แคว้นไครเมียระงับขายน้ำมันให้คนทั่วไป หลังยูเครนโจมตีต่อเนื่อง

แคว้นไครเมียระงับขายน้ำมันให้คนทั่วไป หลังยูเครนโจมตีต่อเนื่อง

22 มิ.ย. 2569 02:00 น.

แคว้นไครเมียระงับขายน้ำมันให้คนทั่วไป หลังยูเครนโจมตีต่อเนื่อง

ทางการแคว้นไครเมียที่ถูกรัสเซียผนวกรวม ประกาศระงับการขายน้ำมันให้แก่คนทั่วไป หลังจากยูเครนระดมโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมันอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 21 มิ.ย. 2569 ว่า ทางการท้องถิ่นของแคว้นไครเมีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ประกาศระงับการจำหน่ายน้ำมันให้แก่ประชาชนทั่วไปในภูมิภาคนี้แล้ว หลังจากยูเครนเดินหน้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมันในคาบสมุทรแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ ประชาชนในไครเมียถูกจำกัดปริมาณการซื้อน้ำมันอยู่แล้ว เนื่องจากสภาวะขาดแคลน ซึ่งเป็นผลมาจากปฏิบัติการของยูเครนที่โจมตีเส้นทางส่งกำลังบำรุงระหว่างแผ่นดินใหญ่ของรัสเซียกับแคว้นไครเมียในช่วงที่ผ่านมา

นายเซอร์เก อัคซอนอฟ ผู้ว่าการแคว้นไครเมียกล่าวว่า ประชาชนและภาคธุรกิจต่าง ๆ จะไม่สามารถซื้อน้ำมันจากสถานีบริการน้ำมันได้ โดยน้ำมันจะถูกจัดสรรให้เฉพาะหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ดูแล “การขับเคลื่อนกลไกต่างๆ และความมั่นคง” ของไครเมียเท่านั้น

ก่อนหน้านี้นายอัคซอนอฟออกมาเปิดเผยว่า โดรนของยูเครนโจมตีคลังน้ำมันในเมืองเคิร์ช (Kerch) เมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ และบาดเจ็บอีก 28 ราย ขณะที่นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนระบุว่า ปฏิบัติการนี้คือ “การตอบโต้อย่างชอบธรรม” ต่อการโจมตีอันป่าเถื่อนของรัสเซีย

ทั้งนี้ รัสเซียผนวกแคว้นไครเมีย ซึ่งเคยอยู่ภายใต้การปกครองของยูเครน เข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายในปี 2557 และนับตั้งแต่สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 แคว้นแห่งนี้ก็เผชิญกับความยากลำบากด้านการขนส่งและการขาดแคลนสินค้า เนื่องจากการโจมตีของยูเครน

อย่างไรก็ตาม การระงับการขายน้ำมันให้ประชาชนทั่วไปถือเป็นข้อจำกัดด้านพลังงานที่รุนแรงที่สุดที่ไครเมียเคยเผชิญ

สำหรับการโจมตีคลังน้ำมันล่าสุด นายเซเลนสกีกล่าวว่า กองทัพยูเครนโจมตีฐานโลจิสติกส์เพื่อการขนส่งน้ำมันในแคว้นคราสโนดาร์ ของรัสเซีย ซึ่งตั้งอยู่ติดกับไครเมียโดยมีช่องแคบเคิร์ชคั่นอยู่ นอกจากนั้น พวกเขายังโจมตีฐานการขนส่งทางทหารและระบบเรดาร์ด้วย แต่ไม่ได้ระบุพิกัดแน่ชัด

นักวิเคราะห์มองว่า เป้าหมายของยูเครนในปัจจุบันคือ การตัดท่อน้ำเลี้ยงที่จะนำไปจุนเจือกองทัพรัสเซียด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกน้ำมัน นอกจากนี้ ยูเครนยังต้องการบั่นทอนขีดความสามารถทางทหารของรัสเซีย และสร้างความระส่ำระสายในหมู่ชาวรัสเซียให้ได้มากที่สุด โดยหวังว่าชาวรัสเซียจะบีบให้วลาดิเมียร์ ปูติน ยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจา

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังคงไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่า ปูตินจะเปิดโต๊ะเจรจา โดยเขาปฏิเสธคำชวนของเซเลนสกีที่เรียกร้องให้มีการเจรจาแบบพบหน้าเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ผู้แทนอิหร่านอ้าง ร่างข้อตกลงยกเว้นคว่ำบาตรชั่วคราวเสร็จสมบูรณ์แล้ว

ผู้แทนอิหร่านอ้าง ร่างข้อตกลงยกเว้นคว่ำบาตรชั่วคราวเสร็จสมบูรณ์แล้ว

22 มิ.ย. 2569 01:16 น.

ผู้แทนอิหร่านอ้าง ร่างข้อตกลงยกเว้นคว่ำบาตรชั่วคราวเสร็จสมบูรณ์แล้ว

สมาชิกทีมเจรจาอิหร่านอ้างว่า ร่างข้อตกลงที่จะยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่น้ำมันของอิหร่าน เป็นการชั่วคราว เสร็จสมบูรณ์แล้ว และจะบังคับใช้เร็วๆ นี้

สำนักข่าว ฟาร์ส (Fars) ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า สมาชิกรายหนึ่งของคณะผู้แทนอิหร่านในการเจรจากับสหรัฐฯ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยว่า ร่างข้อตกลงที่จะยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ซึ่งจำกัดการส่งออกน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของอิหร่าน “เป็นการชั่วคราว” เสร็จสมบูรณ์แล้ว

นายฮอสเซน กอร์บานซาเดห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจประจำคณะผู้แทนอิหร่าน กล่าวว่า มาตรการยกเว้นการคว่ำบาตรดังกล่าวจะเข้าสู่ขั้นตอนการบังคับใช้ในเร็ว ๆ นี้

นายกอร์บานซาเดห์ ระบุด้วยว่าการเจรจาส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติตามข้อที่ 13 ของบันทึกความเข้าใจที่สหรัฐฯ กับอิหร่านลงนามร่วมกันเมื่อสัปดาห์ก่อน และการวางรากฐานเพื่อเปิดทางสู่การหารือในข้อกำหนดอื่น ๆ ของข้อตกลง

***อ่านร่าง MOU ฉบับเต็มที่นี่***

ทั้งนี้ กอร์บานซาเดห์ เผยว่า แผนงานหลัก ๆ ดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ “การยุติสงครามในทุกแนวรบ, การยกเลิกการปิดล้อม, การกลับมาเปิดช่องแคบอีกครั้ง, การยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเป็นการชั่วคราว และการปลดล็อกการอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน”

อย่างไรก็ดี กอร์บานซาเดห์ กล่าวเสริมว่า ข้อกำหนดอื่น ๆ ในบันทึกความเข้าใจจะยังไม่ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนของการบังคับใช้ จนกว่าประเด็นเรื่องการยุติสงครามในเลบานอนจะได้รับการแก้ไขให้ลุล่วงเสียก่อน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ขู่ผู้แทนอิหร่าน กร้าวยึดช่องแคบฮอร์มุซหากเจรจาไม่สำเร็จ

ทรัมป์ขู่ผู้แทนอิหร่าน กร้าวยึดช่องแคบฮอร์มุซหากเจรจาไม่สำเร็จ

21 มิ.ย. 2569 23:44 น.

ทรัมป์ขู่ผู้แทนอิหร่าน กร้าวยึดช่องแคบฮอร์มุซหากเจรจาไม่สำเร็จ

โดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าสหรัฐฯ อาจเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หากการเจรจาไม่สำเร็จ และขู่ผู้แทนอิหร่านที่กำลังเจรจากับสหรัฐฯ ในสวิตเซอร์แลนด์ว่า อาจไม่ได้กลับบ้านหากอิหร่านปิดช่องแคบ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์นาน 20 นาทีกับสถานีโทรทัศน์ “ฟ็อกซ์นิวส์” (Fox News) โดยระบุว่า สหรัฐฯ อาจ “เข้าควบคุม” ช่องแคบฮอร์มุซ หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้ พร้อมทั้งข่มขู่คณะผู้แทนเจรจาของอิหร่านที่กำลังประชุมกับผู้แทนสหรัฐฯ ที่สวิตเซอร์แลนด์

“เราอาจจะเข้ายึดช่องแคบนั้น ถ้าจำเป็น” ทรัมป์บอกกับ ฟ็อกซ์นิวส์ “ถ้าพวกเขาไม่ยอมทำข้อตกลง เราก็เก็บค่าผ่านทางซะเลย”

ผู้นำสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณด้วยว่า อาจกลับมาทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่านอีกครั้ง รวมถึงข่มขู่คณะผู้แทนเจรจาของอิหร่านด้วยว่า “ถ้าพวกคุณปิดมัน พวกคุณจะไม่มีประเทศเหลืออยู่ … พวกคุณจะไม่ได้แม้แต่จะเดินทางกลับประเทศเฮงซวย (f**king country) ของพวกคุณด้วยซ้ำ”

ทรัมป์ยังย้ำความเชื่อของตนเองว่า สหรัฐฯ สามารถเข้าไปทำหน้าที่เป็น “เทวดาอารักขา” (Guardian Angel) ของช่องแคบฮอร์มุซ และจะหักส่วนแบ่ง 20% จากน้ำมันทั้งหมดที่ขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้

นอกจากให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์แล้ว นายทรัมป์ยังโพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เกี่ยวกับกองกำลังตัวแทนของอิหร่านในเลบานอนว่า “อิหร่านต้องสั่งให้กลุ่มตัวแทนที่ได้รับค่าจ้างอย่างงามในเลบานอน หยุดสร้างความเดือดร้อนในทันที ถ้าพวกเขาไม่ทำ เราจะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงอีกครั้ง เหมือนกับที่เราทำเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่จะหนักหน่วงกว่าเดิมแน่นอน!!!”

ด้านสื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า คณะผู้แทนอิหร่านซึ่งกำลังเข้าร่วมการเจรจาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ยื่นหนังสือประท้วงคำขู่ของนายทรัมป์อย่างเป็นทางการแล้ว

“คณะผู้แทนอิหร่านได้ยื่นข้อประท้วงต่อฝ่ายสหรัฐฯ และกำลังพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ สำหรับการตอบโต้อย่างเหมาะสม ต่อการข่มขู่ทางวาจาล่าสุดของโดนัลด์ ทรัมป์” เพรส ทีวี (Press TV) สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สหรัฐฯ-อิหร่าน เริ่มเจรจาข้อตกลงสันติภาพขั้นต้นที่สวิตเซอร์แลนด์

สหรัฐฯ-อิหร่าน เริ่มเจรจาข้อตกลงสันติภาพขั้นต้นที่สวิตเซอร์แลนด์

21 มิ.ย. 2569 22:48 น.

สหรัฐฯ-อิหร่าน เริ่มเจรจาข้อตกลงสันติภาพขั้นต้นที่สวิตเซอร์แลนด์

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่าน เริ่มการเจรจาโดยตรงที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์แล้ว หลังจากที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติสงครามเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเจรจาที่มีเดิมพันสูงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยมีปากีสถานและกาตาร์ทำหน้าที่เป็นคนกลาง เริ่มต้นขึ้นแล้วที่ “บือร์เกินชต็อค” (Bürgenstock) รีสอร์ตบนภูเขา ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. 2569

ก่อนที่การเจรจาจะเริ่มขึ้น รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ เผยว่า สหรัฐฯ หวังว่าจะมีความคืบหน้าใน “ประเด็นนิวเคลียร์” และสถานการณ์ในเลบานอน ขณะที่ทางกรุงเตหะรานระบุว่า ตนจะ “เรียกร้องให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามข้อผูกมัดของตนเอง”

นายแวนซ์กล่าวที่รีสอร์ต บือร์เกินชต็อค ด้วยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขอให้คณะผู้เจรจา “เริ่มต้นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่” พร้อมเสริมว่า หากผู้นำอิหร่านเต็มใจที่จะเลิกทำตัวเป็น “ผู้ขับเคลื่อนความไม่มั่นคงในภูมิภาค” และละทิ้ง “ความทะเยอทะยานด้านอาวุธนิวเคลียร์ในระยะยาว” สหรัฐฯ ก็ “พร้อมที่จะพลิกโฉมความสัมพันธ์กับประเทศนี้อย่างสิ้นเชิง”

ทว่าที่ผ่านมา อิหร่านยังคงยืนกรานว่าโครงการนิวเคลียร์ของตนเป็นไปเพื่อสันติ

นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน (กลาง) เดินทางมาถึงรีสอร์ต บือร์เกินชต็อค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน (กลาง) เดินทางมาถึงรีสอร์ต บือร์เกินชต็อค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ด้านนายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงว่า การเจรจาเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงขั้นสุดท้ายนั้น ขึ้นอยู่กับการบังคับใช้ข้อผูกมัดที่มีอยู่เดิม ซึ่งรวมถึงการยุติปฏิบัติการทางทหารทั้งหมด โดยเขาระบุว่าการเจรจาในวันอาทิตย์นี้จะมุ่งเน้นไปที่ขั้นตอนการปฏิบัติจริง

ในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่สหรัฐฯ กับอิหร่านลงนามร่วมกัน มีข้อกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายต้องบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายให้ได้ภายใน 60 วัน ตลอดจนการยุติการสู้รบใน “ทุกแนวรบ” ซึ่งรวมถึงในเลบานอนด้วย และการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เหตุปะทะที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน (ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน) ส่งผลให้อิหร่านประกาศปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แม้ว่าข้อมูลการเดินเรือจะแสดงให้เห็นว่ายังคงมีเรือสินค้าแล่นผ่านช่องแคบนี้อยู่ก็ตาม

ทางฝั่งอิสราเอลยังคงยืนกรานว่า ความขัดแย้งของตนกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์นั้นไม่เกี่ยวข้องกับการทำสงครามกับอิหร่าน โดยเลบานอนถูกดึงเข้าสู่สงครามในวันที่ 2 มี.ค. เมื่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดถล่มอิสราเอลเพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 ก.พ. จนทำให้ผู้นำสูงสุดของเตหะรานเสียชีวิต

ทั้งนี้ คณะผู้แทนของสหรัฐฯ ประกอบด้วย เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี, จาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ

ส่วนฝั่งอิหร่านประกอบด้วยนาย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเดินทางถึงสวิตเซอร์แลนด์เมื่อช่วงดึกวันเสาร์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์คอนเฟิร์ม เคียร์ สตาร์เมอร์ จ่อลาออกจากตำแหน่งนายกฯ อังกฤษ

ทรัมป์คอนเฟิร์ม เคียร์ สตาร์เมอร์ จ่อลาออกจากตำแหน่งนายกฯ อังกฤษ

21 มิ.ย. 2569 21:41 น.

ทรัมป์คอนเฟิร์ม เคียร์ สตาร์เมอร์ จ่อลาออกจากตำแหน่งนายกฯ อังกฤษ

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความยืนยันว่า เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ กำลังจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร หลังเผชิญแรงกดดันภายในพรรคและคู่แข่งคว้าชัยเลือกตั้งสำคัญ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ยืนยันว่า เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ กำลังจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร โดยชี้ว่าผู้นำอังกฤษรายนี้ล้มเหลวใน 2 เรื่องสำคัญ

“เคียร์ สตาร์เมอร์ จะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร เขาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงใน 2 เรื่องที่สำคัญมาก ๆ นั่นคือ เรื่องการตรวจคนเข้าเมือง และเรื่องพลังงาน (เปิดให้ขุดเจาะน้ำมันในทะเลเหนือซะ!) ผมขอให้เขาโชคดี! — ประธานาธิบดี DJT” ข้อความของทรัมป์ระบุ

ทั้งนี้ สถานการณ์ทางการเมืองของสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อสื่อยักษ์ใหญ่หลายสำนัก รายงานตรงกันว่า นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากทั้งคณะรัฐมนตรีและ สส.พรรคแรงงานของตัวเอง ที่ต้องการให้เขาประกาศลาออกและวางกำหนดเวลาในการลงจากตำแหน่งอย่างชัดเจน

ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้อำนาจของสตาร์เมอร์สั่นคลอนอย่างรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อนาย แอนดี เบิร์นแฮม วัย 56 ปี อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์และคู่ปรับทางการเมืองคนสำคัญของเขา ชนะเลือกตั้งซ่อมที่เขตเมเกอร์ฟิลด์ และคว้าเก้าอี้ สส. ในสภาสามัญชนได้สำเร็จ เปิดทางให้เบิร์นแฮมสามารถท้าชิงตำแหน่งผู้นำพรรคและนายกรัฐมนตรีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

จากการรวบรวมข้อมูลของสำนักข่าวรอยเตอร์ พบว่ามี สส. พรรคแรงงานมากกว่า 100 คน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของ สส. พรรคทั้งหมดในสภา ออกมาเรียกร้องให้เขาลาออกต่อสาธารณะ ขณะที่คนใกล้ชิดยอมรับว่า ตอนนี้เหลือ สส. เพียงไม่กี่คนที่เป็นเพื่อนสนิทจริงๆ เท่านั้นที่ยังอยู่เคียงข้างเขา

ยิ่งกว่านั้น มีรายงานว่ารัฐมนตรีอาวุโสในคณะรัฐบาลถึง 5 คน รวมถึง ไฮดี อเล็กซานเดอร์ รัฐมนตรีคมนาคม, อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศ, ชาบานา มาห์มูด รัฐมนตรีมหาดไทย และ เอ็ด มิลลิแบนด์ เพื่อนสนิทของเขา ต่างแอบส่งสัญญาณเตือนให้เขาวางกำหนดเวลาลาออก ดีกว่าดันทุรังสู้ศึกท้าชิงเก้าอี้ผู้นำพรรค ซึ่งอาจทำให้เขาต้อง “อับอายขายหน้า” หากเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial

มาร์ค พิตบูล คัมแบ็กการเมือง เปิดตัว 4 ก.ค.นั่งหัวหน้าพรรคศรัทธา ลั่นไม่เอาบ้านใหญ่-นายทุน-เครือญาติ

มาร์ค พิตบูล คัมแบ็กการเมือง เปิดตัว 4 ก.ค.นั่งหัวหน้าพรรคศรัทธา ลั่นไม่เอาบ้านใหญ่-นายทุน-เครือญาติ

มาร์ค พิตบูล คัมแบ็กการเมือง เปิดตัว 4 ก.ค.นั่งหัวหน้าพรรคศรัทธา ลั่นไม่เอาบ้านใหญ่-นายทุน-เครือญาติ

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.36 น.

“มาร์ค พิตบูล” คัมแบ็กการเมือง นั่งหัวหน้าพรรคศรัทธา ชูโมเดล CEO ลั่นไม่เอาบ้านใหญ่–นายทุน–เครือญาติ เตรียมเปิดตัว 4 ก.ค.นี้ 

นายณัชพล สุพัฒนะ “มาร์ค พิตบูล” เตรียมหวนคืนสังเวียนการเมืองอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในฐานะหัวหน้าพรรคศรัทธา ภายใต้สโลแกน “ปลูกศรัทธา สร้างอนาคต” การกลับมาครั้งนี้ของ “มาร์ค พิตบูล” ถูกจับตาในฐานะที่อยากสร้างทางเลือกใหม่ให้กับระบบการเมืองไทย ที่ประกาศตัวชัดเจนว่าการเมืองของ “มาร์ค พิตบูล” จะไม่ยึดกับระบบเครือญาติ ระบบนายทุน ระบบบ้านใหญ่ ที่ครอบงำการเมืองไทยมายาวนาน  

“มาร์ค พิตบูล” กล่าวว่า เป้าหมายของพรรคศรัทธาต้องเป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ และประชาชนทั่วไป ที่ต้องการเห็นการเมืองที่ยึดโยงกับผลงาน ไม่ใช่อำนาจหรือสายสัมพันธ์ โดยจะเน้นนโยบายที่ตอบโจทย์ปากท้อง ควบคู่กับการสร้างการเมืองให้ทันสมัย และการเมืองไทยต้องมีมาตรฐานเดียวกับองค์กรระดับมืออาชีพ 

“มาร์ค พิตบูล” ยังกล่าวว่า พรรคการเมืองในอดีตอาจบริหารด้วยความสัมพันธ์ แต่พรรคศรัทธาจะบริหารด้วยระบบ ด้วยเป้าหมาย และด้วยผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้ เพราะประเทศนี้ไม่ควรถูกขับเคลื่อนด้วยความสนิท แต่ต้องขับเคลื่อนด้วยความสามารถ

 “ผมไม่ได้หายไปไหน ผมเฝ้ามองการเมืองไทยมาตลอด การกลับมาครั้งนี้ของผม ไม่ใช่กลับมาเพื่อเป็นนักการเมืองคนหนึ่งในระบบเดิม ถ้าพรรคการเมืองยังบริหารแบบความสัมพันธ์ ประเทศนี้ก็จะไปต่อไม่ได้ ผมจะทำให้การเมืองเป็นเรื่องของผลงาน ไม่ใช่เส้นสาย เพราะประเทศนี้ไม่ใช่บริษัท หรือ ครอบครัวของใคร แต่เป็นของประชาชน” “มาร์ค พิตบูล” กล่าว  

วันที่ 4 กรกฎาคมนี้ พรรคศรัทธาเตรียมที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดวิสัยทัศน์ ทิศทางการทำงาน และแกนนำพรรค ที่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือก หนึ่งความหวังใหม่ของประชาชนที่ต้องการเห็นการเมืองที่ยึดโยงกับผลงานมากกว่าสายสัมพันธ์ จึงเชิญชวนประชาชนร่วมติดตามและให้โอกาสพรรคศรัทธาในการพิสูจน์แนวทางการเมืองรูปแบบใหม่ จะเป็นตัวแปรสำคัญในสมการการเมืองไทยหลังจากนี้เชื่อว่าคนไทยไม่ได้หมดศรัทธาในประเทศ แต่หมดศรัทธาในระบบการเมืองแบบเดิม และหน้าที่ของพรรคศรัทธากลับมา ด้วยการทำงานที่จับต้องได้

นายกฯเดินงานโอท็อป ซื้อเสื้อโปโลสีดำ สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)

นายกฯเดินงานโอท็อป ซื้อเสื้อโปโลสีดำ สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)

นายกฯเดินงานโอท็อป ซื้อเสื้อโปโลสีดำ สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.30 น.

นายกฯเดินงานโอท็อปวันที่ 3 ซื้อเสื้อโปโลสีดำ สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 16.18 น. ภายหลังพิธีเปิดงาน OTOP Midyear 2026 ที่เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา  ได้เดินเยี่ยมชมพร้อมทักทายผู้ประกอบการ ร้านค้าต่างๆภายในงานโอท็อปเป็นวันที่ 3   โดยนายกฯ ได้ซื้อเสื้อโปโลสีดำ 3 ตัว จากร้านพึ่งพาโดยรายได้สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และแวะซื้อเครื่องหอมมอโรม่า ซึ่งใส่ในถุงหอมปลาตะเพียน โดยนายกฯเลือกกลิ่นด้วยตัวเอง จากนั้นนายกฯเดินทางกลับ

ขณะที่ยอดการจำหน่ายสินค้า 2 วันแรก ระหว่างวันที่ 20-21 มิถุนายน 2569 ยอดรวมสะสม 199,438,990 บาท โดยสินค้า 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1. OTOP 5 ประเภท 2. OTOP ชวนชิม 3. ศิลปิน OTOP 4. OTOP Startup 5. OTOP Premium และยอดจำหน่ายสะสมสูงสุด 5 จังหวัดแรก ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ จันทบุรี ลำพูน สุโขทัย และจังหวัดเชียงใหม่

จับตาโค้งสุดท้าย ‘กิ๊ก-ศศิธร’ ผู้สมัคร ส.ก.เขตพระนคร อิสระ ชูแคมเปญ ‘เลือกปุ๊บ ทำงานปั๊บ’ ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่

จับตาโค้งสุดท้าย ‘กิ๊ก-ศศิธร’ ผู้สมัคร ส.ก.เขตพระนคร อิสระ ชูแคมเปญ ‘เลือกปุ๊บ ทำงานปั๊บ’ ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่

จับตาโค้งสุดท้าย ‘กิ๊ก-ศศิธร’ ผู้สมัคร ส.ก.เขตพระนคร อิสระ ชูแคมเปญ ‘เลือกปุ๊บ ทำงานปั๊บ’ ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.01 น.

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายอย่างแท้จริงสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ที่กำลังจะระเบิดศึกชี้ชะตาขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ โดยไฮไลต์สำคัญที่สปอตไลต์ทุกดวงกำลังจับจ้องหนีไม่พ้น “พิกัดปราบเซียน” อย่าง เขตพระนคร พื้นที่เมืองเก่าที่เคี้ยวยากและต้องการคนที่รู้ลึกรู้จริงเข้ามาแก้ปัญหา

นาทีนี้กระแสความนิยมของอดีตแชมป์เก่าสายสตรองอย่าง “กิ๊ก-ศศิธร ประสิทธิ์พรอุดม” ผู้สมัคร ส.ก. เขตพระนคร หมายเลข 2 พุ่งทะยานแรงอย่างต่อเนื่อง หลังจากรอบนี้เจ้าตัวตัดสินใจหักปากกาเซียน สลัดเสื้อสังกัดพรรคการเมืองใหญ่ หันมาสวมเสื้อ “ผู้สมัครอิสระ” ยืนหยัดสู้ด้วยกระดูกทางการเมือง เนื้อผ้า และพอร์ตโฟลิโอผลงานล้วน ๆ พร้อมปล่อยหมัดฮุกผ่านแคมเปญมัดใจชาวบ้านที่ทำเอาคู่แข่งหน้าใหม่มีหนาว ๆ ร้อน ๆ ว่า: “คิดอะไรไม่ออกบอกศศิธร… เลือกปุ๊บ ทำงานได้ทันที!”

หมัดเด็ดที่ “กิ๊ก-ศศิธร” ใช้ขยี้และสร้างความได้เปรียบเหนือผู้สมัครหน้าใหม่ในพื้นที่ คือการหยิบยกโปรไฟล์การทำงานตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ส.ก. ที่ผ่านมา โดยเธอถูกขนานนามว่าเป็น “หน่วยเคลื่อนที่เร็ว” ที่พร้อมลุยเข้าตรอก ซอก ซอย ทั่วเขตพระนคร

• สะท้อนเสียงจริงจากชาวบ้าน: ตีแผ่และรับฟังทุกปัญหา ตั้งแต่เรื่องปากท้อง, ทางเท้าชำรุด, แสงสว่างตามชุมชนที่ไม่เพียงพอ ลากไปจนถึงปัญหาระบบระบายน้ำและสิ่งแวดล้อมของเมืองเก่า

• ผลักดันสู่ความจริง ไม่ใช่แค่สร้างภาพ: เจ้าตัวย้ำชัด ไม่เคยรับเรื่องแล้วเงียบหาย แต่ใช้หมวกของฝ่ายนิติบัญญัติท้องถิ่น แปรเปลี่ยนทุกความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้กลายเป็น “กระทู้และข้อเสนอ” ยิงตรงเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่สามัญสภา กทม. เพื่อทุบโต๊ะเรียกร้องและดึงงบประมาณลงมาแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้จริง

ในการเดินหน้าเคาะประตูบ้านเรียกคะแนนนิยมรอบนี้ ทีมงานของ “ศศิธร” วางกลยุทธ์ชูภาพลักษณ์ “นักบริหารหญิงรุ่นใหม่” ที่มีความดุดัน พึ่งพิงได้ และเข้าถึงง่ายในทุกอณูพื้นที่ โดยเธอเปิดใจถึงข้อได้เปรียบสำคัญของการเป็นอดีต ส.ก. ว่า “การทำงานให้คนกรุงเก่าพระนคร ไม่ใช่เวลามาลองผิดลองถูก หรือศึกษาหน้างานใหม่ ข้อดีของกิ๊กคือรู้จักพื้นที่ครบทุกมิติอย่างถ่องแท้ และที่สำคัญคือรู้จักกลไกการทำงานของข้าราชการ กทม. เป็นอย่างดี ทำให้พร้อมที่จะเดินหน้าสานต่องบประมาณพัฒนาท้องถิ่นและโครงการที่ค้างคาได้ทันทีแบบไม่มีรอยต่อ”

แน่นอนว่าในพื้นที่เขตพระนครที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของชุมชนเมืองเก่า แคมเปญ “เลือกปุ๊บ ทำงานปั๊บ” ของเบอร์ 2 ศศิธร กำลังซื้อใจชาวบ้านที่ต้องการความต่อเนื่องในการพัฒนา ส่วนผลลัพธ์ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ พี่น้องประชาชนชาวพระนครจะเป็นผู้ให้คำตอบอย่างแท้จริง!

ศาลเลื่อนไต่สวนฟ้องหมิ่น ‘ไอซ์ รักชนก’ ลั่นอยากให้ ‘สุชาติ’ มาเอง จะได้คุยกันให้จบ

ศาลเลื่อนไต่สวนฟ้องหมิ่น ‘ไอซ์ รักชนก’ ลั่นอยากให้ ‘สุชาติ’ มาเอง จะได้คุยกันให้จบ

ศาลเลื่อนไต่สวนฟ้องหมิ่น ‘ไอซ์ รักชนก’ ลั่นอยากให้ ‘สุชาติ’ มาเอง จะได้คุยกันให้จบ

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.55 น.

เลื่อนไต่สวนคดี เสี่ยเฮ้งฟ้องหมิ่น ไอซ์ รมต.โกงการเลือกตั้งเป็น 3 กรกฎาคม ไอซ์ เผย อยากให้เจ้าตัวมาเอง จะได้คุยกันให้จบ ฝากถึงนักการเมืองหากมาเป็นตัวแทนปชช.ต้องยอมรับคำวิจารณ์ให้ได้

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ศาลอาญาตลิ่งชัน ถนนเลียบทางรถไฟ ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอกหรือไอซ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และประธานกรรมาธิการศึกษาติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎรเป็นจำเลย  ในคดีที่น.ส.รักชนก กล่าวหานายสุชาติว่าเป็นรัฐมนตรีที่มาจากการโกงเลือกตั้ง

ต่อมาน.ส.รักชนก ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ศาลได้นัดคู่ความทั้ง 2 ฝ่ายให้มาไกล่เกลี่ยกัน แต่ปรากฏว่าตัวนายสุชาติติดภารกิจ ศาลจึงนัดให้มาไต่สวนในนัดหน้าอีกครั้งหนึ่ง ส่วนตัวตนอยากให้น่ยสุชาติมาเพราะจะได้คุยกันให้จบหรือได้ดำเนินการต่อ โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องอีกครั้งในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ เวลา 13.30 น. ส่วนกังวลใจหรือไม่ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ยืนยันว่าบริสุทธิ์ใจทุกอย่าง

เมื่อถามว่าผิดหวังหรือไม่ที่ไม่เจอนายสุชาติ น.ส.รักชนก กล่าวว่า เข้าใจดีว่าเป็นรัฐมนตรีอาจจะติดภารกิจ แต่ถ้านัดหมายล่วงหน้าและตกลงเวลาเรียบร้อยแล้วนัดหน้าก็อยากให้มาเพราะจะได้ไม่เสียเวลาทั้ง 3 ฝ่าย ส่วนการไต่สวนในวันนี้เนื่องจากเจ้าตัวไม่มา มีทนายความเป็นผู้ที่ออกมาพูดแทน ตนไม่แน่ใจว่าจะยังยืนยันในสิ่งเดิมหรือไม่ อยู่ที่ฝั่งนั้น แต่ถ้ามีโอกาสไกล่เกลี่ยได้ก็ไม่ติดขัดอะไร ส่วนประเด็นที่ตนบอกว่านายสุชาติเป็นรัฐมนตรีที่มาจากการโกงเลือกตั้ง ตรงนี้ยังไม่ได้ชี้แจงอะไร แต่รอบหน้าขอให้นายสุชาติมาศาลด้วยตนเองจะได้คุยให้จบ

น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการฟ้องปิดปากอันนี้คิดว่าประชาชนก็คงตัดสินได้เอง ว่าเป็นคดีปิดปากหรือเป็นคดีสแลปหรือเป็นอะไรก็คิดว่าประชาชนก็พิจารณาจากบริบททุกอย่างและก็คิดวิเคราะห์แยกแยะได้เอง และอยากฝากไปถึง บุคคลที่เข้ามาทํางานการเมืองเสนอตัวมาเป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ที่จะมารับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชน คิดว่าควรจะมีใจคอที่กว้างขวางมากกว่าคนปกติ เพราะยังไงท่านก็มาดำรงตำแหน่งที่ต้องตัดสินใจเกี่ยวกับผลประโยชน์สาธารณะเยอะ ดังนั้นต้องมีการให้คุณให้โทษคนจำนวนที่หลากหลายอยู่แล้ว ดังนั้นการถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องปกติไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล หรือจะเป็นปีกอื่น ๆก็อยากจะให้กว้าง ๆ ไว้เวลาที่โดนวิพากษ์วิจารณ์

ด้านนายนิธิ ละเอียดดี ทนายความของน.ส.รักชนก กล่าวว่า ในวันนี้ทางฝั่งจำเลยยินดีรับฟังที่ฝั่งโจทก์อาจจะมีการยื่นขอเสนออะไรมา แต่ก็ยังไม่ได้ตอบตกลงในวันนี้ และคดียังไม่เริ่มการไต่สวน ส่วนที่จะมีการแจ้งความเพิ่มเป็นเรื่องการกระทำอื่น ยังไม่สามารถบอกอะไรได้.

‘พลพีร์’ สวน ’สส.พรรคส้ม‘ อย่าเก่งแต่ค้านสร้างภาพ ซัดอมข้อมูลไว้กับตัว ไม่ได้ช่วย ‘คนภูเก็ต’

‘พลพีร์’ สวน ’สส.พรรคส้ม‘ อย่าเก่งแต่ค้านสร้างภาพ ซัดอมข้อมูลไว้กับตัว ไม่ได้ช่วย ‘คนภูเก็ต’

‘พลพีร์’ สวน ’สส.พรรคส้ม‘ อย่าเก่งแต่ค้านสร้างภาพ ซัดอมข้อมูลไว้กับตัว ไม่ได้ช่วย ‘คนภูเก็ต’

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

‘พลพีร์’ สวน ’สส.พรรคส้ม‘ ทันควัน อย่าเก่งแต่ค้านสร้างภาพ เอาหลักฐานมากาง จะได้เด็ดหัวถูก ซัดอมข้อมูลไว้กับตัว ไม่ได้ช่วย ‘คนภูเก็ต’

วันที่ 22 มิถุนายน 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ออกมาระบุ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ภูเก็ตแค่สร้างภาพ ผู้ประกอบการโอดยังมีเก็บส่วยว่า ตน และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจสอบ หาข้อเท็จจริง ตามข้อร้องเรียนของผู้ประกอบการ ถึงส่วยที่เชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐ เราไปเพื่อแก้ไขปัญหา ตรจสอบข้อเท็จจริง ไม่ได้สร้างภาพ หรือหิวแสง  ตามที่นายเฉลิมพงศ์ กล่าวมา

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ความคืบหน้า กรมการปกครอง ได้ ตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาฯ และคลินิกรับคำขอ” แก้ทุกปัญหากฎหมายโรงแรมและสถานบริการ เดินหน้าปลดล็อกธุรกิจท่องเที่ยว เร่งอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว พร้อมแก้ไขปัญหาและอุปสรรคด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจโรงแรมและการขออนุญาตตั้งสถานบริการ ขณะนี้ มีผู้ประกอบการโรงแรม กว่า 700 ราย ที่ยื่นคำขอเปิดบริการ ที่ค้างอยู่ ก็ได้มอบให้รองผู้ว่าฯภูเก็ต เร่งดำเนินการ จะได้ประกอบธุรกิจแบบถูกกฎหมายไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ หรือเปิดโอกาสให้เป็นเหยื่อของคนมาเรียกรับผลประโยชน์ 

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า การตรวจสอบก็ดำเนินต่อไป ขณะเดียวกันการช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการ เราก็เดินควบคู่ไปด้วย และตนก็ได้ขอ ความร่วมมือประชาชน ที่เคยอยู่ในวงจรส่วย ให้ไว้วางใจกระทรวงมหาดไทย เดินเข้ามา เพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหา ไม่จำเป็นจะต้องไปจ่ายส่วยให้กับคนที่จ้องจะเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติหากิน  พร้อมย้ำว่า การร่วมรวมหลักฐานของนอมินี เจ้าหน้าที่ก็กำลังดำเนินการอยู่ พวกตนไม่ใช่ศาลเตี้ย ที่เมื่อได้ข้อมูลแล้ว จะตัดสินใครถูกใครผิดได้เลย ทั้งนี้ หากศาลฎีกาพิพากษาคดีต่าง ๆ เกี่ยวกับที่ดิน ถ้าผิดก็จะเร่งดำเนินการถอดถอนโฉนดทันที ส่วนพื้นที่ที่น่าจะมีการออกเอกสารโดยมิชอบ ก็ได้เร่งรัดให้ทางกรมที่ดิน ดำเนินการตรวจสอบทันที ดังนั้น การที่ สส.พรรคประชาชน ออกมาระบุว่า ยังมีการเก็บส่วย  ก็ขอให้เปิดหลักฐานออกมา ว่าใครเรียกรับ เกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ จะได้ดำเนินการต่อไป อย่ามากล่าวอ้างลอยๆ เพราะไม่เช่นนั้นการที่มากล่าวหาพวกผมลงพื้นที่ สร้างภาพ  ท่านก็ไม่แตกต่างกันที่  ค้าน โดยไร้หลักฐาน มีแต่การกล่าวอ้าง เป็นฝ่ายค้านแบบสร้างภาพ 

“ดังนั้นคนที่ถูกเรียกรับส่วย และคนที่รับ คือใคร ว่ามาเลย เอาให้ชัด คนที่ต้องจ่าย คือ คนที่ประกอบธุระกิจผิดกฎหมายหรือไม่ ข้อมูลที่มีอยู่ ขอท่านอย่าอมไว้ เพราะหากไม่เอาออกมา ก็เท่ากับไม่ช่วยเหลือภูเก็ต หากท่านอยากช่วยภูเก็ตต้องมาให้ข้อมูล เพราะไม่มีใครรู้ดีเท่าคนภูเก็ต“ นายพลพีร์ กล่าว