อินเดียยืนยัน ช่วยลูกเรือได้ทุกคนแล้ว หลังถูกสหรัฐฯ โจมตีจนไฟไหม้

อินเดียยืนยัน ช่วยลูกเรือได้ทุกคนแล้ว หลังถูกสหรัฐฯ โจมตีจนไฟไหม้

9 มิ.ย. 2569 03:20 น.

อินเดียยืนยัน ช่วยลูกเรือได้ทุกคนแล้ว หลังถูกสหรัฐฯ โจมตีจนไฟไหม้

อินเดียยืนยันช่วยลูกเรือ 24 คนจากเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกสหรัฐฯ โจมตีจนเกิดเพลิงไหม้ที่นอกชายฝั่งประเทศโอมานได้ครบทุกคนแล้ว และทุกคนปลอดภัยดี

เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิ.ย. 2569 เจ้าหน้าที่รัฐบาลอินเดียเปิดเผยว่า ทางการโอมานได้ส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าอพยพลูกเรือชาวอินเดียจำนวน 24 คน ออกจากเรือบรรทุกน้ำมันที่เกิดเพลิงไหม้บริเวณนอกชายฝั่งโอมานแล้ว โดยไม่ระบุถึงสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว

“เราขอขอบคุณทางการโอมานสำหรับการตอบสนองอย่างรวดเร็วและการเข้าช่วยเหลือลูกเรือสัญชาติอินเดียทั้ง 24 คน บนเรือ MT Marivex พร้อมทั้งช่วยให้มั่นใจในความปลอดภัยของพวกเขา” สถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำโอมานระบุในแถลงการณ์บนสื่อสังคมออนไลน์

กระทรวงการท่าเรือ, การขนส่งทางเรือ และเส้นทางน้ำของอินเดีย แถลงว่าได้รับรายงานเหตุเพลิงไหม้บนเรือ MT Marivex ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันที่จดทะเบียนภายใต้ธงชาติปาเลา เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น.วันจันทร์ แต่ไม่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตความเสียหาย และไม่ได้ระบุว่าอะไรเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้

อย่างไรก็ตาม เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน กองบัญชาการกลาง (CENTCOM) ของกองทัพสหรัฐฯ เพิ่งออกมายืนยันว่า กองทัพของพวกเขาโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันเปล่าลำหนึ่งบริเวณนอกชายฝั่งประเทศโอมาน โดยเรือลำนี้ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร และกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือของอิหร่าน ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้มาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ

เรือ MT Marivex (เอ็มที มาริเวกซ์) มีบริษัท อาริฮันต์ ชิปปิ้ง (Arihant Shipping Inc.) เป็นเจ้าของที่จดทะเบียน ถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ ที่บังคับใช้กับอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ สหภาพลูกเรืออินเดียเปิดเผยว่า ลูกเรือชาวอินเดียจำนวน 24 คนบนเรือกำลังตกอยู่ในอันตราย โดยในบันทึกเสียงสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเรือบรรทุกน้ำมันลำนี้ ลูกเรือระบุว่าเกิดเพลิงไหม้ขึ้นบนเรือ และอ้างว่าเป็นผลมาจาก “การโจมตีของกองทัพเรือสหรัฐฯ”

“เกิดเพลิงไหม้บนเรือของเรา และเรือกำลังจะจม กองทัพเรือสหรัฐฯ โจมตี ขีปนาวุธยิงโดนห้องเครื่องของเรา” ข้อความในบันทึกเสียงขอความช่วยเหลือที่สำนักข่าว CNN ได้รับระบุ “โปรดช่วยด้วย เกิดไฟไหม้บนเรือ… ลูกเรือ 24 คน ทั้งหมดเป็นชาวอินเดีย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิหร่านลั่น จะควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป แม้ถูกยุโรปคว่ำบาตรรอบใหม่

อิหร่านลั่น จะควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป แม้ถูกยุโรปคว่ำบาตรรอบใหม่

9 มิ.ย. 2569 02:12 น.

อิหร่านลั่น จะควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป แม้ถูกยุโรปคว่ำบาตรรอบใหม่

รัฐมนตรีอิหร่านประกาศกร้าวว่า ประเทศของเขาจะควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป หลังจากสหภาพยุโรปประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่

เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิ.ย. 2569 รัฐมนตรีอิหร่านออกมาประกาศกร้าวว่า ประเทศของเขาจะควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสายสำคัญของโลกต่อไป พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) ที่มุ่งเป้าไปยังบุคคลและองค์กรที่มีส่วนร่วมในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ

นายคาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ออกมาประณามการตัดสินใจของสหภาพยุโรปในการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้ว่าเป็น “การกระทำที่ฉ้อฉล”

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปเปิดเผยว่า ประเทศสมาชิก EU เห็นชอบมาตรการคว่ำบาตรชาวอิหร่านจำนวนหนึ่ง ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจำกัดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกปิดโดยพฤตินัยมานับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อ 28 ก.พ.

“ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเองต่างหากที่เป็นหนึ่งในผู้ละเมิดสิทธิ์ของประชาชนชาวอิหร่านรายใหญ่ที่สุด และสหภาพยุโรปยังจงใจนิ่งเฉยต่อการที่สหรัฐฯ ใช้กองทัพเรือปิดล้อมอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการก่อสงครามด้วยซ้ำ!” นายการีบาบาดี โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X

“อิหร่านไม่ให้คุณค่าใดๆ ต่อการกระทำหน้าไหว้หลังหลอกและมีนัยทางการเมืองของยุโรปในครั้งนี้ และจะยังคงดำเนินยุทธศาสตร์ในการรักษาอธิปไตย ตลอดจนการใช้สิทธิแห่งอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซต่อไป”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สหรัฐฯ เผย โจมตีเรือที่ถูกคว่ำบาตรนอกชายฝั่งโอมาน

สหรัฐฯ เผย โจมตีเรือที่ถูกคว่ำบาตรนอกชายฝั่งโอมาน

9 มิ.ย. 2569 01:04 น.

สหรัฐฯ เผย โจมตีเรือที่ถูกคว่ำบาตรนอกชายฝั่งโอมาน

กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองทัพเรือโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันเปล่าลำหนึ่ง บริเวณนอกชายฝั่งโอมาน โดยเป็นเรือที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรเมื่อปลายปีก่อน และกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรืออิหร่าน

เมื่อ 8 มิ.ย. 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ “เซ็นต์คอม” (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ดำเนินการโจมตีเรือลำหนึ่งที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร บริเวณนอกชายฝั่งโอมานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากเรือลำดังกล่าวพยายามที่จะมุ่งหน้าไปยังท่าเรือของอิหร่าน

“กองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันเปล่าลำหนึ่งในอ่าวโอมานใช้งานไม่ได้ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. หลังจากเรือลำดังกล่าวละเมิดมาตรการปิดล้อมอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่ ด้วยการพยายามเดินทางไปยังท่าเรือของอิหร่าน” แถลงการณ์ของ CENTCOM ระบุ

เรือลำดังกล่าวมีชื่อว่า “เอ็มที มาริเวกซ์” (MT Marivex) เดินเรือภายใต้ธงชาติปาเลา และมีบริษัท อาริฮันต์ ชิปปิ้ง (Arihant Shipping Inc.) เป็นเจ้าของที่จดทะเบียน ถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ ที่บังคับใช้กับอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ สหภาพลูกเรืออินเดียเปิดเผยว่า ลูกเรือชาวอินเดียจำนวน 24 คนบนเรือกำลังตกอยู่ในอันตราย โดยในบันทึกเสียงสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเรือบรรทุกน้ำมันลำนี้ ลูกเรือระบุว่าเกิดเพลิงไหม้ขึ้นบนเรือ และอ้างว่าเป็นผลมาจาก “การโจมตีของกองทัพเรือสหรัฐฯ”

“เกิดเพลิงไหม้บนเรือของเรา และเรือกำลังจะจม กองทัพเรือสหรัฐฯ โจมตี ขีปนาวุธยิงโดนห้องเครื่องของเรา” ข้อความในบันทึกเสียงขอความช่วยเหลือที่สำนักข่าว CNN ได้รับระบุ “โปรดช่วยด้วย เกิดไฟไหม้บนเรือ… ลูกเรือ 24 คน ทั้งหมดเป็นชาวอินเดีย”

นอกจากนี้ สัญญาณขอความช่วยเหลือยังระบุด้วยว่า เรือชูชีพลำหนึ่งของเรือก็เกิดเพลิงไหม้เช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ดับแล้ว 35 ศพ แผ่นดินไหว 7.8 เขย่าฟิลิปปินส์ พบสึนามิหลายประเทศ

ดับแล้ว 35 ศพ แผ่นดินไหว 7.8 เขย่าฟิลิปปินส์ พบสึนามิหลายประเทศ

8 มิ.ย. 2569 23:25 น.

ดับแล้ว 35 ศพ แผ่นดินไหว 7.8 เขย่าฟิลิปปินส์ พบสึนามิหลายประเทศ

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 35 ศพแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนับร้อยราย โดยมีรายงานคลื่นสึนามิสร้างความเสียหายที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวระดับ 7.8 แมกนิจูด ในพื้นที่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิ.ย. 2569 เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 35 ศพแล้ว ในขณะที่มีผู้บาดเจ็บอีก 134 ราย และยังมีผู้ประสบภัยอีก 12 คนที่ยังสูญหาย

เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดขึ้นนอกชายฝั่งเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ส่งผลให้อาคารหลายแห่งพังถล่มและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในเมือง “เจเนอรัล ซานโตส” ได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ยังมีรายงานความเสียหายจากคลื่นสึนามิในหมู่บ้านชายฝั่งอย่างน้อยหนึ่งแห่ง ขณะที่สามารถตรวจวัดคลื่นขนาดเล็กกว่าได้ในอินโดนีเซีย, ปาเลา และไกลถึงทางตอนใต้ของญี่ปุ่น

หลังจากเกิดแผ่นดินไหวนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของเมืองเจเนอรัลซานโตส ซึ่งเป็นเมืองท่าที่มีประชากรราว 720,000 คน ทางการฟิลิปปินส์ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบอพยพขึ้นที่สูง เผื่อเกิดคลื่นสึนามิตามมา

ด้านสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า เกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงตามมาอีกหลายระลอกในพื้นที่ดังกล่าวหลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งแรกประมาณ 2 ชั่วโมง โดยระลอกที่รุนแรงที่สุดวัดขนาดได้ 6.5 แมกนิจูด

ประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการตอบสนองต่อภัยพิบัติบนเกาะมินดาเนาทันที โดยกำชับให้หน่วยงานต่างๆ จัดเตรียมถุงยังชีพ, จัดหาศูนย์อพยพ และเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการกู้ภัยที่อาจเกิดขึ้น

“รัฐบาลกลางกำลังเร่งดำเนินการ และเราจะไม่ทิ้งมินดาเนาไว้ข้างหลัง” ประธานาธิบดีกล่าวในแถลงการณ์

ทั้งนี้ ระบบแจ้งเตือนสึนามิของสหรัฐฯ เตือนก่อนหน้านี้ว่า หลายประเทศอาจได้รับผลกระทบ ขณะที่ในตอนแรกออสเตรเลียแจ้งเตือนความเสี่ยงที่อาจเกิดคลื่นสึนามิบริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือ

ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นก็ออกประกาศเตือนภัยเช่นกัน โดยระบุว่าตรวจพบคลื่นสึนามิความสูง 0.2 เมตรหรือต่ำกว่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อการให้บริการเรือข้ามฟากบางส่วน และมีการสั่งปิดชายหาดเพื่อเฝ้าระวังภัย

ขณะเดียวกัน มีการตรวจพบคลื่นสึนามิที่มีความสูง 0.75 เมตรในบางพื้นที่ของจังหวัดสุลาเวสีเหนือ ประเทศอินโดนีเซีย ส่งผลให้ประชาชนเริ่มอพยพไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยกว่า รวมถึงชาวบ้านบนหมู่เกาะ “ซางีเฮ” (Sangihe) ซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลและตั้งอยู่ใกล้กับฟิลิปปินส์มากที่สุด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สื่อท้องถิ่นเผย อิสราเอลจะหยุดโจมตีอิหร่าน ตามคำขอของทรัมป์

สื่อท้องถิ่นเผย อิสราเอลจะหยุดโจมตีอิหร่าน ตามคำขอของทรัมป์

8 มิ.ย. 2569 22:03 น.

สื่อท้องถิ่นเผย อิสราเอลจะหยุดโจมตีอิหร่าน ตามคำขอของทรัมป์

สื่อของอิสราเอลเผยว่า กองทัพอิสราเอลจะหยุดโจมตีอิหร่านตามคำขอของโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากอิหร่านประกาศหยุดโจมตี และผู้นำสหรัฐฯ ต่อสายคุยกับนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู อีกครั้ง

เมื่อ 8 มิ.ย. 2569 สำนักข่าว แชนเนล 12 (Channel 12) ของอิสราเอลรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลว่า อิสราเอลกำลังจะยุติการโจมตีอิหร่าน “ตามคำขอของทรัมป์” หลังจากทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างดุเดือดตั้งแต่เมื่อคืนวันอาทิตย์และยาวตลอดวันจันทร์

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า การโจมตีของอิสราเอลในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนจะยังคงดำเนินต่อไป หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เปิดฉากโจมตีอิสราเอล

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากมีข่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อสายตรงพูดคุยทางโทรศัพท์กับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลอีกครั้งในวันนี้ แต่จนยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นที่มีการหารือกัน

รายงานของสื่ออิสราเอลสอดคล้องกับรายงานของสำนักข่าว CNN ก่อนหน้านี้ที่บอกว่า อิสราเอลจะยอมรับคำขอของรัฐบาลทรัมป์ในการยุติการโจมตีอิหร่าน แต่จะยังคงเดินหน้าโจมตีทางตอนใต้ของเลบานอนต่อไป

แต่แหล่งข่าวรายหนึ่งที่ให้ข้อมูลกับ CNN กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้ “เปราะบางเป็นอย่างยิ่ง” เนื่องจากอิหร่านขู่ว่าจะเปิดฉากโจมตีอิสราเอลอีกครั้ง หากอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเลบานอน

ทั้งนี้ กองทัพอิหร่านเพิ่งประกาศหยุดการโจมตีอิสราเอลระลอกล่าสุด แต่เตือนว่า พวกเขาจะตอบโต้อย่างรุนแรงและเด็ดขาดกว่าเดิม หากอิสราเอลยังคงโจมตีภาคใต้ของเลบานอน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธ ฮิซบอลเลาะห์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กองทัพอิหร่านประกาศหยุดโจมตีอิสราเอล แต่เตือนเรื่องเลบานอน

กองทัพอิหร่านประกาศหยุดโจมตีอิสราเอล แต่เตือนเรื่องเลบานอน

8 มิ.ย. 2569 21:41 น.

กองทัพอิหร่านประกาศหยุดโจมตีอิสราเอล แต่เตือนเรื่องเลบานอน

กองทัพอิหร่านประกาศหยุดการโจมตีอิสราเอลระลอกล่าสุดซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้ว แต่เตือนว่า หากอิสราเอลยังโจมตีภาคใต้ของเลบานอน พวกเขาจะตอบโต้รุนแรงกว่าเดิม

เมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิ.ย. 2569 กองบัญชาการกลาง “คาตัม อัล-อันบิยา” ซึ่งเป็นหน่วยบัญชาการทหารสูงสุดของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ประกาศการยุติปฏิบัติการของกองทัพในการโจมตีอิสราเอลระลอกล่าสุดนี้ แต่เตือนด้วยว่า หากอิสราเอลยังคงโจมตีพื้นที่ทางใต้ของเลบานอน อิหร่านจะตอบโต้อย่างรุนแรงและเด็ดขาดกว่าเดิม

แถลงการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก อิหร่านเริ่มยิงขีปนาวุธเข้าใส่ดินแดนของอิสราเอลอีกครั้งเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และยาวตลอดวันจันทร์ ซึ่งนับเป็นการโจมตีเข้าใส่อิสราเอลครั้งแรกนับตั้งแต่อิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายการเมืองและทหารของอิหร่านได้ออกคำเตือนเมื่อช่วงเย็นวานนี้ว่า อิหร่านจะตอบโต้การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของอิสราเอล โดยอิหร่านยืนยันว่า การหยุดยิงในเลบานอนเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงด้วย แม้ว่าฝ่ายอิสราเอลและสหรัฐฯ จะปฏิเสธเรื่องนี้ก็ตาม

ด้านประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่าน X หลังกองทัพประกาศหยุดโจมตีว่า สิ่งที่ประเทศให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือ “ความมั่นคงแห่งชาติและความสงบสุขของประชาชนของเรา” พร้อมเสริมว่า อิหร่านจะ “ไม่ยอมถอยต่อภัยคุกคามใดๆ ทั้งสิ้น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ราชทัณฑ์ แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ-ถอดกำไล EM ทักษิณ เป็นตามขั้นตอนกฎหมายที่กำหนด

ราชทัณฑ์ แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ-ถอดกำไล EM ทักษิณ เป็นตามขั้นตอนกฎหมายที่กำหนด

ราชทัณฑ์ แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ-ถอดกำไล EM ทักษิณ เป็นตามขั้นตอนกฎหมายที่กำหนด

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.55 น.

‘ราชทัณฑ์’เผย’ทักษิณ’สถานะเป็นบุคคลพ้นโทษโดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย  โดยเรือนจำได้ออกหนังสือ รท.25 หรือใบบริสุทธิ์ให้’ทักษิณฯ’เรียบร้อย แจงปล่อยตัวคุมประพฤติ ‘ทักษิณ’และถอดกำไลEM แล้ว ยันยึดหลักเสมอภาค เป็นไปตามหลักเกณฑ์พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ 2569 

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 กรมราชทัณฑ์ ออกเอกสารข่าวชี้แจง ว่าตามที่กรมราชทัณฑ์ ได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ให้พักการลงโทษกรณีปกติ แก่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และปล่อยตัวคุมประพฤติพร้อมติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จากเรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 11 พฤษภา คม 2579 โดยมีกำหนดระยะเวลาคุมประพฤติรวม 4 เดือน 1 วัน และที่ผ่านมาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการคุมประพฤติอย่างถูกต้องมาโดยตลอดนั้น กรมราช ทัณฑ์ขอเรียนว่า ได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569 มีผลใช้บังคับในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายทักษิณฯ ซึ่งมีสถานะเป็น“ผู้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติ” ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ และมิได้ปฏิบัติผิดเงื่อนไขแห่งการพักการลงโทษแต่ประการใด จึงเป็นผู้อยู่ ในข่ายให้ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวไปตามมาตรา 7 โดยมีลักษณะตามมาตรา 8 (2) (ฉ) คือ เป็นผู ้มีอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปีบริบูรณ์ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับฯ ซึ่งมีโทษจำคุกตามกำหนดโทษที่จะได้รับต่อไปเหลืออยู่ไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ 

ทั้งนี้  เพื่อให้การปฏิบัติตามกฎหมายเป็นไปด้วยความถูกต้อง เรียบร้อย และโปร่งใสตามขั้นตอนทางกฎหมาย อาศัยอำนาจตามมาตรา 21 แห่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2569 คำสั่งกระทรวงยุติธรรม เรื่องแต่งตั้งกรรม การทำหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ จึงมีมติให้นายทักษิณฯ ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติตามกฎหมาย และกรมคุมประพฤติได้ดำเนินการถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว(EM) ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยเรือนจำได้ดำเนินการออก หนังสือสำคัญการปล่อยตัว(รท.25) หรือใบบริสุทธิ์ให้แก่นายทักษิณฯ เป็นที่เรียบ ร้อย 

ดังนั้น นายทักษิณ ชินวัตร จึงมีสถานะเป็นบุคคลพ้นโทษโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยราชทัณฑ์ และสิ้นสุดการอยู่ภายใต้การควบคุมตามโทษทางอาญาและเงื่อน ไขที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เฉกเช่นเดียวกับผู ้ได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติรายอื่นๆที่มีคุณสมบัติเข้าตามเกณฑ์ของพระราชกฤษฎีกาฉบับ ดังกล่าวทุกประการ  
 

‘ผู้ช่วยทูตทหารจีน’ ดอดเข้า ‘กลาโหม’ ยอมรับ ส่งรถถัง T59D ให้กัมพูชา 39 คัน จาก 93 คัน

'ผู้ช่วยทูตทหารจีน' ดอดเข้า 'กลาโหม' ยอมรับ ส่งรถถัง T59D ให้กัมพูชา 39 คัน จาก 93 คัน

‘ผู้ช่วยทูตทหารจีน’ ดอดเข้า ‘กลาโหม’ ยอมรับ ส่งรถถัง T59D ให้กัมพูชา 39 คัน จาก 93 คัน

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.15 น.

“ผู้ช่วยทูตทหารจีน”  ดอด เข้ากระทรวงกลาโหม โดยไม่นัดหมายล่วงหน้า ยอมรับ ส่งรถถังT59D ให้กัมพูชา  39 คัน จาก 93 คัน ยัน เป็นโครงการช่วยเหลือก่อนเกิดสู้รบ

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 จากกรณีที่มีการนำเสนอคลิป จีนได้ส่งรถถังT59D ให้กัมพูชา จำนวน 39 คัน  และกัมพูชาส่งเข้าพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชานั้น 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ผู้ช่วยทูตทหารจีนประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้ากระทรวงกลาโหม โดยไม่ได้มีการนัดหมายล่วงหน้า โดยมีผู้แทนกระทรวงกลาโหมให้การต้อนรับ เพื่อเข้าพูดคุยในหลายประเด็นเกี่ยวกับความร่วมมือด้านทหาร พร้อมทั้งระบุถึงกรณี จีนส่งรถถัง T59D ให้กัมพูชา จำนวน 39 คัน ซึ่งเป็นล็อตแรก จากทั้งหมดจำนวน 93 คัน รถถัง T-59D กัมพูชาได้รับการช่วยเหลือจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามโครงการความร่วมมือทางทหารในทุกปี 

สำหรับรถถัง T- 59D ที่ สปจ.ส่งมอบให้ กัมพูชาในครั้งนี้ ได้มีการปรับปรุงและพัฒนาขนาดปืนใหญ่รถถังจากขนาด 100 มม. เป็นขนาด 105 มม. และกล้องมองภาพความร้อนทำให้สามารถมองเห็นเป้าหมายในเวลากลางคืน และระบบป้องกันตัวของรถถัง เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคาม เช่น จรวดต่อต้านรถถัง หรือขีปนาวุธนำวิถี 

สำหรับ พล.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ธาราพงษ์ มาลาคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม ติดภารกิจร่วมคณะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว มหาดไทย เยือนประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย.69 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : กองทัพ ขอประชาชนอย่าตระหนก ยันยังไม่กระทบความมั่นคง ปมกัมพูชาเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์

นายกฯ เผยประธานาธิบดีเวียดนาม กราบบังคมทูลเชิญ ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเยือนเวียดนาม

นายกฯ เผยประธานาธิบดีเวียดนาม กราบบังคมทูลเชิญ ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเยือนเวียดนาม

นายกฯ เผยประธานาธิบดีเวียดนาม กราบบังคมทูลเชิญ ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯเยือนเวียดนาม

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.41 น.

นายกฯ เผยผลเยือนเวียดนาม พัฒนาความร่วมมือต่อเนื่อง ช่วยคอนเน็กนักธุรกิจสองประเทศ -โชว์ความพร้อมไทยรับนักลงทุน

วันที่ 9 มิถุนายน 2569 สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ผลการเยือน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามว่า การมาเยือนเวียดนามทำให้มีความต่อเนื่องของสิ่งที่เป็นความร่วมมือของทั้งสองประเทศได้อย่างชัดเจน ได้มาพัฒนายกระดับความสัมพันธ์ในทุกมิติ ทั้งมิติเศรษฐกิจ การลงทุน ความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีและเรื่องความมั่นคง ซึ่งทางรัฐบาลเวียดนามให้เกียรติกับประเทศไทยมาก และแสดงความพร้อมในการกราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาเยือนประเทศเวียดนาม ซึ่งประธานาธิบดีเวียดนามได้กราบบังคมทูลเชิญไปแล้ว 

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น มีการคอนเน็กนักธุรกิจทั้งไทยและเวียดนามเข้าด้วยกัน ได้มีการพบนักลงทุนนักธุรกิจมากมาย ซึ่งตนได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนที่มีความสามารถ ตั้งใจจริง และมีเจตนาแน่วแน่ที่จะลงทุนในประเทศไทยเราได้เห็นความพร้อม และรัฐบาลไทยก็ยืนยันถึงความเต็มที่ในการสนับสนุนภารกิจของเขาให้ประสบผลสำเร็จ อย่างในอาเซียนนี้ประเทศไทยแสวงหาความร่วมมือในด้านต่างๆกับเวียดนามได้และมีความเข้มแข็ง ตนคิดว่าเราจะมีสถานะที่ยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างมั่นคงไม่ต้องไปเกรงกลัวว่าจะไปเสียเปรียบใครสามารถส่งเสียงที่นานาชาติต้องรับฟังและให้เราเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอนาคตของโลกนี้ไปด้วยกัน

นายกฯ เผยผลเยือนเวียดนาม พัฒนาความร่วมมือต่อเนื่อง ช่วยคอนเน็กนักธุรกิจสองประเทศ -โชว์ความพร้อมไทยรับนักลงทุนhttps://t.co/g8qR3YndMp pic.twitter.com/5cuRL9TQIR— แนวหน้าออนไลน์ (@naewna_news) June 9, 2026

กรมที่ดิน โต้ โฉนด เขากระโดง ถูกต้อง พร้อมแจงเหตุผลไม่เพิกถอน 995 แปลง

กรมที่ดิน โต้ โฉนด เขากระโดง ถูกต้อง พร้อมแจงเหตุผลไม่เพิกถอน 995 แปลง

กรมที่ดิน โต้ โฉนด เขากระโดง ถูกต้อง พร้อมแจงเหตุผลไม่เพิกถอน 995 แปลง

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.38 น.

โต้ไร้สิทธิออกโฉนดในที่การรถไฟฯ! ‘กรมที่ดิน’ ยันออกเอกสารสิทธิ ‘เขากระโดง’ ถูกต้อง ดำเนินการตามคำพิพากษาทุกอย่างแล้ว

9 มิ.ย.2569 กรมที่ดิน (ทด.) กระทรวงมหาดไทย(มท.) ออกเอกสารข่าวชี้แจงอีกครั้งกรณีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ มีเนื้อหาระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนว่า กรมที่ดินไม่มีสิทธิออกโฉนดที่ดินในที่ดินการรถไฟฯ บริเวณเขากระโดง และอธิบดีกรมที่ดินสามารถเพิกถอนโฉนดที่ดินตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ได้เลยตามคำพิพากษาศาลนั้น กรมที่ดินขอเรียนชี้แจง ดังนี้ 1.ขั้นตอนการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน นั้น เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งเจ้าของที่ดินข้างเคียงให้ไปร่วมระวังชี้และรับรองแนวเขตที่ดินของตน โดยที่ดินที่มีแนวเขตติดต่อกับที่ดินของการรถไฟฯ นั้น กรมที่ดินและกรมรถไฟ (เดิม) ได้มีข้อตกลงตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ 0950/2484 ลงวันที่ 14ตุลาคม2485 เรื่อง การรับรองแนวเขตที่ดินที่ติดต่อกับเขตที่ดินของกรมรถไฟ ประกอบหนังสือกรมที่ดิน ที่ 11154/2503 ลงวันที่ 14ธันวาคม2503 เรื่อง การระวังชี้และรับรองแนวเขตที่ดินของการรถไฟฯ หรืออยู่ในความดูแลอารักขาของการรถไฟฯ ดังนั้น ในกรณีที่ที่ดินแปลงที่ขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมีแนวเขตที่ดินติดต่อกับแนวเขตที่ดินของการรถไฟฯ ผู้แทนการรถไฟฯ มีหน้าที่ในการไประวังชี้และรับรองแนวเขตที่ดินของตน เมื่อทำการรังวัดเรียบร้อยแล้ว ยังมีขั้นตอนการประกาศเพื่อหาผู้คัดค้านมีระยะเวลา 30 วัน หากไม่มีผู้คัดค้านและที่ดินอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได้ เจ้าพนักงานที่ดินก็จะลงนามในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินและแจกให้เจ้าของที่ดินรับไป 

กรมที่ดิน

ซึ่งข้อเท็จจริงในพื้นที่พิพาทที่การรถไฟฯ อ้างสิทธิ มีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 การรถไฟฯ ก็ได้รับรองแนวเขตให้แก่ประชาชนเป็นจำนวนมากถึง 271 แปลง ส่วนการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินอีก 724 แปลง การรถไฟฯ ก็ไม่ได้มาคัดค้านภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่อย่างใด การดำเนินการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในพื้นที่บริเวณแยกเขากระโดง ตำบลเสม็ด และตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ จึงเป็นการดำเนินการไปโดยถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายแล้ว ซึ่งหากที่ดินพิพาทเป็นของการรถไฟฯ จริง การรถไฟฯ สามารถไม่รับรองแนวเขตหรือคัดค้านการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได้ แต่ปรากฏว่า การรถไฟฯ ได้มาลงนามรับรองแนวเขตที่ดินให้กับประชาชน และไม่คัดค้านการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน 

2.การเพิกถอนหรือแก้ไขตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน มีได้ 3 กรณี คือ 2.1กรณีศาลที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งอันถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแปลงใด เลขที่เท่าใดเป็นการเฉพาะโดยชัดแจ้ง เท่านั้น เจ้าพนักงานที่ดินจึงจะสามารถดำเนินการหมายเหตุการเพิกถอนในโฉนดที่ดินเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลได้เลย (มาตรา61 วรรคแปด) 2.2กรณีที่มีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการเขียนหรือพิมพ์ข้อความผิดพลาดที่มีหลักฐานชัดแจ้ง เมื่อผู้มีส่วนได้เสียยินยอมให้แก้ไขเป็นลายลักษณ์อักษร เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจดำเนินการแก้ไขได้โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาแต่อย่างใด (มาตรา 61 วรรคเจ็ด) 2.3กรณีที่ความปรากฏว่า มีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไปโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย อธิบดีกรมที่ดินสามารถใช้อำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อดำเนินการสอบสวนว่าเป็นประการใด หากมีหลักฐานชัดแจ้งว่ามีการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายอธิบดีกรมที่ดินจึงจะสามารถใช้อำนาจเพิกถอนได้ และหากไม่ปรากฏหลักฐานชัดแจ้งว่า เป็นการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยปราศจากข้อสงสัยใด ๆ อธิบดีกรมที่ดินก็สามารถยุติเรื่องเพิกถอนได้ (มาตรา61 วรรคสอง) 

เอกสารข่าวชี้แจงของกรมที่ดิน ระบุต่อว่า กรณีเขากระโดงเป็นกรณีที่ศาลปกครองได้มีคำพิพากษา “ให้อธิบดีกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน หากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (อธิบดีกรมที่ดิน) มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว และพิจารณาข้อเท็จจริงได้เป็นเช่นใด ย่อมเป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินที่จะดำเนินการมีคำสั่งตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตามที่เห็นสมควร อันเป็นดุลพินิจของอธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งศาลไม่อาจก้าวล่วงได้” อธิบดีกรมที่ดินจึงมีคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน ที่ 1195 – 1196/2566 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 ตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ ตามคำพิพากษาศาล คณะกรรมการสอบสวนฯ ได้แสวงหาข้อเท็จจริงในกรณีที่ดินพิพาทเขากระโดง ซึ่งรับฟังจากการรถไฟฯ กล่าวอ้าง คำคัดค้านของราษฎรผู้มีส่วนได้เสีย ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ผลการรังวัดถ่ายทอดแนวเขตที่ดิน และการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริงได้พยานหลักฐานที่แตกต่างกันในสาระสำคัญจากคำพิพากษาศาล ซึ่งพยานหลักฐานของการรถไฟฯ ไม่ชัดเจนและไม่สามารถเชื่อถือได้ว่า การรถไฟมีตำแหน่งและขอบเขตของที่ดินอยู่บริเวณไหน เพียงใด จึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินได้ออกทับที่ดินของการรถไฟฯ กรมที่ดินจึงไม่ดำเนินการเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินจำนวน 995 แปลง ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งกรมที่ดินได้รายงานการดำเนินการให้ศาลทราบ และศาลกำหนดให้วันที่ 1กรกฎาคม2568 เป็นวันที่ศาลนั่งพิจารณาคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกำหนดนัดฟังคำพิพากษาศาล 

“กรมที่ดินยืนยันว่า การดำเนินการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินของกรมที่ดินในอดีตที่ผ่านมาถูกต้อง ยึดถือกฎหมายและระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด” เอกสารฯ ระบุทิ้งท้าย

กรมที่ดิน
กรมที่ดิน