ยอดตายแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา พุ่ง 920 ศพ ทีมกู้ภัยนานาชาติเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

ยอดตายแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา พุ่ง 920 ศพ ทีมกู้ภัยนานาชาติเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

27 มิ.ย. 2569 05:20 น.

ยอดตายแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา พุ่ง 920 ศพ ทีมกู้ภัยนานาชาติเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

เวเนซุเอลาวิกฤตหนักหลังแผ่นดินไหว 7.2 และ 7.5 ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 920 ศพ บาดเจ็บกว่า 3,360 ราย ขณะที่หลายประเทศส่งทีมกู้ภัยและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าร่วมภารกิจค้นหาผู้รอดชีวิต

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 รัฐบาลเวเนซุเอลาเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้ง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 920 ศพ และมีผู้บาดเจ็บ 3,360 ราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก และคาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก

เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตตามอาคารที่พังถล่ม โดยเฉพาะในรัฐลากวยรา ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุด รวมถึงกรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศ ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนามและศูนย์การแพทย์ชั่วคราว หลังโรงพยาบาลหลายแห่งไม่สามารถรองรับผู้ป่วยที่หลั่งไหลเข้ามาได้

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลระบุว่า ขณะนี้มีทีมกู้ภัยนานาชาติหลายร้อยคนเดินทางถึงเวเนซุเอลาแล้ว และยังมีอีกหลายชุดกำลังเดินทางเข้ามาสนับสนุนปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ โดยหลายประเทศในทวีปอเมริกา อาทิ บราซิล แคนาดา เม็กซิโก โคลอมเบีย เอลซัลวาดอร์ คิวบา และสหรัฐฯ รวมถึงองค์การสหประชาชาติ ได้ส่งทีมค้นหา เจ้าหน้าที่กู้ภัย และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย ขณะที่ ท่ามกลางความหวังที่ริบหรี่ ครอบครัวผู้สูญหายจำนวนมากยังคงเฝ้ารอข่าวจากเจ้าหน้าที่ 

ทั้งนี้ แผ่นดินไหวทั้งสองครั้งเกิดขึ้นห่างกันเพียงไม่กี่วินาที โดยครั้งที่สองซึ่งมีขนาด 7.5  นับเป็นหนึ่งในแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดของเวเนซุเอลาในรอบกว่าศตวรรษ ส่งผลให้อาคาร บ้านเรือน และโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติซิมอน โบลิวาร์ ในเมืองไมเกเตีย และท่าเรือสำคัญของประเทศ.

ที่มา BBC Aljazeera

ญี่ปุ่นเผชิญฝนถล่มทั่วประเทศ พายุ “เมขลา-ฮีโกส” จ่อขึ้นฝั่ง ยกเลิกเที่ยวบินนับร้อย

ญี่ปุ่นเผชิญฝนถล่มทั่วประเทศ พายุ "เมขลา-ฮีโกส" จ่อขึ้นฝั่ง ยกเลิกเที่ยวบินนับร้อย

27 มิ.ย. 2569 05:07 น.

ญี่ปุ่นเผชิญฝนถล่มทั่วประเทศ พายุ “เมขลา-ฮีโกส” จ่อขึ้นฝั่ง ยกเลิกเที่ยวบินนับร้อย

ญี่ปุ่นเผชิญฝนตกหนักจากอิทธิพลร่องมรสุม ขณะที่พายุโซนร้อน “เมขลา” และ “ฮีโกส” เคลื่อนตัวเข้าใกล้ เสี่ยงดินถล่ม น้ำท่วม และแม่น้ำล้นตลิ่ง หลายพื้นที่ยกเลิกเที่ยวบินและกระทบการเดินรถชินคันเซ็น

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) รายงานว่า หลายพื้นที่ทางตะวันออกและตะวันตกของประเทศยังคงเผชิญฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังดินถล่ม น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ และแม่น้ำเอ่อล้นตลิ่ง เนื่องจากพายุโซนร้อน 2 ลูกกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศ

ทางการประกาศเตือนภัยระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับรองสูงสุด สำหรับความเสี่ยงดินถล่มในบางพื้นที่ของจังหวัดนารา ทางตะวันตกของญี่ปุ่น โดยหมายถึงสถานการณ์ที่อาจเกิดภัยพิบัติได้ทุกเมื่อ และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรอพยพทันที

โดยพายุโซนร้อน “เมขลา” (Mekkhala) เคลื่อนตัวอยู่นอกชายฝั่งภูมิภาคคิวชู และมีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกตามแนวชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ขณะที่พายุโซนร้อน “ฮีโกส” (Higos) กำลังเร่งความเร็วและคาดว่าจะขึ้นฝั่งทางตะวันออกของญี่ปุ่นในช่วงเช้าวันเสาร์ ซึ่งอาจทำให้ฝนตกหนักทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเตือนให้ประชาชนระวังดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน แม่น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงลมกระโชกแรงและคลื่นลมแรงในทะเล

สภาพอากาศเลวร้ายยังส่งผลกระทบต่อการคมนาคม โดยรถไฟความเร็วสูงโทไกโด ชินคันเซ็น อาจยกเลิกหรือเลื่อนการให้บริการในวันเสาร์ ขณะที่ทางด่วนหลายช่วงในพื้นที่ภาคตะวันตกถูกปิดการจราจรแล้ว นอกจากนี้ สายการบินต่าง ๆ ยกเลิกเที่ยวบินแล้วประมาณ 200 เที่ยวบิน เมื่อวันศุกร์ และเตือนว่าการให้บริการในวันเสาร์อาจมีการยกเลิกหรือล่าช้าเพิ่มเติม พร้อมแนะนำผู้โดยสารตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินล่าสุดก่อนเดินทาง.

ที่มา NHK

ยอดตายแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา พุ่ง 589 ศพ ญาติเร่งตามหาผู้สูญหาย ทีมกู้ภัยนานาชาติเข้าช่วย

ยอดตายแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา พุ่ง 589 ศพ ญาติเร่งตามหาผู้สูญหาย ทีมกู้ภัยนานาชาติเข้าช่วย

26 มิ.ย. 2569 23:34 น.

ยอดตายแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา พุ่ง 589 ศพ ญาติเร่งตามหาผู้สูญหาย ทีมกู้ภัยนานาชาติเข้าช่วย

เวเนซุเอลาเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 589 ศพ บาดเจ็บเกือบ 3,000 ราย โรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยไม่ไหว ด้านทีมกู้ภัยจากต่างประเทศเร่งเข้าช่วยเหลือ

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 รัฐบาลเวเนซุเอลาเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.2 และ 7.5 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 589 ศพ ขณะที่มีผู้บาดเจ็บ 2,980 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก

นางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยทั้งในและต่างประเทศกำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างต่อเนื่อง โดยมีทีมกู้ภัยจากหลายประเทศเข้าร่วมภารกิจ รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากสวิตเซอร์แลนด์ 80 นาย และทีมช่วยเหลือจากเม็กซิโก

ตลอดคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ระดมค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากอาคารในกรุงการากัส และรัฐลากวยรา ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับความเสียหายหนัก โดยก่อนหน้านี้สามารถช่วยหญิงรายหนึ่งออกมาจากซากอาคารได้อย่างปลอดภัย ส่วนบรรยากาศในหลายพื้นที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ขณะที่ประชาชนจำนวนมากพยายามติดต่อและตามหาญาติที่ยังสูญหาย 

ด้านแพทย์ในรัฐลากวยรา เปิดเผยว่า โรงพยาบาลหลักทั้ง 2 แห่งของรัฐกำลังเผชิญภาวะผู้ป่วยล้นเกินขีดความสามารถ และขาดแคลนเวชภัณฑ์อย่างหนัก

แผ่นดินไหวทั้งสองครั้งเกิดขึ้นห่างกันประมาณ 1 นาที ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนจำนวนมากพังถล่ม ถนนหลายสายได้รับความเสียหาย และประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องนำที่นอนและเต็นท์ออกมาตั้งพักอาศัยริมถนน เนื่องจากไม่กล้ากลับเข้าไปในอาคารเพราะหวั่นเกิดอาฟเตอร์ช็อก

ทั้งนี้ แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนับเป็นเหตุแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดของเวเนซุเอลานับตั้งแต่ปี 2443 และสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในหลายรัฐทางตอนเหนือของประเทศ.

ที่มา BBC

แผ่นดินไหว 5.6 เขย่าญี่ปุ่นใกล้โตเกียว หยุดเดินรถชินคันเซ็น ยังไร้เตือนสึนามิ

แผ่นดินไหว 5.6 เขย่าญี่ปุ่นใกล้โตเกียว หยุดเดินรถชินคันเซ็น ยังไร้เตือนสึนามิ

26 มิ.ย. 2569 22:29 น.

แผ่นดินไหว 5.6 เขย่าญี่ปุ่นใกล้โตเกียว หยุดเดินรถชินคันเซ็น ยังไร้เตือนสึนามิ

ญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.6 ในจังหวัดยามานาชิ ทางตต.ของกรุงโตเกียว ไม่มีการเตือนสึนามิ แต่ต้องระงับเดินรถชินคันเซ็นบางส่วน ขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังไม่พบความผิดปกติ

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.6 เมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ โดยมีศูนย์กลางอยู่ในจังหวัดยามานาชิ ทางตะวันตกของกรุงโตเกียว อย่างไรก็ตาม ทางการยืนยันว่า ไม่มีความเสี่ยงเกิดสึนามิ

จากแรงสั่นสะเทือน ผู้ให้บริการรถไฟความเร็วสูงโทไกโด ชินคันเซ็น ประกาศระงับการเดินรถชั่วคราวระหว่างสถานีโตเกียวกับสถานีชิซูโอกะ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของเส้นทาง นอกจากนี้ ทางด่วนหลายสายได้รับผลกระทบ ถูกปิดการจราจรชั่วคราว

ด้านผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮามาโอกะ  ในจังหวัดชิซูโอกะ ระบุว่า ยังไม่พบความผิดปกติจากแผ่นดินไหว และระดับกัมมันตรังสีโดยรอบโรงไฟฟ้ายังคงอยู่ในระดับปกติ

สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อกที่อาจเกิดขึ้นในระยะต่อไป และติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด.

ที่มา NHK

เครื่องบินเล็กชนตึกสูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง ของจีน ตำรวจปิดพื้นที่เร่งสอบ

เครื่องบินเล็กชนตึกสูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง ของจีน ตำรวจปิดพื้นที่เร่งสอบ

26 มิ.ย. 2569 21:48 น.

เครื่องบินเล็กชนตึกสูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง ของจีน ตำรวจปิดพื้นที่เร่งสอบ

เกิดเหตุเครื่องบินเล็กลำหนึ่งพุ่งชนอาคาร “CITIC Tower” ตึกระฟ้าสูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง ผนังชั้นนอกได้รับความเสียหาย เศษซากเครื่องบินร่วงลงพื้น ตร.เร่งปิดพื้นที่ตรวจสอบ สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด

 

วันที่ 26 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุเครื่องบินเล็กลำหนึ่งพุ่งชนอาคารซีไอทีไอซี ทาวเวอร์ (CITIC Tower) หรือ “ไชน่า จุน” (China Zun) อาคาร 109 ชั้น ความสูง 528 เมตร ซึ่งเป็นตึกที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง ของจีน ส่งผลให้ผนังกระจกบริเวณชั้นบนของอาคารได้รับความเสียหายและเกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ ขณะที่ซากเครื่องบินตกอยู่บริเวณด้านล่างของอาคาร

พยานในที่เกิดเหตุบันทึกภาพรถดับเพลิงระดมฉีดน้ำดับกลุ่มควันซึ่งพวยพุ่งออกมาจากอาคาร ขณะที่ตำรวจปิดกั้นพื้นที่โดยรอบเพื่ออำนวยความสะดวกในการกู้ภัยและการสอบสวน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของเหตุการณ์ยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานทางการของจีน

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสนใจอย่างมาก เนื่องจากกรุงปักกิ่งมีมาตรการควบคุมการบินเหนือเมืองอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะหลังรัฐบาลจีนประกาศจำกัดการใช้อากาศยานไร้คนขับและการบินในหลายพื้นที่ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้การปรากฏของเครื่องบินเหนือย่านศูนย์กลางธุรกิจถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง

โดยจนถึงขณะนี้ ทางการจีนยังไม่ได้เปิดเผยสาเหตุของอุบัติเหตุ หรือยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเป็นทางการ ขณะที่การสอบสวนยังอยู่ระหว่างดำเนินการ.

ที่มา AFP

‘พลพีร์’ ถก ‘เอกนัฏ-กฟภ.-กฟน.’ พรุ่งนี้ จัดสรรงบ 2 หมื่นล้านดูแลไฟสาธารณะ 

‘พลพีร์’ ถก ‘เอกนัฏ-กฟภ.-กฟน.’ พรุ่งนี้ จัดสรรงบ 2 หมื่นล้านดูแลไฟสาธารณะ 

‘พลพีร์’ ถก ‘เอกนัฏ-กฟภ.-กฟน.’ พรุ่งนี้ จัดสรรงบ 2 หมื่นล้านดูแลไฟสาธารณะ 

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.54 น.

 ‘พลพีร์’ นัดถก ‘เอกนัฏ‘ พร้อม กฟภ. – กฟน. พรุ่งนี้ หาแนวทางจัดสรรงบประมาณ 2 หมื่นล้าน ดูแลไฟสาธารณะ – ไฟถนน ชง ‘อนุทิน’ พิจารณาหลังกลับจากฝรั่งเศส

เมื่อเวลา 17.25 น. วันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย.) จะหารือร่วมกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมถึงการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อหาแนวทางจัดสรรงบประมาณวงเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท สำหรับดูแลระบบไฟฟ้าสาธารณะและไฟส่องสว่างบนถนน 

ทั้งนี้ จะพิจารณาว่างบประมาณหรือรายได้ส่วนใดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำมารับผิดชอบได้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ก่อนนำข้อสรุปเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหลังกลับจากประเทศฝรั่งเศส เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ 

‘พลพีร์’ เผย OTOP Midyear 2026 ยอดขายทะลุ 700 ล้านบาท

‘พลพีร์’ เผย OTOP Midyear 2026 ยอดขายทะลุ 700 ล้านบาท

‘พลพีร์’ เผย OTOP Midyear 2026 ยอดขายทะลุ 700 ล้านบาท

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.51 น.

‘พลพีร์’ เผย OTOP Midyear 2026 ยอดขายทะลุ 700 ล้านบาท ชี้ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ หนุนกำลังซื้อ แม้เศรษฐกิจชะลอตัว

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 17.25 น. ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า อิมแพค เมืองทองธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดงาน OTOP Midyear 2026 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เกินกว่าที่คาดไว้ โดยล่าสุดมียอดจำหน่ายภายในงานอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านบาท แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังชะลอตัว แต่โครงการไทยช่วยไทยพลัส มีส่วนช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนได้เป็นอย่างดี 

ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว ก็ยังได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าผลตอบรับของงานปีนี้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยการคัดเลือกร้านค้าที่เข้าร่วมงาน จะเน้นสินค้าระดับ 3 ดาวขึ้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากทั่วประเทศได้นำสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายและสร้างรายได้

‘กมธ.ป.ป.ช.’ ลงพื้นที่หาดนุ้ย-ฟรีด้อม จ.ภูเก็ต ขีดเส้นเจ้าหน้าที่ 15 วันส่งข้อมูลเร่งสอบ ‘นอมินี-ถือครองที่ดินมิชอบ’

‘กมธ.ป.ป.ช.’ ลงพื้นที่หาดนุ้ย-ฟรีด้อม จ.ภูเก็ต ขีดเส้นเจ้าหน้าที่ 15 วันส่งข้อมูลเร่งสอบ ‘นอมินี-ถือครองที่ดินมิชอบ’

‘กมธ.ป.ป.ช.’ ลงพื้นที่หาดนุ้ย-ฟรีด้อม จ.ภูเก็ต ขีดเส้นเจ้าหน้าที่ 15 วันส่งข้อมูลเร่งสอบ ‘นอมินี-ถือครองที่ดินมิชอบ’

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.37 น.

‘กมธ.ป.ป.ช.’ ลงพื้นที่หาดนุ้ย-ฟรีด้อม จ.ภูเก็ต ขีดเส้นเจ้าหน้าที่ 15 วันส่งข้อมูลเร่งสอบ ‘นอมินี-ถือครองที่ดินมิชอบ’ 

27มิ.ย.2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะกมธฯ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องของจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหาดนุ้ยและหาดฟรีดอม ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินโดยมิชอบ การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ การใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นนอมินี และปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

นายอาสพลธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า กรรมาธิการฯ พร้อมคณะ และ สส.ที่มาวันนี้มาตรวจดูสภาพพื้นที่จริง กรณีหาดนุ้ย ศาลฎีกามีคำพิพากษาตั้งแต่ปี 2557 ว่าการออกโฉนดที่ดินเป็นไปโดยมิชอบ และได้มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯยังได้รับเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่ข้างเคียงอีก 7 แปลง จึงจะรวบรวมข้อเท็จจริงและเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมป่าไม้ และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้าชี้แจงข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณา หากพบว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์เพิ่มเติมหากมีเหตุอันควร

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีหาดฟรีดอม  จากข้อมูลของกรมที่ดิน พบว่า  พื้นที่ดังกล่าวแบ่งออกเป็นที่ดิน 9 แปลง โดยศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์แล้ว 2 แปลง เนื่องจากออกโดยมิชอบ ส่วนอีก 7 แปลง อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาของการออกโฉนดและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าอาจเป็นพื้นที่ป่า ขณะเดียวกัน ยังพบคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในบริเวณหาดฟรีดอมรวม 24 คดี ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของสถานีตำรวจในพื้นที่ โดยบางคดีมีความคืบหน้า ขณะที่บางคดียังไม่สามารถติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ ทั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการฯยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดการดำเนินคดี พร้อมกำหนดกรอบติดตามผลภายใน 90 วัน ก่อนนำเรื่องกลับมาพิจารณาว่าการดำเนินการมีความล่าช้าหรือไม่

นายอาสพลธ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับกรอบระยะเวลาการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการฯนั้น ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุด แต่ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมเอกสารและข้อมูลทั้งหมดส่งมายังคณะกรรมาธิการฯภายใน 15 วัน ผ่านสำนักงานจังหวัดภูเก็ต ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการต่อไป

สุทิน เชื่อปัญหาในมหาดไทย ไม่เกินมือ อนุทิน เหตุมีอำนาจเต็ม คงไม่มีใครกล้าแทรกแซง

สุทิน เชื่อปัญหาในมหาดไทย ไม่เกินมือ อนุทิน เหตุมีอำนาจเต็ม คงไม่มีใครกล้าแทรกแซง

สุทิน เชื่อปัญหาในมหาดไทย ไม่เกินมือ อนุทิน เหตุมีอำนาจเต็ม คงไม่มีใครกล้าแทรกแซง

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.29 น.

“สุทิน” เชื่อปัญหาในมหาดไทยไม่เกินมือ “อนุทิน“ เหตุมีอำนาจเต็ม คงไม่มีใครกล้าแทรกแซง

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทย มอว่ากระทบการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ ว่า ปัญหาความขัดแย้งในกระทรวงมหาดไทยเป็นเรื่องน่าห่วงและเชื่อว่าจะกระทบกับการผลักดันนโยบายสำคัญของรัฐบาล แต่เชื่อว่าปัญหานี้จะแก้ไขได้ในไม่ช้า เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นนายกรัฐมนตรีด้วย มีอำนาจที่สมบูรณ์เช่นนี้ กับปัญหาที่เห็นอยู่ 

“เชื่อว่าไม่เกินมือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ที่มีอำนาจเต็มทั้งคุมประเทศและคุมกระทรวงมหาดไทย เชื่อว่าคงไม่มีอำนาจอื่นใดเข้ามาแทรกแซงอำนาจท่านได้”นายสุทิน กล่าว

นายสุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาเหล่านี้จะมาจากสาเหตุอะไรตนดูแล้วมันมีทุกกระทรวงโดยเฉพาะหากระบบการแต่งตั้งโยกย้ายไม่ยึดหลักคุณธรรมก็มักจะมีปัญหาแบบนี้ตามมา เพราะฉะนั้นใครจะเข้ามาบริหารประเทศต่อไปต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ให้มากด้วย 

‘สีหศักดิ์’ มอง ‘ฮุนเซน’เดินทางเยือนจีนปกติ ขออย่าหวั่นไหวตามข่าวฝั่งกัมพูชา

'สีหศักดิ์' มอง 'ฮุนเซน'เดินทางเยือนจีนปกติ ขออย่าหวั่นไหวตามข่าวฝั่งกัมพูชา

‘สีหศักดิ์’ มอง ‘ฮุนเซน’เดินทางเยือนจีนปกติ ขออย่าหวั่นไหวตามข่าวฝั่งกัมพูชา

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.13 น.

“สีหศักดิ์” ชี้ “ฮุน เซน” เดินทางเยือนจีน ขออย่าหวั่นไหวกับข่าวที่ออกมา เชื่อ “จีน”รู้ต้องวางตัวอย่างไร ย้ำเดินหน้ากรอบ UNCLOS บอกรับได้หากไทยได้ประโยชน์ แต่หากไม่เที่ยงธรรมก็ต้องคุยกันต่อ

วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 16.00 น.ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน จะมีอะไรน่ากังวลหรือไม่ ว่า กัมพูชาก็ไปเยือนตามปกติ เขาก็มีความสัมพันธ์ของเขา ซึ่งเราทราบว่าจีนไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เราจะต้องดูให้ดีอย่าไปหวั่นไหวต่อการรายงานข่าวทุกอย่างที่ออกมา เพราะบางครั้งเป็นรายงานข่าวจากกัมพูชา

“คิดว่าจีนเขารู้ว่าควรจะวางตัวอย่างไร ทั้งเรื่องความสัมพันธ์แบบทวิภาคี ก็ถือเป็นเรื่องปกติของทั้งจีนและกัมพูชา แต่อะไรที่จะมีผลกระทบต่อสถานการณ์ความขัดแย้ง จีนรู้อยู่แล้วว่าควรจะหลีกเลี่ยง อย่าไปหวั่นไหวกับอะไรมากมาย เพราะเป็นข่าวที่กัมพูชาปล่อยออกไปเพื่อเข้าข้างตัวเอง”

เมื่อถามว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ากัมพูชาขอซื้อเครื่องกระสุนจากประเทศจีนนั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เขามีการตกลงกันมาก่อน รวมทั้งจีนก็มีผลประโยชน์ในกัมพูชาบางเรื่อง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ปัญหาไทย-กัมพูชา เช่น ฐานทัพที่เขามีอยู่ ซึ่งจีนอาจจะมาในบริบทแบบนั้น แต่อะไรก็ตาม จะต้องทำอะไรไม่ให้กระทบต่อความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจจะออกไปในแนวทางเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ตนเชื่อว่าจีนรู้ดีและข่าวที่ออกไปเราก็รู้ว่าความเคลื่อนไหวต่าง ๆ เป็นอย่างไร

ส่วนกระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ยังคงดำเนินตามปกติใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ ระบุว่า ยังคงเดินหน้าต่อไป เรื่องกรอบดังกล่าวเราต้องดูในรายละเอียดและข้อเท็จจริงต่าง ๆ ว่าสุดท้ายผลลัพธ์และแนวทางในการแก้ปัญหาเขตแดนทางทะเลระหว่างสองประเทศจะเป็นอย่างไร หากดีก็อาจจะรับได้ แต่ถ้าคิดว่าไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของไทย หรือไม่เที่ยงธรรมก็คงต้องคุยกันต่อ