นก อุษณีย์ ควง ม่วย เปิดใจนาทีคุกเข่าขอแต่ง ฤกษ์วิวาห์26 พ.ย. 69

นก อุษณีย์ ควง ม่วย เปิดใจนาทีคุกเข่าขอแต่ง ฤกษ์วิวาห์26 พ.ย. 69

นก อุษณีย์ ควง ม่วย เปิดใจนาทีคุกเข่าขอแต่ง ฤกษ์วิวาห์26 พ.ย. 69

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.20 น.

 “นก อุษณีย์” ขอควง “ม่วย นิธิตรา” เปิดใจครั้งแรก หลังทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอแต่งงานสุดโรแมนติกริมแม่น้ำที่ญี่ปุ่น พร้อมไขข้อสงสัย ทำไมนกถึงเป็นคนขอแต่งงาน พร้อมประกาศชัดแต่งปีนี้แน่นอน ย้อนเล่าประสบการณ์ขนหัวลุกห้องทำงานเป็นศูนย์รวมของวิญญาณ ม่วยเคยเจอมากับตัวแล้ว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 

 เล่าโมเมนต์หวาน?

นก : ก็ตื่นเต้นมากที่สุดในชีวิต เราเกิดมาก็คิดว่าคงได้มีโอกาสแต่งงาน แต่ไม่คิดไม่ฝันว่าเราจะเป็นฝ่ายคุกเข่าขอใครแต่งงาน มันก็ตื่นเต้น ทำตัวไม่ถูก

 คนเป็นคนคุกเข่าน่าจะเป็นคุณม่วย ทำไมสลับกัน?

นก : เซอร์ไพรส์เขา เซอร์ไพรส์ทุกคนด้วย (หัวเราะ) ถ้ารอเขาคุกเข่าน่าจะอีก 5 ปี จริงๆ เรารู้สึกว่าเขาเป็นผู้ให้มาเยอะแล้ว เสียสละให้คนอื่น เสียสละเพื่อเราหลายอย่างเลยอยากให้เขาได้เป็นผู้รับบ้าง เซอร์ไพรส์แบบนี้บ้าง

 นกตัดสินใจทำแบบนี้เพราะเราไม่ชอบเซอร์ไพรส์ เราเลยจัดเซอร์ไพรส์ให้ม่วยเอง?

นก : จริงๆ เป็นคนเรื่องเยอะ ไม่ชอบเซอร์ไพรส์ กลัวว่าไม่ถูกใจ เป็นคนเก็บสีหน้าอาการไม่ได้ สั่งเขาไว้ตั้งแต่แรกเลยว่าห้ามเซอร์ไพรส์นะเดี๋ยวเลือกแหวนมาไม่ชอบ เราต้องไปเลือกด้วยกัน 

ม่วย : ม่วยเป็นคนโป๊ะตลอด เซอร์ไพรส์เขาคงยากมาก

 นก : แต่นกตั้งใจไว้อยู่แล้วว่าจะซื้อแหวนเพื่อคุกเข่าขอเขาแต่งงาน อยากได้เราสองคนได้มีโมเมนต์นี้ โดยตกลงกันว่าถ้าตกลงกันไม่ได้ เราอาจผลัดกันคุกเข่าถ่ายรูป ไม่มีเซอร์ไพรส์ ก็ดูสถานที่ไว้แต่ผิดแผนไปหมดเลย ตอนแรกตั้งใจว่าอยากได้ที่บรรยากาศสวยๆ อยากไปเที่ยวทุ่งดอกไม้ ไปต่างประเทศ ก็จองทริปไปประเทศจอร์เจียไว้ แต่มีเรื่องเหตุการณ์ความไม่สงบ ก็เลื่อนเปลี่ยนมา ก็คิดว่าคงไม่ได้ไปไหนแล้ว เอาใกล้ๆ อย่างเขาใหญ่แล้วกัน บรรยากาศสวย แต่คิวงานเขาก็แน่นมาก ก็ไม่ได้ไปสักที อยู่ดีๆ  ก็ได้ทริปไปญี่ปุ่น คือลูกค้าเป็นสายการบิน ติดต่อมาว่าเขาเปิดเส้นทางไปโตเกียว อยากเชิญคู่เราไปปฐมฤกษ์ เปิดเส้นทางนี้ 

คิดมั้ยว่านี่แหละฟ้าประทาน ต้องทริปนี้แหละ?

นก : ใช่ แต่มันมีเวลาแค่ 4 วันหลังจากที่รู้ตัว แล้วมันติดเสาร์-อาทิตย์ เหมือนวันจันทร์-อังคารเขาไปอ่านข่าวปุ๊บ นกก็รีบบึ่งรถไปดูแหวน ไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ต้องเบอร์นี้ไซส์นี้เท่านั้น ต้องมีของเลย ต้องไม่เม็ดใหญ่ ต้องไม่เวอร์ ต้องไม่ผู้หญิงเกินไป ปกติร้านไม่ได้มีทุกไซส์ทุกแบบให้เราเลือกใช่มั้ย จริงๆ เราคิดว่าจะมีโมเมนต์นี้ เราก็แอบเก็บข้อมูลมาเรื่อยๆแต่ไม่คิดว่ามันจะปุบปับแบบนี้ เขาก็ใส่แหวนอันเก่าติดนิ้วตลอดเวลา เราก็พยายามบอกว่าไม่ต้องใส่หรอก ถอดเก็บไว้บ้านบ้าง เขาบอกว่าไม่ได้ (หัวเราะ) เขาก็ไม่ถอด วันนั้นที่ขอเขาก็ใส่ทั้งสองวง (หัวเราะ) 

ตอนถูกขอแต่งงาน มีหลายอารมณ์มาก อารมณ์นึงคุณม่วยอยากโดดสะพาน?

ม่วย : เราดูดอกไม้ไฟกันเสร็จใช่มั้ย เขาก็เหมือนถ่ายคลิปปิดพูดคุยกันไม่ได้คิดอะไรตอนนั้น ก็พูดไปเรื่อยๆ เปื่อยๆ เลย ฝนตกแล้ว เราก็หิวข้าวแล้ว หันไปแป๊บนึง เขาลงไปคุกเข่า มันช็อกมาก ไม่ได้ทันเตรียมการ ไม่ได้คิดอะไร ปากเบะหมดเลยค่ะ จะร้องด้วย หัวเราะด้วย ก็คิดว่าทำไงดีวะ อยากโดดสะพาน มันตื่นเต้น มันไปไม่ถูก 

นก : เราอยู่โตเกียวเลย ก็คิดว่าเป็นงานดอกไม้ไฟ สั่งชุดยูคาตะน่ารักๆ มาใส่กันดีกว่า แต่กว่าจะได้คุกเข่าก็เหนื่อยเหมือนกัน เราไม่เคยไปงานดอกไม้ไฟมาก่อน เราก็คิดในหัว ฉากหลังเป็นดอกไม้ไฟ เราจะเริ่มขอ พอเขาเซย์เยสปุ๊บ ดอกไม้ไฟจะต้องจุดปุ้งๆ นั่นคือสิ่งที่คิด แต่ความจริงคือคนเป็นล้านเลย ตร. รปภ. ก็บอกให้เดินไป ไม่ให้หยุดเลย ก็คิดว่าให้เดินไปถึงไหน เดินไปเป็นกิโลแล้ว

จุดที่ขอไม่มีคนเลย?

นก : เราเดินไปไกลมากเป็นกิโล จนกระทั่งมาถึงจุดที่เขาเหมือนรันๆ ให้มายืนตรงนี้ เราก็ยืนดูงานจนจบ ฝนก็เริ่มตก คนก็หายไปกันหมดแล้ว เราก็เออ ไปถ่ายรูปกัน เลือกมุมสวยๆ ไม่มีคนเลย 

ใจตอนนั้นเป็นยังไง?

นก : โอ้โห เกือบไม่ได้แต่งแล้ว เกือบได้จัดงานศพแล้ว (หัวเราะ) หัวใจจะวาย เต้นแรงมาก น้องที่นัดไว้ก็ไม่มา ไม่มีคนถ่ายให้ ก็หานักท่องเที่ยวแถวนั้น เมียเขายืนอยู่ข้างหลังคลิปค่ะ (หัวเราะ) เขาเป็นฝรั่ง เราก็บอกว่ายูช่วยถ่ายคลิปให้หน่อย เขาก็ยืนถือให้เขาก็ไม่รู้เหมือนกันจะเกิดอะไรขึ้น พอเราคุกเข่าเขายืนยิ้มเลย 

ม่วย : มันมีทุกความรู้สึกเลย  พูดแล้วจะร้องไห้ คืออย่างที่เคยเล่า ชอบเขาตั้งแต่ปี 48 กว่าจะได้บอกชอบกัน กว่าจะได้กลับมาเจอกัน กว่าจะได้คุยกัน ไม่ได้คิดด้วยว่าจะเป็นเขา เหมือนทุกอย่างเติมเต็มกลับมาหมดเลย 

อยากขอบคุณมั้ยที่นกเป็นคนขอ?

ม่วย : ก็ขอบคุณเขา วันนั้นที่พูดกับเขาคือเขาถามเหมือนกันว่าร้องไห้ทำไม ขอบคุณที่เห็นค่าในตัวม่วย มันอิ่มมากสำหรับความรู้สึกที่เขาให้กลับมา ขอบคุณค่ะ 

ได้ฤกษ์แล้ว วันไหน?

นก : วันที่ 26 พ.ย.ค่ะ จัดงานแถวๆ สมุทรปราการค่ะ เป็นวันที่ 26 เพราะเป็นวันที่เขาขอเป็นแฟน เราก็ตกลงกันไว้ตั้งแต่ 3 เดือนแรกที่เราคบกันว่าเอางี้แล้วกันอีกสามปีก็ตรงกับ 2026 แล้ววันที่ 26 เดือน 11 2026 เลขสวย ก็แต่งวันนั้นแหละ

ธีมงานเป็นยังไง?

นก : อิงลิชวินเทจ อยากได้ฟีลอยู่ในสวน กระโปรงบาน เป็นงานเอาต์ดอร์ เป็นกันเองเล็กๆ อบอุ่น มีแค่พิธีวาว และดินเนอร์ปาร์ตี้กัน  ตอนนี้เตรียมประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ มั้ง (หัวเราะ) มันเหลือเรื่องที่สำคัญ ยังไม่สำเร็จสักที คือเรื่องลดน้ำหนัก ไม่กล้าไปลองชุดเพราะอ้วนมาก (หัวเราะ) มีชุดที่เป็นแบบในใจ อยากได้ประมาณนี้ ดูร้านในเน็ตไว้ แต่ไม่กล้าไปลองที่ร้าน เพราะตั้งเป้าต้องลดน้ำหนักกันทั้งสองคน

ตั้งเป้าไว้คนเท่าไหร่?

นก : 6-7 โลอยู่นะ ถามว่าขึ้นมาเท่าไหร่ดีกว่า (หัวเราะ)

ครอบครัวสองฝ่ายว่าไงบ้าง?

ม่วย : ม่วยก็บอกคุณแม่เอาไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว บอกคุณพ่อที่บ้าน ทุกคนก็โอเค อะไรที่เรามีความสุข คุณพ่อคุณแม่เขาก็โอเคพี่น้องก็แฮปปี้ไปด้วย 

นก : หม่าม้าต้องโอเค เพราะเคยถามแล้วว่าจะยกให้มั้ยลูกสาว ถ้าไม่ยกให้จะพาหนีนะ (หัวเราะ) ม้าบอกไม่ให้ นกเลยบอกงั้นไปด้วยกัน ม้าไปด้วย (หัวเราะ)

คบกันมีความเห็นไม่ตรงกันบ้างมั้ย?

นก : ต้องมีแหละเป็นธรรมดา แต่ว่าโดยเนเจอร์ของม่วย เขาเป็นคนไม่เถียงใครอยู่แล้ว ไม่ทะเลาะกับใครอยู่แล้ว ประนีประนอม ค่อนข้างเก็บกดค่ะ เรื่องที่ทะเลาะกันก็จะเป็นเรื่องที่นกดุเขา ทำไมไม่รู้จักสู้คนบ้างเลย การทำงานมันมีความเครียดมีเรื่องมากระทบ เขาก็จะเงียบ เก็บๆ ไว้ ก็บอกมันไปสิ 

ม่วย : เป็น Devil อยู่ข้างหลัง ให้เราสู้คน 

สู้บ้างมั้ย?

ม่วย : ถอยหน้าถอยหลังค่ะ ยุไม่ขึ้นค่ะ มาบ่นกับเขาอย่างเดียว 

นก : ถามว่าได้อะไร ด่าซ้ำ (หัวเราะ)

เวลาทะเลาะกัน บ้านนี้ใครชนะ ใครแพ้?

นก : ไม่น่าถาม (หัวเราะ)

ม่วย : ชัดๆ เลยค่ะ ดูออก ยอมให้เขาค่ะ 

ใครคลั่งรักกว่า?

นก : ไม่น่าถามอีก (หัวเราะ)

ม่วย : ม่วยค่ะ

นก : บางทีเขาคลั่งรักจนบอกพอเหอะ ชอบนั่งมองหน้าแล้วบอกสวยจังเลย ทำไมวันนี้สวยจังเลย ทำผมแบบนี้สวย อุ้ย เขิน เขินอะไร (หัวเราะ) 

ม่วย : ตอนเคยชอบเขา ไม่เคยบอกเขาไง 

นก : เขินอะไร อยู่ในห้องไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลย มองหน้าเขินอะไร (หัวเราะ) อยู่ห้องสบายๆ เรื่องน่าเขินไม่เขินไง แก้ผ้าเดินอยู่ในห้อง แต่ทีชมสวย เขิน 

มองนกหวาน นางเอก แต่อยู่บ้านสลับกัน?

นก : มันเป็นแค่เปลือกนอก 

ม่วย : เทสที่สร้างกับร่างที่เป็น 

นก : จริงๆ เขาอ่อนโยน เสียสละ มุ้งมิ้ง ชอบสีชมพู เป็นคนหวานๆ แต่เขาโตมาแล้วมีเกราะมีกำแพง เสือสิงห์กระทิงแรดเยอะไง เขาก็เลยมีลุคโปรเทคตัวเองนิดนึง ส่วนเราก็บอกตลอดว่าไม่ใช่คนเรียบร้อย 

ม่วย : เขาเป็นคนลุยๆ ห้าวๆ แบกหามยกของ เขาคนเดียวเลย

นก : เปลี่ยนหลอดไฟ อะไรแบบนี้ 

ม่วย : ไล่จิ้งจก ไล่แมลงสาบ เขาคนเดียวเลย เราอยู่บนเตียงแล้ว (หัวเราะ) 

เรื่องจดทะเบียน มีแพลนจะจดมั้ย?

นก : มีค่ะ ตั้งใจไว้ ตอนแก่จะได้ช่วยกันดูแลเรื่องสุขภาพ เวลาไปรพ. แต่ ณ ตอนนี้อาจไม่ได้แต่งแล้วจดเลย อยากเคลียร์ชีวิตให้ลงตัวเรียบร้อยก่อน

เรือนหอล่ะ?

นก : จะเรียกว่าเรือนหอก็ไม่เชิง แพลนไว้เป็นบ้านหลังเกษียณ อีกไม่กี่ปีก็เกษียณแล้ว (หัวเราะ) จริงๆ แพลนไว้ว่าอยากเป็นบ้านที่ใช้ชีวิตบั้นปลาย อยู่ต่างจังหวัด อากาศดีๆ วังน้ำเขียว มีปลูกโน่นนี่กิน 

ดูหรือยัง?

นก : เรียบร้อยแล้ว ออกแบบบ้านเรียบร้อยแล้ว ขุดบ่อเลี้ยงปลาเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นสไตล์คอร์ทเทจหลังเล็กๆ หวังว่าหลังแต่งงานจะเริ่มแพลน ทำงานไปสร้างไปนิดหน่อย

เกษียณเมื่อไหร่?

นก : สัก 55 เนอะ

ม่วย : ประมาณนั้นค่ะ 

รับงานอยู่ เทียวไปเทียวมา?

นก : นกมองว่าพออายุขนาดนั้น เราก็ทำอะไรได้หลายอย่าง ไม่ต้องมาทำงานที่กรุงเทพฯ แล้ว ก็อาจมีขายของออนไลน์ นกแพลนว่าจะมีห้องพักสัก 2-3 ห้อง เผื่อใครมานอน มาพักก็ได้ 

ความรักน้อยคนที่จะเจอคู่รักที่อยู่ด้วยกันแล้วสบายใจ มีความสุข อยากบอกอะไรกันบ้าง?

นก : ไม่ได้ๆ เขียนเสร็จแล้ว เขายังไม่รู้นะ เขียนวาวเสร็จแล้ว 

ไม่เอาคำปฏิญาณแต่งงาน เอาความในใจที่มีต่อกัน?

นก : สำหรับม่วย เขาทำให้นกยิ่งเชื่อมั่นในความรัก เรารู้แหละว่าเราเชื่อในเรื่องความรัก เราจะมีคู่ แต่ว่าเขาเป็นคนทำให้เรารู้สึกว่ารักจริงๆ รักแท้มันมีอยู่จริง แล้วเขาทำให้นกเชื่อมั่นว่ามันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เขาทำให้เชื่อมั่นว่าเขาไม่ได้รักแค่ภายนอก วันที่เราแก่ วันที่เรามีปัญหา ป่วย ติดเตียง เชื่อว่าเขาอยู่กับเรา ไม่ทิ้งเราไปไหน ใช่มั้ยคะ (หัวเราะ)

ม่วย : บอกเขาอยู่บ่อยๆ เหมือนกันว่าขอบคุณมากๆ ที่เขาเป็นทุกอย่าง เป็นทั้งพี่ เป็นทั้งเพื่อน เป็นคนรัก เป็นแม่ เป็นทุกอย่างจริงๆ เขาดูแลม่วยทุกอย่าง โดยเฉพาะความรู้สึกหลายๆ อย่างของเรา สภาพจิตใจของเรา เรารู้สึกว่าเขาคือคนที่ปลอดภัยที่สุด นับตั้งแต่ปี 48 เรารู้สึกว่าเขาก็ยังเป็นคนนั้นเหมือนเดิม 

คู่นี้ไม่ได้มีแค่ความหวาน ทำไมถึงคิดว่าที่ออฟฟิศมีวิญญาณ?

นก : จริงๆ มันมีทุกที่แหละ แต่มีคนเห็นบ้าง ม่วยมีประสบการณ์บ้าง

ม่วย : เห็นเหมือนผู้หญิงเดินผ่านไปผ่านมาแว้บๆ  แต่เพื่อความสบายใจ เรามีไหว้พระสวดมนต์ในห้องทำงานอยู่แล้ว พี่นกชอบทำอะไรตลกๆ คุยกับฟ้ากับดินบ้าง คุยกับหมาบ้าง คุยคนเดียว ก็หยิบโทรศัพท์มาถ่ายเขา 

นก : ทำไมดูไม่ดี (หัวเราะ) เราเครียดไง งานไม่สำเร็จ ติดๆ ขัดๆ เราก็โทษผีโทษสางในห้องนั้น บอกว่าช่วยกันบ้าง อยู่ในห้อง ช่วยๆ กันหน่อย จะเอาบุญมั้ย จะได้ทำไปให้ แต่ให้งานสำเร็จหน่อย ก็ตกลงกัน 

ขู่สิ่งลี้ลับ แต่มีคนทักว่าห้องนี้มีจริงๆ?

ม่วย : เขาบอกมีวิญญาณ สิ่งที่เราไม่เห็น 

นก : เขาบอกฮวงจุ้ยเป็นทางผ่าน แต่เราไม่เคยเจอนะ เขาบอกมาเป็นทางผ่าน ก็คงจะมีเราก็คุยไปเรื่อยเปื่อย

ม่วย :   ถามว่าเห็นจังๆ มั้ย เห็นเป็นคนผ่านไปผ่านมามากกว่า ผ่านหน้าเรา แต่ตอนนั้นไม่ได้คิดนะ คิดว่าเป็นคน พอเขาเลี้ยวไปอีกห้องนึงไม่เห็นแล้ว

คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/DOypQCC-XC8?si=Cs2MJ0Jkrtw849un

พักมง…แต่ไม่พักใจ‘ฮันนี่-ณภัค’ลุยภารกิจเพื่อผู้หญิง

พักมง…แต่ไม่พักใจ‘ฮันนี่-ณภัค’ลุยภารกิจเพื่อผู้หญิง

พักมง…แต่ไม่พักใจ‘ฮันนี่-ณภัค’ลุยภารกิจเพื่อผู้หญิง

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.07 น.

จากนางงามสู่บทบาท “กระบอกเสียงเพื่อสังคม” สำหรับ “ฮันนี่-ณภัค มุทธาเสถียร” Mrs. Classic Universe 2024 นางเอกซีรีส์ธรรมะ และผู้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ล่าสุดขอพักงานประกวดเอาไว้ชั่วคราว แม้จะมีเวทีต่างประเทศติดต่อเข้ามาถึง 2-3 เวที เพราะเจ้าตัวตัดสินใจเลือกโฟกัส “งานเพื่อสังคม” เป็นหลัก “อาจยังไม่ใช่เวลาของเรา”

‘ฮันนี่’เผยว่าวันนี้อยากนำโอกาสและบทบาทที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคม โดยเฉพาะประเด็น ความรุนแรงในครอบครัวและความปลอดภัยของผู้หญิง หลังช่วงที่ผ่านมาได้รับข้อมูลและเรื่องร้องเรียนจากผู้หญิงที่กำลังเผชิญปัญหาเข้ามา หลายเคส

ที่น่าห่วงคือ บางเคสมีการกล่าวถึงการถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักและเกิดความรุนแรงซ้ำภายในครอบครัวจนผู้ได้รับผลกระทบบางรายรู้สึกหวาดกลัวและไม่มั่นใจว่าตัวเองจะปลอดภัยในชีวิตประจำวันเรื่องราวที่ได้รับฟังไม่ได้มีเพียงเหตุการณ์การทำร้ายร่างกายแต่ยังเกี่ยวข้องกับความหวาดกลัว สภาพจิตใจ ความปลอดภัยของเด็กและคนในครอบครัว รวมถึงปัญหาที่ทำให้ผู้เสียหายจำนวนหนึ่งไม่รู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากใครฮันนี่จึงขอใช้ช่วงเวลานี้ รวบรวมข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาแนวทางช่วยเหลือแต่ละกรณีอย่างรอบคอบพร้อมประสานผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรก

“วันนี้ฮันนี่อยากใช้โอกาสที่ตัวเองมี ส่งต่อเสียงของคนที่กำลังเดือดร้อน บางคนไม่มีพื้นที่ ไม่มีพลัง และไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นขอความช่วยเหลือจากตรงไหน ถ้าเราสามารถเป็นอีกหนึ่งเสียง หรือช่วยให้ใครสักคนปลอดภัยขึ้นได้ นั่นคือสิ่งที่มีความหมายมาก” แม้จะมีเวทีต่างประเทศติดต่อเข้ามา แต่ฮันนี่เลือกพักเรื่องมงเอาไว้ก่อน เพราะเชื่อว่า “การสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิตของคนหนึ่งคน ก็เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ได้เหมือนกัน”พักมง…แต่ไม่พักใจ!จากวันนี้ “ฮันนี่-ณภัค” ขอเปลี่ยนจากการเดินบนเวที มาเดินหน้าทำงานเพื่อสังคม พร้อมส่งต่อเสียงให้ผู้หญิงที่กำลังเผชิญความรุนแรง และย้ำว่า ผู้หญิงทุกคนไม่ควรต้องอยู่กับความรุนแรงเพียงลำพัง!

หญิง กัญญา โพสต์อาลัยซึ้งถึง เต้ ดราก้อนไฟว์ ย้อนมิตรภาพยาวนาน 22 ปี

หญิง กัญญา โพสต์อาลัยซึ้งถึง เต้ ดราก้อนไฟว์ ย้อนมิตรภาพยาวนาน 22 ปี

หญิง กัญญา โพสต์อาลัยซึ้งถึง เต้ ดราก้อนไฟว์ ย้อนมิตรภาพยาวนาน 22 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 20.28 น.

กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความสะเทือนใจและเรียกน้ำตาให้กับคนในวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก จากการจากไปอย่างกะทันหันของ เต้ ดราก้อนไฟว์ อดีตสมาชิกบอยแบนด์ชื่อดัง ล่าสุด หญิง กัญญา ไรวินท์ นักจัดรายการวิทยุและเพื่อนสนิท ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โพสต์ข้อความร่ายยาวด้วยความอาลัยรักและความรู้สึกผิดลึก ๆ ที่ไม่สามารถช่วยเหลือเพื่อนรักในยามวิกฤตได้ทัน

โดยในโพสต์ดังกล่าว หญิง กัญญา ได้เผยความในใจพร้อมตั้งคำถามด้วยความเสียใจว่า ทำไมการเผชิญหน้ากับปัญหาครั้งนี้ เต้ถึงเลือกที่จะเก็บเงียบและไม่ยอมโทรหาหรือไลน์หาเธอเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาในอดีต ที่ไม่ว่าจะมีปัญหาเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวอย่างเรื่องร้านทำผม เต้ก็มักจะนึกถึงและติดต่อหาเธออยู่เสมอ พร้อมทั้งย้อนวันวานความสัมพันธ์ฉันเพื่อนที่ยาวนานถึง 22 ปี โดยยกย่องว่าเต้เป็นเพื่อนที่แสนดี น่ารัก มีความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน และไม่เคยแสดงอารมณ์หงุดหงิดหรือโมโหให้เห็นเลยแม้แต่ครั้งเดียว สมกับเป็นสุภาพบุรุษตัวจริง

หญิง กัญญา

นอกจากนี้ เธอยังได้กล่าวขอโทษที่ในตอนนั้นไม่ได้พิมพ์คำว่ารักตอบกลับไป พร้อมอวยพรให้เพื่อนรักเดินทางไกลไปสู่ภพภูมิที่ดีอย่างสงบ และไม่ต้องเป็นห่วงหรือมีความทุกข์ใจใด ๆ อีกต่อไป ท่ามกลางแฟนคลับและเพื่อนร่วมวงการที่เข้ามาคอมเมนต์ร่วมไว้อาลัยกันอย่างเนืองแน่น

หญิง กัญญา
หญิง กัญญา
หญิง กัญญา
หญิง กัญญา
หญิง กัญญา
หญิง กัญญา

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม yingriwin

คัมแบ็กแล้ว จา พนม ประกาศข่าวดีมะเร็งหายแล้ว พร้อมลุยงานแสดงเต็มสูบ

คัมแบ็กแล้ว จา พนม ประกาศข่าวดีมะเร็งหายแล้ว พร้อมลุยงานแสดงเต็มสูบ

คัมแบ็กแล้ว จา พนม ประกาศข่าวดีมะเร็งหายแล้ว พร้อมลุยงานแสดงเต็มสูบ

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.54 น.

ทำเอาแฟน ๆ ใจชื้นและหายห่วง หลังจากที่นักบู๊ชื่อดังระดับโลก จา พนม หรือ ทัชชกร ยีรัมย์ ปรากฏตัวด้วยใบหน้าสดชื่นสดใส มาร่วมเดินพรมแดงและให้สัมภาษณ์ในงาน 2026 WEIBO GALA – Weibo Cultural Communication Night (Thailand) ซึ่งจัดขึ้น ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา หลังก่อนหน้านี้ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งท่อน้ำดีและถุงน้ำดี ระยะที่ 3 จนต้องเข้ารับการรักษา ผ่าตัด และทำคีโมอย่างต่อเนื่อง

โดย จา พนม ได้เปิดใจอัปเดตอาการป่วยและสุขภาพให้ฟังว่า ตอนนี้ร่างกายดีขึ้นมาก ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ และสามารถกลับมารับงานแสดงได้อย่างเต็มที่แล้ว แม้ว่าหลายคนจะทักว่าดูผอมลง แต่เจ้าตัวกำลังเร่งฟื้นฟูร่างกายด้วยการเสริมโปรตีนและออกกำลังกายควบคู่กันไป พร้อมทั้งยืนยันด้วยความอารมณ์ดีว่าโรคมะเร็งดังกล่าวได้หายเป็นปลิดทิ้งแล้วและกำลังใจดีมาก โดยระบุข้อความว่า “สุขภาพดีขึ้นมากเลยครับ ทุกอย่างปกติแต่ก็ยังต้องมีการไปฟอลโลว์อัพกับทางคุณหมออยู่ เรียกว่ากลับมารับงานได้เต็มที่แล้ว แต่หลายคนอาจจะยังรู้สึกว่าผมดูผอมลง ตอนนี้ก็มีเสริมด้วยโปรตีนและออกกำลังกายควบคู่กันด้วย ส่วนเรื่องมะเร็งก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้วครับ อย่าเอาไว้เลย เรียกว่ากำลังใจดีมาก”

จา พนม

สกู๊ปพิเศษ : วว. ติดปีกสตาร์ทอัพไทย ดันระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจร

สกู๊ปพิเศษ : วว. ติดปีกสตาร์ทอัพไทย ดันระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจร

สกู๊ปพิเศษ : วว. ติดปีกสตาร์ทอัพไทย ดันระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจร

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ในยุคที่เทคโนโลยีและกระแสความยั่งยืนเป็นตัวกำหนดทิศทางโลก สตาร์ทอัพไทยจะก้าวข้ามสถานการณ์นี้ได้อย่างไร? สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อปลดล็อกศักยภาพงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง พร้อมติดปีกให้ผู้ประกอบการสาย DeepTech, FoodTech และ GreenTech ให้ก้าวสู่ Global Supply Chain ได้อย่างมั่นใจด้วยมาตรฐานสากล

วว.มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเปลี่ยนจากไอเดียหรือผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ให้เป็นธุรกิจนวัตกรรมที่แข่งขันได้ในเวทีสากล ดังนี้ 1.การทำหน้าที่เป็น Total Solution Provider (ผู้ให้บริการที่ครบวงจร) จุดอ่อนอย่างหนึ่งของสตาร์ทอัพไทยในช่วงเริ่มต้นคือการมีไอเดียที่ดี แต่ขาดโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี หรือเครื่องมือราคาแพงในการวิจัยและผลิต โดย วว.มีศักยภาพในการเข้ามาอุดช่องว่างนี้ด้วยแนวคิดการเป็นผู้ดูแลแบบเบ็ดเสร็จ ได้แก่ การวิจัยและพัฒนา (R&D) บริการทดสอบความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี นวัตกรรมวัสดุ พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมชีวภาพ (สมุนไพร  อาหารสุขภาพ เกษตรสร้างสรรค์) , การรับจ้างผลิต (OEM/Product Development) สตาร์ทอัพสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานหรือโรงงานต้นแบบของ วว. ในการผลิตสินค้าล็อตแรกเพื่อทดลองตลาด (Minimum Viable Product : MVP) โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานเอง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล

2.การสร้างมาตรฐานและการทดสอบระดับสูง (Testing & Certification)  การที่สตาร์ทอัพจะระดมทุน หรือส่งสินค้าออกไปขายต่างประเทศได้ สินค้าเหล่านั้นจำเป็นต้องมีมาตรฐานรองรับ ซึ่ง วว. มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิเคราะห์ ทดสอบ และสอบเทียบเครื่องมือที่ได้มาตรฐานสากล ได้แก่ ศูนย์ทดสอบการสลายตัวทางชีวภาพของวัสดุที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล , บริการทดสอบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอาง ซึ่งช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือให้กับสตาร์ทอัพสาย DeepTech, FoodTech และ BioTech ของไทย

3.การขับเคลื่อนนวัตกรรมบนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ (BCG Economy) ปัจจุบันกระแสโลกให้ความสำคัญกับความยั่งยืน วว. นำทิศทางนี้มาเป็นแกนหลักในการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ เช่น โครงการ “ตาลเดี่ยวโมเดล” ที่จัดการขยะสู่พลังงาน หรือการพัฒนานวัตกรรมจุลินทรีย์ไทยเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม สิ่งเหล่านี้สร้างโอกาสให้สตาร์ทอัพไทยสาย GreenTech และ AgTech (เทคโนโลยีการเกษตร) ให้สามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกได้ง่ายขึ้น

และ 4.การเชื่อมโยง “งานวิจัย” สู่ “เชิงพาณิชย์” (Commercialization) ในระบบนิเวศสตาร์ทอัพ วว. ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกวิชาการกับโลกธุรกิจ โดยการนำผลงานวิจัยที่อยู่บนหิ้ง มาสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีให้สตาร์ทอัพนำไปต่อยอด เป็นการติดอาวุธทางปัญญาและสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่เลียนแบบได้ยาก

ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานและบริการวิเคราะห์ทดสอบของ วว. ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพโดยเฉพาะ ภายใต้แนวคิดการให้บริการอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 17025 (มาตรฐานห้องปฏิบัติการ) และ ISO/IEC 17020 (มาตรฐานหน่วยตรวจ)

ดังนั้นสตาร์ทอัพหรือผู้ประกอบการสามารถเข้ามาใช้บริการโครงสร้างพื้นฐานและศูนย์ทดสอบหลักๆของ วว. ได้ตามกลุ่มอุตสาหกรรม ดังนี้ 1.กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการวิจัย พัฒนา และผลิต สำหรับสตาร์ทอัพที่ต้องการพัฒนาสูตร ผลิตสินค้าต้นแบบ หรือทดลองตลาดโดยไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานเอง วว. มีศูนย์เชี่ยวชาญและโรงงานต้นแบบที่เปิดให้เข้าใช้บริการ ได้แก่ โรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร (Food Innovation Service Plant : FISP)  มาตรฐาน GMP สำหรับวิจัยและผลิตอาหารแปรรูป เครื่องดื่ม และอาหารสุขภาพต้นแบบ , ศูนย์บริการนวัตกรรมเครื่องสำอาง (Innovative Cosmetic Services Center : ICOS) ให้บริการตั้งแต่พัฒนาสูตร พัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการทดสอบความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ , ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสาหร่าย (Algal Excellent Center : ALEC)  สำหรับสตาร์ทอัพเกี่ยวกับอาหารแห่งอนาคต หรือสารสกัดมูลค่าสูงจากสาหร่าย ,ศูนย์นวัตกรรมผลิตจุลินทรีย์เชิงอุตสาหกรรม (Innovative Center for Production of Industrially used microorganisms : ICPIM) สำหรับสตาร์ทอัพสาย AgTech หรือ BioTech ที่ต้องการหัวเชื้อจุลินทรีย์คุณภาพสูงนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์

2.ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา (Metrology and Testing Centre : MTC) ซึ่งเป็นหัวใจหลักด้านการวิเคราะห์และทดสอบเพื่อยื่นขอขึ้นทะเบียน หรือยื่นขอมาตรฐานต่างๆ ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการมาตรฐานทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ห้องปฏิบัติการมาตรฐานทางแสงและอุณหภูมิ ห้องปฏิบัติการมาตรฐานทางแสงและอุณหภูมิ  ห้องปฏิบัติการมาตรฐานวิศวกรรมทางกล ห้องปฏิบัติการเคมีวิเคราะห์   ห้องปฏิบัติการชีวเคมีและจุลชีววิทยา

3.ศูนย์พัฒนาและวิเคราะห์สมบัติของวัสดุ (MPAD) เหมาะสำหรับสตาร์ทอัพสาย DeepTech, วัสดุศาสตร์ หรือยานยนต์ ประกอบด้วย ห้องปฏิบัติการตรวจสอบคุณสมบัติวัสดุและวิเคราะห์ความเสียหาย   ห้องปฏิบัติการตรวจสอบสมรรถนะและความปลอดภัย ห้องปฏิบัติการทดสอบการสลายตัวทางชีวภาพของวัสดุ สำหรับสตาร์ทอัพผลิตบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก หรือพลาสติกชีวภาพ เพื่อทดสอบว่าย่อยสลายได้จริงตามมาตรฐานสากลหรือไม่

4.ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย (Thai Packaging Centre : TPC)  สำหรับสตาร์ทอัพสาย Logistic, E-commerce หรือ FoodTech ที่ต้องการพัฒนาและทดสอบบรรจุภัณฑ์มาตรฐานสากล ประกอบด้วย  ห้องปฏิบัติการพัฒนาบรรจุภัณฑ์  บริการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร และเพิ่มมูลค่าสินค้าห้องปฏิบัติการทดสอบบรรจุภัณฑ์  บริการทดสอบความแข็งแรงของกล่องบรรจุภัณฑ์ ฟิล์มพลาสติก ถุงใส่อาหาร รวมถึงการทดสอบจำลองการขนส่งตามมาตรฐานสากล ป้องกันสินค้าเสียหายระหว่างส่งออก

5.ศูนย์ทดสอบมาตรฐานระบบขนส่งทางราง (RTTC) สำหรับสตาร์ทอัพกลุ่ม HardTech, Heavy Industry หรือกลุ่มระบบขนส่ง ให้บริการทดสอบเกี่ยวกับชิ้นส่วนระบบราง รถไฟ รถไฟฟ้า รวมถึงนวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมขนส่ง ช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการทดสอบวิเคราะห์ด้านระบบราง สนับสนุนการผลิตชิ้นส่วนในประเทศทดแทนการนำเข้าสนับสนุนการผลิตบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญวิจัยด้านระบบราง ตลอดจนวิจัยพัฒนาแก้โจทย์ปัญหาด้านระบบรางของประเทศสู่การสร้างความยั่งยืนในการขนส่งระบบราง ภายใต้กรอบความร่วมมือ 5 ด้าน ได้แก่ 1.การถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา 2.การพัฒนามาตรฐานระบบราง 3.การพัฒนาอุตสาหกรรมระบบราง 4.การทดสอบและการทดลอง และ 5.การพัฒนาทรัพยากรบุคคล

นอกจากระบบนิเวศนวัตกรรมดังกล่าวแล้ว วว. ยังมีช่องทางการเข้าใช้งานบริการ วทน. สำหรับสตาร์ทอัพ โดยปัจจุบัน วว. มีระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP” (e-Services) https://tistrservices.tistr.or.th/ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกบริการ ส่งตัวอย่างวิเคราะห์ ติดตามสถานะตรวจแล็บ และชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินทางไปยังศูนย์บริการต่างๆ ของ วว. พร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000

ยกระดับทักษะดิจิทัลแห่งอนาคต! ศธ. จับมือ อินโดนีเซีย ลุย AI Education ขยายโอกาสทุนการศึกษาเด็กชายแดนใต้

ยกระดับทักษะดิจิทัลแห่งอนาคต! ศธ. จับมือ อินโดนีเซีย ลุย AI Education ขยายโอกาสทุนการศึกษาเด็กชายแดนใต้

ยกระดับทักษะดิจิทัลแห่งอนาคต! ศธ. จับมือ อินโดนีเซีย ลุย AI Education ขยายโอกาสทุนการศึกษาเด็กชายแดนใต้

วันจันทร์ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้นำคณะผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทย กับ กระทรวงศึกษาระดับประถมและมัธยมแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ณ โถง Credential Hall อาคาร Istana Merdeka ทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย  ซึ่งเป็นความร่วมมือด้านการศึกษา ในโอกาสเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

รมว.ศธ. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในฐานะที่ทั้งสองประเทศเป็น “คู่ภาคี” ในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาในรูปแบบต่างๆ ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศและสิ่งพิมพ์วิชาการด้านการศึกษาปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา รวมทั้งการแลกเปลี่ยนครู บุคลากรทางการศึกษา คณาจารย์ และนักเรียน ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญ และที่สำคัญคือ เราจะร่วมรับรองวุฒิการศึกษา โดยสถาบันการศึกษาของไทยและอินโดนีเซีย ภายใต้กฎหมายและระเบียบข้อบังคับของคู่ภาคี

“ได้มีการหารือร่วมกันถึงประเด็น Al Education ซึ่งจะเป็นการพัฒนาสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมผู้เรียนสำหรับโลกดิจิทัลและตลาดแรงงานแห่งอนาคต รวมถึงการพัฒนาศักยภาพครูด้วย นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการส่งเสริมการเรียนภาษาไทยและภาษาอินโดนีเซีย การแลกเปลี่ยนครู อาจารย์สอนภาษา และแลกเปลี่ยนนักเรียน ในลักษณะทุนการศึกษาและโครงการแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะนักเรียนในจังหวัดชายแดนใต้” รมว.ศธ.กล่าว

ปธ.กมธ.ตำรวจ เตรียมนัดถก ตร.-มท. คุยรื้อใหญ่ พ.ร.บ.อาวุธปืน ล้อมคอกเหตุ กราดยิง-ชักปืนขู่ ในโรงเรียน

ปธ.กมธ.ตำรวจ เตรียมนัดถก ตร.-มท. คุยรื้อใหญ่ พ.ร.บ.อาวุธปืน ล้อมคอกเหตุ กราดยิง-ชักปืนขู่ ในโรงเรียน

ปธ.กมธ.ตำรวจ เตรียมนัดถก ตร.-มท. คุยรื้อใหญ่ พ.ร.บ.อาวุธปืน ล้อมคอกเหตุ กราดยิง-ชักปืนขู่ ในโรงเรียน

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 19.19 น.

ปธ.กมธ.ตำรวจ เตรียมนัดถก ตร.-มท. คุยรื้อใหญ่ พ.ร.บ.อาวุธปืน ล้อมคอกเหตุ กราดยิง-ชักปืนขู่ ในโรงเรียน ชงสั่งห้ามพกเด็ดขาด-เจ้าของปืนต้องร่วมรับโทษด้วย 

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2569 นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาอาวุธปืนว่า จากโศกนาฏกรรมเยาวชนชายอายุ14ปี ก่อเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์เด็กมัธยมชักปืนขู่ ทำร้าย เตะ-ต่อย เพื่อนในโรงเรียนดัง ย่านถนนสามเสน  สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้นตอของปัญหาที่เกิดหนึ่งในนั้น คือพ่ายแพ้วัฒนธรรมการพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะจนนำมาสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ 

นายวัชรพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนจึงได้ขานรับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โดยในเร็วๆนี้ ทางคณะกรรมาธิการการตำรวจฯ เตรียมหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทยเพื่อรื้อใหญ่และสังคายนาพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ ทั้งระบบให้มีบทลงโทษที่รุนแรงและรัดกุมมากยิ่งขึ้น สำหรับ มาตรการคุมเข้มครั้งใหญ่นี้จะมุ่งเน้นไปที่การยุติปัญหาการพกปืนตั้งแต่ต้น  โดยจะสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนทั่วไปหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ได้อยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ห้ามพกพาอาวุธปืนออกนอกเคหสถานโดยเด็ดขาดหากผู้ใดฝ่าฝืนพกปืนโดยไม่มีอำนาจจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาที่รุนแรงและมีโทษขั้นอุกฉกรรจ์ 

ประธานกมธ.การตำรวจ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ กฎหมายใหม่จะกำหนดเงื่อนไขผูกมัดให้เจ้าของปืนต้องร่วมรับผิดชอบทางคดีอาญาทันที ในฐานะผู้ต้องหาร่วม หากอาวุธปืนที่มีทะเบียนของตนถูกขโมยหรือถูกบุคคลอื่นนำไปก่อเหตุยิงผู้อื่น เว้นแต่จะมีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันว่าปืนสูญหายไว้ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุเท่านั้น
สำหรับความสำคัญของการเก็บรักษาอาวุธปืน ผู้ที่มีสิทธิครอบครองปืนทุกคนจะต้องเก็บรักษาปืนอย่างมิดชิดที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหรือเยาวชนเข้าถึงอาวุธได้โดยง่าย 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีข้อเสนอจากบางฝ่ายที่ต้องการให้ครูสามารถพกพาอาวุธปืนเพื่อป้องกันตัวในสถานศึกษา นายวัชรพงศ์ กล่าวว่า  ตนขอยืนยันตามแนวทางของท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้ปัดตกข้อเสนอนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากครูไม่ใช่เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการใช้อาวุธ ซึ่งการแก้ปัญหาที่ถูกต้องคือการบังคับใช้กฎหมายปืนฉบับใหม่ที่เด็ดขาดเพื่อกวาดล้างคนพกปืนนอกบ้านมากกว่าการเพิ่มจำนวนอาวุธปืนเข้าไปในโรงเรียน

จับตา เนวิน พบ บุญยิ่ง เย็นนี้ ที่ราชบุรี สะพัดส่ง ลูกชาย ลง สส.สมัยหน้า จ่อหอบงูเขียวเปลี่ยนขั้ว

จับตา เนวิน พบ บุญยิ่ง เย็นนี้ ที่ราชบุรี สะพัดส่ง ลูกชาย ลง สส.สมัยหน้า จ่อหอบงูเขียวเปลี่ยนขั้ว

จับตา เนวิน พบ บุญยิ่ง เย็นนี้ ที่ราชบุรี สะพัดส่ง ลูกชาย ลง สส.สมัยหน้า จ่อหอบงูเขียวเปลี่ยนขั้ว

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.48 น.

จับตา เนวิน พบ บุญยิ่ง เย็นนี้ ที่ราชบุรี สะพัดส่ง ลูกชาย ลง สส.สมัยหน้า สังกัดภูมิใจไทย จ่อหอบงูเขียวเปลี่ยนขั้ว

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ ต้องจับตาการพบกันระหว่าง นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด กับนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส. ราชบุรี เขต 2 พรรคกล้าธรรม ที่จะพบกันในการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องไทยลีก ระหว่าง สโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ดกับ ราชบุรีเอฟซี 

โดยมีรายงานข่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า นางบุญยิ่งจะส่งลูกชาย เข้ามาสังกัดพรรคภูมิใจไทย และลงสมัครเลือกตั้งสส.ราชบุรี เขต 2 แทน ในนามพรรคภูมิใจไทย  รวมถึงสส.ที่อยู่ในกลุ่มของนางบุญยิ่งก็จะมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย

อนุทิน โพสต์ ถ้ายังวิ่งชนกำแพงอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก เย้ย ศิริกัญญา หลังเปิดใจเหนื่อย เหมือนสู้กับกำแพง

อนุทิน โพสต์ ถ้ายังวิ่งชนกำแพงอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก เย้ย ศิริกัญญา หลังเปิดใจเหนื่อย เหมือนสู้กับกำแพง

อนุทิน โพสต์ ถ้ายังวิ่งชนกำแพงอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก เย้ย ศิริกัญญา หลังเปิดใจเหนื่อย เหมือนสู้กับกำแพง

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.36 น.

อนุทิน โพสต์ ถ้ายังวิ่งชนกำแพงอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก เย้ย ศิริกัญญา หลังเปิดใจเสียงสั่น บอกเหนื่อย เหมือนสู้กับกำแพง 

เมื่อเวลา 16.07 น.วันที่ 9 ส.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า “ วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก“ ท่ามกลางประชาชนที่เข้าไปคอมเม้นต์ใต้โพสต์ดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ซึ่งเป็นการพูดถึงน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล  สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน  ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ออกมาเปิดใจด้วยเสียงสั่นและน้ำตาคลอ ยอมรับเหนื่อยกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เหมือนกับการเผาตัวเอง รู้สึกว่าสู้อย่างไรก็เหมือนสู้กับกำแพง เอาอย่างไรก็เอาไม่ลง และตอบกับประชาชนไม่ได้ ว่าทำไมจึงไม่สำเร็จ แต่อย่างน้อยก็มีเรื่องที่ทำให้รู้สึกว่าความพยายามของเราไม่สูญเปล่า แต่พร้อมที่จะสู้ต่อเปิดรับทุกความคิดเห็นที่มีต่อพรรคประชาชน 

รัดเกล้า สอนคนรุ่นใหม่ DIP 16 ถอดบทเรียนลงพื้นที่ คลองเตย–ยานนาวา–บางพลัด สู่โจทย์แก้จนเมือง

รัดเกล้า สอนคนรุ่นใหม่ DIP 16 ถอดบทเรียนลงพื้นที่ คลองเตย–ยานนาวา–บางพลัด สู่โจทย์แก้จนเมือง

รัดเกล้า สอนคนรุ่นใหม่ DIP 16 ถอดบทเรียนลงพื้นที่ คลองเตย–ยานนาวา–บางพลัด สู่โจทย์แก้จนเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.23 น.

“รัดเกล้า” สอนคนรุ่นใหม่ DIP 16 ถอดบทเรียนลงพื้นที่ คลองเตย–ยานนาวา–บางพลัด สู่การออกแบบนโยบายแก้ปัญหา “คนจนเมือง”

9 ส.ค. 2569 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลักสูตร Democrat Internship Program รุ่นที่ 16 (DIP 16) ที่จัดโดยพรรคประชาธิปัตย์ ได้เน้นการถ่ายทอดความรู้ด้านการวิเคราะห์และออกแบบนโยบายสาธารณะให้กับเยาวชน ผ่านการนำบทเรียนจากการลงพื้นที่จริงในคลองเตย ยานนาวา และบางพลัด มาฝึกวิเคราะห์ปัญหา “คนจนเมือง” จากปัญหาที่มองเห็นในพื้นที่ไปสู่การทำความเข้าใจสาเหตุเชิงระบบ และการออกแบบทางเลือกเชิงนโยบาย

รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี

นางรัดเกล้า ยังกล่าวอีกว่า เนื้อหาการเรียนรู้ครอบคลุมตั้งแต่ การนิยามปัญหา (Define the Problem) การรวบรวมหลักฐาน (Assemble Evidence) การสร้างทางเลือก (Construct Alternatives) การกำหนดเกณฑ์เพื่อประเมินทางเลือก (Select Criteria) การคาดการณ์ผลลัพธ์ (Project Outcomes) การพิจารณา Trade-offs การตัดสินใจ และการสื่อสารข้อเสนอเชิงนโยบาย ซึ่งเป็นกระบวนการ Eightfold Path สำหรับการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ

นอกจากนี้หลักสูตรดังกล่าวได้เน้นให้เยาวชนตั้งคำถามสำคัญก่อนเสนอทางออกว่า “ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร ใครเป็นผู้ได้รับผลกระทบ และรัฐมีเครื่องมืออะไรที่จะเข้าไปแก้ปัญหาได้บ้าง” พร้อมเรียนรู้ว่าการนิยามปัญหาที่ดีต้องไม่รีบฝังทางแก้ไว้ตั้งแต่ต้น แต่ต้องเปิดพื้นที่ให้สามารถพิจารณาทางเลือกที่หลากหลายบนพื้นฐานของหลักฐาน  

รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี

ทั้งนี้ การเรียนการสอนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้รับจาก รศ.ดร.ศรายุทธ เรืองสุวรรณ และทีมวิชาการของหลักสูตร

“การลงพื้นที่ไม่ได้เป็นเพียงการไปเห็นปัญหาเท่านั้น แต่จะต้องนำสิ่งที่เห็นกลับมาตั้งเป็นคำถามว่า ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร และเราจะเปลี่ยนปัญหานั้นให้กลายเป็นโจทย์นโยบายที่แก้ได้จริงอย่างไร” นางรัดเกล้ากล่าว

รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี

สำหรับ DIP 16 เยาวชนจะนำองค์ความรู้จากห้องเรียนและบทเรียนจากการลงพื้นที่มาต่อยอดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อแข่งขันใน Policy Hackathon ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 โดยมี นายอนุชา บูรพชัยศรี อดีตผู้สมัครผู้ว่า กทม. ของพรรค ดร.การดี เลียวไพโรจน์ นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี และผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ฝึกเปลี่ยน “ปัญหาสังคม” ให้เป็น “โจทย์นโยบาย” และพัฒนาข้อเสนอที่มีทั้งประโยชน์ชัดเจน ปฏิบัติได้จริง และสามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้ในทางการเมืองและสังคม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนานโยบายสาธารณะ

รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี
รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี