีร์รัล เป็นเวลา 72 ชั่วโมง แม้ยังไม่มีรายงานผู้มีอาการ
  • สเปน บังคับกักตัวชาวสเปน 14 คนที่ถูกส่งกลับกรุงมาดริดในโรงพยาบาลทหาร
  • เนเธอร์แลนด์ รับเที่ยวบินอพยพผู้โดยสารและลูกเรือ 26 คนกลับประเทศ
  • ออสเตรเลีย เตรียมรับผู้โดยสาร 6 คนกลับประเทศ พร้อมมาตรการเฝ้าระวังเพิ่มเติม.

ที่มา : BBC

ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังสหรัฐฯ-อิหร่านเจรจาสันติภาพล่มอีก

ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังสหรัฐฯ-อิหร่านเจรจาสันติภาพล่มอีก

11 พ.ค. 2569 07:25 น.

ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง หลังสหรัฐฯ-อิหร่านเจรจาสันติภาพล่มอีก

ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นมากกว่า 3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม หลังความหวังในการยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านริบหรี่ เมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นไม่ตรงกันกับข้อตกลงสันติภาพล่าสุด

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 3.18 ดอลลาร์ หรือ 3.14% มาอยู่ที่ 104.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขยายการปรับขึ้นต่อจากวันศุกร์ที่ผ่านมา

ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียตของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.09 ดอลลาร์ หรือ 3.24% มาอยู่ที่ 98.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังปิดตลาดก่อนหน้านี้ในแดนบวกเช่นกัน

ตลาดน้ำมันทั่วโลกเคยคาดหวังว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานกว่า 10 สัปดาห์ อาจใกล้สิ้นสุดลง ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติ

อย่างไรก็ตามความหวังดังกล่าวพังทลายลง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่า ข้อเสนอของอิหร่านต่อแผนเจรจาสันติภาพที่สหรัฐฯ ร่างขึ้นนั้นไม่อาจยอมรับได้

สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดพลังงานโลก เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีน้ำมันจากตะวันออกกลางจำนวนมหาศาลต้องผ่านเส้นทางนี้ทุกวัน

โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์ตลาดจาก IG ระบุว่า ความสนใจของตลาดกำลังพุ่งไปที่การเยือนจีนของทรัมป์ เพราะหลายฝ่ายหวังว่า ปักกิ่งอาจใช้อิทธิพลกดดันอิหร่านให้ยอมรับข้อตกลงหยุดยิง และช่วยคลี่คลายวิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซ

ด้านอามิน นาสเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทซาอุดี อารัมโก เปิดเผยว่า ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาโลกสูญเสียปริมาณน้ำมันไปแล้วราว 1 พันล้านบาร์เรล และแม้การขนส่งจะกลับมาดำเนินได้ตามปกติ ตลาดพลังงานก็ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะฟื้นเสถียรภาพ

ข้อมูลจากบริษัทติดตามการขนส่ง Kpler ยังระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีเรือบรรทุกน้ำมันอีกอย่างน้อย 2 ลำ ที่ขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยปิดระบบติดตามตำแหน่ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกโจมตีของอิหร่าน

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการด้านพลังงานกำลังใช้มาตรการพิเศษเพื่อรักษาการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลาง ท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารที่ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลาย.

ที่มา :channelnewsasia

ภารกิจอพยพผู้โดยสารลงจากเรือไวรัสฮันตาใกล้แล้วเสร็จ WHO จับตาใกล้ชิดหวั่นแพร่ข้ามประเทศ

ภารกิจอพยพผู้โดยสารลงจากเรือไวรัสฮันตาใกล้แล้วเสร็จ  WHO จับตาใกล้ชิดหวั่นแพร่ข้ามประเทศ

11 พ.ค. 2569 07:05 น.

ภารกิจอพยพผู้โดยสารลงจากเรือไวรัสฮันตาใกล้แล้วเสร็จ WHO จับตาใกล้ชิดหวั่นแพร่ข้ามประเทศ

ปฏิบัติการอพยพผู้โดยสารและลูกเรือจากเรือสำราญ เอ็มวี ฮอนดิอุส ที่เกิดการระบาดของ ไวรัสฮันตา ใกล้เสร็จสิ้น โดยผู้โดยสารและลูกเรือรวม 94 คน จาก 19 สัญชาติ ถูกส่งตัวกลับประเทศแล้ว 

บรรยากาศที่ท่าเรือกรานาดิยา บนเกาะเตเนริเฟ เต็มไปด้วยมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวด ผู้โดยสารที่สวมชุดป้องกันทางการแพทย์สีฟ้า ทยอยลงจากเรือสำราญสัญชาติดัตช์ไปยังเรือขนาดเล็ก ก่อนถูกส่งต่อขึ้นรถบัสของกองทัพสเปนที่มีฉากกั้นระหว่างคนขับกับผู้โดยสาร เพื่อเดินทางไปยังสนามบินเตเนริเฟ เซาท์ โดยก่อนขึ้นเครื่องกลับประเทศ ผู้โดยสารทุกคนต้องเปลี่ยนชุดป้องกันใหม่อีกครั้ง

โดยทางการยังเร่งดำเนินปฏิบัติการทั้งหมดให้เสร็จภายในวันจันทร์ เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้ายกำลังจะมาถึง ซึ่งจะบังคับให้เรือต้องออกเดินทางต่อไปยังเนเธอร์แลนด์พร้อมลูกเรือราว 30 คน

แม้เจ้าหน้าที่สเปนระบุว่า ผู้โดยสารทุกคนไม่มีอาการก่อนลงจากเรือและผ่านการตรวจสุขภาพขั้นสุดท้ายแล้ว แต่รัฐบาลฝรั่งเศสเปิดเผยว่า มีผู้โดยสารชาวฝรั่งเศส 1 คน เริ่มแสดงอาการต้องสงสัยติดเชื้อฮันตาไวรัสหลังเดินทางกลับประเทศ และถูกนำเข้าสู่การแยกกักตัวอย่างเข้มงวดทันที

ด้านกระทรวงสาธารณสุขกรีซระบุว่า ชายชาวกรีซที่อพยพกลับประเทศจะต้องถูกกักตัวในโรงพยาบาลที่กรุงเอเธนส์เป็นเวลา 45 วัน ขณะที่ชาวสเปน 14 คน จะถูกแยกกักตัวในโรงพยาบาลทหารที่กรุงมาดริด

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้มีการกักตัวนานถึง 42 วัน พร้อมติดตามอาการทุกวัน โดยเฉพาะไข้และอาการระบบทางเดินหายใจ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้โดยสารอเมริกันอาจไม่จำเป็นต้องถูกกักตัวในศูนย์เฉพาะทาง และบางคนสามารถกลับบ้านได้ หากสามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่นระหว่างเดินทาง

ท่าทีดังกล่าวทำให้ ทีดรอส อัดฮานอม กีเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ซึ่งเดินทางมายังเตเนริเฟเพื่อช่วยกำกับปฏิบัติการด้วยตัวเอง เตือนว่า แนวทางดังกล่าวอาจมีความเสี่ยง

องค์การอนามัยโลกเชื่อว่า การติดเชื้อรายแรกเกิดขึ้นก่อนเริ่มการเดินทางของเรือสำราญ จากนั้นจึงเกิดการแพร่เชื้อระหว่างมนุษย์บนเรือ

เรือเอ็มวี ฮอนดิอุส ออกเดินทางจากเมืองอูซัวยา ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 1 เมษายน เพื่อเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังประเทศเคปเวิร์ด ก่อนเกิดเหตุผู้ติดเชื้อ 3 รายถูกส่งตัวเข้ายุโรปก่อนหน้านี้

การระบาดครั้งนี้กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากเป็นหนึ่งในไม่กี่เหตุการณ์ที่พบการแพร่เชื้อฮันตาไวรัสจากคนสู่คนในวงกว้างบนเรือสำราญระหว่างประเทศ.

ที่มา : channelnewsasia

ทรัมป์-สี จิ้นผิง เตรียมหารือใหญ่ ประเด็นอิหร่าน นิวเคลียร์ การค้า และ AI หวังลดตึงเครียด 2 ชาติ

ทรัมป์-สี จิ้นผิง เตรียมหารือใหญ่ ประเด็นอิหร่าน นิวเคลียร์ การค้า และ AI หวังลดตึงเครียด 2 ชาติ

11 พ.ค. 2569 06:41 น.

ทรัมป์-สี จิ้นผิง เตรียมหารือใหญ่ ประเด็นอิหร่าน นิวเคลียร์ การค้า และ AI หวังลดตึงเครียด 2 ชาติ

ผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำจีน เตรียมหารือครั้งสำคัญครอบคลุมประเด็นอิหร่าน ไต้หวัน ปัญญาประดิษฐ์ อาวุธนิวเคลียร์ และสงครามการค้า ระหว่างการเยือนจีนของทรัมป์ในสัปดาห์นี้ หวังฟื้นสัมพันธ์ที่ตึงเครียด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงผู้นำจีน เตรียมเปิดการหารือครั้งสำคัญครอบคลุมประเด็นอิหร่าน ไต้หวัน ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาวุธนิวเคลียร์ และสงครามการค้า ระหว่างการเยือนจีนของทรัมป์ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความพยายามของสองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกในการฟื้นเสถียรภาพความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

การพบกันครั้งนี้ถือเป็นการหารือแบบเผชิญหน้าครั้งแรกในรอบกว่า 6 เดือนของผู้นำทั้งสอง ท่ามกลางแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งข้อพิพาททางการค้า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน รวมถึงประเด็นด้านความมั่นคงและเทคโนโลยี

ทรัมป์มีกำหนดเดินทางถึงกรุงปักกิ่งในวันพุธที่ 13 พฤษภาคม ก่อนเข้าร่วมการประชุมหารือกับสี จิ้นผิง ในวันพฤหัสบดีและศุกร์ โดยนี่จะเป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งแรกของเขานับตั้งแต่ปี 2017

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายเตรียมประกาศความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุนเพิ่มเติม รวมถึงการจัดตั้งคณะกรรมการการค้า และคณะกรรมการการลงทุน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าระหว่างสองประเทศ แม้กลไกดังกล่าวอาจยังต้องใช้เวลาในการดำเนินงานจริง

จีนยังถูกคาดหมายว่าจะประกาศการจัดซื้อสินค้าจากสหรัฐฯเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินจากบริษัทโบอิ้ง  สินค้าเกษตร และพลังงานจากอเมริกา ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจและภาคการส่งออกของสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน ทั้งสองประเทศยังเตรียมหารือเรื่องการขยายเวลาพักรบทางการค้า ซึ่งปัจจุบันช่วยให้แร่หายากจากจีนยังสามารถส่งออกไปยังสหรัฐฯ ได้ต่อเนื่อง แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่ายังไม่ชัดเจนว่าจะมีการขยายข้อตกลงดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้หรือไม่

นอกเหนือจากประเด็นเศรษฐกิจ การหารือครั้งนี้ยังเต็มไปด้วยประเด็นละเอียดอ่อนที่เป็นชนวนความขัดแย้งระหว่างวอชิงตันและปักกิ่งมาอย่างยาวนาน

หนึ่งในหัวข้อสำคัญคืออิหร่าน ซึ่งจีนยังคงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเตหะราน และเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ ขณะที่ทรัมป์พยายามกดดันให้จีนใช้อิทธิพลผลักดันให้อิหร่านกลับเข้าสู่การเจรจากับสหรัฐฯ และยุติความขัดแย้งที่ปะทุขึ้น หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

รัฐบาลทรัมป์ยังแสดงความกังวลต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซีย โดยเฉพาะเรื่องรายได้และสินค้าแบบdual-use หรือสินค้าที่สามารถใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร รวมถึงความเป็นไปได้เรื่องการส่งออกอาวุธ

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯระบุว่า ทรัมป์ได้พูดคุยกับสี จิ้นผิง หลายครั้งเกี่ยวกับอิหร่านและรัสเซีย รวมถึงบทบาทของจีนในการสนับสนุนสองประเทศดังกล่าว

ในฝั่งจีน ประเด็นไต้หวันยังคงเป็นเรื่องอ่อนไหวอย่างยิ่ง โดยปักกิ่งไม่พอใจที่สหรัฐฯ ยังคงเป็นผู้สนับสนุนหลักและผู้จัดหาอาวุธรายสำคัญให้แก่ไต้หวัน ซึ่งจีนมองว่าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนเพิ่มกิจกรรมทางทหารรอบเกาะไต้หวันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่า นโยบายของวอชิงตันต่อไต้หวันจะไม่เปลี่ยนแปลง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยรัฐบาลทรัมป์แสดงความกังวลต่อการพัฒนาโมเดล AI ขั้นสูงของจีน และมองว่าทั้งสองประเทศจำเป็นต้องมีช่องทางสื่อสาร เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีดังกล่าว

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า การประชุมผู้นำครั้งนี้อาจเป็นโอกาสเริ่มต้นการหารือเกี่ยวกับการตั้งกลไกสื่อสารด้าน AI ระหว่างสองประเทศ แม้รูปแบบที่ชัดเจนจะยังไม่ได้ข้อสรุป

ด้านประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐฯ พยายามผลักดันให้จีนเปิดโต๊ะหารือเรื่องการควบคุมอาวุธ แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า จีนส่งสัญญาณเป็นการภายในว่ายังไม่มีความสนใจ ที่จะพูดคุยเรื่องการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ในเวลานี้

การพบกันครั้งล่าสุดของทรัมป์และสี จิ้นผิง เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วที่เกาหลีใต้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงชะลอสงครามการค้าที่รุนแรง หลังสหรัฐฯเคยขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในระดับสูงถึงสามหลัก ขณะที่จีนขู่จำกัดการส่งออกแร่หายากซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั่วโลก

ล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่า ทรัมป์ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการกำหนดภาษีนำเข้าหลายรายการทั่วโลก อย่างไรก็ตามทรัมป์ยืนยันว่าจะหาช่องทางทางกฎหมายอื่นเพื่อนำมาตรการภาษีกลับมาใช้อีกครั้ง.

ที่มา : channelnewsasia

รมว.กลาโหมลัตเวีย ลาออกหลังโดรนยูเครนตกใส่แท็งก์น้ำมัน

รมว.กลาโหมลัตเวีย ลาออกหลังโดรนยูเครนตกใส่แท็งก์น้ำมัน

11 พ.ค. 2569 05:53 น.

รมว.กลาโหมลัตเวีย ลาออกหลังโดรนยูเครนตกใส่แท็งก์น้ำมัน

รัฐมนตรีกลาโหมลัตเวียลาออกจากตำแหน่งแล้ว เพื่อรับผิดชอบหลังเกิดเหตุ โดรนยูเครน 2 ลำบินข้ามพรมแดนและตกใส่แท็งก์เก็บน้ำมันจนเกิดการระเบิดเมื่อสัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอันดริส สพรูดส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของลัตเวีย ประกาศลาออกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. 2569 หลังเกิดเหตุโดรนของยูเครน 2 ลำ บินข้ามพรมแดนมาจากฝั่งรัสเซียและพุ่งชนแท็งก์เก็บน้ำมันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (7 พ.ค.)

ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ นางเอวิกา ซิลินา นายกรัฐมนตรีลัตเวีย ออกมาเรียกร้องให้นายสพรูดส์ลาออกจาก โดยระบุว่าระบบต่อต้านโดรนไม่ได้ถูกติดตั้งและใช้งานได้รวดเร็วพอ พร้อมกันนี้เธอได้แต่งตั้ง พันเอก ไรวิส เมลนิส แห่งกองทัพลัตเวีย ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่แทน

ทั้งนี้ เมื่อวันพฤหัสบดี ลัตเวียและลิทัวเนียได้เรียกร้องให้กลุ่มนาโต (NATO) เร่งเสริมศักยภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศในภูมิภาค หลังจากมีโดรน 2 ลำบินข้ามพรมแดนรัสเซียเข้ามาและเกิดการระเบิดที่คลังเก็บน้ำมันในลัตเวีย

ด้าน นายอันดรีย์ ซิบีฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ ยืนยันว่าโดรนดังกล่าวเป็นของยูเครนจริง แต่ที่บินเข้าไปในลัตเวียนั้นเป็นผลมาจาก “การใช้สงครามอิเล็กทรอนิกส์ของรัสเซียที่จงใจเบี่ยงเบนทิศทางโดรนของยูเครนออกจากเป้าหมายในรัสเซีย”

นอกจากนี้ นายซิบีฮายังกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อเหตุการณ์โดรนดังกล่าว ยูเครนกำลังพิจารณาส่งผู้เชี่ยวชาญไปช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยทางอากาศในกลุ่มประเทศแถบทะเลบอลติกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ผู้โดยสารฝรั่งเศส แสดงอาการป่วย หลังอพยพจากเรือสำราญไวรัสฮันตา

ผู้โดยสารฝรั่งเศส แสดงอาการป่วย หลังอพยพจากเรือสำราญไวรัสฮันตา

11 พ.ค. 2569 05:12 น.

ผู้โดยสารฝรั่งเศส แสดงอาการป่วย หลังอพยพจากเรือสำราญไวรัสฮันตา

นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ผู้โดยสารคนหนึ่งจากเรือสำราญที่เผชิญกับการแพร่ระบาดของ ไวรัสฮันตา เริ่มแสดงอาการของโรคในระหว่างส่งตัวกลับประเทศฝรั่งเศส ตอนนี้ถูกกักตัวแล้ว

เมื่อ 10 พ.ค. 2569 นายเซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสเปิดเผยว่า หนึ่งในผู้โดยสารชาวฝรั่งเศสที่ได้รับการอพยพจากเรือสำราญ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” (MV Hondius) ซึ่งกำลังเผชิญกับการแพร่กระจายของ ไวรัสฮันตา (Hantavirus) เริ่มแสดงอาการของโรคขณะอยู่บนเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากเกาะเตเนริเฟมายังกรุงปารีส

หลังจากเที่ยวบินของฝรั่งเศสลงจอดที่สนามบิน เลอ บูร์เกต์ (Le Bourget) เจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ก็รอรับตัวผู้อพยพทั้ง 5 คน บนลานจอดเครื่องบิน จากนั้นรถพยาบาลได้นำตัวทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลบิชาต์ (Bichat) ในกรุงปารีส

กระทรวงกิจการต่างประเทศและยุโรปของฝรั่งเศสระบุในแถลงการณ์ว่า เมื่อถึงโรงพยาบาล พวกเขาจะถูกกักตัวเป็นเวลา 72 ชั่วโมงเพื่อรับการตรวจประเมินอย่างละเอียด ก่อนจะถูกส่งตัวไปกักตัวต่อที่บ้านเป็นเวลา 45 วัน

พลเมืองฝรั่งเศสเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของนักท่องเที่ยวมากกว่า 90 คนที่ถูกส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิดจากเรือสำราญของบริษัทเนเธอร์แลนด์เมื่อวันอาทิตย์ หลังจากเรือลำดังกล่าวเข้าทอดสมอนอกชายฝั่งเกาะเตเนริเฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะคานารี ของสเปน

การระบาดของไวรัสฮันตาบนเรือลำนี้ ทำให้มีผู้โดยสารเสียชีวิตแล้ว 3 ศพ โดยในจำนวนนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้อไวรัสดังกล่าว 2 ราย

ในขณะเดียวกัน ชาวสเปน 14 รายที่เดินทางจากเตเนริเฟไปยังกรุงมาดริด กำลังเผชิญกับการกักตัวภาคบังคับที่โรงพยาบาลทหารในเมืองหลวงของสเปน

ด้านชาวอังกฤษได้รับการส่งตัวกลับถึงเมืองแมนเชสเตอร์แล้ว โดยสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) ระบุว่า ยังไม่มีชาวอังกฤษรายใดมีอาการป่วย แต่ทุกคนยังคงอยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง

นอกจากนี้ เครื่องบินที่บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือ 26 คน ซึ่งรวมถึงชาวเนเธอร์แลนด์ 8 คน ได้เดินทางถึงประเทศเนเธอร์แลนด์แล้ว และยังมีกำหนดการเที่ยวบินสำหรับส่งพลเมืองตุรกี ไอริช และสหรัฐอเมริกา กลับประเทศในวันอาทิตย์นี้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ เรือสำราญ MV Hondius ทอดสมอที่ท่าเรือกรานาดิยาในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ และทีมแพทย์ได้ขึ้นไปบนเรือเมื่อเวลาประมาณ 07:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการเคลื่อนย้ายผู้ที่อยู่บนเรือและส่งตัวกลับประเทศ ตามแผนที่วางเอาไว้อย่างเป็นระบบและรัดกุมโดยรัฐบาลสเปนและองค์การอนามัยโลก (WHO)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc