เดือนพฤศจิกายน 1885 เขาลาออกจาก Lycee และเข้าร่วมกับ Roussel เพื่อทำงานกับ Diogene Maillart ที่ห้องภาพเก่าของ Eugene Delacroix สถานที่ซึ่งทั้งสองได้เรียนรู้วิธีการเขียนภาพ นอกจากนี้เขายังเข้าเรียนที่ Academie Julian และไปเยือนห้องภาพของ William-Adolphe Bouguereau และ Robert Fleury บ่อย ๆ แต่เขาก็ไม่สามารถสอบเข้าเรียน Ecole des Beaux-Arts ได้ในการสอบ 3 ครั้งแรก อย่างไรก็ดี ความพยายามของเขาก็เป็นผลในครั้งที่สี่ เขาสามารถสอบเข้าได้ในเดือนกรกฎาคม 1887 และเข้าเรียนกับ Robert Fleury และปีต่อมาเขาก็เรียนกับ Jean-Leon Gerome เขาเริ่มประสบความสำเร็จจนสามารถนำภาพเหมือนของเขาและ Waroquoy และภาพเหมือนของย่าของเขามาจัดแสดงที่ Salon ได้ในปี 1889 ปลายปี 1889 เขาร่วมกับ Maurice Danis และเพื่อนอีกหลายคนร่วมกันจัดตั้งกลุ่ม Les Nabis ขึ้นโดยผลงานชิ้นแรกของศิลปะแนวนี้คือ The Talisman เขามีชื่อเล่นในกลุ่มว่า Nabi Zouave เพราะเขาเคยเป็นทหารมาก่อน หลังจากนั้นเขาแบ่งสตูดิโอร่วมกับ Bonnard และเริ่มออกแบบตกแต่งโรงละคร ปี 1891 เขาและกลุ่มศิลปิน Les Nabis ได้จัดนิทรรศการครั้งแรกขึ้นที่ Chateau of Saint Germain en Laye
เขาได้ซื้องานศิลปะแท่นพิมพ์ไม้ญี่ปุ่นมากถึง 180 ชิ้นซึ่งส่งอิทธิพลต่องานของเขาอย่างมากในเรื่องความเรียบง่ายและสีที่แตกต่าง นอกจากนี้เขายังทำงานตกแต่งทั้งกระจกสี จานเซรามิค แผ่นพับละครเวทีด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้กับโรงละคร Theatre d’Art by the young poet Paul Fort ก่อนย้ายไปทำงานตกแต่งภายใน และรังสรรค์งานจิตรกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับภายในบ้านของคหบดีต่าง ๆ ที่ตกแต่งอย่างสวยงามโดยใช้เทคนิคเดียวกันกับการตกแต่งภายในโรงละครทำให้เขาสามารถสร้างผลงานได้รวดเร็วขึ้น เทคนิคนี้เฉกเช่นเดียวกันกับการวาดภาพปูนเปียกที่ใช้กาวหนังกระต่ายเป็นตัวยึดกับชอล์ก และใช้ตัวฉาบเรียบลงบนผืนผ้าใบอันจะทำให้ศิลปินสามารถที่จะรังสรรค์ภาพได้ละเอียดขึ้นและกันน้ำด้วยอีกต่างหาก
นับจากปี 1892 เขาได้รับการว่าจ้างให้ทำงานตกแต่งหลายแห่งอาทิ ประตูทางเข้า Salon ของครอบครัว Paul Desmarais ห้องภาพของ Siegfried Bing ออกแบบกระจกสีที่หน้าต่างของบริษัท Louis Tiffany ซึ่งผลงานชิ้นนี้สุดท้ายไปจัดแสดงที่ National Society of Fine Arts ยิ่งกว่านั้นเขายังมีชื่อเสียงในวาดรูปสวนสาธารณะ อาทิ The Public Gardens ซึ่งเป็นภาพเด็ก ๆ ในสวนสาธารณะในกรุงปารีส แม้เขาจะมีผลงานจัดแสดงใน Thiel Gallery จำนวนไม่มาก แต่ทุกชิ้นล้วนสวยงาม และมีอัตลักษณ์ของงานแนว Nabis อย่างแท้จริง
“Golden” คว้ารางวัล Golden Globe Awards สาขา Best Original Song – Motion Picture ปล่อยเวอร์ชั่นใหม่ Glowin’ Version นุ่มนวลและอลังการกว่าเดิม
Golden got Golden Globes! เป็นเพลงแห่งปีที่แท้จริง ที่กำลังเดินสายรับรางวัลอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “Golden” เพลงประกอบภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง KPop Demon Hunters จาก Netflix ที่คว้ารางวัล 83rd Golden Globe Awards สาขา Best Original Song – Motion Picture ไปครองได้แบบไม่ค้านสายตาชาวโลก รวมถึงตัวภาพยนตร์ก็ได้รับรางวัล Best Motion Picture – Animated ด้วย เป็นผลงานที่ครองใจคนทั่วโลกทุกเพศทุกวัยได้ข้ามปี และจะยังได้ยินกันอยู่เรื่อย ๆ ไปอีกนานตลอดปี 2026 อย่างแน่นอน
เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และงดงามของเพลงนี้ สามสาวผู้ให้เสียงเป็นสมาชิก HUNTR/X ทั้ง EJAE, Audrey Nuna และ REI AMI ปล่อยเพลงเวอร์ชั่นใหม่ “Golden – Glowin’ Version” ที่เพิ่มความนุ่มนวลในไลน์ดนตรีให้กับเพลง แต่ยังคงความทรงพลังในอารมณ์และเสียงร้องของทั้งสามสาวเอาไว้ได้ดีเช่นเคย น่าจะเป็นอีกเวอร์ชั่นที่ทำให้ทุกคนหลงรัก “Golden” มากขึ้นได้ไม่ยาก โดยทั้งสามสาวยังได้แสดงเพลงนี้สด ๆ ในรายการ Jimmy Kimmel Live! ด้วย
“Golden” เป็นปรากฏการณ์ที่พลิกประวัติศาสตร์วงการเพลงทั่วโลก นอกจากจะเป็นครั้งแรกที่เพลงจากศิลปินกลุ่มที่เป็นตัวละครศิลปิน K-Pop ในภาพยนตร์แอนิเมชั่นจะสามารถครองอันดับ 1 บนชาร์ตหลักอย่าง Billboard Hot 100 ได้ยาวนานกว่า 8 สัปดาห์ รวมถึงครองอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Global 200 (Exclude US) มากถึง 20 สัปดาห์ สร้างสถิติเพลงที่ครองอันดับ 1 ยาวนานที่สุดในชาร์ตนี้ และยังครองอันดับ 1 ในอังกฤษและอีกหลายประเทศทั่วโลกแล้ว ยอดสตรีมในแพลตฟอร์มออนไลน์ก็ยังคงพุ่งขึ้นไม่หยุด ทั้งใน Spotify ที่ทะลุกว่า 1,300 ล้านครั้งเป็นที่เรียบร้อย
ล่าสุดยังเดินสายคว้ารางวัลไปทั่วโลก ทั้ง MAMA Awards, Melon Music Awards, Asia Artist Awards, Critics’ Choice Movie Awards และ Golden Globe Awards ในเดือนกุมภาพันธ์นี้เรามาลุ้นกันว่า “Golden” จะคว้ารางวัล Grammy Awards ได้สำเร็จหรือไม่