โปรตีน ตัวช่วยเสริมความแกร่ง ไม่ได้สำคัญแค่สำหรับคนออกกำลังกาย

26 สิงหาคม 2569 เวลา 07:00 น.

This photo is being used on the Herbalife.com sites as part of the H1 Digital Transformation.

โปรตีน มักถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับนักกีฬา ฟิตเนส หรือการควบคุมน้ำหนัก แต่ความจริงแล้วโปรตีนมีบทบาทสำคัญต่อร่างกายมากกว่านั้น สำหรับผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตอย่างแอคทีฟในแต่ละวัน โปรตีนคือ “รากฐานสำคัญ” ที่ช่วยเสริมความแข็งแรง พลังงาน การฟื้นฟูร่างกาย และสุขภาวะโดยรวม ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายเป็นประจำ ทำงานที่ต้องใช้แรง หรือต้องการรู้สึกแข็งแรงและให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น การบริโภคโปรตีนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยสนับสนุนการใช้ชีวิตที่แอคทีฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Dr. Krissy Ladner ผู้อำนวยการฝ่ายสมรรถนะทางกีฬาและการศึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์  ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ โปรตีน ตัวช่วยเสริมความแกร่ง เติมเต็มพลังเพื่อการทำงานได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่ออกกำลังกายเท่านั้น

โปรตีน ไม่ได้สำคัญแค่สำหรับคนออกกำลังกาย

โปรตีนคือแหล่งกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมและคงสภาพมวลกล้ามเนื้อ ทุกครั้งที่เราเคลื่อนไหว ยกของ เดิน หรือออกกำลังกาย เส้นใยกล้ามเนื้อจะถูกใช้งานและเกิดความเครียด โปรตีนจึงมีบทบาทในการฟื้นฟูและช่วยให้ร่างกายปรับตัว ส่งผลให้กล้ามเนื้อแข็งแรง การเคลื่อนไหวดีขึ้น และช่วยให้กระบวนการเผาผลาญทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มวลกล้ามเนื้อยังเป็นเนื้อเยื่อที่เผาผลาญพลังงานสูง การรักษามวลกล้ามเนื้อด้วยโปรตีนที่เพียงพอจึงช่วยรักษาการทำงานของระบบเผาผลาญ รวมถึงช่วยในการควบคุมน้ำหนักเมื่อทำควบคู่กับการบริโภคอาหารที่สมดุลและการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

บริโภคโปรตีน “ตลอดทั้งวัน” สำคัญกว่าที่คิด

หลายคนมักเข้าใจว่าโปรตีนจำเป็นเฉพาะหลังออกกำลังกาย หรือเมื่อต้องการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ แท้จริงแล้วร่างกายต้องการโปรตีนอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งวัน การกระจายโปรตีนในทุกมื้อจะช่วยรักษาระดับพลังงาน คงมวลกล้ามเนื้อ และช่วยควบคุมความอยากอาหาร มื้ออาหารที่มีโปรตีนเพียงพอจะทำให้อิ่มนาน ลดอาการพลังงานตกจากการกินคาร์โบไฮเดรตขัดสีมากเกินไป นอกจากนี้ การทานโปรตีนคู่กับคาร์โบไฮเดรตหลังออกกำลังกายยังช่วยเติมพลังงานและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ทำให้ฟื้นตัวดีขึ้นและลดอาการล้าสะสม

เลือกโปรตีนอย่างมีคุณภาพและหลากหลาย

การเลือกแหล่งโปรตีนที่ดีมีผลต่อคุณภาพของโภชนาการโดยรวม แหล่งโปรตีนจากสัตว์ เช่น ปลา ไก่ ไข่ และนมไขมันต่ำ ให้กรดอะมิโนจำเป็นในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมง่าย ส่วนแหล่งโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วต่าง ๆ ธัญพืช เมล็ดพืช และถั่วเปลือกแข็ง ให้ทั้งโปรตีน ไฟเบอร์ และสารพฤกษเคมีที่เป็นประโยชน์

This photo is being used on the Herbalife.com sites as part of the H1 Digital Transformation.

ในชีวิตที่เร่งรีบ การได้รับโปรตีนให้เพียงพอในแต่ละวันอาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะมื้อเช้าที่มักเร่งรีบหรือวันที่ต้องทำงานยาวนาน ตัวเลือกที่สะดวก เช่น ของว่างโปรตีนสูง สมูทตี้ หรือเชคโปรตีน จึงเป็นวิธีดี ๆ ที่ช่วยเติมโปรตีนโดยไม่เพิ่มแคลอรีมากเกินไป

โปรตีนกับวัยที่เพิ่มขึ้น

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะรักษามวลกล้ามเนื้อได้ยากขึ้น กระบวนการนี้อาจเริ่มต้นตั้งแต่วัยกลางคน หากไม่ได้รับโปรตีนเพียงพออาจส่งผลต่อความแข็งแรง การทรงตัว และการเคลื่อนไหว โปรตีนจึงเป็นกุญแจสำคัญในการคงความแข็งแรง คล่องตัว และการใช้ชีวิตอย่างอิสระในระยะยาว

กล้ามเนื้อมีความสำคัญต่อกิจกรรมพื้นฐานประจำวัน เช่น เดินขึ้นบันได ถือของ หรือการทรงตัว โปรตีนที่เพียงพอร่วมกับการออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายทนต่อแรงกายต่าง ๆ และคงความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้นแม้ในวัยสูงขึ้น

เป้าหมายไม่ใช่การทานเยอะ แต่คือ “ความสม่ำเสมอ”

การได้รับโปรตีนไม่ใช่เรื่องของการทานมากเกินไปหรือจำกัดจนเกินเหตุ แต่คือ การสร้างนิสัยที่ดีในทุกวัน เช่น การเพิ่มโปรตีนในมื้อเช้า การจัดมื้ออาหารให้สมดุล และการเตรียมตัวสำหรับวันที่ยุ่ง การสร้างนิสัยเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว โปรตีนไม่ได้สำคัญเฉพาะนักกีฬา แต่เป็นสารอาหารประจำวันสำหรับทุกคนที่ต้องการมีพลัง เคลื่อนไหวดี ฟื้นตัวไว และมีชีวิตที่แอคทีฟในระยะยาว

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรตีนและสุขภาพ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.herbalife.com

ช่องทาง Social Media: Facebook/HerbalifeThailandOfficial และ Instagram/HerbalifeThailandOfficial  โทร.02-6601600 หรือ Line OA: Herbalife

โปรตีน

จิตแพทย์เตือนสัญญาณ PTSD ที่ไม่ควรปล่อยให้ใครเผชิญลำพัง

26 สิงหาคม 2569 เวลา 07:00 น.

หนึ่งในบาดแผลทางใจที่ต้องเฝ้าระวังคือ โรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังเผชิญหรือเห็นเหตุการณ์รุนแรงหรือคุกคามชีวิต เช่น ภัยพิบัติ อุบัติเหตุร้ายแรง การถูกทำร้ายหรือเผชิญภัยคุกคามรุนแรง การเห็นเหตุการณ์โหดร้าย การสูญเสียบุคคลใกล้ชิดอย่างฉับพลันหรือรุนแรง รวมถึงการสัมผัสรายละเอียดของเหตุการณ์สะเทือนใจซ้ำๆ จากการทำงาน

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ จิตแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า ในระยะแรก หลายคนอาจรู้สึกกลัว เศร้า โกรธ นอนไม่หลับ สมาธิลดลง หรือคิดถึงเหตุการณ์ซ้ำๆ ปฏิกิริยาเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้หลังเหตุสะเทือนขวัญ และไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเป็น PTSD คนจำนวนมากจะค่อยๆ ฟื้นตัวเมื่อเวลาผ่านไปและได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม

สัญญาณสำคัญที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ภาพเหตุการณ์ย้อนกลับ ความทรงจำที่รบกวน ฝันร้าย การหลีกเลี่ยงสถานที่หรือสิ่งที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ ความรู้สึกผิด สิ้นหวัง ชาไร้ความรู้สึก แยกตัว รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า รวมถึงอาการสะดุ้งง่าย ระแวง หงุดหงิด สมาธิลดลง และนอนไม่หลับ อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัย PTSD ต้องพิจารณาทั้งลักษณะการเผชิญเหตุ กลุ่มอาการ ระยะเวลา และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรตัดสินจากอาการเพียงข้อใดข้อหนึ่ง สำหรับผู้ที่ติดตามภาพข่าวความรุนแรงซ้ำ ๆ แม้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ อาจเกิดความเครียด

การฟื้นฟูเบื้องต้นสามารถเริ่มได้จากการกลับไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย รักษากิจวัตรการนอนและการรับประทานอาหารเท่าที่ทำได้ ฝึกหายใจช้า ๆ ดึงความสนใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ออกกำลังกายเบา ๆ และใช้เวลาอยู่กับคนที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย อาจจดบันทึก ฝึกสมาธิ ทำงานศิลปะ หรือฟังและเล่นดนตรี หากกิจกรรมนั้นช่วยให้รู้สึกดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องบังคับตนเองให้เล่าเหตุการณ์ซ้ำก่อนที่จะพร้อม

ควรหลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติดเพื่อกดความรู้สึก และลดคาเฟอีนหากพบว่าทำให้อาการใจสั่น วิตกกังวล หรือนอนไม่หลับมากขึ้น การดูแลตนเองช่วยประคับประคองอาการได้ แต่ไม่ใช่สิ่งทดแทนการรักษา หากอาการไม่ดีขึ้นหรือเริ่มรบกวนการใช้ชีวิต ควรพบผู้เชี่ยวชาญ เพราะ PTSD สามารถรักษาได้ด้วยจิตบำบัด ยา หรือทั้งสองอย่างตามความเหมาะสมของแต่ละคน

สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่การยอมรับว่าตนเองมีบาดแผล แต่คือการปล่อยให้ตนเองหรือคนที่รักต้องเผชิญกับบาดแผลนั้นตามลำพัง การได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมเมื่อจำเป็น จะช่วยให้ผู้ได้รับผลกระทบมีโอกาสฟื้นตัวและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

“เราควรร่วมกันสร้างสังคมที่การพบจิตแพทย์เป็นเรื่องปกติ ลดการตีตราผู้มีปัญหาสุขภาพจิต การพบแพทย์หรือนักจิตวิทยาคือการดูแลสุขภาวะที่เข้มแข็งและรับผิดชอบต่อส่วนรวม”  พญ.ดุจฤดี กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพจิต สามารถทำนัดหมายได้ที่ ศูนย์สุขภาพจิต (Mind Center) โรงพยาบาลพระรามเก้า หรือ LINE Official Account: @praram9hospital หรือ โทร.1270

PTSD

เรื่องนี้มีประวัติ : วังภาษีเจริญ วังของสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจีฯ

26 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่าสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา หรือสมเด็จอินทรฯ คือผู้ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าเพียงพระองค์เดียวในแผ่นดินของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ทรงมีพระนามเดิมว่าประไพ สุจริตกุล ประสูติเมื่อ 10 มิถุนายน 2445 สิ้นพระชนม์ 30 พฤศจิกายน 2518 ทรงเป็นธิดาของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (ปลื้ม สุจริตกุล) กับท่านผู้หญิงสุธรรมมนตรี (กิมไล้ สุจริตกุล) 

สมเด็จอินทรฯ ทรงเข้ารับราชการฝ่ายใน ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นพระอินทราณี ครั้งมีทรงพระครรภ์ ก็ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระวรราชชายาเธอ พระอินทรศักดิศจี ตำแหน่งพระมเหสี ซึ่งต่อมาทรงมีพระนามว่าสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระบรมราชินี แต่ในภายหลังทรงมีพระนามว่าสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา

เมื่อรัชกาลที่ 6 เสด็จสวรรคตแล้ว พระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ทรงย้ายไปประทับ ณ พระตำหนักสวนนกไม้ พระราชวังดุสิต ครั้นต่อมาทรงย้ายไปประทับ ณ วังภาษีเจริญ หรือวังประตูน้ำภาษีเจริญ ซึ่งเป็นพระนิวาสน์เดิมของพระองค์ โดยบริเวณที่ทรงให้สร้างวังคือพื้นที่บ้านเดิมของพระบิดาของพระองค์ แล้วเสด็จประทับ ณ วังภาษีเจริญจนถึงพระวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพ โดยเมื่อทรงพระประชวรก็ทรงเข้ารับการถวายการรักษา ณ โรงพยาบาลศิริราช สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อ 30 พฤศจิกายน 2518 สิริพระชันษา 73 ปี

พระราชประวัติเพิ่มเติมของพระองค์ พระอัยกา (ปู่) ของพระองค์คือพระยาราชภักดี (โค สุจริตกุล) พระอนุชาในสมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา พระสนมเอกในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชชนนีของสมเด็จพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงสามพระองค์ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี และสมเด็จพระศรีสวรินทิรา พระบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นพระอัยยิกา (ยาย) ฝ่ายพระชนนีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก 

อีกทั้งยังทรงเป็นพระอัยยิกา (ย่า) ฝ่ายพระชนกในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 รวมถึงทรงเป็นพระปัยยิกา (ทวด) ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 

ขอย้อนกลับไปกล่าวถึงพระราชประวัติของสมเด็จอินทรฯ เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ทรงมีพระวรกายบอบบาง มีพระอุปนิสัยร่าเริง ทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนราชินี จนทรงจบชั้นมัธยมบริบูรณ์ ทรงโปรดการกีฬา แต่ทรงสอบได้คะแนนดีในด้านวิชาการ ทรงพระปรีชาด้านการขับร้อง ทรงเป็นต้นเสียงร่วมกับพระสุจริตสุดา (เปรื่อง สุจริตกุล) ผู้เป็นพี่สาว และทรงแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอนนางลอย และยังทรงรับบท อินทิรา ดุลยวัจน์ นางเอกในพระราชนิพนธ์ละครพูดในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง เสือเฒ่า 

เมื่อกล่าวถึงวังภาษีเจริญ ก็ต้องบอกว่าในปัจจุบันไม่มีวังนี้ปรากฏอีกต่อไปแล้ว เพราะถูกรื้อลงจนหมดสิ้น หลังจากสมเด็จอินทรฯ สิ้นพระชนม์ โดยปัจจุบันพื้นที่ของวังภาษีเจริญได้แปรสภาพเป็นอาคารบ้านเรือนที่พักอาศัยของผู้คนทั่วไปในบริเวณประตูน้ำภาษีเจริญ ใกล้กับวัดนวลนรดิศ ซึ่งน่าเสียดายมากที่ไม่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ แต่มีหลักฐานระบุว่าวังนี้สร้างในช่วงปี 2475 โดยเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี วังเดิมสร้างด้วยไม้สัก ผู้คนในยุคนั้นซึ่งคุ้นเคยกับวังแห่งนี้บอกเล่าว่า สมัยเมื่อสมเด็จอินทรฯ ยังประทับอยู่ จะมีห่านฝูงใหญ่ ดังนั้นเมื่อเวลาผู้คนเข้าออกจากวัง ก็จะได้ยินเสียงห่านดังระงม

วังภาษีเจริญมีรูปแบบสถาปัตยกรรมผสมระหว่างเรือนไทยประยุกต์กับสถาปัตยกรรมยุโรปยุคโคโลเนียล ซึ่งเป็นแบบที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5-6 โดยวังแห่งนี้มีจุดเด่นที่หอคอยทรงแปดเหลี่ยม ตั้งตระหง่านกลางตัววัง ส่วนตัววังเป็นโครงสร้างไม้ มีบานหน้าต่างจำนวนมากทั้งบานทึบและบานเกล็ด ซึ่งช่วยในการระบายอากาศและทำให้ลมพัดผ่านได้อย่างดี และทำให้แสงธรรมชาติเข้าถึงตัววังได้สะดวก ส่วนหลังคามุงด้วยกระเบื้องเรียบทรงแปดเหลี่ยม วังนี้เน้นการสร้างบรรยากาศแบบเรือนสำหรับพักผ่อนของเจ้านายฝ่ายใน นอกจากนี้ยังมีเรือนไม้ชั้นล่างที่มีระเบียงรอบ โดยมีบานหน้าต่างแบบบานเกล็ดทำด้วยไม้รอบอาคาร ส่วนตัวเรือนยกใต้ถุนสูง โดยมีเสาปูนทรงกลมรองรับ ทำให้ได้รับลมจากคลองภาษีเจริญได้ตลอดเวลา ตามแบบฉบับของเรือนริมน้ำ และต่อมาได้ต่อเติมวังด้วยปีกอาคารที่ทำด้วยซีเมนต์ เรียกอาคารปูนสามชั้น สร้างเมื่อสมเด็จอินทรฯ เสด็จมาประทับ จุดเด่นคือทำหน้าต่างทรงสูงแบบตะวันตก และมีกันสาดไม้อยู่เหนือหน้าต่าง หลังคาแบบปั้นหยา มี ที่หน้าจั่วแบบโคโลเนียล เป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบไทยกับตะวันตกได้อย่างลงตัว ส่วนจุดเด่นอีกอย่างของวังนี้คืองานเหล็กฉลุ และบัวปูนปั้นที่แสนประณีต ที่แสดงถึงความอ่อนช้อยละเอียดอ่อนแต่หรูหรา โดยเฉพาะช่องลมเหนือหน้าต่างที่ทำเป็นลวดลายเลขาคณิต ซึ่งเป็นงานช่างที่ได้รับอิทธิพลสไตล์วิกตอเรียน–โคโลเนียล ที่ปัจจุบันหาชมได้ยากมาก 

แผนผังของวังเป็นรูปตัวแอล โดยด้านหน้าเป็นเรือนไม้ และหอแปดเหลี่ยม ด้านหลังเป็นอาคารสามชั้นทำด้วยซิเมนต์ รอบวังเป็นสวน มีต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มรื่นตามแบบฉบับเรือนริมคลอง แต่ชะตากรรมของวังแห่งนี้ก็ประสบกับวันเวลาสุดท้าย เมื่อสมเด็จอินทรฯ สิ้นพระชนม์ วังถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน จนทรุดโทรมมาก แล้วต่อมาพิ้นที่ของวังแห่งนี้ก็ได้แปรสภาพเป็นบ้านเรือนและทาวน์เฮาส์ริมคลอง แต่ชาวบ้านยังคงเรียกขานบริเวณนี้ว่าวังภาษีเจริญ หรือวังประตู้น้ำภาษีเจริญ 

(ขอบคุณภาพประกอบคอลัมน์จากเว็บไซต์ และเฟซบุ๊คต่าง ๆ อาทิ เรื่องเล่าสยามแต่ปางก่อน และเว็บไซต์ตึกรามบ้านช่อง ฯลฯ)  

เฉลิมชัย ยอดมาลัย 

วังภาษีเจริญ, เรื่องนี้มีประวัติ

LIFE & HEALTH : เคล็ดลับพัฒนาภาษาอังกฤษ..ทักษะสำคัญในการทำงาน

26 สิงหาคม 2569 เวลา 06:00 น.

ในโลกที่การสื่อสารไร้พรมแดนและการแข่งขันทางอาชีพเกิดขึ้นในระดับสากล ทักษะภาษาอังกฤษ ได้กลายเป็นทักษะพื้นฐานที่มีความสำคัญที่ช่วยเปิดประตูสู่โอกาสทางการศึกษา การทำงาน และการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อในต่างประเทศ การทำงานกับองค์กรข้ามชาติ หรือการเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่จากทั่วโลก ล้วนต้องอาศัยภาษาอังกฤษเป็นเครื่องมือสำคัญ

ข้อมูลจาก ดร.พอล เบเกอร์ (Dr. Paul Baker) ผู้อำนวยการศูนย์ภาษา มหาวิทยาลัยโอทาโก (University of Otago) ประเทศนิวซีแลนด์ ให้มุมมองว่า การพัฒนาภาษาอังกฤษให้ใช้ได้จริงไม่ใช่เรื่องของการท่องจำคำศัพท์หรือกฎไวยากรณ์เพียงอย่างเดียว แต่คือการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต พร้อมฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและนำภาษาไปใช้ในสถานการณ์จริง

  • เรียนภาษาให้เชื่อมโยงกับอาชีพในอนาคต: หนึ่งในวิธีที่ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษมีประสิทธิภาพมากขึ้น คือการเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับสายอาชีพที่สนใจ หากใฝ่ฝันจะทำงานในวงการเทคโนโลยี ควรเริ่มอ่านบทความ ดูวิดีโอ หรือฟังพอดแคสต์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับนวัตกรรมและดิจิทัล ขณะที่ผู้สนใจด้านธุรกิจ การตลาด หรือการเงิน อาจเลือกติดตามสื่อและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนั้นโดยตรง การเรียนรู้ผ่านเนื้อหาที่สอดคล้องกับความสนใจ จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบริบทของภาษาได้ง่ายขึ้น พร้อมพัฒนาทั้งทักษะภาษาและองค์ความรู้ในสาขาวิชาชีพไปพร้อมกัน
  • คลังคำศัพท์ คือสินทรัพย์สำคัญของการสื่อสาร : หลายคนกังวลกับการใช้ไวยากรณ์ให้ถูกต้องทุกประโยค สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการมีคลังคำศัพท์ที่เพียงพอสำหรับการสื่อสาร การอ่าน ฟัง และติดตามเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่สนใจ พร้อมจดบันทึกคำศัพท์หรือวลีที่ใช้บ่อย จะช่วยให้สามารถนำภาษาไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนอีเมล การนำเสนอผลงาน การประชุม หรือการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานจากหลากหลายประเทศ
  • พัฒนาทักษะให้ตรงกับเป้าหมาย : คำถามที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษมักสงสัยคือ ควรเริ่มฝึกจากการฟัง พูด อ่าน หรือเขียนก่อน ความจริงแล้วไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกคน เพราะแต่ละคนมีเป้าหมายการใช้งานแตกต่างกัน หากต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเขียนรายงาน เอกสาร หรืออีเมลทางธุรกิจ การอ่านและการเขียนอาจเป็นทักษะที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก แต่หากทำงานด้านบริการ การท่องเที่ยว หรืออาชีพที่ต้องพบปะผู้คน การฟังและการพูดจะมีบทบาทสำคัญมากกว่า การกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน จะช่วยให้การพัฒนาภาษาอังกฤษมีทิศทางและเห็นผลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • กล้าพูด กล้าลอง คือก้าวสำคัญของการเรียนรู้ : อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของผู้เรียนภาษาอังกฤษคือ ความกังวลว่าจะพูดผิด การฝึกใช้ภาษาในสถานการณ์ที่ไม่กดดัน เช่น พูดคุยกับเพื่อน สมาชิกในครอบครัว ฝึกพูดกับตัวเอง สามารถช่วยสร้างความคุ้นเคยและเพิ่มความมั่นใจได้อย่างมาก ความผิดพลาดจึงไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยให้พัฒนาตนเองได้ดียิ่งขึ้น
  • เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง นอกเหนือจากห้องเรียน : สำหรับผู้ที่วางแผนศึกษาต่อต่างประเทศ การได้ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ถือเป็นหนึ่งในวิธีพัฒนาทักษะที่มีประสิทธิภาพที่สุด นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการศึกษาที่เปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติได้ฝึกภาษาอังกฤษผ่านประสบการณ์จริง ทั้งการพักอาศัยกับครอบครัวเจ้าบ้าน (Homestay) การเข้าร่วมกิจกรรมชมรม การทำงานระหว่างเรียน หรือการทำกิจกรรมอาสาสมัครในชุมชน ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ฝึกการสื่อสารกับผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม และสร้างความมั่นใจในการใช้ภาษาในสถานการณ์จริง ซึ่งเป็นทักษะที่ยากจะได้จากการเรียนในตำราเพียงอย่างเดียว
  • เทคนิคพัฒนาภาษาอังกฤษให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง มี 5 แนวทาง ดังนี้
  1. พัฒนาคลังคำศัพท์ทุกวัน : จดคำศัพท์ใหม่ที่ได้ยินหรืออ่านพบ และหมั่นทบทวนอย่างสม่ำเสมอ
  2. ใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน : เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ เช่น เปลี่ยนภาษาบนโทรศัพท์มือถือเป็นภาษาอังกฤษ
  3. ฟังภาษาอังกฤษทุกวัน : เปิดฟังพอดแคสต์ เพลง หรือสื่อภาษาอังกฤษระหว่างทำงานบ้าน เดินทาง หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ
  4. ฝึกพูดให้มากที่สุด : ฝึกกับเพื่อนที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษเช่นกัน พูดกับตัวเอง หรืออัดเสียงตนเองเพื่อตรวจสอบการออกเสียง
  5. อย่ากลัวที่จะทำผิดพลาด: คือสิ่งสำคัญที่สุด คนส่วนใหญ่มักเข้าใจและชื่นชมความพยายามในการสื่อสารโดยเฉพาะคนนิวซีแลนด์ แม้จะมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยก็ตาม และความผิดพลาดเหล่านั้นคือโอกาสสำคัญในการเรียนรู้

เปิดโลกการศึกษานิวซีแลนด์ ในงาน New Zealand Education Fair 2026

สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองที่สนใจศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์ ไม่ควรพลาดงาน New Zealand Education Fair 2026 งานการศึกษาต่อประเทศนิวซีแลนด์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี พบกับสถาบันการศึกษาชั้นนำจากนิวซีแลนด์กว่า 70 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่หลักสูตรภาษาอังกฤษ ระยะสั้น เรียนระยะสั้นปิดภาคเรียน มัธยมศึกษา ปริญญาตรี ปริญญาโท และหลักสูตรวิชาชีพ พร้อมทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท และการประกาศ Manaaki New Zealand Scholarships ทุนรัฐบาลนิวซีแลนด์แบบเต็มจำนวน ตอน 10.30 น. ก่อนพิธีเปิด กิจกรรม ห้องเรียนจำลองสไตล์นิวซีแลนด์ การทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษฟรี

ผู้สนใจลงทะเบียนร่วมงาน (ฟรีตลอดงาน) ในวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. 2569 นี้  11.00 – 17.00 น. สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 2 ชั้น 5 ลงทะเบียน https://www.learnenglishnewzealand.com/nzeducationfair

ผ.ศ. (พิเศษ) ดร. อภิสิทธิ์  ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

LIFE&HEALTH

คุณแหน : 26 สิงหาคม 2569

26 สิงหาคม 2569 เวลา 02:00 น.

ll ถ่ายเถา สุจริตกุล ล่าสุดอายุ 94 ปี นักเขียนนวนิยายมือทอง และนักแปลหนังสือมือเพชรคนหนึ่งของประเทศไทย เจ้าของบทประพันธ์ มงกุฎดอกส้ม ดอกส้มสีทอง และเรยา ได้รับรางวัลมณีเมขลา สาขานักประพันธ์ยอดเยี่ยม (ผู้ประพันธ์บทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม) ประจำปี 2569 โดยครั้งนี้เป็นรางวัลที่ได้รับหลังจากรางวัลนราธิป ปี 2555 และรางวัลสุรินทราชา ปี 2556 และรางวัลสตรีไทยดีเด่น 2557

ll นวพร เรืองสกุล อดีตนักเรียนทุนแบงค์ชาติ อดีตผู้บริหารกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (คนแรก) และอดีตผู้บริหารระดับสูงของธนาคารแห่งประเทศไทย คือนิสิตเก่าคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุ่นเข้าศึกษาปี 2505 เมื่อหลายคนรู้ว่านวพรจบจากอักษรฯ ก็งงมาก แล้วถามว่าทำไมจึงเก่งกาจเรื่องการเงินการทอง ก็ขอตอบแทนว่านิสิตอักษรฯ จุฬาฯ รุ่นโบราณนั้นมีความรู้รอบและรอบรู้ แล้วที่สำคัญคือไม่กลัวตัวเลขเหมือนนิสิตอักษรฯ รุ่นปัจจุบันบางคน 

ll ว.วินิจฉัยกุล คือหนึ่งในนามปากกาของ คุณหญิง รศ. ดร. วินิตา ดิถียนต์ ล่าสุดมีงานเขียนนวนิยายเรื่องยาว ชื่อ พระพรหมประพาส เผยแพร่ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 โดยนำเสนอผ่านระบบออนไลน์ เนื้อหาของนวนิยายเรื่องนี้เป็นแนวพีเรียดย้อนยุค อาจารย์วินิตาบอกว่าจริง ๆ ก็อยากพิมพ์บนกระดาษ แต่จำเป็นต้องตีพิมพ์บนออนไลน์ไปก่อน แต่วันหนึ่งในอนาคตต้องพิมพ์ลงบนกระดาษแน่นอน

ll ปุ๊ก อาภัสรา หงสกุล อดีตนางสาวไทย 2507 และอดีตนางงามจักรวาลคนไทยคนแรก ปี 2508 ปัจจุบันอายุเกือบ 80 ปี แต่ยังงามแบบอมตะนิรันดร์กาล ทุกวันนี้มีความสุขกับลูก ๆ คือ โจ้ ม.ล. รุ่งคุณ กิติยากร และภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์ และลูกสะใภ้ พร้อมหลาน ๆ ตามประสาคุณย่าแสนสวย แล้วก็ยังทำธุรกิจด้านความงามเหมือนเดิม เพราะเมื่อตัวเองสวยแล้ว ก็ต้องการให้คนอื่นสวยงามด้วย

ll เอ๋ สาวิณี ประการะนัง อดีตธิดาโดมแอลเอ อดีตนางสาวไทย คนที่ 22 และอดีตผู้เข้ารอบประกวด Miss Universe 10 คนสุดท้ายในปี 1984 โดยได้คะแนนอันดับ 6 แม้ในวันนี้เอ๋อายุ 61 ปี แต่บอกได้คำเดียวสั้น ๆ ว่ายังสวยไม่สร่าง แต่บางคนบอกว่าสวยกว่าเดิม เพราะสวยสมวัย ส่วนลูกสาวคือ สิรินโสพิศ ปัจฉิมสวัสดิ์ แบมบี้ เดอะสตาร์ 9 ก็ลองขึ้นเวทีประกวดความงามบ้าง แล้วก็คว้ารางวัลมิสระนองมาครอง

ll แจ้งข่าวไปยังผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า ที่ยังนิยมการอ่านเนื้อหาสาระบนกระดาษ แต่บ่นมาเป็นระยะ ๆ ว่าหาซื้อหนังสือพิมพ์แนวหน้าได้ยาก ร้านขายหนังสือปิดตัวไปมาก ขอบอกตรงประเด็นว่า โปรดสมัครสมาชิกเถอะครับ รับรองได้รับหนังสือถึงบ้านทุกเช้า ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปซื้อหาที่ร้าน สมัครสมาชิกได้ที่เบอร์โทรฯ 02 973 4250 และ 02 551 4290 ต่อ 313 

Victor Lee

คุณหญิงรศ.ดร.วินิตาดิถียนต์, ถ่ายเถาสุจริตกุล, นวพรเรืองสกุล, ภัสสรกรณ์จิราธิวัฒน์, รุ่งคุณกิติยากร, ว.วินิจฉัยกุล, สาวิณีประการะนัง, สิรินโสพิศปัจฉิมสวัสดิ์, อาภัสราหงสกุล, แบมบี้เดอะสตาร์ 9

ส่งต่อโอกาส! ‘สตรีศึกษาร้อยเอ็ด’ มอบทุนการศึกษาปี 69 รวม 351 ทุน กว่า 1 ล้านบาท

25 สิงหาคม 2569 เวลา 16:01 น.

ส่งต่อโอกาส! ‘สตรีศึกษาร้อยเอ็ด’ มอบทุนการศึกษาปี 69 รวม 351 ทุน กว่า 1 ล้านบาท แบ่งเบาภาระผู้ปกครอง-สร้างอนาคตเด็กไทย

วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 มูลนิธิเพชรสตรีศึกษา ร่วมกับ มูลนิธิสมยศ-กฤษณา สหวัฒน์, สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสตรีศึกษาร้อยเอ็ด และสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสตรีศึกษาร้อยเอ็ด จัดพิธีมอบทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2569 ณ โรงเรียนสตรีศึกษาร้อยเอ็ด เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา สร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชน และช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง โดยมี นายพิชัยยา ตุระซอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีและมอบโอวาทแก่ผู้ได้รับทุน

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นโดยมี นางจินตนา ชื่นวัฒนา นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสตรีศึกษาร้อยเอ็ด, นางชนิตา จารุธนิตกุล นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสตรีศึกษาร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นายจักรวาล เจริญทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีศึกษา คณะผู้บริหาร คณะครู บุคลากร และผู้มีเกียรติ ร่วมจัดงานและดำเนินคัดเลือกนักเรียนตามหลักเกณฑ์อย่างโปร่งใส

ในปีการศึกษา 2569 มีนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับทุนการศึกษารวมทั้งสิ้น 351 ทุน คิดเป็นเงินมูลค่ารวม 1,047,000 บาท โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ทุนมูลนิธิเพชรสตรีศึกษา จำนวน 317 ทุน รวมเป็นเงิน 637,000 บาท และทุนสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสตรีศึกษา จำนวน 34 ทุน รวมเป็นเงิน 410,000 บาท

การมอบทุนครั้งนี้ นับเป็นพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในจังหวัดร้อยเอ็ด ที่มุ่งมั่นใช้การศึกษาเป็นรากฐานในการพัฒนาคนและประเทศชาติ พร้อมขับเคลื่อนเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมต่อไป

มอบทุนการศึกษา, มูลนิธิเพชรสตรีศึกษา, ร้อยเอ็ด, โรงเรียนสตรีศึกษาร้อยเอ็ด

ปิดฉาก ‘มหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ 2569’ จุดประกายทักษะแห่งอนาคต ก่อนส่งต่อนิทรรศการสู่แหล่งเรียนรู้ทั่วไทย

25 สิงหาคม 2569 เวลา 12:15 น.

ปิดฉากยิ่งใหญ่ “มหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ 2569” ตอกย้ำไทยศูนย์กลางวิทยาศาสตร์ระดับสากล  โชว์ศักยภาพเจ้าภาพ “ASPAC CONFERENCE 2026” ผนึก68 หน่วยงาน 30 เขตเศรษฐกิจทั่วโลกโรงเรียนแห่จองทะลุ 1,500 แห่ง จุดประกายทักษะแห่งอนาคต ก่อนส่งต่อนิทรรศการสู่แหล่งเรียนรู้ทั่วไทย

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการจัดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569” (NST Fair 2026) ภายใต้แนวคิด “Intelligence in Science for a Sustainable Future – วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 9–11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี  ปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม มีสถาบันการศึกษาและโรงเรียนจากทั่วประเทศจองเข้าชมงานล่วงหน้ามากกว่า 1,500 แห่ง พร้อมเด็ก เยาวชน และประชาชน เข้าร่วมงานอย่างคึกคักตลอด 9 วันเต็ม

นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการ NSM เปิดเผยว่า งานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ในปีนี้ประสบความสำเร็จทั้งในมิติต่างประเทศและการสร้างผลกระทบต่อการเรียนรู้ของเยาวชนไทย โดยในระดับสากล NSM ได้แสดงศักยภาพการเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ของภูมิภาค ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเครือข่ายพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2569 (Asia Pacific Network of Science and Technology Centres Conference: ASPAC Conference 2026) ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริหาร นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญจาก 68 หน่วยงาน ใน 30 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, จีน, ญี่ปุ่น, เยอรมนี, ออสเตรเลีย และชาติสมาชิกอาเซียน มาร่วมแลกเปลี่ยนยุทธศาสตร์และกำหนดทิศทางแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ร่วมกัน

ขณะเดียวกันหัวใจสำคัญที่สุดของการจัดงานคือการ “จุดประกายและสร้างทักษะแห่งอนาคตให้แก่เยาวชน” ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้จริง (Hands-on Experience) นอกห้องเรียน โดยเด็กๆ ได้ฝึกทักษะการตั้งคำถาม การสังเกต และการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณ ไม่ว่าจะเป็นการเท่าทันเทคโนโลยีในนิทรรศการ AI Revolution: The New Human Edge เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้กำหนดทิศทางปัญญาประดิษฐ์, การเข้าถึงขุมพลังธาตุหายากในนิทรรศการ Rare Earth: The Invisible Powe ที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม EV และพลังงานสะอาด, ตลอดจนการตระหนักรู้ถึงความมั่นคงทางอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพผ่านนิทรรศการ The Hidden World of Rangelands และ Over the Bloom ที่เปิดมุมมองใหม่ให้เห็นคุณค่าของดอกไม้ต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยจุดประกายความอยากรู้อยากเห็น และส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่เยาวชนไทย

“NSM ขอขอบคุณพันธมิตรทุกภาคส่วน คณะครู และเยาวชนทุกคนที่มาร่วมเปิดโลกการเรียนรู้ ความสำเร็จในครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับวงการพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ไทย โดยหลังจบงาน NSM จะนำชิ้นงานและนิทรรศการบางส่วนไปจัดแสดงต่อ ณ พิพิธภัณฑ์ในสังกัด NSM และกระจายส่งต่อไปยังแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เพื่อขยายโอกาสการเรียนรู้แก่เยาวชนในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง” นายสุวรงค์ กล่าว

นอกจากนี้ ได้มีการมอบรางวัล “Thailand Science Communication Awards 2026”  เพื่อเชิดชูเกียรติบุคลากร องค์กร และผลงานที่มีบทบาทโดดเด่นในการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่สาธารณชนอย่างสร้างสรรค์ เปลี่ยนเรื่องยากให้เข้าใจง่าย และร่วมกันยกระดับการรู้วิทยาศาสตร์สำหรับพลเมือง (Science Literacy) ให้กว้างขวางและเข้มแข็งยิ่งขึ้น และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวสู่อนาคตด้วยพลังแห่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม

สำหรับ Thailand Science Communication Awards 2026 รวม 15 รางวัล ได้แก่ รางวัลผู้ทรงคุณูปการด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ (Distinguished Science Communication Award) จำนวน 4 ท่าน รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล คุณเฉลิมชัย ห่อนาค ศ.ดร.พิชัย สนแจ้ง และ Emeritus Professor Susan Mary Stocklmayer

รางวัลนักสื่อสารวิทยาศาสตร์แห่งปี

(Science Communicator of the Year) จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ และ ผศ. ดร.ป๋วย อุ่นใจ

รางวัลองค์กรสื่อสารวิทยาศาสตร์ดีเด่น (Excellence in Science Communication Organization Award) จำนวน 5 รางวัล ได้แก่ สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย และ ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS)

รางวัลผลงานสื่อสารวิทยาศาสตร์ยอดเยี่ยม (Outstanding Science Communication Award) จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ ประเภทแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้แก่ อวกาศน่ารู้ by KornKT ประเภทรายการสาระบันเทิงด้านวิทยาศาสตร์ ได้แก่ รายการ Kid Rangers ปฏิบัติการเด็กช่างคิด และประเภทโครงการหรือกิจกรรม ได้แก่ Bringing Thailand to Space: ประเทศไทยจะไปอวกาศ

นอกจากนี้ เพื่อต่อยอดแรงบันดาลใจและส่งต่อโอกาสให้แก่เยาวชน NSM ขอเชิญชวนน้อง ๆ ร่วมส่งผลงานประกวดในกิจกรรม “NST Fair บินลัดฟ้า ล่าฝันสู่สิงคโปร์” ชิงรางวัลแพ็กเกจศึกษาดูงานด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ณ ประเทศสิงคโปร์ รวมทั้งสิ้น 9 รางวัล (รางวัลจากคณะกรรมการ 4 รางวัล และรางวัล Popular Vote 5 รางวัล) เพียงถ่ายทำคลิปวิดีโอรีวิวความประทับใจงาน NST Fair 2026 (ความยาว 60–90 วินาที) โพสต์ลง Social Media ของตนเองแบบสาธารณะ ส่งผลงานได้ตั้งแต่ 15 – 25 สิงหาคม 2569 ติดตามรายละเอียดกติกาเพิ่มเติมและประกาศผลได้ทาง Facebook: NSTFairThailand หรือเว็บไซต์ http://www.thailandnstfair.com และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-577-9960

ASPAC CONFERENCE 2026, NSM, มหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ 2569

สายป่าน อภิญญา เสิร์ฟความฮอต อวดหุ่นเป๊ะในบิกินีสดใส แซ่บจนต้องเหลียวมอง

25 สิงหาคม 2569 เวลา 14:28 น.

เรียกว่าเสิร์ฟความร้อนแรงจนทะเลแทบเดือด สำหรับนักแสดงสาวมากความสามารถ “สายป่าน อภิญญา สกุลเจริญสุข” ที่ล่าสุดออกมาเผยภาพทริปพักผ่อนริมทะเล พร้อมสาดลุคซัมเมอร์สุดเซ็กซี่ในชุดบิกินี่ตัวจิ๋วสีสันสดใส ทำเอาแฟน ๆ แห่กดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมความสวยแซ่บกันอย่างล้นหลาม

ในภาพที่เจ้าตัวโพสต์ลงโซเชียล สายป่านมาในชุดบิกินี่ที่ช่วยขับผิวแทน เผยรูปร่างสุดฟิต หน้าท้องแบนราบ พร้อมกล้ามเนื้อสวยสุขภาพดี

งานนี้แฟนๆ และเพื่อนในวงการบันเทิงเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างต่อเนื่อง หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สายป่านยังคงรักษาฟอร์มความสวยและความแซ่บได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะมาในลุคเท่ หวาน หรือเซ็กซี่ ก็เอาอยู่ทุกสไตล์

ภาพจาก : @apinnya

ดาราใส่บิกินี่, สายป่าน, สายป่าน อภิญญา

‘บัลลังก์หมอลำ’ ม่วนสนั่นเวที ‘แมน-แต้ว-บู๊ท-ท็อป’เสิร์ฟโชว์สุดพิเศษ ยินดี 10 ผู้เข้าแข่งขันยอดวิวปัง คว้าตั๋ว Fast Track เข้าสู่รอบ 2

25 สิงหาคม 2569 เวลา 15:58 น.

ม่วนต่อเนื่อง !  “บัลลังก์หมอลำ” สัปดาห์นี้จัดโชว์พิเศษจาก 4 คนดังแห่งวงการหมอลำ พฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคมนี้ “แมน จักรพันธ์-แต้ว สุกัญญา-บู๊ท จักรพันธ์” และวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พบ “ท็อป นรากร” จากคณะระเบียบวาทะศิลป์ พร้อมลุ้นผู้เข้าแข่งขันคนใดจะฝ่าด่าน Pre Audition เข้ารอบ และร่วมยินดีกับ 10 ผู้เข้าแข่งขันที่ทำยอดวิวสูงสุด ได้ไปต่อในรอบ 2

เดินหน้าสร้างความสนุกต่อเนื่อง สำหรับเวที “บัลลังก์หมอลำ” ที่สัปดาห์นี้มีโชว์สุดพิเศษจาก 4 คนดังแห่งวงการหมอลำ “แมน จักรพันธ์-แต้ว สุกัญญา-บู๊ท จักรพันธ์”  และ “ท็อป นรากร” พร้อมการแข่งขันสุดเข้มข้นของหนุ่ม ๆ ผู้มีหัวใจรักหมอลำ โดยมี “ยูโร ยศวรรธน์” รับหน้าที่พิธีกร พาผู้ชมลุ้นทุกจังหวะการแข่งขัน

เริ่มความม่วน วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคมนี้ เปิดเวทีต้อนรับสุดยอดแห่งวงการหมอลำยุคนี้ 3 หัวหน้าคณะ 3 สไตล์ แมน จักรพันธ์ จากหมอลำคณะขวัญใจแฟนแฟน, แต้ว สุกัญญา จากหมอลำเสียงแจ๋ว  และ บู๊ท จักรพันธ์ จากหมอลำคณะซานเล้าบันเทิงศิลป์ ที่แท็กทีมมาจัดโชว์พิเศษ เสิร์ฟความม่วนให้แฟน ๆ ได้ชมแบบเต็มอิ่ม งานนี้ แม่ครู ดร.ราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร ให้เกียรติมาร่วมนั่งดูการแสดงพิเศษ ก่อนเข้าสู่ช่วงลุ้นไปกับการแข่งขันที่ม่วนเต็มพิกัด โดยมี พ่อเอ๊ะ-ภักดี พลล้ำ รับหน้าที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมกับ 3 กรรมการ สุนารี ราชสีมา, เบิ้ล ปทุมราช และแบงค์-รัฐวิชญ์ อนันต์พรสิริ ที่พร้อมให้คำแนะนำและตัดสินผู้เข้าแข่งขันอย่างเข้มข้น

ขณะที่ 3 ผู้เข้าแข่งขันประจำวันนี้ต่างมีเรื่องราวและความฝันที่น่าจับตา  ปั๊กเกอร์  สหศวรรษ จากสกลนคร  หนุ่มที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อเดินตามฝันสมัครงานหมอลำ และที่มารายการนี้เพราะเชื่อว่าจะทำให้เส้นทางการเป็นหมอลำไปได้ดีในภายภาคหน้า ด้าน บอสจิ เกียรติศักดิ์ หนุ่มศรีสะเกษ ผู้ซึมซับศิลปะหมอลำมาตั้งแต่เด็ก พร้อมความฝันการเป็นนักร้องและศิลปินหมอลำเต็มตัว และไตเติ้ล อิศเรศ  หนุ่มสุรินทร์ ผู้เข้าแข่งขันอายุน้อยสุดของวันนี้ แต่ตั้งใจสืบสานศิลปะหมอลำให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักและหลงรัก ใครจะสามารถคว้าใจกรรมการและผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ต้องติดตาม

ต่อด้วย วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พบกับ ท็อป นรากร  พระเอกหมอลำชื่อดังจากคณะ ระเบียบวาทะศิลป์  มาร่วมโชว์พร้อมนั่งให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขันติดขอบเวที  และเช่นเคยพิธีกรสุดหล่อ ยูโร ยศวรรธน์ พาผู้ชมลุ้นไปพร้อมกับ พ่อเอ๊ะ-ภักดี พลล้ำ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และ 3 กรรมการ สุนารี-เบิ้ล–แบงค์  

สำหรับผู้เข้าแข่งขันในวันนี้ ได้แก่ ซี  ธราธิป จากขอนแก่น  หนุ่มที่อยากลองท้าทายตัวเองในสิ่งที่ไม่เคยทำคือ การมาแข่งขันรายการใหญ่แบบนี้, ต้นน้ำ  สมคะเณย์ หนุ่มยโสธร  ที่ผ่านการฝึกฝนเก็บประสบการณ์จากวงหมอลำชื่อดังมาแล้วหลายคณะ และปีใหม่  เฉลิมเกียรติ  ชาวอุบลราชธานี  หนุ่มเรียนดีที่รับงานแสดงหมอลำซิ่งเพื่อหาเงินเรียน เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเต็มที่ และตั้งใจกับการแข่งขันครั้งนี้  โดยทั้ง 3 คนพร้อมใส่เต็มร้อยเพื่อคว้าโอกาสบนเส้นทางที่ฝัน ใครจะเป็นหนึ่งเดียวที่ได้ไปต่อ ร่วมลุ้นพร้อมกัน

นอกจากนี้ยังมีช่าวดี ขอแสดงความยินดีกับ 10 ผู้เข้าแข่งขัน “บัลลังก์หมอลำ” ที่ทำยอดรับชมจากทั้ง 3 ช่องทางออนไลน์รวมกันสูงสุด 10 อันดับแรก และคว้าตั๋ว Fast Track เข้าสู่รอบ 2 ได้สำเร็จ ได้แก่ ต้นน้ำ สมคะเณย์ จ.ยโสธร 2,827,955 วิว, เต้ วีระชัย จ.มหาสารคาม 2,740,903 วิว, ไตเติ้ล  อิศเรศ จ.สุรินทร์ 1,963,419 วิว, ต้นตาล  นวพล จ.กาฬสินธุ์ 1,940,281 วิว, ตาอี๋  สาธิต จ.เลย 1,937,223 วิว, เวฟ  ทัสทัย จ.สกลนคร  1,869,645 วิว, ฟิล์ม กฤษฎากร จ.ขอนแก่น 1,865,102 วิว, ซี นัฐพล จ.ขอนแก่น 1,525,125 วิว, เพชร  วรพจน์ จ.ร้อยเอ็ด 1,513,902 วิว และพอตเตอร์  ธนะรัชต์  จ.ขอนแก่น 1,411,561 วิว 

ติดตามความสนุก และการแข่งขันสุดเข้มข้นทั้งหมดนี้ได้ในรายการ “บัลลังก์หมอลำ”  วันพฤหัสบดีที่ 27 และวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม เวลา 18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35

พร้อมส่งแรงใจเชียร์หนุ่ม ๆ หัวใจรักหมอลำ ลุ้นไปพร้อมกันว่าใครจะก้ามข้ามทุกบททดสอบ และคว้าสิทธิ์ขึ้นครอง “บัลลังก์หมอลำ” ทุกวันพฤหัสบดีและศุกร์ เวลา 18.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35  พร้อมติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการได้ที่  Facebook: บัลลังก์หมอลำ                                                       

งานประกาศรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568 ‘ผีใช้ได้ค่ะ’ไม่พลิกโผ คว้ามากสุดถึง 10 รางวัล

25 สิงหาคม 2569 เวลา 14:44 น.

จัดต่อเนื่องยาวนานเป็นปีที่ 34  สำหรับงานประกาศรางวัลทรงคุณค่าของวงการภาพยนตร์ไทย “สุพรรณหงส์ครั้งที่ 34 ประจำปี 2568” จัดขึ้นโดย สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ  โดยได้รับเกียรติจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมงานในครั้งนี้ ถ่ายทอดผ่านทางช่อง อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 โดยปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ “ALCHEMY OF LIGHT – Where Light, Sound and Soul Become Cinema” จัดขึ้นในวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ณ สยามภาวลัย รอยัล แกรนด์เธียเตอร์ ชั้น 6 พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

เปิดฉากงานด้วยพาเหรดเดินพรมแดงจากเหล่า ผู้กำกับ นักแสดง จากค่ายภาพยนตร์ต่าง ๆ ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ได้แก่  ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่, จี๋-สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร, บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, แจ็คกี้-ชาเคอลีน มึ้นช์, เอินเอิน ฟาติมา, แฟร์รี่-กิรณา พิพิธยากร, มอส-ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐ, อุษา เสมคำ, ริว-อิงครัต ดำรงค์ศักดิ์กุล, อาร์-อาณัตพล ศิริชุมแสง, พี-เอกภพ ต๊ะตา, โมสต์-วิศรุต หิมรัตน์, อุ๋ม-อาภาศิริ นิติพน, บลาบูม-วิศรุต หอมหวน, อุ้ม-วัลลภ รุ่งกำจัด ฯลฯ

จากนั้นสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติร่วมรับชมวิดิโอเพื่อระลึกถึงบุคคลในวงการภาพยนตร์ผู้ล่วงลับ   ก่อนที่พิธีกรกล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ พร้อมนำเข้า VTR รวมหนังไทยทั้งหมดในปี 2568 ที่เข้าชิงรางวัลในปีนี้ทั้ง 53 เรื่อง  ได้แก่ แสบสนั่น พันธุ์สั่นสู้, พนอ, เจ้าดวงเดือน, ไอ้เป๊าะ CEO ม.6, แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่างเรา, สาปอสรพิษ, สวัสดีวันจันทร์(ส), มานี มานะ : มิตรภาพระหว่างเพื่อน, นาคบรรพ์, เพราะรักต้องมี, แต่ง…Monk, มูลู หน้าครู, ซองแดงแต่งผี, ตำนานหน้ากากผีตาโขน, ฮาลาบาลา ป่าจิตหลุด, เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊, 4 ป่าช้า, ฮีโร่บ้านทุ่ง, สุสานคนเป็น, เจนนี่ ต้องรอด, หลวงพี่แจ๊สโคตรซิ่ง, โฮม สวีท โฮม : กำเนิดใหม่, พี่วรรณมาสอน, พระร่วง…มหาศึกสุโขทัย, ฮักสัปปะลี่ กับคดีสีชมพู, วิญญาณเลขที่ 13, ห่าก้อม, คายอ้อ, นากรักมากม๊ากมาก, ท่าแร่, เทย ไทบ้านเดอะซีรีส์, วงกตใต้ฝุ่น, โศกาภิวัฒน์, ปีนเกลียว, ผีใช้ได้ค่ะ, ฟู้ดทรัก ลัก(รัก)หมูเด้ง, ลบหลู่, เวียนว่ายตายเกิด, เลี้ยงรุ่น, เรื่องในข้อแม้ของเวลา, อีสานอำพราง, ธี่หยด3, สงัด, ผีเบล, เสือ, อนงค์2…สามสี่ชาติ, หมู่บ้านโคกะโหลก, ตาโขน, มือปืน, ข้างบ้าน, ดีว่า..ราวี, ดรีม!  และ หอแต๋วแตก แหกหลีหู

ในปีนี้ สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้มอบรางวัล สุพรรณหงส์เกียรติยศ (Lifetime Achievement Award) .ให้กับ คุณวิสูตร พูลวรลักษณ์, รางวัลผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ อาภาศิริ นิติพน จาก ผีใช้ได้ค่ะ, รางวัลผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ได้แก่ ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ จาก แฟลตเกิร์ล ชั้นห่างระหว่างเรา, รางวัลเทคนิคการสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม  ได้แก่ เสือ จาก บริษัท แฟทแคท จำกัด, รางวัลเทคนิคพิเศษการแต่งหน้ายอดเยี่ยม ได้แก่ ข้างบ้าน โดย อาภรณ์ มีบางยาง, โยษิตา ลิมปภาส, วราภรณ์ ศรีสวัสดิ์, มีนา จงไพบูลย์, อัยย์มี่ อิสลาม, สิรวิชญ์ จิตตะประพันธ์, วิชญาดา สังข์โชติ, ชนม์นิภา ขยันงาน, รางวัลออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ได้แก่ ผีใช้ได้ค่ะ โดย ภีม อุมารี , รางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม ได้แก่  ผีใช้ได้ค่ะ โดย ราสิเกติ์ สุขกาล

รางวัลดนตรีประกอบยอดเยี่ยม ได้แก่ ผีใช้ได้ค่ะ โดย ชัยบวร ศรีลูกหว้า, รางวัลเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ “See You Somewhere” จาก  ซองแดงแต่งผี โดย อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์, รางวัลบันทึกเสียงและผสมเสียงยอดเยี่ยม ได้แก่ ผีใช้ได้ค่ะ โดย Lim Ting Li, ริชาร์ด ฮ๊อคส์ และ สราวุธ พันถา, รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม ได้แก่ เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊ โดย ธีรวัชร์ ใหญ่ลำยอง, รางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม ได้แก่ ผีใช้ได้ค่ะ โดย พสิษฐ์ ตันเดชานุรัตน์ , รางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม ได้แก่ เจ้าดวงเดือน โดย บริษัท ซัน แอนด์ มูน โปรดักชั่นส์ จำกัด, รางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่  ผีใช้ได้ค่ะ โดย รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค, รางวัลภาพยนตร์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยยอดเยี่ยม ได้แก่  เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊ (The Stone) : บริษัท จังก้า พลัส สตูดิโอ จำกัด และ บริษัท คาร์แมน ไลน์ สตูดิโอ จำกัด

รางวัลผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ได้แก่ ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ จาก ผีใช้ได้ค่ะ, รางวัลผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม ได้แก่ จินเจษฎ์ วรรธนะสิน จาก เดอะ สโตน พระแท้ คนเก๊, รางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม  ได้แก่ รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค : ผีใช้ได้ค่ะ  มอบโดย คุณรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ภาพยนตร์ไทยรายได้สูงสุดประจำปี 2568 ได้แก่ “ธี่หยด 3” จาก บริษัท เอ็ม ดิสทริบิวชั่น จำกัด และ บริษัท บีอีซี เวิลด์, รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่  ผีใช้ได้ค่ะ จาก บริษัท 185 ฟิล์มส์ จำกัด, โอ เล แมง, โมโม่ ฟิล์ม โค, เมยานา ฟิล์มส์, ซินีม่า ทเวนตี้ทู, เอ็นเอ็ดส์, คลิฟ แคปิทัล และ ที ซิกตี้ ซิก

จากนั้น คุณรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, คุณโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม, คุณชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, คุณใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ, คุณธนกร ปุลิเวคินทร์ ประธานสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ, คุณพรชัย  ว่องศรีอุดมพร เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ,  คุณวิชัย กุลธวัชชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และผู้ที่ได้รับรางวัลทุกคนขึ้นเวทีถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน