สุริยะใส ปูด เฉินจือ เจ้าพ่อสแกมเมอร์ จ่อแฉบิ๊กการเมืองไทย เป็นหุ้นส่วนใหญ่

สุริยะใส ปูด เฉินจือ เจ้าพ่อสแกมเมอร์ จ่อแฉบิ๊กการเมืองไทย เป็นหุ้นส่วนใหญ่

สุริยะใส ปูด เฉินจือ เจ้าพ่อสแกมเมอร์ จ่อแฉบิ๊กการเมืองไทย เป็นหุ้นส่วนใหญ่

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.23 น.

วันที่ 19 มกราคม 2569 นายสุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ยุ่งละ “เฉินจือ” เจ้าพ่อสแกมเมอร์ แฉบิ๊กการเมืองไทยหลายคน เป็นหุ้นส่วนใหญ่”

เกม พงศ์พล ขี่ซาเล้งบุกวัดสร้อยทอง-ชุมชนสีน้ำเงิน ฟังเสียงสะท้อนเน็ตช้า-ยาเสพติด

เกม พงศ์พล ขี่ซาเล้งบุกวัดสร้อยทอง-ชุมชนสีน้ำเงิน ฟังเสียงสะท้อนเน็ตช้า-ยาเสพติด

เกม พงศ์พล ขี่ซาเล้งบุกวัดสร้อยทอง-ชุมชนสีน้ำเงิน ฟังเสียงสะท้อนเน็ตช้า-ยาเสพติด

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.17 น.

‘เกม พงศ์พล’ เบอร์ 1 เขต 7 ปชป. ขี่ซาเล้งบุกวัดสร้อยทอง-ชุมชนสีน้ำเงิน ฟังเสียงสะท้อน ‘เน็ตช้า-ยาเสพติด’ ลั่นขอเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่แก้ปัญหาจริง

19 มกราคม 69 นายพงศ์พล เตมีย์ (เกม) ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขต 7 (ดุสิต-บางซื่อ) เบอร์ 1 จากพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ณ วัดสร้อยทอง และชุมชนสีน้ำเงิน โดยไฮไลต์สำคัญคือการขี่รถซาเล้งและเดินเข้าถึงตรอกซอกซอยเพื่อรับฟังปัญหาจากปากชาวบ้านอย่างใกล้ชิด

นายพงศ์พล เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตั้งแต่เวลา 11:00–13:00 น. ได้รับฟังเสียงสะท้อนสำคัญ 2 เรื่องใหญ่ คือ ปัญหาอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ซึ่งกระทบต่อการเรียนออนไลน์และการประกอบอาชีพของคนในชุมชน และ ปัญหาความกังวลด้านยาเสพติด ที่ยังเป็นภัยคุกคามความปลอดภัย

“ในฐานะคนรุ่นใหม่ ผมเข้าใจดีว่าเน็ตไม่ใช่แค่เรื่องบันเทิง แต่คือโอกาสทางเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องยาเสพติดคือความมั่นคงของสถาบันครอบครัว ผมขอรับทุกปัญหาไว้เพื่อประสานงานและผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นจริง เพราะการ Move Thailand ต้องเริ่มจากการ Move ชุมชนให้ดีขึ้นก่อนครับ” นายพงศ์พล กล่าว

อนุทิน ซัดแรง นึกไม่ถึงคนมีการศึกษา จะเล่นเกมสกปรก หลังถูกปล่อยเฟกนิวส์ แม่ดองอิตาเลียนไทย

อนุทิน ซัดแรง นึกไม่ถึงคนมีการศึกษา จะเล่นเกมสกปรก หลังถูกปล่อยเฟกนิวส์ แม่ดองอิตาเลียนไทย

อนุทิน ซัดแรง นึกไม่ถึงคนมีการศึกษา จะเล่นเกมสกปรก หลังถูกปล่อยเฟกนิวส์ แม่ดองอิตาเลียนไทย

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.14 น.

“อนุทิน” ซัดแรง นึกไม่ถึงคนมีการศึกษา จะเล่นเกมสกปรก หลังอดีตผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคก้าวไกล ปล่อยเฟคนิวส์แม่เป็นดองอิตาเลียนไทย ยันไม่ได้ดำเนินคดีเอง แต่เป็นสิทธิ์พรรค – ผู้สมัคร ทำได้ หากกระทบคะแนนเสียง ร้องโห ถ้ามัวแต่กังวลสาดโคลน ช่วงเลือกตั้ง คงอยู่บ้านดีกว่า 

วันที่ 19 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 16.35 น. ที่โรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีอดีตผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 59 พรรคก้าวไกล โพสต์เฟคนิวส์ว่า  นพ.ชัยยุทธ กรรณสูต ผู้ก่อตั้งบริษัทอิตาเลียน-ไทย เป็นพี่ชายของมารดา นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินจึงเป็นหลานชายแท้ๆ ของ นพ.ชัยยุทธ นั้น

โดยนายอนุทิน ระบุว่า ตนได้เขียนชี้แจงไปแล้ว แม่ตนแซ่เบ๊ แซ่เดียวกับนายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นคนกวางตุ้ง เกิดที่ตรอกสุริโยทัย แถววัดดอนยานนาวา ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร

“เดี๋ยวนี้ไม่มีหนังสือขายหัวเราะแล้ว สมัยผมเด็กๆมีหนังสือขายหัวเราะ เขียนอะไรโจ๊ก เขียนอะไรที่มันไม่มีข้อเท็จจริง แต่นึกไม่ถึงว่าคนระดับนี้ เป็นผู้ที่มีการศึกษา จะเล่นเกมสกปรกแบบนี้เท่านั้นเอง”

เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคเขาก็ว่ากันไป แต่ส่วนตัวตนไม่ได้ถือสาอะไร แต่หากจะทำให้คนเข้าใจพรรคผิด หรือทำให้ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย รู้สึกว่าเดือดร้อน เพราะประชาชนเข้าใจผิด ทำให้อาจจะเสียความนิยม ก็มีสิทธิ์ที่จะไปดำเนินคดี แต่ยืนยันว่าไม่ได้มาจากตนเอง

เมื่อถามต่อว่ากังวลหรือไม่ ช่วงโค้งสุดท้ายที่เกิดการดิสเครดิต นายอนุทิน ร้องโอ้โห ก่อนจะบอกว่า ถ้ามัวแต่กังวล ก็คงอยู่บ้านดีกว่ามั้ง

อนุทินยันสัมพันธ์บิ๊กแจ๊สยังแนบแน่น ปรารถนาดีต่อกัน แม้เปิดตัวหนุนกล้าธรรม

อนุทินยันสัมพันธ์บิ๊กแจ๊สยังแนบแน่น ปรารถนาดีต่อกัน แม้เปิดตัวหนุนกล้าธรรม

อนุทินยันสัมพันธ์บิ๊กแจ๊สยังแนบแน่น ปรารถนาดีต่อกัน แม้เปิดตัวหนุนกล้าธรรม

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 18.10 น.

“อนุทิน” ยันสัมพันธ์ “บิ๊กแจ๊ส” ยังแนบแน่น ปรารถนาดีต่อกัน แม้เปิดตัวหนุน “กล้าธรรม” 

19 ม.ค.69 เมื่อเวลา 16.35 น. ที่ โรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (อบจ.) เปิดใจสนับสนุนพรรคกล้าธรรม  ซึ่งก่อนหน้านี้บอกว่าจะมาช่วยงานพรรคภูมิใจไทย ว่า ท่านก็ยังบอกว่า “รักผมอยู่นิ ต้องถามให้จบ” แต่แนวทางในการทำงานทางการเมืองถือเป็นเรื่องปกติ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างตนกับพลตำรวจโท คำรณวิทย์ ยังแนบแน่นและปรารถนาดีต่อกันตลอดเวลา ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งจริงๆ เราไม่ได้คุยกันด้วย 

ส่วนการเมืองในจังหวัดปทุมธานีจะเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า “In the name of the game” การทำงานทางการเมืองเราต้องทำสุดความสามารถ ให้ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน แต่อยากไปทำร้ายนอกเกมกัน และอย่าไปเขียนข่าวหลอกลวงประชาชน เขียนข่าวด้อยค่าพรรคอื่นๆ ซึ่งควรทำตามพรรคภูมิใจไทย ที่ทำแต่งานไม่เคยคิดถึงคนอื่นจะเป็นอย่างไร ให้ประชาชนได้เห็นหน้างานในส่วนของเราเป็นอย่างไร จะทำงานให้ได้และทำให้เกิดประโยชน์ได้หรือไม่ ซึ่งจะไม่ไปด้อยค่าหรือวิพากษ์วิจารณ์เสียๆ หายๆ กับคนอื่น

พ่อเจ ไม่ทน เชือด เพจดังปล่อยข่าวปลอม เจ้าขุน เจ้านาย

พ่อเจ ไม่ทน เชือด เพจดังปล่อยข่าวปลอม เจ้าขุน เจ้านาย

พ่อเจ ไม่ทน เชือด เพจดังปล่อยข่าวปลอม เจ้าขุน เจ้านาย

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.15 น.

จากกรณีก่อนหน้านี้ที่มีเพจเฟซบุ๊กเพจหนึ่งโพสต์ข้อความ “Breaking : เจ้าขุน เจ้านาย ทะเลาะกับพ่อเจ หลังจากพ่อเจกับลุงโจจะเลือกรวมไทยสร้างชาติ แต่เจ้าขุนเจ้านาย จะเลือกพรรคส้ม เพราะไม่อยากเป็นทหาร” ทำเอาแฟนคลับของเจ้าขุนและเจ้านายออกมาถกเถียงกันร้อนแรงบนโลกออนไลน์นั้น

ล่าสุดวันนี้ 19 มกราคม พ.ศ. 2569 เจ เจตริน หรือ เจตริน วรรธนะสิน ดารานักร้องชื่อดังของเมืองไทย พ่อของเจ้าขุนและเจ้านาย ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมภาพแคปจากเพจดังกล่าว ว่า “คนโพสต์ คนแชร์ คนเลิฟ รอพี่แป๊ปนึงนะจ๊ะ พี่เอ็นจอยสโนบอร์ด  [????]   [????????]  แปปนึง #fakenews #SCAMMER #haters ลักษณะการสร้างโพส fake news แบบนี้ วิญญูชนก็อ่านออกว่า ต้องการเชียร์พรรคการเมืองใด ซึ่งการกระทำแบบนี้คงอยากได้แค่ยอดไลค์ยอดแชร์จากด้อม กลุ่มเดิมๆ แต่ในความเป็นจริง คนทั่วไปอีกจำนวนมากจะยิ่งมองเห็นในความสกปรกและเสื่อมความนิยมจากพรรคนี้ลงไปเรื่อยๆ อย่างที่เป็นอยู่ จากน้ำมือของพวกเค้าเอง”

เจ เจตริน

ก่อนที่ในเวลาต่อมา เจ เจตริน จะคอมเมนต์เพิ่มเติมใต้โพสต์ของตัวเอง ว่า “ลักษณะการสร้างโพส fake news แบบนี้ วิญญูชนก็อ่านออกว่า ต้องการเชียร์พรรคการเมืองใด ซึ่งการกระทำแบบนี้คงอยากได้แค่ยอดไลค์ยอดแชร์จากด้อม กลุ่มเดิมๆ แต่ในความเป็นจริง คนทั่วไปอีกจำนวนมากจะยิ่งมองเห็นในความสกปรกและเสื่อมความนิยมจากพรรคนี้ลงไปเรื่อยๆ อย่างที่เป็นอยู่ จากน้ำมือของพวกเค้าเอง”

เจ เจตริน

ทำให้ชาวเน็ตต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นสนับหนุนดารานักร้องชื่อดัง เจ เจตริน ให้ดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊กนี้กันจำนวนมาก เช่น

“ต้องจัดสักหน่อยค่ะ จะได้หายสนุก”

“จัดหนักไปเลยป๋า”

“เดี๋ยวพ่อมา 55555”

“เลวทุกมิติจริงๆ จัดหนัก จัดเต็มเลยครับพี่ สิ่งมีชีวิตบางอย่างก็ต้องการ การดัดสันดาน ไม่งั้นจะได้ใจทำไปเรื่อย”

“555555555 ขยันคิด ขยันทำ เกิ้น 

“โห..พี่แข็งแรงมากครับ ยังเล่น snow broad อยู่ อยากเล่นบ้างจัง..คิดถึง snowbroad…”

“จัดฮะ”

“เอามันสักทีฮะ”

“อายุความ 3 เดือนหลังจากพี่เห็นข้อความ เล่นบอร์ดไปก่อนครับพี่ ไว้ว่าง ๆ ครับ”

เจ เจตริน
เจ เจตริน
เจ เจตริน
เจ เจตริน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Jetrin Wattanasin  (JJetrin)

จัดหนักทุกข้อหา พรรคประชาชน เดินหน้าฟ้อง ชูวิทย์ จงใจใส่ร้ายป้ายสี

จัดหนักทุกข้อหา พรรคประชาชน เดินหน้าฟ้อง ชูวิทย์ จงใจใส่ร้ายป้ายสี

จัดหนักทุกข้อหา พรรคประชาชน เดินหน้าฟ้อง ชูวิทย์ จงใจใส่ร้ายป้ายสี

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.43 น.

วันนี้ 19 มกราคม พ.ศ. 2569 นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือ เจี๊ยบ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกมาเคลื่อนไหวบนโลกออนไลน์โพสต์ภาพพร้อมแคปชั่นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึง ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และยังมีลิงก์คลิปวิดีโอของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน รวมอยู่ด้วย โดยมีข้อความระบุว่า “จำเป็นต้องดำเนินคดี”

ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นภาพของเจ้าตัวในชุดสีส้มพร้อมผลไม้อย่างส้ม โดยมีข้อความตัวอักษรอยู่ภายในว่า “พรรคประชาชนจะไม่ทนกับคนอย่างชูวิทย์อีกต่อไป จัดหนักดำเนินคดีทุกข้อหา ที่จงใจใส่ร้ายป้ายสี เพื่อหวังผลทางการเมือง”

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล

ส่วนลิงก์คลิปวิดีโอนั้นเป็นข่าวของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าว ระบุว่า จะแจ้งความเอาผิดบุคคล นักการเมือง จนถึงเพจไอโอ ใส่ร้ายป้ายสีพรรคประชาชน

ชาวเน็ตจำนวนมากต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันมากมายกับกรณีนี้ ซึ่งคอมเมนต์ส่วนใหญ่ต่างก็มีสนับสนุนโพสต์ของ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เช่น

“ให้เค้าพูดเยอะๆ คะแนนจะได้ถล่มทลาย ได้จัดตั้ง รัฐบาลพรรคเดียวไปเลย”

“จะเลือกส้มโว้ย”

“จิ้งเหลนเปลี่ยนสี เมากัญชา จนตาลาย”

“สรุป ชูวิทย์ เป็นมะเร็งที่ตับ หรือที่ ปาก ระยะสุดท้ายคับ”

“ดีค่ะเห็นชอบด้วยจัดซะบ้างเอาหนักไปเลยคะ”

“เอามันเลยหมั่นเขี้ยวจริงๆ”

“ดีครับ เห็นด้วยครับ”

“ไม่เคยเชื่อคนอย่างชูวิทย์ยังไงก็ส้มค่ะ “

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล 

‘ชิดชนก พวงเพ็ชร์’ ภูมิใจไทย ปทุมฯ เขต2 ลุยอ้อนขอคะแนนตลาดสามโคก-ปชช.ตอบรับล้นหลาม

‘ชิดชนก พวงเพ็ชร์’ ภูมิใจไทย ปทุมฯ เขต2 ลุยอ้อนขอคะแนนตลาดสามโคก-ปชช.ตอบรับล้นหลาม

‘ชิดชนก พวงเพ็ชร์’ ภูมิใจไทย ปทุมฯ เขต2 ลุยอ้อนขอคะแนนตลาดสามโคก-ปชช.ตอบรับล้นหลาม

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.21 น.

ดุเด็ดเผ็ดมันส์! นก ‘ชิดชนก พวงเพ็ชร์’ ภูมิใจไทย ปทุมฯ เขต2 ลุยอ้อนขอคะแนนตลาดสามโคก-ประชาชนตอบรับล้นหลาม

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2569 สมรภูมิการเมืองจังหวัดปทุมธานีปะทุร้อนแรงขึ้นมามากขึ้นทุกวัน หลายพรรคเดินหน้าใส่เกียร์ห้าลุยหาเสียงไม่เว้นวันหยุดราชการ หนึ่งในพรรคที่ขยันหาเสียงอ้อนพ่อยกแม่ยกแบบไม่ขาดสายเดินทางไปตามพื้นที่ต่างๆมากมายเรียกเสียงฮือฮาจากพี่น้องประชาชนได้ไม่น้อย นั่นก็คือ พรรคภูมิใจไทย ที่นำทัพโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยในจังหวัดปทุมธานี เขต2 นายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี หลายสมัย ตำบลบ้านงิ้ว อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ได้ส่งบุตรสาวอย่าง นก ‘ชิดชนก พวงเพ็ชร์’ ลงชิงชัยในศึกเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งนับได้ว่าเป็นการเล่นการเมืองครั้งแรกของเธอก็ว่าได้ ซึ่งเธอได้หมายเลข 7

โดยล่าสุด นก ‘ชิดชนก พวงเพ็ชร์’ สวมหัวใจหญิงแกร่งเดินหน้าลุยลงพื้นที่หาเสียงไปในพื้นที่อำเภอสามโคก ท่ามกลางกระแสตอบรับอย่างคึกคักจากพี่น้องประชาชน โดยมีพ่อค้าแม่ และชาวบ้านจำนวนมากต่างเข้ามาทักทาย ขอจับมือ สวมกอด และขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งเข้ามาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง พร้อมบอกเล่าสะท้อนถึงปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ และเศรษฐกิจฐานรากที่ยังต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้นก ‘ชิดชนก’ ยังให้คำมั่นสัญญากับประชาชนว่าพูดแล้วทำ การลงมือทำคือคำตอบ คนปทุมไม่ทิ้งกัน และให้คนปทุมธานีเชื่อใจตนว่าทำได้ และที่สำคัญจะยึดหลักนโยบายของพรรคภูมิใจไทยมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน เน้นนโยบายที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเฉพาะในต่างจังหวัดและระดับท้องถิ่นโดยมีเป้าหมาย 4 ปี เพื่ออนาคตประเทศไทย

– คนละครึ่งพลัส ขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win

-เรียนฟรีต้องมีจริงแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ ไวไฟฟรี เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา

-1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด นำลูกหลานกลับสู่ครอบครัว

-บัตรสวัสดิการ พลัส คนที่ ”ไม่จน” จริงจะถูกยกเลิกบัตรฯ

-พร้อมก่อนภัย เคียงข้างไทยทุกสถานการณ์พร้อมจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติ

-ติดปีก SMEs สร้างรายได้ของ “คนตัวเล็ก” ที่รัฐควรให้การสนับสนุน โดยมีนโยบาย  เมดอินไทยแลนด์ SMEs พลัส

-ค่าไฟต่ำ 3 บาท ราคาพลังงาน โดยเฉพาะไฟฟ้า ถือเป็นรายจ่ายสำคัญสำหรับครอบครัวคนไทยทั่วประเทศกว่า 29 ล้านครัวเรือน

และอื่นๆอีกมากมายตามลิงก์ https://election.bhumjaithai.com/policies

การเลือกตั้งในครั้งนี้ร้อนแรงยิ่งกว่าพริก 10 เม็ด และสนามจังหวัดปทุมธานีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก และชื่อชั้นของ นก ‘ชิดชนก พวงเพ็ชร์’ ภูมิใจไทย ปทุมฯ เขต2 หมายเลข 7 จะผงาดขึ้นมาชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ได้หรือไม่ แม้ว่าเธอจะลงเล่นการเมืองเป็นครั้งแรก แต่..เธอก็คืออีกคนหนึ่งที่เป็นตัวเต็งที่มีโอกาสจะชนะเลือกตั้งครั้งนี้ได้เช่นกัน!!

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สุชาติ-มนูภาน 2 กรรมการ ป.ป.ช. พ่วงแต่งตั้ง สุรพงษ์ เลขาฯ ป.ป.ช.

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สุชาติ-มนูภาน 2 กรรมการ ป.ป.ช. พ่วงแต่งตั้ง สุรพงษ์ เลขาฯ ป.ป.ช.

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สุชาติ-มนูภาน 2 กรรมการ ป.ป.ช. พ่วงแต่งตั้ง สุรพงษ์ เลขาฯ ป.ป.ช.

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “สุรพงษ์” นั่งเลขา ป.ป.ช. คนใหม่  “สุขาติ-มนูภาน” เป็น กรรมการ ป.ป.ช. หลัง “พล.ต.อ.วัชรพล-สุวณา” พ้นตำแหน่ง 

วันที่ 19 มกราคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร ข้าราชการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ้นจากตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2569ประกาศ ณ วันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569  ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

พร้อมกันนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ยังได้เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสุชาติ สุนทรีเกษม และนายมนูภาน ยศธแสนย์ เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แทนพลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ที่พ้นจากตำแหน่งประธาน ป.ป.ช.เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ และนางสุวรรณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ป.ป.ช. ที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง โดยให้มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป 

ประกาศณวันที่ 17 มกราคม 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน โดยมีนายมงคล สุรสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ 

‘ปวงชนไทย’ผุดไอเดียนโยบาย ‘ห้องเย็นชุมชน’ เพื่อเกษตรกร แก้ปัญหาราคาตก

'ปวงชนไทย'ผุดไอเดียนโยบาย 'ห้องเย็นชุมชน' เพื่อเกษตรกร แก้ปัญหาราคาตก

‘ปวงชนไทย’ผุดไอเดียนโยบาย ‘ห้องเย็นชุมชน’ เพื่อเกษตรกร แก้ปัญหาราคาตก

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.06 น.

หมดปัญหายิ่งทำยิ่งจน! ‘ปวงชนไทย’ผุดไอเดียนโยบาย ‘ห้องเย็นชุมชน’ เพื่อเกษตรกรทั้งประเทศ แก้ปัญหาผลผลิตไร้ที่เก็บ ทำราคาตก

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2569 นายวิทยา ติรณะประกิจ รองหัวหน้าพรรคปวงชนไทย และโฆษกพรรคปวงชนไทย กล่าวว่า หลังจากพรรคปวงชนไทยลงพื้นที่เข้าถึงกลุ่มเกษตรกร พบว่า วันนี้ปัญหาของเกษตรกรไทย ไม่ใช่เพียงปลูกแล้วขายไม่ได้ แต่คือ “โครงสร้างทั้งระบบ” ที่ทำให้พี่น้องเกษตรกรต้องขายของในวันที่ราคาตก ถูกบังคับให้ขายเร็ว เพราะ “ไม่มีที่เก็บ” ไม่มีจุดพักผลผลิต ไม่มีระบบความเย็นที่ได้มาตรฐาน จนเกิดวงจรซ้ำ ๆ คือ ผลผลิตล้นตลาด ราคาตก รายได้หาย หนี้เพิ่ม ที่หนักกว่านั้นคือการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว (Post-harvest loss) สูงถึง 25–40% โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ซึ่งเท่ากับว่า เกษตรกรทำงานหนักเท่าเดิม แต่รายได้ถูก “หักออก” ก่อนถึงมือประชาชน เพราะประเทศไทยยังขาด “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่ช่วยรักษาคุณค่าของผลผลิตอย่างจริงจัง 

นายวิทยา กล่าวว่า พรรคปวงชนไทยจึงเสนอ นโยบายห้องเย็นชุมชน เพื่อเปลี่ยนวิธีคิดจาก “แก้ปลายเหตุด้วยการเยียวยา” มาเป็น “แก้ต้นเหตุด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่ทำเงินได้จริง” เพราะ ห้องเย็นไม่ใช่ของแจก แต่คือ “เครื่องมือเพิ่มอำนาจต่อรอง” ให้เกษตรกร หัวใจของนโยบาย คือเก็บได้ก่อน จึงขายได้ดี

ห้องเย็นชุมชน คือโครงสร้างพื้นฐานระดับท้องถิ่น ให้เกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตไว้รอช่วงราคาดีส่งต่อเข้าสู่ระบบแปรรูป ลดการจำใจขายแบบถูกกดราคา โดยมีเป้าหมายชัดเจน ไม่ใช่ประชานิยม แต่เป็น “ประชาประโยชน์” เนื่องจากนโยบายนี้ตั้งเป้าผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้ คือ ลดการสูญเสียหลังเก็บเกี่ยวอย่างน้อย 30% เพิ่มรายได้เกษตรกรเฉลี่ยอย่างน้อย 15% ให้ผลผลิตอย่างน้อย 40% ผ่านระบบห้องเย็น การใช้ประโยชน์ห้องเย็นไม่น้อยกว่า 80% ครัวเรือนเกษตรกรได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านครัวเรือน 

นโยบายห้องเย็นชุมชนของพรรคปวงชนไทยนี้ออกแบบ 3 ระดับ ครอบคลุมทั้งประเทศ (ทำได้จริง) ได้แก่

ห้องเย็นขนาดเล็กระดับตำบล (Mini Cold Room) ระดับตำบล 10–20 ตัน (เข้าถึงเกษตรกรรายย่อย)

ศูนย์ห้องเย็นชุมชน (Community Cold Hub) ระดับอำเภอ 50–80 ตัน (สหกรณ์/วิสาหกิจชุมชน)

และคลังห้องเย็น (Provincial Cold Storage) ระดับจังหวัด 200–400 ตัน (ตลาดกลาง/แปรรูป/ส่งออก) 

นโยบายห้องเย็นชุมชนของพรรคปวงชนไทย รวมเป้าหมาย 3,877 ห้องเย็น ครอบคลุมพื้นที่เกษตรหลักทั่วประเทศ นี่คือการลงทุน ไม่ใช่การใช้เงินทิ้งงบประมาณรวม 5 ปี 16,294 ล้านบาท เน้นร่วมทุนหลายทาง งบกลางรัฐบาล งบจังหวัด เงินสมทบเอกชนแบบ PPP และสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชน 

บริหารแบบโปร่งใส ใช้ระบบเทคโนโลยีตรวจสอบที่ทันสมัยมีระบบอินเทอร์เน็ตในสรรพสิ่ง (IoT) ตรวจอุณหภูมิเรียลไทม์และระบบคิวอาร์โค้ดติดตามสินค้า (QR Tracking) เชื่อมฐานข้อมูลรายงานสาธารณะประจำปี ตรวจสอบโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

สิ่งที่เกษตรกร “ได้จริง” คือขายช้าลงได้เมื่อจำเป็น สามารถต่อรองราคาเพิ่มได้จริง ลดการเทขาย ทำให้ราคาตลาดไม่พังเป็นโดมิโน มีงานในท้องถิ่นเพิ่ม มากกว่า 30,000 ตำแหน่ง และรายได้เกษตรกรเพิ่มรวม มากกว่าหรือเท่ากับ 25,000 ล้านบาท/ปี 

นี่คือ “ประชาประโยชน์ที่ยั่งยืนกว่า” ประชานิยม เพราะไม่ใช่แจกครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นการสร้าง “โครงสร้างทำเงิน” ให้เกษตรกรไทยมั่งคั่ง มั่นคงอยู่ได้ยาว

ศึกกีฬาสีการเมือง! นักเขียนดัง วิเคราะห์พรรคไหนคือตัวจริง พรรคไหนแค่ขายฝัน?

ศึกกีฬาสีการเมือง! นักเขียนดัง วิเคราะห์พรรคไหนคือตัวจริง พรรคไหนแค่ขายฝัน?

ศึกกีฬาสีการเมือง! นักเขียนดัง วิเคราะห์พรรคไหนคือตัวจริง พรรคไหนแค่ขายฝัน?

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.59 น.

วันที่ 19 มกราคม 2569 นายปฏิพล อภิญญาณกุล นักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก “Padipon Apinyankul” ระบุว่า  กีฬาสี 

สีน้ำเงิน เริ่มต้นจากทีมเล็ก ๆ ค่อยเติบโตเป็นทีมกลาง ๆ อันเป็นม้านอกสายตาในระยะต้น . จนเกิดการแย่งลู่วิ่งของพวกสีใหญ่ สีน้อย วุ่นวาย ม้านอกสายตา ถึงถูกดึงเข้ามาทำหน้าที่รักษาเส้นทางชั่วคราวไว้ก่อน . เหมือนหลอกใช้ชั่วคราว บังเอิญสีน้ำเงิน ประเมินการณ์ได้ถูกต้อง ดึงคนภายนอกมาช่วย และประสานสีเขียวภายในจัดการศัตรูผู้รุกรานได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ 

– โต้ตอบพวกผิวขาวตกกระ บนเวทีโลกได้อย่างสมเกียรติ 

การแข่งขันครั้งนี้ สีน้ำเงินจึงเสนอตัวมาแก้ในสิ่งที่ทำไว้และยังค้างคา คือแก้ปัญหาชายแดน และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

สีฟ้า เป็นทีมที่มีประสบการณ์เส้นทางในลู่วิ่งมากที่สุด ผ่านหนาวผ่านร้อน จากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุด และจากจุดสูงสุด ลดลงเหลือต่ำสุด มาแล้ว คณะในทีมนี้ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญเก่ง ๆ ในหลายด้าน . แต่บังเอิญเพราะเก๋าเกิน จึงลื่นล้มด้วยประสบการณ์เดิม ๆ ไม่ทันต่อคนเชียร์ แถมตลอดเส้นทางเดิมนั้นถูกรุมตีจากสีแดงมาโดยตลอด จนกลายเป็นวิกฤตศรัทธา แม้จะเก่ง จะอยู่สนามมานาน แต่เมื่อวิกฤตศรัทธาเกิดขึ้น ส่งผลทำให้ถูกมองข้ามไป 
การแข่งขันครั้งนี้ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความยากจน ปัญหาข้อกฏหมาย ไม่ได้สำคัญเท่าการแก้วิกฤตศรัทธา  ถ้าวันใดแก้วิกฤตศรัทธาได้ วันนั้นผู้คนจะกลับมาอีกครั้ง

สีแดง ทีมที่อุดมไปด้วยทรัพยากร ก่อตั้งมาจากหัวหน้าที่กระเป๋าตุง และชอบขายฝันจนล้น ล้นกว่าความเป็นจริง  แต่ในขณะที่ขายฝันให้คนเคลิ้ม ก็หยิบเอาผลประประโยชน์ดอกผล เข้าไปในกระเป๋าจนเกิดเป็นความเสียหายไปทั่ว ตั้งแต่แก้ไขสัมปทาน ขายที่ดินรัชดา จำนำข้าว สร้างกาสิโนคอมเพล็กซ์ . ล่าสุดก็คือ อังเคิลอยากได้อะไรคะ การเปลี่ยนผู้นำทีม ก็เพื่อต้องการเข้ามาแก้อดีตที่ผิดพลาด .. จะแก้อดีตที่ผิดพลาดได้ ก่อนอื่นต้องยอมรับความผิดพลาดเดิมเสียก่อน ไม่งั้นก็จะกลายเป็นความพยายามแบบดันทุรัง กลบเกลื่อนความผิดให้กลายเป็นถูก

สีส้ม เติบโตมาจากการอาศัยช่องว่างระหว่างวัย ด้วยการแต่งนิยาย “ตีวัยเก่าเท่ากับความล้าหลัย ยกเอาวัยรุ่นใหม่คืออนาคต ความก้าวหน้า” สีนี้เป็นสีที่สร้างความแตกแยกระหว่างรุ่น ให้ถ่างออกมากที่สุด , สร้างวาทะกรรมแห่งความเกลียดชังให้เกิดขึ้นกับสังคมมากที่สุด ก่อนที่ต่อมาเมื่อผู้คนจับได้ไล่ทัน กลับแก้ตัวว่า ไม่ได้เป็น ไม่ได้ทำ เช่น ไม่ได้ด้อยค่าบรรพบุรุษ ไม่ได้หมิ่นสถาบัน ไม่ได้หยามทหาร ไม่ได้ชูสามนิ้ว ไม่ได้คิดแก้ม.112 ฯลฯ

ทีมของสีส้มนี้รวมถึงคนเชียร์ มักจะมีวาจาที่หยามเหยียดกองเชียร์สีอื่น . แต่พอกองเชียร์สีอื่นเหยียดกลับบ้าง ก็เนื้อหนังเต้น รับแรงสะท้อนไม่ได้การเข้าแข่งขันครั้งนี้ . “สีส้ม” ประกาศขอเป็นทีมเดียวที่จะบริหารลู่วิ่ง โดยไม่คิดจะร่วมทีมกับใครแสดงถึงความมักใหญ่ใฝ่สูง และแสดงถึงการร่วมงานกับคนอื่นไม่ได้ ร่วมสังคมกับคนอื่นไม่เป็น
….
การเลือกตั้งทุกครั้ง คนส่วนใหญ่มักจะเลือกด้วยความรัก ความหลง ความชอบ แต่ไม่เคยเลือกจากการวิเคราะห์ หรือเลือกจากความจริง

8 กุมภาพันธ์ . คือวันที่บ่งบอกทิศทางของประเทศอีกครั้ง