#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/784526

วันศุกร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลข้าวหอมมะลิโลก ครั้งที่ 23 ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด โดยมี นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าได้ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล โดยเน้นการยกระดับสินค้าเกษตร เสริมศักยภาพเกษตรกรด้วยการผลักดันส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ตามนโยบาย 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ในส่วนของการส่งเสริมศักยภาพข้าวไทยนั้น ให้ความสำคัญในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าว ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มมูลค่าข้าวให้กับเกษตรกรไทย เกิดการสร้างงานเป็นการเพิ่มโอกาสและขีดความสามารถด้านการแข่งขันทางการค้า โดยใช้องค์ความรู้จากการวิจัยด้านนวัตกรรมการแปรรูป เพื่อนำไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยและได้คุณภาพตามมาตรฐาน
ทั้งนี้ ข้าวหอมมะลิ เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมีพื้นที่ในทุ่งกุลาร้องไห้ถึงร้อยละ 46ของพื้นที่ทุ่งกุลาทั้งหมด 2.1 ล้านไร่ ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด 986,807 ไร่ สุรินทร์ 575,993 ไร่ ศรีสะเกษ 287,000 ไร่ มหาสารคาม 193,890 ไร่ และ ยโสธร 64,000 ไร่ เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ซึ่งมีการปรับปรุงและรับรองพันธุ์ในปี 2502 ในชื่อ “ขาวดอกมะลิ 105” ถือเป็นสายพันธุ์ข้าวที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ คนทั่วไปจะรู้จักจากคำนิยามว่า “หอม-เรียวยาว-ขาวนุ่ม” ด้วยคุณสมบัติพิเศษคือ ความนุ่มของข้าว และกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้จนทั่วโลกยอมรับว่าเป็นข้าวที่มีคุณภาพดีที่สุดในโลก จนได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ GI
สำหรับงานเทศกาลข้าวหอมมะลิโลก ครั้งที่ 23 จ.ร้อยเอ็ด เป็นการนำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในกระบวนการผลิตที่เหมาะสมกับพื้นที่ สู่การทำเกษตรสร้างมูลค่า เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงตลาด ระหว่าง กลุ่มเกษตรกรและผู้รับซื้อข้าวทั้งในและต่างประเทศ ให้มีช่องทางการขายที่หลากหลาย โดยอาศัยความร่วมมือภาครัฐและเอกชนด้านการเกษตรเป็นกำลังสำคัญ ซึ่งจะเป็นอีกพลังที่เข้มแข็งในการพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตร ตลอดจนสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้โดยใช้ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เพื่อยกระดับภาคเกษตร และช่วยเหลือเกษตรกรไทย ให้กินดีอยู่ดี โดยได้รับความร่วมมือจากส่วนราชการต่างๆ ภาคเอกชน สภาอุตสาหกรรม สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ร้อยเอ็ด ชมรมโรงสีข้าว จ.ร้อยเอ็ด และผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ
