นายกฯ ฝาก หวัง อี้ อย่าลืมไทย หากจีนไปเจรจาผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขนส่งน้ำมันดิบ-ก๊าซ

นายกฯ ฝาก หวัง อี้ อย่าลืมไทย หากจีนไปเจรจาผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขนส่งน้ำมันดิบ-ก๊าซ

นายกฯ ฝาก หวัง อี้ อย่าลืมไทย หากจีนไปเจรจาผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขนส่งน้ำมันดิบ-ก๊าซ

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.24 น.

“นายกฯ”ฝาก”หวัง อี้”อย่าลืมไทย หาก”จีน”ไปเจรจาผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขนส่งน้ำมันดิบ-ก๊าซ พร้อมขอให้ขายปุ๋ยช่วยไทย เผยจีนยินดีเป็นตัวกลางไทย-กัมพูชา พร้อมแจ้งท่าที”เขมร”ไม่อยากสู้รบแล้ว ลั่นความสัมพันธ์รื้อฟื้นได้ แต่ไม่ใช่ชั่วข้ามคืน

24 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แถลงถึงผลการหารือกับ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ในการหารือแบบทางการได้มีการหารือที่กระทรวงการต่างประเทศไปแล้ว ซึ่งท่านมีน้ำใจไมตรีแวะมาเยี่ยมนายกฯของไทย ซึ่งเราได้หารือและยืนยันความสัมพันธ์และการสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างสองประเทศ

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดถึงวิกฤตพลังงานในช่วงนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พูดคุยทุกอย่าง และขอให้จีนช่วยหากได้ไปเจรจาการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เรื่องการบริหารการจัดส่งพลังงาน น้ำมันดิบ ก๊าซ ก็ขอให้นึกถึงประเทศไทยรวมไปในบริบทการเจรจาด้วย เพราะเส้นทางการเดินเรือต่างๆจากตะวันออกกลางไปประเทศจีนต้องมีส่วนที่ผ่านประเทศไทย ซึ่ง นายหวัง อี้ ก็บอกว่าขออย่าได้กังวล เพราะไทยและจีนมีความสัมพันธ์เปรียบเสมือนพี่น้องกัน ซึ่งตนถือโอกาสคุยเรื่องปุ๋ยว่าในวิกฤตการณ์พลังงานประเทศไทยน่าจะบริหารจัดการเรื่องน้ำมันได้ในสภาวะค่อนข้างนิ่งแต่ไม่ได้บอกว่ามั่นคง เพราะเราไม่รู้สงครามจะยาวนานเท่าไหร่ แต่ช่วงนี้เราให้ความมั่นใจว่าเรื่องน้ำมันไม่มีคำว่าขาดแคลนหรือมีปัญหาแน่นอน ซึ่งได้มีการตรวจสอบกลุ่ม ปตท.และโลจิสติกส์ต่างๆ แล้วประเทศไทยมั่นใจว่าไม่มีปัญหาเรื่องน้ำมัน

นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเรียน นายหวัง อี้ ว่าถ้าเราบริหารจัดการเรื่องน้ำมันได้แล้วก็ยังมีอีกสองประเด็นใหญ่ถ้าหากไทยได้รับการสนับสนุนจากจีน ประเทศไทยจะไม่มีปัญหาใดๆ ที่เป็นผลกระทบอย่างหนักจนรับไม่ได้จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งเรื่องปุ๋ย อยากให้จีนพิจารณาเรื่องการจำหน่ายปุ๋ย ถ้าเขามีปริมาณมากเพียงพอเพื่อมาช่วยเกษตรกรชาวไทย เพราะประเทศไทยเป็นประเทศทั้งอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ถ้าเราสามารถจัดสรรปุ๋ยให้เพียงพอในประเทศได้ ซึ่งในเรื่องนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ไปเจรจากับรัสเซียด้วย ซึ่งถ้าจีนกับรัสเซียสามารถมีโควตาปุ๋ยมาจำหน่ายในประเทศไทยได้ก็จะทำให้ปัญหาหลักๆ ของไทยแก้ไปได้เยอะ

เมื่อถามว่า ในส่วนของจีนได้มีการขอความร่วมมืออะไรจากไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ประเทศจีนบอกว่าไปกัมพูชามา ซึ่งเขายินดีเป็นตัวกลางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง เขาก็พูดมาว่าท่าทีของกัมพูชาต่อประเทศไทยเหมือนกับว่าไม่อยากสู้รบแล้ว ไม่อยากเผชิญหน้าแล้ว ไม่อยากมีความขัดแย้งแล้ว ทางจีนก็แจ้งให้ไทยทราบ ซึ่งเราบอกไปว่าเราไม่ต้องการมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านใดๆ เลย แต่เราก็มีขั้นตอนที่จะพูดคุย เราต้องมีการสร้างกติกาขึ้นมาก่อนว่าการพูดคุยในทิศทางใดที่จะทำให้ความสัมพันธ์รื้อฟื้นขึ้นมาได้ แต่คงไม่ใช่ชั่วข้ามคืน ต้องมีการสร้างความเชื่อมั่นต่อกันและกัน ความเชื่อถือ ความสัมพันธ์ นี่คือท่าทีที่ตนได้แจ้ง นายหวัง อี้ ไป

เมื่อถามว่า ทางจีนเข้าใจบรรยากาศของเราใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เข้าใจดี เราได้พูดกันลึกพอสมควรว่าปัญหาที่แท้จริงมาอย่างไรและวิธีการแก้ไขควรจะต้องใช้แนวปฏิบัติเช่นใด เมื่อถามว่า จีนมายืนยันความเป็นกลางระหว่างไทยกับกัมพูชา หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราไม่ได้บอกว่าเขามายืนยันความเป็นกลาง เขาบอกประเทศไทยเป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้อง ตนก็ยังบอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศเล็กๆ แต่จีนบอกว่าสำหรับจีนประเทศไทยเป็นประเทศที่ใหญ่ในภูมิภาคนี้ เราไม่จำเป็นต้องให้เขามายืนยันอะไรว่าเป็นกลางหรือไม่เป็นกลาง แต่เราต้องดูท่าที

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยความร่วมมือในการปราบปรามสแกมเมอร์หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็มีการหารือกัน ซึ่งประเทศไทยย้ำว่าไทยให้ความร่วมมือในเรื่องของการปราบสแกรมเมอร์กับจีนมาก จะเห็นได้ว่าคนที่กระทำผิดและคนที่เป็นสแกมเมอร์ตั้งแต่รุ่นใหญ่ถึงรุ่นเล็ก และการที่ประเทศไทยใช้มาตรการเด็ดขาดในการปราบปรามสแกมเมอร์ ทำให้จีนได้ตัวคนเหล่านี้กลับไปดำเนินคดี ถ้าไทยไม่จริงจังในเรื่องนี้หรือพูดเฉยๆ ไม่ปฏิบัติป่านนี้คนเหล่านี้คงวนเวียนมาทำความผิดในประเทศไทย ซึ่งทางจีนก็เห็นถึงท่าทีของไทยและความจริงใจของไทยชัดเจน

เมื่อถามว่า จีนได้แสดงท่าทีมาลงทุนอะไรเพิ่มเติมในไทยหรือไม่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า มีลงทุนมาก ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบเซนเซอร์ต่างๆ หุ่นยนต์ เอไอทั้งหลาย ซึ่งเขามองว่าไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุน

เมื่อถามว่า ที่นายกฯ ขับรถไฟฟ้าพา นายหวัง อี้ ไปรับประทานอาหารกลางวัน มีการชวนเข้ามาลงทุนเรื่องรถไฟฟ้าเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรายืนยันว่าประเทศไทยเปิดกว้างสำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ถ้าต้องการให้ประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจากด้านใดขอให้แจ้งไปเป็นเรื่องๆ

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกัน สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ณ วันนี้เป็นต้นไปคงต้องมาพิจารณาอย่างเข้มข้น ซึ่งประเทศอินโดนีเซียเริ่มเปรยเรื่องการคิดค่าผ่านทางช่องแคบมะละกา ถึงแม้ว่ายังไม่เกิดขึ้น แต่ก็มีความจำเป็นที่ประเทศไทยต้องเริ่มคิดเหมือนกัน เพราะเวลาเกิดเหตุการณ์นอกเหนือการควบคุมแล้วต้องไปผ่านช่องแคบ น่านน้ำของใคร มันเกิดความเสียหายมากขนาดไหน ซึ่งเราต้องพิจารณาของเราประกอบไปด้วย

เมื่อถามว่า การที่ นายหวัง อี้ ระบุว่ากัมพูชาไม่อยากสู้รบแล้ว เหมือนกับว่าจีนพยายามเป็นตัวกลางใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราอย่าเพิ่งไปพยายามเดาใจอะไรเขา เราต้องนึกถึงว่าประเทศไทยจะได้อะไรจากท่าทีนี้ ประเทศไทยจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นหรือไม่ ประเทศไทยจะไม่เสียเปรียบด้านใดเลย อธิปไตยของเราก็ยังมีอยู่ ดินแดนของเรายังเหมือนเดิม ถ้ารัฐบาลจะตัดสินใจในแนวทางใดๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศไทยเป็นหลัก เมื่อถามว่า รวมถึงเรื่องการเปิดด่านชายแดนด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ต้องไปพูดถึงตรงนั้น

เมื่อถามว่า ที่ขับรถพา นายหวัง อี้ ไปรับประทานอาหารกลางวัน นายหวัง อี้ บอกว่าขับรถนิ่มหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวติดตลกว่า บอกนึกว่ามีอาชีพขับแท็กซี่มาก่อน เมื่อถามว่า ถือเป็นนายกฯ คนแรกที่ขับรถให้ นายหวัง อี้ นั่งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะ

ภราดร มอบนโยบาย ป.ป.ท. ย้ำปราบปรามทุจริตอย่างเป็นระบบ

ภราดร มอบนโยบาย ป.ป.ท. ย้ำปราบปรามทุจริตอย่างเป็นระบบ

ภราดร มอบนโยบาย ป.ป.ท. ย้ำปราบปรามทุจริตอย่างเป็นระบบ

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.17 น.

24 เมษายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจให้สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ในการกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) เข้าตรวจราชการและมอบนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐของสำนักงาน ป.ป.ท.พร้อมทั้งรับฟังผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของหน่วยงาน โดยมี นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. , นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. , พันตำรวจโท สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท.ทั้งส่วนกลาง และ ป.ป.ท.เขต 1 – 9 เข้าร่วมฯ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 28 สำนักงาน ป.ป.ท. อาคารซอฟต์แวร์ปาร์ค จ.นนทบุรี และผ่านสื่อระบบอิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting

นายภราดร กล่าวว่า จากคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่แถลงต่อรัฐสภา ข้อ 10.2 ปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายเพื่อขจัดยาเสพติดอย่างจริงจัง ข้อ 20 ราชการทันใจ ผลักดันร่างกฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกและการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชน ซึ่งเป็นระบบหลัก (Super license) ให้แล้วเสร็จและมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วัน และเร่งเสนอร่างชุดกฎหมาย (omnibus law) เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดจากกฎหมายที่ล้าสมัยซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันต่อสภาผู้แทนราษฎรให้มีผลบังคับใช้ภายใน 1 ปี และข้อ 23 แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง ซึ่งจะเห็นได้ว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานทั้งในด้านต่างประเทศและความมั่นคง และด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย มุ่งตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างทันท่วงที ซึ่งจะนำไปสู่การ “ปลดล็อก” ศักยภาพของประเทศในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างแท้จริง ฟื้นคืนความเชื่อมั่นต่อการทำงานของภาครัฐ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในด้านความโปร่งใสและหลักนิติธรรม ทำให้นานาชาติให้การยอมรับประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเดินหน้าเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 คณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ท.เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบน เพื่อยกระดับความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานราชการ และลดโอกาสการเกิดการทุจริตเชิงระบบ โดยมุ่งเน้นการป้องกันเชิงรุกควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชน

ทั้งนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้สำนักงาน ป.ป.ท.ขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ และยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ของประเทศไทยให้สูงขึ้น โดยมีแนวคิดในการจัดตั้งกลไกระดับนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีให้เป็นไปตามกรอบเวลา และสามารถติดตามผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามแนวคิดดังกล่าวต่อไป

นายกฯ เผยสร้างรั้วชายแดนเขมร-มาเลเซีย เริ่มจัดงบแล้ว หวังสร้างประโยชน์สูงสุด-ความมั่นคงชายแดน

นายกฯ เผยสร้างรั้วชายแดนเขมร-มาเลเซีย เริ่มจัดงบแล้ว หวังสร้างประโยชน์สูงสุด-ความมั่นคงชายแดน

นายกฯ เผยสร้างรั้วชายแดนเขมร-มาเลเซีย เริ่มจัดงบแล้ว หวังสร้างประโยชน์สูงสุด-ความมั่นคงชายแดน

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.51 น.

นายกฯ เผยสร้างรั้วชายแดนเขมร-มาเลเซีย เริ่มจัดงบแล้ว หวังสร้างประโยชน์สูงสุด-ความมั่นคงชายแดน 

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการสร้างรั้วชายแดนความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้าง ว่า ดำเนินการไปแล้ว ทั้งชายแดนมาเลเซีย และชายแดนกัมพูชา งบประมาณเบื้องต้นถูกจัดสรรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในพื้นที่จังหวัดแนวชายแดน ส่วนที่เหลือที่อยู่นอกเหนือเฟสแรก เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมาที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ให้แต่ละหน่วยงานทำเรื่องเสนอเข้ามาให้ใช้งบประมาณปกติ และมีหมายเหตุมาว่าถ้างบประมาณไม่พอให้จัดสรรงบกลาง 

เมื่อถามว่า พอจะบอกกรอบระยะเวลาเฟสแรกที่จะเริ่มได้หรือไม่ นายกฯตอบว่า มันมีตัวเลขอยู่ว่าทั้งหมดกี่กิโลเมตร และเริ่มไปแล้วกี่กิโลเมตร และจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการทำให้เรียบร้อย เราไม่มีการสร้างรั้วมาแล้วหยุดสร้าง หรือเว้นไป แล้วไปสร้างใหม่ ไม่อย่างนั้นก็ไม่เกิดประโยชน์ต้องเป็นโครงการที่ต่อเนื่อง และใช้ประโยชน์สูงสุด สร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนให้กับประเทศ ขณะที่ ในเรื่องของการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่ต้องไปพูดถึงตรงนั้น 

เมื่อถามว่า ท่าทีกับคำพูดของกัมพูชายังสวนทาง เพราะยังมีการเติมกำลัง และยั่วยุตลอดเวลา นายกฯ กล่าวว่า ตรงนั้นเราไม่รู้ว่าการยั่วยุระดับไหน และเหตุผลอะไร แต่ไม่ใช่เพราะรัฐบาลสั่งมา ฉะนั้นที่เขายังยั่วยุในเขตของเขา ไม่ได้มาล่วงล้ำดินแดนของเรา เราต้องมีความอดทน และต้องนิ่งพอ ไม่ต้องยั่วยุกลับ ให้ทราบแต่เพียงว่าเกินเส้นนี้ไม่ได้ก็น่าจะโอเค 

คุย หวัง อี้ ไร้เรื่อง MOU 44 อนุทิน ชี้เลิกเพราะ 20 ปีไม่คืบ-สถานการณ์โลกเปลี่ยน

คุย หวัง อี้ ไร้เรื่อง MOU 44 อนุทิน ชี้เลิกเพราะ 20 ปีไม่คืบ-สถานการณ์โลกเปลี่ยน

คุย หวัง อี้ ไร้เรื่อง MOU 44 อนุทิน ชี้เลิกเพราะ 20 ปีไม่คืบ-สถานการณ์โลกเปลี่ยน

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.41 น.

24 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลัง นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าพบถึงกรณีมีการหารือเรื่องการยกเลิกเอ็มโอยู 2544 หรือไม่ ว่า ไม่ได้เจรจา วันนี้เป็นการหารือ ไม่มีอะไรเจรจากัน มีแต่บรรยากาศที่เป็นมิตร เรื่องเอ็มโอยู 44 ไม่ได้พูดถึง เพราะเป็นเรื่องของไทยกับกัมพูชา เป็นเรื่องที่เราดำเนินการภายใต้กรอบ ที่รัฐบาลไทยเห็นว่ามันควรจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า เอ็มโอยู 2543 จะต้องใช้กรอบในการศึกษานานเท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า กำลังทำอยู่ ซึ่งมีการดำเนินการ และเราไม่ได้เลิกเอ็มโอยู 44 เพราะวันนี้มีความขัดแย้ง หรือมีการสู้รบกับกัมพูชา แล้วมายกเลิกซึ่งมันไม่ใช่ แต่เรายกเลิกเพราะ 20 กว่าปีมันไม่ไปไหน ไม่มีความคืบหน้า และบริบท สถานการณ์ของโลกเปลี่ยนไปเยอะ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ไม่เหมือนเดิม ฉะนั้น เรายกเลิกในสิ่งที่อยู่ไปแล้วมันไม่ก่อประโยชน์ใดๆ ให้กับประเทศไทย และคนไทย ส่วนเอ็มโอยุ 43 แสดงให้เห็นความเป็นมืออาชีพของไทย เพราะมีความคืบหน้า มีความเห็นร่วมกันมาแล้วระหว่างสองประเทศ ถ้ามันไม่ใช่ประเด็นแห่งปัญหาเราก็ยังดำเนินต่อไปได้

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านถึงปากีสถาน ขณะผู้แทนสหรัฐเตรียมบินร่วมวง หวังปูทางเจรจาหยุดยิง

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านถึงปากีสถาน ขณะผู้แทนสหรัฐเตรียมบินร่วมวง หวังปูทางเจรจาหยุดยิง

25 เม.ย. 2569 08:53 น.

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านถึงปากีสถาน ขณะผู้แทนสหรัฐเตรียมบินร่วมวง หวังปูทางเจรจาหยุดยิง

รมว.ต่างประเทศอิหร่าน เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค ขณะที่ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ เตรียมเดินทางไปปากีสถาน หวังว่าจะรื้อฟื้นการเจรจาสันติภาพรอบใหม่กับอิหร่าน 

วันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า คณะผู้แทนอิหร่านนำโดยนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (24 เม.ย.)  โดยมีนายอิชัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน พลเอกอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงให้การต้อนรับ

กระทรวงการต่างประเทศปากีสถานระบุว่า นายอารักชีจะเข้าหารือกับผู้นำระดับสูง เพื่อหารือสถานการณ์ในภูมิภาค และความพยายามผลักดันสันติภาพและเสถียรภาพ

ขณะเดียวกัน นางแคโรลีน เลวิตต์  โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ ระบุว่า  ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แก่นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ จะเดินทางไปยังปากีสถานในเช้าวันเสาร์ เพื่อร่วมความพยายามเจรจากับอิหร่าน โดยระบุว่าอิหร่านต้องการเปิดการเจรจา และรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม หากการหารือมีความคืบหน้า

อย่างไรก็ตาม  นายเอสมาอิล บาเกอีโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนจัดการเจรจาโดยตรงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ โดยอิหร่านจะถ่ายทอดจุดยืนผ่านทางปากีสถานเท่านั้น.

สหรัฐฯ ยืนยันส่งคณะผู้แทนเดินทางปากีสถาน หวังรื้อฟื้นเจรจากับอิหร่าน

สหรัฐฯ ยืนยันส่งคณะผู้แทนเดินทางปากีสถาน หวังรื้อฟื้นเจรจากับอิหร่าน

25 เม.ย. 2569 01:21 น.

สหรัฐฯ ยืนยันส่งคณะผู้แทนเดินทางปากีสถาน หวังรื้อฟื้นเจรจากับอิหร่าน

สหรัฐฯ ยืนยันส่ง “สตีฟ วิตคอฟฟ์” และ “จาเร็ด คุชเนอร์” เดินทางเยือนปากีสถาน หวังรื้อฟื้นเจรจากับอิหร่าน หลัง อับบาส อารักชี ผู้แทนฝ่ายอิหร่านเดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด

วันที่ 24 เมษายน 2569 ทำเนียบขาว สหรัฐฯ เปิดเผยว่า จะส่งคณะทูตพิเศษ ได้แก่นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ เดินทางไปยังปากีสถาน ในเช้าวันเสาร์นี้ เพื่อหารือกับฝ่ายอิหร่าน โดยการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นในช่วงที่นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เดินทางถึงกรุงอิสลามาบัด พร้อมคณะผู้แทนกลุ่มเล็ก เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของปากีสถานยืนยันว่า การเดินทางของทั้งสองฝ่ายถือเป็นสัญญาณสำคัญ ที่อาจนำไปสู่การฟื้นการเจรจาโดยตรงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน เพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ การเจรจาระหว่างทั้งสองประเทศตกอยู่ในภาวะชะงักงัน ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าอิหร่านจะยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาหรือไม่

อย่างไรก็ตาม การหารือทางโทรศัพท์ระหว่างอารักชีกับผู้นำปากีสถานในวันเดียวกัน ถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้สถานการณ์เริ่มมีความคืบหน้า และการพบปะในครั้งนี้จึงถูกจับตาว่าอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความพยายามทางการทูต เพื่อคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้ออยู่ในขณะนี้.

ที่มา Aljazeera

ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน เริ่มบังคับใช้แล้ว ฝ่าฝืนเสี่ยงโทษจำคุก

ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน เริ่มบังคับใช้แล้ว ฝ่าฝืนเสี่ยงโทษจำคุก

25 เม.ย. 2569 00:26 น.

ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน เริ่มบังคับใช้แล้ว ฝ่าฝืนเสี่ยงโทษจำคุก

กระทรวงคมนาคมญี่ปุ่นออกกฎใหม่ ห้ามใช้และชาร์จพาวเวอร์แบงก์ระหว่างเที่ยวบิน หลังเกิดเหตุแบตเตอรี่ลุกไหม้หลายครั้ง ฝ่าฝืนเสี่ยงโทษจำคุก

วันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักข่าว NHK รายงานว่า กระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่น ประกาศห้ามใช้ “พาวเวอร์แบงก์” หรือแบตเตอรี่สำรองบนเครื่องบิน สำหรับเที่ยวบินที่ออกจากและเดินทางมาถึงสนามบินในญี่ปุ่น โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา โดยมาตรการนี้มีขึ้นหลังเกิดเหตุหลายครั้งที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเกิดไฟไหม้หรือมีควันภายในห้องโดยสาร ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือ

รายงานข่าวระบุว่า ภายใต้กฎใหม่ ผู้โดยสารจะไม่สามารถใช้พาวเวอร์แบงก์ชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ระหว่างเที่ยวบินได้ รวมถึงห้ามชาร์จตัวพาวเวอร์แบงก์เองผ่านปลั๊กไฟบนเครื่องบิน นอกจากนี้ ยังจำกัดจำนวนพาวเวอร์แบงก์ที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ชิ้นต่อผู้โดยสาร 1 คน ผู้ที่ฝ่าฝืนอาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านเยน หรือประมาณ 150,000 บาท

ขณะที่บรรยากาศที่สนามบินฮาเนดะ ในกรุงโตเกียว พบว่าสายการบินหลายแห่งได้ติดป้ายแจ้งเตือนเกี่ยวกับข้อกำหนดใหม่ โดยผู้โดยสารบางรายยอมรับว่า แม้จะไม่สะดวกที่ไม่สามารถชาร์จอุปกรณ์ระหว่างบินได้ แต่ก็เข้าใจว่ามาตรการนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัย.

ที่มา NHK

สหรัฐขู่ขยายแนวปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่ม ขู่ยิงเรืออิหร่านวางทุ่นระเบิด

สหรัฐขู่ขยายแนวปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่ม ขู่ยิงเรืออิหร่านวางทุ่นระเบิด

24 เม.ย. 2569 23:21 น.

สหรัฐขู่ขยายแนวปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเพิ่ม ขู่ยิงเรืออิหร่านวางทุ่นระเบิด

“พีท เฮกเซธ” รมว.กลาโหมสหรัฐ ย้ำขยายมาตรการปิดล้อมทางทะเล โดยเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 เข้าประจำการในภูมิภาคพร้อมรับมือเรืออิหร่านคุกคาม ไฟเขียวกองทัพยิงทำลายทันที

วันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐจะขยายมาตรการปิดล้อมในช่องแคบฮอร์มุซ โดยเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 เข้าประจำการในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

นายเฮกเซธกล่าวว่า กองทัพสหรัฐมีความพร้อมเต็มที่ในการรับมือ หากอิหร่านดำเนินการวางทุ่นระเบิดหรือคุกคามเส้นทางเดินเรือ โดยย้ำว่ากองทัพเรือจะบังคับใช้มาตรการปิดล้อมอย่างเข้มงวด โดยระบุว่า สหรัฐได้กำหนดการปิดล้อมที่แข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ตั้งแต่อ่าวโอมานไปจนถึงมหาสมุทรเปิด กองทัพเรือของสหรัฐฯ จะดำเนินการโดยไม่ลังเล 

รัฐมนตรีกลาโหมยังระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุญาตให้กองทัพเรือยิงทำลายเรือเร็วของอิหร่านทันที หากพยายามวางทุ่นระเบิดหรือรบกวนการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมระบุว่า ได้สั่งการให้กองทัพยิงและสังหาร เรือขนาดเล็กของอิหร่านที่พยายามวางทุ่นระเบิดในพื้นที่.

อิหร่านยืนยัน รมว.ต่างประเทศเดินทางเยือนปากีสถาน หารือสถานการณ์ตอ.กลาง ส่งสัญญาณฟื้นเจรจาสหรัฐ

อิหร่านยืนยัน รมว.ต่างประเทศเดินทางเยือนปากีสถาน หารือสถานการณ์ตอ.กลาง ส่งสัญญาณฟื้นเจรจาสหรัฐ

24 เม.ย. 2569 21:58 น.

อิหร่านยืนยัน รมว.ต่างประเทศเดินทางเยือนปากีสถาน หารือสถานการณ์ตอ.กลาง ส่งสัญญาณฟื้นเจรจาสหรัฐ

สื่อรัฐบาลอิหร่านยืนยัน “อับบาส อารักชี” เดินทางเยือนปากีสถาน เพื่อหารือสถานการณ์ตะวันออกกลาง ท่ามกลางความหวังเปิดทางเจรจากับสหรัฐอีกครั้ง

วันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักข่าวทางการของอิหร่านรายงานยืนยันว่านายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนปากีสถาน ในวันนี้ เพื่อหารือกับผู้นำปากีสถานเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคและความคืบหน้าความขัดแย้งกับสหรัฐO

รายงานข่าวระบุว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนหลายประเทศ ซึ่งครอบคลุมกรุงอิสลามาบัด มัสกัต และมอสโก โดยมีเป้าหมายเพื่อหารือทวิภาคีและติดตามสถานการณ์สงครามที่อิหร่านระบุว่าเกิดจากสหรัฐและอิสราเอล

ทางด้านแหล่งข่าวฝ่ายปากีสถานระบุว่า ขณะนี้มีความเป็นไปได้สูง ที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถหาทางออกได้ หลังสถานการณ์ตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรุงอิสลามาบัด เปิดเผยว่า การเยือนครั้งนี้อาจเป็นก้าวสำคัญสู่การรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ หลังจากการเจรจารอบก่อนหน้านี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้

รายงานข่าวระบุว่า นายอารักชีได้หารือทางโทรศัพท์กับนายอิชาค ดาร์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถาน ซึ่งย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่ายอิหร่านชื่นชมบทบาทของปากีสถานในการเป็นตัวกลาง แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากสหรัฐเกี่ยวกับการส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมเจรจารอบใหม่ แต่มีรายงานว่า สหรัฐยังคงเตรียมความพร้อมสำหรับการหารือหากเงื่อนไขเอื้ออำนวย

ก่อนหน้านี้ สหรัฐภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าจะไม่กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา หากยังไม่ยกเลิกมาตรการปิดล้อม.

ที่มา AFP

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 25 เมษายน 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 25 เมษายน 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

24 เม.ย. 2569 18:15 น.

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 25 เมษายน 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 25 เมษายน 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์, ดีเซล จากปั๊มน้ำมัน ปตท., บางจาก, พีที, คาลเท็กซ์, ซัสโก้ และเชลล์ ล่าสุดราคาลิตรละกี่บาทแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานการอัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 25 เมษายน 2569 กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ล่าสุด จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด โดยราคาน้ำมันพรุ่งนี้ มีดังนี้

อัปเดตราคาน้ำมัน วันที่ 25 เมษายน 2569

ราคาน้ำมัน “ปตท.” วันที่ 25 เมษายน 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.20 บาท/ลิตร
  • ดีเซล อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.04 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล 62.10 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 51.54 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมัน “บางจาก” วันที่ 25 เมษายน 2569

  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.20 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 62.10 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 98 อยู่ที่ 56.04 บาท/ลิตร
  • GSH E85S EVO อยู่ที่ 31.39 บาท/ลิตร
  • GSH E20S EVO อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
  • GSH91S EVO อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • GSH95S EVO อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 25 เมษายน 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.33 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.95 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 54.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 25 เมษายน 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.20 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ซัสโก้” วันที่ 25 เมษายน 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
  • ดีเซล B20 อยู่ที่ 33.20 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 52.19 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 25 เมษายน 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 56.01 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 42.45 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 42.08 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 35.45 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 40.20 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 62.10 บาท/ลิตร

อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่