ทรัมป์เผย อิหร่านยังไม่ได้แจ้งระงับเจรจา ชี้รอได้ เพราะปิดล้อมไว้แล้ว

ทรัมป์เผย อิหร่านยังไม่ได้แจ้งระงับเจรจา ชี้รอได้ เพราะปิดล้อมไว้แล้ว

1 มิ.ย. 2569 23:55 น.

ทรัมป์เผย อิหร่านยังไม่ได้แจ้งระงับเจรจา ชี้รอได้ เพราะปิดล้อมไว้แล้ว

โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า อิหร่านยังไม่ได้แจ้งสหรัฐฯ เรื่องการระงับการเจรจา แต่ยืนยันว่าแม้จะระงับ เขาก็รอได้นานเท่านาน และจะปิดล้อมทางทะเลต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีข้อตกลงที่ดี

เมื่อ 1 มิ.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวท้องถิ่นว่า อิหร่านยังไม่ได้แจ้งให้สหรัฐฯ ทราบอย่างเป็นทางการว่า พวกเขาจะขอระงับการเจรจา หลังจากสื่ออิหร่านรายงานก่อนหน้านี้ว่า เตหะรานจะระงับการพูดคุยเพื่อประท้วงที่อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง

ทรัมป์ระบุเป็นนัยด้วยว่า เขาไม่มีปัญหาอะไรที่จะรอคอยจนกว่ารัฐบาลเตหะรานจะยอมตกลงในข้อตกลงที่ยอมรับได้

“ผมคิดว่าที่ผ่านมาพวกเราพูดกันมากเกินไปแล้ว ถ้าคุณอยากรู้ความจริงนะ ผมคิดว่าการเงียบไปเลยน่าจะดีมาก” ทรัมป์บอกกับสำนักข่าว NBC News ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ และย้ำด้วยว่า ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ จะกลับมาเปิดฉากโจมตีเต็มรูปแบบอีกครั้ง

“มันไม่ได้หมายความว่าเราจะเข้าไปแล้วเริ่มทิ้งระเบิดใส่ทุกที่แถวนั้น” ทรัมป์บอกกับ NBC “เราก็แค่จะเงียบไปเหมือนกัน และเราจะเดินหน้าปิดล้อมต่อไป การปิดล้อมเนี่ยมันแข็งแกร่งเหมือนดั่งเหล็กกล้าเลยล่ะ” อ้างถึงการปิดล้อมทางทะเล ซึ่งกองทัพเรือสหรัฐฯ สกัดเรือสินค้าต่างๆ ไม่ให้เข้าสู่ท่าเรือของอิหร่าน

ทรัมป์ ซึ่งยืนกรานมาตลอดว่าเขาไม่ได้รู้สึกกดดันที่จะต้องบรรลุข้อตกลงให้ได้โดยเร็ว ยังคงรักษาท่าทีว่าตนเองเป็นฝ่ายได้เปรียบต่อรัฐบาลเตหะราน โดยระบุว่า “ผมคิดว่าผมรอได้นานเท่าที่พวกเขาต้องการนั่นแหละ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

หน่วยงาน UK เผย วัตถุระเบิดปริศนาโจมตีเรือสินค้าในอ่าวเปอร์เซีย

หน่วยงาน UK เผย วัตถุระเบิดปริศนาโจมตีเรือสินค้าในอ่าวเปอร์เซีย

1 มิ.ย. 2569 22:35 น.

หน่วยงาน UK เผย วัตถุระเบิดปริศนาโจมตีเรือสินค้าในอ่าวเปอร์เซีย

หน่วยงานของสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า เรือสินค้าลำหนึ่งในอ่าวเปอร์เซีย ถูกวัตถุปริศนาพุ่งเข้าใส่จนเกิดระเบิดรุนแรง ทำให้เรือได้รับความเสียหาย แต่ยังไม่มีการยืนยันว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เมื่อ 1 มิ.ย. 2569 ศูนย์ปฏิบัติการทางการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) องค์กรความมั่นคงทางทะเลที่ดำเนินงานโดยกองทัพของสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งที่กำลังแล่นผ่านพื้นที่ทางตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซีย ถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิดไม่ทราบชนิด

UKMTO ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นห่างจากท่าเรือ อุมม์ กัสร์ (Umm Qasr) ของประเทศอิรัก ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 40 ไมล์

“เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งกำลังแล่นผ่านอ่าวอาหรับ ก่อนจะเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงหลังจากวัตถุระเบิดไม่ทราบชนิดพุ่งเข้าใส่กราบขวาของเรือ” UKMTO ระบุและเสริมว่า “ในขณะนี้ UKMTO ยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด และเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

UKMTO เผยอีกว่า ในช่วงระยะเวลา 3 เดือนนับจนถึงวันที่ 26 พฤษภาคม ทางหน่วยงานได้รับแจ้งเหตุการณ์ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเรือในพื้นที่และบริเวณโดยรอบอ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุซ และอ่าวโอมาน รวมทั้งสิ้น 52 ครั้ง เป็นการโจมตี 28 ครั้ง และเป็นเหตุการณ์ที่ต้องสงสัยว่าเป็นการโจมตีอีก 22 ครั้ง

ทั้งนี้ เหตุการณ์โจมตีเรือสินค้าที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ ในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้บริษัทเดินเรือส่วนใหญ่ตัดสินใจระงับการปฏิบัติงานในภูมิภาคดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าสำคัญทั่วโลก โดยเฉพาะน้ำมัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สหรัฐฯ เผย สกัดมิสไซล์อิหร่าน 2 ลูก ยิงใส่ทหารอเมริกันในคูเวต

สหรัฐฯ เผย สกัดมิสไซล์อิหร่าน 2 ลูก ยิงใส่ทหารอเมริกันในคูเวต

1 มิ.ย. 2569 21:43 น.

สหรัฐฯ เผย สกัดมิสไซล์อิหร่าน 2 ลูก ยิงใส่ทหารอเมริกันในคูเวต

กองทัพสหรัฐฯ เผยว่า ได้ยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านจำนวน 2 ลูก ที่มุ่งเป้าโจมตีกองทัพอเมริกันในประเทศคูเวต ท่ามกลางความตึงเครียดครั้งใหม่ หลังอิหร่านระงับการเจรจาเพื่อประท้วงอิสราเอล

เมื่อ 1 มิ.ย. 2569 กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซ็นต์คอม (CENTCOM) แถลงผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อเช้าวันจันทร์ว่า กองทัพประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นขีปนาวุธทิ้งตัวของอิหร่านจำนวน 2 ลูก ที่มุ่งเป้าโจมตีกองทัพอเมริกันที่ประจำการในประเทศคูเวต

เซ็นต์คอม ระบุว่า การสกัดกั้นดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23:00 น. วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ โดยขีปนาวุธทั้งสองลูกถูกทำลายทันที และไม่มีบุคลากรของสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

“กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และจะเดินหน้าปกป้องกองกำลังของเราจากความก้าวร้าวของอิหร่าน พร้อมทั้งสนับสนุนข้อตกลงหยุดยิงที่กำลังดำเนินอยู่” แถลงการณ์ระบุ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีตอบโต้กับระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ในช่วงสุดสัปดาห์ โดยเซ็นต์คอมเปิดเผยในวันอาทิตย์ว่า กองทัพดำเนินการโจมตีระบบเรดาร์และศูนย์ควบคุมและสั่งการโดรนของอิหร่าน ในพื้นที่เมืองโกรุก (Goruk) และเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ของอิหร่าน เพื่อป้องกันตนเอง

ในวันจันทร์ สื่ออิหร่านเปิดเผยว่า ทางการสั่งระงับการเจรจากับสหรัฐฯ แล้ว เพื่อประท้วงที่อิสราเอลยังคงโจมตีในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และว่าพวกเขากำลังเตรียมแผนการเพื่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ และขยายแนวรบเพิ่มเพื่อเป็นการตอบโต้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิหร่านระงับคุยสหรัฐฯ เพื่อประท้วง หลังอิสราเอลโจมตีเลบานอนไม่เลิก

อิหร่านระงับคุยสหรัฐฯ เพื่อประท้วง หลังอิสราเอลโจมตีเลบานอนไม่เลิก

1 มิ.ย. 2569 21:16 น.

อิหร่านระงับคุยสหรัฐฯ เพื่อประท้วง หลังอิสราเอลโจมตีเลบานอนไม่เลิก

อิหร่านระงับการเจรจากับสหรัฐฯ ชั่วคราว เพื่อประท้วงที่อิสราเอลยังคงโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นการผิดเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิง และเตรียมแผนการปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วย

เมื่อ 1 มิ.ย. 2569 สำนักข่าว ทัสนิม (Tasnim) สื่อกึ่งทางการของอิหร่านรายงานว่า ทางการอิหร่านได้ระงับการเจรจากับสหรัฐอเมริกาแล้ว เพื่อประท้วงที่อิสราเอลมีปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าอิหร่านจะเรียกร้องมาตลอดว่า ต้องรวมเลบานอนไว้ในข้อตกลงหยุดยิงด้วย

“เนื่องจากการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนยังคงดำเนินต่อไป และเมื่อพิจารณาว่าเลบานอนเคยเป็นหนึ่งในเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งขณะนี้ถูกละเมิดในทุกแนวรบรวมถึงเลบานอนด้วย คณะเจรจาของอิหร่านจึงขอระงับการเจรจาและการแลกเปลี่ยนเอกสารผ่านตัวกลางเอาไว้ก่อน”

สำนักข่าวทัสนิมรายงานอีกว่า อิหร่านขอเรียกร้องให้อิสราเอลยุติสงครามของพวกเขาในฉนวนกาซากับเลบานอนโดยทันที รวมถึงให้อิสราเอลถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากเลบานอน พร้อมเสริมว่าตราบใดที่เงื่อนไขของอิหร่านและกลุ่มฝ่ายต่อต้านในเรื่องเหล่านี้ยังไม่ได้รับการตอบสนอง “จะไม่มีการเจรจาใดๆ เกิดขึ้น”

นอกจากนั้น ทัสนิมระบุด้วยว่า รัฐบาลเตหะรานและกลุ่มติดอาวุธพันธมิตรในภูมิภาคได้บรรจุวาระเรื่อง “การปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสมบูรณ์และการเปิดแนวรบอื่นๆ” ไว้ในแผนงานแล้ว ซึ่งรวมถึงช่องแคบ “บับ เอล-มันเดบ” (Bab el-Mandeb strait) ทางใต้สุดของทะเลแดง ซึ่งกบฏฮูตีในเยเมนเคยโจมตีเรือสินค้าต่างๆ ก่อนหน้านี้

ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล เพิ่งสั่งการให้กองทัพโจมตีเขตดาฮิเยห์ (Dahieh) ชาวเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ขณะที่เจ้าหน้าที่อิสราเอลรายหนึ่งอ้างว่า มีการประสานงานกับสหรัฐฯ เรื่องแผนการโจมตีดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ความจริงแนวชายแดน! ทบ.วอน ปชช.อย่าหลงเชื่อคลิปยั่วยุฝั่งกัมพูชา

ความจริงแนวชายแดน! ทบ.วอน ปชช.อย่าหลงเชื่อคลิปยั่วยุฝั่งกัมพูชา

ความจริงแนวชายแดน! ทบ.วอน ปชช.อย่าหลงเชื่อคลิปยั่วยุฝั่งกัมพูชา

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.10 น.

“กองทัพบก”ย้ำความจริงแนวชายแดนไทย-เขมร ขอให้มั่นใจทหารไทยปฏิบัติหน้าที่มืออาชีพ วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อคลิปยั่วยุฝั่งกัมพูชา

2 มิถุนายน 2569 แหล่งข่าวจากกองทัพบก เปิดเผยกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งปรากฏภาพทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธเข้าประชิดเจ้าหน้าที่ทหารไทย ระหว่างปฏิบัติภารกิจบริเวณพื้นที่ชายแดน โดยมีการโต้เถียงและส่งเสียงดังใส่กัน จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์

แหล่งข่าวจากกองทัพบก ระบุว่า คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของฝั่งกัมพูชา พร้อมข้อความในลักษณะแสดงศักยภาพและความกล้าของกำลังพล

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุพิกัดหรือรายละเอียดของพื้นที่เกิดเหตุอย่างชัดเจน ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าอาจเป็นพื้นที่บริเวณช่องบก ซึ่งเมื่อวานที่ผ่านมาเคยเกิดกรณีลักษณะนี้แล้ว โดยทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยและอยู่ร่วมกันได้

ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์ของไทย มีการแชร์คลิปดังกล่าวและแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ทั้งในเชิงสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทย และแสดงความไม่พอใจต่อพฤติกรรมของฝ่ายตรงข้าม ส่งผลให้เกิดกระแสถกเถียงอย่างต่อเนื่อง

แหล่งข่าว ระบุอีกว่า กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่จะยึดกฎการปะทะเพื่อป้องกันตนเองเป็นหลัก ก่อนดำเนินการตามแนวทางของหน่วยเหนือ เพื่อรับมือต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวจากทางราชการที่น่าเชื่อถือ และใช้วิจารณญาณในการรับชมสื่อสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า การเผยแพร่คลิปหรือข้อมูลบางส่วนในโลกออนไลน์ อาจส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชน จึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านก่อนแชร์หรือแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แหล่งข่าว ยังระบุอีกว่า มีความพยายามสร้างกระแสจากฝั่งกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทราบดีว่าคนไทยมีความรักชาติ จึงมีการเผยแพร่เนื้อหาหรือคลิปเพื่อกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนไทย ขณะที่สื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทยบางส่วนก็นำเนื้อหาดังกล่าวมาขยายต่อ จนกลายเป็นกระแสและทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจหรือวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายเดียวกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ ขวัญ และกำลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่

แหล่งข่าว ระบุเพิ่มเติมว่า ทหารทุกนายตระหนักดีว่าการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติจำเป็นต้องยึดกฎการปะทะ ข้อสั่งการ และข้อตกลงที่มีต่อกันในทุกระดับ การตอบโต้ด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสมอาจไม่สามารถตอบสนองต่อผลประโยชน์ของชาติในอนาคต

พร้อมกันนี้ ได้ฝากถึงประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการติดตามข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์ และไม่หลงไปตามกระแสยั่วยุ เนื่องจากมองว่าสถานการณ์ในพื้นที่จริงไม่ได้มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น อย่างที่เผยแพร่ในคลิป ซึ่งเป็นการเผยแพร่เพียงช่วงเดียว แต่พอหลังจากหลังจากนั้น ทางฝั่งกัมพูชาก็ถอยกลับที่ฐานเหมือนเดิม

ทบ.โต้กัมพูชา สร้างพระ-ปักธง-ล้อมลวดหนาม ทำในเขตไทย

ทบ.โต้กัมพูชา สร้างพระ-ปักธง-ล้อมลวดหนาม ทำในเขตไทย

ทบ.โต้กัมพูชา สร้างพระ-ปักธง-ล้อมลวดหนาม ทำในเขตไทย

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.00 น.

ทบ.แจงปมกัมพูชาประท้วง ยันสร้างพระพุทธรูป-ปักธงชาติ-ล้อมลวดหนาม ทำในเขตอธิปไตยไทย เพื่อความปลอดภัย-ขวัญกำลังใจ ย้ำปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมอย่างเคร่งครัด

2 มิถุนายน 2569 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชายื่นหนังสือประท้วงต่อไทย โดยกล่าวอ้างว่ามีการจัดสร้างพระพุทธรูป ติดตั้งธงชาติ สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ชายแดน รวมถึงการวางลวดหนาม ว่า ในการจัดสร้างพระพุทธรูปและการติดตั้งธงชาติไทย เป็นการดำเนินการภายในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อธิปไตยและการควบคุมดูแลของฝ่ายไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องภายในเขตพื้นที่ของไทย โดยกองทัพบกยังคงยึดมั่นตามถ้อยแถลงร่วมในการรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ รวมทั้งการใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดน

สำหรับการวางลวดหนามในพื้นที่บริเวณช่องบก เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดำเนินการภายในเขตอธิปไตยและพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ลดโอกาสการเผชิญหน้าระหว่างกำลังของทั้งสองฝ่าย ป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน และลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียด โดยสอดคล้องกับแนวทางการลดการเผชิญหน้าและการรักษาเสถียรภาพตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

กองทัพบก ขอยืนยันในการดำรงการปฏิบัติทั้งปวง เพื่อรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยยึดถือปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง หรือ Joint statement ระหว่างไทยและกัมพูชา เมื่อ 27 ธ.ค.68 อย่างเคร่งครัด

ศุภมาส ยกระดับ กม. Lemon Law ดันสิทธิ เปลี่ยน-ซ่อม-ฟ้อง คืนความเป็นธรรมผู้บริโภค

ศุภมาส ยกระดับ กม. Lemon Law ดันสิทธิ เปลี่ยน-ซ่อม-ฟ้อง คืนความเป็นธรรมผู้บริโภค

ศุภมาส ยกระดับ กม. Lemon Law ดันสิทธิ เปลี่ยน-ซ่อม-ฟ้อง คืนความเป็นธรรมผู้บริโภค

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.48 น.

“ศุภมาส”ลุยยกระดับกฎหมาย Lemon Law มอบ”ประเดิมชัย”ฟังเสียงสะท้อนรอบด้าน ดันสิทธิ”เปลี่ยน-ซ่อม-ฟ้อง”คืนความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค

2 มิถุนายน 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มอบหมายให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กฎหมาย Lemon Law” ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในกรณีที่ซื้อสินค้ามาแล้วพบว่าชำรุดบกพร่อง ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่มีคุณภาพตามที่โฆษณาไว้ โดยกฎหมายนี้จะช่วยสร้างกลไกให้ผู้ซื้อสามารถเรียกร้องสิทธิ์ในการเปลี่ยนสินค้า ซ่อมแซม หรือคืนเงินได้อย่างเป็นธรรม เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค โดยมี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ.เข้าร่วมด้วย

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ร่างกฎหมายนี้ยกร่างเสร็จตั้งแต่ปี 2567 เวลาผ่านมา ตนได้สั่งให้ สคบ.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นใหม่ ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้บริโภคประสบในปัจจุบัน ก่อนกฎหมายเข้าสู่ชั้นกรรมาธิการ ซึ่งตัวร่างกฎหมายมีเจตนารมณ์กำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของผู้ขายและผู้ซื้อให้ชัดเจน ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับการแก้ปัญหาสินค้าชำรุดอย่างเป็นธรรม และผลักดันให้ผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพสินค้า เวทีครั้งนี้มีผู้แทนภาคประชาชนจากสภาองค์กรของผู้บริโภคและมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ผู้แทนภาครัฐหลายหน่วยงาน ภาคเอกชนกลุ่มยานยนต์ และสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย ร่วมให้ข้อเสนอแนะ

“หลักการสำคัญของร่างกฎหมายนี้ คือ หากสินค้าชำรุดภายในเวลาที่กำหนด ให้สันนิษฐานว่าชำรุดมาตั้งแต่วันส่งมอบ โดยแบ่งสินค้าเป็น 3 ประเภท คือ สินค้าทั่วไป รถยนต์และจักรยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ระยะเวลาสันนิษฐานความชำรุดอยู่ที่ 6 เดือนสำหรับสินค้าทั่วไปและเครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนรถยนต์ 1 ปีหรือ 10,000 กิโลเมตร และจักรยานยนต์ 6 เดือนหรือ 5,000 กิโลเมตร” นางสาวศุภมาส กล่าว

นอกจากนี้ สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ยังระบุระยะเวลาการขอเปลี่ยนสินค้าไว้ว่า ผู้บริโภคสามารถขอเปลี่ยนสินค้าทั่วไปได้ภายใน 7 วัน และเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 14 วัน นับแต่วันรับสินค้า ในกรณีที่มีการซ่อมแซมสินค้า ผู้ขายต้องซ่อมให้เสร็จภายใน 60 วัน ยกเว้นรถยนต์ภายใน 90 วัน ส่วนกรณีการเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อมีสิทธิเช่นเดียวกับผู้ซื้อ และสามารถเลื่อนชำระงวดถัดไปได้ จนกว่าจะได้สินค้าที่ซ่อมเสร็จหรือเปลี่ยนใหม่ และสามารถขยายอายุความรถยนต์ จักรยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เป็น 2 ปี นับตั้งแต่พบว่าสินค้าชำรุด

นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้ผู้บริโภคที่เจอสินค้าชำรุดได้รับความเป็นธรรมและรวดเร็วขึ้น มีการระบุรายละเอียดความรับผิดชอบของผู้ขายที่ชัดเจน ไม่ปล่อยให้ผู้ซื้อต้องรับภาระในการซ่อมแซมเอง และขอขอบคุณสภาองค์กรของผู้บริโภคที่นำเสียงของพี่น้องประชาชนมาสะท้อนในเวทีนี้ สำหรับผู้บริโภคที่พบสินค้าชำรุดร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอป OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด

ส้มทำปืนลั่น! ดึง ‘สุรพล’ กุนซือ ทำพิษ กระแสตีกลับ โดนรุมจวกยับ

ส้มทำปืนลั่น! ดึง 'สุรพล' กุนซือ ทำพิษ กระแสตีกลับ โดนรุมจวกยับ

ส้มทำปืนลั่น! ดึง ‘สุรพล’ กุนซือ ทำพิษ กระแสตีกลับ โดนรุมจวกยับ

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.43 น.

การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมืองในยุคปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าความรู้ความสามารถของตัวบุคคล คือความสอดคล้องทางอุดมการณ์และภาพลักษณ์ที่สะท้อนต่อสาธารณะ ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 กรณีพรรคประชาชนได้ทำการเปิดตัวทีมบริหารผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแบบครบทีม โดยมี ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเรียกได้ว่าเป็นสภาวะ “ทำปืนลั่นใส่เท้าตัวเอง” ของพรรคประชาชน ที่นอกจากจะไม่สามารถขยายฐานเสียงใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ยังสร้างบาดแผลลึกและส่งผลกระทบเชิงลบต่อฐานแฟนคลับเดิมอย่างรุนแรง

ชนวนเหตุ

ในมุมมองของแกนนำพรรคประชาชน โดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ได้ให้เหตุผลในการเชิญ ศ.ดร.สุรพล มาร่วมทีมว่า พรรคเล็งเห็นถึงความเป็นนักกฎหมายมหาชนระดับครู และผู้มีประสบการณ์ตรงในการบริหารกลไกราชการของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการเคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งดูแลโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่  พรรคจึงมุ่งหวังจะใช้ความเชี่ยวชาญนี้คอยให้คำปรึกษาแก่นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 10 เพื่อให้สามารถเข้าทำงานพัฒนากรุงเทพฯ ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้ใหม่

ทว่า ยุทธศาสตร์การบริหารที่พรรคพยายามนำเสนอ กลับถูกบดบังด้วยอดีตทางการเมืองของตัวบุคคลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าในเดือนกรกฎาคม 2567 ศ.ดร.สุรพล จะเคยทำหน้าที่เป็นพยานปากเอกให้การในชั้นศาลเพื่อปกป้องพรรคก้าวไกลในคดียุบพรรคมาแล้วก็ตาม แต่ภาพจำของกลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยส่วนใหญ่ยังคงยึดโยงอยู่กับบทบาทในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในปี 2549 ซึ่งมาจากการแต่งตั้งหลังการรัฐประหาร 

ตลอดจนการเข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่ม กปปส. เพื่อต่อต้านรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยการแสดงสัญลักษณ์เป่านกหวีดอันเป็นชนวนเหตุนำไปสู่การแช่แข็งประเทศ ความย้อนแย้งระหว่างอุดมการณ์ของพรรคและประวัติการทำงานของประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ จึงกลายเป็นกระแสตีกลับใส่พรรคประชาชนทันทีหลังจากเปิดตัว

เสียงสะท้อนความล้มเหลวจากหลากภาคส่วน

ทันทีที่กระแสข่าวดังกล่าวแพร่ออกไป เสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากกลุ่ม “ด้อมส้ม” และ “คนเสื้อแดง”  ซึ่งต่างมองด้วยผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง

ทางด้านของสื่อมวลชนและพิธีกรชื่อดัง นางสาวลักขณา ปันวิชัย หรือ แขก คำ ผกา ได้โพสต์ข้อความวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ครั้งนี้ว่า ในภาวะขาลงของพรรคประชาชน การเลือก ศ.ดร.สุรพล มาร่วมทีมไม่ใช่เรื่องของความจำยอม แต่เป็นวิธีคิดที่พรรคประเมินว่าคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็น “สลิ่มเฟส 1” พรรคจึงต้องการดึงบุคคลนี้มาเพื่อแย่งชิงคะแนนเสียงและสกัดไม่ให้คนกลุ่มนี้ไปเลือกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คำ ผกา ยังระบุอีกว่านี่คือกระบวนการคิดที่ผ่านการวางแผนมาแล้วเพื่อหวังผลทางการเมืองในการสร้างเรื่องราวใหม่ให้คนมองว่าชัชชาติเป็นเพื่อไทย ส่วนส้มเป็นฝั่งเดียวกับผู้ล้มระบอบทักษิณ

ภาคประชาสังคมยังซ้ำเติมความผิดพลาดนี้ โดยนายบารมี ชัยรัตน์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน และเครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (ConforAll) ได้ประกาศจุดยืนต่อสาธารณะอย่างเด็ดขาดว่า ตนจะไม่เลือกผู้ว่าราชการจากพรรคส้มอย่างแน่นอน พร้อมระบุว่าในตอนแรกยังคงมีความลังเลใจ แต่การเปิดตัวครั้งนี้ทำให้รู้สึกสบายใจและโล่งใจที่พรรคมีความชัดเจนในทิศทางที่เปลี่ยนไป  สะท้อนให้เห็นว่าพรรคได้สูญเสียพันธมิตรแนวร่วมภาคประชาชนที่สำคัญไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่เพียงเท่านั้น นักวิชาการชื่อดังอย่างนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ได้ออกมาตอกย้ำความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของพรรค โดยระบุคำว่า “Sayonara!” เพื่อแสดงความผิดหวัง ปวินวิเคราะห์ว่า นี่คือปัญหาที่แก้ไม่ได้ของพรรคประชาชนในเรื่องของ “ความไม่สม่ำเสมอ” ที่บทจะก้าวหน้าก็ก้าวหน้า บทจะถอยหลังก็ถอยหลังไปหลายก้าว การดึงบุคคลที่เคยร่วมสังฆกรรมกับคณะรัฐประหารเมื่อปี 2549 มาร่วมงาน ถือเป็นความผิดพลาดอย่างรุนแรง

ขณะเดียวกัน คอลัมนิสต์และพิธีกร นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง ได้แสดงทัศนะผ่านบทวิเคราะห์ โดยมองว่า ยุทธศาสตร์นี้ไม่มีส่วนช่วยเพิ่มเครดิตคะแนนเสียงให้พรรคเลย แต่กลับทำให้ผู้คนไขว้เขวในเรื่องจุดยืนทางอุดมการณ์ ใบตองแห้งตั้งข้อสังเกตว่า แม้ในช่วงหลัง ศ.ดร.สุรพล จะเริ่มมีท่าทีวิพากษ์วิจารณ์นิติสงครามบ้าง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนพอ และยังคงยึดติดกับ “การเมืองคนดี” การที่พรรคดึงท่านเข้ามาทำให้สังคมตั้งคำถามอย่างหนักกับพรรคประชาชนเอง และยังสร้างความขัดแย้ง โดยตั้งคำถามว่า เหตุใดคนในพรรคที่ไม่เห็นด้วยจึงไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจก่อนการเปิดตัวครั้งนี้

อาจสูญเสียจุดยืน

ปรากฏการณ์วิพากษ์วิจารณ์ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ในฐานะประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชนในครั้งนี้ ผลลัพธ์ที่พรรคประชาชนได้รับ มิใช่เพียงแค่เสียงวิจารณ์ชั่วข้ามคืนบนโลกออนไลน์ แต่คือการสูญเสียความเชื่อมั่น ทั้งจากสื่อมวลชน ภาคประชาสังคม และนักวิชาการผู้เคยเป็นกระบอกเสียงให้พรรค และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พรรคเสียศูนย์ในสนามการเมืองท้องถิ่นครั้งนี้

บิ๊กดุลย์ ถกสภาทหารผ่านศึก เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต ดัน 3 มาตรการสำคัญ

บิ๊กดุลย์ ถกสภาทหารผ่านศึก เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต ดัน 3 มาตรการสำคัญ

บิ๊กดุลย์ ถกสภาทหารผ่านศึก เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิต ดัน 3 มาตรการสำคัญ

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.46 น.

“บิ๊กดุลย์”ถกสภาทหารผ่านศึก เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตทหารผ่านศึก-ครอบครัว ดัน 3 มาตรการสำคัญ เพิ่มวงเงินสินเชื่อ ปรับปรุงที่พัก และขยายพื้นที่ทำกิน

2 มิถุนายน 2569 ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก เป็นประธานการประชุมสภาทหารผ่านศึก ครั้งที่ 2/2569 เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและสวัสดิการของทหารผ่านศึกและครอบครัว จำนวน 3 เรื่องหลัก

เรื่องแรก เป็นการประชุมเห็นชอบการปรับเพิ่มวงเงินและขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้สินเชื่อเพื่อการสวัสดิการ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มวงเงินสินเชื่อที่ใช้เงินเลี้ยงชีพรายเดือน หรือเงินเบี้ยหวัด บำนาญ และเงินเพิ่มรายเดือนเป็นหลักประกันการชำระหนี้ จากเดิมไม่เกิน 70,000 บาท เป็นไม่เกิน 80,000 บาทต่อราย พร้อมทั้งขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้จากเดิมไม่เกิน 18 เดือน เป็นไม่เกิน 24 เดือน เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และเปิดโอกาสให้ทหารผ่านศึกและครอบครัวสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายด้านสวัสดิการที่จำเป็นได้มากยิ่งขึ้น

เรื่องที่สอง เป็นโครงการปรับปรุงอาคารที่พักอาศัยทหารผ่านศึกพิการทุพพลภาพหรือพิการ ที่หมู่บ้านทหารผ่านศึก รามอินทรา ซึ่งเป็นอาคารที่พักอาศัยจำนวน 2 อาคาร สูง 5 ชั้น รวม 230 ห้อง โดยปัจจุบันอาคารมีการชำรุดและเสื่อมสภาพจากการใช้งาน ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัย องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจึงเตรียมดำเนินการปรับปรุงในปีงบประมาณ 2569 ครอบคลุมทั้งการก่อสร้างหลังคาและซ่อมแซมพื้นที่ดาดฟ้าที่มีปัญหาน้ำรั่วซึม การปรับปรุงระบบสุขาภิบาลเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียและการอุดตันของท่อระบายน้ำ รวมถึงการเปลี่ยนประตูห้องพักและประตูห้องน้ำที่ชำรุด เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความสะดวกในการใช้งาน และส่งเสริมสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับทหารผ่านศึกพิการและครอบครัว

รมว.กลาโหม กล่าวอีกว่า เรื่องสุดท้าย คือ โครงการจัดที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้แก่ทหารผ่านศึกเพิ่มเติมในพื้นที่นิคมเกษตรกรรมทหารผ่านศึก คลองน้ำใส ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยนิคมฯ คลองน้ำใส มีเนื้อที่ประมาณ 6,000 ไร่ และมีสมาชิกทหารผ่านศึกและครอบครัวจำนวน 201 ครอบครัว อย่างไรก็ตาม ยังมีทหารผ่านศึกที่ประสบความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินมาขึ้นทะเบียนขอรับการสงเคราะห์กับองค์การฯ เป็นจำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้ ทางองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจึงได้จัดทำโครงการขยายพื้นที่นิคมเพิ่มเติมจำนวน 116 ไร่ เพื่อรองรับทหารผ่านศึกและครอบครัวอีก 35 ครอบครัว โดยจัดสรรพื้นที่ให้ครอบครัวละประมาณ 3 ไร่ โครงการดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการจัดจ้างงานปรับพื้นที่และก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกภายในนิคมฯ ควบคู่กับการคัดเลือกทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และทหารนอกประจำการ จำนวน 35 ครอบครัว เข้าเป็นสมาชิกนิคมฯ เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเป็นของตนเอง อันจะช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

“การดำเนินการทั้ง 3 เรื่องทางองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก มุ่งมั่นในการดูแลสวัสดิการ ความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตของทหารผ่านศึกและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการพัฒนาสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิต เพื่อให้ทหารผ่านศึกและครอบครัวมีความมั่นคง ปลอดภัย และมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น” รมว.กลาโหม กล่าว

ไม่ได้รังเกียจ แต่ติดเดี่ยวดีกว่า! ชัชชาติ หวั่นคนเข้าใจผิด ติดป้ายหาเสียงซ้อนข้างรถสองแถว

ไม่ได้รังเกียจ แต่ติดเดี่ยวดีกว่า! ชัชชาติ หวั่นคนเข้าใจผิด ติดป้ายหาเสียงซ้อนข้างรถสองแถว

ไม่ได้รังเกียจ แต่ติดเดี่ยวดีกว่า! ชัชชาติ หวั่นคนเข้าใจผิด ติดป้ายหาเสียงซ้อนข้างรถสองแถว

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.43 น.

ชัชชาติ ลั่นไม่ได้รังเกียจ ติดป้ายหาเสียงซ้อนข้างรถสองแถว แต่ขอติดเดี่ยว หวั่นคนเข้าใจผิด! เพราะขอเช่าดีลไว้ให้ติดป้ายเดียว พร้อมยันยังไม่คิดหนุนผู้สมัคร ส.ก. 

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ในการลงพื้นที่หาเสียงถึงการสนับสนุนผู้สมัคร ส.ก.ว่า เราเจอกันตามหน้างานให้กำลังใจกัน เมื่อวานก็เจอผู้สมัครฯ ส.ก.เขตลาดกระบัง และกลุ่มคนทำงาน คุยกันให้กำลังใจเผื่อในอนาคตได้ทำงานร่วมกัน หากเป็น ส.ก.เก่าคุ้นเคยก็ทักทายกัน เพราะตนเองไม่ได้ประกาศว่าจะสนับสนุนใคร ขอให้ทุกคนลงพื้นที่เยอะ ๆ เอาปัญหามาแบ่งปันกันและช่วยกันคิด และย้ำว่าขณะนี้ไม่ได้สนับสนุนกลุ่มผู้สมัครใดเป็นพิเศษ และยังไม่มีใครในใจ

ส่วนที่ผู้สมัคร ส.ก.ติดป้ายหาเสียงบนรถสองแถวเช่นเดียวกันนั้น นายชัชชาติ ชี้แจงว่า ไม่อยากให้เกิดความสับสน ตอนที่เราไปจ้างรถสองแถวขอให้ติดป้ายเดียว ไม่อยากให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นกลุ่มเดียวกันหรือทีมเดียวกัน ไม่ได้รังเกียจใคร แต่เมื่อมาติดสองป้ายซ้อนกันก็ขอให้เป็นไปตามที่คุยคือ “ให้ติดป้ายเดียว” เราอยากจะใช้รถโดยสารหมวด 4 เพื่อให้เข้าถึงประชาชน เอาป้ายไปหาประชาชน

“เราไม่ได้รังเกียจที่ตัวคน ไม่ว่าใครจะเอามาติดซ้อนกับเราก็ไม่อยากให้ติด เพราะไม่อยากให้ประชาชนเข้าใจผิด ขอให้เป็นป้ายเดียว ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ติดของเรา” นายชัชชาติย้ำ

เมื่อถามว่าถ้าไปติดป้ายเดี่ยว ๆ ได้ใช่หรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า แล้วแต่เขา เพราะตอนที่เราขอเช่า เงื่อนไขคือเราเช่าคนเดียว หากเข้าใจผิดก็ขอไม่ติดเพื่อไม่ให้คนสับสน ไม่เกี่ยวกับเรื่องบุคคล ซึ่งการติดป้ายหาเสียงเช่นนี้เป็นการสนับสนุนชุมชน หากไปจ้างรายใหญ่เงินก็จะเข้ารายใหญ่ แต่รายเล็กก็ช่วยรถสองแถวที่ลำบาก ซึ่งเราประกาศไปกับ กกต.ว่าจะช่วยสนับสนุนให้รถหมวด 4 มีรายได้ เพราะเป็นเส้นเลือดฝอยที่เดินทางเข้าสู่บ้านประชาชนอย่างแท้จริง ช่วยได้ก็ช่วย แม้จะรายได้ไม่เยอะ แต่เขาก็พาไปเราไปหาประชาชน ปัญหาของเราคือผู้สูงอายุที่ไม่รู้หมายเลขเพราะไม่มีโซเชียลมีเดีย  ป้ายพวกนี้จึงจำเป็นที่จะลงเข้าไปถึงทุกตรอกซอกซอย เพื่อให้คนเห็นป้ายของเรา