สวยใสหน้าเด็กจนต้องมองซ้ำ เจี๊ยบ พิจิตตรา แจกความละมุนกลางลอนดอน

สวยใสหน้าเด็กจนต้องมองซ้ำ เจี๊ยบ พิจิตตรา แจกความละมุนกลางลอนดอน

สวยใสหน้าเด็กจนต้องมองซ้ำ เจี๊ยบ พิจิตตรา แจกความละมุนกลางลอนดอน

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.14 น.

เป็นอีกหนึ่งสาวที่ไม่ว่าจะอยู่ในลุคไหนก็ยังคงมีเสน่ห์ความละมุนเป็นเอกลักษณ์ สำหรับ เจี๊ยบ พิจิตตรา ที่ล่าสุดปล่อยภาพจากทริปลอนดอนออกมาให้แฟนๆ ได้ชื่นชมกันแบบเต็มอิ่ม พร้อมบรรยากาศเมืองสวยสุดคลาสสิกที่ยิ่งช่วยขับให้ออร่าความหวานของเจ้าตัวดูโดดเด่นขึ้นไปอีก ทริปนี้ เจี๊ยบมาในลุคสบายๆ แต่ดูดีมาก ด้วยเสื้อแขนยาวโทนครีมแมตช์กับกางเกงยีนส์ทรงหลวม เพิ่มความน่ารักด้วยกระเป๋าใบเล็กคู่ใจ เป็นลุคที่เรียบง่ายแต่ลงตัวสุดๆ ไม่ต้องแต่งเยอะก็สวยสะดุดตา แถมยังให้ฟีลอบอุ่นละมุนเหมือนสาวลอนดอนเกิร์ลในวันชิล

ขวัญ อุษามณี แช่งคนปล่อยข่าวลือท้องกับ อ.เบียร์ คนตื่นธรรม ให้ตกนรก เผยโอกาสคบกัน?

ขวัญ อุษามณี แช่งคนปล่อยข่าวลือท้องกับ อ.เบียร์ คนตื่นธรรม ให้ตกนรก เผยโอกาสคบกัน?

ขวัญ อุษามณี แช่งคนปล่อยข่าวลือท้องกับ อ.เบียร์ คนตื่นธรรม ให้ตกนรก เผยโอกาสคบกัน?

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.31 น.

“ขวัญ อุษามณี” ควง “อ.เบียร์ คนตื่นธรรม” เปิดใจ หลังเจอมือดีปล่อยข่าวลือท้อง ออกโรงฟาดกลับ ใครทำขอให้ตกนรก พร้อมเปิดใจความสัมพันธ์กับอ.เบียร์แบบหมดเปลือก ยอมรับตั้งแต่รู้จักกันมา ชีวิตสนุกขึ้นมา แถมช่วยกันทำมาหากินแลกเปลี่ยนมุมมองชีวิตกันอยู่เสมอ ส่วนสถานะหัวใจ คืออะไรกันแน่ ข่าวลือซุ่มคบกันจริงหรือไม่ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31

 ข่าวหลุดว่าท้องกับอ.เบียร์?

ขวัญ : ไม่ได้ท้อง ไม่รู้ข่าวมาได้ยังไง ขวัญจะบอกว่ามันมาจากการปั่นกระแสที่เว็บๆ นึงในช่องทางของติ๊กต๊อก แต่ถ้าใครอยู่กับขวัญก็จะรู้อยู่แล้วว่าเรื่องขวัญผ่านดราม่าอะไรมาบ้าง มันก็จะมีทั้งเรื่องจริงและเรื่องไม่จริงอยู่ในชีวิตของขวัญ อุษามณี อย่าง RIP ชีวิตหนูเจอมาแล้ว 3-4 รอบ แต่เรื่องท้องหนูมาอยู่กับอาจารย์ หนูเพิ่งเคยเจอเนี่ย แล้วท้องกับอาจารย์ด้วยนะ ไม่ได้ท้องกับคนอื่น มีแฟนกี่คนไม่เคยมีข่าวหนูท้องกับแฟนเลย หนูไลฟ์กับอาจารย์ ทำงานกับอาจารย์ ขายของกับอาจารย์ บอกหนูท้องกับอาจารย์เบียร์ได้เลย 

 ได้ข่าวว่าฟาดกลับเลยคนว่าท้อง?

ขวัญ : เขาโกหก พอขวัญเข้าไปดู เราเป็นคนสาธารณะ ขวัญรู้ว่าอันไหนที่เราควรปล่อย อันไหนที่ปล่อยไม่ได้ มันดึงรั้งหมดทุกอย่างเป็นไปไม่ได้ แต่อันนี้เขาทำผิด เขาใส่เรื่องเว็บการพนัน แล้วพูดว่าทุกวันนี้ที่ขวัญมีกินมีใช้เพราะขวัญลงทุนกับเขา แล้วเอาข่าวนี้พาด ขวัญเลยรู้สึกว่าเฮ้ย คุณทำมาหากินแบบนี้ไม่ได้ แล้วตัวตนคุณก็เป็นอวตาร ใครก็ไม่รู้ขวัญก็เลยแคปไว้ก่อนแล้วลงหน้าสตอรี่ว่ามันไม่เป็นความจริง แล้วก็สาปแช่งให้ตกนรกเลย ขวัญไม่ได้โมโห แต่หนูสงสารคนอื่น คนที่เขาอยากทำมาหากิน คนที่เขามีเงินแล้วอยากไปลงทุน เขาไม่ควรใช้ชื่อเสียงขวัญในวิธีผิดๆ แบบนี้ 

ตอนนี้เยอะมาก เอาดาราไปบอกว่าท้องบ้างโน่นนี่บ้าง?

ขวัญ : เราเข้าใจว่าข่าวต้องปั่นให้เป็นกระแสอยู่แล้ว แต่สุดท้ายบริบทต้องถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ตามกฎหมาย ถ้าคุณทำอะไรผิดหรือทำแบบนี้ ยังไงคุณต้องไปอยู่คุก ไม่ว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้

นอกจากสาปแช่งให้ตกนรก มีไปแจ้งความมั้ย?

ขวัญ : ไม่ค่ะ เสียเวลา คนพวกนี้เขาไม่ได้อยู่เมืองไทยอยู่แล้ว แต่อยากจะบอกดารานักแสดงทุกคน เราอย่าเพิกเฉย อย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะคนอื่นเขาไม่รู้ เขามาอ่านแล้วเข้าใจผิดว่าดาราทำแบบนี้ ได้เหรอ ดีเหรอ ถ้าเราโดนเกี่ยวข้องเมื่อไหร่ เราต้องแสดงตัวตนเลยว่าเราเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ 

อาจารย์เบียร์พอเห็นคู่จิ้นเรามีข่าว?

อ.เบียร์ : คู่จิ้นเรา (หัวเราะ) จริงๆ มันเป็นข่าวด้วยกัน เพราะคนไปเต้าข่าว เว็บพนันมันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ไปอะไรกับมันมากไม่ได้หรอก อย่างเรื่องอ.เบียร์ตายแล้ว อาจารย์ก็เจอมาแล้ว

ขวัญ : ตายยัง 

อ.เบียร์ : ยังอยู่นี่ไง แต่เรื่องการท้อง เราตลกตรงที่ดันมีคนเชื่อ พระมาบิณฑบาตกับบ้านลูกศิษย์อาจารย์ ถามว่าอ.เบียร์ทำขวัญ อุษามณีท้องจริงเหรอ คบกันจริงเหรอ ทำท้องจริงเหรอ อ.ไลฟ์สดอยู่ก็มีคนมาถามอาจารย์ทำขวัญท้องจริงเหรอ ขอวิธีเทคนิคในการได้กับขวัญหน่อย มันปัญญาอ่อนมั้ย คนถามจริงจังเลย แล้วคนถามส่วนใหญ่เป็นคนแก่ๆ มีอายุหน่อย เหมือนแก๊งมิจฉาชีพพร้อมหลอก 

คนสูงวัยอาจไม่รู้ อาจดูแค่พาดหัวข่าว ขวัญท้อง อ้าว ท้องกับอ.เบียร์ ผู้ถือศีล 8?

อ.เบียร์ : ถูกต้อง

ข่าวพระกับสีกาเยอะ คนอาจเข้าใจว่าอาจารย์ทำขวัญท้อง?

อ.เบียร์ : ไม่ ประเด็นคือมันไม่เป็นดราม่าร้ายกาจ มันเป็นดราม่าแบบอุ้ยดีจังเลยเนอะ คนยินดี ไม่ใช่มึงไปทำเขาท้องได้ไง มันไม่ใช่ 

อยากบอกอะไรคนปล่อยข่าว?

อ.เบียร์ : ปัญญาอ่อน เพ้อเจ้อมาก ปล่อยข่าวให้มันดูสมเหตุสมผลหน่อย คืออาจารย์กับขวัญเพิ่งรู้จักกัน จะมาท้องกันเร็วขนาดนี้มันก็ไม่ใช่เรื่อง นึกออกเปล่า แล้วอาจารย์เจอกับมัน เจอกันแค่ในไลฟ์สด ถามสิกูไปได้กันตอนไหน ไลฟ์สดเหรอ มองตากันเป็นปลากัดแล้วตั้งไข่ได้เลยงี้เหรอ เขวี้ยงปากมันก่อน 

นอกจากขวัญ อาจารย์เบียร์ก็มีดราม่าสั่งทุเรียนเกรดเอแล้วได้ไม่ตรงตามเกรด ขวัญได้ปลอบใจอาจารย์มั้ย เห็นว่าโดนไปหลายล้านอยู่นะ?

ขวัญ : เห็นค่ะ วันนั้นเห็นว่าอาจารย์โดนอะไรบ้าง เราก็อยู่ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง ที่ขวัญรู้สึกว่ามันเนกาทีฟเลย คือคนที่เขาเป็นเจ้าของสวน ไม่รู้สวนไหน เขาพูดกับพี่สต๊าฟ พี่เขาแจ้งไปว่าอันนี้ไม่ใช่ทุเรียนตามเกรดแบบนี้ๆ แล้วที่ขวัญได้ยินคือเขาพูดว่าอันนั้นเกรดเอบีของคุณแต่อันนี้เกรดเอบีของผม ของคุณเป็นแบบไหนไม่รู้แต่นี่คือเอบีของผม ขวัญอยู่ตรงนั้นรู้สึกว่ามันเฟลมาก มันแย่ แล้วอาจารย์ก็ไม่รู้เรื่อง อาจารย์นั่งอยู่ข้างหน้าไลฟ์สด ไลฟ์ไปเรื่อย พูดไปเรื่อย หลังบ้านมีปัญหาอะไรบ้างก็ไม่รู้ ขวัญต้องบอกอาจารย์ว่ามันมีปัญหาแบบนี้จะทำยังไง เราก็ช่วยกันแก้ไขปัญหา ปัญหาเกิดขึ้นแล้วเราทำอะไรต่อไม่ได้ เพราะฝั่งโน้นเขาไม่ได้รับผิดชอบ ก็เลยมาแก้ไขกันตรงนี้

อาจารย์เลยตอบแทนด้วยการไปช่วยขวัญไลฟ์จนยอดถล่มทลาย?

อ.เบียร์ : ตอนนั้นขวัญเข้ามาแล้วเริ่มเห็นปัญหาทุเรียน มันก็ไปเดินแก้ปัญหาให้อาจารย์ คำแรกที่มันพูดขึ้นมาคือคำว่าอาจารย์เอาไปก่อนเลยมั้ยล้านนึง เหมือนจะลงทุนด้วย เราก็บอกว่าจะมาลงทุนอะไรกับกู ตอนนี้กำลังจะแย่ เขาบอกไม่เป็นอาจารย์เอาไปก่อนล้านนึง ถ้าจะแย่ก็ก็แย่ด้วยกัน เราก็เฮ้ย มันโอเคนะ มันใจกับเรามาก แล้วก็มานั่งช่วยไลฟ์สดขาย วันรุ่งขึ้นลงจากรถตู้มาหัวฟูมาเลย มาสองวัน มันไปงานมา แต่มันยังกลับมาช่วยเราขายทุเรียน แล้วมันเหนื่อย แต่ก็อยู่กับเราถึงตีหนึ่ง ตีสอง เที่ยงคืนกว่า นั่งไลฟ์สดช่วยกันขาย ทั้งที่บางช่วงอาจารย์เหนื่อยนะ มันบอกอาจารย์ขึ้นมาขายก่อน กลายเป็นมีเอเนอร์จี้มากกว่าเรา ปลุกกระแสเราขึ้นมา 

ขวัญ : เหมือนทำงานกลุ่ม เหมือนตอนอยู่มหา’ลัย เพื่อนเหนื่อย เพื่อนดร็อปเราก็ต้องช่วยเพื่อน

อ.เบียร์ : เราก็ตอบแทนมัน ด้วยการไปช่วยไลฟ์สดขายของของมัน 

ขวัญ : แว๊กศีรษะ 

อ.เบียร์ : เออ ไว้ผมให้เลย ถึงเวลาก็ไปเอาแว๊กที่เขาแว๊กจิ๊มิ๊มาแว๊กหัวกูเลย 

ขวัญ : (หัวเราะลั่น) มันไม่ได้แว๊กจิ๊มิ๊อย่างเดียว แว๊กขาก็ได้ เมื่อกี้หนูก็แว๊กขา 

ขวัญทำโปรดักซ์แว๊กกำจัดขน ขนอะไรก็ได้ที่ขึ้นในร่างกาย?

ขวัญ : ใช่ มันสามารถแว๊กได้หมดเลยทั้งตัว 

สุดท้ายอาจารย์ช่วยน้องจากเจตนาที่บริสุทธิ์ แต่ไม่วายเจอดราม่าว่าอาจารย์ถือศีล 8 แล้วให้ผู้หญิงมาจับหัวอาจารย์ได้ยังไง?

อ.เบียร์ : ทำไมจับไม่ได้ล่ะ

ขวัญ : เหมือนช่างตัดผม หรือเวลาเราไปหาหมอ เราเลือกไม่ได้ว่าหมอหญิงหรือหมอชาย 

อ.เบียร์ : จับได้หมดแหละ มันไม่ได้เกี่ยวอะไร จับให้ถูกจุดแล้วกัน อย่าไปจับจุดอื่น วันนั้นประเด็นคืออาจารย์ให้ขวัญนั่งบัญชาการอย่างเดียว แล้วมีผู้ชายมาแว๊กแล้วคอยเทส แต่ปรากฏว่าระยะเวลามันเริ่มเนิ่นนาน เขาไม่รู้เทคนิคในการไถ ต้องไถไปทางไหน ต้องลูบไปทางไหน ทีนี้มันอยู่นานเกินไปมันจะอันตรายต่อหัวเรา ก็บอกขวัญเช็ดเลย เพราะคนอื่นไม่รู้เทคนิคเดี๋ยวไม่ทัน ก็เลยให้ขวัญมาเช็ด 

ขวัญ : จะบอกว่าตัวแว๊กของหนู มันทิ้งไว้แค่ 5-6 นาทีเส้นขนมันละลายแล้ว ตอนนั้นที่แว๊กศีรษะอาจารย์ มันเกิน 5 นาทีแล้วแห้งแล้ว หัวอาจารย์จะละลายแล้ว อาจารย์เลยบอกว่าเฮ้ยขวัญช่วยหน่อย เราก็ต้องเช็ดย้อนขนให้ 

มีช่วงนึงอาจารย์มารายการคุยแซ่บโชว์ เม้าธ์เรื่องรองเท้าแดง?

ขวัญ : ไม่ หนูไม่ได้มีคู่เดียว วันนี้รายการรีเควสให้หนูใส่รองเท้าแดงมา มันเป็นดีไซน์เก๋ๆ แบบนี้ อาจารย์ขี้เม้าธ์ตั้งแต่อยู่มหา’ลัยแล้วขวัญว่า

ตอนเรียนรู้จักอาจารย์มั้ย?

ขวัญ : ตอนมหา’ลัยไม่รู้จักค่ะ ไม่เคยเจอ ขวัญเป็นคนชอบสีแดง เราเรียนมัธยม เราโตมา เข้ามหา’ลัยก็อยากแต่งตัวให้จี๊จ๊าดหนูก็ทาลิปสีแดงไป แต่ตอนนั้นเขาไม่ให้ทา เขาบอกแต่งตัวไม่เหมาะสม พ่อแม่เราก็หัวโบราณ เราก็เลยโอเคปากไม่แดงก็ได้ ขอรองเท้าแดงพอ เป็นจุดเดียวที่หนูพอทำได้สีแดง หนูก็เลยใส่รองเท้าแดงตลอดปีการศึกษา 4-5 ปีไปเลย 

อาจารย์สะดุดขวัญเพราะรองเท้าแดง?

อ.เบียร์ : ก็ไม่ได้สะดุดอะไรหรอก ก็มันเป็นดารา คนบ้าอะไรใส่รองเท้าอยู่สีเดียว มันไม่ใช่วิถีปกติของคนทั่วไปเด็กมหา’ลัยจะมาใส่รองเท้าสีเดียว โดยมากใส่สีดำ หลากหลาย ใส่สูงบ้าง ต่ำบ้าง แต่อีนี่ใส่อยู่สีเดียว

ขวัญ : อาจารย์ต้องดูหน้าดูตาดูผมบ้าง

อ.เบียร์ : ทำไมกูจะไม่ดู กูยังบอกว่ามึงตาคล้ำเหมือนคนติดยา ทุกวันนี้กูยังพูดอยู่

ขวัญ : (หัวเราะ)  

ใส่หูฟังเล่นละคร คุยกับแฟนตลอดเวลา?

ขวัญ : เข้าซีนดราม่า ก็คุยกับแฟนตลอดเวลา หนูไม่เคยรัดผม ไม่เคยรวบผมเลย ทำฟาร่าตลอด เพราะแฟนอยู่ในหู มันวางไม่ได้ ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา (หัวเราะ) 

อยากรู้มั้ยใคร?

ขวัญ : เฮ้ย อย่า (หัวเราะ)

อักษรย่อ?

ขวัญ : ไม่ได้ๆ ไม่เอาๆ 

วันนี้กลับมาคุยกันด้วย?

ขวัญ : ไม่ๆ ข้ามๆ ตอนนี้หนูไม่มีแฟน แต่ใดๆ ตอนนี้หนูโสดนะ 

รับปากก่อนจะช่วยกันไลฟ์ ไม่งั้นแฉหมด?

ขวัญ : เดี๋ยวหนูไปไลฟ์กับพี่ ขอร้องนะ (หัวเราะ) 

อาจารย์เบียร์หึงมั้ย?

ขวัญ : ทำไมวกกลับมาล่ะ

อ.เบียร์ : โอ้ย ถามอะไร น่าเอากระโถนตีปากเหลือเกิน ไม่ควรจะถาม กูเขวี้ยงสักที (หัวเราะ)

ไปสนิทกันได้ยังไง?

อ.เบียร์ : แม่แตนนั่งอยู่นี่ นี่ไง 

แม่แตน คุณแม่สามีในอนาคตมั้ย?

ขวัญ : หนูมีสามีอีกแล้วเหรอ (หัวเราะ)

อ.เบียร์ : สามีเยอะมากอีนี่ (หัวเราะ) 

หนู : คุณแม่สามีในอนาคต 

อ.เบียร์ : แม่แตนเขารู้จักกับขวัญอยู่แล้ว ก็เลยมาทำความรู้จักกัน เขาเลยแนะนำขวัญว่าไปไลฟ์สดกับอาจารย์สิ ขวัญเลยขอคิวมา บอกว่าลองไลฟ์สดกันดู เริ่มต้นไลฟ์สดวันแรกก็เป็นไวรัลเลย บันเทิงเลย 

เห็นว่าดีนะที่อาจารย์มีคำว่าอาจารย์นำหน้า ถ้าไม่มีคำว่าอาจารย์จะเป็นยังไง?

ขวัญ : ตบบ่าไปแล้ว (หัวเราะ) 

สนิทกันแค่แป๊บเดียว แต่ทำไมดูความสัมพันธ์ดูลึกซึ้งจังเลย?

ขวัญ : ลึกซึ้งเลยเหรอ (หัวเราะ)

อ.เบียร์ : อาจารย์คุยด้วยแล้วสนิทหมดทุกคน คุยฟีลมึงกู ก็เลยกลายเป็นคุยกับเพื่อนตลอดเวลา แล้วขวัญเป็นคนเฟรนด์ลี่ เข้ากับทุกคน สังเกตเวลาคุยกับใครดูสนิทไปหมดเลย ทุกคนจริงๆ นะ บางทีพูดไม่หยุดเลย รำคาญ 

ขวัญ : หนูก็ไม่ได้พูดตลอดเวลานะ 

อาจารย์เป็นคนเดียวที่ขวัญไลฟ์แล้วไม่ด่าไม่สวนกลับ เพราะว่าไม่ทัน?

ขวัญ : ไม่เคยมีใครด่าขวัญแบบนี้ไง นึกออกมั้ย

อ.เบียร์ : อีสันขวาน อีสันดาน (หัวเราะ) 

ขวัญ : แต่เราไม่ได้ซีเรียสไง เรารู้เจตนาอาจารย์ไม่ได้มีอะไร มันคือคาแรกเตอร์อาจารย์ที่พูดประมาณนี้ อีกอย่างเป็นรุ่นพี่เรา ขวัญเชื่อว่าถ้าเราเรียนที่ไหน เวลาเราคุยกับรุ่นพี่รุ่นน้อง จะมีเซ้นส์บางอย่างเกี่ยวกัน พอสนิทอาจารย์ก็โดนไถตังค์นะ(หัวเราะ) รวยใช่มั้ย ขายช็อปปี้ใช่เปล่า ได้เงินตั้ง 7-8 หมื่น เลี้ยงข้าวหนูหน่อย 

อ.เบียร์ : 7-8 หมื่นขอแบ่งแล้ว พวกมึงขายได้เป็นล้านไม่เห็นจะแบ่งให้กูบ้าง สันดาน อยากให้กูด่า 

เวลาเถียงอาจารย์ไม่ทัน ทำยังไง?

ขวัญ : กรี๊ด ง่ายดี จบ หยุด 

อาจารย์ตกใจเหรอ?

อ.เบียร์ : ก็กูสตั๊นไปแป๊บนึง กรี๊ดทำหอกอะไร 

ขวัญ : อาจารย์พูดนอนสต๊อป พูดไม่หายใจ พูดเหมือนหายใจทางเหงือก

อ.เบียร์ : กูไม่ใช่ปลา 

เวลาไลฟ์เหมือนมวยถูกคู่ ชาวเน็ตตั้งฉายา คุณหนูตื่นสายกับคุณชายตื่นธรรม?

อ.เบียร์ : มันเป็นจากลูกศิษย์อาจารย์คนนึงไปตั้ง แล้วไปเจนเอไอ ทำเป็นอาร์ตเวิร์คขึ้นมาเพื่อบอกว่าจะไลฟ์สดนะ แล้วมันใช้คำนี้ขึ้นมาว่าคุณนายตื่นสายกับคุณชายตื่นธรรม

ขวัญ : ไม่ คือคาแรกเตอร์อาจารย์เป็นคนตื่นเช้า แต่หนูตื่นสาย อาจารย์จะตื่น 7-8 โมงตลอด แต่ขวัญเวลาแต่งหน้าเครื่องสำอางในไลฟ์จะเป็นเที่ยง บ่ายโมง แล้วคนมากู้ดมอร์นิ่งตอนเที่ยง เขาเหมือนจับแมตซ์นิสัยไทป์เราสองคน แล้วเอามาอยู่ในสโลแกนของเรา ซึ่งมันก็คือเรื่องจริงนะ นับถือลูกศิษย์อาจารย์คนนั้น คิดคำเก่ง 

คู่จิ้นหรือคู่จริง?

อ.เบียร์ : ถามใคร ไม่ใช่ว่าอึกอัก แต่ไม่รู้ใครต้องเป็นคนตอบ เรื่องนี้มันไม่มีอะไร เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับกูด้วยซ้ำ ไม่ต้องมาหญิงมาชายตอบได้ ไม่มีอะไรหรอก มันจิ้นกันไปเอง ไปพัฒนาห่xอะไรก่อน ขวัญไม่เคยคุยกับอาจารย์ส่วนตัวเลยนะ ไลน์หากัน ยกหูโทรหากัน ไม่มี แค่คุยกันตอนที่เราเจอกัน ไม่เคยมีโทรคุยกันแม้แต่ครั้งเดียว ไม่มีไลน์คุยกันแม้แต่ครั้งเดียว มีแต่คุยผ่านทีมงานทั้งหมด ไม่มีโอกาสเห็นขาอ่อนกูหรอก กูบอกให้ 

ขวัญ : โหยยย ขนาดนั้นเลย (หัวเราะ) 

ขวัญเคยถามอาจารย์ว่าคบกันหรือไม่คบกัน?

ขวัญ : ไม่ เล่นกันอย่างเดียวพี่ 

ชอบเล่นจนเป็นเรื่อง?

ขวัญ : อย่างที่บอกเราเป็นพี่เป็นน้องกัน อยู่รั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน อีกอย่างเรารู้อยู่แล้วว่าปณิธานอาจารย์ต่อไปคือจะบวช เราศาสนาพุทธ ไม่ต้องกลัวว่าหนูจะไปเป็นมารศาสนาหรอก หนูก็เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีอยู่ค่ะ น้องคนนี้จะซัปพอร์ตพี่ตลอด 

จะใจอ่อนมั้ย หลายคนเริ่มต้นจากความเป็นเพื่อนก่อน?

ขวัญ : ไม่มีค่ะ หนูไม่เคยคบเพื่อนเป็นแฟน ไม่เคยคบแฟนเป็นเพื่อน ถ้าเป็นเพื่อนจริงๆ ไม่เคยเป็นแฟน นอกจากเขาเข้ามาจีบ มีแต่คนตั้งใจมาจีบเลย ไม่เคยมีเพื่อนแล้วมาเป็นแฟนหรือเป็นแฟนเสร็จแล้วเลิกกันมาเป็นเพื่อน ไม่มี เพราะขวัญตัดจบง่ายเลย 

ตอนนี้โสดมั้ย?

ขวัญ : โสด อาจารย์จะได้พ้นมลทินซะที 

อ.เบียร์ : เออ กูจะได้พ้นมลทินซะที 

หนิง : ได้ข่าวว่าตอนนี้ก็มีคนจีบอยู่ เขาก็ตามมาที่รายการ แล้วโลกก็กลมมาก คนจีบเธอวันนี้ตกใจ

ขวัญ : แฟนเก่าพี่หนิงเหรอ (หัวเราะ) 

เรื่องคนเข้ามาจีบขวัญ เคยอยู่ในความสัมพันธ์กับพี่หนิง?

หนิง :   ถามเลย เพราะขวัญหาเนื้อคู่จากเอไอ อันนั้นเราไปหลังบ้าน 

หาคู่จากเอไอเป็นไง?

ขวัญ : หนูดูดวง อยากบอกว่าแชตจีพีทีดูดวงแม่นมากเลยนะ แต่เราต้องใส่ให้มันถูก ใส่ชื่อวันเดือนปีเกิดสถานที่เกิด มีข้อมูลอะไรที่เรารู้ เราเกิดช่วงไหน ใส่ไปในนั้นเลย ซึ่งดี 

ไปหาเนื้อคู่ว่าหน้าตาแบบไหน รูปร่างแบบไหน?

ขวัญ : นี่แหละธรรมะของหนู หนูจะได้รู้แนวว่าคนที่เป็นเนื้อคู่ชีวิตหนูมาเป็นแบบไหน

อ.เบียร์ : เพ้อเจ้อจ้ะ

ขวัญ : ไม่ใช่เพ้อเจ้อ แต่เป็นการตัดแนวทางอื่นที่ไม่เกี่ยวเวลาคนเข้ามา

อ.เบียร์ : มึงตัดคนดีออกจากชีวิตด้วยจ้ะ

ขวัญ : ไม่เกี่ยว 

อ.เบียร์ : เกี่ยวจ้ะ บางทีเราหลงกับเรื่องพวกนี้เยอะเกินไป พอไปดูเยอะๆ เข้าสุดท้ายเราอาจตัดคนดีๆ ออกจากชีวิตไปก็ได้ เพราะเราจะเอาเฉพาะเอไอ คนที่ดีจริงๆ กับชีวิตเรา อาจต้องไปคุยกัน ปฏิสัมพันธ์กัน ไม่ใช่ไปดูแนวทางอะไรปัญญาอ่อน เพ้อเจ้อ เดี๋ยวตีปากเลยอีสันดาน อีนี่ไม่ตื่น 

ดูทุกอาทิตย์ อัปเดตทุกอาทิตย์?

อ.เบียร์ : บ้า มึงไม่น่าเจริญเติบโตมาได้ทุกวันนี้ กับสมองมึงที่มึงไปวุ่นวายเรื่องเอไอ (หัวเราะ) ปัญญาอ่อน 

ไม่มีคนมาจีบเหรอ?

ขวัญ : ไม่มี 

วันนี้เขามานะ?

ขวัญ :   พี่เต้ลูกแม่แตนสนิทกัน พี่หนิงก็พูดไปเรื่อยเก่งเหลือเกิน ตอนนี้ที่พูดมาไม่รู้เรื่องไหนจริงเรื่องไหนโกหกแล้วนะ งงกับตัวเองเหมือนกัน 

คนมาจีบขวัญต้องผ่านด่านอาจารย์เบียร์เปล่า?

ขวัญ : ต้องผ่าน ถ้าเกิดคนไหนเราคบเราชอบจะพามารู้จักกับอาจารย์ 

อ.เบียร์ : กูพาไปบวชกับแม่ชีศันสนีย์ จะพาไปกล้อนผม จะได้ไม่ต้องมีอะไรเยอะแยะ

สเปกที่ชอบตอนนี้คือแบบไหน?

ขวัญ : ชอบคนเก่ง 

อ.เบียร์ก็เก่ง?

ขวัญ : ใช่ ก็ชอบ ถ้าเราชอบใครเราถึงจะอยู่ด้วย แต่การชอบของเราไม่ใช่เราต้องไปเป็นแฟน หนูชอบคือเคารพ เขาเป็นพี่เรา 

ต้องเป็นผู้ชายมั้ย เป็นทอม เป็นเลสเบี้ยนได้มั้ย ถ้าเขารักขวัญแล้วตอบโจทย์ขวัญได้?

ขวัญ : เป็นผู้ชาย 

อ.เบียร์ : (หัวเราะ) จริงๆ ใครก็ได้ ให้มันเป็นคนดี ตอบสนองความต้องการซึ่งกันและกันได้ มันจะตอบสนองขวัญคนเดียวก็ไม่ได้ ขวัญจะตอบสนองมันคนเดียวก็ไม่ได้ มันต้องทั้งสองฝ่ายถึงจะอยู่ด้วยกันรอดปลอดภัย ไปมีซะที กูรำคาญ 

ขวัญ : เราทำงานตลอด ถามว่าจะเอาเวลาไหนไปหาแฟน คนโทรหาหนูก็ปิดโหมดรบกวนแล้ว 

ต้นแบบรักมั่นคง เสธ.ดอลลาร์-คุณหญิงแมงมุม เติมโมเมนต์หวานทำโซเชียลเขิน

ต้นแบบรักมั่นคง เสธ.ดอลลาร์-คุณหญิงแมงมุม เติมโมเมนต์หวานทำโซเชียลเขิน

ต้นแบบรักมั่นคง เสธ.ดอลลาร์-คุณหญิงแมงมุม เติมโมเมนต์หวานทำโซเชียลเขิน

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.59 น.

ยังคงเป็นอีกหนึ่งคู่รักที่ได้รับความชื่นชมจากแฟนๆ มาโดยตลอด สำหรับ พล.ต.พัชร รัตตกุล หรือ “เสธ.ดอลลาร์” และ ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล ที่ล่าสุดได้เผยโมเมนต์สุดหวานจนทำเอาหลายคนยิ้มตามกันทั้งโซเชียล

       โดยครั้งนี้ เสธ.ดอลลาร์ ได้พา คุณหญิงแมงมุม ไปใช้เวลาพักผ่อนและรับประทานอาหารที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศเรียบง่ายแต่อบอวลไปด้วยความรัก โดยมีโมเมนต์หวานๆ ที่เสธ.ดอลลาร์เอื้อมมือไปจับแก้มและเชยคางภรรยาขึ้นมาสบตาอย่างอ่อนโยน พร้อมแคปชั่นระบุว่า “Togetherness”

       แฟนคลับจำนวนมากต่างยกให้ทั้งสองเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของความรักแท้ ที่คอยดูแลและอยู่เคียงข้างกันในทุกช่วงเวลาของชีวิต โดยเฉพาะในวันที่คุณหญิงแมงมุมต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพ เสธ.ดอลลาร์ก็ยังคงทำหน้าที่สามีที่ดี คอยดูแลและให้กำลังใจอย่างไม่เคยห่าง

ขอบคุณภาพจากอินสแกรม : @dollar_rattakul

“เจดี แวนซ์” เดินทางถึงสวิตเซอร์แลนด์ เปิดฉากเจรจานิวเคลียร์อิหร่าน

"เจดี แวนซ์" เดินทางถึงสวิตเซอร์แลนด์ เปิดฉากเจรจานิวเคลียร์อิหร่าน

21 มิ.ย. 2569 12:44 น.

“เจดี แวนซ์” เดินทางถึงสวิตเซอร์แลนด์ เปิดฉากเจรจานิวเคลียร์อิหร่าน

เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางถึงสวิตเซอร์แลนด์เพื่อเปิดการเจรจากับอิหร่านอย่างเป็นทางการ หวังผลักดันข้อตกลงจำกัดโครงการนิวเคลียร์และต่อยอดกรอบหยุดยิงชั่วคราว 60 วัน ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเปราะบางจากเหตุปะทะระหว่างอิสราเอล–กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และข้อพิพาทเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ

นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เดินทางถึงฐานทัพอากาศเอ็มเมน ชานเมืองลูเซิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ (21 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเข้าร่วมการเจรจาอย่างเป็นทางการกับแกนนำระดับสูงของอิหร่าน ในการหาข้อตกลงควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และขยายผลข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามระหว่างสองประเทศที่ตึงเครียดมานานเกือบ 4 เดือน

เดิมทีนายแวนซ์มีกำหนดการเดินทางถึงบือเกนสต็อก รีสอร์ตหรูใกล้เมืองลูเซิร์นตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ แต่กำหนดการต้องล่าช้าออกไปเนื่องจากเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงระลอกใหม่ในเลบานอน จนทำให้คณะผู้แทนของอิหร่านสั่งยกเลิกแผนการเดินทางในตอนแรก ก่อนจะเปลี่ยนใจยอมส่งคณะเจรจามาในที่สุด โดยฝ่ายอิหร่านนำโดยนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา และนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากธนาคารกลางและกระทรวงน้ำมัน

ขณะที่ทีมเจรจาของสหรัฐฯ นอกจากรองประธานาธิบดีแวนซ์แล้ว ยังมีนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และนายจาเรด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งได้เริ่มหารือเชิงเทคนิคกับฝ่ายอิหร่านแล้วก่อนหน้านี้ โดยการเจรจาครั้งนี้มีปากีสถาน นำโดยนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ และผู้บัญชาการทหารบก จอมพลอาซิม มูเนียร์ ร่วมกับกาตาร์ ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง 

บรรยากาศการเจรจาในวันแรกกลับมาตึงเครียด เมื่อกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ประกาศว่าได้สั่ง “ปิดช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยอ้างเหตุผลว่า กองทัพอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการเดินหน้าโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนอย่างหนัก จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 20 รายภายในวันเดียว และมองว่าสหรัฐฯ ล้มเหลวในการปฏิบัติตามข้อตกลง 14 ข้อที่ทำไว้ร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการกลางกองทัพสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธข้ออ้างของอิหร่าน โดยยืนยันว่าไม่มีหลักฐานว่าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดจริง และในวันเสาร์ที่ผ่านมายังมีเรือพาณิชย์และเรือขนส่งน้ำมันแล่นผ่านตามปกติถึง 55 ลำ ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 17 ล้านบาร์เรลสู่ตลาดโลก โดยกองทัพสหรัฐฯ จะยังคงตรึงกำลังดูแลความปลอดภัยเพื่อให้การเดินเรือเป็นไปอย่างเสรีต่อไป

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เตือนอิหร่านว่า จะไม่มีการจัดเก็บค่าผ่านทางใดๆ ในช่องแคบฮอร์มุซในช่วงข้อตกลงหยุดยิง 60 วันนี้ แต่หากการเจรจาสันติภาพล้มเหลว สหรัฐฯ อาจพิจารณาเรียกเก็บภาษีผ่านทางในช่องแคบนี้เอง เพื่อเป็น “ค่าบริการในฐานะเทวดาอารักขา ให้แก่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง”

กรอบข้อตกลงชั่วคราวระยะเวลา 60 วันที่ลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ได้สร้างความพึงพอใจและไม่พอใจให้หลายฝ่าย โดยข้อตกลงระบุให้อิหร่านสามารถขายน้ำมันได้อย่างเสรีอีกครั้ง และสามารถเข้าถึงทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่เคยถูกแช่แข็งไว้ แลกกับการที่อิหร่านต้องลดความเข้มข้นของคลังสำรองยูเรเนียมสมรรถนะสูงลง

แผนการนี้กลับถูกโจมตีอย่างหนักจากกลุ่มรีพับลิกันสายเหยี่ยวในสหรัฐฯ ที่มองว่าข้อตกลงนี้หละหลวมเกินไป และแทบไม่ต่างจากข้อตกลงนิวเคลียร์ในยุคของอดีตประธานาธิบดีโอบามาที่ทรัมป์เคยฉีกทิ้งไปในอดีต นอกจากนี้ ปัญหาใหญ่คือ ทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต่าง “ไม่ได้ร่วมลงนาม” ในข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านครั้งนี้ด้วย

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ประกาศกร้าวว่าจะคงกำลังทหารในเลบานอนตอนใต้ต่อไปจนกว่าภัยคุกคามต่ออิสราเอลจะถูกกำจัดอย่างสิ้นเชิง ขณะที่กลุ่มเฮซบอลลาห์ก็ยิงขีปนาวุธตอบโต้กว่า 50 ลูก พร้อมลั่นวาจาว่าจะไม่ยอมให้อิสราเอลมีเสรีภาพในการเคลื่อนทัพในดินแดนเลบานอนอย่างเด็ดขาด

ผลสำรวจล่าสุดจากมหาวิทยาลัยฮิบรูระบุว่า ชาวอิสราเอลถึงร้อยละ 92 มองว่าอิหร่านได้ประโยชน์จากสงครามครั้งนี้มากกว่าอิสราเอล และมีเพียงร้อยละ 8 เท่านั้นที่เชื่อว่าอิสราเอลได้รับชัยชนะ ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนถึงแรงกดดันทางการเมืองภายในของอิสราเอลที่อาจส่งผลให้วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางยากที่จะหาข้อยุติที่ถาวร แม้จะมีการเจรจาเกิดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์ก็ตาม.

ที่มา Associated Press / Reuters

ศาลสเปนสั่งภรรยานายกฯ ซานเชซขึ้นศาลคดีทุจริต ยึดพาสปอร์ต-ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

ศาลสเปนสั่งภรรยานายกฯ ซานเชซขึ้นศาลคดีทุจริต ยึดพาสปอร์ต-ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

21 มิ.ย. 2569 12:11 น.

ศาลสเปนสั่งภรรยานายกฯ ซานเชซขึ้นศาลคดีทุจริต ยึดพาสปอร์ต-ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

ศาลสเปนมีคำสั่งให้เบโกญา โกเมซ ภรรยาของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ขึ้นศาลในคดีข้อกล่าวหาคอร์รัปชันและใช้อิทธิพลโดยมิชอบ พร้อมสั่งยึดหนังสือเดินทาง ห้ามออกนอกประเทศ และกำหนดเงื่อนไขรายงานตัวต่อศาล

ผู้พิพากษาสเปนมีคำสั่งให้เบโกญา โกเมซ ภรรยาของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในข้อกล่าวหาใช้อิทธิพลโดยมิชอบและคอร์รัปชัน พร้อมกำหนดมาตรการควบคุมตัวระหว่างดำเนินคดี โดยให้ส่งมอบหนังสือเดินทาง ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และต้องเข้ารายงานตัวต่อศาลทุกสองสัปดาห์

ผู้พิพากษาสอบสวน ฮวน คาร์ลอส เปนาโด ระบุว่า นางโกเมซมี “พฤติการณ์ความเสี่ยงที่จะหลบหนีออกนอกประเทศ” จึงได้ออกคำสั่งบังคับให้เธอยึดและส่งมอบหนังสือเดินทางแก่ศาล พร้อมทั้งสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศสเปนโดยเด็ดขาด และกำหนดให้เธอต้องเดินทางมารายงานตัวต่อศาลในทุกๆ สองสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ศาลยังไม่ได้กำหนดวันเริ่มต้นการพิจารณาคดีที่แน่ชัด คดีดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อการเมืองสเปนทันที โดยฝ่ายค้านออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีซานเชซและรัฐบาลพรรคสังคมนิยมลาออก

ขณะที่หนังสือพิมพ์ เอล ปาอิส รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวใกล้ชิดของนางโกเมซว่า เธอเตรียมยื่นอุทธรณ์คัดค้านเงื่อนไขและมาตรการควบคุมตัวดังกล่าว โดยเฉพาะการยึดหนังสือเดินทาง

คดีความดังกล่าวใช้เวลาในการสืบสวนสอบสวนนานถึง 2 ปี โดยนางโกเมซถูกกล่าวหาว่าใช้สถานะและตำแหน่ง “ภริยานายกรัฐมนตรี” ในการวิ่งเต้นและใช้อิทธิพลเพื่อให้กลุ่มบริษัททางด้านเทคโนโลยีได้รับสัมปทานและสัญญาว่าจ้างจากรัฐบาล นอกจากนี้ ผู้พิพากษายังตั้งข้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้ในทางมิชอบสำหรับการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา รวมถึงการซ่อนเร้นหรือนำซอฟต์แวร์ไปใช้ประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง ในช่วงที่เธอทำหน้าที่เป็นศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง

ไม่เพียงแต่ภริยานายกฯ เท่านั้น ศาลระบุว่ากลุ่มนักธุรกิจที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากสัญญารัฐบาล และตัวแทนบริษัทที่ปรึกษาที่ทำงานร่วมกับนางโกเมซ จะต้องถูกส่งตัวขึ้นศาลเพื่อเข้ารับการพิจารณาคดีในฐานะจำเลยร่วมด้วยเช่นกัน

ที่ผ่านมา นางโกเมซได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอย่างสิ้นเชิง ขณะที่นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ซึ่งบริหารประเทศในฐานะผู้นำรัฐบาลปีกซ้ายมาตั้งแต่ปี 2018 ได้ออกมาปกป้องภริยาและโจมตีคดีนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “ขบวนการสาดโคลน” จากฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองที่เป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยมและกลุ่มขวาจัด หวังใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือในการล้มล้างรัฐบาลของเขา ซึ่งคดีนี้ถูกจุดชนวนขึ้นจากคำร้องของกลุ่มกดดันทางการเมือง “มาโนส ลิมเปียส” หรือกลุ่มมือสะอาด ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มแนวคิดขวาจัดในสเปน

ด้านพรรคสังคมนิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ได้ออกแถลงการณ์ประณามคำตัดสินของศาลอย่างดุเดือดผ่านแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่า “เบโกญญา โกเมซ เป็นผู้บริสุทธิ์ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเธอตกเป็นเป้าหมายของการล่าแม่มดทางการเมืองและกระบวนการยุติธรรมอย่างไม่เป็นธรรม และเหตุการณ์ในวันนี้ถือเป็นขั้นกว่าของการยกระดับความรุนแรงที่เป็นเรื่องน่าอับอายขายหน้าที่สุดสำหรับระบอบประชาธิปไตย”

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของนายกรัฐมนตรีซันเชซ กำลังเผชิญกับมรสุมรุมเร้าในหลายด้านก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปภายในปีหน้า แม้ว่าตัวเขาจะไม่ถูกตั้งข้อหาโดยตรงในคดีใดๆ แต่คนสนิทและพันธมิตรทางการเมืองรอบตัว รวมถึงอดีตรัฐมนตรีคมนาคม ต่างกำลังถูกสอบสวนในคดีรับเงินสินบนที่เชื่อมโยงกับโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน สัญญาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ตลอดจนการจัดซื้อจัดจ้างหน้ากากอนามัยในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

ยิ่งไปกว่านั้น ในสัปดาห์เดียวกัน ศาลสูงของสเปนกำลังดำเนินการไต่สวน นายโฮเซ ลุยส์ โรดริเกซ ซาปาเตโร อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคสังคมนิยมอีกราย หลังถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้นำเครือข่ายแสวงหาผลประโยชน์จากการล็อบบี้หน่วยงานรัฐให้แก่บุคคลที่สาม ซึ่งรวมถึงกรณีการอัดฉีดงบประมาณอุ้มสายการบิน “พลัส อัลตรา”  ยิ่งไปกว่านั้น ตำรวจยังตรวจพบเครื่องประดับหรูหราราคาแพงจำนวนมากภายในห้องทำงานของเขาระหว่างการบุกค้น ซึ่งเจ้าตัวยังคงยืนกรานปฏิเสธ

ด้านพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านสายอนุรักษ์นิยมหลักของสเปน ได้เปิดฉากถล่มรัฐบาลทันที โดยนายมิเกล เตญาโด เลขาธิการพรรคระบุว่า รัฐบาลชุดนี้กำลังทำลายระบบตรวจสอบของประเทศ

“ผู้บัญญัติกฎหมายและคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญของเราคงไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า ภัยคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตยจะมาจากตัวรัฐบาลสเปนเอง ตอนนี้เราได้เห็นแล้วว่ารัฐบาลหันมาเปิดฉากโจมตีผู้พิพากษา อัยการ และสื่อมวลชน เพียงเพื่อพยายามปิดปากพรรคฝ่ายค้าน สิ่งนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยในระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่” นายเตญาโดกล่าว พร้อมส่งสัญญาณเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนดทันที เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินอนาคตของประเทศ.

ที่มา Associated Press / Reuters

“คิงชาร์ลส์” เตรียมเปิดเผยข้อมูลภาษีส่วนพระองค์เป็นครั้งแรก

"คิงชาร์ลส์" เตรียมเปิดเผยข้อมูลภาษีส่วนพระองค์เป็นครั้งแรก

21 มิ.ย. 2569 11:23 น.

“คิงชาร์ลส์” เตรียมเปิดเผยข้อมูลภาษีส่วนพระองค์เป็นครั้งแรก

สำนักพระราชวังบักกิงแฮมเผย “สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3” จะทรงเป็นกษัตริย์อังกฤษพระองค์แรกในยุคสมัยใหม่ที่เปิดเผยข้อมูลการเสียภาษีส่วนพระองค์ต่อสาธารณชนในรายงานการเงินประจำปีที่จะถึงนี้ แหล่งข่าวชี้เป็นพระราชวินิจฉัยส่วนพระองค์ มุ่งยกระดับความโปร่งใสและตอบสนองเสียงเรียกร้องของประชาชน

สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร เตรียมสร้างประวัติศาสตร์เป็นกษัตริย์พระองค์แรกในยุคสมัยใหม่ที่จะเปิดเผยยอดเงินการชำระภาษีส่วนพระองค์อย่างเป็นทางการ โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกเปิดเผยในวันที่ 25 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในรายงานบัญชีการเงินประจำปีของราชวงศ์อังกฤษ แหล่งข่าวภายในพระราชวังระบุว่า มาตรการนี้เกิดขึ้นจากพระราชวินิจฉัยส่วนพระองค์โดยตรง

สำนักพระราชวังบักกิงแฮมแถลงว่า ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการผลักดันราชวงศ์ให้ก้าวทันยุคสมัย สร้างความโปร่งใสให้มากยิ่งขึ้น และเพื่อ “ส่งเสริมความเข้าใจในวงกว้างเกี่ยวกับความรับผิดชอบตรวจสอบได้ของราชวงศ์” นอกจากนี้ การตัดสินใจดังกล่าว ยังเกิดขึ้นหลังมีกระแสเรียกร้องจากสังคมและนักการเมืองที่ต้องการให้มีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินของราชวงศ์อย่างตรงไปตรงมามากขึ้น สืบเนื่องจากประเด็นอื้อฉาวรอบตัวของเจ้าชายแอนดรูว์ หรือ แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้จะระบุถึงยอดการชำระภาษีขององค์พระมหากษัตริย์ในปีงบประมาณที่ผ่านมา (2024-2025) ซึ่งครอบคลุมภาษีเงินได้จากหลากหลายช่องทาง อาทิ ผลกำไรจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แห่งแลนคาสเตอร์ (Duchy of Lancaster) เงินลงทุนส่วนพระองค์ ตลอดจนรายได้จากคฤหาสน์และที่ดินส่วนพระองค์ เช่น พระตำหนักแซนดริงแฮม และพระตำหนักบัลมอรัลในสกอตแลนด์

ตามกฎหมายแล้ว พระมหากษัตริย์อังกฤษไม่มีหน้าที่หรือข้อผูกมัดตามกฎหมายที่จะต้องชำระภาษีเงินได้ ภาษีมรดก หรือภาษีผลกำไรจากการขายสินทรัพย์ แต่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเลือกที่จะชำระภาษีเงินได้และภาษีผลกำไรจากการขายสินทรัพย์ส่วนพระองค์ด้วยความสมัครใจของพระองค์เองมาโดยตลอด ตั้งแต่ครั้งยังดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์

การเปิดเผยครั้งนี้จะทำให้สาธารณชนได้เห็นตัวเลขเงินภาษีทั้งหมดที่ทรงชำระเป็นครั้งแรก ซึ่งรวมถึงภาษีจากผลกำไรของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แห่งแลนคาสเตอร์ ซึ่งเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และที่ดินขนาดใหญ่ในตอนเหนือของอังกฤษและใจกลางกรุงปารีสและลอนดอน ซึ่งทำกำไรได้สูงถึงราว 24 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1 พันล้านบาท) ในปีที่ผ่านมา และถือเป็นแหล่งรายได้ส่วนพระองค์หลักของกษัตริย์อังกฤษ

ข้อมูลภาษีส่วนพระองค์จะถูกเผยแพร่ควบคู่ไปกับรายละเอียดของ “เงินอุดหนุนส่วนพระมหากษัตริย์” (Sovereign Grant) ซึ่งเป็นเงินงบประมาณประจำปีที่มาจากภาษีของประชาชนที่รัฐบาลจัดสรรให้แก่ราชวงศ์เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในพระราชฐาน ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ การดูแลรักษาอาคารราชวัง และการเสด็จพระราชดำเนินปฏิบัติพระราชกรณียกิจ

ในปีนี้ เงินอุดหนุนดังกล่าวพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 137.9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6.2 พันล้านบาท) เนื่องจากมีการเพิ่มงบประมาณชั่วคราวเพื่อนำไปใช้ในการบูรณะปฏิสังขรณ์พระราชวังบักกิงแฮมครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเงินอุดหนุนนี้จะไม่เคยลดลงเลยนับตั้งแต่ถูกนำมาใช้ในปี 2012 แต่คาดว่ารัฐบาลจะประกาศลดวงเงินอุดหนุนนี้ลงเป็นครั้งแรกในเร็วๆ นี้ ภายหลังการทบทวนร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง ทำเนียบนายกรัฐมนตรี และสำนักพระราชวัง ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะมีโอกาสเปิดอภิปรายเกี่ยวกับเงินอุดหนุนก้อนนี้เมื่อกฎหมายเข้าสู่สภา

นอกจากนี้ คณะกรรมการตรวจสอบบัญชีภาครัฐ เตรียมเปิดฉากสอบสวนเรื่องอสังหาริมทรัพย์และการเช่าซื้อที่ดินภายใต้ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ โดยรายงานเบื้องต้นจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินพบว่า เจ้าหญิงเบียทริซและเจ้าหญิงยูจีนี พระธิดาของเจ้าชายแอนดรูว์ ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เป็นพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทำงานให้ราชวงศ์ มีสิทธิ์ครอบครองที่พักอาศัยในพระราชวังเซนต์เจมส์ และพระราชวังเคนซิงตัน โดยค่าเช่าที่พักของทั้งสองพระองค์นั้น ถูกชำระโดยสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จากเงินรายได้ส่วนพระองค์เอง

โฆษกสำนักพระราชวังบักกิงแฮมเน้นย้ำทิ้งท้ายว่า มาตรการทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่ออธิบายทุกแง่มุมทางการเงินของราชวงศ์ในรูปแบบที่ชัดเจนและเข้าถึงง่ายที่สุด ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและยกระดับความโปร่งใสให้สูงขึ้นไปอีกขั้น สอดคล้องกับเป้าหมายหลักของราชวงศ์ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะส่งท้ายปี.

ที่มา BBC

สื่ออังกฤษตีข่าว ‘นายกฯ “เคียร์ สตาร์เมอร์” จ่อประกาศลาออก

สื่ออังกฤษตีข่าว 'นายกฯ "เคียร์ สตาร์เมอร์" จ่อประกาศลาออก

21 มิ.ย. 2569 10:53 น.

สื่ออังกฤษตีข่าว ‘นายกฯ “เคียร์ สตาร์เมอร์” จ่อประกาศลาออก

สื่ออังกฤษรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ อาจประกาศกำหนดเวลาลาออกจากตำแหน่ง เร็วที่สุดในวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย. นี้ ท่ามกลางแรงกดดันภายในพรรคแรงงานที่เพิ่มขึ้น หลังคู่แข่งสำคัญคว้าชัยเลือกตั้งและเปิดทางสู่การท้าชิงผู้นำ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันผู้นำอังกฤษยังมุ่งทำหน้าที่บริหารประเทศต่อ

สถานการณ์ทางการเมืองของสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อสื่อยักษ์ใหญ่หลายสำนัก ทั้ง เดอะ อ็อบเซิร์ฟเวอร์, เดอะ เทเลกราฟ และ บีบีซี รายงานตรงกันว่า นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากทั้งคณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคแรงงาน ที่ต้องการให้เขาประกาศลาออกและวางกำหนดเวลาในการลงจากตำแหน่งอย่างชัดเจน

ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้อำนาจของสตาร์เมอร์สั่นคลอนอย่างรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อ นายแอนดี เบิร์นแฮม วัย 56 ปี อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแมนเชสเตอร์และคู่ปรับทางการเมืองคนสำคัญของเขา สามารถเอาชนะตัวแทนจากพรรคประชานิยมปีกขวาของนายไนเจล ฟาราจ ในการเลือกตั้งซ่อมที่เขตเมเกอร์ฟิลด์ และคว้าเก้าอี้ สส. ในสภาสามัญชนได้สำเร็จ ซึ่งความสำเร็จนี้เปิดทางให้เบิร์นแฮมสามารถท้าชิงตำแหน่งผู้นำพรรคและนายกรัฐมนตรีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

รายงานระบุว่า ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ได้เดินทางไปพักผ่อนที่บ้านพักประจำตำแหน่งในชนบท “เช็กเกอร์ส” ร่วมกับภริยา เพื่อทบทวนอนาคตทางการเมืองของตนเอง โดยแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลเปิดเผยกับเดอะ เทเลกราฟ ว่า สตาร์เมอร์เริ่มตระหนักแล้วว่า “เกมจบลงแล้ว” และกำลังพิจารณาว่าจะลงจากตำแหน่งอย่างไรเพื่อรักษาเกียรติยศและผลงานที่ผ่านมา

จากการรวบรวมข้อมูลของสำนักข่าวรอยเตอร์ พบว่ามี สส. พรรคแรงงานมากกว่า 100 คน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของ ส.ส. พรรคทั้งหมดในสภา ออกมาเรียกร้องให้เขาลาออกต่อสาธารณะ ขณะที่คนใกล้ชิดยอมรับว่า ตอนนี้เหลือ สส. เพียงไม่กี่คนที่เป็นเพื่อนสนิทจริงๆ เท่านั้นที่ยังอยู่เคียงข้างเขา ยิ่งไปกว่านั้น มีรายงานว่ารัฐมนตรีอาวุโสในคณะรัฐบาลถึง 5 คน รวมถึง ไฮดี อเล็กซานเดอร์ รัฐมนตรีคมนาคม, อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศ, ชาบานา มาห์มูด รัฐมนตรีมหาดไทย และ เอ็ด มิลลิแบนด์ เพื่อนสนิทของเขา ต่างแอบส่งสัญญาณเตือนให้เขาวางกำหนดเวลาลาออก ดีกว่าการดันทุรังไปสู้ในศึกท้าชิงเก้าอี้ผู้นำพรรค ซึ่งอาจทำให้เขาต้อง “อับอายขายหน้า” หากเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

มีรายงานจากหนังสือพิมพ์เดอะ ฟินันเชียล ไทมส์ ว่า นายโจนาธาน เรย์โนลด์ส ประธานวิปรัฐบาล ได้แจ้งเตือนสตาร์เมอร์แล้วว่า สส. พรรครัฐบาลต้องการเห็นการส่งมอบอำนาจอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไปยังนายแอนดี เบิร์นแฮม โดยคนใกล้ชิดเปิดเผยว่า โอกาสที่สตาร์เมอร์จะเดินหน้าสู้ต่อนั้นเหลือเพียงแค่ 25% เท่านั้น

ปัจจุบัน นายแอนดี เบิร์นแฮม ได้รับเสียงสนับสนุนจาก สส. ในพรรคแล้วเกือบ 300 คน ทำให้พันธมิตรของเขามองว่าการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยไม่ต้องมีการลงคะแนนแข่งขัน เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่ตัวเต็งอีกคนอย่าง นายเวส สตรีตติง อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุข มีรายงานว่าเตรียมจะยอมถอยเพื่อหลีกทางให้เบิร์นแฮม แลกกับการรับตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่

นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์เดอะ ไทมส์ ยังรายงานว่า หากเบิร์นแฮมได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เขามีแผนที่จะปลด นางราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกจากตำแหน่งทันที เนื่องจากทีมที่ปรึกษามองว่าแนวทางการบริหารเศรษฐกิจของเธอไม่มีความเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้ามากพอ

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งทำเนียบนายกรัฐมนตรีบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิง ยังคงออกมาปฏิเสธรายงานข่าวเหล่านี้ โดยยืนยันว่า สตาร์เมอร์ยังคงมุ่งมั่นกับการทำหน้าที่บริหารประเทศ และพร้อมจะต่อสู้กับทุกการท้าชิงอำนาจตามที่เคยลั่นวาจาไว้เมื่อวันศุกร์ รวมถึงมีกำหนดการลงพื้นที่และประกาศนโยบายภายในประเทศในต้นสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ นายเคียร์ สตาร์เมอร์ เคยนำพรรคแรงงานปีกกลาง-ซ้าย ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในปี 2024 แต่คะแนนนิยมของเขาดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็วจากเรื่องอื้อฉาวหลายกรณี และการกลับลำนโยบายบ่อยครั้ง จนทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเขาไม่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตตามที่เคยสัญญาไว้ได้ ซึ่งหากสตาร์เมอร์ต้องพ้นจากตำแหน่งจริง สหราชอาณาจักรจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีเป็นคนที่ 7 ในช่วงเวลาเพียงแค่หนึ่งทศวรรษเศษ ซึ่งถือเป็นอัตราการเปลี่ยนผู้นำที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 2 ศตวรรษ สะท้อนถึงความโกรธเคืองของประชาชนต่อความล้มเหลวของรัฐบาลในการแก้ปัญหาบริการสาธารณะและผู้อพยพผิดกฎหมาย.

ที่มา The Telegraph / Reuters

ฝรั่งเศสแบนแอลกอฮอล์ในเทศกาลดนตรี หลังคลื่นความร้อนรุนแรง อุณหภูมิแตะ 41 องศาฯ

ฝรั่งเศสแบนแอลกอฮอล์ในเทศกาลดนตรี หลังคลื่นความร้อนรุนแรง อุณหภูมิแตะ 41 องศาฯ

21 มิ.ย. 2569 10:24 น.

ฝรั่งเศสแบนแอลกอฮอล์ในเทศกาลดนตรี หลังคลื่นความร้อนรุนแรง อุณหภูมิแตะ 41 องศาฯ

รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศยกระดับเตือนภัยสีแดงใน 35 พื้นที่ พร้อมสั่งห้ามขายและดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะระหว่างเทศกาลดนตรี ท่ามกลางคลื่นความร้อนรุนแรงที่ปกคลุมหลายพื้นที่ อุณหภูมิบางจุดอาจแตะ 41 องศาเซลเซียส ขณะที่หลายประเทศในยุโรปเร่งรับมือผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนจัด

วิกฤตคลื่นความร้อนรุนแรงแผ่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปยุโรป ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจนใกล้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยที่ประเทศฝรั่งเศส รัฐบาลได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยคลื่นความร้อนเป็น “ระดับสีแดง” ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดใน 35 เขต จากทั้งหมด 96 เขตทั่วประเทศ รวมถึงกรุงปารีสและภูมิภาคเบอร์กันดี โดยคาดการณ์ว่าอุณหภูมิจะพุ่งสูงถึง 39-40 องศาเซลเซียส และบางพื้นที่อาจแตะระดับ 41 องศาเซลเซียส ก่อนจะขึ้นสู่จุดสูงสุด

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้นายกรัฐมนตรี เซบาสเตียน เลอกอร์นู  สั่งประกาศมาตรการเชิงรุก ห้ามจำหน่ายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงในงานเทศกาลดนตรีแห่งชาติ “เฟต เดอ ลา มูซิก” (Fête de la Musique) ซึ่งเป็นเทศกาลประจำปีในวันครีษมายัน หรือวันที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ที่ดึงดูดผู้คนนับล้านลงสู่ท้องถนน โดยในปีก่อนๆ มีผู้เข้าร่วมงานเฉพาะในกรุงปารีสสูงถึง 2 ล้านคน

สำนักนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสระบุว่า มาตรการจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพของหน่วยบริการฉุกเฉินและระบบสาธารณสุข เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถมุ่งเน้นไปที่การดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและเด็กได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ คลื่นความร้อนที่ลากยาวมาหลายวันยังส่งผลกระทบต่อระบบคมนาคมอย่างหนัก จนต้องยกเลิกเที่ยวรถไฟหลายสิบเที่ยว และต้องประกาศสั่งระงับการเรียนการสอนในโรงเรียนชั่วคราว ขณะที่ทางการกรุงปารีสได้สั่งเปิดสวนสาธารณะและสวนหย่อมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีพื้นที่พักผ่อนคลายร้อนในช่วงค่ำคืน

ทางด้านสำนักอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส ระบุว่า ยังคง “ไม่แน่นอน” ว่าคลื่นความร้อนในครั้งนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด โดยคาดว่าประชากรราว 3 ใน 4 ของประเทศจะได้รับผลกระทบโดยตรง

สถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านร่วมทวีปยุโรปต่างเผชิญความยากลำบากไม่แพ้กัน โดยที่เยอรมนีมีการประกาศเตือนภัยความร้อนทั่วประเทศ โดยอุณหภูมิพุ่งสูงใกล้แตะ 38 องศาเซลเซียส ซึ่งสำนักอุตุนิยมวิทยาเยอรมนีเตือนว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัดและมีความชื้นสูง อาจเป็นชนวนเหตุให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงตามมา

ส่วนในอิตาลี อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 36-37 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการท่องเที่ยวอย่างมาก นักท่องเที่ยวในกรุงโรมต้องเข้าคิวท่ามกลางแดดที่แผดเผาภายนอกโคลอสเซียม ทำให้บางส่วนต้องหนีร้อนลงไปหลบในพื้นที่ใต้ดินที่เย็นกว่าของซากวิหารคลอดิอุส ขณะที่เมืองโบโลญญา ประชาชนต่างไปรุมล้อมสาดน้ำใส่หน้าตัวเองที่น้ำพุเนปจูนเพื่อบรรเทาความร้อน

ขณะที่สเปน สหพันธ์ฟุตบอลสเปนตัดสินใจสั่ง ปิดพื้นที่แฟนโซน บริเวณจัตุรัสปลาซา เด โกลอน ในกรุงมาดริด ซึ่งมีการติดตั้งจอยักษ์สำหรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลก นัดที่ทีมชาติสเปนจะพบกับซาอุดีอาระเบีย เพื่อความปลอดภัยของแฟนบอล ทำให้แฟนๆ ต้องกระจายตัวไปหาที่ชมการแข่งขันในร่มแทน ซึ่งตรงกันข้ามกับตัวนักเตะในสนามที่เมืองแอตแลนตา สหรัฐฯ ที่จะได้เล่นในระบบสนามกีฬาติดเครื่องปรับอากาศที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์

นักวิทยาศาสตร์ชี้แจงว่า สภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ “โลกรวน” คือปัจจัยหลักที่ทำให้คลื่นความร้อนในยุโรปเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจในช่วงฤดูร้อน

ทางด้าน นายเอ็มมานูเอล มูแลง ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส ออกมาเตือนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจว่า แม้ผลกระทบระยะสั้นต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอาจยังก้ำกึ่ง เนื่องจากประสิทธิภาพในการทำงานของแรงงานลดลง แต่ถูกชดเชยด้วยการใช้พลังงานที่สูงขึ้น ทว่าในระยะกลาง คลื่นความร้อนที่รุนแรงเช่นนี้จะกลายเป็นปัจจัยลบที่ฉุดรั้งและกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.

ที่มา Reuters / BBC

อิสราเอลเดินหน้าถล่มกาซา-เลบานอน ดับกว่า 20 ราย แม้มีข้อตกลงหยุดยิง

อิสราเอลเดินหน้าถล่มกาซา-เลบานอน ดับกว่า 20 ราย แม้มีข้อตกลงหยุดยิง

21 มิ.ย. 2569 10:01 น.

อิสราเอลเดินหน้าถล่มกาซา-เลบานอน ดับกว่า 20 ราย แม้มีข้อตกลงหยุดยิง

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศทั้งในฉนวนกาซาและเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20 ราย รวมถึงเด็ก และผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวอัลจาซีรา ขณะที่ทั้งกลุ่มฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ต่างประณามอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างรุนแรง

การโจมตีทางอากาศของกองทัพอิสราเอลในฉนวนกาซา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย โดยหนึ่งในนั้นคือ นายอาห์เหม็ด วิชาห์ ผู้สื่อข่าวและช่างภาพของสำนักข่าวอัลจาซีรา ซึ่งเสียชีวิตพร้อมกับบุคคลอื่นอีก 2 ราย จากการโจมตีบ้านพักในค่ายผู้ลี้ภัยบูเรจ ทางตอนกลางของกาซา ทั้งนี้ นายอาห์เหม็ด นับเป็นสมาชิกคนล่าสุดของครอบครัววิชาห์ที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับสงคราม หลังจากที่นายโมฮาเหม็ด พี่ชายของเขาซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวอัลจาซีราเช่นกัน เพิ่งถูกสังหารไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ทางสำนักข่าวอัลจาซีราได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของอิสราเอลอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นการก่ออาชญากรรมที่สะท้อนถึงนโยบายที่เป็นระบบของอิสราเอลในการพุ่งเป้าสังหารสื่อมวลชนเพื่อ “ปิดปากความจริง” อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมอ้างว่านายอาห์เหม็ดและผู้เสียชีวิตอีก 2 ราย เป็นผู้ก่อการร้ายในปีกกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮามาส โดยทำหน้าที่เป็นพลซุ่มยิงที่มีแผนโจมตีทหารอิสราเอล แต่ทาง IDF ไม่ได้นำหลักฐานใดๆ มาแสดงต่อสาธารณะ

นอกจากนี้ ในย่านซาบรา ของเมืองกาซาซิตี้ ยังเกิดเหตุโจมตีบ้านพักในช่วงกลางดึก ส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวหนึ่งเสียชีวิตทันที 4 ราย ในจำนวนนี้รวมถึงผู้หญิงและเด็กอีก 2 คน 

กระทรวงสาธารณสุขในกาซาเปิดเผยว่า นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาสมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว กองทัพอิสราเอลได้สังหารผู้คนในกาซาไปแล้วถึง 1,007 ราย และหากนับรวมตั้งแต่ชนวนเหตุวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ที่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอล คร่าชีวิตไป 1,200 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมในกาซาพุ่งสูงกว่า 73,000 ราย 

นายทอม เฟลตเชอร์ หัวหน้าหน่วยงานบรรเทาทุกข์ส่วนภูมิภาคของสหประชาชาติ แถลงต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่า แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะส่งผลให้มีรถขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าไปในพื้นที่มากขึ้น จนทำให้อัตราครัวเรือนที่ต้องอดมื้อกินมื้อลดลงจากร้อยละ 92 เหลือร้อยละ 36

อย่างไรก็ตาม ประชากรกว่าร้อยละ 70 ในกาซายังคงขาดแคลนที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม ระบบสุขาภิบาลเสื่อมโทรมขั้นรุนแรง และบริการขั้นพื้นฐานกำลังเผชิญภาวะล่มสลาย ประชาชนชาวปาเลสไตน์ยังคงถูกพรากสิทธิขั้นพื้นฐาน ทั้งความปลอดภัย ที่พักพิง น้ำสะอาด และการสาธารณสุข

ขณะเดียวกัน เงื่อนไขภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่กำหนดให้กลุ่มฮามาสต้องปลดอาวุธและยุติบทบาทการบริหารในกาซานั้นยังไม่เกิดขึ้น โดยในปัจจุบันได้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการสันติภาพ” ซึ่งประกอบด้วยนักการทูตต่างชาติเข้ามาดูแลคณะกรรมการเทคโนแครตที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมืองเพื่อบริหารกาซาแทน ด้านนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่าได้สั่งการให้กองทัพขยายพื้นที่ควบคุมในกาซาให้ครอบคลุมถึงร้อยละ 70 ของพื้นที่ แม้ว่าข้อตกลงจะระบุว่าอิสราเอลจะไม่เข้ายึดครองและต้องทยอยส่งคืนพื้นที่ก็ตาม

สถานการณ์ทางฝั่งเลบานอนกลับมาตึงเครียดหนักเช่นกัน สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (NNA) รายงานว่า การโจมตีทางอากาศและโดรนของอิสราเอลในพื้นที่ทางตอนใต้และหุบเขาเบกา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย หลังจากข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เพิ่งมีผลบังคับใช้ไปได้เพียงวันเดียว

โดยที่เมืองบาริช ขีปนาวุธของอิสราเอลถล่มอาคารที่พักอาศัย 3 ชั้น ส่งผลให้พ่อ แม่ และลูกอีก 2 คนเสียชีวิต นอกจากนี้ กองทัพเลบานอนยังแถลงว่า มีทหารเลบานอนเสียชีวิต 1 นายจากการโจมตีบนถนนสายคฟาร์รูมัน-นาบาตีเย รวมถึงอาคารธนาคารกลางเลบานอนสาขานาบาตีเยก็ถูกระเบิดทำลายจนพังเสียหายยับเยิน

กองทัพอิสราเอลออกมายอมรับว่าได้ทำการโจมตีจริง แต่ระบุว่าเป็นมาตรการตอบโต้เชิงรับ หลังจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธกว่า 50 ลูกข้ามพรมแดนเข้าใส่กองทัพอิสราเอลในเลบานอนตอนใต้ในช่วงข้ามคืน นอกจากนี้ อิสราเอลยังเปิดเผยว่ามีทหารของตนเสียชีวิต 5 นายในการปะทะตลอด 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา พร้อมเน้นย้ำว่าการคงกำลังทหารใน “เขตความมั่นคง” มีวัตถุประสงค์เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานของฮิซบอลเลาะห์ ไม่ใช่การทำร้ายพลเรือน

ทางด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ออกมาปฏิเสธและกล่าวหาอิสราเอลว่า เป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อนหลายร้อยครั้ง โดยระบุว่าทหารอิสราเอลพยายามบุกรุกเข้าสู่พื้นที่เนินเขาอาลี อัล-ตาเฮอร์ ในเลบานอนตอนใต้ ทำให้กองกำลังฮิซบอลเลาะห์ต้องทำการยิงสกัด และเตือนว่าการโจมตีของอิสราเอลจะ “ไม่ผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ กดดันอิสราเอลให้หยุดการกระทำดังกล่าว ทั่งนี้ แกนนำระดับสูงของเฮซบอลลาห์ย้ำว่า การจับอาวุธต่อต้านยังคงเป็นสิ่งชอบธรรมตราบใดที่ทหารอิสราเอลยังไม่ออกจากดินแดนเลบานอน

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมเป็นต้นมา มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลแล้วถึง 4,057 ราย ขณะที่ฝั่งอิสราเอลมีรายงานทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 32 นาย และพลเรือน 4 ราย

ความรุนแรงที่ปะทุขึ้นใหม่นี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อประชาคมโลก เนื่องจากอาจส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงรวมถึงความเข้าใจร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เพิ่งประกาศไปในสัปดาห์นี้ต้องพังทลายลง ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวตั้งเป้าที่จะหยุดยิงอย่างถาวรในทุกพื้นที่แนวหน้า รวมถึงในเลบานอน แต่อิสราเอลซึ่งไม่ได้เข้าร่วมการเจรจาโดยตรงยังคงแสดงท่าทีคัดค้านเงื่อนไขบางประการที่อาจจำกัดปฏิบัติการทางทหารของตน.

ที่มา BBC / Reuters

เซเลนสกีส่งคืนเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของโปแลนด์ หลัง ปธน.ใหม่ขู่ยึดรางวัล

เซเลนสกีส่งคืนเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของโปแลนด์ หลัง ปธน.ใหม่ขู่ยึดรางวัล

21 มิ.ย. 2569 06:06 น.

เซเลนสกีส่งคืนเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของโปแลนด์ หลัง ปธน.ใหม่ขู่ยึดรางวัล

เซเลนสกีส่งคืนเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของโปแลนด์แล้ว หลังจากผู้นำใหม่ของโปแลนด์ขู่ยึดรางวัลคืน เนื่องจากไม่พอใจที่ยูเครนตั้งชื่อหน่วยทหารตามกองกำลังอื้อฉาวในยุคสงครามโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 20 มิ.ย. 2569 ว่า นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนแถลงว่าเขาได้ส่งคืนเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของประเทศโปแลนด์แล้ว หลังจากที่ คารอล นัฟรอตสกี ประธานาธิบดีโปแลนด์คนปัจจุบัน ประกาศว่าจะริบรางวัลดังกล่าวคืนจากเขา

เครื่องอิสริยาภรณ์นกอินทรีขาวของโปแลนด์ (Polish Order of the White Eagle) นี้ ถูกมอบให้แก่นายเซเลนสกีในปี 2566 โดยนายอันเดรจ ดูดา ประธานาธิบดีโปแลนด์ในขณะนั้น

ทว่าเมื่อเดือนก่อน รัฐบาลเคียฟได้สร้างความไม่พอใจให้แก่โปแลนด์อย่างรุนแรงหลังจากมีการเปลี่ยนชื่อหน่วยทหารยูเครนหน่วยหนึ่งตามชื่อกลุ่มนักรบสุดอื้อฉาวในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ “กองทัพผู้ก่อการกำเริบยูเครน” (Ukrainian Insurgent Army) หรือ UPA

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนอีก 3 คน ก็ได้ประกาศส่งคืนรางวัลต่าง ๆ ที่โปแลนด์เคยมอบให้เช่นกัน เพื่อแสดงความสมานฉันท์และยืนหยัดเคียงข้างประธานาธิบดีของพวกเขา

ทั้งนี้ ชาวยูเครนจำนวนมากมองว่า กลุ่ม UPA ซึ่งมีบทบาทในช่วงทศวรรษ 1940 และ 1950 เป็นวีรบุรุษผู้ต่อสู้เพื่อเอกราชของยูเครน โดยรบกับทั้งกองทัพแดงของสหภาพโซเวียต, นาซีเยอรมนี และทางการโปแลนด์ ซึ่งในปัจจุบัน กองกำลังยูเครนในแนวหน้าก็ยังคงใช้ธงสีแดงและดำของกองกำลังนี้อยู่บ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งโปแลนด์กลับกล่าวหาว่ากลุ่ม UPA เป็นผู้รับผิดชอบต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กลุ่มชาติพันธุ์ชาวโปล ประมาณ 100,000 คนในภูมิภาคโวฮีเนีย (Volhynia) ซึ่งปัจจุบันคือแคว้นโวลินในยูเครน ในช่วงปี 2486-2488

ที่ผ่านมา โปแลนด์ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรหลักของยูเครนในสงครามต่อต้านรัสเซีย, รับผู้ลี้ภัยจำนวนหลายแสนคน และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังยูเครน

นายเซเลนสกีระบุในแถลงการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ยูเครนจะยังคงเปิดกว้างต่อการทำงานที่มีความหมายร่วมกันกับโปแลนด์ในทุกรูปแบบ เพื่อหลีกเลี่ยงการตีความที่ขัดแย้งกันในหน้าประวัติศาสตร์ร่วมอันยากลำบากและเจ็บปวดของทั้งสองฝ่าย พร้อมเสริมว่ายูเครนรู้สึกซาบซึ้งต่อประชาชนชาวโปแลนด์ที่ช่วยเหลือ และความร่วมมือที่มีให้มาตลอด

ด้านประธานาธิบดี คารอล นัฟรอตสกี ของโปแลนด์ประณามการตัดสินใจของยูเครนเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมว่า การตั้งชื่อหน่วยทหารตามกลุ่ม UPA ว่าเป็นเรื่องที่ “น่าอดสู” “ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้” และ “น่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง”

อย่างไรก็ตาม นัฟรอตสกียืนยันว่าข้อพิพาททางการทูตในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการสนับสนุนที่โปแลนด์มีให้แก่ยูเครนในการต่อสู้กับรัสเซีย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc