ไปครบทุกทวีป ออสเตรเลียเจอไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ครั้งแรก

ไปครบทุกทวีป ออสเตรเลียเจอไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ครั้งแรก

21 มิ.ย. 2569 05:36 น.

ไปครบทุกทวีป ออสเตรเลียเจอไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ครั้งแรก

ออสเตรเลียตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในสัตว์ปีกเป็นครั้งแรก หมายความว่า ไวรัสชนิดนี้ถูกพบในทุกทวีปทั่วโลกแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 20 มิ.ย. 2569 ว่า กระทรวงเกษตรของออสเตรเลียยืนยันว่า มีการตรวจพบไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในประเทศเป็นครั้งแรก ซึ่งหมายความว่า ไวรัสสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดในสัตว์ปีกได้ง่ายนี้ ถูกพบในพื้นที่ต่างๆ ครบทุกทวีปในโลกแล้ว

ก่อนหน้านี้ ออสเตรเลียเป็นทวีปเดียวในโลกที่ยังไม่เคยตรวจพบไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 มาก่อน แต่ล่าสุด จูเลีย คอลลินส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของออสเตรเลียแถลงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า ตรวจพบโรคดังกล่าวในนกทะเลอพยพชนิดหนึ่ง คือ นกสกัวสีน้ำตาล (Brown Skua) ในพื้นที่ห่างไกลทางตะวันตกของประเทศ

ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า นกตัวดังกล่าวถูกพบบนชายหาดที่อุทยานแห่งชาติ “เคป เลอ แกรนด์” (Cape Le Grand) ใกล้กับเมืองเอสเพอแรนซ์ (Esperance) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเพิร์ทไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 700 กิโลเมตร

ไข้หวัดนกสายพันธุ์นี้สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วในหมู่สัตว์ปีกและประชากรนกป่า ส่วนกรณีการติดเชื้อในมนุษย์ที่เชื่อมโยงกับโรคนี้ยังคงพบได้น้อยมาก

“เราทุกคนต่างรู้ดีว่าเราคงไม่สามารถปลอดจากไข้หวัดนกได้ตลอดไป” คอลลินส์กล่าวในการแถลงข่าว และระบุเพิ่มเติมว่า มีเคสที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อเป็นรายที่สอง คือ นกเพเทรลใต้ (Southern Petrel) ที่ถูกพบในสภาพหมดแรงบนชายหาดเมืองเอสเพอแรนซ์ แต่ยังไม่พบหลักฐานว่ามีสัตว์ปีกในพื้นที่ตายเป็นจำนวนมาก

สำนักข่าว ABC ซึ่งเป็นสื่อแห่งชาติของออสเตรเลียรายงานคำพูดของ ฟิโอนา เฟรเซอร์ กรรมาธิการด้านสายพันธุ์สัตว์ที่ถูกคุกคาม ซึ่งระบุว่า เจ้าหน้าที่จะทราบ “ภายในไม่กี่วัน” ว่าไวรัสนี้ได้แพร่กระจายไปยังประชากรสัตว์กลุ่มอื่น ๆ ในออสเตรเลียหรือไม่

รายงานยังได้อ้างคำพูดของ เบท คุกสัน หัวหน้าเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ของออสเตรเลีย ซึ่งระบุว่า ทางการได้ “เตรียมความพร้อมสำหรับเหตุการณ์นี้มาเป็นเวลานานแล้ว” และคณะกรรมการฉุกเฉินด้านโรคสัตว์ได้เปิดประชุมร่วมกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน มีการตรวจพบไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในดินแดนห่างไกลของออสเตรเลียอย่าง เกาะเฮิร์ดและหมู่เกาะแมกโดนัลด์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย

ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้ประเมินว่า นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ลูกแมวน้ำประมาณ 13,000 ตัว จากทั้งหมด 17,000 ตัวบนเกาะเฮิร์ด ได้ล้มตายลงจากไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 75% ของประชากรลูกแมวน้ำทั้งหมด นอกจากนี้ นักวิจัยยังพบอัตราการตายที่สูงกว่าปกติในกลุ่มประชากรนกเพนกวินด้วย

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ไข้หวัดนกน่าจะแพร่กระจายมายังเกาะเหล่านี้เมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน โดยนกอพยพที่เดินทางมาจากหมู่เกาะโครเซต์ (Crozet) ของฝรั่งเศส ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 1,800 กิโลเมตร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ขู่เก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ หากการเจรจาข้อตกลงไม่สำเร็จ

ทรัมป์ขู่เก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ หากการเจรจาข้อตกลงไม่สำเร็จ

21 มิ.ย. 2569 03:36 น.

ทรัมป์ขู่เก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ หากการเจรจาข้อตกลงไม่สำเร็จ

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า จะไม่เก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งในระยะเวลา 60 วันแรกตามข้อตกลงและหลังจากนั้น แต่สหรัฐฯ อาจจะเป็นผู้เก็บค่าผ่านทางเองหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้

เมื่อ 20 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ขู่ว่าจะเรียกเก็บค่าผ่านทางกับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับอิหร่านได้ โดยอ้างว่าค่าธรรมเนียมดังกล่าวถือเป็นค่าบริการสำหรับการเป็น “เทวดาผู้คุ้มครอง” (Guardian Angel) ให้กับภูมิภาคตะวันออกกลาง

“จะไม่มีการเก็บค่าผ่านทางใด ๆ ในช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 60 วันในช่วงระยะเวลาหยุดยิง และจะไม่มีการเก็บค่าผ่านทางหลังจากสิ้นสุดระยะเวลา 60 วันดังกล่าวด้วย เว้นเสียแต่ว่าค่าผ่านทางนั้นจะถูกเรียกเก็บโดยสหรัฐฯ และเพื่อสหรัฐฯ ในกรณีที่ข้อตกลงนี้ไม่เสร็จสมบูรณ์”

โพสต์ของทรัมป์เสริมด้วยว่า ค่าผ่านทางนี้จะเป็น “ค่าบริการในฐานะเทวดาผู้คุ้มครองแก่ประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง เพื่อเป็นค่าชดเชยสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต”

ทั้งนี้ สหรัฐฯ กับอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่หนึ่งในสิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือ ท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลเตหะรานจะยังคงเป็นผู้ถือสิทธิ์ในการควบคุมช่องแคบนี้หรือไม่

ขณะเดียวกัน เรือต่าง ๆ จะสามารถสัญจรได้ฟรีโดยไม่มีค่าผ่านทาง “เป็นเวลา 60 วันเท่านั้น” ตามข้อตกลง ในระหว่างที่อิหร่านและประเทศเพื่อนบ้านในแถบอ่าวเปอร์เซียกำลังร่วมกันจัดทำข้อตกลงใหม่สำหรับช่องแคบนี้ ซึ่งนั่นหมายความว่าเตหะรานอาจได้รับอนุญาตให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงยืนกรานตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ช่องแคบดังกล่าวจะต้องเปิดให้ใช้งาน “โดยไม่มีการเก็บค่าผ่านทางในช่วง 60 วันแรกและหลังจากนั้นด้วย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

โต้กันเดือด นายกฯ อิตาลีตอกกลับทรัมป์ “ห่วงคะแนนนิยมตัวเองดีกว่า”

โต้กันเดือด นายกฯ อิตาลีตอกกลับทรัมป์ “ห่วงคะแนนนิยมตัวเองดีกว่า”

21 มิ.ย. 2569 03:11 น.

โต้กันเดือด นายกฯ อิตาลีตอกกลับทรัมป์ “ห่วงคะแนนนิยมตัวเองดีกว่า”

นายกฯ หญิงของอิตาลีกับโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้วาทกรรมตอบโต้กันอีกครั้ง โดยผู้นำอิตาลีบอกให้ผู้นำสหรัฐฯ ห่วงความนิยมของตัวเอง หลังก่อนหน้านี้เขาตั้งคำถามถึงคะแนนนิยมของเธอ

เมื่อวันเสาร์ที่ 20 มิ.ย. 2569 นางจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี ได้ออกมาตอบโต้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์อีกครั้ง หลังจากที่ทรัมป์ได้ตั้งคำถามถึงคะแนนนิยมทางการเมืองของเธอ และอ้างอีกครั้งว่า เธอพยายามอ้อนวอนเพื่อขอถ่ายรูปกับเขา

นายทรัมป์กล่าวว่านายกรัฐมนตรีหญิงแห่งอิตาลี “กำลังทำผลงานได้ย่ำแย่เมื่อดูจากระดับคะแนนนิยมของเธอ” และกล่าวหานางเมโลนีด้วยว่าไม่สนับสนุนความพยายามของสหรัฐฯ ในการสกัดกั้นไม่ให้คู่อริอย่างอิหร่าน “ได้มาหรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์”

ต่อมา นางเมโลนีโพสต์แถลงการณ์ผ่านทางอินสตาแกรม (IG) ว่า “การโจมตีอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีสาเหตุ” ของทรัมป์นั้นเป็นเรื่องที่ “ไร้สาระ”

“ส่วนเรื่องคะแนนนิยมของฉัน การเป็นเพื่อนกับคุณไม่ได้ช่วยให้มันดีขึ้นเลยแน่นอน และมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของฉันกับคุณด้วย” เมโลนีกล่าว “คะแนนนิยมของฉันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาห่วง ฉันแนะนำให้คุณไปสนใจคะแนนนิยมของตัวเองจะดีกว่า”

ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์โจมตีนางเมโลนีว่า เธอสร้างความไม่สะดวกในด้านการขนส่งสรรพกำลังอย่างมาก จากการสั่งห้ามไม่ให้สหรัฐฯ ใช้พื้นที่ปฏิบัติการทางอากาศของอิตาลีสำหรับภารกิจทางทหารของอเมริกาในอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม ผู้นำอิตาลีได้ชี้แจงว่า การใช้ฐานทัพในอิตาลีนั้น “ถูกควบคุมโดยข้อตกลงที่เราเคารพเสมอมา และข้อตกลงเหล่านั้นจะไม่สามารถถูกละเมิดได้ตราบใดที่ฉันยังคงเป็นนายกรัฐมนตรี”

ทั้งนี้ การสาดวาทะตอบโต้กันไปมาระหว่างผู้นำอิตาลีกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา สะท้อนถึงรอยร้าวที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างสองประเทศ นับตั้งแต่ทรัมป์เริ่มปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขณะที่นายอันโตนิโอ ทายานี รัฐมนตรีต่างประเทศอิตาลี ยกเลิกกำหนดการเดินทางไปสหรัฐฯ ในช่วงต้นสัปดาห์หน้าแล้ว

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เริ่มจาก มีภาพถ่ายของทรัมป์และเมโลนีขณะกำลังยืนพูดคุยกันอย่างใกล้ชิดในการประชุมสุดยอดผู้นำ G7 เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนั้น ผู้นำหญิงของอิตาลีก็บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังคงเหมือนเดิม และ “ไม่มีการกล่าวโทษกัน”

ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสถานีโทรทัศน์ La7 ของอิตาลี โดยเขาอ้างว่า “เธออ้อนวอนขอถ่ายรูปกับผม ผมเลยรู้สึกสงสารเธอ … เธอคงจะดีใจนะที่ผมยอมคุยด้วย”

ต่อมานางเมโลนีก็โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมโดยระบุว่าเธอรู้สึก “ตกตะลึงอย่างแท้จริง” และ “ไม่รู้ว่าทำไมประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึงทำตัวแบบนี้กับประเทศพันธมิตร” พร้อมเสริมว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

“แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาจำเป็นต้องจำไว้ นั่นคือ ทั้งตัวฉันและประเทศอิตาลี ไม่เคยอ้อนวอนใคร” เมโลนีกล่าว ซึ่งข้อความของเธอได้รับกระแสสนับสนุนอย่างล้นหลามจากนักการเมืองทุกฝ่ายในแวดวงการเมืองของอิตาลี

อนึ่ง ผู้นำทั้งสองคนเคยใช้วาทกรรมโต้ตอบกันมาแล้วเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลังจากที่ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความโจมตีสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ว่า “อ่อนข้อให้กับอาชญากรรม และแย่มากในเรื่องนโยบายต่างประเทศ” ทำให้นายกรัฐมนตรีอิตาลีออกมากล่าวว่า คำวิพากษ์วิจารณ์ของนายทรัมป์นั้น เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านเตือนเรือสินค้า อย่าแล่นผ่านฮอร์มุซ หลังประกาศปิดช่องแคบ

อิหร่านเตือนเรือสินค้า อย่าแล่นผ่านฮอร์มุซ หลังประกาศปิดช่องแคบ

21 มิ.ย. 2569 01:39 น.

อิหร่านเตือนเรือสินค้า อย่าแล่นผ่านฮอร์มุซ หลังประกาศปิดช่องแคบ

กองทัพเรืออิหร่านประกาศเตือนเรือสินค้าไม่ให้แล่นเข้าใกล้บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ มิเช่นนั้นอาจถูกโจมตี หลังจากก่อนหน้านี้พวกเขาประกาศปิดช่องแคบแห่งนี้ เพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลยังโจมตีเลบานอน

เมื่อวันเสาร์ที่ 20 มิ.ย. 2569 กองทัพเรือแห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ออกโรงเตือนเรือบรรทุกสินค้าต่าง ๆ ไม่ให้เข้าใกล้บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่อิหร่านได้ประกาศปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าวไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ โดยอ้างว่าอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน

ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติอิหร่าน (IRIB) รายงานว่า กองทัพเรือของ IRGC ได้กระจายเสียงข้อความแจ้งเตือนและติดต่อโดยตรงไปยังเรือต่าง ๆ ในพื้นที่ โดยระบุคำเตือนว่า เรือที่พยายามจะแล่นข้ามช่องแคบดังกล่าวอาจเผชิญกับทุ่นระเบิด หรืออาจตกเป็นเป้าโจมตีของกองทัพเรือได้

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวของ IRIB ยังเน้นย้ำด้วยว่า สภาพการจราจรทางเรือในบริเวณอ่าวเปอร์เซียในเวลานี้ “ยิ่งเบาบางลงไปอีก” เมื่อเทียบกับช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้

ประกาศล่าสุดของกองทัพเรืออิหร่านเกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ กองบัญชาการกลาง “คาตัม อัล-อันบิยา” (Khatam al-Anbiya) ซึ่งเป็นหน่วยบัญชาการทหารร่วมสูงสุดของอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุในแถลงการณ์ระบุว่า

“เนื่องด้วยการขาดความจริงใจของสหรัฐอเมริกาและการละเมิดพันธกรณีอย่างชัดเจน จากการล้มเหลวในการปฏิบัติตามข้อกำหนดข้อแรกของบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติสงคราม รวมถึงเพื่อตอบโต้การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนโดยระบอบไซโอนิสต์ทางตอนใต้ของเลบานอน… ทางกองบัญชาการจึงขอประกาศ ณ ที่นี้ว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดไม่ให้เรือต่าง ๆ แล่นผ่าน”

ทั้งนี้ สหรัฐฯ กับอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยข้อกำหนดข้อแรกจากทั้งหมด 14 ข้อกำหนดให้ “ยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอนด้วย”

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นสหรัฐฯ พยายามปฏิเสธข่าวการปิดช่องแคบของอิหร่าน โดยนาย เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) ว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดใช้งานตามปกติทุกประการ และ “เรายังไม่เห็นหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่าอิหร่านได้ทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

แวนซ์ชี้ สหรัฐฯ-อิสราเอล มีเป้าหมายเรื่องอิหร่านต่างกัน

แวนซ์ชี้ สหรัฐฯ-อิสราเอล มีเป้าหมายเรื่องอิหร่านต่างกัน

20 มิ.ย. 2569 23:44 น.

แวนซ์ชี้ สหรัฐฯ-อิสราเอล มีเป้าหมายเรื่องอิหร่านต่างกัน

เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ กับอิสราเอลอาจมีเป้าหมายต่างกันในเรื่องอิหร่าน และย้ำว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะให้โอกาสกับการเจรจากับอิหร่าน ต่างจากผู้นำอิสราเอลบางคน

เมื่อวันเสาร์ที่ 20 มิ.ย. 2569 เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) ว่า สหรัฐอเมริกากับอิสราเอลอาจมีมุมมองแตกต่างกันในเรื่อง แนวทางการบรรลุเป้าหมายในประเด็นความขัดแย้งกับอิหร่าน

“ผมไม่รู้ว่ามันคือความเห็นที่ต่างกันในเรื่องของเป้าหมายหรือไม่” แวนซ์กล่าว “บางครั้งมันเป็นเพียงแค่ความเห็นที่ต่างกันในเรื่องของวิธีที่จะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น แน่นอนว่าผมไม่อยากพูดแทนรัฐบาลอิสราเอล พวกเขาเป็นพันธมิตรที่ดีในหลาย ๆ ด้าน แต่สิ่งที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวไว้ ซึ่งสวนทางกับสมาชิกบางส่วนในรัฐบาลของพวกเขา คือการที่เราจะให้โอกาสกับการเจรจาในครั้งนี้”

คำกล่าวของแวนซ์มีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากเขาใช้ถ้อยคำที่ค่อนข้างรุนแรงตักเตือนอิสราเอล ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเกี่ยวกับกรณีที่อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง

“ตอนนี้ โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ เป็นผู้นำประเทศเพียงคนเดียวในโลกที่ยังคงเห็นอกเห็นใจประเทศอิสราเอล” แวนซ์บอกกับผู้สื่อข่าว “และเขายังบังเอิญเป็นผู้นำของประเทศที่เป็นมหาอำนาจของโลกอีกด้วย ถ้าผมเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลอิสราเอล ผมคงจะไม่โจมตีพันธมิตรที่ทรงอำนาจเพียงหนึ่งเดียวที่ผมเหลืออยู่บนโลกใบนี้อย่างแน่นอน”

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังย้ำด้วยว่า อิสราเอลควรดำเนินการด้วยความระมัดระวังในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน เพื่อไม่ให้เบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายของสหรัฐฯ

เขายกตัวอย่างถึงการที่อิสราเอลต้องพึ่งพาอาวุธจากอเมริกาเป็นอย่างมาก และระบุด้วยว่า ผู้นำอิสราเอลบางคนจำเป็นต้อง “ตื่นขึ้นมาและยอมรับความจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ประเทศของตนกำลังเผชิญอยู่ได้แล้ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่าน-สหรัฐฯ จ่อส่งผู้แทนไปสวิตเซอร์แลนด์ จี้อีกฝ่ายทำตามสัญญา

อิหร่าน-สหรัฐฯ จ่อส่งผู้แทนไปสวิตเซอร์แลนด์ จี้อีกฝ่ายทำตามสัญญา

20 มิ.ย. 2569 22:59 น.

อิหร่าน-สหรัฐฯ จ่อส่งผู้แทนไปสวิตเซอร์แลนด์ จี้อีกฝ่ายทำตามสัญญา

ทางการอิหร่านเผยว่า คณะผู้แทนของพวกเขาเตรียมเดินทางไปยังสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อการเจรจาและติดตามผลข้อตกลง ขณะที่สหรัฐฯ ส่งตัวแทนไปแล้วและรองประธานาธิบดีกำลังจะตามไป

เมื่อวันเสาร์ที่ 20 มิ.ย. 2569 นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านเปิดเผยว่า คณะผู้แทนเจรจาของอิหร่านจะเดินทางไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในเร็ว ๆ นี้เพื่อร่วมเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อ “ติดตามผลและเรียกร้องให้ทางอีกฝ่ายปฏิบัติตามพันธกรณีที่ให้ไว้”

“เรายังคงยึดมั่นในข้อผูกพันของเรา และอีกฝ่ายก็มีหน้าที่ต้องบังคับให้ระบอบอิสราเอลยุติการโจมตีเลบานอน” นายบากาอีกล่าว ตามรายงานของสำนักข่าวฟาร์ส (Fars) “หากพันธกรณีส่วนใดส่วนหนึ่งของอีกฝ่ายไม่ได้รับการปฏิบัติตาม ข้อตกลงทั้งหมดก็อาจตกอยู่ในความเสี่ยง อีกฝ่ายจะต้องดำเนินมาตรการที่จำเป็นโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นแล้ว ภาพรวมของข้อตกลงทั้งหมดจะมีปัญหา”

นายบากาอีกล่าวอีกว่า หากสหรัฐฯ “ละเลยต่อหน้าที่ตามพันธกรณี” ทางอิหร่านก็ “จะตอบโต้ด้วยมาตรการที่จำเป็นเช่นกัน”

ก่อนหน้านี้อิหร่านเพิ่งประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยอ้างว่าทำเพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน รวมถึงการที่สหรัฐฯ “ล้มเหลวในการปฏิบัติตาม” ข้อกำหนดข้อแรกของข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงคราม

ทั้งนี้ สหรัฐฯ กับอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยข้อกำหนดข้อแรกจากทั้งหมด 14 ข้อกำหนดให้ “ยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอนด้วย”

นายบากาอีเปิดเผยด้วยว่า เดิมผู้แทนสหรัฐฯ กับอิหร่านมีกำหนดการเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่แผนการดังกล่าวถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้รับการลงนามในรูปแบบดิจิทัลไปแล้ว ส่งผลให้การพบปะพูดคุยในตอนนั้น “ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนในเชิงปฏิบัติการอีกต่อไป”

อีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ มีกำหนดการเดินทางไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันนี้ ในขณะที่การเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจากับอิหร่านกำลังเริ่มต้นขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดเกี่ยวกับเวลาในการออกเดินทางของเขา

ตอนนี้ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ และ จาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เดินทางไปถึงพื้นที่แล้ว เพื่อจัดการกับรายละเอียดทางเทคนิคของการเจรจา ซึ่งก่อนหน้านี้ตกอยู่ในภาวะไม่แน่นอน เนื่องจากการสู้รบที่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องระหว่างกองกำลังอิสราเอลและกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอน

“เราจะวางแผนการเจรจาเมื่อตัวแทนหลักจากรัฐบาลอิหร่าน รวมถึงรัฐบาลกาตาร์และปากีสถานเดินทางมาถึง การเจรจาอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันพรุ่งนี้ แต่เรื่องพวกนี้มักจะมีความยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา” เจดี แวนซ์ บอกกับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ โวยอิสราเอลโจมตีเลบานอนไม่เลิก

อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ โวยอิสราเอลโจมตีเลบานอนไม่เลิก

20 มิ.ย. 2569 21:39 น.

อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ โวยอิสราเอลโจมตีเลบานอนไม่เลิก

อิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลยังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน และกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าล้มเหลวในการทำตามข้อตกลง

สำนักข่าว IRIB ของรัฐบาลอิหร่านรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มิ.ย. 2569 ว่า กองบัญชาการทหารของอิหร่านได้ประกาศว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากอิสราเอล “ยังคงเดินหน้า” ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน และสหรัฐอเมริกา “ล้มเหลวในการปฏิบัติตาม” ข้อกำหนดข้อแรกของข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติสงคราม

กองบัญชาการกลาง “คาตัม อัล-อันบิยา” (Khatam al-Anbiya) ซึ่งเป็นหน่วยบัญชาการทหารร่วมสูงสุดของอิหร่าน ระบุในแถลงการณ์ที่รายงานโดยสถานีโทรทัศน์ IRIB ของรัฐบาลว่า

“เนื่องด้วยการขาดความจริงใจของสหรัฐอเมริกาและการละเมิดพันธกรณีอย่างชัดเจน จากการล้มเหลวในการปฏิบัติตามข้อกำหนดข้อแรกของบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติสงคราม รวมถึงเพื่อตอบโต้การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนโดยระบอบไซโอนิสต์ทางตอนใต้ของเลบานอน… ทางกองบัญชาการจึงขอประกาศ ณ ที่นี้ว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดไม่ให้เรือต่าง ๆ แล่นผ่าน”

ทั้งนี้ สหรัฐฯ กับอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยข้อกำหนดข้อแรกจากทั้งหมด 14 ข้อกำหนดให้ “ยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและเป็นการถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอนด้วย”

หลังจากการลงนามดังกล่าว ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงหลังสงครามปะทุเมื่อ 28 ก.พ. เริ่มปรับตัวลดลงอีกครั้ง แต่ความพยายามในการขับเคลื่อนข้อตกลงนี้กลับต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากการทำสงครามของอิสราเอลในเลบานอนที่ยังคงดำเนินอยู่

ด้านนาย เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) ว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดใช้งานตามปกติทุกประการ แม้ว่าทางอิหร่านจะแถลงไปในทางตรงกันข้ามก็ตาม

“เรายังไม่เห็นหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่าอิหร่านได้ทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้ว” แวนซ์กล่าว และเผยด้วยว่า “เมื่อวานนี้เราเพิ่งจะลำเลียงน้ำมันจำนวน 16 ล้านบาร์เรลออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ดังนั้นคุณจะเห็นได้เลยว่าเรือขนส่งเหล่านั้นยังคงสัญจรกันอยู่ตามปกติ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เท้ง จี้ ป.ป.ช. ลุยสอบ TH-AI Passport เอง ไม่ต้องรอคนร้อง ขู่หากนิ่งระวังเจอเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่

เท้ง จี้ ป.ป.ช. ลุยสอบ TH-AI Passport เอง ไม่ต้องรอคนร้อง ขู่หากนิ่งระวังเจอเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่

เท้ง จี้ ป.ป.ช. ลุยสอบ TH-AI Passport เอง ไม่ต้องรอคนร้อง ขู่หากนิ่งระวังเจอเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.08 น.

เท้ง จี้ ป.ป.ช. ลุยสอบ TH-AI Passport เอง ไม่ต้องรอคนร้อง ขู่หากยังนิ่งระวังเจอเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ซัด ดีเอสไอ แถลงข่าวไม่ปกติ เปิดชื่อผู้ต้องสงสัย แต่ปิดชื่อผู้ต้องหา คดี ภาวุธ ลั่น ฝ่ายกฎหมาย ปชน. จ่อฟ้องกลับ จนท.รัฐทุกคน ถ้าปล่อยตัวเองเป็นเครื่องมือถล่มฝ่ายตรงข้าม วอนสังคมให้ความเป็นธรรม ชี้ยังไม่ถึงขั้นหมายเรียก พรรคไม่จำเป็นต้องสอบวินัย โยนเจ้าตัวแจงเองดีสุด ปม ขาดประชุมสภา-ที่มาเงิน 28 ล้าน

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ว่า ตนขอยืนยันตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูล มาตรา 14 วรรคสอง ซึ่งเขียนไว้ค่อนข้างชัดมาก ว่าไม่จําเป็นต้องรอให้พฤติการณ์มีมูล ถ้า ป.ป.ช. เห็นพฤติกรรมที่ส่อเขาว่าจะมีการฮั้วประมูล เช่น การล็อกสเปค การตกลงการยื่นใบเสนอราคามาก่อนหน้า ที่ทําให้เห็นว่าราคาใกล้เคียงกัน แล้วสามารถล็อกได้เลยว่า ควรจะใช้ตรงไหนเป็นราคากลาง รวมถึงมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น เพียงแค่มีพฤติการณ์ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องสอบสวนตามกฎหมาย และเมื่อสอบสวนออกมาแล้ว ถ้ามีมูลก็ต้องดําเนินคดีต่อ ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม 2 คณะที่ผ่านมา มีตัวแทน ป.ป.ช. นั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย ซึ่งตนเองก็ได้มีการพยายามสอบถาม ไม่ต้องดูตามข้อกฎหมาย แต่ดูตามความประพฤติ พฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเห็นว่ามีพฤติการณ์ที่ส่อเค้า ต้องดําเนินการสอบสวนทันที โดยไม่ต้องมีคนร้องด้วยซ้ํา ถ้า ป.ป.ช.ไม่ทํา แปลว่าทําผิดต่อกฎหมายละเว้นการปฏิบัติต่อหน้าที่เสียเอง ขอยืนยันว่า ป.ป.ช.สามารถดําเนินการได้ในทันที 

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามงบฯ สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวในที่ประชุมว่า จะมีการส่งข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งเชื่อว่าในตัวข้อสังเกตดังกล่าว จะต้องมีการไล่เรียงบันทึกในที่ประชุมซึ่งทําให้เห็นพฤติการณ์ดังกล่าว ดังนั้น ในเชิงการให้ถ้อยคํา และลายลักษณ์อักษร ที่ส่งไป จะเป็นตัวตั้งต้น ป.ป.ช. ต้องสามารถดําเนินการได้เลยทันที ในส่วนของเราก็จะดําเนินการควบคู่ขนานกันไป แต่ยังคงต้องใช้เวลาอีกเกือบหนึ่งเดือน ทั้งนี้ ป.ป.ช. มีหน้าที่ในการทํางานเชิงรุก เมื่อได้รับข้อสังเกต ต้องสามารถดําเนินการได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอคําร้อง 

เมื่อถามถึงกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ท้าให้ยื่นตรวจสอบได้เลย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องมีการออกมาแสดงข้อคิดเห็นแบบนั้น และยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ตนเองคิดว่าสิ่งที่รัฐมนตรีจะสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองได้มากกว่านี้ นอกเหนือจากเรื่องที่ออกมาบอกว่ายินดีให้ตรวจสอบทุกอย่าง ก็คือการเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้โปร่งใส และมีการทบทวนการดําเนินโครงการนี้ใหม่ ในเมื่อสังคมตั้งคําถามขนาดนี้ การจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมาซึ่งมีเหตุผิดปกติเยอะ ทําไมไม่ยกเลิกไปก่อน เนื่องจากมีช่องทางตามสัญญาอยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง หากทําให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือต่อประโยชน์สาธารณะ ก็ยกเลิกและเปิดประมูลใหม่ได้ตามทีโออาร์ เพื่อคลายข้อสงสัยต่อสังคมมากกว่านี้

เมื่อถามว่าเป็นผลให้เกิดคดีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนด้วยหรือไม่ หลังจากออกมาเปิดเผยเรื่อง TH-AI Passport นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเคยให้ข้อสังเกตส่วนนี้ไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าการออกมาแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นการแถลงข่าวที่ไม่ค่อยปกติมากเท่าไหร่ กลายเป็นว่าผู้ต้องสงสัยถูกเปิดชื่อ แต่ผู้ต้องหาไม่มีใครถูกเปิดชื่อเลยสักคน เป็นเรื่องที่แปลก ตนอยากให้ดีเอสไอทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา 

เมื่อถามว่าจะดำเนินคดีกลับหรือไม่  นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันในฝ่ายกฎหมายของพรรคว่าถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฏหมาย หรือทำให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ในการโจมตีทำลายล้างฝั่งตรงข้าม เราเองก็พร้อมที่จะเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง และยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ

เมื่อถามถึงกรณีที่นายภาวุธ ขาดการประชุมสภาฯในวันที่18มิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้าบอกว่ามีประชุมเยอะมากนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามนายภาวุธเอง ว่าทำไมวันนั้นถึงเดินทางมาที่สภาด้วย ตนคงไปตอบแทนไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าวันนั้นทำธุระอะไรตรงไหน 

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนได้มีการพูดคุยอะไรกับนายภาวุธเพิ่มเติมหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคงไม่ใช้คำว่าสอบสวน แต่จากกระบวนการสอบถามภายใน มีการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเข้าใจว่าการทำทุรกรรมออนไลน์อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องการโอนเงินอยู่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้มีเรื่องของเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์เสมอไป ตนและพวกเราทุกคนก็ต้องคิดว่าต้องให้ให้ความเป็นธรรมกับนายภาวุธด้วยเช่นเดียวกัน 

เมื่อถามว่าพรรคต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบหรือไม่ เหมือนกับกรณีที่ต้องสงสัยหลายกรณีก่อนหน้า นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรามีการตั้งคณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริง ตนได้หารือกับนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากรูปการที่เราเห็นตอนนี้ ยังไม่มีหมายมาเหมือนกรณีสมาชิกพรรคคนอื่น ดังนั้นคงไม่ได้เข้าสู่กระบวนการทางวินัย จะเรียกว่าสอบสวนอาจจะไม่ถูก ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา แต่เราเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย ก็มีการยกระดับการตรวจสอบภายในของเรา เพราะฉะนั้น เรื่องนี้คงจะตั้งทีมงานขึ้นมาเสาะหาข้อเท็จจริง และให้นายภาวุธ เข้ามาชี้แจง

เมื่อถามว่าเงินจำนวน 28 ล้านบาทที่เข้ามาในบัญชีนายภาวุธ ได้มีการสอบถามหรือไม่ว่ามีที่มาอย่างไร  นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากคำชี้แจงของนายภาวุธ เขาเองก็เป็นคนที่เทรดอยู่แล้ว เช่น ทองคำ หรืออะไรต่างๆ ตนคิดว่ารายละเอียดเรื่องนี้ เงิน มีที่มาที่ไปอย่างไร ให้นายภาวุธชี้แจงด้วยตัวเอง น่าจะดีที่สุด

กรวีร์ ย้ำความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย หวั่นซ้ำรอยปมประชามติ

กรวีร์ ย้ำความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย หวั่นซ้ำรอยปมประชามติ

กรวีร์ ย้ำความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย หวั่นซ้ำรอยปมประชามติ

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.45 น.

21 มิถุนายน 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา และฝ่ายค้าน เข้าพบประธานศาลรัฐธรรมนูญ และได้ความเห็นว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จากประชาชนโดยตรงสามารถทำได้ 100% แต่ไม่สามารถเลือกคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ ว่า จริงๆ แล้วฝ่ายการเมืองทุกคนอยากเห็นการเลือก สสร.โดยตรงจากประชาชน ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ก่อนหน้านี้ก็อยากให้ประชาชนเลือก สสร. แต่การที่ สว.และฝ่ายค้าน ไปที่ศาลรัฐธรรมนุญแล้วได้แนวความเห็นมานั้น ก่อนหน้านี้เราเคยมีบทเรียนเกี่ยวกับการทำประชามติ ที่ไปขอความเห็นจากศาลรัฐธรรมนูญมาบอกว่าทำ 2 ครั้ง แต่พอศาลมีคำวินิจฉัยออกมาให้ทำประชามติ 3 ครั้ง ซึ่งเรื่องนี้หากประชาชนเลือก สสร.ได้โดยตรง ตนก็เห็นว่าเป็นเรื่องดี แต่เมื่อมันเป็นเพียงความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัย หากทุกคนเดินตามแนวทางนี้แล้วพอถึงเวลามีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญแล้วศาลคำวินิจฉัยออกมาอีกอย่างว่ากระบวนการไม่ใช่เป็นอย่างที่เข้าใจกันนี้ กลายเป็นการแพ้ฟาวกระบวนการทั้งหมดจะเสียหายไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

“ตนไม่อยากเห็นความพยายามที่เดินหน้ากันแล้วแพ้ฟาว เรามีบทเรียนเรื่องประชามติแล้ว ดังนั้น ตนมองว่าสุดท้ายต้องไปดูคำวินิจฉัยล่าสุดของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ที่ทุกคนเห็นกันอยู่แล้ว ที่บอกว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และรัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรงได้ แล้วนำมาปรับใช้เป็นแนวทางที่เหมาะสมน่าจะดีกว่า” นายกรวีร์ ระบุว่า

เท้ง ตอกกลับ อยากเห็น รมต.ตอบคำถามสร้างสรรค์เช่นกัน แซะเลิกรอสคริปต์ ขรก.เขียนให้

เท้ง ตอกกลับ อยากเห็น รมต.ตอบคำถามสร้างสรรค์เช่นกัน แซะเลิกรอสคริปต์ ขรก.เขียนให้

เท้ง ตอกกลับ อยากเห็น รมต.ตอบคำถามสร้างสรรค์เช่นกัน แซะเลิกรอสคริปต์ ขรก.เขียนให้

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.36 น.

เท้ง ตอก รัฐบาล อยากเห็น รมต.ตอบคำถามสร้างสรรค์เหมือนกัน แซะหวังตอบแบบสดๆ ในสภาฯ เลิกรอสคริปต์ ขรก.เขียนให้ แย้ม ฝ่ายค้าน เตรียมขุนพลพร้อมชำแหละ พ.ร.บ.โอนงบฯ – งบปี 70 มี องครักษ์ฝ่ายค้าน ด้วย

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2568 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงงานเปิดวิสัยทัศน์นโยบาย Digital และ AI พร้อมแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญในวงการวันนี้ ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ว่า วัตถุประสงค์หลักคือต้องการให้คนในแวดวงอุตสาหกรรมไอที รวมถึงประชาชนเห็นว่า ถ้าประเทศไทยมีการดําเนินนโยบาย ในเรื่องเอไอที่ถูกต้อง เราจะได้ประโยชน์อย่างไรกลับมาบ้าง ณ ตอนนี้ไม่ว่าแผนของประเทศไทยเรื่องเอไอจะหน้าตาเป็นแบบไหน แต่จะต้องตอบวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

1. ควรต้องเปลี่ยนสถานะประเทศไทย จากเดิมที่เราเป็นผู้ซื้อมาเป็นผู้สร้าง

2. การลงทุนในยุทธศาสตร์หรืออุตสาหกรรมใดก็ตาม ควรจะต้องสร้างผลขยายต่อเนื่องไปยังภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ

และ 3. ควรต้องเพิ่มอํานาจต่อรองของประเทศไทยในเวทีโลก เพราะทุกวันนี้เราอยู่ภายใต้ระเบียบโลกใหม่ ถูกกดดันจากประเทศมหาอํานาจ

ดังนั้น ทางเลือกและทางรอดของประเทศไทยต่อจากนี้ คือการเลือกลงทุนให้ถูกจุด และตอบโจทย์สามข้อดังกล่าว 

นายณัฐพงษ์ ยังกล่างถึงการพิจารณาพระราชบัญญัติโอนงบฯ ปี 69 และร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 มีการเตรียมการอย่างไรบ้างว่า ตอนนี้มีการเตรียมผู้อภิปรายไว้ค่อนข้างพร้อมแล้ว สิ่งที่สําคัญ ณ ตอนนี้คือทุกคนรู้ว่า พื้นที่ทางการคลังของประเทศไทยหดตัวเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ สิ่งที่สําคัญคือการลงทุนให้ถูกจุด ซึ่งเอไอก็เป็นหนึ่งในนั้น หัวข้อที่มาบรรยายในวันนี้ ยังเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีการตั้งบอร์ดขึ้นมา พวกเราเองคงจับตามองเช่นเดียวกัน ทั้งโครงการและงบประมาณที่จะถูกเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ตกลงตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคตหรือไม่ 

เมื่อถามว่ารัฐบาลต้องการเห็นการอภิปรายของฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากเห็นการตอบคำถามที่สร้างสรรค์เช่นเดียวกัน 

“คาดหวังว่าการตอบคำถามที่สร้างสรรค์ เป็นอย่างไรคือรัฐมนตรี ต้องนั่งอยู่ในสภาฟัง สส. อภิปราย และตอบคำถามแบบสดๆ ได้เลยไม่ต้องรอคิวรอสคริปต์ที่ข้าราชการเกียรติให้” นายณัฐพงษ์ กล่าว 

เมื่อถามว่าต้องเตรียมองครักษ์ไว้หรือไม่หากมีการประท้วง นายณัฐพงษ์ ระบุว่าปกติมีการเตรียมทีมที่เป็น สส. ที่มีความแม่นยำในข้อบังคับการประชุมอยู่แล้วในทุกการอภิปรายใหญ่ๆ