เปิดไลน์อัป 8 ศิลปิน จากอัลบั้ม ‘กลั่น’ สู่เวที ‘ลั่น เฟสติวัล’

28 สิงหาคม 2569 เวลา 19:03 น.

~ai-ed792d52-3f36-4796-bcbd-9086e86b9220_

อีกก้าวสำคัญของวงการเพลงไทย! สำหรับโปรเจกต์  MUSIC INDUSTRY NEXUS โดย สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ที่ผนึกกำลังผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดนตรี มุ่งยกระดับวงการเพลงไทยสู่ระดับสากล   โดยการสร้างเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่าง ศิลปินมืออาชีพ อุตสาหกรรมดนตรี และสถาบันการศึกษา   ผ่านแนวคิด “กลั่น • ลั่น • เล่า” โดยเริ่มต้นจาก “กลั่น” (Noise Brewery) ที่นำประสบการณ์ศิลปินมาสร้างเป็น Compilation Album ส่งต่อสู่ “ลั่น” (Live Unit Network) ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษากว่า 200 คนลงมือจัดคอนเสิร์ตจริง 21 ครั้งร่วมกับมืออาชีพ โดยมี “ลั่น เฟสติวัล (L.U.N FEST)” เป็นเวทีใหญ่ที่สุด ก่อนต่อยอดสู่ “เล่า” (Music Story) ที่รวบรวมความรู้จากกูรู 60 คน ถ่ายทอดเป็น 30 บทเรียน ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจดนตรี เพื่อสร้างคนดนตรีรุ่นใหม่ให้พร้อมเติบโตในอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

หลังจากสร้างสีสันตั้งแต่เฟสแรกด้วยอัลบั้ม   “กลั่น (Noise Brewery)”   ที่รวมศิลปินต่างสไตล์มาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน นำโดย Tattoo Colour, ศรราม น้ำเพชร, GALCHANIE, Gene Kasidit, ANNALYNN, ASIA7, สิงโต นำโชค, Foon (ฝุ่น), pami (พามิ) และ BUS because of you i shine ซึ่งแต่ละศิลปินได้ถ่ายทอดตัวตนผ่านบทเพลง พร้อมบันทึกกระบวนการทำงานจริง เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์จากคนทำงานในวงการให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่นำไปต่อยอดได้จริง

เมื่อความรู้ถูก “กลั่น” จนได้ที่! ถึงเวลาปล่อยของสู่เวที “ลั่น เฟสติวัล (L.U.N FEST)” คอนเสิร์ตใหญ่ที่ยกระดับทั้งระบบ แสง สี และเสียง พร้อมไลน์อัปศิลปิน  ได้แก่ Tattoo Colour, ศรราม น้ำเพชร, GALCHANIE, Gene Kasidit, ANNALYNN, ASIA7, สิงโต นำโชค และ Foon (ฝุ่น) พร้อมเปิดเวทีให้ศิลปินและนักดนตรีรุ่นใหม่ได้โชว์ฝีมือแบบจัดเต็ม   เตรียมพบกับกิจกรรมสุดพิเศษภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น  Exhibition & Showcase ที่นำเสนอทั้งผลงาน เบื้องหลังการสร้างสรรค์ และนวัตกรรมทางดนตรี รวมถึง Networking Hub พื้นที่พบปะและแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างคนดนตรีไทยและต่างประเทศ  เปิดโอกาสให้แฟนเพลง คอดนตรี และคนทำงานในอุตสาหกรรมได้มาพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ และกระทบไหล่คนในวงการตัวจริง

ห้ามพลาด! มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “ลั่น เฟสติวัล (L.U.N FEST)” เทศกาลดนตรีที่เตรียมเปลี่ยน สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ให้กลายเป็นสเปซแห่งเสียงดนตรีและความคิดสร้างสรรค์ เข้าชมฟรี! วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายนนี้ ตั้งแต่เวลา 12:00-23:30 น.

ลั่น เฟสติวัล

‘Uranus Clinic’ฉลองใหญ่ปีที่ 7 คว้าซุปตาร์ ‘เอมมี่-จุง-ดัง’ ร่วมสร้างปรากฏการณ์ความงามระดับพรีเมียม

28 สิงหาคม 2569 เวลา 16:48 น.

Uranus Clinic ศูนย์บริการความงามครบวงจรระดับพรีเมียม ฉลองความสำเร็จปีที่ 7 เดินหน้ารุกตลาดบิวตี้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัว New Presenter สุดยิ่งใหญ่ คว้า 3 คนบันเทิงสุดฮอต เอมมี่-มรกต, จุง-อาเชน และ ดัง-ณัฎฐ์ฐชัยร่วมสร้างปรากฏการณ์ความงามระดับพรีเมียม ในงาน Grand Opening with New Presenter Uranus Clinic ที่ สาขาเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 20-26 สิงหาคม 2569 โดยเนรมิตพื้นที่ศูนย์การค้าให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งบิวตี้ ไลฟ์สไตล์ และความบันเทิงแบบครบวงจร

​ภายในงานพบกับประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ได้มีเพียงเรื่องความงาม แต่เติมเต็มทุกช่วงเวลาด้วยความสุข ไลฟ์สไตล์ และความบันเทิงในแบบ Uranus Clinic สร้างโมเมนต์สุด Exclusive พร้อมโชว์พิเศษ มินิคอนเสิร์ต และกิจกรรมต่าง ๆ พร้อมกองทัพนักแสดงชื่อดัง อาทิ ซี-เดชชาติ, คีน-สุวิจักขณ์, เงิน-อนุภาษ และ โอ๊ต-ธาราธร มาร่วมสร้างสีสันและความบันเทิง โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ในวันที่ 25 สิงหาคม พบกับการเปิด New Presenter ตัวแทนแห่งความมั่นใจ เอมมี่-มรกต“The Elegant Confidence” ความมั่นใจที่สง่างาม จุง-อาเชน “The Spotlight Icon” โดดเด่น ชัดเจน น่าจดจำ และ ดัง-ณัฎฐ์ฐชัย“The Attraction” เสน่ห์ที่ดึงดูดทุกสายตา ตอกย้ำวิสัยทัศน์แบรนด์ในฐานะแบรนด์ความงามที่หนึ่งในใจ ภายใต้แนวคิด own your glow. own the spotlight. “เป็นตัวเองในแบบที่ใช่ แล้วให้โลกหยุดมอง” ที่จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการก้าวสู่บทใหม่ของแบรนด์ เปิดตัวความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรความงามอย่างเป็นทางการร่วมสร้างปรากฏการณ์ความงามระดับพรีเมียม

​คุณฤชาภร คร้ามบุญลือ Chief Operating Officer (COO) ผู้บริหาร Uranus Clinic เผยถึงทิศทางความสำเร็จและแนวทางการดำเนินงานในครั้งนี้ว่า “ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา Uranus Clinic ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เรามองว่านิยามของความงามได้ก้าวข้ามมาตรฐานเดิม ๆ ไปแล้ว ความสวยงามที่แท้จริงไม่ควรมองหาต้นแบบหรือการเลียนแบบใคร เลยสะท้อนผ่านแนวคิด own your glow. own the spotlight. “เป็นตัวเองในแบบที่ใช่ แล้วให้โลกหยุดมอง” Uranus Clinic จึงออกแบบนวัตกรรมบิวตี้และสกินแคร์ที่ช่วยดึงออร่าเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลให้ออกมาปล่งประกายที่สุด เพื่อให้ทุกคนมีความมั่นใจ กล้าที่จะโดดเด่นในสปอตไลต์ของตัวเอง และเต็มไปด้วยความสุขในทุก ๆ วัน

​“ตลอดเดือนที่ผ่านมาเราได้ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวของการดูแลตัวเอง ผ่านความมั่นใจและมุมมองที่แตกต่างของทั้ง3 New Presenter เอมมี่-มรกต “The Elegant Confidence” ความมั่นใจที่สง่างาม จุง-อาเชน “The Spotlight Icon” โดดเด่น ชัดเจน น่าจดจำ และ ดัง-ณัฎฐ์ฐชัย “The Attraction” เสน่ห์ที่ดึงดูดทุกสายตา เพราะความเปล่งประกายที่แท้จริง ไม่ใช่การเป็นเหมือนใคร แต่คือการเป็นตัวเองอย่างมั่นใจ เพราะแต่ละคนมีสไตล์ มีตัวตน และมีความมั่นใจในแบบของตัวเอง ที่ Uranus Clinic เราเชื่อว่า ไม่มีนิยามเดียวของการดูดี มีเพียงการเลือกดูแลตัวเองในแบบที่ใช่สำหรับคุณ

​“เราไม่ได้มองว่าความงามคือการพยายามเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนใคร แต่การเติบโตอย่างมั่นคงตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาสอนให้เรารู้ว่า เสน่ห์ที่แท้จริงเกิดจากการเปล่งประกายความสดใสในแบบที่เป็นคุณอย่างมั่นใจที่สุด เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นอาณาจักรความงามชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนานกว่า 6 ปี เราพร้อมมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการดูแลผิวพรรณและรูปร่างแบบครบวงจร ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีความงามที่ล้ำสมัย โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าคุณจะ
มีเป้าหมายการดูแลตัวเองในรูปแบบไหน Uranus Clinic พร้อมให้บริการ มาร่วมค้นพบเปล่งประกายในแบบของคุณเองไปด้วยกันที่ Uranus Clinic ทุกสาขาค่ะ”

‘เชฟนาตาชา’ ชวนชิมกะเพราหมูไข่ดาวจิ๋ว ‘ฟลุค&ลี’ พิสูจน์แซ่บตำนานภูเก็ต 7 ปีมิชลิน

28 สิงหาคม 2569 เวลา 16:23 น.

แซ่บยกครัว! เชฟตัวน้อย น้องนาตาชา สวมผ้ากันเปื้อน โชว์ทำเมนู “กะเพราหมูไข่ดาวจิ๋ว” กิจกรรมสนุกๆ ที่ได้ลงมือทำจริงกินได้จริง งานนี้มาเสิร์ฟ พ่อฟลุค-เกริกพล กูรูสายกินยังยกนิ้วให้ จากนั้นควง ลี-นาตาลี ไปพิสูจน์ตำนานความแซ่บของอาหารท้องถิ่นภาคใต้ที่จังหวัดภูเก็ต เข้มข้นจัดจ้านถึงใจ ได้รางวัล มิชลิน บิบ กูร์มองด์ 7 ปีซ้อน! ใน “หนีเที่ยวกัน” วันเสาร์ที่ 29 ส.ค. นี้ 09.00 น. ทาง Workpoint ช่อง 23

ดูย้อนหลังได้ทาง YouTube FlukeLee https://www.youtube.com/c/FlukeLee/featured และติดตามหนีเที่ยวกันได้ทุกช่องทางทั้ง Facebook https://www.facebook.com/nheetiew/ IG https://www.instagram.com/nheetiewgun.th/ TikTok https://www.tiktok.com/@nheetiewgun_th

‘BOWKYLION’ เปิดพื้นที่ให้โชว์ของ ในโปรเจกต์ ‘นาฬิกาทราย’TIME TO SHINE CONTEST ชวนทุกคนครีเอท ‘นาฬิกาทราย’

28 สิงหาคม 2569 เวลา 16:34 น.

 ถึงเวลาปล่อยของ! “BOWKYLION” ขอเชิญชวนน้อง ๆ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในปรากฏการณ์ “นาฬิกาทราย” TIME TO SHINE CONTEST กับการประกวดกันครีเอทโชว์เพลง ”นาฬิกาทราย“ ในสไตล์ที่เป็นคุณ ไม่ว่าจะร้อง เต้น เล่นละคร หรืออะไรที่คุณคิดว่าตึงก็จัดมา! งานนี้เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้รังสรรค์ความสนุกได้อย่างอิสระ และสำหรับผู้ที่ผลงานโดนใจคณะกรรมการ รับสิทธิพิเศษสุด Exclusive ที่ “BOWKYLION” จะไปเล่นคอนเสิร์ตให้ฟรี ถึงสถานศึกษาของคุณ น้อง ๆ คนไหนที่สนใจหรือเห็นแววของเพื่อนใกล้ตัว อย่าลืมแท็กชวนกันมาร่วมจอยกับกิจกรรมนี้กันเยอะ ๆ นะ

สามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ – 14 กันยายน 2569 พร้อมติดตามรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมผ่านทางเพจ Whattheduckmusic ทุกช่องทาง งัดไม้เด็ดออกมาโชว์ให้โลกรู้ แล้ว “BOWKYLION” จะไปหาคุณถึงที่!

เอาไว้รักษาพ่อ ‘ต้า’ ขอบคุณ นักธุรกิจชื่อดัง ‘กฤษน์ ศรีชวารา’ มอบเงินก้อนโต

28 สิงหาคม 2569 เวลา 17:38 น.

ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ คำนี้ใช้ได้ไม่เกินจริง จากเรื่องราวสุดดราม่าของ “ต้า-ลิขิต สิทธิพันธุ์” ที่ล่าสุด นักธุรกิจ เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ชื่อดังอย่าง “คุณกฤษน์ ศรีชวารา”  ได้นัดทานข้าวปลอบใจและให้กำลังใจ ต้า โดยการมอบเงินก้อนใหญ่ไว้เป็นค่ารักษาพยาบาลคุณพ่อ

ด้านต้าได้โพสต์ ถึงเรื่องราวนี้ว่า …

“กราบขอบพระคุณ พี่กฤษน์ ศรีชวาลา ที่สละเวลาและเมตตา มอบเงินสดก้อนใหญ่ให้ผมไปรักษาพ่อ และให้ค่าดูแลท่านจนถึงถึงวันนั้น ผมถือว่าเป็นหนึ่งในบุญคุณใหญ่ของชีวิตเลย คนไม่รู้จักกัน แต่ทำกันขนาดนี้ จะตอบแทนโดยเป็นคนดีของสังคม ตั้งใจทำมาหากิน เป็นตัวแทนคนล้มแล้วลุกได้ครับ”

“ผมเข้าใจแล้วครับ ฟ้าหลังฝน สวยจริงๆ ส่วนคดีความก็สู้กันต่อครับ ปัญหายังไม่หมด แต่มีทุกคนอยู่ข้างๆ มีความสุขครับ ขอบคุณแจ๊คแฟนฉันด้วยครับพี่ประสานเรื่องดีๆนี้ให้ครับ”

พร้อมกันนี้ แจ็ค แฟนฉัน ก็ได้โพสต์ข้อความว่า …

“เรื่องอื่นค่อยว่ากัน เอาเงินไปรักษาพ่อก่อนพี่  ขอบคุณพี่กฤษน์ ศรีชวาลา”

กฤษน์ ศรีชวารา, ดราม่า ต้า เฟ็ดเฟ่, ต้า เฟ็ดเฟ่

กัมพูชาประกาศความสำเร็จ ทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 793 แห่งทั่วประเทศ

กัมพูชาประกาศความสำเร็จ ทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 793 แห่งทั่วประเทศ

28 ส.ค. 2569 15:51 น.

กัมพูชาประกาศความสำเร็จ ทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 793 แห่งทั่วประเทศ

กัมพูชาประกาศว่าไม่มีศูนย์หลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่เหลืออยู่ในประเทศ หลังปฏิบัติการบุกทลายพื้นที่ต้องสงสัย 793 แห่งทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องสงสัยเกือบ 30,000 คนจาก 39 สัญชาติ และส่งตัวชาวต่างชาติกลับประเทศกว่า 58,000 คน แต่ทางการเตือนแก๊งอาชญากรรมกำลังปรับรูปแบบไปใช้สถานที่ขนาดเล็กและซ่อนตัวมากขึ้น

กัมพูชาประกาศความสำเร็จในการปราบปรามศูนย์แก๊งหลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่ทั่วประเทศ โดยระบุว่า ขณะนี้ไม่มีศูนย์ปฏิบัติการขนาดใหญ่เหลืออยู่ หลังรัฐบาลเปิดปฏิบัติการกวาดล้างทั่วประเทศต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2025 จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2026

เชย์ สินาริธ รัฐมนตรีอาวุโสประจำกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ และประธานฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการเฉพาะกิจปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของกัมพูชา เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในการประชุมกับเจ้าหน้าที่สถานทูตและองค์การระหว่างประเทศเกือบ 50 แห่งในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม

เจ้าหน้าที่กัมพูชาตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัยทั้งหมด 793 แห่ง โดยเข้าดำเนินการกับสถานที่ที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ 624 แห่ง และเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จากอีก 169 แห่งที่ถูกผู้ต้องสงสัยทิ้งร้างและหลบหนีไปแล้ว

ปฏิบัติการดังกล่าวนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเกือบ 30,000 คน จาก 39 สัญชาติ ขณะที่กัมพูชาช่วยเหลือและส่งตัวชาวต่างชาติกลับประเทศแล้ว 58,266 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 7,282 คน และพบว่ามีชาวต่างชาติ 22,045 คน จาก 38 สัญชาติที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์

ในด้านคดีอาญา ทางการกัมพูชาส่งคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว 408 คดี ส่งผลให้ผู้ต้องสงสัย 3,477 คน จาก 29 สัญชาติถูกจับกุมและควบคุมตัวระหว่างการพิจารณาคดี โดยมีทั้งชาวจีน บังกลาเทศ เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ปากีสถาน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เนปาล เยเมน สวิตเซอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ เคนยา แคเมอรูน โมร็อกโก ศรีลังกา ออสเตรเลีย ยูเครน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และไทย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยอีก 855 คน ซึ่งมีหมายจับจากศาล

อย่างไรก็ตาม ทางการกัมพูชายอมรับว่า การปราบปรามยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากเครือข่ายอาชญากรรมกำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบ โดยย้ายออกจากศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่ไปใช้สถานที่ขนาดเล็กและซ่อนตัวได้ง่ายขึ้น เช่น บ้านเช่า คอนโดมิเนียม เกสต์เฮาส์ รถยนต์ และร้านกาแฟ

สินาริธยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าตรวจสอบและปราบปรามปฏิบัติการลักษณะดังกล่าวโดยไม่คำนึงถึงขนาดของสถานที่ พร้อมระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมมีการเปลี่ยนสถานที่ รวมถึงปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีและวิธีการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการปราบปรามแก๊งหลอกลวงออนไลน์แล้ว รัฐบาลกัมพูชายังเดินหน้าจัดการการพนันออนไลน์และการพนันกีฬาที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยคณะกรรมการบริหารจัดการการพนันเชิงพาณิชย์ของกัมพูชาเข้าตรวจสอบคาสิโน 27 แห่ง เพิกถอนใบอนุญาต 18 แห่ง และสั่งระงับใบอนุญาตอีก 9 แห่ง พร้อมเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลยังประกาศจุดยืนไม่ยอมรับการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรม โดยหน่วยต่อต้านการทุจริตดำเนินคดีสำคัญ 4 คดี และจับกุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายรวม 15 คน ในจำนวนนี้มีรองอัยการ รองอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมือง รองผู้บัญชาการตำรวจเทศบาลกรุงพนมเปญ อดีตอธิบดีกรมหนึ่งของกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร

ขณะเดียวกัน กัมพูชากำลังเร่งจัดทำกฎหมายเพื่อเสริมมาตรการป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ ทั้งร่างกฎหมายความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ร่างกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และกฎระเบียบควบคุมสินทรัพย์เสมือน โดยรัฐบาลระบุว่า กรอบกฎหมายดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นทางการเมืองในการป้องกันไม่ให้เครือข่ายอาชญากรรมกลับมาเปิดดำเนินการในประเทศอีก

อย่างไรก็ตาม กัมพูชาย้ำว่า การหลอกลวงออนไลน์เป็นภัยคุกคามข้ามชาติที่ประเทศใดประเทศหนึ่งไม่สามารถแก้ไขได้เพียงลำพัง จึงเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมนานาชาติว่าด้วยการปราบปรามการหลอกลวงทางเทคโนโลยี ระหว่างวันที่ 23-24 กันยายนนี้ ภายใต้แนวคิด “ร่วมมือกันตัดวงจรและยุติการหลอกลวงทางเทคโนโลยี”

การประชุมจะมีผู้แทนรัฐบาล องค์การระหว่างประเทศ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย สถาบันการเงิน บริษัทเทคโนโลยี และสถาบันวิจัยเข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติ รวมถึงยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในการสกัดเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ไม่ให้กลับมาเปิดดำเนินการอีก.

ที่มา The Phnom Penh Post / Khmer Times

ด่วน เนปาลเตือนประชาชนหนีขึ้นที่สูง หวั่นทะเลสาบจากดินถล่มแนวกั้นแตก เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำ

ด่วน เนปาลเตือนประชาชนหนีขึ้นที่สูง หวั่นทะเลสาบจากดินถล่มแนวกั้นแตก เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำ

28 ส.ค. 2569 14:39 น.

ด่วน เนปาลเตือนประชาชนหนีขึ้นที่สูง หวั่นทะเลสาบจากดินถล่มแนวกั้นแตก เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำ

เนปาลประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังทะเลสาบกั้นน้ำที่เกิดขึ้นจากเหตุน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มบริเวณชายแดนเนปาล-จีน เสี่ยงแนวกั้นแตก หวั่นจะเกิดน้ำท่วมระลอกใหม่

สำนักงานลดและจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติของเนปาลประกาศเตือนประชาชนในเขตราสุวา รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัย ให้เพิ่มความระมัดระวังและเตรียมเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่สูงที่มีความปลอดภัยทันที หากรู้สึกว่ากำลังเกิดอันตราย

ชาตี มาฮัต โฆษกสำนักงานดังกล่าวระบุว่า มีรายงานมวลโคลนขุ่นเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมเพิ่มเติม พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงอยู่ในภาวะเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ 

หลังได้รับคำเตือนจากทางการ ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงบางส่วนเริ่มทยอยอพยพขึ้นไปยังพื้นที่สูง โดยนำผ้าห่มและสิ่งของจำเป็นติดตัวไปด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากน้ำที่อาจไหลทะลักลงมา

รายงานระบุว่า ทะเลสาบกั้นน้ำดังกล่าวก่อตัวขึ้นหลังเกิดดินถล่มจากเหตุฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากครั้งใหญ่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ก่อนที่ล่าสุดแนวกั้นของทะเลสาบจะพังลง ทำให้มวลน้ำมีโอกาสไหลลงสู่พื้นที่ปลายน้ำอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ทีมกู้ภัยของทั้งเนปาลและจีนต้องระงับภารกิจค้นหาและช่วยเหลือชั่วคราว เนื่องจากกังวลว่าภัยพิบัติระลอกใหม่อาจเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่

ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในเนปาลเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 469 คน ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 1,300 คน รวมถึงชาวอเมริกันและชาวต่างชาติอีกหลายสิบคน

ทั้งนี้ นับว่าสถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากพื้นที่ตามแนวเทือกเขาหิมาลัยมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงและหุบเขาลึก ทำให้เมื่อเกิดฝนตกหนัก ดินถล่ม หรือทะเลสาบกั้นน้ำแตก อาจทำให้มวลน้ำและโคลนไหลลงสู่ชุมชนด้านล่างอย่างรวดเร็ว และยากต่อการอพยพและช่วยเหลือผู้ประสบภัย.

ที่มา : CNN

กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ เสด็จสวรรคต 89 พรรษา เจ้าชายโฮกุนขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่

กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ เสด็จสวรรคต 89 พรรษา เจ้าชายโฮกุนขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่

28 ส.ค. 2569 14:24 น.

กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ เสด็จสวรรคต 89 พรรษา เจ้าชายโฮกุนขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่

สำนักพระราชวังนอร์เวย์ออกแถลงการณ์ยืนยัน สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 เสด็จสวรรคตอย่างสงบ ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยออสโล ขณะพระชนมายุ 89 พรรษา หลังประชวรด้วยโรคโลหิตจางจากการทำลายตัวเองของเม็ดเลือดแดง ส่งผลให้เจ้าฟ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมาร พระชนมายุ 53 พรรษา เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์ใหม่ทันที

สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ เสด็จสวรรคตอย่างสงบที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยออสโล เมื่อเวลา 06.35 น. ของวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น พระชนมพรรษา 89 พรรษา หลังทรงเข้ารับการรักษาพระอาการประชวรตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม จากภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก ซึ่งทำให้เม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลียและหายใจลำบาก

พระราชวังแถลงว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เสด็จสวรรคตอย่างสงบ ขณะที่ธงชาติบริเวณพระราชวังในกรุงออสโลถูกลดลงครึ่งเสา ประชาชนจำนวนมากเดินทางไปวางดอกไม้เพื่อถวายความอาลัย และรวมตัวกันหน้าพระราชวัง

สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงครองราชย์มาตั้งแต่ปี 1991 และทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของนอร์เวย์ในรอบหลายศตวรรษที่พระราชสมภพในประเทศ ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นพระมหากษัตริย์ที่เข้าถึงประชาชน ทรงปรับภาพลักษณ์สถาบันกษัตริย์ให้มีความเท่าเทียมและเปิดกว้างมากขึ้น รวมถึงทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนอร์เวย์ในช่วงวิกฤตสำคัญ

หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญคือเหตุโจมตีด้วยระเบิดและกราดยิงเมื่อปี 2011 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 77 คน สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงมีพระราชดำรัสเรียกร้องให้ประชาชนยืนหยัดร่วมกัน และไม่ปล่อยให้ความหวาดกลัวเข้าครอบงำประเทศ

พระองค์ยังทรงสนับสนุนความหลากหลายทางศาสนา เชื้อชาติ และรสนิยมทางเพศอย่างเปิดเผย โดยพระราชดำรัสในปี 2016 ที่เน้นย้ำว่านอร์เวย์เป็นบ้านของผู้คนจากหลากหลายภูมิหลัง ได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวาง

สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ยังทรงเป็นนักกีฬาเรือใบฝีมือเยี่ยม และเคยเป็นตัวแทนนอร์เวย์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกถึง 3 ครั้ง นอกจากนี้ยังทรงมีบทบาทด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และทรงเป็นประธานกองทุนสัตว์ป่าโลกสาขานอร์เวย์เป็นเวลานานถึง 20 ปี

พระองค์ทรงอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระราชินีซอนยา ซึ่งเดิมเป็นสามัญชน โดยทั้งสองทรงต่อสู้เพื่อให้ได้รับพระบรมราชานุญาตให้อภิเษกสมรส และเสกสมรสเมื่อปี 1968 การตัดสินพระราชหฤทัยครั้งนั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของราชวงศ์นอร์เวย์ และเปิดทางให้พระราชโอรสและพระราชธิดาสามารถเลือกคู่ครองที่เป็นสามัญชนได้เช่นกัน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พระพลานามัยของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เสื่อมถอยลง โดยทรงเคยมีพระบรมราชโองการให้ลดพระราชกรณียกิจ และทรงได้รับการติดตั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจ พระองค์ทรงยืนยันมาตลอดว่าจะไม่สละราชสมบัติ โดยให้เหตุผลว่าเคยถวายคำปฏิญาณต่อรัฐสภาว่าจะทรงปฏิบัติพระราชหน้าที่ตลอดพระชนม์ชีพ

ภายหลังการเสด็จสวรรคต มกุฎราชกุมารฮากอน พระราชโอรสวัย 53 พรรษา จะทรงสืบราชบัลลังก์เป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่ของนอร์เวย์ โดยก่อนหน้านี้ทรงทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในช่วงที่พระบรมชนกนาถทรงพระประชวร

การเปลี่ยนผ่านราชบัลลังก์เกิดขึ้นในช่วงที่ราชวงศ์นอร์เวย์เผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งปัญหาพระพลานามัยและประเด็นอื้อฉาวเกี่ยวกับสมาชิกในราชวงศ์ โดยเฉพาะเมตเต-มาริต พระชายาของเจ้าชายฮากอน ซึ่งเพิ่งเข้ารับการปลูกถ่ายปอดเมื่อเดือนกรกฎาคม หลังทรงป่วยด้วยโรคปอดชนิดรุนแรง

ขณะเดียวกัน มาริอุส บอร์ก ฮอยบี พระโอรสของเมตเต-มาริต จากความสัมพันธ์ครั้งก่อน ถูกศาลนอร์เวย์พิพากษาจำคุก 4 ปีในเดือนมิถุนายน จากความผิดหลายกระทง รวมถึงความผิดฐานข่มขืน 2 กระทงและใช้ความรุนแรงต่ออดีตคู่ครอง โดยเจ้าตัวยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา

นอกจากนี้ เมตเต-มาริตยังถูกจับตามองจากความสัมพันธ์ในอดีตกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินชาวอเมริกันผู้ล่วงลับและผู้กระทำความผิดทางเพศ ซึ่งเอกสารที่เผยแพร่ในสหรัฐฯ ระบุว่า ทั้งสองมีการติดต่อกันอย่างต่อเนื่องระหว่างปี 2011 ถึง 2014

แม้เผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อราชวงศ์ในช่วงที่ผ่านมา แต่สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ยังทรงได้รับความนิยมอย่างสูงจากประชาชนชาวนอร์เวย์ และทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น “กษัตริย์ของประชาชน” ผู้ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมความเป็นหนึ่งเดียวของประเทศตลอดกว่า 35 ปีบนราชบัลลังก์.

ที่มา BBC / AFP

สถานทูตอิสราเอลร่อนหนังสือชี้แจง ข่าวนทท.อิสราเอลกินแล้วชักดาบไม่เป็นความจริง

สถานทูตอิสราเอลร่อนหนังสือชี้แจง ข่าวนทท.อิสราเอลกินแล้วชักดาบไม่เป็นความจริง

28 ส.ค. 2569 14:23 น.

สถานทูตอิสราเอลร่อนหนังสือชี้แจง ข่าวนทท.อิสราเอลกินแล้วชักดาบไม่เป็นความจริง

สถานทูตอิสราเอลชี้แจงกรณีข่าวในสื่อออนไลน์ กรณีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลในอำเภอป่าตองจังหวัดภูเก็ต ทานอาหารแลัวไม่ยอมจ่าย เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง

สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวอิสราเอลกลุ่มหนึ่งเข้าไปรับประทานอาหารในร้านอาหารที่อำเภอป่าตอง จังหวัดภูเก็ตและกลับออกไปโดยไม่ยอมชำระค่าอาหาร โดยในจดหมายชี้แจงระบุว่า

เรียน สื่อสารมวลชน

    สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ขอชี้แจงเกี่ยวกับรายงานบนสื่อสังคมออนไลน์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในอำเภอป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยระบุว่ามีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งรับประทานอาหารมูลค่าประมาณ 8,000 บาท และออกจากร้านไปโดยไม่ชำระเงิน

    รายงานข่าวดังกล่าวระบุว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล และได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยได้รับความสนใจเป็นวงกว้าง

    อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 สถานีตำรวจภูธรป่าตองได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวรวมถึงสัญชาติของนักท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าบุคคลที่อ้างถึง ไม่ใช่บุคคลสัญชาติอิสราเอล แต่เป็นนักท่องเที่ยวจากซาอุดิอาระเบียและโมร็อกโก

คำชี้แจงดังกล่าวมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากรายงานข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ระบุว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องโดยปราศจากการตรวจสอบหรือยืนยันข้อเท็จจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและความเสียหายอย่างร้ายแรง ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดอคติและความเป็นปฏิปักษ์ต่อนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลและชุมชนชาวอิสราเอลโดยรวม

สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ เห็นว่ารายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกรณีที่มีการระบุสัญชาติควรได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะนำเสนอหรือเผยแพร่ต่อสาธารณะ การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของข้อมูลที่ไม่ได้รับการตรวจสอบบนสื่อสังคมออนไลน์ ส่งผลกระทบที่เกินจริงอย่างไม่เป็นธรรมต่อบุคคลและชุมชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ 

ด้วยเหตุนี้ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ ใคร่ขอความร่วมมือจากองค์กรสื่อ ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ และประชาชนทั่วไป โปรดใช้ความความระมัดระวังให้มากขึ้นในการตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่หรือแบ่งปันรายงานในลักษณะดังกล่าว หากรายงานนี้ยังคงเผยแพร่อยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลของท่าน สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง หากจะพิจารณาลบรายงานดังกล่าวออก

สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยขอขอบพระคุณสำหรับความเข้าใจและความร่วมมือมา ณ โอกาสนี้.

สหรัฐฯ สั่งคุมเข้มฝึกงานนักศึกษาต่างชาติ ขู่ถอดใบอนุญาตมหาวิทยาลัยที่ไม่ปฏิบัติตาม

สหรัฐฯ สั่งคุมเข้มฝึกงานนักศึกษาต่างชาติ ขู่ถอดใบอนุญาตมหาวิทยาลัยที่ไม่ปฏิบัติตาม

28 ส.ค. 2569 12:11 น.

สหรัฐฯ สั่งคุมเข้มฝึกงานนักศึกษาต่างชาติ ขู่ถอดใบอนุญาตมหาวิทยาลัยที่ไม่ปฏิบัติตาม

รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนมหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐฯ ให้ยกระดับความเข้มงวดในการอนุมัติการฝึกงานของนักศึกษาต่างชาติ (CPT)  โดยย้ำว่างานฝึกงานต้องเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรอย่างแท้จริง ชี้หากพบการละเมิดกฎระเบียบ สถาบันแห่งนั้นอาจถูกเพิกถอนสิทธิในการรับนักเรียนต่างชาติ ส่งผลให้สถาบันชั้นนำอย่าง UCLA และ UC Berkeley ต้องประกาศระงับขั้นตอนการอนุมัติฝึกงานบางส่วนทันที ท่ามกลางความกังวลว่าอาจทำให้นักศึกษาย้ายไปเรียนต่อประเทศอื่นแทน

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ได้ส่งบันทึกข้อความลงวันที่ 24 ส.ค. ไปยังวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยระบุว่า โครงการนักเรียนและนักศึกษาแลกเปลี่ยน (SEVP) ได้ตรวจพบการอนุมัติสิทธิ “การฝึกงานตามหลักสูตร” หรือ CPT ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดสังเกต และเข้าข่ายขัดต่อกฎระเบียบที่อนุญาตให้ฝึกงานได้เฉพาะกรณีที่งานนั้นเป็น “ส่วนสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในหลักสูตรที่เปิดสอน” เท่านั้น

ภายใต้กฎระเบียบใหม่ นักศึกษาต่างชาติจะได้รับอนุมัติให้ฝึกงานได้ก็ต่อเมื่อ นายจ้างมีข้อตกลงร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ และการฝึกงานนั้นจะต้องเป็นเงื่อนไขบังคับสำหรับนักศึกษาทุกคนที่ลงเรียนในสาขานั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นชาวอเมริกันหรือชาวต่างชาติ ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาใช้ช่องทาง CPT ในการหาประสบการณ์ทำงานช่วงฤดูร้อนได้อย่างยืดหยุ่น

โฆษกกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ระบุ”โรงเรียนและนายจ้างควรตระหนักไว้ว่า ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ การฉวยโอกาสหรือละเมิดระบบอันเอื้ออารีนี้จะไม่ได้รับความยินยอมอีกต่อไป และสถาบันที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบอาจสูญเสียใบอนุญาตในการรับนักศึกษาต่างชาติ” 

การประกาศดังกล่าวทำให้มหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส หรือ UCLA, มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (UC Berkeley) และ มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ ประกาศระงับการอนุมัติคำร้อง CPT บางส่วนเป็นการชั่วคราว เพื่อประเมินข้อกฎหมายอย่างละเอียด

ไอวอร์ เอ็มมานูเอล ผู้อำนวยการสำนักงานวิเทศสัมพันธ์แห่ง UC Berkeley เตือนว่า ข้อจำกัดใหม่นี้อาจทำให้นักศึกษาต่างชาติลดความสนใจในการมาศึกษาต่อที่สหรัฐฯ เนื่องจากโอกาสในการฝึกงานจริงกับนายจ้างถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการตัดสินใจเลือกที่เรียน ทั้งนี้ ข้อมูลจากสถาบันการศึกษานานาชาติ (IIE) ชี้ว่า จำนวนนักศึกษาต่างชาติใหม่ในสหรัฐฯ ได้ลดลงไปแล้วถึง 17% ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา

ขณะที่นักศึกษาต่างชาติ เช่น ซานดรา ติง นักศึกษาชาวจีนจาก UC Berkeley ซึ่งจ่ายค่าเล่าเรียนสูงถึงปีละ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐ เปิดเผยว่า หากรู้ล่วงหน้าว่าจะมีมาตรการเช่นนี้ เธออาจตัดสินใจไปศึกษาต่อที่สิงคโปร์หรือสหราชอาณาจักรแทน

การจำกัดการฝึกงาน CPT ถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของนโยบายคุมเข้มคนเข้าเมืองในยุคทรัมป์ โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ยกเลิกระบบ “Duration of Status” ซึ่งเดิมอนุญาตให้นักศึกษาอยู่ได้จนจบการศึกษา เปลี่ยนมาบังคับให้นักศึกษาต่างชาติต้องยื่นต่อวีซ่าใหม่ทุกๆ 4 ปี แม้จะกำลังเรียนในหลักสูตรปริญญาเอกที่ใช้เวลา 5-6 ปีก็ตาม

นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเก็บค่าธรรมเนียมสูงถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.2 ล้านบาท) จากนายจ้างที่ต้องการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ผ่านโครงการ Optional Practical Training (OPT) ซึ่งหากมีผลบังคับใช้จริง คาดว่าจะทำให้นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ไม่สามารถหางานทำหลังจบการศึกษาได้ และต้องเดินทางกลับประเทศในที่สุด

ในเวลาเดียวกัน กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยังเดินหน้าสอบสวนและตั้งข้อหากับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง รวมถึงคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน โดยอ้างว่านโยบายการรับนักศึกษาเข้าเรียนมีลักษณะเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้สมัครกลุ่มคนผิวสีและผู้มีเชื้อสายฮิสแปนิก ซึ่งฝั่งมหาวิทยาลัยได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ทั้งนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังได้สั่งเพิกถอนวีซ่าของนักศึกษาที่เข้าร่วมการประท้วงต่อต้านสงครามในกาซา โดยกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติและสนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรงอีกด้วย.

ที่มา Reuters / The Wall Street Journal