ปลัด มท.ขานรับนายกฯ ลุยล้างบางต่างชาติผิดกฎหมาย ย้ำเด็ดขาด-ไม่มีละเว้น

ปลัด มท.ขานรับนายกฯ ลุยล้างบางต่างชาติผิดกฎหมาย ย้ำเด็ดขาด-ไม่มีละเว้น

ปลัด มท.ขานรับนายกฯ ลุยล้างบางต่างชาติผิดกฎหมาย ย้ำเด็ดขาด-ไม่มีละเว้น

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.10 น.

“ปลัด มท.”เผย”นายกฯ”กำชับ”ผู้ว่าฯ-ผู้การตำรวจ”ทั่วประเทศ เข้มบังคับใช้กฎหมาย หนุนเจ้าหน้าที่รัฐทุกส่วนทำหน้าที่ตามกฎหมาย หากพบการกระทำผิดไม่ว่าคนไทย-ต่างชาติ ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด ไม่มีละเว้น

8 พฤษภาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยในระหว่างการปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 (48th ASEAN Summit) ประจำปี 2026 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ถึงกรณีพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทย และยังสร้างความรู้สึกไม่สบายใจของประชาชนในหลายพื้นที่ ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ติดตามกรณีดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ได้สร้างความรับรู้เข้าใจกับผู้ประกอบการ ตลอดจนนักท่องเที่ยวให้ทราบถึงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่ดีงามของคนไทย พร้อมได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด กำชับฝ่ายปกครอง และตำรวจ ทุกท้องที่ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และดำเนินมาตรการป้องปรามการกระทำความผิด โดยหากพบการกระทำละเมิดกฎหมาย ให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่มีละเว้น

“ทุกอย่างมีกฎหมายกำกับอยู่แล้ว ทุกคนจะทำผิดกฎหมายไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ ยิ่งเป็นชาวต่างชาติ เมื่อเข้ามาในไทยแล้วจะมาสร้างอิทธิพล ทำในสิ่งผิดกฎหมาย ข่มเหงรังแกเจ้าของประเทศ หรือกระทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีหรือวัฒนธรรมประเพณีของประเทศไทยไม่ได้ และไม่มีใครเส้นใหญ่มาเคลียร์ เพราะกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงานทุกระดับไม่รับเคลียร์” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานว่าที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินการกรณีชาวอิสราเอลเดินทางเข้ามาพักอาศัยระยะยาวในพื้นที่เกาะพะงัน เกาะสมุย และเกาะเต่า ใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเข้ามาประกอบอาชีพ รวมถึงมีพฤติกรรมและกิจกรรมบางประการที่ไม่เหมาะสม โดยตรวจสอบและปราบปรามการประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินี พร้อมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จัดหางานจังหวัด ดำเนินมาตรการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ขณะที่ จ.ภูเก็ต นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคง และผู้ประกอบการสร้างความรับรู้เข้าใจกับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งดำเนินมาตรการ “ไม่ยอมผ่อนปรน (Zero Tolerance)” โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบผู้กระทำผิดจะถูกลงโทษในอัตราสูงสุด ในกรณีการกระทำผิดร้ายแรง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเพิกถอนสิทธิการพำนักในราชอาณาจักรทันที และกรณีการขับขี่ยานพาหนะโดยไม่มีใบอนุญาตจะถูกส่งฟ้องศาลโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมยืนยัน ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เปิดกว้าง แต่ต้องมาพร้อมกับการเคารพวัฒนธรรมและสิทธิของผู้อื่น

ไทย-สิงคโปร์ หารือทวิภาคี เห็นพ้องร่วมกันเสริมความแข็งแกร่ง สร้างจุดแข็งอาเซียน

ไทย-สิงคโปร์ หารือทวิภาคี เห็นพ้องร่วมกันเสริมความแข็งแกร่ง สร้างจุดแข็งอาเซียน

ไทย-สิงคโปร์ หารือทวิภาคี เห็นพ้องร่วมกันเสริมความแข็งแกร่ง สร้างจุดแข็งอาเซียน

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.56 น.

ไทย-สิงคโปร์ หารือทวิภาคี เห็นพ้องร่วมกันเสริมความแข็งแกร่ง มากกว่ามองฐานะคู่แข่ง สร้างจุดแข็งอาเซียน ยกระดับอำนาจต่อรองภูมิภาคอื่นของโลก

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ที่ห้อง 5081 โรงแรม Shangri-La Mactan เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือทวิภาคีกับ นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 (ASEAN Summit)

ทั้งนี้ บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างกันเอง โดยนายกฯ กล่าวถึงแนวคิด “Synergise Our Strength” โดยเห็นว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนควรร่วมกันมองหาโอกาสและเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่วมกัน มากกว่ามองกันเองในฐานะคู่แข่งขัน พร้อมเสนอให้อาเซียนใช้จุดแข็งของภูมิภาคในการยกระดับอำนาจต่อรองกับภูมิภาคอื่นของโลก แม้แต่ละประเทศจะมีขนาดไม่ใหญ่ แต่เมื่อรวมกันแล้ว อาเซียนถือเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง และเป็นฐานการผลิตสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลกของสินค้าหลายประเภท จึงควรผลักดันให้อาเซียนมีบทบาทและเสียงที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นบนเวทีระหว่างประเทศ

ด้าน นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เห็นพ้องกับข้อเสนอของไทยอย่างยิ่ง และยืนยันพร้อมสนับสนุนความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียนในทุกมิติ

ในด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายยืนยันสนับสนุนการผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ตลอดจนความร่วมมือด้านพลังงานในกรอบอาเซียน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเชื่อมโยงด้านพลังงานของภูมิภาคในระยะยาว

กรมการข้าว เดินหน้า ปุ๋ย 70:30 นำร่อง 22 จังหวัด สู่เป้าหมาย นาข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่

กรมการข้าว เดินหน้า ปุ๋ย 70:30 นำร่อง 22 จังหวัด สู่เป้าหมาย นาข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่

กรมการข้าว เดินหน้า ปุ๋ย 70:30 นำร่อง 22 จังหวัด สู่เป้าหมาย นาข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.22 น.

กรมการข้าวขานรับนโยบายเร่งด่วนรัฐบาล เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ปุ๋ย 70:30” มุ่งลดต้นทุนชาวนาไทย สู่เป้าหมายปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่

วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เข้าร่วมการประชุมหารือโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชด้วยการจัดการธาตุอาหารพืชแบบบูรณาการเพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมี ณ ห้องประชุม 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยหารือร่วมกันเพื่อบูรณาการการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนด้านการเกษตรของรัฐบาล

การประชุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขานรับนโยบายรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งยกระดับภาคการเกษตรไทยสู่ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง และเกษตรยั่งยืน” โดยเร่งผลักดันยุทธศาสตร์ “ปุ๋ย 70:30” ปรับสัดส่วนการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ และชีวภัณฑ์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต ลดการพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศ และรับมือวิกฤตราคาปุ๋ยเคมีโลก

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้กำหนดแนวทางการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยใช้ฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและข้อมูลแผนที่ธาตุอาหารในการบริหารจัดการพื้นที่อย่างแม่นยำ พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานตามคำแนะนำของภาครัฐ เพื่อสร้างผลสัมฤทธิ์ด้านการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และพัฒนาเกษตรกรรมไทยสู่ความมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต 

นายอานนท์ นนทรีย์ กล่าวว่า กรมการข้าวพร้อมเดินหน้าผลักดัน “นาข้าวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Rice)” พื้นที่เป้าหมาย 1 ล้านไร่ทั่วประเทศ โดยส่งเสริมการลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงร้อยละ 30 ควบคู่กับการใช้ปุ๋ยชีวภาพ PGPR-2 หรือ ชีวภัณฑ์ทดแทน และการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายฟางข้าว เพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน ลดการเผาตอซัง และคืนธาตุอาหารสู่ดินธรรมชาติ อันจะช่วยลดต้นทุนและยกระดับการผลิตข้าวไทยอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กรมการข้าวเตรียมดำเนินงานในพื้นที่นำร่อง 22 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่นาชลประทานภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้ปุ๋ยเคมีเข้มข้น พร้อมขับเคลื่อนผ่านเครือข่าย”ศูนย์ข้าวชุมชนเกรด A และ B”กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อคัดเลือกเกษตรกรต้นแบบที่มีความพร้อมและสมัครใจปรับเปลี่ยนสู่ระบบเกษตรปลอดภัย

‘อธิบดีกรมการข้าว’ระดมสมองผู้เชี่ยวชาญ ขับเคลื่อน’ข้าวไทยคาร์บอนต่ำ’ ยกระดับห่วงโซ่คุณค่าสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

'อธิบดีกรมการข้าว'ระดมสมองผู้เชี่ยวชาญ ขับเคลื่อน'ข้าวไทยคาร์บอนต่ำ' ยกระดับห่วงโซ่คุณค่าสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

‘อธิบดีกรมการข้าว’ระดมสมองผู้เชี่ยวชาญ ขับเคลื่อน’ข้าวไทยคาร์บอนต่ำ’ ยกระดับห่วงโซ่คุณค่าสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.23 น.

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการยกระดับห่วงโซ่คุณค่าข้าวไทยสู่ “อุตสาหกรรมข้าวยั่งยืน” โดยมี นายโอวาท ยิ่งลาภ รองอธิบดีกรมการข้าว คณะทำงานกรมการข้าว พร้อมด้วย นายเพ็ชร ประภากิตติกุล ผู้อำนวยการ Sustainism (stnsm.org) และ ผู้อำนวยการด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน สมาคมการตลาดเกษตรและอาหารแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (AFMA) ก่อตั้งโดย UNESCAP และ FAO นางวิภาดา จรรยาเลิศอดุลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ Producer Company และนายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการกำกับดูแล สำนักพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมราง สำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร โดยมีการแลกเปลี่ยนแนวคิดร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและเครือข่าย เพื่อผลักดันแนวทางการพัฒนาข้าวไทยให้สอดรับกับทิศทางตลาดโลกและเป้าหมายด้านความยั่งยืน

การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “จากการเน้นปริมาณ สู่การสร้างคุณค่า” หรือ Volume Driven to Value Driven โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับข้าวไทยสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ที่ตอบโจทย์ตลาดโลกในยุคที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ตลอดจนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านแนวทางการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าข้าวไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค นักลงทุน และคู่ค้าระดับนานาชาติ

ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนแนวทางการผลักดัน “ข้าวไทยคาร์บอนต่ำ” ผ่านเทคโนโลยีสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การปรับระดับพื้นที่นาด้วยเลเซอร์ การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน และการงดเผาฟางข้าว เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและก๊าซมีเทนจากภาคการเกษตร ควบคู่กับการพัฒนาระบบ Digital MRV เพื่อใช้ในการติดตาม ตรวจสอบ และยืนยันกระบวนการผลิตอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตามมาตรฐานสากล อันเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดโลกต่อคุณภาพและความยั่งยืนของข้าวไทย

นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงแนวทางการเชื่อมโยงเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยเข้าสู่แหล่งทุนสีเขียวและตลาดจัดซื้อจัดจ้างระดับโลก รวมถึงการขยายโอกาสทางการค้าในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อที่ให้ความสำคัญกับสินค้าคาร์บอนต่ำและการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการเตรียมนำเสนอแนวทางและโมเดลการพัฒนาข้าวไทยในเวทีระดับนานาชาติ อาทิ เวที CSCAP ที่จะจัดขึ้นณองค์การสหประชาชาติ รวมถึงเวทีเศรษฐกิจโลก เพื่อผลักดันภาพลักษณ์ข้าวไทยสู่การเป็นสินค้าเกษตรคุณภาพสูงที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ มนุษย์ไม้กระดก

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ มนุษย์ไม้กระดก

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ มนุษย์ไม้กระดก

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อกว่าร้อยปีมาแล้ว  ลอร์ด เบเดน โพเอล หรือ บีพี  (B.P.) ผู้ก่อตั้งลูกเสือโลก ได้ให้คำเตือนในการสร้างชาติและการสร้างตน  ที่เปรียบเสมือน “แสงเทียนส่องทาง” ไว้ในหนังสือ “การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จ Rovering to Success” ถึงกลุ่มบุคคลประเภทหนึ่ง ที่มีอันตรายอย่างยิ่งต่อความสงบสุขของบ้านเมือง ที่ท่านเรียกว่า  “มนุษย์ไม้กระดก” หรือ  “The See-saws”

ธรรมชาติของ “ไม้กระดก” ที่เด็กเล่น   คือการทำให้เกิดการโยกเคลื่อนไหวที่ไม่หยุดนิ่ง  กลับไปกลับมา   เมื่อฝั่งหนึ่งขึ้น อีกฝั่งก็ต้องลง     ท่าน บีพี เปรียบเทียบสิ่งนี้กับกลุ่ม นักปลุกระดม หรือนักปลุกม๊อบหัวรุนแรง (Extremists) ที่มีนิสัยเหมือน  “หมาจิ้งจอก”   เจ้าเล่ห์และฉลาดแกมโกง ที่คอยปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชน

คนเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ แต่ถนัดในการ “สร้างสถานการณ์” เพื่อให้เกิดความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย  สร้างม๊อบ  วุ่นวาย  เดินขบวน หยุดงาน   ยึดสนามบิน  ก่อจลาจล  และพยายามงัดข้อกับระบบระเบียบของสังคม โดยเฉพาะการจ้องโจมตีและต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจและหลักความมั่นคงของชาติ

เพื่อขยายความให้เห็นภาพชัดเจน ท่าน บีพี  ได้อ้างถึงหนังสือเรื่อง “Enchanter’s Nightshade” หรือ “ยาพิษของผู้วิเศษ”   ของ J.B. Morton ซึ่งเป็นเรื่องราวที่สะท้อนถึงการต้นไม้พิษที่นักปลุกระดมใช้ล่อลวงคน

พวกนักปลุกระดมมักจะทำตัวเป็นผู้วิเศษ คอยปรุงแต่ง “ความโกรธแค้น” และ “ความอิจฉาริษยา” ของผลไม้มีพิษ ให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่ดูหอมหวาน  ป้อนข้อมูลที่บิดเบือน เพื่อให้ผู้ฟังรู้สึกว่าตนเองถูกเอาเปรียบ จนเกิดความเกลียดชังในระบบและผู้ปกครอง  เมื่อผู้คนดื่ม “ยาพิษ” นี้เข้าไป จะทำให้สติสัมปชัญญะมืดบอด และกลายเป็นคนบน “ไม้กระดก” ที่นักปลุกระดมคอยปลุกปั่น กำกับการขึ้นลงของไม้กระดก ตามใจชอบ

ท่าน บีพี เตือนให้เหล่าเยาวชนและประชาชนมองให้ทะลุปรุโปร่งว่า นักปลุกระดมที่ทำตัวเหมือนหมาจิ้งจอกเหล่านั้น มักจะใช้คำพูดที่ดูเหมือนหวังดีต่อสังคม หรืออ้างเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ที่เกินขอบเขต   แต่ลึกๆ แล้วเป้าหมายของพวกเขาคือการทำให้ตนเอง  สามารถก้าวขึ้นสู่อำนาจบนซากปรักหักพังของรังเก่า

บีพี สอนว่า ความมั่นคงของบ้านเมืองเปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ หากเรามัวแต่กระโดดโลดเต้นขึ้นลงตาม “ไม้กระดก” แห่งความขัดแย้ง   ที่พวกหมาจิ้งจอกสร้างขึ้น  ในไม่ช้าเราก็จะกลายเป็นฝ่ายผู้แพ้   ที่ตกไม้กระดกลงมาเจ็บตัว

คำสอนของเบเดนโพเอล เรื่องมนุษย์ไม้กระดก   เป็นสิ่งมีประโยชน์ (ธัมมัสสวนมัย) ตามบุญกิริยา 10 ที่ควรเรียนรู้เพื่อนำมาเตือนสติและสร้างปัญญาให้ตนเอง  แล้วหาข้อมูล พิจารณาข้อเท็จจริง เลือกเฉพาะสิ่งดีนำไปปฏิบัติ  ด้วยสติปัญญาของตนเอง มิให้หลงกล ให้ถูกจูงจมูกไปในทางไม่สมควรโดยง่าย  

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า   “ต้องระวังยาพิษของผู้ปลุกระดมมวลชนที่แฝงตัวมาในรูปของคำพูดหรือการกระทำอันสวยหรู     จงรักษาใจให้หนักแน่นดุจภูเขา อย่าให้ใครมาใช้เป็นเครื่องมือให้ทำลายร ากแก้วของแผ่นดิน”

ผู้สนใจหนังสือเรื่อง “การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จ” ภาษาไทย  สามารถเปิดอ่านได้ฟรีจากอีบุ๊คในเวปของกระทรวงศึกษาธิการ   https://www.moe.go.th/e-book/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/ 

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย” This document was created   by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

คุณแหน : 9 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 9 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 9 พฤษภาคม 2569

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พล.ร.อ.ประพฤติพร อักษรมัต นายกสมาคมอัสสัมชัญ จัดพิธีศาสนาโอกาสครบการก่อตั้ง 122 ปี สมาคมอัสสัมชัญ ณ ห้องประชุม วัลลภ เจียรวนนท์ วันที่ 1 มิ.ย.8.30 น.…งานนี้มีการประกอบพิธีทางศาสนา ทั้ง คริสต์ อิสลาม ซิกข์ และพุทธ หลังพิธีการทางศาสนาเสร็จเรียบร้อย มีเลี้ยงอาหารเที่ยงแก่ผู้ร่วมงาน ให้อิ่มหนำสำราญพร้อมหน้ากัน…
  • เพื่อนรัก ตอนทำงานที่ช่อง9 อสมท. ด้วยกัน กำภู -รัชนีย์ พร้อมครอบครัวใหญ่ของกำภู ที่ อ.บ้านลาด เพชรบุรี ให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเที่ยวพร้อมกินอาหารอร่อยๆ กัน ในช่วงวันอาทิตย์นี้ รัชนีย์ สร้างบ้านหลังใหญ่ที่นี่ด้วย กำภู มีพี่น้อง หลานๆช่วยกันทำมาหากิน ทุกคนในครอบครัวต่างสมาน สามัคคี พืชผัก ปลูกกินกันเอง ผลิตภัณฑ์อาหาร แหนม น้ำพริก น้ำปลาร้า ฯลฯ ล้วนเป็นผลผลิตกันเอง ไม่ต้องซื้อหา …
  • สุพจน์ ผจญยุทธ์ ไปร่วมงานส่งท่านที่เคารพนับถือกันมานาน จริยา ปรักกะมะกุล ที่เมรุวัดสระเกศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ข่าวว่า ท่านจากไปด้วยวัยสูงกว่า 90 ปี ขอแสดงความเสียใจด้วย…
  • ปีนี้ น้ำขิง- อิงวา จารยะพันธ์ุ ผู้มีความสามารถด้านดนตรี โดยเฉพาะเปียโน เซลโล่ ฉลองอายุ 14 ปี พร้อมหน้าครอบครัว ข่าวว่า ญาติทางคุณพ่อมากันครบ เห็นภาพแล้วอบอุ่นใจยิ่งนัก…
  • ข่าวดี สำหรับผู้สนใจศิลป วัฒนธรรม เรื่องราวเก่าแก่ยุคสุวรรณภูมิอายุหลายพันปี บัดนี้ เจ้าสัว บุญชัย เบญจรงคกุล เปิด MOCA (Museum Of Contemporary Art) ที่อยู่ระหว่าง ถ.กำแพงเพชร 6 ลาดยาว เขตจตุจักร ให้ผู้ชมอายุ 60 ปี ขึ้นไป และ เด็กๆอายุไม่เกิน 13 ปี เข้าชมฟรี แบบไม่มีเงื่อนไข…เชิญชวนไปชมกันได้ ที่แห่งนี้ปิดเฉพาะวันอาทิตย์…
  • นวลจิรา ภัทรรังรอง ชวนเพื่อนซี้อดีตรูมเมต ที่ มช.ไปทริปญี่ปุ่น เพิ่งกอดคอกันแหวว กลับมากันแล้วเมื่อไม่นานมานี้…
  • เป็นนักเรียนแพทย์ที่ศิริราชครบเทอม เตยหอม อุดมศักดิ์ ได้สวมเสื้อกาว์นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเป็นคุณหมอทั้งคู่ รู้สึกปลื้มปริ่มเป็นที่สุด…
  • กำหนดพิธีสวดพระอภิธรรมศพ กุณฑลา ภริยา พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ มารดา ดร.ประทิต – ดร.วิรไท-รศ.พญ.จีรันดา สันติประภพ จัดที่ศาลา 150 ปี วัวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร โดยเจ้าภาพจะมีการทำบุญให้ คุณแม่กุณฑลา 10 พ.ค.10.00 น…ส่วนกำหนด ฌาปนกิจศพ 14 พ.ค.17.00 น…เจ้าภาพขอฝากเรียนเชิญผู้เคารพนับถือกันมาร่วมเป็นเกียรติและแสดงความไว้อาลัยโดยพร้อมเพรียงกัน…
  • ขอแสดงความเสียใจกับ อ.ฟองสนาน จามรจันทร์ กูรูด้านวิชาโหราศาสตร์ ที่สูญเสียน้องชายสุดรักไปเมื่อเร็วๆนี้…
  •  สุพจน์ ผจญยุทธ์ ไปร่วมงานส่งท่านที่เคารพนับถือกันมานาน จริยา ปรักกะมะกุล ที่เมรุวัดสระเกศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ข่าวว่า ท่านจากไปด้วยวัยสูงกว่า 90 ปี ขอแสดงความเสียใจด้วย
  • เตือนๆกันมา จากเรื่องอาหารการกิน…ทราบมาว่า มี 5 เมนูต้องห้าม คือ ห้ามเหลือ ต้องกินให้หมดในมื้อเดียว ห้ามเก็บค้างข้ามคืนเด็ดขาด เพราะยิ่งอุ่น ยิ่งสะสมสารพิษ เสี่ยงมะเร็ง… 5 เมนู ดังกล่าว ได้แก่ 1.ผัดผักใบเขียว เช่นผักคะน้า ผักบุ้งไฟแดง ซึ่งมีไนเตรตสูงที่สุด หากทิ้งข้ามคืนสารก่อมะเร็ง ไนโตรซามีน จะพุ่งขึ้นทันทีที่อุ่น 2. เมนูอาหารทะเล กุ้ง หอยปูปลา หากค้างคืน จะเกิดการย่อยสลายของโปรตีนที่ไวมาก เสี่ยงกับการสะสมแบคทีเรีย และสารฮีสตามีน ที่ทำให้ท้องร่วงรุนแรงได้… 3.เมนูไข่ต้ม และ ไข่ลวก โดยเฉพาะไข่ที่เป็นยางมะตูม แบคทีเรีย ชอบมาก ถ้าเก็บไม่ดี หรืออุ่นซ้ำ โปรตีนเปลี่ยนรูปเป็นพิษได้ 4.แกงจืดหัวไชเท้า หรือคื่นฉ่าย คือคลังเก็บไนเตรต หากอุ่นซ้ำหลายรอบจะมีพิษ 5.ผัดเห็ดทุกชนิด โปรตีนในเห็ดจะเปลี่ยนสภาพทันที เมื่ออุ่นซ้ำ ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ และสารบางชนิดอาจเข้าไปขัดขวางการทำงานของระบบย่อยอาหาร…สุขภาพดีเริ่มง่าย เริ่มจากการไม่เติมพิษเข้าร่างกายนั่นเอง !!…

บารอนเนส

เปิดตัว 2 มหกรรม ‘The Eaterium Ville & Palette Market’ กิน-ช้อป สุดคัลเลอร์ฟูล

เปิดตัว 2 มหกรรม 'The Eaterium Ville & Palette Market' กิน-ช้อป สุดคัลเลอร์ฟูล

เปิดตัว 2 มหกรรม ‘The Eaterium Ville & Palette Market’ กิน-ช้อป สุดคัลเลอร์ฟูล

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.29 น.

M.A.I. Organizer นำโดย มาดามไหม จีรนันท์ ห้องแซง เนรมิตพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ (Central Eastville) จัดงานเปิดตัว 2 อีเวนต์ยักษ์ใหญ่ “The Eaterium Ville” และ “Palette Market” อย่างเป็นทางการ รวบรวมความเป็นที่สุดของอาหารเลิศรสและสินค้าไลฟ์สไตล์หลากหลายสไตล์มาไว้ในที่เดียว ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิคและความสนุกสนานจากกองทัพศิลปินดาราและเซเลบริตี้ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ภายในงานได้รับเกียรติจากศิลปินดาราชื่อดังมากมายที่มาร่วมออกบูธ อาทิ คุณหลิน นุศรา, คุณจุ๊บแจง วิมลพันธ์, คุณหลิว อาจารียา, คุณไอซ์ อธิชนัน, คุณแว่น สิริรัตน์, คุณโบ๊ท ธารา, คุณน้ำ ชลนที, คุณเปรี้ยว AF, คุณแอ้ม ศิรประภา, คุณจอย ดาวกระจาย และเหล่าเซเลบริตี้อีกมากมาย  ทำเอาลานโปรโมชันคึกคักไปด้วยแฟนคลับและเหล่านักช้อป

มาดามไหม จีรนันท์ ห้องแซง ผู้บริหาร M.A.I. Organizer กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “สำหรับการจัดงานในวันนี้ พี่ตั้งใจอยากจะสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมืองจริงๆ ค่ะ เราจึงนำเอา 2 คอนเซปต์ที่แตกต่างแต่ลงตัวมาเจอกัน ทั้ง The Eaterium Ville ที่เป็น Tasty Food Hub คัดสรรเมนูเด็ดมาให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยกันที่หน้า Tops และ Palette Market ตลาดไลฟ์สไตล์สุดคัลเลอร์ฟูลที่รวมแฟชั่นและของใช้เก๋ๆ ไว้ที่ชั้น 1 ซึ่งไหมอยากให้ทุกคนที่มาเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่มีครบทั้งความอร่อยและความสนุก และต้องขอบคุณพี่น้องเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมเติมเต็มให้งานวันนี้พิเศษยิ่งขึ้นค่ะ”

สำหรับมหกรรมความสุขในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 โซนไฮไลต์ ได้แก่ The Eaterium Ville ศูนย์รวมความอร่อยที่ยกขบวนเมนูเด็ดจากร้านดังมาให้ลิ้มลอง ณ ลานโปรโมชัน หน้า Tops และ Palette Market ตลาดไลฟ์สไตล์สุดคัลเลอร์ฟูล รวมสินค้าแฟชั่นสุดชิคและของใช้ดีไซน์เก๋ ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1

ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ กิน ช้อป และเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมความบันเทิงในบรรยากาศสุดพิเศษนี้ได้ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ตลาดThe Eaterium Ville ระหว่างวันที่ 1-31 พฤษภาคมนี้ และ ตลาด Palette Market ระหว่างวันที่ 6-12 พฤษภาคม 2569 ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่  FB M.A.I Organizer https://www.facebook.com/maiorganizers

ช้อปฟิน กินฉ่ำ! ยกทัพของดีการันตีมาตรฐาน มผช. ในงาน ‘RANONG THE NEXT STEP’

ช้อปฟิน กินฉ่ำ! ยกทัพของดีการันตีมาตรฐาน มผช. ในงาน ‘RANONG THE NEXT STEP’

ช้อปฟิน กินฉ่ำ! ยกทัพของดีการันตีมาตรฐาน มผช. ในงาน ‘RANONG THE NEXT STEP’

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.24 น.

จังหวัดระนอง โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง ขอเชิญชวนประชาชนชาวกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมช้อปฟิน กินฉ่ำ ในงาน “RANONG The Next Steps: มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ” มหกรรมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน (มผช.) และมาตรฐานอื่น ๆ จากผู้ผลิตและผู้ประกอบการจังหวัดระนอง

ภายในงาน ท่านจะได้พบกับการยกทัพสินค้าคุณภาพกว่า 30 ร้านค้า ที่การันตีคุณภาพส่งตรงจากแหล่งผลิตถึงมือผู้บริโภคโดยตรง อาทิ กาแฟ GI ระนอง และผลิตภัณฑ์เด่นอีกมากมายที่คัดสรรมาไว้ในงานเดียว เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ และตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าชุมชนของจังหวัดระนอง

ไฮไลต์สำคัญภายในงาน: ในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น. จะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และมี  นางยุพิน พินิจศักดิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดระนอง เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุดพิเศษ “ระนอง อัญมณีแห่งอันดามัน…พลังแห่งวิถีชีวิต”

นอกจากสินค้าคุณภาพแล้ว ภายในงานยังจัดเต็มกับโปรโมชั่นและกิจกรรมส่งเสริมการขายสุดคุ้มมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรม “สินค้านาทีทองนาทีถูก” กิจกรรม “แชะแชร์โชว์” เพื่อรับคูปองส่วนลด  ซื้อสินค้าภายในงาน สนุกกับ “เกมส์ล้วงไหพาโชค” และร่วมลุ้นรับรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกวัน  พร้อมเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีโฟล์คซอง และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดังที่มามอบความสุขตลอด  5 วันเต็ม ดังนี้

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569: พบกับ ลีโอ ไมค์หมดหนี้

วันที่ 8 พฤษภาคม 2569: พบกับ แอ้ม ชลธิชา

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569: พบกับ ตรี ชัยณรงค์

วันที่ 10 พฤษภาคม 2569: พบกับ ไรอัล กาจบัณฑิต

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569: พบกับ ก้านตอง ทุ่งเงิน

พลาดไม่ได้! มาร่วมอุดหนุนสินค้าชุมชนและเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการชาวระนองได้ในงาน “RANONG THE NEXT STEP มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ” ระหว่างวันที่ 7 – 11 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ลานรอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ กรุงเทพมหานคร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง โทร 077-821612

ศูนย์การค้าแพลทินัม รับ MEA ENERGY AWARDS 2025 อาคารที่บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ศูนย์การค้าแพลทินัม รับ MEA ENERGY AWARDS 2025  อาคารที่บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ศูนย์การค้าแพลทินัม รับ MEA ENERGY AWARDS 2025 อาคารที่บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.51 น.

ศูนย์การค้าแพลทินัม  ศูนย์รวมแฟชั่นค้าส่งที่ดีที่สุดในอาเซียน “The Best Wholesale Fashion Hub of ASEAN” นำโดย สาธิต เติมประยูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนเข้ารับมอบรางวัลตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS 2025 ระดับ STANDARD จาก ดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ในพิธีประกาศรางวัลและมอบตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS ปีที่ 8 ภายใต้โครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยาม สแควร์วัน เมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้รางวัลที่ได้รับดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ของศูนย์การค้าแพลทินัม ในการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ Power Plat Green ที่มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมรักษ์สิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ผู้บริหาร พนักงาน ผู้เช่า และผู้มาใช้บริการ รวมไปถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนศูนย์การค้าสู่การเป็นพื้นที่แห่งอนาคต ที่ผสานความสำเร็จทางธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน

กูร์เมต์ อีทส์ ต่อเนื่องแคมเปญ Hungry Journey #4 กินอร่อย รับโปรโมชันและของพรีเมียมสุดคุ้ม

กูร์เมต์ อีทส์ ต่อเนื่องแคมเปญ Hungry Journey #4 กินอร่อย รับโปรโมชันและของพรีเมียมสุดคุ้ม

กูร์เมต์ อีทส์ ต่อเนื่องแคมเปญ Hungry Journey #4 กินอร่อย รับโปรโมชันและของพรีเมียมสุดคุ้ม

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.56 น.

ให้ทุกมื้อมีเรื่องราวดีๆ  กูร์เมต์ อีทส์  ศูนย์รวมความอร่อย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตอกย้ำการเป็นศูนย์รวมของสตรีทฟู้ด และร้านอาหารชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ ด้วยแพสชันและความตั้งใจในทุกการคัดสรร เฟ้นหาร้านคุณภาพ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความอร่อย มีเอกลักษณ์ และตอบโจทย์นักชิมทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเปิดตัวกองทัพร้านใหม่ ร่วมสร้างเทรนด์ความอร่อยอย่างต่อเนื่อง    สร้างปรากฏการณ์ความอิ่มคุ้มไม่เหมือนใครกับแคมเปญแห่งปี    “HUNGRY JOURNEY #4”   สะสม คะแนน “Hungry” จากทุกมื้อโปรด  เพื่อนำไปแลกรับของรางวัลและสิทธิพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569  ที่ กูร์เมต์ อีทส์ ทุกสาขา 

โดยในปีนี้ กูร์เมต์ อีทส์   พร้อมนำร้านดังทั้งในไทย และต่างประเทศ มาร่วมหมุนเวียน สร้างโมเมนต์ความสุขให้กับลูกค้านักชิมตลอดทั้งปี     โดยมีศูนย์รวมร้าน ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ อยู่ที่ ชั้น G  พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ อาทิ  Bread Ahead  ครั้งแรกในเอเชียกับโดนัทแบรนด์ดังจากลอนดอน  โดดเด่นด้วยแป้งโดนัทสไตล์ Brioche นุ่มหนึบ และกลิ่นเบิร์นคาราเมลหอมๆ   Slow Butter ร้านครัวซองเจ้าดังย้านหัวลำโพง จุดเด่นใช้เนยออร์แกนิกจากเดนมาร์ก และ การอบที่มีเอกลักษณ์   Banh mimiร้านอาหารเวียดนาม พร้อมเซิร์ฟทั้ง เฝอ และบั๋นหมี่ แซนวิชเวียดนามใช้ขนมปังที่อบสดใหม่ทุกวัน และ WITH U GURT กรีกโยเกิร์ตพรีเมียมเพื่อสุขภาพเนื้อเข้มข้น เน้นรสชาติของผลไม้สดชื่น  เช่น สตรอว์เบอร์รี่  บลูเบอร์รี่  ราสป์เบอร์รี่  

สายมัจฉะห้ามพลาดกับ   SUPER MATCHA  แบรนด์มัทฉะออร์แกนิกยอดนิยมจากเกาหลีใต้ เลือกใช้ใบชาเกรดพิธีการคุณภาพสูงจากเกาะเชจู  และ  Rikyuen แบรนด์มัทฉะชื่อดังจากญี่ปุ่นต้นตำรับกว่า 400 ปี มาเสิร์ฟในรูปแบบไอศกรีมเนื้อเข้มข้น  ปิดท้ายที่  Parameter คลาสสิคเจลาโต้ที่เป็นกระแสไวรัลความอร่อย และความพิถีพิถัน    นอกจากนี้ยังมีร้าน Local Street Food เจ้าดังระดับตำนาน มาหมุนเวียนให้ลูกค้าได้ชิมกันที่โซนฟู้ดคอร์ท กูร์เมต์ อีทส์  ทุกสาขา อาทิ  ลูกชิ้นปลาเก็จมุกดา ภูเก็ต ข้าวแกงป้าแขก สถานีรถไฟแม่กลอง  ก๋วยเตี๋ยวเรือหอมจรัญ  แชมป์แม่กลอง  ผัดไทย-หอยทอด   เอลวิส สุกี้ กิน กิน ซีฟู้ดฯลฯ และยังมีร้านค้าให้ลูกค้าได้เลือกชิมกว่า 1000 ร้านค้า รวมกว่า 10,000 เมนู ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

เพื่อเพิ่มประสบการณ์และความคุ้มค่า ให้กับแฟนๆ นักชิมร้านดัง กูร์เมต์ อีทส์  ยังจัดแคมเปญพิเศษ “HUNGRY JOURNEY #4”   เติมเต็มความอร่อยที่สมบูรณ์แบบ   ผ่านของรางวัลพรีเมียม เพียงใช้จ่ายภายใน กูร์เมต์ อีทส์ ทั้งในแผนก Food Hall, Take Home Shop, Take Home Local ,Gourmet Hall , Food Court และ ร้านอาหารชั้นนำที่ร่วมรายการ  ครบทุก 120 บาทต่อใบเสร็จ  รับ 1 Hungry  เพื่อสะสมคะแนนและแลกรับของรางวัลผ่าน LINE Official Account  @GourmetEats  โดยมีของรางวัลภายในแคมเปญมีให้เลือกสะสมรับสิทธิหลากหลาย

เริ่มจาก  สะสมครบ   2 Hungry แลกรับเครื่องดื่ม Coke Mixology หรือสะสมครบ 6 Hungry แลกรับเมนู Local Flavor จากร้านขนมครกใบเตย ขนมเบื้อง หรือของอร่อยสไตล์ไทยที่หลายคนชื่นชอบ 10 Hungry รับคูปองเงินสด 50 บาท หรือส่วนลดจาก Kids’ Planet, 15 Hungry แลกรับของรางวัลพรีเมียมจาก Subway และ ชาตรามือ  สะสมครบ 20 Hungry รับของพรีเมียมสุดน่ารักอย่างพวงกุญแจน้อง “Sunny” ตัวแทนความอร่อยของ กูร์เมต์ อีทส์ สุดน่ารัก 

สายสะสมตัวจริงยังมีสิทธิ์แลกรับของรางวัลลิมิเต็ดอีกมากมาย อาทิ เสื่อปิกนิกสุดชิคเมื่อสะสมครบ 60 Hungry, กระบอกน้ำเก็บความเย็นเมื่อครบ 120 Hungry, กระเป๋าปิกนิกดีไซน์เก๋เมื่อครบ 160 Hungry และสำหรับสมาชิกสายกินขั้นสุด ยังสามารถแลกรับบัตรกำนัล Gourmet Eats มูลค่า 500 บาท เมื่อสะสมครบ 200 Hungry หรือแลกรับบัตรกำนัล Gourmet Eats มูลค่าสูงถึง 2,000 บาท เมื่อสะสมครบ 250 Hungry สามารถรับของรางวัลได้ที่จุดบริการลูกค้าบริเวณ Gourmet Market ตามสาขาที่ร่วมรายการ ของรางวัลมีจำนวนจำกัด       

ร่วมออกเดินทางสู่ความอร่อย พร้อมสะสมความคุ้มค่าได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2569  (ระยะเวลาการแลกรับของรางวัล : วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 – 31 กรกฎาคม 2569) ที่ กูร์เมต์ อีทส์  สาขาเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ, งามวงศ์วาน, บางแค, บางกะปิ,  เดอะมอลล์โคราช, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, เอ็มสเฟียร์ และพารากอน