รมว.กลาโหมลัตเวีย ลาออกหลังโดรนยูเครนตกใส่แท็งก์น้ำมัน

รมว.กลาโหมลัตเวีย ลาออกหลังโดรนยูเครนตกใส่แท็งก์น้ำมัน

11 พ.ค. 2569 05:53 น.

รมว.กลาโหมลัตเวีย ลาออกหลังโดรนยูเครนตกใส่แท็งก์น้ำมัน

รัฐมนตรีกลาโหมลัตเวียลาออกจากตำแหน่งแล้ว เพื่อรับผิดชอบหลังเกิดเหตุ โดรนยูเครน 2 ลำบินข้ามพรมแดนและตกใส่แท็งก์เก็บน้ำมันจนเกิดการระเบิดเมื่อสัปดาห์ก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอันดริส สพรูดส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของลัตเวีย ประกาศลาออกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. 2569 หลังเกิดเหตุโดรนของยูเครน 2 ลำ บินข้ามพรมแดนมาจากฝั่งรัสเซียและพุ่งชนแท็งก์เก็บน้ำมันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (7 พ.ค.)

ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ นางเอวิกา ซิลินา นายกรัฐมนตรีลัตเวีย ออกมาเรียกร้องให้นายสพรูดส์ลาออกจาก โดยระบุว่าระบบต่อต้านโดรนไม่ได้ถูกติดตั้งและใช้งานได้รวดเร็วพอ พร้อมกันนี้เธอได้แต่งตั้ง พันเอก ไรวิส เมลนิส แห่งกองทัพลัตเวีย ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่แทน

ทั้งนี้ เมื่อวันพฤหัสบดี ลัตเวียและลิทัวเนียได้เรียกร้องให้กลุ่มนาโต (NATO) เร่งเสริมศักยภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศในภูมิภาค หลังจากมีโดรน 2 ลำบินข้ามพรมแดนรัสเซียเข้ามาและเกิดการระเบิดที่คลังเก็บน้ำมันในลัตเวีย

ด้าน นายอันดรีย์ ซิบีฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ ยืนยันว่าโดรนดังกล่าวเป็นของยูเครนจริง แต่ที่บินเข้าไปในลัตเวียนั้นเป็นผลมาจาก “การใช้สงครามอิเล็กทรอนิกส์ของรัสเซียที่จงใจเบี่ยงเบนทิศทางโดรนของยูเครนออกจากเป้าหมายในรัสเซีย”

นอกจากนี้ นายซิบีฮายังกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อเหตุการณ์โดรนดังกล่าว ยูเครนกำลังพิจารณาส่งผู้เชี่ยวชาญไปช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยทางอากาศในกลุ่มประเทศแถบทะเลบอลติกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ผู้โดยสารฝรั่งเศส แสดงอาการป่วย หลังอพยพจากเรือสำราญไวรัสฮันตา

ผู้โดยสารฝรั่งเศส แสดงอาการป่วย หลังอพยพจากเรือสำราญไวรัสฮันตา

11 พ.ค. 2569 05:12 น.

ผู้โดยสารฝรั่งเศส แสดงอาการป่วย หลังอพยพจากเรือสำราญไวรัสฮันตา

นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ผู้โดยสารคนหนึ่งจากเรือสำราญที่เผชิญกับการแพร่ระบาดของ ไวรัสฮันตา เริ่มแสดงอาการของโรคในระหว่างส่งตัวกลับประเทศฝรั่งเศส ตอนนี้ถูกกักตัวแล้ว

เมื่อ 10 พ.ค. 2569 นายเซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสเปิดเผยว่า หนึ่งในผู้โดยสารชาวฝรั่งเศสที่ได้รับการอพยพจากเรือสำราญ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” (MV Hondius) ซึ่งกำลังเผชิญกับการแพร่กระจายของ ไวรัสฮันตา (Hantavirus) เริ่มแสดงอาการของโรคขณะอยู่บนเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากเกาะเตเนริเฟมายังกรุงปารีส

หลังจากเที่ยวบินของฝรั่งเศสลงจอดที่สนามบิน เลอ บูร์เกต์ (Le Bourget) เจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ก็รอรับตัวผู้อพยพทั้ง 5 คน บนลานจอดเครื่องบิน จากนั้นรถพยาบาลได้นำตัวทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลบิชาต์ (Bichat) ในกรุงปารีส

กระทรวงกิจการต่างประเทศและยุโรปของฝรั่งเศสระบุในแถลงการณ์ว่า เมื่อถึงโรงพยาบาล พวกเขาจะถูกกักตัวเป็นเวลา 72 ชั่วโมงเพื่อรับการตรวจประเมินอย่างละเอียด ก่อนจะถูกส่งตัวไปกักตัวต่อที่บ้านเป็นเวลา 45 วัน

พลเมืองฝรั่งเศสเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของนักท่องเที่ยวมากกว่า 90 คนที่ถูกส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิดจากเรือสำราญของบริษัทเนเธอร์แลนด์เมื่อวันอาทิตย์ หลังจากเรือลำดังกล่าวเข้าทอดสมอนอกชายฝั่งเกาะเตเนริเฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะคานารี ของสเปน

การระบาดของไวรัสฮันตาบนเรือลำนี้ ทำให้มีผู้โดยสารเสียชีวิตแล้ว 3 ศพ โดยในจำนวนนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าติดเชื้อไวรัสดังกล่าว 2 ราย

ในขณะเดียวกัน ชาวสเปน 14 รายที่เดินทางจากเตเนริเฟไปยังกรุงมาดริด กำลังเผชิญกับการกักตัวภาคบังคับที่โรงพยาบาลทหารในเมืองหลวงของสเปน

ด้านชาวอังกฤษได้รับการส่งตัวกลับถึงเมืองแมนเชสเตอร์แล้ว โดยสำนักงานความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) ระบุว่า ยังไม่มีชาวอังกฤษรายใดมีอาการป่วย แต่ทุกคนยังคงอยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง

นอกจากนี้ เครื่องบินที่บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือ 26 คน ซึ่งรวมถึงชาวเนเธอร์แลนด์ 8 คน ได้เดินทางถึงประเทศเนเธอร์แลนด์แล้ว และยังมีกำหนดการเที่ยวบินสำหรับส่งพลเมืองตุรกี ไอริช และสหรัฐอเมริกา กลับประเทศในวันอาทิตย์นี้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ เรือสำราญ MV Hondius ทอดสมอที่ท่าเรือกรานาดิยาในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ และทีมแพทย์ได้ขึ้นไปบนเรือเมื่อเวลาประมาณ 07:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการเคลื่อนย้ายผู้ที่อยู่บนเรือและส่งตัวกลับประเทศ ตามแผนที่วางเอาไว้อย่างเป็นระบบและรัดกุมโดยรัฐบาลสเปนและองค์การอนามัยโลก (WHO)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์ลั่น ไม่ชอบคำตอบของอิหร่าน ต่อข้อเสนอใหม่ของสหรัฐฯ

ทรัมป์ลั่น ไม่ชอบคำตอบของอิหร่าน ต่อข้อเสนอใหม่ของสหรัฐฯ

11 พ.ค. 2569 03:29 น.

ทรัมป์ลั่น ไม่ชอบคำตอบของอิหร่าน ต่อข้อเสนอใหม่ของสหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความระบุว่า เขาไม่ชอบคำตอบที่อิหร่านมอบให้ เกี่ยวกับข้อเสนอเพื่อยุติสงครามฉบับใหม่ที่สหรัฐฯ ยื่นไป และว่าคำตอบของอิหร่านเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2569 สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า รัฐบาลของพวกเขาได้ส่งคำตอบสำหรับข้อเสนอเพื่อยุติสงครามฉบับใหม่ของสหรัฐฯ ให้รัฐบาลวอชิงตันผ่านประเทศปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างทั้งสองฝ่ายแล้ว โดยไม่เปิดเผยว่า คำตอบของพวกเขาคืออะไร

แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า เขาไม่ชอบคำตอบของอิหร่านเลย

“ผมเพิ่งได้อ่านคำตอบจากผู้ที่เรียกตัวเองว่า ‘ตัวแทน’ ของอิหร่าน ผมไม่ชอบมันเลย — เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง! ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์” โดยที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ เกี่ยวกับคำตอบของอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติกล่าวว่า สหรัฐฯ ขีดเส้นเอาไว้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาต้องการอะไรจากอิหร่าน และเศรษฐกิจโลกไม่สามารถถูกอิหร่านจับเป็นตัวประกันได้อีกต่อไป

“โลกไม่ควรอดทนต่อระบอบการปกครองของอิหร่านที่พยายามจะบีบคั้นเศรษฐกิจของคนทั้งโลก” นายไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับรายการ Fox News Sunday

“พวกเขาไม่สามารถเริ่มวางทุ่นระเบิดแบบไม่เลือกหน้าลงในมหาสมุทรเพื่อโจมตีการเดินเรือได้” นายวอลซ์กล่าว “ตอนนี้พวกเขาถึงขั้นเริ่มพูดผ่านโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านเรื่องการทำลายสายเคเบิลใต้ทะเลที่ใช้ส่งข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลคลาวด์ และข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญทุกประเภททั้งเข้าและออกจากอ่าวเปอร์เซีย”

“เราจะได้เห็นกันว่าทางอิหร่านเพิ่งตอบกลับมาว่าอย่างไรเมื่อคืนนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ‘เส้นตาย’ (red line) ที่ชัดเจนมากของเรา” วอลซ์กล่าว “ประธานาธิบดีทรัมป์ชัดเจนมาตลอดว่าพวกเขาจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และพวกเขาไม่สามารถจับเศรษฐกิจโลกเป็นตัวประกันได้”

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังดำเนินอยู่ วอลซ์ได้ระบุชัดเจนว่า แม้สหรัฐฯ จะเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาสู้รบกันอีกครั้ง แต่ทรัมป์ต้องการมุ่งเน้นไปที่การใช้การทูต “ท่านกำลังให้โอกาสกับการทูตในทุกทางที่ทำได้ ก่อนที่จะกลับไปใช้กำลังทางทหาร” วอลซ์ระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

นาร์เกส โมฮัมมาดี เจ้าของโนเบลสันติภาพ ได้ประกันตัว-ถูกส่งโรงพยาบาล

นาร์เกส โมฮัมมาดี เจ้าของโนเบลสันติภาพ ได้ประกันตัว-ถูกส่งโรงพยาบาล

11 พ.ค. 2569 02:33 น.

นาร์เกส โมฮัมมาดี เจ้าของโนเบลสันติภาพ ได้ประกันตัว-ถูกส่งโรงพยาบาล

(ภาพจาก AFP PHOTO / NARGES MOHAMMADI FOUNDATION)

นาร์เกส โมฮัมมาดี เจ้าของโนเบลสันติภาพชาวอิหร่าน ได้รับการประกันตัวและถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเตหะรานแล้ว หลังจากสุขภาพทรุดลงอย่างหนัก

เมื่อ 10 พ.ค. 2569 นางนาร์เกส โมฮัมมาดี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพชาวอิหร่าน ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวและถูกย้ายตัวไปยังโรงพยาบาลในกรุงเตหะรานเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากครอบครัวของเธอออกมาระบุว่า ร่างกายของโมฮัมมาดีทรุดลงอย่างหนัก และเรียกร้องให้อิหร่านยอมให้เธอรับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเต็มรูปแบบ

มูลนิธินาร์เกส (Narges Foundation) ซึ่งบริหารโดยครอบครัวโมฮัมมาดี ระบุว่า เจ้าของรางวัลโนเบลผู้นี้ได้รับสิทธิ์ “ระงับการรับโทษชั่วคราวด้วยวงเงินประกันที่สูงมาก” หลังจากที่เธอเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลที่เมืองซันจันมานาน 10 วัน

“การเคลื่อนย้ายตัวเธอผ่านรถพยาบาลเสร็จสิ้นลงแล้ว” แถลงการณ์ระบุ “และขณะนี้เธออยู่ที่โรงพยาบาลเตหะรานพาร์ส (Tehran Pars Hospital) เพื่อรับการรักษาจากทีมแพทย์ส่วนตัวของเธอเอง”

นายตากี ราห์มานี สามีของโมฮัมมาดี ระบุเสริมในแถลงการณ์ว่า “ชีวิตของนาร์เกส โมฮัมมาดี กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย แม้ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ในโรงพยาบาลหลังจากเผชิญกับภาวะสุขภาพที่ทรุดโทรมลงอย่างรุนแรง แต่การย้ายตัวเพียงชั่วคราวนั้นไม่เพียงพอ นาร์เกสจะต้องไม่ถูกส่งตัวกลับไปยังสภาพแวดล้อมที่ทำลายสุขภาพของเธอเช่นนั้นอีก”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ปากีสถานเดือด คาร์บอมบ์-ยิงปะทะ ตำรวจดับ 14 นาย

ปากีสถานเดือด คาร์บอมบ์-ยิงปะทะ ตำรวจดับ 14 นาย

11 พ.ค. 2569 00:17 น.

ปากีสถานเดือด คาร์บอมบ์-ยิงปะทะ ตำรวจดับ 14 นาย

กลุ่มติดอาวุธใช้ระเบิดคาร์บอมบ์โจมตีด่านตรวจของปากีสถาน และดักยิงเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ทำให้มีตำรวจเสียชีวิตแล้ว 14 นาย บาดเจ็บอีกหลายคน

ตำรวจปากีสถานเปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. 2569 ว่า เกิดเหตุคาร์บอมบ์ที่ด่านตรวจของตำรวจในเมืองบันนู (Bannu) จังหวัดไคเบอร์ปักห์ตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศและใกล้ชายแดนอัฟกานิสถาน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตามมาด้วยการซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ที่กำลังรุดไปยังที่เกิดเหตุ ส่งผลให้มีตำรวจเสียชีวิตอย่างน้อย 14 นาย

เหตุระเบิดทำให้อาคารพังทลาย รถยนต์ถูกไฟไหม้ และเศษเหล็กจากยานพาหนะกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ

นายซัจจาด ข่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจปากีสถานระบุในแถลงการณ์ว่า ได้กู้ร่างของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 14 นายออกจากซากด่านตรวจที่พังถล่มลงมาแล้ว และพบเจ้าหน้าที่อีก 3 นายที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ตำรวจรายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยตัวตนเนื่องจากไม่มีอำนาจในการให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชน ระบุว่า กลุ่มติดอาวุธใช้รถยนต์ที่บรรทุกระเบิดพุ่งชนด่านตรวจก่อน จากนั้นจึงบุกเข้าไปภายในพื้นที่และกราดยิงตำรวจนายที่เหลือ

ไม่เพียงเท่านั้น “เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายหน่วยอื่นถูกส่งไปช่วยเหลือตำรวจในที่เกิดเหตุ แต่กลุ่มผู้ก่อการร้ายได้ซุ่มโจมตีพวกเขา ทำให้เกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้น” เขากล่าว ขณะที่แหล่งข่าวบอกด้วยว่า กลุ่มติดอาวุธมีการใช้โดรนในปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้ด้วย

กลุ่มพันธมิตรติดอาวุธที่รู้จักกันในชื่อ “อิตเตฮัด-อุล-มูจาฮิดีน” (Ittehad-ul-Mujahideen) ออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้

ทั้งนี้ พื้นที่บริเวณชายแดนปากีสถานกับอัฟกานิสถานยังคงอยู่ในภาวะตึงเครียด หลังจากเกิดการสู้รบครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยปากีสถานกล่าวหาอัฟกานิสถานว่า ให้ที่พักพิงแก่กลุ่มติดอาวุธที่ใช้ดินแดนอัฟกานิสถานในการวางแผนโจมตีปากีสถาน

ขณะที่กลุ่มตาลีบันได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าปัญหาการก่อความไม่สงบในปากีสถานเป็นปัญหาภายในของปากีสถานเอง

นับจากนั้น การสู้รบได้เริ่มผ่อนคลายลง แม้จะมีการปะทะกันประปรายตามแนวชายแดน แต่ยังไม่มีการเจรจาหยุดยิงอย่างเป็นทางการ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เนทันยาฮูลั่น ยังมีภารกิจที่ต้องจัดการในอิหร่าน

เนทันยาฮูลั่น ยังมีภารกิจที่ต้องจัดการในอิหร่าน

10 พ.ค. 2569 23:14 น.

เนทันยาฮูลั่น ยังมีภารกิจที่ต้องจัดการในอิหร่าน

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลเผยว่า ยังมีภารกิจที่ต้องจัดการในอิหร่าน โดยชี้ว่า อิหร่านยังคงรักษาขีดความสามารถในด้านต่างๆ เอาไว้ได้ แม้จะลดลงมากก็ตาม

เมื่อ 10 พ.ค. 2569 นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับรายการ “60 Minutes” ของสถานีโทรทัศน์ CBS ว่า “ยังมีภารกิจที่ต้องจัดการ” ในอิหร่าน พร้อมยอมรับว่ารัฐบาลเตหะรานยังคงรักษาขีดความสามารถส่วนใหญ่ที่เคยมีไว้ได้เหมือนในช่วงเริ่มต้นสงคราม

เนทันยาฮูระบุด้วยว่า สงครามร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลที่กระทำต่ออิหร่านนั้น “บรรลุผลสำเร็จไปได้มาก แต่เรื่องนี้ยังไม่จบ” อิหร่านยังไม่ยอมละทิ้งการครอบครองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ หรือรื้อถอนฐานที่มั่นด้านนิวเคลียร์ อีกทั้งยังไม่หยุดสนับสนุนกลุ่มตัวแทนในภูมิภาค และไม่ยอมตกลงในข้อจำกัดใด ๆ ต่อโครงการขีปนาวุธข้ามทวีปของตัวเอง

“ในตอนนี้ เราได้ทำลายขีดความสามารถเหล่านั้นไปมาก แต่ทั้งหมดที่ว่ามานั้นยังคงอยู่ และยังมีภารกิจที่ต้องจัดการ” เนทันยาฮูกล่าวในตัวอย่างก่อนการออกอากาศบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม

เมื่อถูกจี้ถามถึงวิธีการจัดการกับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง ซึ่งยังคงเป็นเป้าหมายหลักของการเจรจา เนทันยาฮูกล่าวว่าสิ่งนี้สามารถเคลื่อนย้ายออกจากอิหร่านได้ในทางปฏิบัติ

“ผมจะไม่พูดถึงวิธีการทางการทหาร แต่สิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์บอกกับผมคือ ‘ผมต้องการเข้าไปในนั้น’ และผมคิดว่ามันสามารถทำได้จริงในทางกายภาพ” เขากล่าว “นั่นไม่ใช่ปัญหา หากคุณมีข้อตกลง คุณก็แค่เข้าไปแล้วนำมันออกมา ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ? นั่นคือวิธีที่ดีที่สุด”

อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูปฏิเสธที่จะระบุกรอบเวลาในการเคลื่อนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะดังกล่าว โดยระบุเพียงว่าเรื่องนี้เป็น “ภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผู้โดยสารกลุ่มแรก อพยพจากเรือสำราญไวรัสแล้ว หลังเทียบท่าที่เตเนริเฟ

ผู้โดยสารกลุ่มแรก อพยพจากเรือสำราญไวรัสแล้ว หลังเทียบท่าที่เตเนริเฟ

10 พ.ค. 2569 22:20 น.

ผู้โดยสารกลุ่มแรก อพยพจากเรือสำราญไวรัสแล้ว หลังเทียบท่าที่เตเนริเฟ

ผู้โดยสารกลุ่มแรกอพยพออกจากเรือสำราญซึ่งเผชิญกับการแพร่ระบาดของ ไวรัสฮันตา และเดินทางกลับถึงกรุงมาดริดแล้ว หลังจากเรือลำนี้เทียบท่าที่เกาะเตเนริเฟ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 10 พ.ค. 2569 ว่า เรือสำราญ “เอ็มเอส ฮอนดิอุส” (MS Hondius) ซึ่งกำลังเผชิญกับการระบาดของไวรัสฮันตา เข้าเทียบท่าที่เกาะเตเนริเฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะคานารีของสเปนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก่อนที่ผู้โดยสารชาวสเปนจำนวน 14 คน จะถูกอพยพออกจากเรือ และโดยสารเครื่องบินเช่าเหมาลำกลับกรุงมาดริด

ก่อนจะขึ้นเครื่องบินที่เตเนริเฟ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานได้ให้ผู้อพยพสวมชุดป้องกันสารอันตรายสีขาวทับชุดปกติ และมีการฉีดพ่นน้ำทำความสะอาดบนลานจอดเครื่องบิน โดยขณะนี้ผู้โดยสารทั้ง 14 คนจะต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวภาคบังคับ ที่โรงพยาบาลทหารในเมืองหลวงของสเปน

ข่าวระบุว่า การอพยพผู้โดยสารจะดำเนินการแยกตามสัญชาติ โดยมีรายงานว่ากลุ่มชาวฝรั่งเศสจะเป็นกลุ่มที่สองที่ได้เดินทางออกจากเกาะ และคาดว่าผู้โดยสารที่จะถูกส่งตัวกลับโดยเครื่องบินของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งประกอบด้วยชาวดัตช์, กรีซ, เยอรมัน กับลูกเรือบางส่วน จะเป็นกลุ่มถัดไปที่จะถูกอพยพ

ส่วนเที่ยวบินอื่น ๆ ก็เตรียมพร้อมออกเดินทางหลังจากนั้น ซึ่งรวมถึงเที่ยวบินไปยังสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา โดยคาดว่าเที่ยวบินอพยพเที่ยวสุดท้ายจะออกเดินทางไปยังออสเตรเลียในวันจันทร์

นางโมนิกา การ์เซีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของสเปนกล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ “กำลังดำเนินไปอย่างปกติ” และผู้โดยสารทุกคนบนเรือ MS Hondius ยังไม่แสดงอาการของโรค

อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารเรือสำราญเหล่านี้ยังต้องเผชิญกับการต้องแยกกักตัวหลังจากเดินทางออกจากเตเนริเฟ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าหนักใจอย่างยิ่ง เนื่องจากไวรัสชนิดนี้มีระยะฟักตัวนานถึง 9 สัปดาห์ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็แนะนำให้ผู้โดยสารเรือสำราญกักตัวเป็นเวลา 42 วัน นับจากการสัมผัสเชื้อครั้งล่าสุดด้วย

ทั้งนี้ เรือ MV Hondius ได้เข้าเทียบท่าที่ท่าเรือกรานาดิยาในช่วงเช้ามืดของวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งเดือนพอดีหลังจากที่มีผู้โดยสารรายแรกเสียชีวิตบนเรือ

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ภาพที่ปรากฏคือเรือจอดทอดสมออยู่นอกชายฝั่ง โดยมีเรือของตำรวจทหารลาดตระเวนอยู่รอบๆ และมีการระดมกำลังปฏิบัติการครั้งใหญ่บนฝั่ง เพื่อช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 100 คนในการลงจากเรือ โดยมีทีมแพทย์ขึ้นไปบนเรือเพื่อตรวจร่างกายทุกคนเพื่อหาความเสี่ยงหรือสัญญาณของการติดเชื้อไวรัส

ปฏิบัติการที่ซับซ้อนเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสฮันตาสายพันธุ์ “แอนดีส” (Andes strain) ซึ่งพบได้ยาก แต่มันสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ โดยนางการ์เซียยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่า ความเสี่ยงในการแพร่เชื้อสู่ประชากรทั่วไปนั้นยังอยู่ในระดับต่ำ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านตอบข้อเสนอฉบับล่าสุดของสหรัฐฯ แล้ว ยืนยันการคุยไม่ใช่ยอมแพ้

อิหร่านตอบข้อเสนอฉบับล่าสุดของสหรัฐฯ แล้ว ยืนยันการคุยไม่ใช่ยอมแพ้

10 พ.ค. 2569 21:34 น.

อิหร่านตอบข้อเสนอฉบับล่าสุดของสหรัฐฯ แล้ว ยืนยันการคุยไม่ใช่ยอมแพ้

สื่ออิหร่านเผย รัฐบาลเตหะรานส่งคำตอบสำหรับข้อเสนอยุติสงครามฉบับล่าสุดของสหรัฐฯ แล้ว ขณะที่ประธานาธิบดีอิหร่านยืนยันว่า การเจรจาไม่ได้หมายถึงการยอมจำนน

เมื่อ 10 พ.ค. 2569 สื่อของรัฐบาลอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านได้ส่งคำตอบต่อข้อเสนอล่าสุดของสหรัฐอเมริกาเพื่อยุติความขัดแย้งที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้ว โดยส่งผ่านปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นประเทศตัวกลาง

“คำตอบของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านต่อร่างข้อเสนอล่าสุดของสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติสงคราม ได้ถูกส่งมอบผ่านทางตัวกลางจากปากีสถานในวันนี้” สำนักข่าว IRNA ของรัฐรายงานเมื่อวันอาทิตย์

อย่างไรก็ตาม อิหร่านไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของคำตอบ นอกเหนือจากการระบุว่า “ตามกรอบการทำงานที่เสนอมานั้น การเจรจาในขั้นตอนนี้จะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการยุติสงครามในภูมิภาค”

ทั้งนี้ แม้ว่าอิหร่านจะส่งคำตอบสำหรับข้อเสนอล่าสุดของสหรัฐฯ แล้ว แต่กลุ่มผู้นำระดับสูงกลับออกแถลงการณ์ในเชิงท้าทายเกี่ยวกับแนวโน้มของการเจรจาในครั้งนี้

“เราจะไม่มีวันก้มหัวให้ศัตรู และหากมีการพูดถึงเรื่องการพูดคุยหรือการเจรจา นั่นไม่ได้หมายถึงการยอมจำนนหรือการล่าถอย” นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X

“ในทางตรงกันข้าม เป้าหมายของเราคือการรักษาไว้ซึ่งสิทธิของชาติอิหร่าน และเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติด้วยความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว”

ด้าน นายเอบราฮิม เรซาอี สมาชิกคณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความว่า “เวลาเหลือน้อยลงทุกทีสำหรับชาวอเมริกัน มันเป็นผลประโยชน์ของพวกเขาเองที่จะไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม และจมดิ่งลงไปในปลักที่พวกเขาตกลงไปเองให้ลึกกว่าเดิม”

“ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการยอมแพ้และยอมอ่อนข้อให้ คุณต้องปรับตัวเข้ากับระเบียบภูมิภาคใหม่ได้แล้ว” นายเรซาอีกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เรือสำราญไวรัสฮันตา เทียบท่าเตเนรีเฟแล้ว สเปนระดมแพทย์รับมือ หวั่นซ้ำรอยโควิด

เรือสำราญไวรัสฮันตา เทียบท่าเตเนรีเฟแล้ว สเปนระดมแพทย์รับมือ หวั่นซ้ำรอยโควิด

10 พ.ค. 2569 14:38 น.

เรือสำราญไวรัสฮันตา เทียบท่าเตเนรีเฟแล้ว สเปนระดมแพทย์รับมือ หวั่นซ้ำรอยโควิด

เรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส ที่เผชิญการระบาดของไวรัสฮันตา เดินทางถึงเกาะเตเนรีเฟ ในหมู่เกาะคานารีของสเปนแล้ว ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยและสาธารณสุขขั้นสูงสุด 

เรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุสเดินทางมาถึงใกล้ท่าเรือกรานาดิยา ทางตอนใต้ของเกาะเตเนรีเฟตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเทียบท่าโดยทันที

โดยทางการสเปนประกาศตั้งเขตความปลอดภัย ในรัศมี 1 ไมล์ทะเลรอบเรือ พร้อมระดมกำลังทหาร ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยเข้าควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสฮันตา ซึ่งถือเป็นโรคติดเชื้อหายากแต่มีความอันตรายสูง

นางโมนิกา การ์เซีย รัฐมนตรีสาธารณสุขสเปนย้ำว่า ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ พร้อมเตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนกจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

ด้านนายทีดรอส อัดฮานอม กีเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เดินทางถึงเตเนรีเฟเพื่อกำกับดูแลปฏิบัติการอพยพผู้โดยสารด้วยตนเอง โดยชื่นชมรัฐบาลสเปนว่ามีการตอบสนองที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพต่อการระบาดครั้งนี้ พร้อมยอมรับว่าความกังวลของประชาชนเป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะบาดแผลจากโควิดยังอยู่ในความทรงจำของทุกคน

อย่างไรก็ตาม WHO ระบุว่าความเสี่ยงที่เชื้อจะระบาดในวงกว้างยังต่ำ เนื่องจากลักษณะของไวรัสฮันตาแตกต่างจากโควิด และรัฐบาลสเปนได้เตรียมมาตรการควบคุมไว้อย่างละเอียดแล้ว

รายงานระบุว่า การระบาดบนเรือสำราญเชื่อมโยงกับพื้นที่ฝังกลบขยะทางตอนใต้สุดของอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นแหล่งดูนกยอดนิยม โดยไวรัสฮันตาถูกแพร่โดยสัตว์ฟันแทะ

โดยปกติไวรัสชนิดนี้แทบไม่ติดต่อจากคนสู่คน แต่ “สายพันธุ์แอนดีส” ถือเป็นข้อยกเว้นที่สามารถแพร่ระหว่างมนุษย์ได้ แม้จะพบได้ไม่บ่อยนัก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ระยะฟักตัวของโรคอาจยาวนานถึง 9 สัปดาห์ ทำให้หลายประเทศเตรียมมาตรการกักตัวเข้มงวดสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางกลับ

มีรายงานว่าหลังเรือเข้าเทียบท่า ทีมแพทย์จะขึ้นไปตรวจอาการผู้โดยสารทั้งหมด ก่อนแบ่งกลุ่มตามสัญชาติและทยอยลำเลียงขึ้นฝั่งด้วยเรือขนาดเล็ก

หลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ อังกฤษ และชาติสมาชิกสหภาพยุโรป ส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำมารอรับพลเมืองของตน ขณะเดียวกัน เครื่องบินแพทย์เฉพาะทางก็ถูกเตรียมพร้อม หากมีผู้ป่วยต้องถูกแยกตัวฉุกเฉิน

สำหรับชาวสเปน จะถูกส่งต่อไปยังกุงมาดริดและเข้าสู่การกักตัวภาคบังคับในโรงพยาบาลทหารโกเมซ อุลลา

โรงพยาบาลแคนเดลาเรียในเตเนรีเฟยังเตรียมห้องแยกโรคความปลอดภัยสูง พร้อมเครื่องช่วยหายใจและชุดป้องกันจำนวนมาก เพื่อรับมือหากมีผู้ป่วยอาการหนัก

แพทย์หญิงมาร์ มาร์ติน หัวหน้าฝ่ายผู้ป่วยวิกฤตกล่าวว่า แม้บุคลากรทางการแพทย์ไม่เคยรับมือไวรัสฮันตามาก่อน แต่ทุกคนได้รับการฝึกฝนอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ แม้ลูกเรือประมาณ 30 คนจะยังคงอยู่บนเรือเพื่อนำฮอนดิอุสกลับไปยังเนเธอร์แลนด์ แต่สำหรับผู้โดยสารส่วนใหญ่ การเดินทางที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวกลางทะเลใกล้สิ้นสุดลงแล้ว โดยสิ่งที่รอพวกเขาอยู่หลังจากนี้ คือช่วงเวลาของการกักตัวและเฝ้าระวังอาการอีกหลายสัปดาห์ ท่ามกลางสายตาของทั่วโลกที่กำลังจับตาการระบาดของไวรัสฮันตาอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง หลังโลกเพิ่งผ่านฝันร้ายจากโควิดมาไม่นาน

เหตุการณ์นี้ถูกยกให้เป็นปฏิบัติการด้านสาธารณสุขที่ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ของสเปน โดยมีถึง 23 ประเทศร่วมประสานงานส่งเครื่องบินมารับพลเมืองของตัวเองกลับบ้าน ท่ามกลางความกังวลของประชาชนในพื้นที่ที่หวั่นว่าเหตุการณ์อาจลุกลามเหมือนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19.

ที่มา :BBC

ระทึกกลางอ่าวไมอามี! เรือเช่าเหมาลำระเบิด เจ็บนับสิบ เร่งสอบสาเหตุ

ระทึกกลางอ่าวไมอามี! เรือเช่าเหมาลำระเบิด เจ็บนับสิบ เร่งสอบสาเหตุ

10 พ.ค. 2569 09:31 น.

ระทึกกลางอ่าวไมอามี! เรือเช่าเหมาลำระเบิด เจ็บนับสิบ เร่งสอบสาเหตุ

เกิดเหตุเรือเช่าเหมาลำระเบิดกลางอ่าวบิสเคย์น ใกล้จุดท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 11 คน

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 12.48 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยไมอามี-เดด ได้รับแจ้งเหตุเรือระเบิดขณะลอยลำอยู่ในอ่าวบิสเคย์น ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำชื่อดังของรัฐฟลอริดา

เบื้องต้น คณะกรรมการอนุรักษ์ปลาและสัตว์ป่าแห่งรัฐฟลอริดาระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารอยู่บนเรือเช่าเหมาลำหลายคน และแรงระเบิดทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 24 หน่วยถูกส่งเข้าพื้นที่ทันที โดยทีมกู้ภัยเปิดเผยว่า พบผู้บาดเจ็บหลายรายที่ต้องได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน ก่อนนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 11 คน ส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บ หรือจำนวนผู้โดยสารทั้งหมดที่อยู่บนเรือในขณะเกิดเหตุ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือและตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย โดยคณะกรรมการอนุรักษ์ปลาและสัตว์ป่าแห่งรัฐฟลอริดาระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของการระเบิดครั้งนี้

สำหรับ “ฮอลโอเวอร์ แซนด์บาร์” ถือเป็นจุดพักผ่อนและล่องเรือยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในเมืองไมอามี ทำให้เหตุเรือระเบิดครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากในสหรัฐฯ และบนโลกออนไลน์ เนื่องจากเกิดขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนพลุกพล่านช่วงสุดสัปดาห์.

ที่มา : AP