‘นนท์ อินทนนท์’เปิดแผลใจปิดบังตัวเองกว่า 10 ปี รักแรกกับนักร้องฝึกหัด ทุ่มเกินร้อยแต่ถูกนอกใจ

17 กันยายน 2569 เวลา 10:59 น.

เปิดหมดเปลือกในรายการ Let’s talk เบื้องหลังเสียงหัวเราะและความตลกของ “นนท์ อินทนนท์” เคยใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง กลัวคนอื่นรู้ตัวตนและกลัวทำให้ครอบครัวผิดหวัง ต้องปิดบังมาตั้งแต่เด็กกว่าจะกล้ายอมรับตัวเองได้ใช้เวลานานกว่า 10 ปี เคยมีวันที่ตลกไม่ออกจนต้องพึ่งจิตแพทย์ ย้ำบทเรียนชีวิตไม่มีงานเครียดกว่าเหนื่อย เผยรักแรกกับนักร้องฝึกหัดเจ็บเหมือนตกหน้าผา ทุ่มเทเกินร้อยแต่ถูกนอกใจ

เป็นคนตลกมีความสุขตลอดหรือเป็นบทบาทในการทำงาน ?

นนท์ อินทนนท์: เคยถามตัวเองเหมือนกันจะต้องตลกไปถึงเมื่อไหร่ เพราะเวลาออกไปข้างนอก หรือแม้กระทั่งมารายการเจอผู้คน ทุกคนจะ..”พี่นนท์ขออัดคลิปหน่อยสิ ด่าแฟนหนูให้หน่อย” หรือเล่นตลกให้หนูดูสักอันหนึ่งสิ” ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามไม่ได้มีพรสวรรค์เท่าพี่โหน่งพี่เท่ง แต่เคยไปปรึกษาพี่ ๆ ทางฝั่งนั้นเหมือนกันที่เขาเล่นตลกกันมานาน ๆ เขาก็บอกว่าชีวิตจริงก็ไม่ได้ตลก และไม่มีทางที่จะตลกได้ตลอดอยู่แล้ว ซึ่งตอนก่อนหน้านี้ที่ทำงานในวงการต้องยอมรับว่าพยายามจะให้ทุกคนมีความสุข ซึ่งพอเวลาคนเจอหรือบางคนที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาก แล้วได้มาเจอเราสักครั้งหนึ่งในชีวิต เขารู้สึกว่าอยากได้พลังงานนี้ก็เลยอยากจะมอบพลังงานนี้ให้ แต่พอทำงานมาได้สัก 5 ปี ที่ทำงานตรงนี้รู้สึกว่าบางวันอาจจะขอนั่งเงียบ ๆ แต่ไม่ถึงเหนื่อยกับการทำงานขนาดนั้น ซึ่งสุดท้ายแล้วงานของนนท์ทำเป็นตัวเอง 100% ไม่ว่าจะเป็นหน้ากล้อง หลังกล้อง หรืออยู่ในทีมกับน้อง ๆ หรืออยู่กับเพื่อนที่เป็นเพื่อนสนิทก็จะเป็นแบบนี้ เป็นคนที่ชอบพูด ชอบสร้างสีสันให้คนมีความสุข เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว

การที่คุยกับตัวเองระบายความรู้สึกกับตัวเองได้ เป็นอีกหนึ่งบุคลิกที่ทำให้ได้ระบายก็เลยมีบุคลิกมากมาย ?

นนท์ อินทนนท์: ใช่ครับ ก็มีบุคลิกมากมายอย่าง “อินทนิน” หรือการมี “แฟนทิพย์” เรารู้จักตัวเองดีที่สุด บางทีท้อมากเรื่องงานหรือกับผู้ร่วมงาน บางทีเจอไม่น่ารักกับเรา ก็จะไม่ได้ไปโทษเขา เพราะสุดท้ายบางทีเขาอาจจะไปเจออะไรมาไม่ดี เช่น ที่บ้านเขาอาจจะทะเลาะกันกับคนนั้นคนนี้ อารมณ์ไม่ดี แล้วเขาก็มาเจอเรา บางทีอารมณ์เราอาจจะเกินไป จนบางทีอาจจะรู้สึกว่า “อะไรของนนท์” มีหลากหลายมาก รู้สึกว่าจัดการอารมณ์กับตัวเองดีกว่า โอเค ตั้งสติ ไม่เป็นไร เขาอาจจะไปเจอเรื่องไม่ดีมา เพราะถ้าสมมุติ เจอเรื่องไม่ดีมา ก็คงไม่ได้อยากจะมาสุงสิง ซึ่งการทำงานจะได้ราบรื่นด้วย ไม่อยากให้คนอื่นอึดอัด เพราะไม่ได้ทำงานแค่คนเดียว ช่างกล้อง พี่ ๆ ทุกคนเขาต้องรอ เพราะฉะนั้นจัดการตัวเองคือเข้าห้องน้ำ ตั้งจิตอธิษฐานก่อน ทำใจ ทำงาน อดทน ออกไปทำงานต่อได้

วันที่ตลกไม่ออกเบื้องหลังรอยยิ้มในวันที่ข้างในพังที่สุด ?

นนท์ อินทนนท์: มีครับ ก่อนที่นนท์จะคุยกับตัวเอง ต้องบอกก่อนว่านนท์ไปพบจิตแพทย์เลย ไม่ว่าจะเป็นจิตแพทย์ที่เป็นหมอ หรือจะคุยเป็นความรู้สึกที่เกี่ยวกับโรงละคร เพราะเราเรียนการละครมา แล้วมีอาจารย์คนหนึ่งที่คุยกับเขาแล้วสบายใจ เราคุยทั้งสองท่าน แล้วท่านบอกว่า “การที่ใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ดีที่สุดแล้ว การที่บางอย่างเหนื่อยมาก ๆ เราหลีกหนีสิ่งนี้ไม่ได้ สุดท้ายแล้ว ถ้าไม่เหนื่อย ก็ไม่มีงานเครียดกว่า อยากได้แบบไหน” แล้วคิดว่า เหนื่อยจัดการได้ ทุกสิ่งทุกอย่างในทุกปัญหาที่เกิดขึ้น เราเชื่อว่าจัดการได้แน่ ๆ อย่างที่ 1 เราคุยกับตัวเองแล้วเรารู้ว่าควรจะจัดการยังไง อย่างที่ 2 คือ ตอนนี้มีธรรมะเข้ามาช่วย ถามว่ามีสิ่งที่ยากไหมกับการใช้ชีวิต หรือสิ่งที่ยากกับการที่เราจะจัดการอารมณ์ ณ ตอนนี้ไม่ยากเลย แต่กว่าจะผ่านมาได้สาหัสเหมือนกันนะ

รับงานติดกันหลายวันจนแพนิคอะไรคือเสียงในหัวที่ดังที่สุด ?

นนท์ อินทนนท์: เสียงในหัวคืออยากกรี๊ด! ออกมาว่า “อ๊ายยย หยุด!” อยากจะเอาหัวนี้ออกไปพักสักครู่หนึ่ง แล้วก็ใส่นนท์คนก่อนหน้าเข้ามาที่ไม่ใช่นนท์ อินทนนท์ แต่สุดท้ายเรามานั่งคิดความเป็นจริง ทำไม่ได้หรอกกว่าจะมายืนตรงนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย การพิสูจน์ตัวเองไม่ว่าจะกับพ่อกับแม่หรือกับใครก็ตาม ในระยะเวลาเป็น 10 ปี การที่เรามายืนตรงนี้ได้ทำในสิ่งที่รักหรือได้เป็นความสุขของใครหลาย ๆ คน ยากนะ แต่คิดแค่ว่า ถ้าทำไม่ไหวก็บอกให้พักงาน หรือออกไปใช้ชีวิตของเราบ้าง ซื้อแมวมาเลี้ยง มีความสุขอยู่กับแมว ซื้อหมามาเลี้ยง มีความสุขอยู่กับสิ่งนั้น หรือทำอะไรก็ได้ที่เรามีความสุข เช่น ออกไปทะเล พูดคุยพบปะกับเพื่อน มีหลากหลายความรู้สึกมากที่เราสามารถทำได้และมีความสุข คือไม่ได้เป็นคนที่สมมุติเราเครียดทำงานเยอะ โอ๊ยงานเยอะ งานเยอะเครียด นั่งเครียด เศร้าร้องไห้ ทำไมฉันทำงานเยอะจัง ไม่มี ไม่เคยร้องไห้กับงาน สิ่งที่ร้องไห้คือมีแค่กับคน เช่น ทะเลาะกับแฟนหรือทะเลาะกับคุณพ่อคุณแม่จะร้องไห้ แต่ถ้าเป็นเรื่องงานสู้ตาย เพราะจะตั้งมั่นกับตัวเองเสมอว่ากว่าจะมาถึงตรงนี้ไม่ง่าย เพราะฉะนั้นเหนื่อยก็พักแค่นั้นครับ

ความสัมพันธ์ในอดีตกับนักร้องชายค่ายดัง ในวันที่เขาไม่กล้าเดินข้างเรา ?

นนท์ อินทนนท์: เอาเป็นว่าเขาเป็นนักร้องฝึกหัดที่กำลังจะเข้าค่ายๆหนึ่งแล้วกัน คือตอนนั้นเด็กมาก ในมุมของเด็กของ นนท์ บุญชื่น สมัยเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เสียใจมาก รู้สึกว่าเราเป็นตัวอะไร เหมือนไม่ให้เกียรติกัน ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเราสนับสนุนเขาทุกเรื่อง รู้สึกว่าให้ใจเขาเต็มที่มาก ๆ เราเพิ่งจะก้าวข้ามผ่านของการที่เคยคบผู้หญิง แล้วมาคบคนนี้เป็นผู้ชายคนแรกของเรา ก้าวข้ามผ่านหลาย ๆ อย่างมาเยอะมาก เช่น เพื่อนสมัยก่อนที่เขาคิดว่าเราเป็นผู้ชายเขามองเรายังไง แล้วเพื่อนสมัยนี้ที่เราเพิ่งเจอกัน แต่เรายังเป็นผู้ชายอยู่เขาจะมองเรายังไง ไม่สนใจ ทำให้เรารู้สึกเสียใจมากที่ไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย ไม่ได้แบบว่า “เธอต้องเปิด เธอต้องเป็นคนที่ลงรูปกับฉัน” หรือแม้แต่กระทั่ง “เธอต้องไปบอกค่ายนะว่าเธอเป็นนั่นเป็นนี่” หรือ “เธอต้องเดินจับมือ” ไม่เคยมีแบบนั้น เรารู้ เข้าใจ ถึงแม้ว่าตอนนั้นอาจจะยังไม่เหมือนตอนนี้ที่เปิดได้สบายใจ ตอนนั้นเรารู้ดีว่ามันเปิดไม่ได้ คนยังไม่ได้ยอมรับขนาดนั้น แต่สิ่งที่เราเจอกลายเป็นเหมือนบาดแผลเล็ก ๆ ในใจเรา เหมือนโดนหักหลัง เรากำลังมีความสุขดีแล้วโดนผลักตกหน้าผาหัวกระแทกพื้นเสียชีวิต รู้สึกไม่ดีกับเขาไปเลย เหมือนมีกำแพงบางอย่าง เข้าใจว่าเราจะทุ่มเทให้เขาเท่านี้ สมมุติเคยทุ่มเทให้เขา 100% ทุ่มเทให้เขา 99.99% แล้วกัน ลดมา 0.1% ก็ถือว่าลด มีอยู่วันหนึ่งเขาขึ้นคอนโดกับคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าทำอะไรมา มีคลิปให้ดูด้วยว่าขึ้นคอนโดด้วยกัน ถ่ายมาเป็นชั่วโมง ตอนลงมากอดคอกัน หอมแก้มกันด้วย เหลือ 95% ก็ลดยังไม่ถึง 50% ซะที สุดท้ายแล้วในใจเราก็ไปบอกเลิกเขา เลิกกันเถอะ เสียใจ ร้องไห้ บอกเลิกเขาตอนประมาณ 14:00 น. พอช่วง 16:00 น. “เธอเรามาคบกันเถอะ คนเราผิดพลาดกันได้” เป็นแบบนี้ครับ อยากด่าตัวเองในตอนนั้นมาก

ถ้าย้อนกลับไปด่าตัวเองในวันนั้น อยากด่าตัวเองว่าอะไร ?

นนท์ อินทนนท์: ไม่ทันคนมากเลยนะ คนแบบนี้มีอีกเป็นร้อยเป็นล้านพันล้านคน เขาช่วยเหลืออะไรบ้าง ไม่มีเลยแม้แต่อย่างเดียว เราช่วยเหลือเขาหมด แล้วเรารักเขาขนาดนี้ ยังจะกลับไปหาเขาอีก โง่ จะพูดประมาณนี้ คือเรารู้สึกว่าขาดเขาไม่ได้ตอนนั้น จะไม่สามารถหาผู้ชายแบบนี้ได้อีกแล้วตลอดชีวิต อยากเขย่าตัวเองแล้วบอกว่า “ฟังนะนนท์ เดินออกไปอีกสัก 3-4 ก้าว ผู้ชายเต็ม” เตือนตัวเอง เพราะตอนนั้นเป็นอย่างงั้นจริง ๆ

ถ้าในวันนั้นเลือกที่จะรักตัวเองให้เป็น คิดว่าเส้นทางชีวิตและความสัมพันธ์ตอนนั้นจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน ?

นนท์ อินทนนท์: เราจะมีความสุขมากกว่านี้ ตอนนั้นเสียดายเวลาด้วย เพราะการที่ร้องไห้เหมือนในมิวสิกวิดีโอ ไม่กินข้าวประมาณ 2-3 วัน เราหิวนะ หิวข้าวมาก แต่อยากประชดประชัน อยากใช้ชีวิตให้เขารู้สึกสงสารเรา สุดท้ายเขาก็ไม่ได้รับรู้ เราฝากเพื่อนไปบอกเขา ถ่ายรูปลงเมื่อก่อนใช้โทรศัพท์ BB ถ่ายรูปลงแล้วก็เขียน BC แล้วบอกว่า OMG ก็ไม่ทัก บอกให้เพื่อนว่า “นนท์ไม่กินข้าวเลย” เงียบ เราก็ทนหิวไปขาดสารอาหาร เราพยายามเรียกร้องความสนใจอยู่อย่างงั้น ซึ่งเขาไม่รับรู้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมาก ๆ ในขณะที่เราจมอยู่กับอะไรก็ไม่รู้ในสิ่งที่ไม่ได้ผิดด้วยซ้ำ สุดท้ายแล้วทุกอย่างมีแต่เสียกับเสีย มีสติแค่นั้น กลับมาเหอะ

ในวันที่เห็นตัวเองในอดีตกำลังจมอยู่ในวังวนเดิม ๆ ถ้าส่งเสียงไปถึงได้ คิดว่าประโยคไหนจะฉุดขึ้นมาจากน้ำ ?

นนท์ อินทนนท์: ลงไปให้ลึก ให้เราเสียชีวิตไปเลย ดำเข้าไปข้างล่างเลย ถ้าเรายังคิดไม่ได้ เราเป็นบัวใต้ตมอยู่ในโคลน ไปพอกโคลนซะ เผื่อผิวเราอาจจะดีขึ้น สมองจะใสขึ้นด้วย ไม่พูดอะไรกับนนท์แล้ว เพราะด่านนท์แล้วรู้สึกเจ็บจี๊ดครับ

ความกลัวที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มสิ่งที่ “นนท์” กลัวที่สุดในการใช้ชีวิต ?

นนท์ อินทนนท์: อยากบอกสิ่งที่นนท์รู้สึกกลัวมาตลอดคือการใช้ชีวิต จะเป็นคนที่ปิดบังตัวเอง กลัวว่าคนจะรู้ว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ กลัวมาก แล้วก็เป็นคนที่ใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงมาโดยตลอด ตั้งแต่ ป.6 จนช่วงขึ้น ปี 1 ช่วงที่อยู่ ป.6 เริ่มถือป้ายโรงเรียน เป็นเชียร์ลีดเดอร์ ทำกิจกรรมมากขึ้น จนเพื่อนมองว่าเป็นเพศที่สามก็เลยเลิกทำ ไม่อยากเป็น พอเข้ามัธยม เพื่อนที่ล้อว่าเป็นเพศที่สามกลับมาเรียนห้องใกล้ ๆ กัน นนท์ก็ต้องยิ่งแมนขึ้น ปิดบังขึ้นไปอีก จนจบ ม.6 ขึ้น ปี 1 ก็ยังต้องปิดบัง เพราะกลัว ไม่รู้กลัวอะไร กลัวพ่อแม่รู้ กลัวคนที่เขาคาดหวังจะให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้รู้ กลัวไปหมด อยากจะให้กล้ามากกว่านี้ครับ

ประสบการณ์ความรักที่เคยคบผู้หญิง ?

นนท์ อินทนนท์: ขอเล่านิดหนึ่งครับ เราตั้งสถานะซึ่งคัดลอกมาจากของเพื่อนอีกคนประมาณว่า ..รู้จักคนมาเยอะมาก ๆ ปกติเวลาไถดูฟีดก็จะแค่เลื่อนดูไม่ได้อ่านจนจบหรือไม่ได้อ่านตั้งแต่ประโยคแรกจนถึงสุดท้ายแต่เราอยากให้เธออ่านจนถึงสุดท้ายเลยแล้วเธอมาตอบเราหน่อยว่าคืออะไร ก็คือประโยคสุดท้ายเขียนบอกว่า “วันที่เรารู้จักกันครั้งแรก เรารู้จักกันได้ยังไง ขอคำเดียว” แฟนเก่าผู้หญิงคนนี้พิมพ์มาบอกว่า “ม.1 เพื่อน ม.6 แฟน” แล้วเราก็พิมพ์ไปบอกว่า “คิดถึงแฟนเก่านะครับ” แล้วเขาก็ตอบว่า “อันนี้นนท์หรือนินพิมพ์คะ” เพราะเขาก็ดู เราเลยรู้สึกแบบกลายเป็นความรู้สึกดี ๆ ให้กัน ถึงแม้ว่าตอนนั้นเราคบกับเขา เราคบด้วยความจริงใจมาก ๆ แล้วพอวันหนึ่งเราเลิกกัน ก็เลิกกันอย่างเข้าใจ ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นเรื่องไม่ดีแต่เราก็เข้าใจว่าเป็นสิ่งนี้สิ่งนั้น คือบางคำพูดบางทีไม่ต้องพิมพ์เยอะแต่ Impact กับตัวเอง Impact กับความรู้สึกที่อยู่ข้างในที่บางทีเราอาจจะลืมไป แต่กระตุ้นขึ้นมา ทำให้ความรู้สึกดี ๆ มีได้ตลอด เราไม่เห็นต้องไปจำกัดว่าวันนี้เรารู้สึก มันรู้สึกดีได้เลย ทุกวัน ทุกวินาที อยากขอบคุณที่เขาเข้าใจเรานะ เพราะว่าตอนที่เราเลิกกันด้วยเรื่องที่เขากลับไปคบกับแฟนเก่าของเขา ซึ่งเราก็เสียใจแต่เราเข้าใจเขานะเพราะเขาคบกันมานาน แต่อยากจะขอบคุณที่เขาไม่เคยลืมเราเลย รับปริญญาเราเขาก็มา ทุกๆวันเกิดเขาจะอวยพรเสมอจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นแฟนเก่าที่เขาคอยซัพพอร์ตอยู่ข้างหลังตลอดเวลา

เมื่อพ่อบอกว่า “เป็นอะไรก็ได้” โมเมนต์ที่ปลดปล่อยชีวิตให้เป็นของตัวเองอย่างแท้จริง ?

นนท์ อินทนนท์: เหมือนโดนขอแต่งงาน หูดับ นั่งร้องไห้มานานมากแล้วก่อนที่เขาจะพูดเขาเห็นจนเราไม่ไหวคงเห็นความพยายามว่า ให้เป็นไปเถอะ พอหูดับเสร็จอยู่ ๆ กลายเป็นใจฟู สักแป๊บหนึ่งใจหล่นลงมาอีกแล้ว เพราะเขารับได้จริงไหมหรือว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรอยากให้ผ่าน ๆ ไป ซึ่งวัดไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เขาพูดไปคืออะไร แต่การกระทำกับเขาหลังจากนั้นวัดได้ เพราะเป็นคนที่เข้ามาหาเราแล้วถามว่า “เป็นยังไงบ้าง ทำอะไรก็ทำไปเถอะ ตั้งใจ สักวันหนึ่งจะสำเร็จ” แต่แม่เป็นคนที่หนักกว่าพ่อมาก ๆ ไม่คุยกันปีหนึ่ง แต่ก็จะฝากบอกพ่อมาเสมอ เขาก็เป็นห่วงเรากินได้ไหม ช่วงนั้นโควิดระบาดก็เลยกลายเป็น ความโชคร้ายที่มีโควิด แต่ในอีกมุมหนึ่งเป็นความโชคดีของเราที่ทำให้ได้กลับเข้ามาอยู่บ้าน เพราะเขากลัวว่าเราจะเป็นโควิด เชื่อคำนี้เลยว่าความโชคร้ายยังมีความโชคดีเสมอ อีกอย่างคือไม่ว่าจะเจออะไรเราจะผ่านไปได้ กลายเป็นเชื่อคำนี้จากสิ่งนี้ไปเลยครับ

จุดสำคัญที่ทำให้คนวางความคาดหวังแล้วมาโอบรับตัวเองจริง ๆ

นนท์ อินทนนท์: นนท์เชื่อว่าทุกคนรู้ว่าควรทำอะไร แต่ยังไม่ถึงจุดที่เขาทำได้ รู้ว่าต้องทำอะไรตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ต้องยอมรับตัวเอง เป็นเรื่องใหญ่สำหรับนนท์มาก อย่างเช่น ยอมรับว่าเป็นเกย์กว่าจะยอมรับได้ตั้ง 10 กว่าปี กว่าจะยอมรับ สิ่งที่พ่อแม่เป็น เขายอมรับไม่ได้เลยตั้งแต่แรก ไม่ใช่เรื่องผิด เขาจะยอมรับได้ใน 20 ปีข้างหน้าก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเราก็เกือบ 20 ปีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการยอมรับตัวเอง พูดไม่ได้เลยว่าต้องทำตอนไหน เมื่อไหร่ เอาเป็นว่าเมื่อพร้อม เมื่อเข้มแข็ง เมื่อแข็งแรง เมื่อรู้สึกว่าจะยอมรับในสิ่งที่ว่า ใช่, ไม่ใช่, ชอบ, ไม่ชอบ, โอเค หรือไม่โอเค มีแค่นี้ครับ

วงการบันเทิงอาลัย ‘ต้น ชานนท์ สมฤทธิ์’ ผู้กำกับมากฝีมือ เสียชีวิตอย่างสงบ

17 กันยายน 2569 เวลา 10:13 น.

ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้าของวงการบันเทิงไทย หลังการจากไปของ “ต้น” ชานนท์ สมฤทธิ์ ผู้กำกับละครและภาพยนตร์ชื่อดัง ผู้สร้างสรรค์ผลงานคุณภาพและสร้างรอยยิ้มให้กับผู้ชมมาอย่างยาวนาน “ต้น ชานนท์” เป็นที่รักของเพื่อนพ้องนักแสดงและทีมงานในฐานะผู้กำกับอารมณ์ดีและมีอัธยาศัยไมตรี ตลอดเส้นทางคนทำงานเบื้องหลัง เขามีผลงานสร้างชื่อหลากหลายแนว ทั้งคอมเมดี้ ดราม่า และโรแมนติก เช่น  ปี 2550 ละครคอมเมดี้ มนต์รักลอตเตอรี่ ผลงานละครดัง กิ่งกาหลง (ช่อง 3), ผีเสื้อสมุทร, แหม่มแก้มแดง, อรุณสวัสดิ์, นางกลางไฟ และ นางแค้น  ปี 2560 กำกับละคร เกมมายา นำแสดงโดย พุฒิชัย เกษตรสิน, วรันธร นิลกูหา และ กวี ตันจราารักษ์  ผลงานล่าสุด (ปี 2566) ละครดราม่าโรแมนติกเรื่อง หลงเงา ทางช่อง PPTV HD 36

กำหนดการบำเพ็ญกุศลจัดขึ้น ณ วัดกองพระทราย ศาลา 2 จังหวัดนครราชสีมา วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569เวลา 16.00 น. พิธีรดน้ำศพ เวลา 18.00 น. สวดพระอภิธรรม วันที่ 18–19 กันยายน 2569 เวลา 18.00 น. และจะฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569 นี้ ‘ทีมข่าวแนวหน้าบันเทิง’ขอแสดงความเสียใจและขอร่วมไว้อาลัยมา ณ โอกาสนี้ 

‘มาริโอ้’ และ ‘เก้า-สุภัสสราทิพ’ นำทีม ‘จูเนียร์-ปณชัย’ และ ‘ต้าห์อู๋-พิทยา’ เปิดตัว ‘The Longines Master Collection’

17 กันยายน 2569 เวลา 09:50 น.

LONGINES (ลองจินส์) แบรนด์นาฬิการะดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ จัดงานเปิดตัว “The Longines Master Collection” หนึ่งในคอลเลกชันระดับตำนานที่มีอายุมากกว่า 20 ปี และถูกนำมาตีความผ่านดีไซน์ใหม่ทั้งหมดในวาระฉลองครบรอบ โดยมี Friend of Longines ‘มาริโอ้ เมาเร่อ’ และ ‘เก้า-สุภัสสราทิพ อัครทวีพัชร์’ พร้อมด้วย จูเนียร์-ปณชัย ศรีอาริยะรุ่งเรือง และ ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว มาร่วมสะท้อนนิยาม “Elegance is an Attitude” ตามแบบฉบับของแบรนด์ ท่ามกลางวิวกรุงเทพฯ แบบพาโนรามายามค่ำคืน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระพิเศษนี้ไปพร้อมกัน ณ The Norm Bangkok ชั้น 42 Dusit Central Park

ธภัทร กุลสิรินันท์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ลองจินส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “สำหรับ The Longines Master Collection เป็นคอลเลกชันระดับตำนานที่มีอายุกว่า 20 ปี ซึ่งในปีนี้ได้ตอกย้ำความเป็นไอคอนอีกครั้ง ด้วยการตีความดีไซน์ใหม่ นำเสนอความคลาสสิกสง่างามและความเชี่ยวชาญในการทำนาฬิกา ด้วยการเปิดตัว Master Collection ดีไซน์ใหม่ทั้งหมดสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่หน้าปัด เข็มนาฬิกา ไปจนถึงขอบตัวเรือนและสายนาฬิกา โดยกลับมาพร้อมรุ่นสามเข็มดีไซน์ใหม่ รุ่นโครโนกราฟมูนเฟส และไฮไลท์สุดพิเศษคือโครโนกราฟแบบโมโนพุชเชอร์ ที่เป็นแบบปุ่มกดเดียว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในตระกูลThe Longines Master Collection”

ท่ามกลางบรรยากาศที่สะท้อนถึงความประณีต ความสมดุล และคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นของ Friend of Longines ‘มาริโอ้ เมาเร่อ’ และ ‘เก้า-สุภัสสราทิพ อัครทวีพัชร์’ พร้อมด้วย ‘จูเนียร์-ปณชัย ศรีอาริยะรุ่งเรือง’ และ ‘ต้าห์อู๋-พิทยา แซ่ฉั่ว’ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ได้ร่วมกันถ่ายทอดนิยามของสไตล์และความสง่างามที่ไร้กาลเวลา เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์เรือนเวลารุ่นใหม่จาก The Longines Master Collection

พบกับคอลเลกชันใหม่จากแบรนด์ลองจินส์ได้แล้ววันนี้ ที่ LONGINES Boutique ทุกสาขา และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.longines.co.th

‘มาย ภาคภูมิ’ บินลัดฟ้าสู่ลอนดอน อวดลุคเดนิมสุดเท่ ร่วมงาน H&M ใน London Fashion Week

17 กันยายน 2569 เวลา 09:40 น.

พร้อมออกเดินทางสู่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นที่เรียบร้อยสำหรับนักแสดงหนุ่มสุดฮอต ‘มาย-ภาคภูมิ ผักshare’ (@milephakphum) ที่ปรากฏตัว ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ในสไตล์ Airport Look สุดชิคจากแบรนด์ H&M (@hm) ก่อนมุ่งหน้าเข้าร่วมงานแฟชั่นอีเวนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ H&M&YOU&I: A Fashion Story ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ต้อนรับเทศกาล London Fashion Week

การเดินทางในครั้งนี้ มาย ภาคภูมิ มาในสไตล์ All-Denim ที่ผสมผสานความสบายเข้ากับความเท่ได้อย่างลงตัว ชูความเด่นด้วยการแมตช์แจ็กเก็ตเดนิมเข้ากับกางเกงยีนส์ทรงตรง คอมพลีทลุคด้วยรองเท้าโลฟเฟอร์สีดำที่เพิ่มเรียบหรูคลาสสิก ถือเป็นลุคเดินทางที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยสไตล์อันมีเสน่ห์

สำหรับงาน H&M&YOU&I: A Fashion Story ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญประจำฤดูกาลของ H&M ที่รวบรวมเหล่าคนดังระดับโลกมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวทางแฟชั่น ณ นครลอนดอน แฟนๆ สามารถรอติดตามภาพบรรยากาศและลุคสุดพิเศษของหนุ่มมายตลอดทริปนี้ได้อย่างใกล้ชิด

‘ญาญ่า อุรัสยา’ เตรียมโชว์ความฟิต! ชวนเหล่านักวิ่งออกลุย ‘บางกอกแอร์เวย์ส เชียงใหม่ ฮาล์ฟ มาราธอน’

17 กันยายน 2569 เวลา 09:27 น.

เตรียมส่งท้ายซีรีส์งานวิ่งแห่งปีแบบสดใสสุดพลัง เมื่อ “ญาญ่า – อุรัสยา เสปอร์บันด์” นางเอกสาวมากความสามารถและพรีเซนเตอร์คู่ใจของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สมายาวนาน เตรียมฟิตร่างกายร่วมลงแข่งขันระยะ 5 กิโลเมตร ในรายการ “บางกอกแอร์เวย์ส เชียงใหม่ ฮาล์ฟ มาราธอน 2026” สนามสุดท้ายของ “บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรีส์ 2026” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–27 กันยายน 2569 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่

งานนี้เหล่านักวิ่งมีลุ้นได้สัมผัสบรรยากาศสุดพิเศษ เพราะนอกจากจะได้ออกวิ่งท่ามกลางเสน่ห์ของเมืองล้านนาแล้ว ยังมีโอกาสร่วมเส้นทางกับ “ญาญ่า” แบบใกล้ชิด พร้อมรับพลังบวกและรอยยิ้มจากเจ้าตัว ที่เตรียมมาร่วมสร้างสีสันและส่งกำลังใจให้กับแฟน ๆ และเพื่อนนักวิ่งตลอดงาน

พิเศษสำหรับผู้โดยสารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กับสิทธิประโยชน์ภายใต้แคมเปญ Fly to Run” ไม่ว่าจะเป็นโค้ดส่วนลดบัตรโดยสารมูลค่า 500 บาท สิทธิ์รับ BIB ฟรีในจำนวนจำกัด พร้อมคะแนนสะสมเพิ่มเติมสำหรับสมาชิก FlyerBonus รวมถึงของที่ระลึกสุดพิเศษเมื่อแสดง Boarding Pass ภายในงาน ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือเสื้อวิ่งคอลเลกชัน “Bangkok Airways Boutique Series 2026” ที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของเชียงใหม่ผ่านลวดลายร่วมสมัย โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชัน โดยผลิตจากวัสดุที่ช่วยระบายอากาศและสวมใส่สบาย พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพราะเสื้อวิ่ง 1 ตัวผลิตจากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิล เทียบเท่ากับขวดน้ำพลาสติกประมาณ 20 ขวด สะท้อนแนวคิดการสร้างประสบการณ์การเดินทางและกิจกรรมที่สนุกไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

พลาดไม่ได้สำหรับนักวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร ที่สามารถพิชิตเส้นชัยภายในเวลาคัตออฟ (Cut-off) 4 ชั่วโมง จะได้รับเสื้อ Finisher 21K จาก PUMA แบรนด์กีฬาระดับโลก เป็นของที่ระลึกแห่งความสำเร็จและอีกหนึ่งความทรงจำจากสนามส่งท้ายของ “บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรีส์ 2026”

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และรายละเอียดเพิ่มเติมของงานได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/BangkokAirways.Run/

‘Out of the Nest – นาจา 1 – Start It Up’ร่วมฉายใน Thailand International Kids & Youth Film Animation Festival 2026

17 กันยายน 2569 เวลา 09:21 น.

บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อประสบการณ์และแรงบันดาลใจผ่านโลกภาพยนตร์ ด้วยการนำ 3 ผลงาน ได้แก่ “Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ”, “นาจา 1” และ “Start It Up” เข้าร่วมฉายในงาน Thailand International Kids & Youth Film Animation Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์และโทรทัศน์สำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–20 กันยายน 2569 ณ Central Nakhon Sawan เทศกาลครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้เด็ก เยาวชน และครอบครัว ได้สัมผัสโลกของภาพยนตร์และแอนิเมชันผ่านผลงานหลากหลายเรื่อง พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์ ฟรี!!! ตลอดทั้ง 3 วัน



โดย ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอลฯ นำผลงานที่มีทั้งความสนุก จินตนาการ และเรื่องราวที่เข้าถึงผู้ชมต่างวัยมาร่วมฉายภายในงาน สำหรับแฟนภาพยนตร์ สามารถร่วมชมทั้ง 3 เรื่อง ได้ตามกำหนดการดังนี้
• 18 กันยายน | 14.00–15.30 น. — Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ ณ โรงภาพยนตร์ SF4
• 19 กันยายน | 14.00–16.00 น. — นาจา ภาค 1 ณ โรงภาพยนตร์ SF4
• 20 กันยายน | 14.00–16.00 น. — Start It Up ณ โรงภาพยนตร์ SF4

การเข้าร่วมเทศกาลในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงแนวทางของ บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอลฯ ในการนำ Content และ IP มาสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้ชม พร้อมเปิดพื้นที่ให้คอนเทนต์คุณภาพเข้าถึงเด็ก เยาวชน และครอบครัวในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ด้วยการส่ง Mascot Show สุดน่ารักจากภาพยนตร์แอนิเมชัน Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ มาร่วมโชว์ในงาน และส่งผู้เชี่ยวชาญในการผลิตภาพยนตร์ และแอนิเมชัน มาจัดกิจกรรมเสวนา และเวิร์คช้อป ตามกำหนดการดังนี้

• 18 กันยายน | 14.00–16.30 น. — เสวนาหัวข้อ “From Creative Idea to Shot AI Animation เรียนรู้วิธีการสร้าง AI Animation ต่อยอดจากไอเดียความคิดสร้างสรรค์” โดยคุณชรภัทร์ สันติมากร Chief Experience Officer ​18.20-19.00 น.- Mascot Show+Meet & Greet “เทอร์ร่า พัดเดิ้ล สปาร์ค” องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ



• 19 กันยายน | 14.30–15.30 น. — เสวนาหัวข้อ “Cross-Culture IP: Turning Local Stories Into Global Business ส่งเสริมอุตสหกรรมทรัพย์สินทางปัญญา ดังไกลระดับประเทศ” โดยคุณวุฒิกร เส้า Group Chief Business Development, Contents, Sale & Sponsorship Officer 18.20-19.00 น. – Mascot Show + Meet & Greet “พัฟ สปาร์ค ลิฟ” องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ

• 20 กันยายน | 14.30–15.30 น. — เสวนาหัวข้อ “Behind The Stories that Matter เมื่อความบันเทิงไม่ได้จบแค่ความสนุก” โดยคุณพรวิรุณ แก้วทอง IP Repertoire Director, Producer, IP Business Strategist 18.20-19.00 น. – Mascot Show + Meet & Greet “ทวิก พัดเดิ้ล ทิน” องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมจาก บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอลฯ ได้ทาง Facebook: T&B Media Global และ T&B Kids

เปิดตัว 30 สาวงามในชุดว่ายน้ำย้อนยุค เพื่อร่วมชิงตำแหน่ง ‘นางสาวถิ่นไทยงาม 2569’

17 กันยายน 2569 เวลา 09:08 น.

อวดโฉมให้สื่อมวลชนได้ยลเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับผู้เข้าประกวด “นางสาวถิ่นไทยงาม 2569″ ในโอกาสฉลองครบ 76 ปี ของเวทีที่สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการนางงามของไทยมาอย่างยาวนาน ภายใต้การดูแลของ สมใจนึก เองตระกูล ประธานที่ปรึกษา และ สินีนารถ เองตระกูล ประธานกรรมการบริหาร โดยได้รับเกียรติจาก สุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เข้าร่วมงานในฐานะแขกผู้มีเกียรติและผู้แทนภาครัฐด้านวัฒนธรรม ซึ่งให้ความร่วมมือและสนับสนุนแนวคิดการส่งเสริมวัฒนธรรมไทยผ่านเวทีนางสาวถิ่นไทยงามในปีนี้

โดยสาวงามทั้ง 30 คนได้ร่วมแสดงแบบในชุดว่ายน้ำย้อนยุค ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายอันเป็นเอกลักษณ์ของเวทีการประกวด โดยในปีนี้ได้นำอัตลักษณ์ของผ้าชาติพันธุ์ม้งและเครื่องประดับม้งมาผสมผสานได้อย่างลงตัว พร้อมการแสดงแบบในชุดล้านนาไทยวน ผ้าซิ่นตีนจกของชุมชนบ้านหาดเสี้ยว จังหวัดสุโขทัย จากบริษัท รู้รักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม ประเทศไทย จำกัด โดยสาวงามรุ่นพี่ นำโดย หมูแฮม-โชตินภา แก้วจรูญ, อีน-ปาณิศา สุทธิสว่าง และ โณนี่-จารุปิยา บริบาลบุรีภัณฑ์

ทั้งนี้ระหว่างวันที่ 16-21 กันยายน ผู้เข้าประกวดจะได้ร่วมกิจกรรมเก็บตัวที่จะให้ประสบการณ์สุดพิเศษ อาทิ กิจกรรมของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่เปิดโอกาสให้สาวงามได้ลองคิด วิเคราะห์ และเลือกความคุ้มครองให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ ถ่ายทอดเรื่องประกันภัยให้เป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน , เยี่ยมชมบริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด (AAB) ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกลุ่ม EA และ กลุ่ม NEX Point ดำเนินธุรกิจผลิตและประกอบรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ทุกประเภท , กิจกรรมเวิร์คช็อป เรียนรู้เรื่องราวน่าสนใจ จากผลิตภัณฑ์จากชุมชน ร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และเครือข่ายบริษัทรู้รักสามัคคีวิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด และสนุกกับกิจกรรมจากบริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด, BB Care และ Pet Planet รักนี้มีหาง

โดยรอบตัดสินในปีนีัจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์ล้านนา” ในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 ณ โรงแรม เอส พาร์ค โฮเต็ล (ESC Park Hotel) รังสิต ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามลุ้นเหล่าสาวงามได้ที่แฟนเพจ FB: นางสาวถิ่นไทยงาม

“นาวิน ต้าร์” โพสต์เดือด ยันชีวิตคู่ “น้ำหวาน” แฮปปี้ดี โต้ชาวเน็ตจับผิดหน้าตาเศร้า

16 กันยายน 2569 เวลา 21:09 น.

นาวินต้าร์

“นาวิน ต้าร์” ฟาดกลับสุดเดือด! ยันชีวิตคู่มีความสุขดี ลั่นแรงอย่ารู้ดี-หยุดวิเคราะห์สวัสดิภาพจากหน้าตา

หลังนักแสดงและนักร้องชื่อดัง “นาวิน ต้าร์” ออกมาโพสต์ข้อความเดือดผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ตอกกลับชาวเน็ตที่เข้ามาจับตามองและวิพากษ์วิจารณ์ว่าเจ้าตัวมีใบหน้าเศร้าหมอง ดูไม่มีความสุขในชีวิตคู่กับภรรยา “น้ำหวาน พัสวี”

งานนี้เจ้าตัวไม่ขอทน ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงด้วยอย่างดุดันและตรงไปตรงมา ยืนยันว่าชีวิตรักในปัจจุบันยังคงแฮปปี้ดี โดยระบุข้อความว่า

“รู้กันไว้ว่ากูมีความสุขดีอยู่แล้วนะครับ ไม่ต้องมาวิเคราะห์สวัสดิภาพของกูจากหน้าตานะครับ อยากตะโกนเพื่อให้ทุกคนรับทราบว่าตอนนี้กูมีความสุขมาก ๆ อยากถามคนที่มาวิจารณ์ว่าผมหน้าตาไม่มีความสุขว่า เรารู้จักกันเหรอถึงได้รู้ดีกันขนาดนั้น”

การออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เป็นการตอกกลับขาเม้าท์และชาวเน็ตสายวิเคราะห์อย่างชัดเจนว่า ชีวิตครอบครัวยังคงมั่นคงและมีความสุขดี ไม่ได้เป็นไปตามข่าวลือหรือการคาดเดาจากรูปลักษณ์ภายนอกแต่อย่างใด ขอบคุณภาพจาก IG : navintar

S__28254303

เบียร์ เดอะวอยซ์ โพสต์ฟาดเกรียนคีย์บอร์ด เวลาโดนฟ้องยกมือไหว้งาม-ไม่มีปัญญาจ่าย เตือนหนีคดีระวังเจอหมายจับ

16 กันยายน 2569 เวลา 19:30 น.

เบียร์ เดอะวอยซ์

วันนี้ 16 กันยายน 2569 วงการบันเทิงและโซเชียลร้อนฉ่ากันอีกแล้ว เมื่อนักร้องสาวสุดฮอต เบียร์ เดอะวอยซ์ ออกมาโพสต์ฟาดกลุ่มเกรียนคีย์บอร์ดที่ชอบใช้ถ้อยคำต่ำตมบูลลี่คนอื่นผ่านโลกออนไลน์แบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย งานนี้เจ้าตัวจัดหนักจัดเต็ม ฟาดกลับด้วยข้อความสุดแซ่บชนิดที่ว่าอ่านแล้วมีจุก

โดยสาวเบียร์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึงพวกที่ชอบเก่งแต่หน้าจอว่า ในชีวิตจริงไม่เคยเห็นมีใครกล้าทำเหมือนในโซเชียลสักราย แต่พอถูกดำเนินคดีขึ้นมา กลับเปลี่ยนท่าทีเป็นยกมือไหว้งามๆ หรือบางรายก็พยายามยืดเยื้อหนีคดี ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เตือนไว้ชัดเจนว่าคนที่คิดจะหนีระวังเจอหมายจับไม่รู้ตัว

เบียร์ เดอะวอยซ์

นอกจากนี้ นักร้องสาวยังจวกต่อแบบจี้จุดว่า คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่วัน ๆ ไม่ทำอะไร เอาแต่คิดเรื่องนินทาชาวบ้าน เก่งแค่ในจอเท่านั้น แต่พอถึงเวลาโดนฟ้องจริงๆ กลับไม่มีปัญญาจ่ายค่าเสียหาย แต่ดันมีปัญญาทีไปหาทนายความมาเถียงข้าง ๆ คู ๆ

เบียร์ เดอะวอยซ์

หลังจากที่โพสต์ของ เบียร์ เดอะวอยซ์ เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ได้ไม่นาน ทำเอาบรรดาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างเข้ามากดไลก์กดแชร์กันรวดเร็ว พร้อมคอมเมนต์กัน เช่น

“แล้วเป็นผู้สูงวัยมีเน็ตสะส่วนใหญ่”

“รักน้องเบียร์ครับ ตรงๆ ชัดเจนเสมอ”

“เม้นแรกครับ​ ใครทำพี่เบียร์เดือดได้ขนาดนี้ครับเนี่ย​ “

“ส่วนมากเป็นพวกมีปม”

“จริง พวกloser ทัังนั้น ว่างตกงานก็ หาที่ระบาย แทนที่เอาเวลาไปพัฒนาตัว”

“จัดการมันค่ะ”

เบียร์ เดอะวอยซ์

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Bizcuitbeer

เหนื่อยสุด ๆ เลยค่ะ ‘ธัญญ่า อาร์สยาม’ ถามชาวเน็ตวิธีทำให้คนๆ หนึ่งเลิกเล่นพนัน ลั่นอยากหลุดพ้นวิบากกรรม

16 กันยายน 2569 เวลา 17:23 น.

ธัญญ่า อาร์สยาม

ทำเอาขาเผือกและบรรดาแฟนคลับตื่นตระหนกกันทั้งโซเชียล เมื่อวันนี้ 16 กันยายน 2569 นักร้องลูกทุ่งสาวชื่อดัง ธัญญ่า อาร์สยาม ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโพสต์ฟางเส้นสุดท้าย ระบายความอัดอั้นตัดพ้อถึง คนๆ หนึ่ง ที่จมป่องอยู่ในวงจรอบายมุขจนแก้ไม่ตก

โดยสาวธัญญ่าได้โพสต์ข้อความถามหาทางออกกลางโซเชียลว่า “ขอวิธีเลิกเล่นพนันหน่อยค่ะ ทำไมมันยากเย็นกับคนๆ นึ่งจังเลย ต้องกี่ปีคะ 5ปี 10ปี จะเลิกได้ไหม เหนื่อยสุดๆเลยค่ะ”

ธัญญ่า อาร์สยาม

ความเจ็บปวดไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะในช่องคอมเมนต์ เจ้าตัวยังได้เข้ามาคอมเมนต์ตัดพ้อชีวิตตัวเองซ้ำๆ ด้วยความหมดแรงว่า “ชีวิตต้องมาเจออะไรซ้ำๆ แบบนี้ จนตายจากกันไปข้างนึงแน่ๆ” พร้อมใส่อีโมจิร้องไห้หนักมาก และตบท้ายด้วยคำพูดสุดสะเทือนใจอย่าง “อยากหลุดพ้นจากวิบากกรรมนี้”

ธัญญ่า อาร์สยาม
ธัญญ่า อาร์สยาม

งานนี้หลังจากโพสต์ของ ธัญญ่า อาร์สยาม เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียลทำเอาชาวเน็ตและแฟนคลับต่างพากันแห่ส่งกำลังใจให้สาวธัญญ่ากันยกใหญ่ เช่น

“ทางนี้ใช้วิธี เลิกค่ะ บอกให้มันเลิก มันไม่เลิก เรากะเลิกกับมันเลย”

“ทำสมาธิ ปฏิบัติธรรม ครับ (กรรมฐาน) สติปัฏฐาน4 ไม่มีสิ่งใดมาเปลี่ยนเราได้นอกจาก ตัวเองเปลี่ยนตัวเอง สมาธิเท่านั้นครับ ที่จะเปลี่ยนได้”

“ใจล้วนๆๆๆค่ะ จากคนที่ติดมาก่อน หันมาเล่นเกมส์ที่ใช้สมอง ค่ะ จะติดเกมส์นี้มากเลยค่ะ เอาเกมส์ ต่อสี หาสิ่งของในภาพค่ะ”

“อยู่ที่ใจค่ะ ลองปล่อยไม่สนใจ ไม่ซัพพอร์ต ไไม่มีใครดูแล ก็จะช่วยเหลือตัวเอง”

“ตามประสบการณ์ ผมสวดมนต์อุทิศให้เขา ใส่บาตรประจำ พาเขาเขาวัดบ่อยๆ ลองทำดู”

“เราไม่มีทางเปลี่ยนคนอื่นได้ แต่เราเปลี่ยนตัวเองได้ค่ะน้อง”

“ไฟไหม้ยังเหลือที่ค่ะ ผีพนันเข้าที่ก็ไม่เหลือค่ะ”

“อยู่ที่ตัวบุคคลค่ะ ตัวเองตัดปัญหาโดยการไม่แก้ปัญหาให้ดีกว่าค่ะ”

“อยู่ใจล้วนๆ ต่อให้มีคนมานั่งเล่นต่อหน้าถ้าใจนิ่งพอ ก็ทำอะไรเราไม่ได้ ใจนิ่งดุจภูผา ฟ้าถล่มก็ไม่กลัว”

ธัญญ่า อาร์สยาม
ธัญญ่า อาร์สยาม
ธัญญ่า อาร์สยาม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก ธัญญ่า อาร์สยาม