ศุภชัย ย้ำจุดยืนภูมิใจไทย หนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่ใช่นันทนาการ

ศุภชัย ย้ำจุดยืนภูมิใจไทย หนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่ใช่นันทนาการ

ศุภชัย ย้ำจุดยืนภูมิใจไทย หนุนกัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่ใช่นันทนาการ

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.40 น.

’ศุภชัย‘ ออกโรงยันจุดยืนภูมิใจไทย! ‘กัญชาทางการแพทย์’ ไม่ใช่ ‘เสรี-นันทนาการ’ จี้สภาฯเร่งคลอดพ.ร.บ. ส.ค.นี้

วันที่ 4 กรกฎาคม 2569  นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า  กัญชาทางการแพทย์: ความจริงที่สังคมควรรู้ และจุดยืนที่พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยน”

ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นกัญชาได้กลายเป็นหัวข้อที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงอย่างกว้างขวาง ทั้งในแวดวงการเมือง สังคม และสื่อมวลชน หลายครั้งมีการสื่อสารจนทำให้ประชาชนเข้าใจว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ผลักดัน “กัญชาเสรี” และเป็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

พรรคภูมิใจไทยเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ข้อเท็จจริงควรถูกนำเสนออย่างตรงไปตรงมา

จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือ สนับสนุนกัญชาเพื่อการแพทย์และสุขภาพ ไม่ใช่เพื่อการนันทนาการและการใช้กัญชาจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่ชัดเจน มีระบบกำกับดูแล และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

การผลักดันให้กัญชาสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ มีเป้าหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงทางเลือกในการรักษา สนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมทั้งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การนำกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าควรปล่อยให้เกิดการใช้โดยไร้กติกา ตรงกันข้าม พรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนมาโดยตลอดว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายเฉพาะเพื่อกำหนดกรอบการใช้กัญชาอย่างรัดกุม ครอบคลุมการปลูก การผลิต การจำหน่าย การโฆษณา การสั่งจ่าย และการใช้ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด แต่กฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเสนอก็ไม่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรในปี 2565 เพราะเหตุทางการเมือง ซึ่งกว่าสองปีที่กัญชากลายเป็นปัญหาจากร้านค้ากัญชาผิดกฎหมาย การใช้นันทนาการอย่างกลาดเกลื่อนและการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

เมื่อกฎหมายเฉพาะยังไม่แล้วเสร็จ ประเทศย่อมเผชิญกับช่องว่างในการกำกับดูแล ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันแก้ไข มากกว่าจะใช้เป็นประเด็นกล่าวโทษกันทางการเมือง

พรรคภูมิใจไทยเชื่อว่า การแก้ปัญหาที่ถูกต้องไม่ใช่การย้อนกลับไปปิดโอกาสของผู้ป่วย หรือปฏิเสธประโยชน์ของกัญชาทางการแพทย์ แต่คือการเร่งสร้างระบบกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ ปิดช่องว่างทางกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

เราสนับสนุนมาตรการที่ชัดเจน เช่น การจำกัดการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ การควบคุมการสั่งจ่ายโดยบุคลากรทางการแพทย์ การห้ามจำหน่ายแก่เด็กและเยาวชน การห้ามโฆษณาที่ชักจูงให้เกิดการใช้ในทางที่ผิด และการกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนอย่างเหมาะสม

พรรคภูมิใจไทยเชื่อว่า นโยบายสาธารณะที่ดีต้องตั้งอยู่บนหลักฐานทางวิชาการ ไม่ใช่อารมณ์หรือความหวาดกลัว การตัดสินใจด้านนโยบายควรรับฟังทั้งข้อมูลทางการแพทย์ ข้อกังวลของสังคม และบทเรียนจากการบังคับใช้กฎหมายที่ผ่านมา

ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางด้านกัญชาทางการแพทย์ของภูมิภาคได้ หากมีระบบกำกับดูแลที่โปร่งใส เข้มแข็ง และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน ทั้งในด้านการวิจัย การผลิตยา การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคการเกษตร

พรรคภูมิใจไทยจึงขอยืนยันอีกครั้งว่า เราไม่สนับสนุนกัญชาเพื่อการนันทนาการ แต่เราจะยืนหยัดปกป้องสิทธิของผู้ป่วยในการเข้าถึงการรักษา สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อการแพทย์ และผลักดันกฎหมายที่รัดกุมเพื่อคุ้มครองสังคม

นี่คือจุดยืนที่ยึดถือมาตั้งแต่ต้น และจะยังคงยึดมั่นต่อไป เพราะเป้าหมายของเราคือการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ การพัฒนาเศรษฐกิจ และการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนทุกคน

พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติกัญชาทางการแพทย์ต่อสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์ที่ผ่านมา และเมื่อสภาผู้แทนราษฎรเปิดสมัยประชุมในเดือนสิงหาคม ร่างพระราชบัญญัตินี้จะต้องมีการพิจารณาอย่างเร่งด่วน และพรรคภูมิใจไทยขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมืองได้ร่วมกันผ่านกฎหมายนี้

พรรคภูมิใจไทยเชื่อมั่นว่า นโยบายที่ดีต้องไม่เลือกข้างระหว่างผู้ป่วยกับสังคม แต่ต้องปกป้องทั้งสองฝ่ายพร้อมกัน ผู้ป่วยต้องไม่ถูกตัดโอกาสในการรักษา ขณะที่เด็กและเยาวชนต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มแข็ง นี่คือความรับผิดชอบที่พรรคภูมิใจไทยยึดมั่น และจะเดินหน้าผลักดันต่อไป

สภาฯนัด 8 ก.ค.ถก ‘ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ จับตาเงื่อนไข ‘สว.’ คว่ำเยาวชนโดนคดี ‘ม.112’

สภาฯนัด 8 ก.ค.ถก ‘ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม’  จับตาเงื่อนไข ‘สว.’ คว่ำเยาวชนโดนคดี ‘ม.112’

สภาฯนัด 8 ก.ค.ถก ‘ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ จับตาเงื่อนไข ‘สว.’ คว่ำเยาวชนโดนคดี ‘ม.112’

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.54 น.

สภาฯนัด 8 ก.ค.ถก ‘ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม’ ทิ้งทวนก่อนปิดสมัยประชุมฯ จับตาเงื่อนไข ‘สว.’ คว่ำเยาวชนโดนคดี ‘ม.112’

วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8ก.ค.นี้ มีวาระการประชุมสำคัญคือ การพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทางการเมือง ย้อนหลัง 20ปี ที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมแล้ว ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯในวันที่ 11ก.ค. โดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว วุฒิสภามีมติแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 30มิ.ย. และส่งคืนให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาจะเห็นชอบกับเนื้อหาที่วุฒิสภาแก้ไขมาหรือไม่

หากสภาฯไม่เห็นชอบด้วยจะนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภาฯ เพื่อปรับปรุงแก้ไข จะทำให้การประกาศใช้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ต้องเลื่อนออกไป แต่หากสภาฯเห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไขมา จะนำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป โดยหนึ่ในเนื้อหาสำคัญที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมและส่งมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาทบทวนคือ การไม่ให้นิรโทษกรรมแก่เด็กอายุต่ำกว่า 18ปี หากมีการ กระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากเดิมที่ร่างของสภาฯไม่มีเงื่อนไขเรื่องดังกล่าว

นายกฯ ร่วมพิธีสรงน้ำศพพระธุดงค์มรณภาพ 7 รูป ที่วัดบ้านน้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี

นายกฯ ร่วมพิธีสรงน้ำศพพระธุดงค์มรณภาพ 7 รูป ที่วัดบ้านน้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี

นายกฯ ร่วมพิธีสรงน้ำศพพระธุดงค์มรณภาพ 7 รูป ที่วัดบ้านน้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.08 น.

“นายกฯ“ ร่วมพิธีสรงน้ำศพพระธุดงค์มรณภาพ 7 รูป ที่วัดบ้านน้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี แสดงความเสียใจญาติ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัว

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2569  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ เดินทางมาร่วมรดน้ำศพพระธุดงค์ 7 รูป ที่ศาลาการเปรียญ วัดบ้านน้ำขุ่น ต.ตาเกา อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี โดยมี นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้การต้อนรับ ซึ่งบรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความเศร้าโศก และมีฝนตกโปรยปรายอยู่ตลอด

โดยพระภิกษุ 7 รูป ประกอบด้วย พระภิกษุโยธิน วรรณศรี, พระภิกษุรชต ทองบุราณ, พระภิกษุนิคม อังกาบ, พระภิกษุศักดา สีลา, พระภิกษุสำรวย ระวัง, พระภิกษุชัยสอน นันทะสิงห์ และพระภิกษุยุทธ พงศ์วิเศษ ที่มรณภาพขณะเดินธุดงค์และถูกรถกระบะเฉี่ยวชน เหตุเกิดบริเวณบ้านนาสีนวล อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อแสดงความอาลัย พร้อมมอบพวงหรีด รวมถึงมีการพูดคุยแสดงความห่วงใยกับญาติและมอบเงินช่วยเหลือ โดยนายกฯยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมดูแลและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ โดยได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือ เยียวยา และติดตามการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างรอบด้าน

ภายหลัง นายอนุทิน ร่วมพิธีภายในศาลาการเปรียญเสร็จ ได้ออกมาพบปะพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานอยู่ในเต็นท์ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ที่อยู่ใน อ.น้ำขุ่น อ.น้ำยืน ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ต่างบอกให้นายกรัฐมนตรีอย่าเปิดด่านชายแดนเด็ดขาด ราคามันสำปะหลังกำลังได้ราคา และถ้ามีเวลาอยากให้นายกรัฐมนตรีไปที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน ด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ตอบรับก่อนเดินทางกลับ

ประธานรัฐสภา ดันเดินหน้าโครงการ ‘บ้านเมืองน่าอยู่’ ผนึก ‘Smart Mom – มหัศจรรย์ 1,000 วัน’

ประธานรัฐสภา ดันเดินหน้าโครงการ ‘บ้านเมืองน่าอยู่’ ผนึก ‘Smart Mom - มหัศจรรย์ 1,000 วัน’

ประธานรัฐสภา ดันเดินหน้าโครงการ ‘บ้านเมืองน่าอยู่’ ผนึก ‘Smart Mom – มหัศจรรย์ 1,000 วัน’

วันเสาร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.05 น.

’ประธานรัฐสภา‘ ดันเดินหน้าโครงการ ‘บ้านเมืองน่าอยู่’ ผนึก ‘Smart Mom – มหัศจรรย์ 1,000 วัน’ สร้างต้นแบบดูแลแม่และเด็ก นำร่อง 6 อำเภอ 

วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมหารือกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนโครงการ “บ้านเมืองน่าอยู่” ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นระบบ ผ่านการพัฒนา 5 ด้าน ได้แก่ ประเพณีดี ผลิตภัณฑ์ดี การศึกษาดี สุขภาพดี และปลอดยาเสพติด เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

นายโสภณ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนด้าน “สุขภาพดี” โดยผลักดันโครงการ Smart Mom ควบคู่กับโครงการ “มหัศจรรย์ 1,000 วัน” เพื่อยกระดับระบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัยอย่างครบวงจร เชื่อมโยงการทำงานของทุกภาคส่วนให้เป็นเอกภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่ โดยมีผู้แทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ได้แก่ นายศักดิ์ ซารัมย์ สส.พรรคภูมิใจไทย ผู้แทนกรมอนามัย สมาชิกสภาจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลคูเมือง โรงพยาบาลลำปลายมาศ เทศบาลตำบลลำปลายมาศ ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกตำบลในพื้นที่ เพื่อร่วมกำหนดแนวทางการดำเนินงานและวางกลไกความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

นายโสภณ กล่าวต่อว่า โครงการ Smart Mom มีเป้าหมายยกระดับการดูแลหญิงตั้งครรภ์ในทุกมิติ ตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพ การเฝ้าระวังความเสี่ยง การเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ ตลอดจนการป้องกันและแก้ไขปัญหาหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติด พร้อมเน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและทุกหน่วยงานร่วมบูรณาการทรัพยากร งบประมาณ และการดำเนินงานกับโครงการมหัศจรรย์ 1,000 วัน เพื่อสร้างระบบดูแลแม่และเด็กที่ครอบคลุม ตั้งแต่ก่อนคลอด ระหว่างตั้งครรภ์ จนถึงวัยเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ สำหรับระยะแรก จะกำหนดพื้นที่นำร่อง 6 อำเภอ ในจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน ก่อนขยายผลสู่พื้นที่อื่นในอนาคต

ประธานรัญสภา กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ กำหนดจัดกิจกรรม Kick Off โครงการ Smart Mom บูรณาการมหัศจรรย์ 1,000 วัน ในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 โดยได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลทั้ง 6 อำเภอ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน ภายใต้การสนับสนุนของ มูลนิธิอาณัตพล ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพแม่และเด็กให้มีคุณภาพ ครอบคลุมทุกพื้นที่ และเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม นำไปสู่การสร้าง “คนคุณภาพ” และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

‘เมืองสุยโจว’ จัดพิธีสักการะ ‘จักรพรรดิเหยียน’ สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ

‘เมืองสุยโจว’ จัดพิธีสักการะ ‘จักรพรรดิเหยียน’ สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ

‘เมืองสุยโจว’ จัดพิธีสักการะ ‘จักรพรรดิเหยียน’ สืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เช้าวันที่ 11 มิถุนายน (ตรงกับวันที่ 26 เดือน 4 ตามปฏิทินจันทรคติจีน อันเป็นวันคล้ายวันประสูติของจักรพรรดิเหยียน) ได้มีการจัดพิธีสักการะครั้งยิ่งใหญ่เพื่อรำลึกถึง “จักรพรรดิเหยียน” ปฐมบรรพชนแห่งการเกษตรและการแพทย์ของชนชาติจีน ณ เมืองสุยโจว มณฑลหูเป่ย ทางภาคกลางของจีน อันเป็นถิ่นกำเนิดของจักรพรรดิเหยียน ผู้เป็นที่รู้จักในอีกพระนามหนึ่งว่า “เสินหนง” หรือ “เทพกสิกร”

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นโดยความร่วมมือของสำนักงานกิจการไต้หวันแห่งคณะมุขมนตรีจีน สหพันธ์วงการวรรณกรรมและศิลปะแห่งประเทศจีน สหพันธ์ชาวจีนโพ้นทะเลที่หวนคืนสู่มาตุภูมิ สมาคมวัฒนธรรมเหยียน-หวงแห่งประเทศจีน และรัฐบาลประชาชนมณฑลหูเป่ย โดยมีชาวจีนจากฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน รวมถึงผู้แทนชาวจีนโพ้นทะเล ตลอดจนบุคคลจากหลากหลายวงการเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

พิธีเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการท่ามกลางท่วงทำนองอันสง่างามของระฆังโบราณ โดยดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามแบบแผนพิธีสักการะเสินหนงแห่งสุยโจว ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติของจีน พิธีประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ 9 ประการ ได้แก่ การประโคมกลองและระฆัง การเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ การจุดเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ การถวายกระเช้าดอกไม้ การถวายธูปสักการะบรรพชน การกล่าวบทสดุดี การแสดงความเคารพต่อบรรพชนร่วมกัน การขับร้องบทสรรเสริญ และการสักการะรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์

ทั้งนี้ เมืองสุยโจวได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดสำคัญของดนตรีพิธีการ และยังเป็นที่ตั้งของ “เปียนจง” หรือชุดระฆังสัมฤทธิ์แห่งเจิงโหวอี้ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “สิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลก” เสียงประโคมกลองโบราณขนาดใหญ่และเสียงระฆังกังวานขับเน้นบรรยากาศอันสง่างาม เปี่ยมด้วยความขลังและความเคารพตลอดทั้งพิธี ซึ่งดำเนินไปอย่างกระชับ เป็นระเบียบ และสมพระเกียรติ

ขณะเดียวกัน ชุมชนท้องถิ่นยังได้ยกระดับพิธีสักการะจักรพรรดิเหยียนประจำปีให้เป็นกิจกรรมการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยในส่วนของพิธีการ นักเรียนนักศึกษาในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษาในเมืองสุยโจวได้เข้าร่วมขบวนพิธีและการแสดงทางวัฒนธรรม ขณะที่การเผยแพร่วัฒนธรรมสู่สาธารณชนก็ได้รับการส่งเสริมควบคู่กันไป ผ่านการบูรณาการวัฒนธรรมจักรพรรดิเหยียนเข้ากับการให้ความรู้ในสถานศึกษา การทำกิจกรรมของชุมชน รวมถึงการหล่อหลอมอัตลักษณ์และจิตวิญญาณของเมือง เพื่อธำรงรักษาขนบธรรมเนียมอันทรงคุณค่านี้ให้คงอยู่และสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมสนับสนุนต่างๆ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน โดยมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนหลากหลายรูปแบบสำหรับชาวจีนจากฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ตลอดจนชาวจีนโพ้นทะเล เพื่อให้ได้สัมผัสและเรียนรู้วัฒนธรรมของเมืองสุยโจวอย่างแท้จริง

ตะลอนเที่ยว : เมืองพอชนัน (Poznan) เมืองหลวงเก่าของโปแลนด์

ตะลอนเที่ยว : เมืองพอชนัน (Poznan) เมืองหลวงเก่าของโปแลนด์

ตะลอนเที่ยว : เมืองพอชนัน (Poznan) เมืองหลวงเก่าของโปแลนด์

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประเทศในแถบยุโรปตะวันออกเป็นดินแดนที่มีมนต์เสน่ห์มาก แม้ครั้งหนึ่งจะเคยตกเป็นเมืองบริวารของอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซียมาก่อนก็ตาม แต่ทว่าความเป็นคอมมิวนิสต์ก็ไม่อาจสามารถลบล้างความมีเสน่ห์ของดินแดนเหล่านี้ให้สูญสิ้นไปได้

วันนี้จะชวนคุณ ๆ ไปเที่ยวเมืองพอชนัน (Poznan) อดีตเมืองหลวงของโปแลนด์ แต่ปัจจุบันคือเมืองหลักของรัฐหรือเขตวิลโคโพสกา โดยเมืองหลวงปัจจุบันของโปแลนด์คือวอร์ซอร์ ตามประวัติศาสตร์ระบุว่าเมืองพอซนันตั้งขึ้นในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 10

พอชนันตั้งอยู่ระหว่างกรุงวอร์ซอร์กับกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เป็นที่ยอมรับกันว่าเมืองพอซนันเป็นเมืองประวัติศาสตร์เมืองหนึ่งของโปแลนด์ที่มีความสำคัญมาหลายศตวรรษ แต่ทว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมืองนี้ถูกทำลายอย่างหนักจนเรียกได้ว่าราบเป็นหน้ากลอง แต่ก็ได้รับการฟื้นฟูบูรณะให้กลับมางดงามได้เกือบจะเหมือนเดิมหลังจากสงครามโลกสงบลง โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่าที่ชื่อสตารี ไรเนค (Stary Rynek) แต่หากคุณที่ติดตามคอลัมน์นี้มาโดยตลอด คงจำได้ดีว่าประมาณเดือนเศษ ๆ มาแล้ว ในคอลัมน์นี้ได้ลงเรื่องและภาพของมหาวิหารหอคอยแฝด Katedra św. Jana Chrzciciela (Cathedral of St. John the Baptist) และ Kościół św. Krzyża (Church of the Holy Cross) ณ Ostrów Tumski (Cathedral Island) ไปแล้ว ซึ่งคนที่ได้อ่านคอลัมน์สอบถาม Mr. Flower ว่าเมื่อไรจะพาไปสัมผัสความงามของสถานที่แห่งนั้นด้วยตาของตัวเอง โดย Mr. Flower ก็ได้ตอบไปว่า อาจจะเป็นช่วงฤดูไม้ไม้ร่วงของปีนี้ หรือไม่ก็อาจจะช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

ขอออกนอกเรื่องอีกนิดครับ อันที่จริงหากได้ไปโปแลนด์ทั้งที ก็ต้องไปเที่ยวกรุงวอร์ซอร์ด้วย เพราะมีความสำคัญและมีความงดงามจนไม่อาจละเลยการไปเยือนได้ แต่ขอติดไว้ก่อนครับ รับรองว่าครั้งหน้าจะพาไปชมความงามของกรุงวอร์ซอร์อย่างแน่นอน

กลับมาพูดถึงเมืองพอซนัน ก็ต้องพูดถึงเขต old town ที่ชื่อ Stary Rynek ที่ได้รับการยกย่องว่างดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาจตุรัสต่าง ๆ ของยุโรปตะวันออก รวมถึงยุโรปตะวันตกด้วยก็ว่าได้ 

สำหรับวันนี้จะชวนคุณเดินเที่ยวแบบ walking city tour เริ่มต้นจาก Cyryla Ratajskiego ก่อนเลย แล้วก็เดินไปตามเขตเมืองเก่า ชมอาคารเก่า และปราสาท รวมถึงพิพิธภัณฑ์ และศาลาว่าการของเมือง และที่พลาดไม่ได้คือวิหาร Bacilica of Our Lady of Perpetual Help, Mary Magdalene and St. Stanilaus ขอทิ้งท้ายก่อนลากันในสัปดาห์นี้ คือ เมื่อมาถึงพอซนันแล้วต้องไม่พลาดไปเยี่ยมเยือนศาลาว่าการของเมืองที่สร้างด้วยสไตล์เรอเนซองส์ ที่นับว่างดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป แล้วที่พลาดไม่ได้คือการไปชมหอนาฬิกาแพะชนกัน โดยในเวลา 12.00 น. ทุกวัน ที่ตัวหอนาฬิกาจะมีรูปปั้นแพะตัวผู้สองตัวปรากฏตัวแล้วใช้หัวชนกัน และมีหลักฐานยืนยันว่าศาลาว่าการเมืองหลังนี้รอดพ้นจากระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จึงทำยังคงเป็นอาคารเก่าแก่ที่งดงามที่หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน 

หากคุณ ๆ สนใจท่องเที่ยวไปในเมืองต่าง ๆ บนโลกใบนี้ (แต่ย้ำว่าต้องเป็นที่ซึ่ง Mr. Flower รู้จักและคุ้นเคยอย่างดี) โดยไปเที่ยวแบบละมุนละไม ไม่เร่งไม่รีบร้อน เที่ยวแบบกลุ่มเล็ก ๆ มีสมาชิกไม่เกิน 16 คน โปรดติดต่อ Mr. Flower หนังสือพิมพ์แนวหน้า ที่หมายเลข 091 7233615 แล้วเราจะไปท่องโลกแบบเจาะลึกด้วยกันครับ

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower  

Around W. By หมูอ้วน : เปิดภาพคอมมูนิตี้สุภาพบุรุษไบค์เกอร์! ไทรอัมพ์ รวมตัวไรเดอร์ ‘หล่อ – ใจดี – มีสไตล์’ ส่งต่อมิตรภาพ – พลังแห่งการให้

Around W. By หมูอ้วน : เปิดภาพคอมมูนิตี้สุภาพบุรุษไบค์เกอร์! ไทรอัมพ์ รวมตัวไรเดอร์ ‘หล่อ - ใจดี – มีสไตล์’ ส่งต่อมิตรภาพ – พลังแห่งการให้

Around W. By หมูอ้วน : เปิดภาพคอมมูนิตี้สุภาพบุรุษไบค์เกอร์! ไทรอัมพ์ รวมตัวไรเดอร์ ‘หล่อ – ใจดี – มีสไตล์’ ส่งต่อมิตรภาพ – พลังแห่งการให้

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“เดอะ ดิสธิงกวิช เจนเทิลแมน ไรด์” (The Distinguished Gentleman’s Ride) หรือ DGR อีเวนต์การกุศลระดับโลกที่เหล่าไบค์เกอร์สายคลาสสิกต่างเฝ้ารอในทุกปี โดย ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 ได้ชวนเหล่าไรเดอร์จากทั่วโลกออกมาร่วมขับขี่ภายใต้จิตวิญญาณแห่งความเท่ มิตรภาพ และการส่งต่อพลังให้สังคม ผ่านกิจกรรมที่ไม่ได้เป็นเพียงการรวมตัวของคนรักรถจักรยานยนต์ แต่ยังเป็นการร่วมสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพผู้ชาย ทั้งโรคมะเร็งต่อมลูกหมากและสุขภาพจิต พร้อมระดมทุนสนับสนุนมูลนิธิ Movember เพื่อขับเคลื่อนอีกหนึ่งภารกิจสำคัญระดับโลกไปพร้อมกัน

สำหรับประเทศไทยงาน “DGR 2026” ได้จัดขึ้นพร้อมกับทั่วโลกผ่านผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของไทรอัมพ์ทั่วประเทศ โดยเหล่าสุภาพบุรุษไบค์เกอร์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างพร้อมใจกันแต่งกายในลุคสุดคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นสูท เนกไท หรือแฟชั่นสไตล์สุภาพบุรุษสุดเนี้ยบ พร้อมขับขี่รถจักรยานยนต์คู่ใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยมีคนดังจากแวดวงบันเทิงและอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก โดยทั้งหมดได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “Team Triumph” เพื่อช่วยส่งต่อแรงบันดาลใจและกระบอกเสียงสำคัญไปยังกลุ่มผู้รักการขับขี่และคนรุ่นใหม่ นำโดย อนันดา เอเวอริงแฮม นักแสดงระดับไอคอนิก เจ้าของสไตล์การขับขี่ที่สะท้อนตัวตนแบบอิสระที่ขี่รถไทรอัมพ์ Bonneville Bobber เข้าร่วมงาน พร้อมเผยความรู้สึกว่า “ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้าร่วมงาน DGR แต่พบว่างานนี้ไม่ใช่แค่งานรวมตัวของคนรักรถจักรยานยนต์ แต่เป็นพื้นที่ที่สะท้อนพลังของคอมมูนิตี้ที่พร้อมส่งต่อพลังบวกและความใส่ใจในการช่วยเหลือสังคม แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม อีกทั้งการได้เห็นผู้คนจากหลากหลายวงการมาร่วมขับขี่ด้วยเป้าหมายเดียวกัน ถือเป็นเสน่ห์ที่ทำให้งานนี้มีความพิเศษเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร”

ด้าน แชมป์ – ชนาธิป โพธิ์ทองคำ นักแสดงหนุ่ม ผู้หลงใหลการเดินทางและไลฟ์สไตล์เอาท์ดอร์ร่วมขี่รถไทรอัมพ์ Tracker 400 ได้เผยว่า “ภูมิใจแล้วก็เป็นเกียรติมาก ๆ เลยครับที่ปีนี้ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของ Team Triumph ในบิ๊กอีเวนต์ระดับโลกอย่าง DGR 2026 การได้เห็นพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนแต่งตัวจัดเต็ม ใส่สูทหล่อๆ ออกมาขี่รถจักรยานยนต์คู่ใจด้วยกัน ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องของความสนุกหรือความเท่เลยครับ แต่คือพลังที่ยิ่งใหญ่มาก ที่สำคัญและทัชใจผมมากๆ ที่พวกเราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนงานวิจัยโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก รวมถึงเรื่องสุขภาพจิตของผู้ชายร่วมกับมูลนิธิ Movember ด้วย ส่วนตัวผมเองค่อนข้างมีความใกล้ชิดกับผู้ป่วยมะเร็งอยู่แล้ว พอได้มาร่วมงานที่ได้ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้โดยตรง ยิ่งรู้สึกดีใจและอิ่มใจเป็นพิเศษเลยครับที่ได้เป็นกระบอกเสียงและเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือในครั้งนี้”

ขณะที่ น็อต – ณัฐสิทธิ์ ปัญญางาม นักแสดงหนุ่มรุ่นใหม่ที่มาพร้อมรถไทรอัมพ์ Scrambler 400 XC ที่ได้พูดถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมงานครั้งนี้ “สำหรับผม DGR เป็นกิจกรรมครั้งแรกในการขี่รถของผมเลยที่ได้ขี่ไปพร้อมกับทุกคนที่มีจำนวนเยอะขนาดนี้ เป็นความรู้สึกที่ดีมาก อุ่นใจ เหมือนมีเพื่อนที่รู้ใจ อีกทั้งบรรยากาศในงานทุกคนเป็นกันเองแม้จะเพิ่งเจอกันครั้งแรกก็ตาม นอกจากนี้ยังแต่งตัวเท่ ๆ กันอีกด้วย สำหรับใครที่พลาดในปีนี้นะครับ อยากให้มาร่วมงานกันในปีหน้า งานที่รวมคนที่ชอบทั้งแฟชั่น และมีแพสชันในการขับขี่รถจักรยานยนต์มารวมกันในการสร้างประโยชน์กลับคืนสู่สังคม แล้วเจอกันนะครับปีหน้า ผมคิดชุดรอแล้ว!”

สามารถติดตามรายละเอียด ตลอดจนชมภาพบรรยากาศงาน DGR 2026 ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกได้ที่  http://www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand   

สกู๊ปพิเศษ : สทน.เตรียมส่ง 4 ตัวแทนประเทศไทย แข่งขัน ‘INSO 2026’ ที่ซาอุดิอาระเบีย

สกู๊ปพิเศษ : สทน.เตรียมส่ง 4 ตัวแทนประเทศไทย แข่งขัน ‘INSO 2026’ ที่ซาอุดิอาระเบีย

สกู๊ปพิเศษ : สทน.เตรียมส่ง 4 ตัวแทนประเทศไทย แข่งขัน ‘INSO 2026’ ที่ซาอุดิอาระเบีย

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การแข่งขันวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ หรือ International Nuclear Science Olympiad (INSO) เป็นการแข่งขันทางวิชาการระดับนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ เกิดจากการริเริ่มโดย ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ร่วมกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เพื่อสร้างเวทีแข่งขัน International Nuclear Science Olympiad (INSO) ในการส่งเสริมความรู้ด้านนิวเคลียร์และรังสีในทางสันติให้แก่เยาวชน ประเทศไทยได้ส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2567 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ครั้งที่สองที่ประเทศมาเลเซีย (พ.ศ. 2568)

สำหรับการแข่งขันในปี INSO 2026  สถาบันเทคโนโลยินิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. รับเป็นเจ้าภาพหลักฝ่ายประเทศไทย ในการดำเนินการคัดเลือกและเตรียมความพร้อมนักเรียนผู้แทนประเทศไทย โดยมีผู้แทนที่ได้รับการคัดเลือก จำนวน 4 คน ได้แก่ นายธรรมปพน สุขสุธรรมวงศ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นายธรรมพิสุทธิ์ เปรมสิงห์ชัยโรงเรียนกำเนิดวิทย์ นายพีร กุหลาบทิพย์ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ นายเศรษฐวัฒน์ วัฒนาโกศัย โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ โดยการแข่งขันปีนี้ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 2 – 9 สิงหาคม 2569 ณ เมืองเจดดาห์

รศ.ดร.ธวัชชัย  อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการ สทน. กล่าวว่า ประเทศไทยเข้าร่วมโอลิมปิควิชาการมาหลายปีแล้ว  แต่เรื่องของวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์เพิ่งเริ่มต้นเมื่อสองปีที่ผ่านมา โดย สทน.เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษาฯ (สอวน.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในการคัดเลือกตัวแทนประเทศไทย ประเทศไทยได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่ครั้งแรกที่ประเทศฟิลิปปินส์ และได้รับรางวัล 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน สำหรับการแข่งขันครั้งที่สองจัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ตัวแทนประเทศไทยสามารถสร้างชื่อเสียงได้รับรางวัล 3 เหรียญเงิน สิ่งเหล่านี้เป็นภาพสะท้อนว่าความรู้ความสามารถ และศักยภาพของเยาวชนไทยทางด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ว่าไม่ด้อยไปกว่าประเทศอื่นๆ สำหรับการแข่งขันครั้งที่ 3 คาดหวังว่าเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะทำให้เต็มความสามารถและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเหมือนที่ผ่านมา 

“วิทยาศาสตร์นิวเคลียร์เป็นสาขาวิชาที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในหลายด้าน ทั้งการแพทย์ พลังงาน เกษตรกรรม อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นศาสตร์ที่บูรณาการความรู้จากหลายสาขา ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และคณิตศาสตร์” รศ.ดร.ธวัชชัย กล่าวและว่า การเข้าค่ายวิชาการในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้แทนประเทศไทยจะได้เตรียมความพร้อมทางวิชาการอย่างเข้มข้น ฝึกคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา และประยุกต์ใช้ความรู้ในบริบทของการแข่งขันระดับนานาชาติ ขอให้นักเรียนทุกคนใช้ช่วงเวลานี้อย่างเต็มที่ ตั้งใจเรียนรู้ ซักถาม และพัฒนาศักยภาพของตนเองให้มากที่สุด ความสำเร็จในวันนี้สะท้อนถึงความตั้งใจ ความพยายาม และศักยภาพของนักเรียนทุกคน รวมถึงการสนับสนุนจากครอบครัว คณาจารย์ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

“การได้เป็นตัวแทนประเทศไม่ใช่เพียงเกียรติยศส่วนบุคคล แต่เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว โรงเรียน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประเทศไทย ขอให้ทุกคนรักษาความมุ่งมั่น มีวินัย รับผิดชอบต่อหน้าที่ และทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถ ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร ประสบการณ์ ความรู้ และมิตรภาพที่ได้รับจากเวทีนานาชาติ จะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและติดตัวทุกคนต่อไปในอนาคต” ผู้อำนวยการ สทน. กล่าว

ด้าน นายธรรมพิสุทธิ์ เปรมสิงห์ชัย จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ กล่าวถึงแรงบันดาลใจที่มาสอบคัดเลือกว่า “เพราะมีความสนใจทางด้านฟิสิกส์เป็นพิเศษ ก็เลยมาลองสอบนิวเคลียร์ดูครับเผื่อจะได้มาลองอะไรใหม่ๆ ด้วยความที่วิชานิวเคลียร์มันเป็นการต่อยอดพื้นฐานจากวิชาฟิสิกส์ จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ”

นาย เศรษฐวัฒน์ วัฒนาโกศัย จากมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ตอนนี้จบ ม.6 แล้ว กำลังจะเข้าเป็นนิสิตนักศึกษาของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ตอนที่เปิดรับสมัครเข้าโครงการ เป็นช่วงรอยต่อระหว่างที่เรียน ม.6 กับช่วงมหาวิทยาลัยพอดี เลยมาลองสอบรายการนี้ดู แล้วก็ได้ผู้แทนประเทศ “นิวเคลียร์” เป็นศาสตร์ที่มีประโยชน์มาก ถ้าเราสามารถควบคุมมันได้ “ฉะนั้นแล้วผมก็หวังว่าในวันนึงประเทศไทย เราจะสามารถมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชิงพาณิชย์ เอามาใช้งานได้สักวันหนึ่ง”

นายธรรมปพน สุขสุธรรมวงศ์ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กล่าวว่า เรื่องของนิวเคลียร์ฟังชื่อดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องน่ากลัว หรือน่าเบื่อ แต่จริงๆในระบบของเขา มีระบบรักษาความปลอดภัยอยู่มาก การมาเข้าค่ายครั้งนี้จะทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติม ได้เปิดมุมมองใหม่ๆจากการไปดูงานในที่ต่างๆ ที่สำคัญคือการได้ทดสอบความรู้ตัวเอง

นายพีร กุหลาบทิพย์ จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์ มีความรู้เรื่องนิวเคลยีร์มาตั้งแต่สมัยเด็ก จากพวกระเบิดอะไรพวกนี้ แต่เรื่องโรงไฟฟ้ามารู้ช่วงเรียน ม.ต้น ปลายๆ และได้รับความรู้จากการไปทำข้อสอบระดับนานาชาติจึงได้ทราบถึงกระบวนการทำงาน มีระบบในการรักษาความปลอดภัยอย่างไรบ้าง เครื่องมืในการตรวจจับรังสี จึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

ส่งกำลังใจ สองพี่น้อง ยิปซี-ยิปโซ เผชิญซึมเศร้า-แพนิค ประกาศพักรายการ รักษาร่างกาย-จิตใจ

ส่งกำลังใจ สองพี่น้อง ยิปซี-ยิปโซ เผชิญซึมเศร้า-แพนิค ประกาศพักรายการ รักษาร่างกาย-จิตใจ

ส่งกำลังใจ สองพี่น้อง ยิปซี-ยิปโซ เผชิญซึมเศร้า-แพนิค ประกาศพักรายการ รักษาร่างกาย-จิตใจ

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.38 น.

5 กรกฎาคม 2569 ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างร่วมส่งกำลังใจให้อย่างล้นหลาม เมื่อสองพี่น้องนักแสดงสาว ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ และ ยิปโซ อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์ ได้ออกมาชี้แจงขอพักการทำรายการในช่องยูทูบ ยิปย่อย ไว้ชั่วคราว เพื่อหันกลับมาโฟกัสและใช้เวลารักษาเยียวยาสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจที่กำลังเผชิญปัญหาอย่างหนักในขณะนี้

โดย ยิปซี ได้เปิดเผยว่า ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้าอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้อยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรง (Moderate to Severe) และปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนการรักษาอย่างจริงจัง ซึ่งเธอระบุว่าในระหว่างการพูดหรือทำสิ่งต่างๆ อาจจะมีอาการมึนๆ จากผลข้างเคียงบ้าง

ขณะน้องสาว ยิปโซเล่าถึงปัญหาสุขภาพว่า ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเนื่องจากมีภาวะความเครียดสะสมเรื้อรังมาเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบฮอร์โมนและอารมณ์ในร่างกายอย่างรุนแรง ทำให้มีอาการผมร่วง เหนื่อยง่าย และล่าสุดเริ่มมีอาการแพนิคระว่างนอนหลับจนต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาอยู่บ่อยครั้ง

ช่วงหนึ่งของการเปิดใจ ทั้งคู่ได้สะท้อนความรู้สึกอันเจ็บปวดตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาว่า “..ช่วงเวลาปีกว่าที่มันเศร้า มันไม่มีวันไหนเลยที่ไม่รู้สึกเศร้า..”

เจ๋ง บิ๊กแอส ตกเวทีคอนเสิร์ต อุบัติเหตุพื้นทะลุซ้ำครั้งที่ 2 แฟนคลับเป็นห่วงอาการบาดเจ็บ

เจ๋ง บิ๊กแอส ตกเวทีคอนเสิร์ต อุบัติเหตุพื้นทะลุซ้ำครั้งที่ 2 แฟนคลับเป็นห่วงอาการบาดเจ็บ

เจ๋ง บิ๊กแอส ตกเวทีคอนเสิร์ต อุบัติเหตุพื้นทะลุซ้ำครั้งที่ 2 แฟนคลับเป็นห่วงอาการบาดเจ็บ

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.23 น.

5 กรกฎาคม 2569 หมู อภิชาติ พรมรักษา มือกีตาร์วงบิ๊กแอส โพสต์เฟซบุ๊ก Apichart Promrugsa เผยภาพอุบัติเหตุเวทีคอนเสิร์ต พื้นเวทีทะลุขนาดใหญ่ ขณะกำลังแสดงคอนเสิร์ตที่ อ.พานทอง จ.ชลบุรี เหตุการณ์นี้ทำให้นักร้องหนุ่ม เจ๋ง บิ๊กแอส หรือ เดชา โคนาโล ได้รับบาดเจ็บ ระบุว่า ‘พื้นทะลุอีกแล้ว พี่เจ๋งโดนซ้ำขาเดิมอีกแล้ว’

อย่างไรก็ตามนักร้องหนุ่มเจ๋ง บิ๊กแอส เคย ได้รับบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุเวทีทะลุขณะแสดงคอนเสิร์ตมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2560