แฟนบาสฉลองแชมป์เดือด วัยรุ่นถูกยิง-รถบัสถูกเผาวอดในแมนแฮตตัน

แฟนบาสฉลองแชมป์เดือด วัยรุ่นถูกยิง-รถบัสถูกเผาวอดในแมนแฮตตัน

15 มิ.ย. 2569 01:55 น.

แฟนบาสฉลองแชมป์เดือด วัยรุ่นถูกยิง-รถบัสถูกเผาวอดในแมนแฮตตัน

แฟนบาสเกตบอลออกมาฉลองการคว้าแชมป์ของทีมนิวยอร์ก นิกส์ ก่อนจะลุกลามกลายเป็นความรุนแรง มีทั้งเหตุยิง/แทงกัน, เหตุจุดไฟเผารถบัส และการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า งานเฉลิมฉลองการคว้าแชมป์ NBA ครั้งประวัติศาสตร์ของทีม “นิวยอร์ก นิกส์” (New York Knicks) ในนครนิวยอร์ก ลุกลามบานปลายกลายเป็นความโกลาหล มีวัยรุ่นถูกยิงอย่างน้อย 1 ราย และมีรถบัสหลายคันถูกจุดไฟเผาทำลาย

ทีม นิวยอร์ก นิกส์ เอาชนะ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส ไปด้วยคะแนน 94–90 ในเกมที่ 5 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทีมคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษ ทำให้ชาวนิวยอร์กจำนวนมหาศาลพากันหลั่งไหลลงสู่ท้องถนนในบ้านเกิดของตน เพื่อเฉลิมฉลองเหตุการณ์สำคัญนี้

ทว่าเมื่อฝูงชนเริ่มหนาแน่นขึ้นจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. 2569 มีเสียงปืนดังขึ้นใกล้กับจัตุรัสไทม์สแควร์ ส่งผลให้วัยรุ่นอายุ 17 ปีรายหนึ่งได้รับบาดเจ็บที่เท้า นอกจากนี้ รถบัสโรงเรียนที่ใช้รับส่งแฟนๆ ที่มาชมการแข่งขันฟุตบอลโลกยังถูกจุดไฟเผาทำลายด้วย โดยไม่แน่ชัดว่ามีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้หรือไม่

เจมส์ โดแลน เจ้าของทีม นิวยอร์ก นิกส์ ออกมาเรียกร้องให้แฟนๆ อยู่ในความสงบ “เราจำเป็นต้องบอกทุกคนในนิวยอร์ก เรารู้ว่าพวกเขากำลังเฉลิมฉลอง และเราอยากให้ทุกคนมีความสุขกันมากๆ … แต่ได้โปรดรักษาความปลอดภัยกันด้วยนะครับ อย่าให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ และอย่าไปทำร้ายใคร”

อย่างไรก็ตาม การเฉลิมฉลองกลับกลายเป็นความรุนแรงในเวลาต่อมา เมื่อแฟนๆ ที่พรั่งพรูออกมาจากบาร์และสถานที่จัดปาร์ตี้ชมการแข่งขัน ได้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในย่านมิดทาวน์ แมนแฮตตัน

กรมตำรวจนิวยอร์ก (NYPD) ระบุในแถลงการณ์ที่ส่งถึงสำนักข่าว บีบีซี ว่า ฝูงชนเริ่ม “ก่อความเสียหายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ” และมี “เหตุการณ์ที่สะท้อนถึงพฤติกรรมที่เป็นอันตรายและคึกคะนองอย่างยิ่งเกิดขึ้นมากมาย” รวมถึงการจุดไฟเผาหรือใช้ไม้เบสบอลทุบทำลายรถโรงเรียนสีเหลือง 5 คัน

NYPD ระบุเพิ่มเติมว่า รถตำรวจก็ตกเป็นเป้าหมายด้วยเช่นกัน โดยมีคนบางกลุ่มใช้ไม้เบสบอลทุบทำลายและกระโดดขึ้นไปบนหลังคารถ จนทำให้กระจกหน้ารถแตกละเอียด

นอกจากนั้น ยังเกิดความวุ่นวายอื่นๆ อีก ซึ่งรวมถึงเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีด/การแทงกัน 4 ครั้ง, การทำลายรถยนต์ส่วนบุคคล, การจุดพลุดอกไม้ไฟท่ามกลางฝูงชนขนาดใหญ่, การทะเลาะวิวาท และกลุ่มฝูงชนที่ปฏิเสธไม่ยอมสลายตัว ซึ่งล่าสุดมีผู้ถูกจับกุมแล้ว 63 ราย

โดยข้อหาที่มีการดำเนินคดี ได้แก่ การทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานตำรวจ, การครอบครองอาวุธโดยผิดกฎหมาย, การเจตนาทำให้ทรัพย์สินเสียหาย, การประพฤติตนวุ่นวายในที่สาธารณะ, การขัดขืนการจับกุม และการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ย้ำ ยังลงนาม MOU กับอิหร่านวันนี้ หลังอิสราเอลทำกำหนดการเลื่อน

ทรัมป์ย้ำ ยังลงนาม MOU กับอิหร่านวันนี้ หลังอิสราเอลทำกำหนดการเลื่อน

15 มิ.ย. 2569 00:18 น.

ทรัมป์ย้ำ ยังลงนาม MOU กับอิหร่านวันนี้ หลังอิสราเอลทำกำหนดการเลื่อน

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า การลงนาม MOU ร่วมกับอิหร่านจะยังคงเกิดขึ้นในวันนี้ แต่ยอมรับว่า การที่อิสราเอลโจมตีกรุงเบรุตเมื่อช่วงเช้าทำให้กำหนดการต้องล่าช้าออกไป

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับ บารัค ราวิด ผู้สื่อข่าวจาก Axios และนักวิเคราะห์การเมืองและกิจการโลกของ CNN ว่า การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับอิหร่านยังคงเกิดขึ้นในวันนี้ตามแผน แม้ว่าอิสราเอลจะเพิ่งเปิดฉากโจมตีกรุงเบรุตก็ตาม

“เดิมทีเรามีกำหนดจะลงนามในข้อตกลงกันเมื่อเช้านี้ แต่การโจมตีของอิสราเอลในเบรุตทำให้เรื่องนี้ต้องล่าช้าออกไป ผมคิดว่าการลงนามจะยังคงเกิดขึ้นในช่วงวันนี้ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แต่การโจมตีของอิสราเอลทำให้สถานการณ์สั่นคลอนไปหมด” ทรัมป์กล่าว

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความแสดงความไม่พอใจต่อการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูของอิสราเอลในการโจมตีกรุงเบรุต ของเลบานอน โดยระบุว่า การโจมตีดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่บันทึกข้อตกลงความร่วมมือใกล้จะบรรลุผลเช่นนี้

“พวกเขาโทรหาผมแล้วบอกว่า “ท่านครับ อิสราเอลกำลังโจมตีในเบรุต” — เพียงหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เราจะลงนามในข้อตกลงกัน ผมแทบไม่เชื่อเลยว่ามันจะเกิดขึ้น มันแย่มากจริงๆ” ทรัมป์บอกกับนายราวิด และเผยด้วยว่า เขาได้แจ้งต่อเนทันยาฮูไปแล้วว่าเขารู้สึก “ไม่พอใจ” อย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

แผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ ทำพื้นทะเลสูงขึ้น 2 เมตร แนวปะการังโผล่พ้นน้ำ

แผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ ทำพื้นทะเลสูงขึ้น 2 เมตร แนวปะการังโผล่พ้นน้ำ

14 มิ.ย. 2569 23:33 น.

แผ่นดินไหวฟิลิปปินส์ ทำพื้นทะเลสูงขึ้น 2 เมตร แนวปะการังโผล่พ้นน้ำ

ทางการฟิลิปปินส์ยืนยัน เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมายเมื่อสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้พื้นทะเลหนุนตัวสูงขึ้นถึง 2 เมตร และดันแนวปะการังบางจุดจนโผล่พ้นน้ำ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. 2569 กระทรวงสิ่งแวดล้อมฟิลิปปินส์แถลงว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.8 แมกนิจูด ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 61 ศพ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังทำให้พื้นทะเลหนุนตัวสูงขึ้นถึง 2 เมตร ซึ่งดันให้แนวปะการังโผล่พ้นน้ำและสร้างความเสียหายต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล

กระทรวงสิ่งแวดล้อมเผยว่า ชาวบ้านในพื้นที่ได้รายงานถึงปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เรียกว่า “การยกตัวของพื้นที่ชายฝั่ง” (coastal uplift) เป็นครั้งแรกในช่วง 2 วันหลังเกิดแผ่นดินไหว โดยปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้แนวชายฝั่งบางจุดของฟิลิปปินส์ขยายออกไปไกลถึง 200 เมตร

สถาบันภูเขาไฟวิทยาและวิทยาแผ่นดินไหวแห่งฟิลิปปินส์ ระบุในแถลงการณ์ว่า “การขยับตัวของร่องลึกก้นสมุทรโคตาบาโต (Cotabato Trench) ได้ดันแนวชายฝั่งบางส่วนของจังหวัดซารังกานีและจังหวัดดาเวาออกซิเดนทัลให้สูงขึ้น… ส่งผลให้พื้นทะเลที่เคยจมอยู่ใต้น้ำโผล่พ้นขึ้นมา โดยจากการทำแผนที่พบว่ามีการยกตัวขึ้นมาประมาณ 2 เมตร”

ร่องลึกก้นสมุทรโคตาบาโต ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะมินดาเนาเพียง 50 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ที่เกิดกิจกรรมทางธรณีวิทยาบ่อยครั้ง รวมถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวต่อเนื่องซ้ำๆ หลายพันครั้งเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็ก

กระทรวงสิ่งแวดล้อมระบุว่า ทีมเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าแนวชายฝั่ง แนวปะการัง และแหล่งหญ้าทะเลเป็นแนวยาว ได้โผล่พ้นน้ำขึ้นมา เพราะผลกระทบจากปรากฏการณ์นี้

เจ้าหน้าที่รายหนึ่งซึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) ว่า พวกเขายังไม่สามารถระบุขนาดของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบที่แน่ชัดได้ เนื่องจากพื้นที่ที่ต้องเข้าไปสำรวจนั้นมีขนาดใหญ่มาก

ภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยสำนักงานภูมิภาคของกระทรวงสิ่งแวดล้อมเผยให้เห็นแนวปะการังขนาดใหญ่ที่โผล่พ้นน้ำ โดยมีซากปลาและสิ่งมีชีวิตในน้ำอื่นๆ นอนตายอยู่ด้านบน

กระทรวงสิ่งแวดล้อมระบุว่า “แนวปะการังและแหล่งหญ้าทะเลที่โผล่พ้นน้ำเหล่านี้เริ่มทยอยตาย พร้อมกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น เช่น ปลาตามแนวปะการัง ปลาไหล หอยมือเสือ และหอยชนิดต่างๆ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์เคือง อิสราเอลถล่มเลบานอนอีก ชี้ไม่ควรเกิดในวันสำคัญแบบนี้

ทรัมป์เคือง อิสราเอลถล่มเลบานอนอีก ชี้ไม่ควรเกิดในวันสำคัญแบบนี้

14 มิ.ย. 2569 22:28 น.

ทรัมป์เคือง อิสราเอลถล่มเลบานอนอีก ชี้ไม่ควรเกิดในวันสำคัญแบบนี้

โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจที่อิสราเอลโจมตีเมืองหลวงเลบานอนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา จนอิหร่านออกมาขู่ว่าอาจกระทบการทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ซึ่งนายทรัมป์ยืนยันว่าจะมีการลงนามในวันนี้

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social แสดงความไม่พอใจที่อิสราเอลโจมตีเข้าใส่เลบานอนอีกเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ชี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นโดยเฉพาะในวันสำคัญเช่นนี้ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ อ้างว่า จะมีการลงนามข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

“การโจมตีกรุงเบรุตเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันพิเศษที่เราเข้าใกล้ข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านมากขนาดนี้” ข้อความของทรัมป์ระบุ

“อิสราเอลมีสิทธิ์ที่จะปกป้องตนเองจากภัยคุกคามต่างๆ แต่การโจมตีที่อิสราเอลตอบโต้นั้น ถือเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมากและไม่มีนัยสำคัญใดๆ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ได้รับอันตราย หรือเสียชีวิต และเรื่องนี้ไม่ควรเข้ามาขัดขวางกระบวนการที่สำคัญยิ่งนี้”

“ขณะนี้เราเข้าใกล้ข้อตกลงที่จะนำสันติภาพมาสู่ภูมิภาคนี้ รวมถึงเลบานอน มากๆ แล้ว และทุกฝ่ายควรจะถอยกันคนละก้าว ไม่ควรมีการโจมตีใดๆ จากอิสราเอลในพื้นที่ใดก็ตามของเลบานอนอีกต่อไป และในขณะเดียวกัน ก็ไม่ควรมีการโจมตีจากฝ่ายอื่นใด รวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ต่ออิสราเอลด้วยเช่นกัน”

“นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสันติภาพที่ยาวนานและงดงาม — อย่าทำมันพังเลย! ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์”

ก่อนหน้านี้ อิสราเอลแถลงว่า ได้ทำการโจมตีศูนย์บัญชาการของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในกรุงเบรุตที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

การโจมตีดังกล่าวทำให้ทางการอิหร่านออกมาเตือนว่า เหตุการณ์นี้กำลังทำให้ข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านตกอยู่ในความเสี่ยง ขณะที่หัวหน้าผู้แทนเจรจาของอิหร่านกล่าวว่า “ไม่มีประโยชน์” อีกต่อไปที่จะเดินหน้าเจรจาต่อ พร้อมทั้งกล่าวหาว่ารัฐบาลวอชิงตันล้มเหลวในการปฏิบัติตามพันธสัญญาของตัวเอง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial

ชาวสวิสโหวตค้าน แผนจำกัดจำนวนประชากรไม่ให้เกิน 10 ล้านคน

ชาวสวิสโหวตค้าน แผนจำกัดจำนวนประชากรไม่ให้เกิน 10 ล้านคน

14 มิ.ย. 2569 21:46 น.

ชาวสวิสโหวตค้าน แผนจำกัดจำนวนประชากรไม่ให้เกิน 10 ล้านคน

ชาวสวิตเซอร์แลนด์คะแนนเสียง คัดค้านแผนจำกัดจำนวนประชากรของประเทศไม่ให้เกิน 10 ล้านคนแล้ว จากความกังวลเรื่องการสูญเสียแรงงาน และการเสียโอกาสเข้าถึงตลาดยุโรป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงประชามติในสวิตเซอร์แลนด์ตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอที่จะจำกัดจำนวนประชากรของประเทศไว้ที่ไม่เกิน 10 ล้านคนแล้ว แม้จะยังนับคะแนนไม่ครบทั้งหมด แต่แนวโน้มในปัจจุบันชี้ว่า ผู้ลงคะแนน 55% ออกเสียงคัดค้าน ขณะที่ 45% ออกเสียงเห็นชอบ

ข้อเสนอดังกล่าวมาจากพรรคประชาชนสวิส (Swiss People’s Party) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวาที่รณรงค์ด้วยนโยบายต่อต้านผู้อพยพมาอย่างยาวนาน แม้ว่าแผนการนี้อาจทำให้ข้อตกลงว่าด้วยการเคลื่อนย้ายประชากรอย่างเสรีระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับสหภาพยุโรป (EU) ต้องตกอยู่ในความเสี่ยง

ทั้งนี้ ประชากรของสวิตเซอร์แลนด์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งในขณะนั้นมีจำนวนอยู่ที่ 7.3 ล้านคน แต่ในปัจจุบันตัวเลขได้พุ่งสูงขึ้นเป็น 9.1 ล้านคน โดย 27% ในจำนวนนี้ไม่ใช่พลเมืองสวิส

อย่างไรก็ตาม เหตุผลของพรรคประชาชนสวิสที่ระบุว่า การจำกัดจำนวนประชากรจะช่วยลดความกดดันต่อระบบขนส่ง มวลชน ที่อยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อม ดูเหมือนจะยังไม่สามารถโน้มน้าวใจผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงได้มากพอ

แม้พรรคประชาชนสวิสจะยืนยันว่าการจำกัดประชากรมีขึ้นเพื่อปกป้องระบบบริการสาธารณะและสิ่งแวดล้อมของประเทศ แต่ทางพรรคก็มีประวัติอันยาวนานในการหาเสียงด้วยนโยบายต่อต้านผู้อพยพ และมักจะโยนความผิดให้กลุ่มผู้ลี้ภัยรวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อยว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาสังคม

ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงประชามติบางส่วนแสดงความกังวลอย่างชัดเจนต่อแนวโน้มที่จะต้องสูญเสียแรงงาน ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในภาคการท่องเที่ยว โรงพยาบาล และสถานดูแลผู้สูงอายุ

ขณะที่กลุ่มอื่นๆ โดยเฉพาะบรรดาผู้นำทางธุรกิจของสวิส ต่างหวาดกลัวว่าจะสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงตลาดร่วมยุโรป ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อประเทศ เพราะผลิตภัณฑ์ของสวิสมากกว่าครึ่งขายให้สหภาพยุโรป แต่เพื่อเข้าถึงตลาด สวิตเซอร์แลนด์ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีของยุโรป

หากข้อเสนอจำกัดประชากรผ่านการอนุมัติ สวิตเซอร์แลนด์จะต้องยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวทันที

นอกจากนี้ เป็นไปได้ว่าผู้มีสิทธิ์บางส่วนยังกังวลว่า แผนการนี้อาจทำให้ประเทศถูกโดดเดี่ยว ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่มั่นคงในปัจจุบัน ซึ่งทำให้ช่วงที่ผ่านมา สวิตเซอร์แลนด์เริ่มเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ และกำลังมองหาแนวทางประสานงานด้านความมั่นคงกับยุโรปอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ด่วน! มท.ออกคำสั่งฟ้าผ่า ย้าย 5 รองผู้ว่าฯ รวม 2 รองผู้ว่าฯภูเก็ต

ด่วน! มท.ออกคำสั่งฟ้าผ่า ย้าย 5 รองผู้ว่าฯ รวม 2 รองผู้ว่าฯภูเก็ต

ด่วน! มท.ออกคำสั่งฟ้าผ่า ย้าย 5 รองผู้ว่าฯ รวม 2 รองผู้ว่าฯภูเก็ต

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.37 น.

15 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด กระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ตามคำสั่งตามคำสั่งที่ 1483/2569 ลงวันที่ 15 มิ.ย.69 ย้ายข้าราชการตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้น (ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด) จำนวน 5 ราย ประกอบด้วย

1.นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ย้ายไปเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร

2.นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ย้ายไปเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช

3.ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ย้ายไปเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

4.นายอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ย้ายไปเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา

5.นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ย้ายไปเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.เป็นต้นไป โดยกำหนดให้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ตามคำสั่งในวันที่ 16 มิ.ย.

เปิดประวัติ ‘รองผู้ว่าฯ กุ้ง’ จากนายอำเภอฝีมือดี สู่รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต

เปิดประวัติ 'รองผู้ว่าฯ กุ้ง' จากนายอำเภอฝีมือดี สู่รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต

เปิดประวัติ ‘รองผู้ว่าฯ กุ้ง’ จากนายอำเภอฝีมือดี สู่รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.30 น.

กรณีการประชุมมอบนโยบายเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หยิบยกประเด็นข้อครหาจากสื่อสังคมออนไลน์ขึ้นมาตรวจสอบกลางวงประชุม โดยมีการพาดพิงถึง “รองฯ ซีฟู้ด” หรือ “รองผู้ว่าฯ กุ้ง” เกี่ยวกับข่าวลือเรื่องการอวดอ้างบารมีเพื่อโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รวมถึงประเด็นที่มีการกล่าวหาว่าคนสนิทมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณหลังสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องสั่งเตรียมตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวงขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะที่เจ้าตัวได้ขออนุญาตส่งเอกสารชี้แจงรายละเอียดต่อนายกรัฐมนตรีเนื่องจากมีข้อมูลพาดพิงถึงบุคคลหลายฝ่าย จากประเด็นร้อนนี้เอง ทำให้ชื่อของ นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กลายเป็นจุดสนใจของสังคมอย่างมากในขณะนี้

ก่อนที่ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะปรากฏชัดเจน บทความนี้จะพาย้อนไปทำความรู้จักกับประวัติและเส้นทางชีวิตราชการของ “รองผู้ว่าฯ กุ้ง” ขุนพลนักปกครองผู้คลุกคลีและผ่านประสบการณ์การบริหารจัดการในพื้นที่ชายฝั่งและเมืองท่องเที่ยวระดับโลกของภาคใต้มาอย่างโชกโชน
 

ภูมิลำเนาและจุดเริ่มต้น

นายธีระพงศ์ เป็นชาวตำบลกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยกำเนิด เติบโตและสั่งสมประสบการณ์ในสายงานปกครองมาอย่างต่อเนื่อง ในการบริหารจัดการพื้นที่ที่มีความท้าทายสูง ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
 

ผลงานโดดเด่นบนเส้นทางนักปกครอง

ตลอดระยะเวลาการรับราชการ ท่านได้แสดงวิสัยทัศน์และผลงานเชิงรุกในหลายพื้นที่ยุทธศาสตร์ของภาคใต้ ได้แก่:

  • นายอำเภอเกาะสมุย (จ.สุราษฎร์ธานี): เป็นผู้นำในการบริหารจัดการวิกฤตการณ์โควิด-19 ในพื้นที่เกาะท่องเที่ยวระดับโลก โดยมุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นด้านสาธารณสุขและความปลอดภัย จนสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจและดึงนักท่องเที่ยวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
  • นายอำเภอปากพนัง (จ.นครศรีธรรมราช): ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง โดยดำเนินมาตรการปราบปรามขั้นเด็ดขาด สั่งรื้อถอนเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย (ไซตัวหนอน) จำนวนกว่า 155 ชุด
  • นายอำเภอกะทู้ (จ.ภูเก็ต): รับผิดชอบพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างหาดป่าตอง เป็นผู้ดำเนินการจัดเวทีประชาพิจารณ์และวางมาตรการรองรับการขยายเวลาเปิดสถานบริการถึง 04.00 น. โดยบูรณาการทั้งการจัดโซนนิ่ง การตรวจบัตรประชาชน และการใช้เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ
  • ปลัดจังหวัดภูเก็ต: (เข้ารับตำแหน่ง พฤศจิกายน 2567) ผลักดันการบริหารจัดการเมืองอย่างยั่งยืน เช่น โครงการจัดการขยะอาหาร (Food Waste) เพื่อลดภาวะโลกร้อน รวมถึงเป็นประธานเร่งรัดมาตรการยุติปัญหาเอดส์ระดับจังหวัด
     

ก้าวสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ในช่วงปลายปี 2568 กระทรวงมหาดไทยจึงมีคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง ให้นายธีระพงศ์ ช่วยชู เลื่อนขั้นขึ้นดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 นายธีระพงศ์ พร้อมด้วย นางวาสนา ช่วยชู (รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดภูเก็ต) ได้เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลากลางจังหวัดภูเก็ต และเริ่มต้นปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อภารกิจในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข และยกระดับการบริหารจัดการเมืองท่องเที่ยวที่เป็นศูนย์กลางของฝั่งอันดามันต่อไป


ขอบคุณรูปภาพจาก TikTok prd.phuket

พริษฐ์ จี้นายกฯ เร่งเคลียร์ปมแชตหลุด ช่วยน้ำเงินด้วย

พริษฐ์ จี้นายกฯ เร่งเคลียร์ปมแชตหลุด ช่วยน้ำเงินด้วย

พริษฐ์ จี้นายกฯ เร่งเคลียร์ปมแชตหลุด ช่วยน้ำเงินด้วย

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.23 น.

“พริษฐ์”จี้นายกฯ เร่งเคลียร์ปมแชตหลุด”ช่วยน้ำเงินด้วย” ทวงถามความคืบหน้าตั้งกรรมการสอบ”อธิบดีกรมการปกครอง” ซัดทำงานล่าช้าสวนทางนโยบาย”สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน”

15 มิถุนายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า หลังจากที่วันนี้นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปมอบนโยบายสำคัญให้กับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีปลัดกระทรวงมหาดไทย รวมถึง นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้าร่วมประชุมด้วย แต่จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 18 วันแล้วตั้งแต่ข้อความแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ปรากฏต่อสาธารณชน และผ่านพ้นมา 11 วันนับตั้งแต่ตนได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสภาผู้แทนราษฎร แต่สังคมกลับยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนถึงความคืบหน้าในกรณีดังกล่าวเลย

นายพริษฐ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้นายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในประเด็นนี้เพียงสั้นๆ ว่าทุกอย่างยังคงเป็นไปตามขั้นตอน ตนจึงขอตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาเพื่อทวงถามความชัดเจนถึงรายละเอียดของ “ขั้นตอน” ดังกล่าว จำนวน 5 ข้อ ดังนี้

1. ตกลงท่าน (ในฐานะ รมว.มหาดไทย) หรือปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิบดีกรมการปกครองแล้วหรือยัง?

2. หากยังไม่ตั้ง ทำไมถึงยังไม่ตั้ง? และจะตั้งได้เมื่อใด?

3. นับถึงวันนี้ ทางกระทรวงได้มีดำเนินการสอบหรือ “พิสูจน์ด้วยวิธีวิทยาศาสตร์” ตามที่ รมช.มหาดไทย ตอบตนในกระทู้สดเมื่อ 11 วันก่อนแล้วหรือยัง และอย่างไรบ้าง?

4. เมื่อตั้งแล้ว ท่านจะวางกรอบให้คณะกรรมการสอบสวนเสร็จเมื่อใด? คณะกรรมการจะมีใครบ้าง? และจะวางหลักเกณฑ์การทำงานอย่างไรให้สังคมมั่นใจได้ว่าจะมีความโปร่งใสและเป็นอิสระ โดยไม่เป็นการปล่อยให้สีน้ำเงินตรวจสอบและช่วยเหลือกันเอง?

5. ความล่าช้าที่เกิดขึ้นในกระบวนการทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของนายกฯ เรื่อง “สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน” หรือไม่?

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิ์ 28 มิ.ย.นี้ หากมีฐานเสียงปชช.เป็นล้านก็มีพลังคุยรัฐบาลแก้ปัญหาได้

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิ์ 28 มิ.ย.นี้ หากมีฐานเสียงปชช.เป็นล้านก็มีพลังคุยรัฐบาลแก้ปัญหาได้

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิ์ 28 มิ.ย.นี้ หากมีฐานเสียงปชช.เป็นล้านก็มีพลังคุยรัฐบาลแก้ปัญหาได้

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.08 น.

ชัชชาติ ปลุกคนกรุงฯ ออกมาใช้สิทธิ์ 28 มิ.ย.นี้ หากมีฐานเสียงปชช.เป็นล้านก็มีพลังคุยรัฐบาลแก้ปัญหาได้ ฝาก กทม.-กกต.ประชาสัมพันธ์หน่วยเลือกตั้งใหม่ หวั่นคนมาเลือกน้อย 

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2569  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่ากังวลว่าคนจะออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.น้อย เพราะผู้ว่าฯ กทม. ต้องประสานกับหลายหน่วยงาน ฉะนั้นจึงต้องเอาฉันทามติของประชาชนไปอ้างอิง หากมีประชาชนมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก เมื่อไปคุยกับรัฐบาลหรือหน่วยงานอื่นที่จะทำเพื่อประชาชน เช่น การแก้ปัญหา PM 2.5 หากมีฐานเสียงประชาชนเป็นล้าน ๆ คน  จะทำให้เรามีพลัง ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.ท่านใดก็ตาม

“ประชาชนจะเลือกใครก็ได้ คนที่ไว้ใจคิดว่าจะทำงานได้ แต่ขอให้ออกมาแสดงพลัง เพราะในระบอบประชาธิปไตยวันเลือกตั้งสำคัญ เป็นวันที่เรามีตัวตนมากที่สุด หากเราไม่ออกมาใช้สิทธิ์ เสียงเราก็จะหายไปเลย ขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้ เพราะไม่มีเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่มีเลือกตั้งนอกเขต และไม่มีการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ขอให้มาแต่เช้า เผื่อฝนตก ช่วงนี้อาจจะมีพายุเข้าเพราะตอนนี้มีพายุเข้าทางเวียดนามตอนเหนือ ขอให้ออกมาก่อนแล้วไปเที่ยวเล่น เย็น ๆ ค่อยมาฟังนับคะแนนกัน” นายชัชชาติกล่าว

เมื่อถามว่าบางเขต หน่วยเลือกตั้งมีการเปลี่ยนแปลงยกตัวอย่างเขตพญาไทที่ผู้สมัคร ส.ก.ร้องว่ามีการจัดหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ลึกเข้าไป ทำให้ผู้สูงวัยอาจจะเดินทางไม่สะดวกและไปใช้สิทธิไม่ได้ นายชัชชาติ กล่าวว่า อยู่นอกเหนืออำนาจของเรา เพราะเราเป็นประชาชนคนธรรมดา ใครมีปัญหาก็ช่วยกันส่งเสียงมาจะได้ประชาสัมพันธ์กันในหน่วยเลือกตั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง หน่วยเลือกตั้งของตนเองก็อาจจะเปลี่ยนแต่ยังไม่ได้ตรวจดู ฝากกรุงเทพมหานครและ กกต. ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจน อย่าให้มีปัญหาเรื่องจราจรเหมือนการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา

”ในฐานะประชาชนคนธรรมดา ขอฝาก กกต.ให้ช่วยชี้แจงเรื่องเหล่านี้ให้ชัดเจน เพราะความสำเร็จของ กกต.ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้มาเลือกตั้งและความโปร่งใสในการเลือกตั้ง จะได้สร้างผลงานให้ประชาชนจำได้“ นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย

‘อนุทิน’ จ๊ะเอ๋ ‘ตัวเงินตัวทอง’ กลางทำเนียบ บอก ‘โชคดีแล้ววันนี้’

'อนุทิน' จ๊ะเอ๋ 'ตัวเงินตัวทอง' กลางทำเนียบ บอก 'โชคดีแล้ววันนี้'

‘อนุทิน’ จ๊ะเอ๋ ‘ตัวเงินตัวทอง’ กลางทำเนียบ บอก ‘โชคดีแล้ววันนี้’

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.02 น.

เมื่อเวลา 16.05 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินเท้ากลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ระหว่างทางได้เจอกับตัวเงินตัวทอง ขึ้นมาอยู่ในจุดที่นายกรัฐมนตรีเดินผ่าน ก่อนที่ตัวเงินตัวทองกระโดดลงน้ำ  โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวทันทีว่า  อุ้ย โชคดีแล้ววันนี้ 

เมื่อถามว่านายกฯมองว่าเป็นการโชคดีใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าโชคดี สิ ถ้าเจอตัวพวกนี้เขาว่าโชคดี