สอวช. – สจล. จัด ‘Collaborative Bootcamp’ เส้นทางการสร้างนวัตกรรมจากโจทย์จริง

สอวช. - สจล. จัด ‘Collaborative Bootcamp’ เส้นทางการสร้างนวัตกรรมจากโจทย์จริง

สอวช. – สจล. จัด ‘Collaborative Bootcamp’ เส้นทางการสร้างนวัตกรรมจากโจทย์จริง

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดกิจกรรมโปรแกรมการเรียนรู้พิเศษ (Collaborative Bootcamp) ภายใต้โครงการ “The Reverse Innovation Journey: เส้นทางการสร้างนวัตกรรมจากโจทย์จริง” ณ อาคาร True Digital Park เพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มศักยภาพให้แก่บริษัทสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมโครงการ ในการตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมระดับประเทศ

ดร.กรัณฑรัตน์ นาขวา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สอวช. เน้นย้ำความสำคัญของกลไก Reverse Pitching ในการพัฒนานวัตกรรมที่ตรงตามความต้องการของตลาด ซึ่ง สอวช. ได้ริเริ่มทดสอบโมเดลนี้เพื่อให้สตาร์ทอัพเรียนรู้และรับโจทย์จากภาคอุตสาหกรรมโดยตรง เพื่อสร้างธุรกิจนวัตกรรมที่ยั่งยืนในอนาคต ทั้งนี้ ได้กล่าวขอบคุณและให้กำลังใจคณะทำงาน พันธมิตรภาคเอกชน และผู้เข้าร่วมโครงการ สำหรับการดำเนินกิจกรรมร่วมกันตลอดระยะเวลาของโครงการ

ในช่วงเช้ามีการบรรยายเรื่องกลไกการสนับสนุนทุนจากภาครัฐ โดย น.สพ.ดร.สนัด วงศ์ทวีทอง ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) ซึ่งได้แนะนำรายละเอียดโปรแกรมสนับสนุนทางการเงินต่างๆ ของกองทุนฯ โดยเฉพาะโครงการ TED Youth Startup ที่สนับสนุนเงินทุนตั้งแต่ 150,000 ถึง 1,500,000 บาท เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมใช้เป็นแนวทางในการขอรับทุนสนับสนุนเพื่อพัฒนาแนวคิดและธุรกิจนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์ต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายจากทีมที่ปรึกษาโครงการฯ และตัวแทนจาก เครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow) โดยสำนักบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมพระจอมเกล้าลาดกระบัง (KRIS) นำโดย ผศ.ดร.รัชนี กุลยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและความร่วมมือระหว่างประเทศ สจล. และ ดร.อภิวัฒน์ ทองประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บจก.วิสอัพ เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับเงื่อนไขการรับทุน การให้คำปรึกษา และช่วงเวลาการรับสมัคร เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ระบบนิเวศนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ผ่านมา โครงการได้จัดกิจกรรม Reverse Pitching เพื่อมอบโจทย์จริงจากภาคเอกชน และคัดเลือกสตาร์ทอัพเข้าสู่โครงการเพื่อพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน โดยผู้เข้าร่วมได้รับสิทธิเข้าร่วมโปรแกรมการเรียนรู้พิเศษ (Collaborative Bootcamp) ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ เพื่อสร้างความเข้าใจในการทำธุรกิจและร่วมพัฒนานวัตกรรมร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่ด้วย โดยโครงการมีกำหนดจะสรุปผลและจัดงาน The Reverse Innovation Summit ในวันที่ 25 เมษายน 2569 นี้

กค.เปิดรับอาสาสมัครนิสิตนักศึกษา ร่วมต้อนรับผู้นำเศรษฐกิจโลกในงานประชุม 2026 IMF

กค.เปิดรับอาสาสมัครนิสิตนักศึกษา ร่วมต้อนรับผู้นำเศรษฐกิจโลกในงานประชุม 2026 IMF

กค.เปิดรับอาสาสมัครนิสิตนักศึกษา ร่วมต้อนรับผู้นำเศรษฐกิจโลกในงานประชุม 2026 IMF

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เชิญชวนนิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี ผู้ที่ได้รับการตอบรับเข้าศึกษา หรือผู้ที่จะสำเร็จการศึกษาในปี 2569 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจและความภาคภูมิใจครั้งประวัติศาสตร์ ในการต้อนรับผู้นำและคณะผู้แทนจากทั่วทุกมุมโลก โดยสมัครเข้ารับคัดเลือกเป็น “อาสาสมัครสนับสนุนการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569” (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) งานประชุมด้านเศรษฐกิจการเงินการคลังระดับโลก ที่เปรียบเสมือนเป็น “โอลิมปิกทางการเงินของโลก” ที่รวมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน และผู้แทนภาคประชาสังคม รวมกว่า 15,000 คน ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

ภายใต้วิสัยทัศน์ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” การได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติงานร่วมกับทีมอาสาสมัครจากประเทศไทย ในกรอบการประชุมระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านการจัดงานประชุมระดับนานาชาติ ขณะเดียวกันนิสิตนักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกยังได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง พัฒนาศักยภาพ รวมถึงทักษะความรู้เกี่ยวกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกไปพร้อมกัน

คณะทำงานที่เปิดรับสมัคร 9 ด้าน รวม 230 ตำแหน่ง (ประกอบด้วยอาสาสมัคร จำนวน 208 คน และอาสาสมัครสำรอง จำนวน 22 คน) ได้แก่ 1.ด้านสถานที่จัดกิจกรรม ห้องประชุม อาหาร (Event Services, Catering, Hotels) และโรงแรมที่พัก , 2.ด้านพิธีการต้อนรับ (Liaison) , 3.ด้านยานพาหนะ (Transportation) , 4.ด้านการรักษาความปลอดภัย (Security) , 5.ด้านลงทะเบียนและบัตรเชิญ (Registration) , 6.ด้านประชาสัมพันธ์และงานข่าว (Publication) , 7.ด้านบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโสตทัศน์ (IT, Audiovisual) , 8.ด้านการจัดนิทรรศการศาลาไทย (Thailand Pavilion) , 9.ฝ่ายประสานงานกลางและเลขานุการ

คุณสมบัติ ต้องเป็นบุคคลที่มีมีสัญชาติไทย , เป็นนิสิตนักศึกษาที่อยู่ระหว่างการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเป็นนักเรียนที่ได้รับการตอบรับเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี หรือเป็นนิสิตนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ในปี 2569 , เป็นผู้มีใจในงานบริการ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และตรงเวลา , มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี และมีทักษะด้านการสื่อสาร , สุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ , มีทักษะในการสื่อสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษอยู่ในระดับดีมาก หากมีทักษะในการสื่อสารภาษาอื่นจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ และไม่เป็นผู้ที่ได้รับคัดเลือกให้ปฏิบัติงานกับผู้จัดงานประชุมมืออาชีพซึ่งได้รับการว่าจ้างจาก สศค.

การเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่งานอาสาสมัคร แต่คือประสบการณ์ชีวิตและโอกาสร่วมงานกับองค์กรระดับโลกอย่าง IMF และ World Bank Group ที่จะช่วยพัฒนาทักษะแบบก้าวกระโดด ในบรรยากาศการทำงานจริงระดับสากล ไม่เพียงเท่านั้นอาสาสมัครที่ผ่านการปฏิบัติหน้าที่อย่างครบถ้วน จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ซึ่งจะเป็นใบเบิกทางสำคัญสำหรับการทำงานในอนาคตทั้งในและต่างประเทศ

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครได้จากเว็บไซต์ของ สศค.: https://www.fpo.go.th/main/Home.aspx > ภายใต้หัวข้อ “ข่าวสาร” > สมัครงาน / ประกาศ > ประกาศรับสมัครอาสาสมัครเข้าร่วมการประชุมประจำปีกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 และส่งเอกสารการสมัครในรูปแบบ PDF หรือสอบถามรายละเอียด ได้ที่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์: HR_AM2026@fpo.go.th หรือติดต่อผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 0 2273 9020 ต่อ 3669 หรือ 3289 หรือ 3264 หรือ 3269 โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ในเดือนมิถุนายน–กรกฎาคม 2569

ในหลวงโปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯสงขลา เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพล ทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

ในหลวงโปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯสงขลา เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพล ทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

ในหลวงโปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯสงขลา เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพล ทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.51 น.

“ในหลวง” โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯสงขลา  เชิญดอกไม้ และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบอาสาสมัครทหารพราน กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บและทรงรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

5 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายรัฐศาสตร์  ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ สิบโท ศุภณัฐ พรหมสุทธิ์ อาสาสมัครทหารพราน อนาวิล จินดาพรรณ  และอาสาสมัครทหารพราน พงษ์ธร อักษรเงิน กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 49 ขณะออกแผนยุทธการ และให้การสนับสนุนชุดคุ้มครองตำบลช้างเผือก เหตุเกิดบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 4271 บ้านไอร์ลาฆอ หมู่ที่ 5 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา  

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับกำลังพลทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้  ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพล และครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้
 

ทำงานทันที! อาจารย์เชนควงครูพี่กอล์ฟ แลกเปลี่ยนความเห็น”การศึกษาไทย”

ทำงานทันที! อาจารย์เชนควงครูพี่กอล์ฟ แลกเปลี่ยนความเห็น”การศึกษาไทย”

ทำงานทันที! อาจารย์เชนควงครูพี่กอล์ฟ แลกเปลี่ยนความเห็น”การศึกษาไทย”

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.42 น.

ทำงานทันที “อาจารย์เชน ควงครูพี่กอล์ฟ” แลกเปลี่ยนความเห็น”การศึกษาไทย” ยันมีความตั้งใจทำงานเต็มที่ ฟื้นความหวังการศึกษาไทย ครูมีความสุขกับการสอน โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ที่ปลอดจากความรุนแรง 

ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  พร้อมด้วยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเสวนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อ “การศึกษาไทย จะเป็นอย่างไร ถ้าเราทุกคนลุกขึ้นทำเอง” ภายในกิจกรรม “งานครูปล่อยแสง ปีที่ 7” ซึ่งจัดโดยเพจ ‘ก่อการครู’
 
นายอัครนันท์ กล่าวว่า ตนอยากเห็นการศึกษาของไทยกลับมามีความหวัง ซึ่งการที่ได้ทำงานร่วมกับ ศาสตราจารย์ยศชนัน เป็นสิ่งที่รู้สึกว่านี่คือทีมเวิร์คที่จะทำงานร่วมกันให้การศึกษาไทยมีความหวังอีกครั้ง  พร้อมยอมรับว่ารู้สึกหนักใจในตอนแรก ที่ต้องเข้ามาดูเรื่องการศึกษา แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบก็อยากเป็นคนรุ่นใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการในการช่วยผลักดันการศึกษาของไทย ให้เปลี่ยนแปลงมากที่สุด 

โดยต้องฟื้นความหวังการศึกษาไทย ที่ต้องทำให้ครูกลับมามีความสุขกับการสอน ลดภาระงานที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะงานเอกสาร เพิ่มเวลาคุณภาพในห้องเรียน พร้อมทั้งสนับสนุนสวัสดิการและการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครูสามารถสอนได้อย่างเต็มศักยภาพ

นอกจากนี้ โรงเรียนควรเป็นพื้นที่ที่ปลอดจากความรุนแรง การกลั่นแกล้ง และการเลือกปฏิบัติ มีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างจริงจัง และส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้เรียนอย่างรอบด้าน

“ตนเชื่อมั่นว่าไม่มีใคร หรือพรรคการเมืองใด อยากเห็นประเทศไทยล้าหลัง ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเริ่มจากการศึกษาที่ดี  โดยตนในฐานะฟันเฟืองของกระทรวงศึกษาธิการจะพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเราจะตั้งใจทำงานเพื่อการศึกษาของไทยที่ดีขึ้น “ นายอัครนันท์ กล่าว

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯ นราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทานมอบเหยื่อ ซุ่มยิงอำเภอจะแนะ

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯ นราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทานมอบเหยื่อ ซุ่มยิงอำเภอจะแนะ

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าฯ นราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทานมอบเหยื่อ ซุ่มยิงอำเภอจะแนะ

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.11 น.

“ในหลวง” โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญดอกไม้ และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ

5 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เชิญดอกไม้  และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ ร้อยโท วาทิต วัฒนสันต์  กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 49 ขณะออกแผนยุทธการ และให้การสนับสนุนชุดคุ้มครองตำบลช้างเผือก  เหตุเกิดบริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 4271 บ้านไอร์ลาฆอ หมู่ที่ 5 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 และเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส 

ในการนี้  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงรับร้อยโท วาทิต ฯไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้  ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ ร้อยโท วาทิต ฯ และครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้
 

สว.นันทนา ร้องวิป 3 ฝ่าย จัดสรรเวลาอภิปรายนโยบายรัฐบาลให้เหมาะสม

สว.นันทนา ร้องวิป 3 ฝ่าย จัดสรรเวลาอภิปรายนโยบายรัฐบาลให้เหมาะสม

สว.นันทนา ร้องวิป 3 ฝ่าย จัดสรรเวลาอภิปรายนโยบายรัฐบาลให้เหมาะสม

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.55 น.

“สว.นันทนา”เรียกร้อง”วิป 3 ฝ่าย” จัดสรรเวลาอภิปราย”นโยบายรัฐบาล”ให้เหมาะสม-กว้างขวาง แย้ม”พันธุ์ใหม่”เตรียมพร้อมแล้ว

5 เมษายน 2569 น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มพันธุ์ใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมในอภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาล ว่า ทางวุฒิสภาได้แจ้งเพียงให้สมาชิกลงชื่อที่จะอภิปราย แต่ยังไม่ได้แจ้งว่าจะให้เวลาเท่าไหร่ ซึ่งที่ผ่านมาให้เวลาน้อยมากประมาณ 4 นาที ทำให้แทบจะพูดอะไรกันไม่ได้เลย ฉะนั้น จึงอยากเรียกร้องให้ทางคณะกรรมการประสานงานในสภาแทนราษฎร (วิป) ทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน รวมถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) พิจารณาเรื่องการจัดสรรเวลาให้ดี เพราะนี่ถือเป็นการอภิปรายนโยบายใหญ่ เนื่องจากหากจะอยู่กันไปครบเทอมคือ 4 ปี ก็ควรที่จะให้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง

เมื่อถามว่า สว.พันธุ์ใหม่ ได้เตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง น.ส.นันทนา กล่าวว่า เราได้มีการเตรียมความพร้อมในการที่จะอภิปราย แต่เรายังไม่เห็นทิศทางว่าจะให้อภิปรายอย่างไร จะอภิปรายเป็นกลุ่มๆ เช่น หมวดการศึกษา หมวดเศรษฐกิจ หรืออย่างไร ก็ยังไม่ได้แจ้งมา ให้เพียงแค่ลงชื่ออย่างไร จึงยังไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไร แต่ทั้งนี้ เราได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วสำหรับการจะอภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเราจะแบ่งการอภิปรายกันให้หลากหลายเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน

ปิยบุตร ฟันธง! ยุบพรรคส้มคือหอกทิ่มแทง สกัดเกมพลิกขั้วอำนาจ

ปิยบุตร ฟันธง! ยุบพรรคส้มคือหอกทิ่มแทง สกัดเกมพลิกขั้วอำนาจ

ปิยบุตร ฟันธง! ยุบพรรคส้มคือหอกทิ่มแทง สกัดเกมพลิกขั้วอำนาจ

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.35 น.

5 เมษายน 2569 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คดี “ยุบพรรค” ครั้งที่ 4 (3 ครั้งที่ผ่านมา รอด 1 ยุบ 2) ของพรรค “อนาคตใหม่/ก้าวไกล/ประชาชน” สาระสำคัญมิใช่อยู่ที่ “ยุบพรรค”

แต่คดี “ยุบพรรค” ครั้งที่ 4 นี้ จะสำแดงเดชในช่วงยามที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยไปไม่รอด เกิดความขัดแย้งภายในพรรคหรือระหว่างพรรคร่วม หรือมีวิกฤติความชอบธรรม จนทำให้รัฐบาลไปต่อไม่ได้

เมื่อถึงเวลานั้น 119 เสียงของพรรคประชาชนจะกลายเป็นปัจจัยกำหนดขั้วรัฐบาลใหม่

ดังนั้น คดียุบพรรค จึงต้องทำหน้าที่เป็น “หอก” เพื่อปักหลัง ควบคุม ทิ่มแทงพรรคประชาชนไว้ก่อน เพื่อทำให้พรรคแตก เสียงแตก เสียงหาย หรือตัดสินใจกำหนดตั้งรัฐบาลยาก จนอาจทำให้พวกพรรคการเมืองแบบเดิมๆกลับไปร่วมรัฐบาลกันดังเดิม หรืออาจทำให้พรรคประชาชนง่อยเปลี้ยเสียขา อ่อนกำลังในยามที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ

ไทยศักยภาพเหนือกว่า ทร.ไม่หวั่นกัมพูชา รับเรือคอร์เวตจากจีน

ไทยศักยภาพเหนือกว่า ทร.ไม่หวั่นกัมพูชา รับเรือคอร์เวตจากจีน

ไทยศักยภาพเหนือกว่า ทร.ไม่หวั่นกัมพูชา รับเรือคอร์เวตจากจีน

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.01 น.

จีนส่งเรือคอร์เวต Type 056 ถึงเรือฐานทัพเรือเรียมแล้ว กัมพูชา เตรียมรับมอบ 8 เม.ย. ด้าน ทร. ย้ำ ไม่กระทบความมั่นคงทางทะเลไทย ลั่น มีกำลังทางเรือเหนือกว่า

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 แหล่งข่าวระดับสูงกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วานนี้ (4 เม.ย.) เวลาประมาณ 10.00 น. เรือคอร์เวตติดขีปนาวุธนำวิถี Type 056 จำนวน 1 ลำ ของกองทัพเรือกัมพูชา ซึ่งได้รับมอบจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เดินทางเข้าเทียบท่า ณ ท่าเรือแห่งที่ 1 ฐานทัพเรือเรียม พร้อมกำลังพลประจำเรือครบชุด

พิธีรับมอบเรือจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน (สปจ.) จะจัดขึ้นในช่วง 09.00 น. ของวันที่ 8 เมษายนนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในความร่วมมือด้านการทหารระหว่างสองประเทศ โครงการนี้รวมการจัดหาเรือคอร์เวต Type 056 จำนวน 2 ลำให้กองทัพเรือกัมพูชา เพื่อเสริมกำลังทางทะเลและยกระดับศักยภาพในการปฏิบัติการ

สำหรับความคืบหน้า การส่งมอบลำที่ 2 ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยรายงานความคืบหน้าประมาณ 70% คาดว่าจะส่งมอบในเดือนมิถุนายน 2569

รายงานระบุว่า การตรวจรับเรือคอร์เวตได้จัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม 2568 โดยมีนายเตีย บัญ เข้าร่วมในกระบวนการดังกล่าว

การเสริมกำลังครั้งนี้สร้างความกังวลต่อภูมิภาค เนื่องจากกัมพูชาเสริมอาวุธทางทะเลท่ามกลางความตึงเครียดชายฝั่ง ทำให้ไทยและเพื่อนบ้านต้องจับตาการขยายกำลังทางทะเลในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

สำหรับเรือคอร์เวต Type 056 (Jiangdao-class) เป็นเรือรบขนาดเล็ก–กลาง เน้นป้องกันชายฝั่งของจีน ระวางขับน้ำ 1,300–1,500 ตัน ติดขีปนาวุธนำวิถี YJ-83 ต่อต้านเรือผิวน้ำ และ HHQ-10 สำหรับป้องกันภัยทางอากาศระยะใกล้

โดยก่อนหน้านี้ พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้ระบุถึงกรณีนี้ว่า กองทัพเรือกัมพูชาจะได้รับความช่วยเหลือจากจีน ในการจัดหาเรือคอร์เวต แบบ Type 056 จำนวน 2 ลำนั้น ในเวลาอันใกล้นี้ กองทัพเรือ ขอเรียนให้พี่น้องประชาชนเกิดความมั่นใจว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางทะเลของประเทศไทยแต่อย่างใด และขอให้ประชาชนมั่นใจในขีดความสามารถของกองทัพเรือไทย

ปัจจุบัน กองทัพเรือไทย มีขีดความสามารถด้านกำลังรบทางเรือที่มีความพร้อมรบสูง ทั้งในด้านยุทโธปกรณ์ การฝึก บุคลากรและประสบการณ์ในการปฏิบัติการทางทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติการร่วมระหว่างกำลังทางเรือและกำลังทางอากาศ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมพื้นที่ทางทะเล การเฝ้าตรวจ และการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ 

ทั้งนี้ เรือคอร์เวต Type 056 เป็นเรือรบขนาดกลาง เหมาะสำหรับภารกิจลาดตระเวนและรักษาความมั่นคงในเขตน่านน้ำใกล้ฝั่ง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบในเชิงยุทธศาสตร์แล้ว กองทัพเรือไทยยังคงมีศักยภาพโดยรวมที่เหนือกว่า ทั้งในด้านจำนวน ประเภทของเรือรบ ระบบอาวุธ และขีดความสามารถในการปฏิบัติร่วมหลายมิติ

อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือก็มิได้นิ่งนอนใจต่อพัฒนาการด้านความมั่นคงในภูมิภาค และจับตามองการเสริมสร้างขีดความสามารถกำลังทางเรือของประเทศในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด และมีแผนเสริมสร้างขีดความสามารถกำลังทางเรืออย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเพิ่มเติมจำนวน 1 ลำ ภายในปีงบประมาณนี้ และมีแผนเสนอจัดหาเพิ่มเติมอีก 1 ลำในปีถัดไป เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการป้องกันประเทศและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น

กองทัพเรือ ขอยืนยันว่าได้ติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงทางทะเลในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด พร้อมไปกับการพัฒนาขีดความสามารถของกำลังรบทางเรืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนไทยในทุกสถานการณ์

ย้ำจุดยืน DNA ลุง ธนกร ลั่นความจริงมีหนึ่งเดียว

ย้ำจุดยืน DNA ลุง ธนกร ลั่นความจริงมีหนึ่งเดียว

ย้ำจุดยืน DNA ลุง ธนกร ลั่นความจริงมีหนึ่งเดียว

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.33 น.

5 เมษายน 2569 กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตา เมื่อ นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ด้วยข้อความชวนคิด “ความจริงมีหนึ่งเดียว” พร้อมตอกย้ำจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน คือ “DNA ลุง” ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้”

ข้อความที่นายธนกร โพสต์ “ผมเคยบอกวันหนึ่งจะเข้าใจความจริงมีหนึ่งเดียว.DNAลุง”

ทั้งนี้ ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิ “ถ้าลุงได้บริหารประเทศตอนนี้ คงไม่ใครกล้ากักตุนน้ำมัน , คนไทยส่วนใหญตามกระแส ไม่ค่อยยอมรับความจริง ความขัดแย้งภายในสังคมจึงเกิดครับ , คิดว่าใครทำอะไรอยู่ก็คงน่าจะรู้แก่ใจตัวเองกันทั้งนั้นแหละค่ะ , ก็ไม้ใช่หนูเหมือนกัน , DNAลุงตู่คือDNAของคนทำงานเพื่อประโยชน์ประชาชนประเทศชาติเป็นหลัก พิมพ์แค่นี้น่าจะ เข้าใจ , แต่วันนี้ผมไม่เข้าใจทำไมไม่เฉลี่ยทุกเฉลี่ยสุข” เป็นต้น

ชัยวุฒิ ผุดไอเดียแจกคูปองลดค่าน้ำมัน จี้นายกฯเร่งกู้วิกฤตพลังงาน จัดสินค้าราคาถูกช่วยชาวบ้าน

ชัยวุฒิ ผุดไอเดียแจกคูปองลดค่าน้ำมัน จี้นายกฯเร่งกู้วิกฤตพลังงาน จัดสินค้าราคาถูกช่วยชาวบ้าน

ชัยวุฒิ ผุดไอเดียแจกคูปองลดค่าน้ำมัน จี้นายกฯเร่งกู้วิกฤตพลังงาน จัดสินค้าราคาถูกช่วยชาวบ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.26 น.

ชัยวุฒิ เรียกร้อง นายกฯ เร่งกู้วิกฤตน้ำมันแพง พร้อมเสนอแจกคูปอง-สินค้าราคาพิเศษ ช่วยกลุ่มเปราะบาง

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ เรียกร้องให้รัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้าบริหารประเทศอย่างเต็มตัว เร่งออกมาตรการรับมือวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอนายกรัฐมนตรี แก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ประชาชนจะเดือดร้อนจนทนไม่ไหว

นายชัยวุฒิ กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในขณะนี้ พร้อมชวนให้ทุกภาคส่วนที่ออกมาแสดงความคิดเห็น รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ร่วมกันสะท้อนปัญหาและนำเสนอแนวทางแก้ไขไปยังรัฐบาล เนื่องจากรัฐบาลกำลังจะมีอำนาจเต็มในการบริหารงานหลังจากการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะทำให้สามารถกำหนดทิศทางและมาตรการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรมและตรงจุด

‘อยากให้หลายคนที่ออกมาพูดกัน ช่วยกันนำเสนอแนวทางแก้ไขให้กับรัฐบาล รวมถึงประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาต่าง ๆ ก็ช่วยกันนำเสนอปัญหาไปที่รัฐบาล เพราะว่าต่อไป รัฐบาลก็จะมีอำนาจเต็ม หลังจากแถลงนโยบาย จะได้กำหนดนโยบาย กำหนดแนวทางมาช่วยเหลือประชาชน ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด’ นายชัยวุฒิ กล่าว

ทั้งนี้หัวหน้าพรรครักชาติ ได้เน้นย้ำด้วยว่า การจัดหาเม็ดเงินเข้ามาบริหารจัดการปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการกู้เงินหรือวิธีการอื่น ๆ ถือเป็นภารกิจที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุด โดยได้เสนอแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น อาทิ การแจก “คูปองส่วนลด” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมถึงการจัดเตรียม “สินค้าราคาพิเศษ” เพื่อลดค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งมาตรการเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำโดยทันที

โดยเฉพาะการหาเงินเข้ามาน จากการกู้หรือการอะไรก็ตาม เพื่อมาแก้ปัญหาในเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ซึ่งอาจจะแจกให้พี่น้องประชาชนในลักษณะของคูปองครับ เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูง หรืออาจจะเตรียมสินค้าบางอย่างในราคาพิเศษให้พี่น้องประชาชน อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำโดยด่วน

ทั้งนี้ นายชัยวุฒิ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเข้าไปดูแลและเยียวยา “กลุ่มเปราะบาง” ซึ่งรวมถึงผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกร เนื่องจากเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
‘​การเยียวยาช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง คนที่เดือดร้อน คนที่มีปัญหาจริง ๆ ทุกกลุ่ม ทั้งผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรนะครับ ที่จะมีปัญหาได้แน่นอน ให้รีบเข้ามาช่วยดูแลโดยด่วน’ 
นายชัยวุฒิ กล่าว

นอกจากนี้ นายชัยวุฒิ ยังฝากข้อคิดเห็นที่น่าสนใจไปยังรัฐบาลด้วยว่า ผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งดูแลกระทรวงพลังงานนั้นไม่สำคัญเท่ากับบทบาทของ นายกรัฐมนตรี

‘ใครมาดูแลเรื่องพลังงานไม่สำคัญ สำคัญที่ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นแกนนำ เป็นหัวหน้าของรัฐบาล ต้องรีบหามาตรการมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนเลยครับ ก่อนที่ปัญหาวิกฤตจะบานปลาย ประชาชนจะเดือดร้อนจนอยู่ไม่ได้แล้วครับ’ นายชัยวุฒิ กล่าว