โป๊ปเลโอที่ 14 ช่วยชายเป็นลมกลางจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ท่ามกลางคลื่นความร้อนถล่มนครวาติกัน

โป๊ปเลโอที่ 14 ช่วยชายเป็นลมกลางจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ท่ามกลางคลื่นความร้อนถล่มนครวาติกัน

28 พ.ค. 2569 08:26 น.

โป๊ปเลโอที่ 14 ช่วยชายเป็นลมกลางจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ท่ามกลางคลื่นความร้อนถล่มนครวาติกัน

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงเข้าช่วยเหลือชายคนหนึ่งที่เป็นลม ขณะยืนต่อแถวรอจับมือกับพระองค์ หลังเสร็จสิ้นการเข้าเฝ้าทั่วไป ที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ ในนครวาติกัน ท่ามกลางคลื่นความร้อนรุนแรง

ภาพเหตุการณ์เผยให้เห็นว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงคุกเข่าลงข้างชายคนดังกล่าว ระหว่างที่เจ้าหน้าที่วาติกันเร่งเข้าปฐมพยาบาลและช่วยให้ผู้แสวงบุญรายนี้ฟื้นตัว

หลังจากนั้น พระองค์เสด็จกลับไปทักทายประชาชนตามปกติ ขณะที่เจ้าหน้าที่วาติกันเข็นชายคนดังกล่าวออกจากพื้นที่ด้วยรถเข็น พร้อมกางร่มบังแดดให้ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่นครวาติกันและกรุงโรมกำลังเผชิญคลื่นความร้อนครั้งรุนแรงในฤดูใบไม้ผลิ โดยทางการกรุงโรมได้ประกาศเตือนภัยระดับสีแดงเป็นครั้งแรกของปี ซึ่งถือเป็นระดับเตือนภัยสูงสุด

สำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของอิตาลีระบุว่า ระดับเตือนภัยดังกล่าวหมายถึงอุณหภูมิที่พุ่งสูง ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชาชนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรงด้วย

ด้านหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาของกองทัพอากาศอิตาลีคาดการณ์ว่า อุณหภูมิในกรุงโรมอาจพุ่งสูงถึง 32 องศาเซลเซียส หรือประมาณ 89.6 องศาฟาเรนไฮต์ ขณะที่หลายพื้นที่ของยุโรปต่างเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดเช่นเดียวกัน.

ที่มา : AP

จำคุก 41 เดือน ผู้ช่วยวัย 60 ปี ฉีดเคตามีนทำ แมทธิว เพอร์รี เสียชีวิต

จำคุก 41 เดือน ผู้ช่วยวัย 60 ปี ฉีดเคตามีนทำ แมทธิว เพอร์รี เสียชีวิต

28 พ.ค. 2569 06:16 น.

จำคุก 41 เดือน ผู้ช่วยวัย 60 ปี ฉีดเคตามีนทำ แมทธิว เพอร์รี เสียชีวิต

ผู้ช่วยของแมทธิว เพอร์รี นักแสดงชื่อดังชาวอเมริกา ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 41 เดือน ฐานฉีดเคตามีนให้นักแสดงหนุ่มใหญ่รายนี้จนทำให้เขาเสียชีวิตเมื่อปี 2566

เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ค. 2569 ศาลในสหรัฐฯ มีคำพิพากษาให้จำคุกนาย เคนเนธ อิวามาซะ ผู้ช่วยของ แมทธิว เพอร์รี นักแสดงหนุ่มใหญ่ผู้ล่วงลับ เป็นเวลา 41 เดือน โทษฐานที่อิวามาซะเป็นผู้ฉีดสารเคตามีนให้แก่นักแสดงรายนี้ จนเป็นเหตุให้เขาเสียชีวิตในปี 2566

อัยการเปิดเผยว่า นายอิวามาซะร่วมมือกับแพทย์อีก 2 คนในการจัดสารเคตามีนมาให้แก่ แมทธิว เพอร์รี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต ทั้งนี้ อิวามาซะไม่มีความรู้หรือการฝึกอบรมทางการแพทย์ใดๆ เลย

แมทธิว เพอร์รี ถูกพบว่าเสียชีวิตในอ่างน้ำร้อนหลังบ้านของเขาที่นครลอสแอนเจลิสเมื่อ 28 ต.ค. 2566 โดยผลชันสูตรชี้ว่า เขาเสียชีวิตจากผลกระทบเฉียบพลันของการได้รับสารเคตามีนเกินขนาด โดยมีปัจจัยร่วมคือการจมน้ำ โรคหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงผลของยาบูปรีนอร์ฟีน

ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2024 อิวามาซะรับสารภาพในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการแจกจ่ายสารเคตามีนจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งข้อหานี้มีโทษจำคุกในเรือนจำรัฐบาลกลางสูงสุดถึง 15 ปี เขายอมรับด้วยว่า ฉีดสารเคตามีนให้แก่เพอร์รีอยู่เป็นประจำ รวมถึงการฉีดให้หลายครั้งในวันที่เพอร์รีเสียชีวิต

นอกจากโทษจำคุกแล้ว เขายังถูกตัดสินให้เข้ารับการคุมประพฤติหลังจากพ้นโทษอีก 2 ปี และถูกสั่งปรับเป็นเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกำหนดต้องเข้ารายงานตัวเพื่อรับโทษจำคุกในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้

เคนเนธ อิวามาซะ ผู้ช่วยของ แมทธิว เพอร์รี นักแสดงหนุ่มใหญ่ผู้ล่วงลับ
เคนเนธ อิวามาซะ ผู้ช่วยของ แมทธิว เพอร์รี นักแสดงหนุ่มใหญ่ผู้ล่วงลับ

ในการพิจารณาคดีที่ศาลในลอสแอนเจลิสเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผู้พิพากษา เชอริลิน พีซ การ์เนตต์ ระบุในคำตัดสินโดยชี้ให้เห็นว่า อิวามาซะรับรู้ถึงการต่อสู้กับอาการเสพติดของเพอร์รีเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะปกปิดหลักฐานหลังจากที่ดาราหนุ่มใหญ่เสียชีวิตอีกด้วย

ขณะที่นายอิวามาซะในวัย 60 ปี หันกลับมาเผชิญหน้ากับครอบครัวของนักแสดงผู้ล่วงลับแล้วกล่าวขอโทษ “ผมต้องขอโทษพวกคุณทุกคนจริงๆ ครับ ผมเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ได้กระทำผิดกฎหมายลงไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมจะรู้สึกเสียใจไปตลอดชีวิต และผมจะแบกรับความผิดนี้ไปจนวันตาย”

“ผมหวังว่าเรื่องของผมจะเป็นอุทาหรณ์ให้แก่ใครก็ตามที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับผม ให้สามารถเลือกทางเดินที่ดีกว่านี้ได้” อิวามาซะกล่าว

ก่อนที่ศาลจะมีคำตัดสินลงโทษอิวามาซะ คุณแม่และพี่สาวน้องสาวของเพอร์รีได้ยื่นจดหมายถึงผู้พิพากษาเพื่อแสดงความขอบคุณและระบุถึงจุดยืนของพวกเธอต่อการลงโทษในครั้งนี้

เคตลิน มอร์ริสัน น้องสาวของเพอร์รีระบุในจดหมายว่า “ฉันไม่มีความเห็นใจใดๆ ให้แก่ เคนนี อิวามาซะ” พร้อมเสริมว่า ในคืนที่เพอร์รีเสียชีวิต การที่อิวามาซะเดินจากไปนั้น “แสดงว่าเขากำลังหนีจากบางสิ่งที่เขารู้ดีว่าตัวเองได้ทำลงไป หรือไม่ก็จงใจทอดทิ้งคนที่กำลังเปราะบางให้อยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย”

ขณะที่ เมเดลิน มอร์ริสัน น้องสาวอีกคนของเพอร์รี ระบุในจดหมายของตนเองว่า เธอเชื่อว่าอิวามาซะ “มีความผิดและควรรับผิดชอบมากกว่า” จัสวีน ซังฮา ผู้ค้ายาเคตามีนเสียด้วยซ้ำ

ด้าน ซูซาน มอร์ริสัน มารดาของเพอร์รี ระบุว่า “หน้าที่ที่สำคัญที่สุด” ของอิวามาซะคือการเป็นเพื่อนและผู้ดูแลลูกชายของเธอในการต่อสู้กับอาการเสพติด และคอยดูแลให้เพอร์รีปลอดจากยาเสพติด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

หน่วยข่าวกรอง UK อ้าง ทหารรัสเซียดับเกือบ 500,000 นายในสงครามยูเครน

หน่วยข่าวกรอง UK อ้าง ทหารรัสเซียดับเกือบ 500,000 นายในสงครามยูเครน

28 พ.ค. 2569 05:23 น.

หน่วยข่าวกรอง UK อ้าง ทหารรัสเซียดับเกือบ 500,000 นายในสงครามยูเครน

ผอ.หน่วยข่าวกรองของสหราชอาณาจักรอ้างว่า รัสเซียเสียทหารในการทำสงครามกับยูเครนไปเกือบ 500,000 นาย นับตั้งแต่ปี 2565 พร้อมกล่าวหารัสเซียว่าก่อเหตุจารกรรมในอังกฤษหลายครั้ง

เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ค. 2569 นางแอนน์ คีสต์-บัตเลอร์ ผู้อำนวยการของกองบัญชาการสื่อสารของรัฐบาล (GCHQ) ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองทางเทคโนโลยีของรัฐบาลสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า มีทหารรัสเซียเกือบ 500,000 นายเสียชีวิต นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตียูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2565

นางคีสต์-บัตเลอร์ เปิดเผยเรื่องดังกล่าวระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ต่อสาธารณะในพิธีรับตำแหน่งของเธอ โดยเธอพูดถึงภัยคุกคามต่างๆ ที่สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญ รวมถึงมาตรการที่เธอเชื่อว่าจำเป็นต้องนำมาใช้เพื่อรับมือกับภัยเหล่านั้น

ผอ. GCHQ เตือนด้วยว่า สหราชอาณาจักรกำลังอยู่ใน “ช่วงเวลาแห่งผลที่ตามมา” จากการที่รัสเซียมุ่งเป้าเล่นงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั่วยูเครนอย่างไม่ลดละ

กล่าวโทษมอสโกว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังแผนการจารกรรมหลายครั้งบนแผ่นดินอังกฤษ และล่าสุดคือการทำ “สงครามไฮบริด” (Hybrid War) ที่ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการต่อสหราชอาณาจักรและประเทศสมาชิกนาโต (NATO) อื่นๆ

ทั้งนี้ รัฐบาลยูเครนกับรัสเซียเผยแพร่ตัวเลขคาดการณ์ความสูญเสียของอีกฝ่ายอยู่เป็นประจำ แต่ทั้งสองฝ่ายแทบไม่เปิดเผยรายละเอียดความสูญเสียของฝั่งตัวเองออกมา โดยครั้งล่าสุดที่ยูเครนเผยตัวเลขความสูญเสียคือเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า มีทหารยูเครนเสียชีวิตในสงครามแล้ว 55,000 นาย นับตั้งแต่ปี 2565

ส่วนฝ่ายรัสเซียไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการตั้งแต่มกราคม 2566

แต่สำนักข่าวบีบีซีภาคภาษารัสเซีย ร่วมกับ มีเดียโซนา (Mediazona) สำนักข่าวอิสระ และกลุ่มอาสาสมัคร รวบรวมสถิติความสูญเสียของฝั่งรัสเซียมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 โดยจัดทำรายชื่อของผู้เสียชีวิตที่สามารถยืนยันตัวตนได้จากรายงานอย่างเป็นทางการ สื่อสิ่งพิมพ์ โซเชียลมีเดีย ตลอดจนอนุสรณ์สถานและหลุมศพที่สร้างขึ้นใหม่

จนถึงขณะนี้ บีบีซีสามารถยืนยันรายชื่อทหารและเจ้าหน้าที่กองทัพรัสเซียที่เสียชีวิตจากการสู้รบได้แล้วจำนวน 223,539 นาย

อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่ายอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงนั้นสูงกว่านี้มาก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารที่บีบีซีได้ขอคำปรึกษาเชื่อว่า การวิเคราะห์ข้อมูลจากสุสาน อนุสรณ์สถานสงคราม และประกาศไว้อาลัยของพวกเขานั้น อาจบอกตัวเลขความสูญเสียได้เพียง 45% ถึง 65% ของจำนวนทั้งหมดเท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทำเนียบขาวโต้ สื่ออิหร่านรายงานเท็จ กุเรื่องเนื้อหาร่างข้อตกลง

ทำเนียบขาวโต้ สื่ออิหร่านรายงานเท็จ กุเรื่องเนื้อหาร่างข้อตกลง

28 พ.ค. 2569 03:34 น.

ทำเนียบขาวโต้ สื่ออิหร่านรายงานเท็จ กุเรื่องเนื้อหาร่างข้อตกลง

ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ออกมาตอบโต้รายงานของสื่อรัฐบาลอิหร่านเกี่ยวกับร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) โดยตราหน้าว่ารายงานดังกล่าวเป็น “เรื่องที่กุขึ้นมาทั้งเพ”

เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ค. 2569 ทีมตอบโต้เร็ว (Rapid Response) ของทำเนียบขาวโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า รายงานจากสื่อที่ควบคุมโดยรัฐบาลอิหร่านนั้นไม่เป็นความจริง และร่าง MOU ที่พวกเขา “เผยแพร่” ออกมาก็เป็นเรื่องที่กุขึ้นมาเองทั้งหมด ไม่ควรมีใครหลงเชื่อสิ่งที่สื่อของรัฐบาลอิหร่านกำลังนำเสนอ “ความจริงเป็นสิ่งสำคัญ”

ก่อนหน้านี้ สื่อรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ร่าง MOU ดังกล่าวจะกำหนดให้กองทัพสหรัฐฯ ถอนกำลังออกจากพื้นที่ใกล้เคียงกับอิหร่าน และยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือต่างๆ ของอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางประการกลับคล้ายกับสิ่งที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เคยพูดถึงข้อตกลงที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่อเมริกันระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยินดีที่จะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล ตราบใดที่อิหร่านยอมอนุญาตให้เรือพาณิชย์สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้

“ตามที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวไว้ การเจรจากำลังดำเนินไปด้วยดี และท่านได้แสดงจุดยืนที่เป็นเส้นตายไว้อย่างชัดเจนแล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์จะทำข้อตกลงที่ดีเพื่อผลประโยชน์ของชาวอเมริกันเท่านั้น ซึ่งข้อตกลงนั้นจะต้องรับประกันว่าอิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้” โอลิเวีย เวลส์ โฆษกทำเนียบขาวระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ จะ “ดูแล” ช่องแคบฮอร์มุซ เตือนโอมานอย่าแทรกแซง

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ จะ “ดูแล” ช่องแคบฮอร์มุซ เตือนโอมานอย่าแทรกแซง

28 พ.ค. 2569 02:25 น.

ทรัมป์ลั่น สหรัฐฯ จะ “ดูแล” ช่องแคบฮอร์มุซ เตือนโอมานอย่าแทรกแซง

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะเป็นผู้ดูแลช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ใช่อิหร่านกับโอมานตามที่เตหะรานกล่าวอ้าง และบอกด้วยว่า จะไม่มีการผ่อนคลายแรงกดดันทางเศรษฐกิจ จนกว่าอิหร่านจะทำตามข้อตกลง

เมื่อ 27 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะต้อง “เปิดกว้างสำหรับทุกคน” และสหรัฐฯ จะเป็นผู้ “เฝ้าดูแล” โดยระบุเสริมว่าเงื่อนไขเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจากับอิหร่าน ทรัมป์ยังเตือนไม่ให้โอมานเข้ามาแทรกแซง มิเช่นนั้น “เราก็จำเป็นต้องระเบิดพวกเขาซะ”

เมื่อถูกถามว่าเขาจะยอมรับข้อตกลงระยะสั้นที่จะอนุญาตให้อิหร่านและโอมานเป็นผู้ควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญสายนี้หรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “ไม่ ช่องแคบนี้จะต้องเปิดให้ทุกคนใช้งาน”

“มันเป็นน่านน้ำสากล ไม่มีใครหน้าไหนจะได้ควบคุมมัน เราต่างหากที่จะเป็นคนเฝ้าดูแล เราจะเฝ้าดูแลมันเอง แต่จะไม่มีใครได้ควบคุมทั้งนั้น” ทรัมป์กล่าว “นั่นคือส่วนหนึ่งของการเจรจาที่เรากำลังทำอยู่”

อนึ่ง อิหร่านเคยยืนกรานว่าการบริหารจัดการช่องแคบนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับสหรัฐฯ แต่จะเป็นการประสานงานร่วมกับโอมาน โดยนายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแถลงไว้เมื่อวันจันทร์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เจ้าหน้าที่อิหร่านคนอื่นๆ ต่างย้ำเช่นเดียวกัน

นายทรัมป์ยังยื่นคำขาดเรื่องยูเรเนียมและการผ่อนปรนทางการเงินของอิหร่าน โดยระบุว่า เขาจะไม่ยอมเห็นรัสเซียหรือจีนเป็นผู้รับมอบส่วนแบ่งยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน และยืนกรานว่า จะไม่มีการหารือเกี่ยวกับมาตรการผ่อนปรนทางการเงินใดๆ ให้แก่อิหร่าน จนกว่าอิหร่านจะปฏิบัติตามสัญญาของตนให้ครบถ้วน

ถ้อยแถลงดังกล่าวแสดงถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวขึ้นในสองประเด็นสำคัญที่เป็นหัวใจหลักของการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่กับอิหร่าน

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่าเขาเปิดกว้างสำหรับแนวคิดที่จะให้ยูเรเนียมดังกล่าว “ถูกทำลายทิ้งในพื้นที่นั้นเลย หรือในสถานที่อื่นที่เหมาะสม” แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดอื่น

แต่ดูเหมือนทรัมป์จะไม่เต็มใจที่จะผ่อนคลายแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่อิหร่านพยายามเรียกร้องให้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง โดยเขากล่าวในวันพุธว่า “เราไม่ได้กำลังพูดถึงการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร หรือการมอบเงินให้ใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการยกเลิกคว่ำบาตร ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรทั้งนั้น”

“เรายังคงควบคุมเงินที่พวกเขาอ้างว่าเป็นของพวกเขาอยู่ เราจะควบคุมเงินนั้นไว้ และเมื่อพวกเขาทำตัวดีและทำในสิ่งที่ถูกต้อง เราถึงจะยอมให้พวกเขาได้เงินคืน แต่ในตอนนี้เราจะไม่ทำแบบนั้น” ทรัมป์ย้ำ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์ลั่น ไม่รีบทำข้อตกลงอิหร่าน ชี้ไม่สนเลือกตั้งกลางเทอม

ทรัมป์ลั่น ไม่รีบทำข้อตกลงอิหร่าน ชี้ไม่สนเลือกตั้งกลางเทอม

28 พ.ค. 2569 01:25 น.

ทรัมป์ลั่น ไม่รีบทำข้อตกลงอิหร่าน ชี้ไม่สนเลือกตั้งกลางเทอม

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะไม่รีบร้อนทำข้อตกลงกับอิหร่าน เพราะเขาไม่สนแรงกดดันเรื่องการเลือกตั้งกลางเทอม และว่าพร้อมกลับไปใช้กำลังอีกครั้ง หากทำข้อตกลงไม่สำเร็จ

เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่าจะผลักดันให้เกิดข้อตกลงที่ได้เปรียบเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน พร้อมเตือนว่าความพยายามของรัฐบาลเตหะรานที่จะยื้อเวลาเพื่อรอดูเขาพ้นตำแหน่งนั้น จะไม่มีวันสำเร็จ เพราะ “ผมไม่สนเรื่องการเลือกตั้งกลางเทอม”

“พวกเขาคิดว่าจะรอให้ผมหมดวาระไปเองใช่ไหม? คิดว่าจะถ่วงเวลาเพราะเขามีการเลือกตั้งกลางเทอมรออยู่” ทรัมป์กล่าวในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งปฏิเสธความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางการเมืองภายในประเทศจากสงครามครั้งนี้

“ผมไม่สนใจเรื่องการเลือกตั้งกลางเทอมหรอก ดูสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้สิ นั่นคือบทโหมโรงของการเลือกตั้งกลางเทอม ประชาชนเข้าใจเรื่องนี้ดี” เขากล่าว โดยอ้างถึงกรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เขาให้การสนับสนุน สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้นรอบตัดสิน (Primary Runoff) ของพรรครีพับลิกัน เพื่อชิงเก้าอี้วุฒิสภาในรัฐเท็กซัส

ประธานาธิบดีทรัมป์ยังแสดงความมั่นใจว่าสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งได้ในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่ารัฐบาลของเขายังไม่พอใจกับเงื่อนไขในปัจจุบัน และพร้อมที่จะกลับมาเปิดฉากการสู้รบอีกครั้งหากไม่ได้รับข้อเสนอตามที่ต้องการ

“เรายังไม่พอใจกับข้อตกลงนี้ แต่เดี๋ยวเราก็คงจะพอใจ” ทรัมป์กล่าว “ไม่เช่นนั้น เราก็แค่ต้องกลับไปจัดการงานนี้ให้มันจบๆ ไป”

นอกจากนี้ เขายังยกตัวอย่างการกลับมาใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อีกครั้งในอิหร่านเพื่อเป็นสัญญาณชี้ว่า ท่าทีที่แข็งกร้าวของรัฐบาลอิหร่านเริ่มอ่อนกำลังลง โดยอ้างว่า “ระบบเศรษฐกิจทั้งหมดของพวกเขากำลังพังทลาย” และเสริมว่า “พวกเขาแค่ต้องการจะทำข้อตกลง ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะมีทางเลือกอื่น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลเผย สังหารหัวหน้าฝ่ายติดอาวุธคนใหม่ของกลุ่มฮามาสแล้ว

อิสราเอลเผย สังหารหัวหน้าฝ่ายติดอาวุธคนใหม่ของกลุ่มฮามาสแล้ว

27 พ.ค. 2569 23:34 น.

อิสราเอลเผย สังหารหัวหน้าฝ่ายติดอาวุธคนใหม่ของกลุ่มฮามาสแล้ว

ทางการอิสราเอลเปิดเผยว่า กองทัพสังหารผู้นำคนใหม่ของฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาแล้ว ระหว่างการโจมตีทางอากาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ค. 2569 อิสราเอลเปิดเผยว่า กองทัพของพวกเขาสังหารนาย โมฮัมเหม็ด โอเดห์ หัวหน้าคนใหม่ของฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาแล้ว หลังจากเพิ่งสังหารผู้ดำรงตำแหน่งคนก่อนหน้าไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าในขณะนี้จะยังคงอยู่ในช่วงข้อตกลงหยุดยิงก็ตาม

นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล กล่าวว่า “ผู้บัญชาการฝ่ายติดอาวุธขององค์กรก่อการร้ายฮามาสในฉนวนกาซาถูกกำจัดแล้วเมื่อวานนี้ และถูกส่งไปพบกับพรรคพวกของเขาในขุมนรก”

“เราให้คำมั่นสัญญาว่าจะกำจัดทุกคนที่มีส่วนนำในการสังหารหมู่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม และนั่นคือสิ่งที่เราจะทำ พวกเขาทุกคนถูกตีตราว่าจะต้องตาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม” นายคัตซ์ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X

ขณะที่ในแถลงการณ์ร่วม กองทัพอิสราเอลและ ชินเบต (Shin Bet) ซึ่งเป็นหน่วยงานความมั่นคงภายในประเทศ ยืนยันการสังหารนายโอเดห์เมื่อวันอังคาร โดยระบุว่าเขาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองพล “กัสซาม” (Qassam Brigades) หลังจากการสังหาร เอซเซดีน อัล-ฮัดดัด หัวหน้าคนก่อนเมื่อ 15 พ.ค.

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาฮามาสไม่เคยประกาศหรือยืนยันอย่างเป็นทางการว่า นายโอเดห์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากองพลดังกล่าว โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของกลุ่มฮามาสมาเป็นเวลานาน

นายคัตซ์ยังย้ำถึงเป้าหมายของอิสราเอลในการยุติการปกครองของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา และบอกใบ้ถึงแผนการบังคับย้ายถิ่นฐานของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ด้วย “แผนการย้ายถิ่นฐานโดยสมัครใจออกจากฉนวนกาซาจะถูกนำมาปฏิบัติเช่นกัน ทุกอย่างจะดำเนินการในเวลาที่เหมาะสมและในรูปแบบที่ถูกต้อง”

อนึ่ง โครงการย้ายถิ่นฐานชาวกาซา เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากนาย เบซาเลล สมอตริช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายขวาจัด โดยก่อนหน้านี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็เคยแสดงท่าทีสนับสนุนแนวคิดนี้ ก่อนที่จะล้มเลิกไป

ในเดือนกุมภาพันธ์ นายโฟลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกมาประณามแผนการดังกล่าว ซึ่งเขาระบุว่า มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์อย่างถาวรในฉนวนกาซา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

พบรอดชีวิตแล้ว 5 ชาวบ้านติดถ้ำน้ำท่วมที่ลาว เร่งหาอีก 2 คนที่เหลือ

พบรอดชีวิตแล้ว 5 ชาวบ้านติดถ้ำน้ำท่วมที่ลาว เร่งหาอีก 2 คนที่เหลือ

27 พ.ค. 2569 22:40 น.

พบรอดชีวิตแล้ว 5 ชาวบ้านติดถ้ำน้ำท่วมที่ลาว เร่งหาอีก 2 คนที่เหลือ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบผู้รอดชีวิตแล้ว 5 ราย ในเหตุชาวบ้านติดอยู่ในถ้ำน้ำท่วมที่ลาว โดยตอนนี้พวกเขากำลังเร่งค้นหาชาวบ้านอีก 2 คนที่ยังหาไม่พบ

เมื่อวันพุธที่ 27 พ.ค. 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยชาวลาวและไทยเปิดเผยว่า พบผู้รอดชีวิตแล้ว 5 รายจากทั้งหมด 7 รายที่ติดอยู่ภายในถ้ำที่ถูกน้ำท่วมขังในประเทศลาวมานานร่วมสัปดาห์ โดยตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตามหาอีก 2 คนที่ยังคงหาไม่พบ

“เราพบผู้รอดชีวิตแล้ว 5 คน และทุกคนปลอดภัยดี ขณะนี้ยังเหลืออีก 2 คนที่เรากำลังค้นหาอยู่” กลุ่มอาสากู้ภัยเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นหน่วยกู้ภัยของลาวระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย

ขณะเดียวกัน นายเก่งกาจ บางกะวงค์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยชาวไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “เวลา 16.30 น. เราพบเป้าหมายแล้ว พบ 5 คน และกำลังตามหาอีก 2 คนที่เหลือ”

ทางด้านหนังสือพิมพ์ “ลาวอีโคโนมิกเดลี” ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลลาว ก็รายงานเช่นกันว่าพบผู้รอดชีวิตแล้ว 5 ราย

ทั้งนี้ ชาวบ้านชาวลาวจำนวน 7 คนได้เข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่งในแขวงไซสมบูรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศ ห่างจากกรุงเวียงจันทน์ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 125 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 20 พ.ค. เพื่อค้นหาทองคำ แต่กลับต้องติดอยู่ภายในถ้ำหลังจากฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้ามาปิดทางออก

นายมิกโก ปาซี นักดำน้ำกู้ภัยผู้เชี่ยวชาญจากประเทศฟินแลนด์ กล่าวเมื่อช่วงเช้าวันพุธว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยจำเป็นต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายภายในถ้ำ ทั้งช่องทางคับแคบยาวหลายร้อยเมตร, น้ำที่ท่วมขัง, ความเสี่ยงจากดินถล่ม และความเสี่ยงสูงจากอากาศปนเปื้อน

นายปาซีโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียก่อนหน้านี้ว่า ทั้ง 7 คน “น่าจะติดอยู่ในโถงถ้ำส่วนปลายสุด” ซึ่งอยู่ห่างจากทางออกประมาณ 300 เมตร

“พื้นที่นี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของ” แบง (Baeng) เจ้าหน้าที่กู้ภัยชาวลาว บอกกับสำนักข่าว AFP โดยขอให้ระบุเพียงชื่อของเขาเท่านั้น ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย “ปกติชาวบ้านมักจะเข้าไปขุดรูและหาอาหารกันที่นั่นอยู่แล้ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิหร่านอ้าง ได้รับร่างข้อตกลงกับสหรัฐฯ ชี้ช่วยเปิดฮอร์มุซ-ยุติปิดล้อม

อิหร่านอ้าง ได้รับร่างข้อตกลงกับสหรัฐฯ ชี้ช่วยเปิดฮอร์มุซ-ยุติปิดล้อม

27 พ.ค. 2569 21:58 น.

อิหร่านอ้าง ได้รับร่างข้อตกลงกับสหรัฐฯ ชี้ช่วยเปิดฮอร์มุซ-ยุติปิดล้อม

สื่ออิหร่านเผยว่า รัฐบาลได้รับร่างข้อตกลงเบื้องต้นแล้ว โดยจะมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ หากข้อตกลงมีผลบังคับใช้

เมื่อ 27 พค. 2569 สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านเปิดเผยว่า รัฐบาลเตหะรานได้รับร่างกรอบการทำงานเบื้องต้นที่ยังไม่เป็นทางการ สำหรับทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสหรัฐอเมริกา เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างทั้ง 2 ประเทศแล้ว หลังจากเจรจาทางอ้อมมานานหลายเดือน

ภายใต้กรอบการทำงานดังกล่าว อิหร่านจะฟื้นฟูการเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับคืนสู่ระดับก่อนเกิดสงครามภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน ในขณะที่สหรัฐฯ จะถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ใกล้เคียงกับอิหร่านและยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล

สื่ออิหร่านบอกอีกว่า กรอบการทำงานดังกล่าว ไม่รวมประเด็นเรื่องเรือของกองทัพต่างๆ แต่กำหนดให้อิหร่านเป็นผู้บริหารจัดการการจราจรของเรือผ่านช่องแคบร่วมกับประเทศโอมาน

รายงานเสริมว่า ปัจจุบันกรอบการทำงานดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปขั้นสุดท้าย และเตหะรานจะไม่ดำเนินการใดๆ จนกว่าจะมีการ “ตรวจสอบที่จับต้องได้”

แต่หากมีการตกลงในขั้นสุดท้ายได้ภายใน 60 วัน กรอบการทำงานนี้อาจได้รับการอนุมัติในฐานะมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย

อนึ่ง บันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ เป็นผลมาจากการเจรจาทางอ้อมที่เริ่มขึ้นหลังสงครามปะทุเมื่อ 28 ก.พ. โดยมีปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักในการไกล่เกลี่ยระหว่างเตหะรานและวอชิงตัน

สงครามดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและอิสราเอลทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ตอบโต้กันด้วยขีปนาวุธและโดรน จนส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย และดึงให้กองทัพสหรัฐฯ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ท่ามกลางความหวั่นเกรงว่าจะกลายเป็นความขัดแย้งในภูมิภาคที่ขยายวงกว้างขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สาทิตย์ ดักคอ สส.ปักษ์ใต้ ขวางตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแลนด์บริดจ์ ย้ำคิดจากคนข้างบนบดขยี้วิถีชีวิตชาวบ้าน

สาทิตย์ ดักคอ สส.ปักษ์ใต้ ขวางตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแลนด์บริดจ์ ย้ำคิดจากคนข้างบนบดขยี้วิถีชีวิตชาวบ้าน

สาทิตย์ ดักคอ สส.ปักษ์ใต้ ขวางตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแลนด์บริดจ์ ย้ำคิดจากคนข้างบนบดขยี้วิถีชีวิตชาวบ้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.33 น.

‘สาทิตย์’ ดักคอ ’สส.ปักษ์ใต้‘ หากไม่ให้ตั้ง’กมธ.วิสามัญศึกษาแลนด์บริดจ์‘ ต้องตอบให้ได้ปิดหู ปิดตา คนบ้านเดียวกันทำไม

วันนี้ 28 พ.ค. 2569 เมื่อเวลา 15.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงานโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน(โครงการแลนด์บริดจ์) เสนอโดยนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และญัตติที่เสนอเกี่ยวเนื่องกันอีก4ญัตติ ได้แก่ของ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ โดยพิจารณาไปพร้อมกัน ลงมติพร้อมกัน

สาทิตย์

นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตนตั้งใจให้เป็นญัตติคู่กับเรื่องแลนด์บริดจ์ เพราะปัจจุบันมีความพยายามมุ่งให้ข้อมูลเพียงด้านเดียว โดยหว่านล้อมชี้นำให้ประชาชนโดยเฉพาะภาคใต้ ให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังนำความเจริญไปสู่ส่วนภูมิภาค แต่ปกปิดข้อเท็จจริงบางส่วนที่ประชาชนสมควรจะได้รับ เช่น การพัฒนาแลนด์บริดจ์เป็นการกระทำเฉพาะพื้นที่ ได้ประโยชน์เฉพาะบางกลุ่มบางพวกเท่านั้น และเป็นการพัฒนาที่ฉีกทิ้งภาคใต้ให้แยกออกเป็นส่วนๆ เพราะมีแค่ 4 จังหวัดที่อยู่ในโครงการนี้ คือระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ขณะที่ภาคใต้มี 14 จังหวัด รวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย ประชากรกว่า 14 ล้านคนจะต้องได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ โดยที่ไม่ได้รับประโยชน์อะไร ตนจึงตั้งใจเสนอญัตตินี้เสนอแนวคิดพัฒนาภาคใต้ให้ได้ประโยชน์ทั้ง 14 จังหวัด ด้วยการเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งด้วยเงินลงทุนในขนาดประมาณที่เท่ากัน คือ เซาท์เทิร์น คอนเนค เชื่อมใต้เชื่อมโลกที่สอดคล้องกับโครงสร้างของเศรษฐกิจภาคใต้อีกด้วย

นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตนไม่ได้เสนอแนวคิดนี้เพียงเพราะเป็นสส.ภาคใต้ แต่เป็นคนปักษ์ใต้ และเกิดที่ภาคใต้ มีญาติพี่น้อง คนรู้จัก เพื่อนฝูงญาติมิตรทั้ง 14 จังหวัด กังวลว่าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ขนาดนี้ที่กระทบกับสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตของคนชุมชน หากไม่มีการศึกษาที่ละเอียดรอบคอบรอบด้าน ฟังเสียงประชาชนไม่เพียงพอ เป็นโครงการที่คิดจากคนข้างบนเพียงไม่กี่คน ละเลยเสียงของชาวบ้านระดับฐานรากที่สุดแล้วโครงการอย่างนี้จะบดขยี้วิถีชีวิตของคนภาคใต้

นายสาทิตย์ กล่าวว่า แลนด์บริดจ์ไม่ใช่แนวความคิดใหม่ แต่เป็นความคิดเก่าที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2528 คู่กับแนวคิดที่จะพัฒนาชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก ที่ทำไปแล้ว จนนำไปสู่พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษในภาคตะวันออก(EEC) ที่ขณะนี้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชุมชนอย่างมหาศาล ชาวภาคใต้ต่างกังวลว่าหากทำแลนด์บริดจ์แล้วจะมีลัษณะใกล้เคียงกับEEC ทำลายทรัพยากรวิถีชีวิตชุมชนอย่างที่เกิดขึ้นแล้วหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ภาครัฐไม่เคยให้ โครงการนี้มุ่งลงทุนขนาดใหญ่ ดึงดูดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ละเลยประชาชนตัวเล็ก ตัวน้อย ที่อยู่ในภาคเกษตรกร ภาคแรงงาน ว่าจะมีวิถีชีวิตต่อไปอย่างไร บางคนบอกว่าเป็นโครงการคิดต่อจากโครงการ ”ขุดคลองคอดกะ“ ด้วยซ้ำ แต่เมื่อโครงการล้มเหลว และมีการหากินของหลายฝ่าย เลยมีการหยิบโครงการนี้ขึ้นมา
         
นายสาทิตย์ กล่าวว่า นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีเคยแถลงว่าเนื่องจากผลการศึกษาจัดทำขึ้นภายใต้บริบทโลกในรูปแบบเก่า แตกต่างจากสถานการณ์ปัจจุบันโดยเฉพาะประเด็นภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่มีความตึงเครียดสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการทำแลนด์บริดจ์จึงไม่ใช่แค่โครงการก่อสร้างท่าเรือ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยไทยสามารถยืนบนลำแข้งของตนเองได้อย่างมั่นคง ซึ่งมีเหตุผลที่ฟังได้เท่านี้ แต่ตนแปลกใจว่าแนวคิดนี้มาได้อย่างไร หากบอกว่าภูมิรัฐศาสตร์โลกเกิดความตึงเครียดเช่นช่องแคบฮอร์มุซ เพราะเป็นทางผ่านของการขนส่งสินค้าหลายชาติ แล้วแลนด์บริดจ์จะไม่มีสภาพที่ใกล้เคียง ทำให้เกิดปัญหาความมั่นคงในภูมิภาคหรือความตึงเครียดเพิ่มขึ้นหรืออย่างไร
           
นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า อีกทั้งยังอ้างตัวเลขขนส่งหรือคาร์โก้ ผลตอบแทนดูเหมือนอยู่ในระดับหนึ่ง แต่มองภาพรวมเรื่องความสะดวกรวดเร็วมั่นคง โดยเฉพาะการชูจุดขายเรื่องความมั่นคงทางอาหารจะพบว่าไทยได้เปรียบอย่างมหาศาล เท่านี้ก็ยิ่งงงไปใหญ่ เพราะแลนด์บริดจ์ที่พูดถึงคือการทำท่าเรือขนส่งสินค้าสองข้างแล้วยกขึ้นมาบนบกเพื่อขนไปอีกข้างหนึ่งโดยไม่ต้องไปทางช่องแคบมะละกา ความมั่นคงทางอาหารจึงเหมือนกับเป็นความล่องลอยอยู่ในอากาศ จากผลการศึกษาที่มีอยู่ในเรื่องนี้ไม่ว่าจากสนข. หรือสภาพัฒฯ ที่ทำร่วมกับจุฬาลงกรณ์ ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนจึงไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ท่านพูดเอามาจากไหน จึงมีความสับสนเป็นอย่างยิ่ง
           
“ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แม้ท่าทีฝ่ายรัฐบาลบอกว่าไม่จำเป็น ผมถือว่านี่คือการปิดหู ปิดตา ประชาชน จะบอกว่ารัฐบาลตั้งคณะทำงานแล้ว มีปลัดกระทรวงนั้น กระทรวงนี้ แล้วชาวบ้านในพื้นที่อยู่ไหนทำไมถึงไม่มีส่วนร่วมเข้าไปรับรู้กับโครงการที่จะกระทบต่อวิถีชีวิตของเขา คิดแค่กลุ่มคนเดียวข้างบน บังคับคนข้างล่างไม่ได้ มันต้องมีส่วนร่วมของคนข้างล่างด้วย คือสส.ในสภานี้ สส.ปักษ์ใต้คนไหนถ้ามีความเห็นว่าไม่ต้องตั้งกมธ.วิสามัญ ต้องตอบกับเราด้วยว่าปิดหู ปิดตา คนบ้านเราทำไม” นายสาทิตย์ กล่าว