โทนี แบลร์–มาร์โก รูบิโอ ติดโผบอร์ดสันติภาพกาซาของทรัมป์

โทนี แบลร์–มาร์โก รูบิโอ ติดโผบอร์ดสันติภาพกาซาของทรัมป์

17 ม.ค. 2569 13:29 น.

โทนี แบลร์–มาร์โก รูบิโอ ติดโผบอร์ดสันติภาพกาซาของทรัมป์

ทรัมป์ แต่งตั้ง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และ เซอร์โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เป็นหนึ่งในคณะกรรมการสันติภาพกาซา ตามแผนยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส

แถลงการณ์ของทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ ระบุว่า คณะกรรมการสันติภาพกาซา ชุดก่อตั้ง (Founding Executive Board) จะประกอบด้วย มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และ เซอร์โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร นอกจากนี้ยังมี สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษด้านตะวันออกกลางของสหรัฐ, จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ มาร์ก โรว์แอน ผู้บริหารบริษัทไพรเวตอิควิตี้, อเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก, และโรเบิร์ต กาเบรียล ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ โดยประธานาธิบดีทรัมป์จะทำหน้าที่เป็น ประธานคณะกรรมการ

คณะกรรมการชุดนี้คาดว่าจะมีบทบาท กำกับดูแลกาซาเป็นการชั่วคราว รวมถึงดูแลกระบวนการฟื้นฟูและบูรณะพื้นที่ หลังสงครามยุติลง

โดยทำเนียบขาวระบุว่า สมาชิกแต่ละคนจะได้รับมอบหมายภารกิจเฉพาะด้านที่มีความสำคัญต่อ การสร้างเสถียรภาพและความสำเร็จระยะยาวของกาซา

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า การจัดตั้งบอร์ดดังกล่าวเป็นการรวมตัวของ คณะกรรมการที่ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไม่ว่าจะในเวลาใดหรือสถานที่ใด พร้อมระบุว่าจะมีการประกาศรายชื่อสมาชิกเพิ่มเติมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ทั้งนี้ เซอร์โทนี แบลร์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษระหว่างปี 1997–2007 และเป็นผู้นำพาสหราชอาณาจักรเข้าร่วมสงครามอิรักในปี 2003 หลังพ้นตำแหน่ง เขาเคยทำหน้าที่เป็นทูตพิเศษตะวันออกกลางของกลุ่มควอเต็ต (สหรัฐ สหภาพยุโรป รัสเซีย และสหประชาชาติ)

ในบทบาทดังกล่าว แบลร์มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจในปาเลสไตน์ และสร้างเงื่อนไขเพื่อขับเคลื่อนแนวทาง สองรัฐ

ก่อนหน้านี้ แบลร์มีส่วนร่วมในการหารือระดับสูงเกี่ยวกับอนาคตกาซากับสหรัฐและภาคีอื่น ๆ แล้ว โดยในเดือนสิงหาคม เขาเข้าร่วมการประชุมที่ทำเนียบขาวกับทรัมป์ ซึ่งวิตคอฟฟ์ระบุว่าเป็นการหารือที่ “ครอบคลุมอย่างมาก”

อย่างไรก็ตาม ในเดือนกันยายน เวส สตรีทติง รัฐมนตรีสาธารณสุขอังกฤษ ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า การดึงตัวแบลร์เข้ามามีบทบาทในประเด็นกาซา อาจทำให้หลายคนตั้งคำถาม เนื่องจากบทบาทของเขาในสงครามอิรัก แต่ก็ยอมรับว่า แบลร์มีบทบาทสำคัญในการเจรจาข้อตกลง Good Friday Agreement ปี 1998 ที่ยุติความขัดแย้งในไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งหากเขานำทักษะด้านการทูตและการบริหารรัฐกิจที่มีอยู่มาใช้ได้จริง ก็อาจเป็นผลดี

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังการประกาศตั้ง คณะกรรมการเทคโนแครตปาเลสไตน์ 15 คน ในนาม National Committee for the Administration of Gaza (NCAG) เพื่อบริหารกิจการประจำวันของกาซาหลังสงคราม โดยมี อาลี ชาอัต อดีตรองรัฐมนตรีของรัฐบาลปาเลสไตน์ (PA) เป็นประธาน

นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังระบุว่า นิโคไล มลาเดนอฟ อดีตทูตพิเศษสหประชาชาติประจำตะวันออกกลางจากบัลแกเรีย จะทำหน้าที่เป็นผู้แทนของบอร์ดในพื้นที่กาซา ทำงานประสานกับ NCAG

แผนของทรัมป์ยังรวมถึงการส่ง กองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติ (International Stabilisation Force – ISF) เข้าไปในกาซา เพื่อฝึกและสนับสนุนตำรวจปาเลสไตน์ที่ผ่านการคัดกรอง โดยมี พลตรีแจสเปอร์ เจฟเฟอร์ส แห่งกองทัพสหรัฐ เป็นผู้บัญชาการ เพื่อสร้างความมั่นคง รักษาสันติภาพ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดจากการก่อการร้ายอย่างยั่งยืน

แม้แผนสันติภาพของสหรัฐจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคมและเข้าสู่ระยะที่สองแล้ว แต่อนาคตของกาซา รวมถึงชะตากรรมของ ชาวปาเลสไตน์กว่า 2.1 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ยังคงเต็มไปด้วยความไม่ชัดเจน.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ กาซา

เกาหลีใต้ผวา พบโรค “อหิวาต์แอฟริกาในสุกร” ระบาดครั้งแรกในรอบ 2 เดือน สั่งเร่งกำจัดหมูยกฟาร์ม

เกาหลีใต้ผวา พบโรค "อหิวาต์แอฟริกาในสุกร" ระบาดครั้งแรกในรอบ 2 เดือน สั่งเร่งกำจัดหมูยกฟาร์ม

17 ม.ค. 2569 09:47 น.

เกาหลีใต้ผวา พบโรค “อหิวาต์แอฟริกาในสุกร” ระบาดครั้งแรกในรอบ 2 เดือน สั่งเร่งกำจัดหมูยกฟาร์ม

เกาหลีใต้ผวา พบการระบาดของโรค “อหิวาต์แอฟริกาในสุกร” ระบาดที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในเมืองคังนึง ทางตะวันออกของประเทศ ทางการเร่งคุมเข้ม สั่งหยุดเคลื่อนย้ายสุกร 48 ชั่วโมง ป้องกันเชื้อแพร่กระจาย

วันที่ 17 มกราคม 2569 กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทของเกาหลีใต้ แถลงว่า พบการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever-ASF) เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 เดือน ส่งผลให้ต้องเร่งกำจัดสุกรนับหมื่นตัว และออกคำสั่งหยุดกิจกรรมในฟาร์มเลี้ยงหมูหลายพื้นที่ เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อ

โดยการระบาดครั้งล่าสุดถูกตรวจพบที่ฟาร์มเลี้ยงสุกรในเมืองคังนึง จังหวัดคังวอน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโซลราว 170 กิโลเมตร ทางการระบุว่า สุกร 29 จาก 32 ตัวที่ตายลงเมื่อวันศุกร์ ตรวจพบเชื้อ ASF ซึ่งเป็นโรคร้ายแรงในสุกร แต่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ซึ่งนับเป็นการพบเชื้อ ASF ครั้งแรกในประเทศนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังเคยมีรายงานการระบาดที่เมืองดังจิน จังหวัดชุงชองใต้

ทางการจังหวัดคังวอน เปิดเผยว่า เพื่อควบคุมสถานการณ์ ได้สั่งกำจัดสุกรประมาณ 20,000 ตัวในฟาร์มที่พบการระบาด พร้อมออกคำสั่ง “หยุดเคลื่อนย้าย” เป็นเวลา 48 ชั่วโมง สำหรับฟาร์มสุกรใน 6 เมืองและอำเภอใกล้เคียง ห้ามการขนย้ายสัตว์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายกรัฐมนตรีคิม มินซอก มีคำสั่งให้ดำเนินมาตรการควบคุมฉุกเฉินทันที ทั้งการจำกัดการเข้าพื้นที่ การทำลายสุกร และการสอบสวนทางระบาดวิทยาอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุของการระบาดและป้องกันไม่ให้เชื้อลุกลามไปยังพื้นที่อื่น ๆ.

เมียนมาสู้คดี “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ที่ศาลโลก ให้การปฏิเสธทำร้ายโรฮีนจา ชี้หลักฐานแกมเบียไม่เพียงพอ

เมียนมาสู้คดี "ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" ที่ศาลโลก ให้การปฏิเสธทำร้ายโรฮีนจา ชี้หลักฐานแกมเบียไม่เพียงพอ

17 ม.ค. 2569 09:20 น.

เมียนมาสู้คดี “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ที่ศาลโลก ให้การปฏิเสธทำร้ายโรฮีนจา ชี้หลักฐานแกมเบียไม่เพียงพอ

เมียนมาเริ่มการต่อสู้คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ยืนยันปฏิบัติการทางทหารเป็นการต่อต้านก่อการร้าย ขณะที่แกมเบียย้ำเป็นนโยบายรัฐเพื่อ “ลบการมีอยู่” ของโรฮีนจา

วันที่ 16 มกราคม 2569 นายโก โก หล่าย ตัวแทนรัฐบาลเมียนมา นำเสนอคำชี้แจงฝ่ายจำเลยอย่างเป็นทางการต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice-ICJ) โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ากระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวโรฮีนจา พร้อมยืนยันว่าแกมเบียไม่สามารถนำเสนอหลักฐานที่เพียงพอเพื่อพิสูจน์เจตนาของเมียนมาได้

ตัวแทนรัฐบาลเมียนมากล่าวต่อคณะผู้พิพากษาว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นข้อกล่าวหาที่ไร้หลักฐานรองรับ พร้อมย้ำว่า เมียนมาไม่ได้มีหน้าที่ต้องอยู่นิ่งเฉยและปล่อยให้กลุ่มก่อการร้ายเคลื่อนไหวอย่างเสรีในรัฐยะไข่ตอนเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวโรฮีนจาส่วนใหญ่อาศัยอยู่ นอกจากนี้เขาระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารในปี 2560 เป็น “ปฏิบัติการกวาดล้าง” ซึ่งเป็นศัพท์ทางทหารที่ใช้เรียกการต่อต้านการก่อความไม่สงบหรือการต่อต้านการก่อการร้าย ไม่ใช่การโจมตีประชาชนพลเรือน

นายโก โก หล่าย กล่าวต่อศาลว่า เมียนมายังคงมุ่งมั่นผลักดันการส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับประเทศ แต่ยอมรับว่าปัจจัยภายนอกอย่างการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอุปสรรค พร้อมย้ำว่า ความพยายามนี้ขัดแย้งกับข้อกล่าวหาว่าเมียนมาต้องการทำลายหรือขับไล่ชาวโรฮีนจาออกจากประเทศ 

ก่อนหน้านี้ ดอว์ดา จัลโลว์ รัฐมนตรีต่างประเทศแกมเบีย กล่าวต่อศาลว่า เมียนมาดำเนินนโยบายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เพื่อทำลายชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮีนจาอย่างเป็นระบบ โดยชี้ว่าชาวโรฮีนจาต้องเผชิญกับการกดขี่ข่มเหงมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ก่อนจะถูกโฆษณาชวนเชื่อให้ลดทอนความเป็นมนุษย์ และนำไปสู่การปราบปรามทางทหารครั้งใหญ่

ที่ผ่านมาในปี 2560 การปราบปรามของกองทัพเมียนมาทำให้ชาวโรฮีนจาหลายพันคนเสียชีวิต และมากกว่า 700,000 คนหลบหนีไปยังบังกลาเทศ โดยข้อมูลของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติระบุว่า ปัจจุบัน ชาวโรฮีนจามากกว่าหนึ่งล้านคนอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยในเขตค็อกซ์บาซาร์ของบังกลาเทศ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในค่ายผู้ลี้ภัยที่ใหญ่และแออัดที่สุดในโลก ขณะที่รายงานของสหประชาชาติระบุว่า ผู้นำทหารระดับสูงของเมียนมาควรถูกสอบสวนในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรัฐยะไข่ และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในพื้นที่อื่นๆ 

ทั้งนี้ ศาลโลกเตรียมรับฟังพยานเพิ่มเติม รวมถึงผู้รอดชีวิตชาวโรฮีนจา เป็นเวลา 3 วัน โดยจะเป็นการไต่สวนลับ ไม่เปิดให้สาธารณชนและสื่อมวลชนเข้าร่วม ขณะที่คำตัดสินสุดท้ายคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายปี 2569.

ที่มา BBC

งานวิจัยชี้พาราเซตามอลปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ ไม่เพิ่มเสี่ยงออทิสติก โต้คำกล่าวอ้างทรัมป์

งานวิจัยชี้พาราเซตามอลปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ ไม่เพิ่มเสี่ยงออทิสติก โต้คำกล่าวอ้างทรัมป์

17 ม.ค. 2569 08:11 น.

งานวิจัยชี้พาราเซตามอลปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ ไม่เพิ่มเสี่ยงออทิสติก โต้คำกล่าวอ้างทรัมป์

งานวิจัยฉบับใหม่ยืนยัน ใช้พาราเซตามอลระหว่างตั้งครรภ์ปลอดภัย และไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคออทิสติก, สมาธิสั้น หรือปัญหาพัฒนาการในเด็ก หักล้างคำกล่าวอ้างก่อนหน้าของโดนัลด์ ทรัมป์

ผลการศึกษาครั้งนี้ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ชื่อดัง The Lancet Obstetrics, Gynaecology & Women’s Health และถือเป็นหนึ่งในบททบทวนงานวิจัยที่เข้มข้นที่สุดในประเด็นดังกล่าว ระบุยืนยันว่า หญิงตั้งครรภ์สามารถกินยาพาราเซตามอลอย่างปลอดภัย และขอให้สบายใจได้ เพื่อตอบโต้คำกล่าวอ้างลอยๆ ของทรัมป์เมื่อปีที่แล้ว ที่เคยระบุว่าพาราเซตามอลไม่ดี สำหรับหญิงตั้งครรภ์ และเรียกร้องให้สตรีมีครรภ์ต่อสู้สุดกำลัง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้ปวดชนิดนี้ โดยอ้างความเชื่อมโยงกับโรคออทิสติกในเด็ก

คำกล่าวดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากองค์กรแพทย์ทั่วโลก เนื่องจาก Tylenol (ชื่อทางการค้าในสหรัฐฯ) ถือเป็นยาแก้ปวดและลดไข้ตัวเลือกแรกสำหรับหญิงตั้งครรภ์มาโดยตลอด

งานวิจัยฉบับล่าสุดนี้ทบทวนงานศึกษาคุณภาพสูงจำนวน 43 ชิ้น ครอบคลุมหญิงตั้งครรภ์หลายแสนคน โดยเน้นเปรียบเทียบการตั้งครรภ์ที่มารดาใช้พาราเซตามอลกับกรณีที่ไม่ได้ใช้ยา

ที่สำคัญคือ งานวิจัยจำนวนมากเป็นการเปรียบเทียบในกลุ่ม พี่น้องร่วมครรภ์ (siblings studies) ซึ่งช่วยตัดปัจจัยรบกวน เช่น พันธุกรรม หรือสภาพแวดล้อมครอบครัวออกไป ทำให้ผลลัพธ์มีความน่าเชื่อถือสูง

นักวิจัยยังติดตามพัฒนาการเด็กยาวนานกว่า 5 ปี เพื่อค้นหาความเชื่อมโยงทางระบบประสาท ซึ่งไม่พบความเชื่อมโยงกับออทิสติกหรือสมาธิสั้น

ศาสตราจารย์ อัสมา คาลิล (Prof. Asma Khalil) สูติแพทย์และหัวหน้าทีมวิจัย เปิดเผยว่า “เมื่อเราวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด เราไม่พบความเชื่อมโยงใดๆ ไม่มีหลักฐานว่าพาราเซตามอลเพิ่มความเสี่ยงโรคออทิสติก” เธอย้ำว่าสาระสำคัญชัดเจน พาราเซตามอลยังคงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์ หากใช้ตามคำแนะนำแพทย์

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การหลีกเลี่ยงพาราเซตามอลโดยไม่จำเป็นอาจ เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ เพราะไข้สูงหรืออาการปวดที่ไม่ได้รับการรักษา อาจเพิ่มความเสี่ยง แท้ง คลอดก่อนกำหนด หรือปัญหาพัฒนาการ

ด้านนักวิชาการอิสระหลายคนที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษา ต่างออกมาสนับสนุนผลการวิจัยนี้ โดยระบุว่าจะช่วยลดความกังวลของหญิงตั้งครรภ์ทั่วโลก

ศาสตราจารย์ เกรนน์ แมคอะลอนแนน จาก King’s College London ระบุว่าหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรต้องแบกรับความเครียดจากการตั้งคำถามว่ายาแก้ปวดธรรมดาจะส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพลูกหรือไม่

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยเบอร์เกน ระบุว่า งานวิจัยนี้เป็น หลักฐานที่แข็งแรง ว่าพาราเซตามอล ไม่เพิ่มความเสี่ยงออทิสติก, ADHD หรือภาวะบกพร่องทางสติปัญญา

แม้ผลวิจัยจะชัดเจน แต่กระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ ระบุว่าผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก ยังคงแสดงความกังวล โดยอ้างถึงงานวิจัยบางชิ้นที่แนะนำให้ใช้ยาอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะการใช้ในปริมาณมากหรือเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) ยอมรับว่า ยังไม่มีการพิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างพาราเซตามอลกับโรคทางระบบประสาท และยานี้ยังคงเป็น ยาลดไข้เพียงชนิดเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในหญิงตั้งครรภ์

ด้านหน่วยงานสาธารณสุขในสหราชอาณาจักรยืนยันอีกครั้งว่า พาราเซตามอลยังเป็นยาแก้ปวดที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับหญิงตั้งครรภ์.

ที่มา : BBC

คลิดอ่านข่าวเกี่ยวกับ หญิงมีครรภ์

ทรัมป์ปลื้มสุดๆ รัฐฟลอริดาตั้งชื่อถนนใกล้มาร์-อา-ลาโกเป็น “โดนัลด์ ทรัมป์”

ทรัมป์ปลื้มสุดๆ รัฐฟลอริดาตั้งชื่อถนนใกล้มาร์-อา-ลาโกเป็น "โดนัลด์ ทรัมป์"

17 ม.ค. 2569 07:41 น.

ทรัมป์ปลื้มสุดๆ รัฐฟลอริดาตั้งชื่อถนนใกล้มาร์-อา-ลาโกเป็น “โดนัลด์ ทรัมป์”

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯยิ้มแก้มแทบปริ หลังทางการท้องถิ่นประกาศตั้งชื่อถนนช่วงหนึ่งในเขตปาล์มบีช เคาน์ตี รัฐฟลอริดา เป็นชื่อของเขาอย่างเป็นทางการ 

ถนนสายดังกล่าวเป็นช่วงหนึ่งของ Southern Boulevard ซึ่งเชื่อมต่อจาก สนามบินนานาชาติปาล์มบีช ไปยังบ้านพักและคลับส่วนตัวของทรัมป์ที่มาร์-อา-ลาโก โดยปัจจุบันถูกตั้งชื่อว่า “Donald J. Trump Boulevard”

ทรัมป์กล่าวในงานเลี้ยงฉลอง ในห้องจัดเลี้ยงของคฤหาสน์ มาร์-อา-ลาโก  ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง นี่คือถนนที่สำคัญมาก มีผู้คนจำนวนมากเดินทางผ่าน ทั้งคนสำคัญและไม่สำคัญ ซึ่งผมไม่สนใจว่าพวกเขาจะสำคัญหรือไม่ก็ตาม แต่ถนนเส้นนี้มีความหมาย”

เชื่อมสัญลักษณ์อำนาจจากสนามบินสู่บ้านพัก

ถนนเส้นนี้ถือเป็นเส้นทางหลักที่แขก บุคคลสำคัญ นักการเมือง และผู้นำจากต่างประเทศใช้เดินทางมายังคฤหาสน์มาร์-อา-ลาโก ซึ่งทรัมป์ใช้เป็นทั้งบ้านพักส่วนตัวและสถานที่ต้อนรับแขกทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง

ทรัมป์ยังใช้โอกาสนี้กล่าวถึงผลงานของรัฐบาล ก่อนจะครบรอบหนึ่งปีของการเข้ารับตำแหน่ง โดยระบุว่า ยังมีอีกสามปีที่ยอดเยี่ยม และเขาหวังว่า ประเทศนี้จะมีความยิ่งใหญ่อีกหลายทศวรรษ

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวถึงป้ายชื่อถนนที่ถูกติดตั้งใหม่ว่าเมื่อผู้คนเห็นป้ายที่สวยงาม เปิดไฟสว่างในยามค่ำคืน และเขียนว่า “Donald J. Trump Boulevard” พวกเขาจะรู้สึกภาคภูมิใจ ภาคภูมิใจ ไม่ใช่ในตัวของเขา แต่ในประเทศของพวกเรา

การตั้งชื่อถนนครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่สะท้อนอิทธิพลทางการเมืองของทรัมป์ในรัฐฟลอริดา ซึ่งถือเป็นฐานเสียงสำคัญของเขา และยังตอกย้ำบทบาทของมาร์-อา-ลาโกในฐานะศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองนอกทำเนียบขาวอีกด้วย.

ที่มา : reuters

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทรัมป์

รถไฟสายหลักโตเกียวกลับมาให้บริการแล้ว หลังไฟฟ้าขัดข้องนาน 8 ชั่วโมง กระทบผู้โดยสารกว่า 6.7 แสนคน

รถไฟสายหลักโตเกียวกลับมาให้บริการแล้ว หลังไฟฟ้าขัดข้องนาน 8 ชั่วโมง กระทบผู้โดยสารกว่า 6.7 แสนคน

17 ม.ค. 2569 05:13 น.

รถไฟสายหลักโตเกียวกลับมาให้บริการแล้ว หลังไฟฟ้าขัดข้องนาน 8 ชั่วโมง กระทบผู้โดยสารกว่า 6.7 แสนคน

รถไฟสายหลักของกรุงโตเกียวกลับมาให้บริการตามปกติอีกครั้ง หลังประสบปัญหาระบบไฟฟ้าขัดข้อง ส่งผลให้การเดินรถต้องหยุดชะงักยาวนานราว 8 ชั่วโมง กระทบผู้โดยสารกว่า 6.7 แสนคน

วันที่ 16 มกราคม 2569 บริษัทรถไฟญี่ปุ่นตะวันออก (JR East) เปิดเผยว่า การเดินรถไฟในเขตใจกลางกรุงโตเกียวกลับมาให้บริการตามปกติแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ของวันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2569 หลังประสบปัญหาระบบไฟฟ้าขัดข้อง ส่งผลให้การเดินรถต้องหยุดชะงักยาวนานราว 8 ชั่วโมง

เหตุขัดข้องที่เกิดขึ้นทำให้รถไฟสายหลัก ได้แก่ สายยามาโนเตะ และสายเคฮิน-โทโฮกุ ต้องระงับการเดินรถตั้งแต่เที่ยวแรกของเช้าวันเดียวกัน รวมถึงส่งผลกระทบต่อสายโยโกสุกะและสายอุสึโนมิยะ โดยมีขบวนรถไฟอย่างน้อย 230 เที่ยวถูกยกเลิก และอีก 354 เที่ยวล่าช้านานสูงสุดถึง 8 ชั่วโมง

JR East ระบุว่า เหตุไฟฟ้าดับเกิดจากอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าดูดทำงานผิดพลาด ระหว่างการเปิดระบบไฟหลังเสร็จสิ้นงานปรับปรุงที่สถานีทามาจิ เขตมินาโตะ ส่งผลให้ระบบตัดไฟอัตโนมัติของสถานีไฟฟ้าย่อยทำงาน และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีผู้โดยสารอย่างน้อย 15 คนแจ้งว่ามีอาการป่วย และ 5 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบรวมประมาณ 673,000 คน

ทางบริษัท JR East ได้ออกแถลงการณ์ขออภัยต่อผู้โดยสาร พร้อมยืนยันจะเร่งสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียด และดำเนินมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยประกาศยกเลิกงานปรับปรุงที่สถานีทามาจิในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งตรงกับช่วงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทั่วประเทศ.

ที่มา NHK

ทรัมป์ขู่ใช้มาตรการภาษีบีบประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับ “แผนผนวกกรีนแลนด์” อ้างจำเป็นต่อความมั่นคงสหรัฐฯ

ทรัมป์ขู่ใช้มาตรการภาษีบีบประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับ "แผนผนวกกรีนแลนด์" อ้างจำเป็นต่อความมั่นคงสหรัฐฯ

17 ม.ค. 2569 02:44 น.

ทรัมป์ขู่ใช้มาตรการภาษีบีบประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับ “แผนผนวกกรีนแลนด์” อ้างจำเป็นต่อความมั่นคงสหรัฐฯ

“โดนัลด์ ทรัมป์” ขู่เก็บภาษีประเทศที่ไม่สนับสนุนแผนสหรัฐฯ ครอบครองกรีนแลนด์ ย้ำเกาะยุทธศาสตร์สำคัญด้านความมั่นคง ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากเดนมาร์ก พันธมิตรนาโต และนักการเมืองสหรัฐฯ เอง

วันที่ 16 มกราคม 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าสหรัฐฯ อาจใช้มาตรการทางภาษีกับประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับแผนการผนวกกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้การดูแลของเดนมาร์ก โดยอ้างว่าเป็นเรื่องจำเป็นต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ

ทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมที่ทำเนียบขาวว่า อาจเก็บภาษีกับประเทศที่ไม่ไปในทิศทางเดียวกันเรื่องกรีนแลนด์ แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าประเทศใดจะตกเป็นเป้าหมาย หรือจะใช้อำนาจตามกฎหมายใดในการดำเนินการ 

โดยท่าทีของทรัมป์เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสคัดค้านจากหลายประเทศ รวมถึงเดนมาร์กและรัฐบาลกรีนแลนด์ ขณะที่ในสหรัฐฯ เอง สมาชิกสภาคองเกรสทั้งจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันจำนวนหนึ่งก็แสดงความกังวลต่อแนวคิดของทรัมป์ โดยคณะผู้แทนรัฐสภาสหรัฐฯ แบบสองพรรคการเมือง จำนวน 11 คน ได้เดินทางเยือนกรีนแลนด์เพื่อแสดงการสนับสนุน และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่

ที่ผ่านมา ทรัมป์ย้ำหลายครั้งว่ากรีนแลนด์มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อสหรัฐฯ ทั้งในด้านระบบเตือนภัยล่วงหน้าจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธ และการควบคุมเส้นทางเดินเรือในเขตอาร์กติก ขณะที่เดนมาร์กเตือนว่า หากสหรัฐฯ ใช้กำลังทหาร จะเท่ากับเป็นการบ่อนทำลายองค์การนาโตโดยสิ้นเชิง ขณะที่ประเทศพันธมิตรยุโรปหลายชาติ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร ต่างออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนเดนมาร์ก และส่งกำลังทหารเข้ากรีนแลนด์ในภารกิจลาดตระเวนเชิงสัญลักษณ์.

เลือกกิน เปลี่ยนโลกได้ เปิดผลจัดอันดับ ‘ไข่ไก่ปลอดกรง’ ในซูเปอร์มาร์เก็ตไทย

เลือกกิน เปลี่ยนโลกได้ เปิดผลจัดอันดับ ‘ไข่ไก่ปลอดกรง’ ในซูเปอร์มาร์เก็ตไทย

เลือกกิน เปลี่ยนโลกได้ เปิดผลจัดอันดับ ‘ไข่ไก่ปลอดกรง’ ในซูเปอร์มาร์เก็ตไทย

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.00 น.

ในวันที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพ คุณภาพอาหาร และที่มาของวัตถุดิบมากขึ้น “ไข่ไก่” ซึ่งเป็นอาหารใกล้ตัวของทุกครัวเรือน กำลังถูกตั้งคำถามมากกว่าที่เคย – ไม่ใช่แค่เรื่องราคาและคุณค่าทางโภชนาการ  แต่รวมถึงชีวิตของแม่ไก่ที่อยู่เบื้องหลังไข่แต่ละฟอง

ซิเนอร์เจีย แอนิมอล ประเทศไทย เปิดเผยรายงาน “การจัดอันดับไข่ไก่ปลอดกรงในซูเปอร์มาร์เก็ตไทย ปี 2568” ซึ่งเป็นการประเมินครั้งแรกที่รวบรวมข้อมูลจากซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าปลีกชั้นนำ 14 แห่งของไทย เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า แบรนด์ค้าปลีกที่เราคุ้นเคย ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์มากน้อยเพียงใด

ไข่ไก่ปลอดกรง คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

ไข่ไก่ปลอดกรง (Cage-Free Eggs) มาจากแม่ไก่ที่ไม่ถูกขังในกรงตับแคบ ๆ แต่สามารถเคลื่อนไหว กางปีก ทำรัง และแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้ ซึ่งไม่เพียงส่งผลดีต่อสวัสดิภาพสัตว์ แต่ยังเชื่อมโยงกับมาตรฐานอาหารที่มีความรับผิดชอบและยั่งยืนมากขึ้น ปัจจุบัน ประเทศไทยมีแม่ไก่มากกว่า 54 ล้านตัวที่ยังคงถูกเลี้ยงในกรงตับ พื้นที่คับแคบจนเล็กกว่ากระดาษ A4 รายงานฉบับนี้จึงทำหน้าที่เป็นเหมือน “กระจกสะท้อน” บทบาทของภาคค้าปลีก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค

ใครทำได้ดี ใครยังต้องปรับตัว

จากการประเมินโดยใช้เกณฑ์ 6 ด้าน รวมคะแนนเต็ม 18 คะแนน พบว่า มีเพียง 5 จาก 14 ผู้ค้าปลีก ที่มีการเปิดเผยนโยบายหรือแนวทางเกี่ยวกับการจัดหาไข่ไก่ปลอดกรงอย่างชัดเจน โดยกลุ่มที่มีผลการประเมินโดดเด่น ได้แก่ Sunshine Market ได้คะแนนสูงสุด 83% (ระดับ A) จากนโยบายที่ครอบคลุมทุกแบรนด์และทุกสาขา พร้อมกรอบเวลาการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน  Rimping ได้ 72% (ระดับ A) จากการประกาศเจตนารมณ์ด้านไข่ไก่ปลอดกรงอย่างเป็นทางการ Tops, Makro และ Lotus’s ได้คะแนนระดับ B (55%) สะท้อนความพยายามและความคืบหน้าบางส่วน แต่ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาในด้านความครอบคลุมและความโปร่งใส ขณะที่ผู้ค้าปลีกรายใหญ่หลายแห่ง เช่น 7-Eleven, Big C, Villa Market, Foodland, Lawson 108, MaxValu และ Gourmet Market ยังไม่พบข้อมูลนโยบายไข่ไก่ปลอดกรงที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

หทัย ลิ้มประยูรยงค์ และ ศนีกานต์ รศมนตรี

เมื่อทางเลือกบนชั้นวางสินค้า ส่งผลมากกว่าที่คิด

ศนีกานต์ รศมนตรี กรรมการผู้จัดการ ซิเนอร์เจีย แอนิมอล ประเทศไทย ระบุว่า รายงานฉบับนี้ช่วยให้ผู้บริโภคเห็นภาพชัดขึ้นว่า การเลือกซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน สามารถเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับอุตสาหกรรมได้

“ผู้ค้าปลีกคือผู้กำหนดทิศทางตลาด หากมีนโยบายที่ชัดเจนและโปร่งใส ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานทั้งห่วงโซ่อุปทาน และตอบรับความคาดหวังของผู้บริโภคยุคใหม่ได้”

ด้าน หทัย ลิ้มประยูรยงค์ ผู้จัดการฝ่ายโปรแกรม ซิเนอร์เจีย แอนิมอล ประเทศไทย เสริมว่า แม้ความคืบหน้าบางส่วนจะเป็นสัญญาณที่ดี แต่การเปลี่ยนผ่านที่แท้จริงต้องอาศัยความต่อเนื่องและความสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่

เทรนด์โลกกำลังไปทางไหน

ในหลายประเทศยุโรป เช่น สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และลักเซมเบิร์ก ได้ยกเลิกการใช้กรงตับอย่างสมบูรณ์ ขณะที่บริษัทอาหารและค้าปลีกระดับโลกจำนวนมาก ต่างให้คำมั่นจัดหาไข่ไก่ปลอดกรงในห่วงโซ่อุปทานของตน แคโรลินา กาลวานี กรรมการบริหาร ซิเนอร์เจีย แอนิมอล มองว่า นี่คือโอกาสของภาคค้าปลีกไทยในการก้าวทันมาตรฐานสากล และแสดงบทบาทผู้นำด้านอาหารที่มีความรับผิดชอบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไลฟ์สไตล์เล็กๆ ที่สร้างผลลัพธ์ใหญ่

รายงานฉบับนี้ตอกย้ำว่า การดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตอย่างมีจริยธรรม ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกกำลังกายหรือเลือกอาหารคลีน แต่รวมถึงการตั้งคำถามกับที่มาของอาหารบนจานในแต่ละวัน สำหรับผู้บริโภค การเลือกซื้อไข่ไก่ปลอดกรง อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของการสร้างระบบอาหารที่เป็นมิตรกับทั้งคน สัตว์ และโลกใบนี้มากขึ้น

ผู้สนใจสามารถอ่านรายงานฉบับเต็ม “การจัดอันดับไข่ไก่ปลอดกรงในซูเปอร์มาร์เก็ตไทย ปี 2568” ได้ที่ http://www.breakingfreefromcages.com

ปิดฉากเทศกาล ‘กรุงเทพดีต่อใจ’ Bangkok Bestival 2026 ครั้งที่ 4 ส่งมอบความสุขแรกแห่งปี กระจายรายได้สู่ชุมชนมากกว่า 1 ล้านบาท

ปิดฉากเทศกาล ‘กรุงเทพดีต่อใจ’ Bangkok Bestival 2026 ครั้งที่ 4  ส่งมอบความสุขแรกแห่งปี กระจายรายได้สู่ชุมชนมากกว่า 1 ล้านบาท

ปิดฉากเทศกาล ‘กรุงเทพดีต่อใจ’ Bangkok Bestival 2026 ครั้งที่ 4 ส่งมอบความสุขแรกแห่งปี กระจายรายได้สู่ชุมชนมากกว่า 1 ล้านบาท

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ “กรุงเทพดีต่อใจ” Bangkok Bestival 2026 ครั้งที่ 4 เทศกาลแห่งความสุขที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง กรุงเทพมหานคร กับเครือข่ายภาคเอกชนนำโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) วัน แบงค็อก (One Bangkok) พร้อมด้วยพันธมิตรด้านความยั่งยืนอีกมากมาย โดยปีนี้จัดขึ้นบนพื้นที่สีเขียว 4 สวนใจกลางกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สวนลุมพินี สวนเบญจกิติ อุทยานเบญจสิริ และสวนปทุมวนานุรักษ์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยง “เมือง-สวน-ป่า-น้ำ” เข้ากับวิถีชีวิตของเยาวชน ชุมชน และคนกรุงเทพมหานครได้อย่างสมดุล

นอกเหนือจากกิจกรรมสร้างสรรค์ที่อัดแน่นตลอดทั้งงาน อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการเปิดพื้นที่ให้คนกรุงได้ร่วมสัมผัสและชื่นชมความงดงามของนิทรรศการอันงดงาม เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ของพสกนิกรไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ตลอดระยะเวลาที่ทรงงาน พระองค์ได้ทรงส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ “ป่า” และ “น้ำ” ซึ่งเป็นต้นธารแห่งชีวิตของประชาชนไทย ทั้งยังทรงเป็นแบบอย่างแห่งการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามพระราชดำรัสที่ทรงเคยรับสั่งว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ” มาเป็นแนวทางการจัดงาน “กรุงเทพดีต่อใจ” อีกด้วย

ตลอด 3 วันมีผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่งในทุกมิติ ได้เห็นรอยยิ้มของทุกเพศทุกวัยที่มาร่วมเติมพลังกายและใจ เริ่มตั้งแต่กิจกรรมเสริมสิริมงคลทำบุญตักบาตรรับสุขแรกแห่งปี ฟังธรรมยามเช้าเริ่มต้นปีด้วยใจที่สงบ โดยพระเมธี วชิโรดม (ว.วชิรเมธี) ที่ได้รับความสนใจจากสาธุชนเข้าร่วมรับฟังธรรมยามเช้ามากกว่า 600 คน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสำหรับเด็กๆ ทั้ง Kids Climbing, Chess Kids Club, Nature Journey Workshop,ระบายสีกลางสวนและฟังนิทานแสนสนุก, Nature Walk, บันทึกธรรมชาติ และ Open Sense to Nature เปิดประสาทสัมผัส สัมผัสธรรมชาติ ซึ่งได้รับความสนใจจนมีผู้เข้าร่วมเต็มทุกกิจกรรม

สำหรับสายสุขภาพ กิจกรรม Yoga in the Park และ Sound Bath ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูง โดยมีผู้สนใจ Walk-in เข้ามาร่วมฝึกโยคะเบาๆ ยามเช้า และยามเย็นท่ามกลางพื้นที่สีเขียวอันร่มรื่นของสวนเบญจกิติ รวมถึง Workshop CPR ที่มีผู้สนใจเข้าร่วมเรียนรู้ทักษะการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง

ด้านกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ก็ได้รับความสนใจมากขึ้นจากปีที่แล้ว  SX WASTE MANAGEMENT STATION เปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจร่วมคัดแยกขยะอย่างถูกต้องตามประเภท ส่งผลให้สามารถนำขยะเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้จำนวน 31 กิโลกรัม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 52 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และ SX REPARTMENT STORE ได้รับสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วจากผู้ร่วมงานเพื่อนำมาบริจาคจำนวนกว่า 369 ชิ้น และได้นำไปจำหน่ายเพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายร่วมสมทบทุนให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนา เรียกว่าจากความร่วมมือเล็กๆ ของทุกคนในการทิ้งให้ถูกประเภทและร่วมกันแบ่งปันได้ต่อยอดเป็นผลลัพธ์ที่ดีต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและสังคม

นอกจากนี้ กิจกรรมใหม่อย่าง การฝึกชี่กงในสวน โดย A ROOT by THAI GROUP, ถ่ายภาพนกและธรรมชาติ กับสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (RPST), SATI APP “ม้านั่งมีหู” และ กิจกรรมFIRST JOY RUN กับ 100 PLUS PRO ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน ที่มาร่วมใช้ชีวิตดีๆ บนพื้นที่สีเขียวร่วมกัน

อีกหนึ่งสีสันของเทศกาลแห่งความสุขของคนรักการชอปปิ้ง นั่นคือ “มีสุข ฟาร์มมาร์เก็ต” ตลาดนัดชุมชนที่เต็มไปด้วยผู้เข้าร่วมงานเลือกซื้อสินค้า สร้างความคึกคักตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย ส่งผลให้ยอดจำหน่ายสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับร้านค้าชุมชนและวิสาหกิจชุมชนรวมกว่า 1,026,400 บาท จาก 34 ร้านค้า สะท้อนพลังของการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

นับเป็นอีกหนึ่งเทศกาลแห่งความสุขที่ให้คนกรุงได้ฮีลใจ ฮีลกาย บนพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ที่จะเก็บเกี่ยวช่วงเวลาแห่งความประทับใจเป็นสุขแรกแห่งปี

Under Armour เปิดตัว UA Velociti Series คู่ซ้อมใหม่คู่ใจหนุ่มสาวนักวิ่ง

Under Armour เปิดตัว UA Velociti Series คู่ซ้อมใหม่คู่ใจหนุ่มสาวนักวิ่ง

Under Armour เปิดตัว UA Velociti Series คู่ซ้อมใหม่คู่ใจหนุ่มสาวนักวิ่ง

วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569, 07.00 น.

Under Armour (อันเดอร์ อาร์เมอร์) แบรนด์กีฬาชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา เอาใจหนุ่มสาวนักวิ่งเพื่อแข่งขันและนักวิ่งทั่วไป เปิดตัว UA Velociti Series คอลเลคชั่นรองเท้าวิ่งใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งวันแข่งขันและการฝึกซ้อมในทุกวัน โดยไฮไลต์หลักอยู่ที่ UA Velociti Elite 3 รองเท้าวิ่งตัวท็อปสาย Performance ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในสนามระดับโลก ผ่านชัยชนะของ Sharon Lokedi นักวิ่งมาราธอนหญิงระดับท็อปที่เลือกใส่รุ่นนี้ลงแข่ง Boston Marathon 2025 และคว้าแชมป์พร้อมทำลายสถิติสนาม ด้วยเวลา 2:17:22 ชั่วโมง

UA Velociti Series  ออกแบบเพื่อความเร็วและระยะทาง เปิดตัวพร้อมกัน 2 รุ่นหลัก ได้แก่ UA Velociti Elite 3 สำหรับวันแข่งขันและทำเวลาให้ดีที่สุด UA Velociti Distance รองเท้าวิ่งซ้อมประจำวันที่รองรับการใช้งานหนักและระยะทางยาว ทั้งสองรุ่นได้รับการพัฒนาจากเทคโนโลยีล่าสุดของ Under Armour เพื่อตอบสนองการใช้งานของนักวิ่งที่หลากหลาย ตั้งแต่นักวิ่งสายแข่งขันที่ต้องการความเร็วสูงสุด ไปจนถึงนักวิ่งทั่วไปที่ต้องการความนุ่ม สบาย และทนทานในทุกกิโลเมตร

UA Velociti Elite 3 – Super Shoe สำหรับวันแข่งขัน

เป็นรองเท้าวิ่งรุ่นท็อปที่ถูกออกแบบมาสำหรับ Race Day โดยเฉพาะ พัฒนาให้เบาขึ้น เร็วขึ้น และตอบสนองไวขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีหลัก ได้แก่ HOVR+ SuperFoam แบบสองชั้น  โฟม HTPU ที่เด้งและคืนพลังงานได้สูง ผสานแรงส่งในทุกย่างก้าวแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์เต็มความยาว ช่วยเพิ่มแรงดีด (propulsion) และการเร่งความเร็วได้อย่างฉับไว อัปเปอร์ Leno-Weave น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี กระชับเท้าโดยไม่เพิ่มภาระ

UA Velociti Distance – รองเท้าวิ่งที่พร้อมสำหรับทุกวัน

คือรองเท้าวิ่งสำหรับการซ้อมยาว วิ่งสะสมระยะ และใช้งานเป็นประจำทุกวัน โดยถูกพัฒนาขึ้นมาเป็น ตัวแทนรุ่นใหม่ของ UA Infinite Elite เดิม พร้อมอัปเกรดด้วยนวัตกรรมที่ให้ความนุ่ม เด้ง และสวมใส่สบายยิ่งกว่าเดิม Full-Length HOVR+ Midsole พื้นโฟมเต็มแผ่นที่ให้การรองรับแรงกระแทกอย่างสม่ำเสมอ พร้อมคืนพลังงานได้ดีในทุกก้าว Translucent Mono Mesh Upper – อัปเปอร์ผ้าโปร่งใส น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี และเผยโครงสร้างเทคโนโลยีภายใน Midsole Frame โปร่งใส– เสริมการทรงตัวและเผยดีไซน์โชว์เม็ดโฟม HTPU แบบเต็มความยาว รองรับการใช้งานหนัก โครงสร้างทนทานพร้อมพื้นรองเท้าที่ออกแบบเฉพาะจุด ให้ความมั่นคงในทุกระยะ เป็นรองเท้าที่นักวิ่งทุกระดับสามารถ “ใช้งานได้ทุกวัน”ตอบโจทย์ทั้งความต้องการทั้งความสบาย และการตอบสนอง

พบกับแคมเปญสนุก ๆ ในเดือนมกราคม นี้

Under Armour เตรียมจัดกิจกรรมพิเศษให้เหล่านักวิ่งได้ ทดลองรองเท้า Velociti Distance ในการวิ่งจริง ตลอดเดือนมกราคมนี้ โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรทั้ง Jetts Fitness และ กลุ่ม Run Club ที่เป็นที่นิยมหลากหลายกลุ่มในไทยเพื่อจัดเซสชันวิ่งที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์รองเท้ารุ่นใหม่ในสถานการณ์จริง พร้อมคำแนะนำจากโค้ชและนักวิ่งผู้เชี่ยวชาญ โดยสามารถติดตามตารางกิจกรรมและรายละเอียดการลงทะเบียนได้ทาง Instagram: @underarmourth

สำหรับประเทศไทย Under Armour  นำเสนอเรื่อวราวของจุดเริ่มต้นการวิ่งที่สร้างแรงบันเดาลใจของนักวิ่งรุ่นใหม่ ในหลากหลายบทบาท นำโดย คุณรัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น นักแสดงและนักกีฬาชื่อดัง ผู้เลือกเริ่มต้นวิ่งด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือการทำบางสิ่งเพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อสปอร์ตไลท์หรือการยอมรับจากใคร แต่เป็นการก้าวเดินไปข้างหน้า ด้วยลมหายใจของตัวเองและสองขาของตัวเอง ทุกก้าวที่เกิดขึ้นไม่ต้องมีใครเชิญ แต่เกิดจากการตัดสินใจลงมือทำ

นอกจากนี้ ยังมี โจนาธาน เข็มดี นักฟุตบอลขวัญใจชาวไทยและ  อีฟ ดาเรศ สุรเจริญพงศ์ อินฟลูเอนเซอร์สายวิ่ง ที่ร่วมถ่ายทอดเส้นทางการเริ่มต้นการวิ่งในแบบของตัวเอง เพื่อสะท้อนแนวคิด No Invitation Needed ผ่านประสบการณ์ที่แตกต่างกัน แต่มีหัวใจเดียวกัน คือการเลือกลงมือทำและก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

นักวิ่งที่สนใจจับจองรองเท้าตอบโจทย์สายวิ่ง Under Armour พร้อมวางจำหน่ายทั้ง 2 รุ่นแล้ว โดยวางขายพร้อมกันที่ UA Brand House ในวันที่ 15 มกราคม 2569 และช่องทางออนไลน์: http://www.underarmour.co.th และช่องทางออนไลน์ผ่าน http://www.underarmour.co.th   ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: UnderArmourThailand, Instagram: underarmourth, หรือเว็บไซต์ underarmour.co.th